แลกเปลี่ยนเรียนรู้
เรียนทุกท่าน
ดิฉันได้จัดทำ blog นี้ ขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆ ร่วมวิชาชีพ ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ และถือเป็นแหล่งรับฟังความคิดเห็นจากนักกายภาพบำบัดทั่วประเทศ เกี่ยวกับการพัฒนางานกายภาพบำบัดให้ครอบคลุมไปยังประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพื่อความเป็นธรรมในสังคมเราต้องพยายามกระจายโอกาสให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงการบริการทางกายภาพบำบัด โดยในปัจจุบันทางสภากายภาพบำบัดได้แต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายมาตรฐานงานกายภาพบำบัดชุมชนขึ้น โดยมีดิฉันเป็นประธาน จึงขอเชิญทุกท่านได้เข้ามาร่วมกันแสดงความคิดเห็นนะคะ
ปนดา
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
กายภาพบำบัดสำหรับทุกคน ดิฉันเชื่อว่า blog นี้ เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทุกคนได้ค่ะ โดยเฉพาะประชาชนทั่วไป นอกจากประชาชนจะได้ความรู้ โดยนักกายภาพบำบัดทั่วประเทศจะช่วยกันตอบข้อซักถามแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์และปัญหาในการเข้าถึงบริการสุขภาพทางด้านกายภาพบำบัดของประชาชน จะได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสุขภาพทางด้านกายภาพบำบัดมากขึ้น กายภาพบำบัดสำหรับประชาชนทุกคน ไม่ไว่จะเป็น เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ซึ่งมีอยู่ทุกหนแห่งในประเทศไทย ขอเชิญนักกายภาพบำบัดทุกท่านเข้ามาร่วมกันตอบข้อซักถามนะคะ หวังว่าเราจะมีเครือข่ายกายภาพบำบัดชุมชนในแต่ละภูมิภาคในเร็วๆนี้ค่ะ
ดีมากๆนะคะที่ มีโอกาสใช้ blog นี้ ดิฉันเป็นPT ใน โรงพยาบาลจังหวัด แต่ก็อยู่ใน
ใกล้ ชุมชน และใกล้ชิด กับ น้องๆPT ในชุมชนด้วย หาก blog นี้ จะเป็นเวทีของ PT ในโรงพยาบาลชุมชน ด้วย ก็จะดีไม่น้อย ต้อง ให้ ประชาสัมพันธ์ กับน้องๆ PT เราด้วย
ส่วนภาคประชาชน ยิ่งเป็นประโยชน์มากใหญ่ เพราะเวลาที่เราได้มีโอกาสทีพบกับ ประชาชน เขาอยากแสวงหาความรู้ หรือ อยาก ไปรับ บริการ กายภาพบำบัดกับเรา เขาไม่รู้ว่าจะหาความรู้ ที่ไหน ผู้มีศักยภาพ มากหน่อย ก็ไปsearch จาก physical therapy in the world แต่ความเป็นจริง เขาอยู่ในประเทศไทย มันก็รู้สึกว่า ความรู้นั้นยังนำไปใช้ ได้ ไม่ชัดซะทีเดียว ขณะที่อยากจะเจอ นักกายภาพบำบัด หรือ"หมอกายภาพบำบัด"มากกว่า (ในที่นี้ไม่ได้รวมความไปถึงแพทย์...สาขาอื่น นะคะ ) "หมอ" ในความหมายที่ดิฉันกล่าวถึง หมายถึง"ผู้เชี่ยวชาญ"ในทางใดทางหนึ่งเช่น หมองู, หมอตำแย หมอกายภาพบำบัด จึงมีความหมายถึง " ผู้มีความเชี่ยวชาญทางการรักษาด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด"
ขอเสนอให้น้อง PTใน รพช.รวมตัวกัน โดยใช้เวทีนี้ก็ได้ ตั้งเป็นชมรม เกาะกันไว้ มีอะไร ส่งถึงกัน โทรฯหากัน และด่วนที่สุด ตอนนีเรากำลังจะต้อง แสดงความคิดเห็น ของวิชาชีพเรา กับนโยบายระดับ ประเทศเชียวนะ พูดง่ายๆก็คือ วิชาชีพของเรามีที่ยืน อยู่ในระบบ สาธารณสุขแล้ว รัฐบาล ฟังเราแล้ว(หากเรามีข้อเสนอ) ซึ่งเป็นโอกาสดีเป็นที่สุด
หากตั้งเป็นชมรมได้แล้ว รีบส่งตัวแทน แสดงตน เข้าร่วมความคิดเห็น หรือเสนอแนะได้ ลองดูใน web สภาฯก็ได้ www.pt.or.th
