การศึกษาต่อ ระดับ ปริญญาเอก ทุน สกอ.

ในระหว่างปี 2550-2555 สกอ. มีทุนสนับสนุนเพื่อผลิตนักศึกษาระดับปริญญาเอก เพื่อพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยขึ้น ท่านที่มีความสนใจโปรดติดตาม และเตรียมตัวสอบแข่งขันเพื่อรับทุนดังกล่าว ดังรายละเอียดที่จะเสนอต่อไปนี้

โครงการผลิตอาจารย์ระดับปริญญาเอกควบคู่กับการวิจัย
เพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของบัณฑิตศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
ปีงบประมาณ 2550 - 2555 (ระยะที่ 1)
(CHE-PhD)
 

1. หลักการและเหตุผล
  ปัจจุบันคุณภาพโดยรวมของสถาบันอุดมไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลอยู่ค่อนข้างมาก  ดัชนีชี้วัด (KPI) สำคัญที่บ่งบอกเชิงคุณภาพซึ่งได้แก่ สัดส่วนอาจารย์วุฒิปริญญาเอกและตำแหน่งศาสตราจารย์ในสถาบัน   ประสิทธิภาพการผลิตผลงานทางวิชาการและสิทธิบัตร (จำนวนผลงานต่อคนต่อปี) การมีบรรยากาศการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม (จำนวนเงินทุนวิจัยต่อคนต่อปี) และขีดความสามารถในการผลิตบุคลากรในระดับปริญญาเอก (จำนวนบัณฑิตปริญญาเอกที่สำเร็จการศึกษา) ล้วนแล้วแต่มีค่าตัวเลขที่น่าเป็นห่วงแทบทั้งสิ้น
 ที่ผ่านมา ทบวงมหาวิทยาลัยเดิมได้มีโครงการพัฒนาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยและการจัดสรรทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าคุณวุฒิของอาจารย์ในระบบอุดมศึกษายังมีตัวเลขของผู้มีวุฒิปริญญาเอกในจำนวนที่ต่ำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมจำนวนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่เข้ามาอยู่ในระบบอุดมศึกษาทำให้มีจำนวนอาจารย์วุฒิปริญญาเอกไม่ถึงหนึ่งในสี่ของจำนวนบุคลากรสายวิชาการทั้งหมดของประเทศ ที่น่าเป็นห่วงคืออาจารย์กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีอาจารย์วุฒิปริญญาเอกเพียง 7%  และอาจารย์กลุ่มราชมงคลมีเพียง 3% ส่วนในภาพรวมของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน อาจารย์วุฒิปริญญาเอกมีสัดส่วนต่ำเช่นกัน
จากสภาวะดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จึงได้พัฒนา “โครงการผลิตอาจารย์ระดับปริญญาเอกควบคู่กับการวิจัยเพื่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของบัณฑิตศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา” ซึ่งเป็นโครงการที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอกในประเทศให้ได้ในเชิงปริมาณและคุณภาพ หลักการสำคัญของโครงการนี้คือการเชื่อมโยงการผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอกเข้ากับการทำวิจัย
 การดำเนินการในโครงการนี้ สกอ. จะใช้แนวคิดของ“โครงการเครือข่ายเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาบุคลากรอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” เป็นกรอบในการกำหนดจำนวนบุคลากรระดับปริญญาเอกที่จะทำการผลิต รวมถึงทิศทางของการวิจัยที่มุ่งเป้า โดยจะดำเนินกิจกรรมการผลิตอาจารย์ระดับปริญญาเอกใน 3 รูปแบบ ดังสรุปในแผนภูมิ 1

 

 2. วัตถุประสงค์
 เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ที่จะส่งเสริมผลักดันให้มีการเพิ่มขึ้นในเชิงปริมาณของคณาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างผลงานวิจัยอย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ 

3. เป้าหมาย (ในระยะเวลา 5 ปี,  2550 – 2555)
3.1 จัดสรรทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ จำนวนรวมทั้งสิ้น  250  ทุน
3.2 จัดสรรทุนการศึกษาต่อภายในประเทศและร่วมกับต่างประเทศ จำนวนรวมทั้งสิ้น 1,500  ทุน
3.3 จัดสรรทุนการศึกษาต่อภายในประเทศ  จำนวนรวมทั้งสิ้น  2,500  ทุน
3.4 ผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 25 ของจำนวนทุนทั้งหมด (ทั้งนี้ ระยะเวลาในการสร้างผลงานตีพิมพ์ จะเป็นสัดส่วนกับจำนวนการสำเร็จการศึกษาของผู้ได้ทุน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนไม่น้อยกว่า 3 – 5 ปี จึงคิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนทุน)
3.5 ให้มีการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนคณาจารย์ที่มีคุณวุฒิปริญญาเอกในสถาบันการอุดมศึกษาทุกแห่งของประเทศ  สัดส่วนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 40  ในปี 2555

4. ดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่จะนำมาใช้ในการประเมินผลการดำเนินงาน
ตามตัวเลขต่างๆที่ระบุในข้อ 3

5. การกำหนดยุทธศาสตร์และรูปแบบของทุน
สกอ. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การให้ทุนการศึกษาปริญญาเอก  ไว้เป็น 3 รูปแบบดังนี้
 5.1 ทุนปริญญาเอกต่างประเทศ (CHE-PhD-SFR)
 ทุนนี้ สกอ. จะเป็นผู้กำหนดสาขาวิชาที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลนและมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีการสร้างบุคลากรในจำนวนที่เป็นกลุ่มก้อน (critical mass) และสามารถกลับมาเป็นคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมที่จะส่งเสริมงานวิจัยในด้านนั้นๆ   ทุนนี้ สกอ. เรียกว่า “ทุนขั้นสูงเชิงกลยุทธ์”
 5.2 ทุนปริญญาเอกในประเทศและร่วมกับต่างประเทศ (Sandwich Program) (CHE-PhD-SW)
  ทุนนี้จะมี 3 รูปแบบ โดยรูปแบบที่ 1 เป็นรูปแบบที่ สกอ. มีความร่วมมือกับโครงการทุนปริญญาเอกกาญจนภิเษก (คปก.) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (ทุน คปก.-สกอ.) รูปแบบที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนากลุ่มวิจัย (RG) ของ สกอ. (ทุน RG-สกอ.) และรูปแบบที่ 3 จะเป็นทุนที่เน้นการพัฒนามหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ที่มีลักษณะการสมัครแบบอิสระ (ทุนพัฒนาอาจารย์-สกอ.)
 5.3 ทุนปริญญาเอกในประเทศ (CHE-PhD-THA)
 เป็นทุนศึกษาระดับปริญญาเอกที่จะช่วยผลักดันการเพิ่มปริมาณของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ให้มีโอกาสศึกษาต่อ และพร้อมที่จะสร้างเครือข่ายงานวิจัยในอนาคต  ทุนนี้มี 3 รูปแบบ  โดยรูปแบบที่ 1 เป็นทุน ป.เอกที่ให้กับหลักสูตรที่มีคุณภาพโดยตรง เพื่อเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้หลักสูตร ป.เอกในประเทศ (ทุนหลักสูตร-สกอ.)  รูปแบบที่ 2 เป็นทุน ป.เอกที่ส่งเสริมการยกระดับด้านคุณภาพของหลักสูตร ป.เอก และของกลุ่มวิจัยให้สูงขึ้น (ทุนส่งเสริม-สกอ.) ในขณะที่รูปแบบที่ 3 จะเป็นแบบเปิดกว้างเพื่อพัฒนาอาจารย์ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ของมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่ (ทุนนักศึกษา-สกอ.)

6. หลักเกณฑ์การให้ทุน
6.1 ทุนศึกษาต่อต่างประเทศ   (ทุนขั้นสูงเชิงกลยุทธ์)  มีจำนวนทุนทั้งสิ้น 250  ทุน
 - ทุนละ  7 ล้านบาท  ระยะเวลา   4   ปี
 - สาขาวิชาที่กำหนด สกอ. จะกำหนดเป็นรายปี

เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้รับทุน
สถานภาพผู้รับทุน  เป็นอาจารย์ประจำ หรือบุคคลทั่วไปซึ่งต้องทำสัญญารับทุนกับต้นสังกัด
อายุ    ทุนโท-เอก ไม่เกิน 35 ปี
    ทุนปริญญาเอก ไม่เกิน 40 ปี

ผลการศึกษาของผู้สมัคร
 - กรณีศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอก ต้องมีค่าคะแนนเฉลี่ยสะสม (G.P.A.) ตลอดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 2.75 กรณีที่อยู่ระหว่างศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาที่ขอรับทุน ต้องมีค่าคะแนนเฉลี่ยสะสม (G.P.A.) ไม่น้อยกว่า 3.25
 - กรณีศึกษาต่อระดับปริญญาเอกต้องมีค่าคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรในระดับปริญญาโท หรือเทียบเท่าไม่น้อยกว่า 3.25 กรณีที่อยู่ระหว่างศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาที่ขอรับทุน ต้องมีค่าคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 3.25

ระยะเวลาการให้ทุน
  ทุนศึกษาต่างประเทศ ให้ทุนตามเกณฑ์ของ ก.พ. คือตามระยะเวลาของโครงสร้างหลักสูตร และสามารถขยายเวลารับทุนอีกไม่เกิน 1 ปี กรณี ป.เอก และไม่เกิน 6 เดือนกรณี ป.โท (หากไม่สามารถสำเร็จการศึกษาภายในกำหนดเวลาโครงสร้างหลักสูตร)

