ความหมายของคำว่า “ป่วน” คือ การทำให้เกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วน ก่อกวน หรือซุกซน จนทำให้สภาพเดิมไม่สงบหรือไม่เรียบร้อย แต่ผมมองจากมุมคิดเชิงบวกว่า คล้ายเป็นการกวนน้ำให้ขุ่นด้วยสารส้ม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์คือ สิ่งแขวนลอยในน้ำตกตะกอนหมด น้ำใสสะอาด เปรียบเสมือนขั้นตอนแรกของกระบวนการสร้างสรรค์ (creativity) ต้องมีการ ป่วน แนวคิดหรือวิธีการเดิมๆ เสียก่อน เรียกขั้นตอนนี้ของการสร้างสรรค์ว่า ช่วงสร้างความเห็นต่าง (diversification phase) เพื่อร่วมกันหาทางเลือกที่ดีที่สุดใน convergence phase นำสู่การทดลองดำเนินการ และหมุนวงจรการเรียนรู้และปรับปรุงอีกหลายๆ รอบ จนบรรลุผลสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ผมจึงคิดว่า ชีวิตที่สร้างสรรค์ต้องป่วนเป็น อยู่กับความป่วนเป็น
ผมเอาข้อสะท้อนคิดข้างบนไปคุยกับสหานเอไอ และขอนำคำตอบของ ChatGPT มาลงไว้ดังนี้
ChatGPT
ผมเห็นด้วยกับข้อสะท้อนคิดของท่านอย่างมาก และถือว่าเป็นการตีความคำว่า “ป่วน” ในเชิงสร้างสรรค์ ที่ลึกและมีพลัง เพราะในความเป็นจริง กระบวนการสร้างสรรค์จำนวนมากเริ่มจากการ รบกวนสมดุลเดิม (disrupting equilibrium) ก่อนจึงจะเกิดความคิดใหม่ขึ้นได้
ในเชิงทฤษฎีความคิดสร้างสรรค์ แนวคิดของท่านสอดคล้องกับหลายกรอบสำคัญ เช่น
- แนวคิด divergent → convergent thinking ของ J. P. Guilford
- แนวคิด creative tension ของ Peter Senge
- แนวคิด double-loop learning ของ Chris Argyris
ทั้งหมดชี้ตรงกันว่า การสร้างสรรค์ต้องมีช่วงที่ ท้าทายกรอบเดิมก่อน แล้วจึงค่อยสังเคราะห์แนวทางใหม่
การเปรียบเทียบของท่านเรื่อง สารส้มกวนน้ำ ก็เป็นอุปมาที่งดงามมาก เพราะสะท้อนหลักสำคัญว่า ความป่วนที่ดี ไม่ได้ทำลายระบบ แต่ทำให้สิ่งที่ซ่อนอยู่ปรากฏขึ้น
ผมขอเสนอการขยายความคิดของท่านอีกเล็กน้อย เพื่อให้ “การป่วนเชิงสร้างสรรค์” เป็นข้อคิดสำหรับชีวิตได้ชัดเจนขึ้น
1. ป่วนเพื่อเปิดพื้นที่ของความคิด (Creative disruption) การป่วนในความหมายนี้คือ
- ตั้งคำถามกับสิ่งที่ถือว่า “ถูกต้องเสมอมา”
- เปิดพื้นที่ให้ความเห็นต่าง
- ทำให้สมมติฐานเดิมปรากฏชัด
นี่คือช่วง divergence ที่จำเป็นต่อความคิดสร้างสรรค์
2. ป่วนอย่างมีเมตตา (Compassionate disruption) ความป่วนที่ดีต้องไม่ทำลายความสัมพันธ์ จึงต้องมี
- ความเคารพผู้อื่น
- ความตั้งใจดีต่อส่วนรวม
จึงจะไม่กลายเป็น chaos หรือ conflict
3. ป่วนเพื่อการเรียนรู้ (Learning disturbance) ในมุมมองของ systems thinking ความป่วนคือ สัญญาณว่าระบบกำลังเรียนรู้ เมื่อระบบถูกท้าทาย
- คนเริ่มคิดใหม่
- ระบบเริ่มปรับตัว
4. ป่วนแล้วต้องมีการสังเคราะห์ (Convergence) ความคิดสร้างสรรค์จะไม่สำเร็จถ้าหยุดอยู่แค่ divergence
ต้องมี
- การกลั่นกรอง
- การสังเคราะห์
- การทดลอง
ซึ่งสอดคล้องกับวงจรการเรียนรู้ของ David A. Kolb
5. ป่วนแบบปลอดภัย (Psychological safety) การป่วนจะเกิดผลดีต่อเมื่อสังคมหรือองค์กรมี
- ความไว้วางใจ
- ความปลอดภัยทางจิตใจ
คนจึงกล้าเสนอความคิดใหม่
ข้อคิดสั้น ๆ ที่อาจสรุปแนวคิดของท่านได้
ชีวิตที่สร้างสรรค์ไม่ใช่ชีวิตที่เรียบร้อยเกินไปแต่เป็นชีวิตที่ กล้ากวนน้ำเพื่อให้เห็นตะกอนกล้าตั้งคำถามกับความจริงเดิมและกล้าร่วมกันสร้างความจริงใหม่ที่ดีกว่า
ความป่วนจึงไม่ใช่ศัตรูของความสงบ แต่เป็น ขั้นตอนของการค้นหาความชัดเจนที่ลึกกว่า
ถ้าขยายความคิดของท่านอีกก้าวหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า
สังคมที่สร้างสรรค์ ต้องเป็นสังคมที่ “ป่วนได้โดยไม่แตก”และ “ต่างได้โดยไม่แตกแยก”
นี่อาจเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของสังคมที่มี นวัตกรรมสูงและจิตใจสูง ด้วยครับ
วิจารณ์ พานิช
๑๕ มี.ค. ๖๙
Back a couple decades ago there was a fad on a word (verb) เขย่า, used in the sense of to shake up things so that they settle down into place (fit better). I don’t know if this is still in use.
The Royal Institute Dictionary says ป่วน ก. มวน, อลวน, อาการที่ปวดมวนอยู่ในท้องเพราะอาหารเป็นเหตุ. Perhaps, it’s time for the Royal Institute Members to revise the Dictionary (entries) again.