ขอสนับสนุน อ.ปนดา ขอบคุณที่ทำเพื่อส่วนรวมค่ะ
ขณะนี้สภาฯ กำลังจะพัฒนามาตรฐานงานกายภาพบำบัดชุมชน ใครอยากให้มีการพัฒนางานด้านใดเกี่ยวกับกายภาพบำบัดชุมชน ก็เสนอผ่าน blog นี้ได้นะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม blog นี้นะคะ
ปนดา
กายภาพบำบัดยังขาดแคลนในชุมชน
การบริการทางกายภาพบำบัดยังเป็นเรื่องที่ยังต้องพัฒนาอีกมาก ทั้งในด้านการให้ความรู้กับประชาชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการจัดหาการบริการทางกายภาพบำบัด เพื่อช่วยดูแลปัญหาสุขภาพประชาชนในด้านการส่งเสริมป้องกันโรค และการรักษาและฟื้นฟูสภาพประชาชนในชุมชน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ อย่างเช่น การปวดหลังในชาวนาไทย ชาวบ้านแก้ปัญหาโดยการซื้อยาทานเอง บางครั้งโชคดีก็เจอยาดี บางครั้งโชคร้ายก็ไปเจอยาที่มี steroid ผสมอยู่ ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ชาวบ้านไม่มีโอกาสได้รับบริการทางกายภาพบำบัด เพราะไม่มีนักกายภาพบำบัดในพื้นที่ ยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกมากมายที่ประชาชนในชนบทไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการทางกายภาพบำบัด ปัญหาหนึ่งคือไม่มีตำแหน่งงานกายภาพบำบัดในรพ.ชุมชน หรือศูนย์แพทย์ฯ ทำอย่างไรเราจะแก้ปัญหานี้ได้!!
แผนยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550-2559
ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างและพัฒนากลไกในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติที่สอดคล้องกับระบบสุขภาพของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 2
ปรับเปลี่ยนระบบการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพเพื่อให้ได้กำลังคนที่เพียงพอ สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพประชาชน มีความสอดคล้องกับระบบบริการสุขภาพและระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การสร้างความเสมอภาคในระบบสุขภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ 3
ปรับเปลี่ยนระบบบริหารจัดการกำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อให้มีการกระจายบุคลากรอย่างเป็นธรรม สามารถคงอยู่ในระบบและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุข
ยุทธศาสตร์ที่ 4
สร้างและจัดการความรู้เพื่อไปสู่การพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของระบบสุขภาพของประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 5
ส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาไทยและผู้ที่ดูแลสุขภาพในชุมชนให้มีบทบาทในการดูแลปัญหาสุขภาพของประชาชนในระดับพื้นที่และส่งเสริมสุขภาพของชุมชน
(แผนยุทธศาสตร์นี้ จัดทำโดย คณะทำงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทษวรรษกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาิติ)
ผมทำงานด้านกายภาพบำบัดชุมชนมาหลายปี ถึงแม้ว่าอยู่ร.พ.ศูนย์ครับ ลักษณะงานมีการจัดอบรมอาสาสมัคร การออกเยี่ยมเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพให้กับผู้ป่วยทุกอำเภอในจังหวัด (ยกเว้นอำเภอที่มีนักกายภาพ) โดยคัดกรองจากผู้ป่วยที่จำหน่ายจากร.พ.และจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่องและมีปัญหาในการมารับการรักษา