อัตราค่าใช้จ่าย
  ทุนศึกษาต่างประเทศตามเกณฑ์ ก.พ. (ก.พ. จะดูแลนักเรียนทุนต่างประเทศ)

เกณฑ์ภาษาอังกฤษสำหรับทุนต่างประเทศ
 - กรณีศึกษาในหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์มาตรฐานหรือตามที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งโดยทั่วไป TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 และ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5
 - กรณีศึกษาในประเทศที่ใช้ภาษาอื่นที่มิใช่ภาษาอังกฤษ จะต้องมีความรู้ภาษานั้นๆเพียงพอที่จะไม่เป็นอุปสรรคในการศึกษา และมีผลสอบ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 500 คะแนน

เงื่อนไขการรับทุน
 - ผู้สนใจ สมัครสอบคัดเลือกตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะต้องมีสถาบันอุดมศึกษารับรองเป็นต้นสังกัด โดยจะต้องกลับมาปฏิบัติงานหลังจากสำเร็จการศึกษา
 - ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องติดต่อหาสถาบันศึกษาในต่างประเทศ โดยจะต้องได้รับการตอบรับ ภายในเวลา 1 ปี หากไม่สามารถติดต่อได้จะถือว่าสละสิทธิ์

6.2 ทุนปริญญาเอกในประเทศและร่วมกับต่างประเทศ (Sandwich Program)
 มีจำนวนทุนทั้งสิ้น 1,500  ทุน
 - ทุนละ  2 ล้านบาท  ระยะเวลา   4  ปี

เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติผู้รับทุนมีดังนี้
รูปแบบที่ 1  ทุน คปก. - สกอ.
 - ใช้หลักเกณฑ์ของทุน คปก. เป็นหลัก
 - การคัดเลือกผ่านโครงการทุน คปก.-สกอ. ที่ดำเนินการโดยโครงการ คปก.

รูปแบบที่ 2 ทุน RG-สกอ. 
 - ใช้หลักเกณฑ์การขอทุนผ่านอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้รับทุนจะต้องลงนามสัญญากับสถาบันการศึกษาเพื่อรับเป็นต้นสังกัด เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องปฏิบัติงานที่ต้นสังกัดนั้น
 - อาจารย์ที่ปรึกษาที่สมัครขอทุน จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับทุนโครงการพัฒนากลุ่มวิจัย (RG) และนักศึกษาที่จะได้รับทุนจะต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์หลักสูตรตามคุณภาพที่ สกอ.รับรอง โดยจะต้องมี GPA ไม่น้อยกว่า 3.25   หากนักศึกษาที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยเอกชน  จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
 - การคัดเลือกผ่านระบบของ สกอ.  หากอาจารย์ที่ได้รับทุนไม่มีนักศึกษาตามเกณฑ์ ภายในเวลา 1 ปี จะถือว่าสละสิทธิ์
 - ในกรณีอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ผ่านการพิจารณาทุนโครงการพัฒนากลุ่มวิจัย (RG) แต่มีนักศึกษาที่มีคุณภาพสามารถนำมาพิจารณาในทุนรูปแบบที่ 3 ได้โดยไม่ต้องส่งใบสมัครเข้ามาใหม่

รูปแบบที่ 3 ทุน ป.เอก สำหรับอาจารย์-สกอ.
 - นักศึกษาเป็นผู้สมัครขอทุนเอง โดยมีคุณสมบัติที่มี GPA ไม่น้อยกว่า 3.25 สามารถสมัครเข้าเป็นนักศึกษาบัณฑิตของสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรที่สกอ.รับรอง
 - นักศึกษาที่ได้รับทุนจะต้องติดต่อหาอาจารย์ที่ปรึกษาในสถาบันที่ศึกษาภายในเวลา 1 ปี มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
 - นักศึกษาที่ได้รับทุนจะต้องลงนามสัญญากับสถาบันการศึกษาเพื่อรับเป็นต้นสังกัด เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องปฏิบัติงานที่ต้นสังกัดนั้น หากนักศึกษาเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาแล้วลาเรียน  โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยราชภัฎและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

6.3 ทุนศึกษาต่อในประเทศ   มีจำนวนทุนทั้งสิ้น 2,500  ทุน
 - ทุนละ 1.2  ล้านบาท  ระยะเวลา  4  ปี
 - กรณีที่นักศึกษาที่รับทุนนี้ หากมีผลการเรียนและการวิจัยที่ดีเยี่ยม สามารถปรับไปรับทุน 6.2 ได้ คือ จะได้รับงบประมาณส่วนที่เป็นการไปทำวิจัยร่วมต่างประเทศ

เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับทุน มีดังนี้
ทุนประเภท 1 : ทุนหลักสูตร - สกอ.
 - ใช้หลักเกณฑ์หลักสูตรปริญญาเอกว่ามีความเข้มแข็งสมัครขอทุน ผ่านประธานหลักสูตรโดยคณาจารย์ของหลักสูตรจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จะต้องมีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในระดับนานาชาติในฐานสากล 5 ปี ย้อนหลัง ได้รวมแล้วเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า 0.5 เรื่องต่อคนต่อปี 
 - นักศึกษาที่รับทุนต้องมี GPA ไม่น้อยกว่า 3.25  โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่หลักสูตรเสนอชื่อมา  และผู้รับทุนจะต้องลงนามสัญญากับสถาบันการศึกษาเพื่อรับเป็นต้นสังกัด เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องปฏิบัติงานที่ต้นสังกัดนั้น
 - การคัดเลือกผ่านโครงการ สกอ.  โดยหลักสูตรหนึ่งๆสมัครขอทุนได้ไม่เกิน 5 ทุนหากหลักสูตรที่ได้รับทุนไม่มีนักศึกษาตามเกณฑ์ ภายในเวลา 1 ปี  ส่วนของทุนที่ไม่มีนักศึกษาจะถือว่าสละสิทธิ์

ทุนประเภท 2 : ทุนส่งเสริม - สกอ.
 - ใช้หลักเกณฑ์ อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นผู้สมัคร (อาจจะอยู่ในหรือนอกกลุ่มวิจัย (RG))
 - อาจารย์ที่ปรึกษาที่สมัครขอทุนต้องอยู่ในสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรที่ สกอ.รับรอง  หรือได้รับโครงการพัฒนากลุ่มวิจัย ของ สกอ. และนักศึกษาที่จะได้รับทุนจะต้องมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ตามคุณภาพของ สกอ. ได้ GPA ไม่น้อยกว่า  3.25   หากอาจารย์ที่ได้รับทุนไม่มีนักศึกษาตามเกณฑ์ ภายในเวลา 1 ปี จะถือว่าสละสิทธิ์
 - ผู้รับทุนจะต้องลงนามสัญญากับสถาบันการศึกษาเพื่อรับเป็นต้นสังกัด เมื่อสำเร็จการศึกษาจะต้องปฏิบัติงานที่ต้นสังกัดนั้น หากเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยราชภัฏ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ มหาวิทยาลัยเอกชน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

ทุนประเภท 3 : ทุนนักศึกษา - สกอ.
 - นักศึกษาเป็นผู้สมัครขอทุนเอง โดยมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ตามคุณภาพที่กำหนดโดยได้ GPA ไม่ต่ำกว่า 3.25  สามารถสมัครเข้าเป็นนักศึกษาบัณฑิตของสถาบันการศึกษาที่มีหลักสูตรที่ สกอ.รับรอง
 - นักศึกษาที่ได้รับทุนจะต้องติดต่อหาอาจารย์ที่ปรึกษาในสถาบันที่ศึกษา ภายในเวลา 1 ปี มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

7. การทำสัญญารับทุน
 ผู้รับทุนจะต้องทำสัญญาการรับทุนและการเบิกจ่ายเงินตามเงื่อนไขของ สกอ. โดยสัญญาการรับทุนจะเป็นการร่วมลงนาม  3  ฝ่าย  คือ ผู้ให้ทุน (สกอ.),   ผู้รับทุน (สถาบันต้นสังกัดของผู้รับทุน),  และ ผู้รับทุน (นักศึกษา)โดยมีเงื่อนไขการผลิตผลงาน

8. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
 8.1 ผู้รับทุน คือผู้ที่เข้าศึกษาต่อปริญญาเอก  การประเมินผล คือจะต้องมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มี  ในฐานข้อมูลสากลเช่น  ISI, PUBMED เป็นต้น อย่างน้อย 1 เรื่อง จึงจะถือว่าสำเร็จการศึกษา ซึ่งสถาบันที่จะรับนักศึกษาทุนดังกล่าวจะต้องมีนโยบายสอดคล้อง
 8.2 ผู้รับทุนจะต้องมีผลงานที่เสนอในที่ประชุมวิชาการในประเทศ อย่างน้อย 1 เรื่อง และระดับนานาชาติ อย่างน้อย 1 เรื่อง  โดยจะต้องมีการเสนอผลงานแบบบรรยายอย่างน้อย 1 ครั้ง
 8.3 หากสามารถจดสิทธิบัตรในผลงาน แทนการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ ผลงานนั้นต้องได้รับการตอบรับการจดสิทธิบัตรจึงจะถือว่าสำเร็จการศึกษาได้
 8.4 สถาบันระดับอุดมศึกษาในประเทศมีคณาจารย์วุฒิปริญญาเอกในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น