ตอนนี้ผมกำลังเตรียมทำวิทยานิพนธ์เรื่องการพัฒนาตัวชี้วัดการฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนครับ ไม่ทราบว่าคณะทำงานมาตรฐานกายภาพบำบัดชุมชนดำเนินการไปถึงไหนแล้วครับ เพราะผมอาจรบกวนอาจารย์เรื่องข้อมูลครับ
เรียนคุณเผด็จชัย
ดีใจมาก นะคะ ที่คุณได้มีส่วนร่วมเข้ามากะทู้ใน blog กายภาพบำบัดชุมชน จริงๆแล้วทางสภาได้รวบรวมตัวชี้วัดไว้บ้างแล้ว ไม่ทราบว่าคุณสนใจตัวชี้วัดแบบไหน ของสภามีใว้ที่ส่วนท้ายของมาตรฐานกายภาพบำบัดคุณสามารถหาได้จากบน website ของสภากายภาพบำบัดค่ะ เมื่อได้มาตรฐานกายภาพบำบัด ซึ่งก็จะมีเครื่องมือสำหรับวัด outcomes ของการฟื้นฟูสภาพหลายตัว บางทีคุณอาจจะไม่ต้องไปสร้างใหม่ก็ได้ค่ะ
แล้วเข้ามาเขียนอีกนะคะ ถ้ามีอะไรอยากจะ share ก็เขียนได้เลยนะคะ อีกไม่นานจะพยายามนำ blog ขึ้น wed สภาค่ะ
ปนดา
ได้ยินน้อง ๆ PT จบใหม่หลายคนที่จะไปอยู่รพช.ได้สอบถามและเล่าเกี่ยวกับลักษณะงานในรพช. ส่วนมากมักจะเจอคำถามว่าจะทำอะไรบ้างในบริบทที่อยู่รพช.ซึ่งน้องหลายคนก็ไม่เข้าใจ ก็ตอบในลักษณะงาน PT ทำอะไรบ้างซึ่งไม่ตรงกับงานของรพช.เท่าไรนัก รบกวนอาจารย์ช่วยบอกรูปแบบการทำงานของPT ในรพช.ให้กับน้อง ๆ PT หลาย ๆ คนจะได้เข้ามาดูเป็นแนวทางค่ะ
เรียนทุกท่าน
นักกายภาพบำบัดในรพช.มีบทบาทได้ทั้งในเชิงรุกและรับ ขึ้นอยู่กับว่าจะทำงานเน้นไปทางด้านใด โดยทั่วไปถ้ารพช.มีนักกายภาพบำบัดเพียงคนเดียว แค่งานเชิงรับ คือให้บริการอยู่ในแผนกกายภาพบำบัด และในหอผู้ป่วย งานก็คงจะหนักมากอยู่แล้ว แต่ถ้ายังพอมีแรงทำอีกก็ควรทำงานร่วมกับทีมของโรงพยาบาลค่ะ เพื่อทำงานในเชิงรุก เดี๋ยวนี้เขามักเรียกการทำงานเป็นทีมนี้ว่า ทีมสหสาขาวิชาชีพ เช่น ทีมให้สุขศึกษาในผู้ป่วยเบาหวาน ทีมเยี่ยมบ้านในผู้ป่วยเรื้อรัง หรือ กลุ่มอัมพาต เป็นต้น
ถ้าเป็นงานส่งเสริมสุขภาพ เราคงต้องหาข้อมูลบริบทของรพช.ก่อนว่าเราจะส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มไหน ทำไมเราถึงต้องทำ ถ้าไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น และถ้าจะทำจะทำอย่างไร เรามีใครเป็นแนวร่วมกับเราบ้าง เราจะนำเสนอโครงการนี้ให้ผู้บริหารเขาให้การสนับสนุนเราอย่างไร ถ้าเราทำแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน จะพัฒนาต่ออย่างไร คำถามเหล่านี้ คือสิ่งที่เราควรต้องหาคำตอบ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานค่ะ
ปนดา
ลืมบอกไปว่า เราควรเป็น 1 ในทีมสหสาขาวิชาชีพ เราต้องมีการประสานงานเพื่อให้เขาเข้าใจบทบาทของเราในทีม และเราต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าเข้าไปร่วมแล้วต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่จะเลิกเมื่อไหร่ก็เลิก เพราะเมื่อเราเข้าไปแล้ว เราก็ต้องไปเรียนรู้ด้วยว่าบทบาทของคนอื่นเขาทำอะไรกันบ้าง อย่างไร เราจะเข้าไปช่วยเสริมทางด้านใด เราต้องมีความรู้อะไรเพิ่มบ้าง
ที่สำคัญงานส่งเสริมป้องกัน เราจะให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับเราได้อย่างไร ใครเป็นคนในชุมชนที่เราจะเข้าไปประสานงานได้
งานเชิงรับ เนื่องจากรพช.มีทรัพยากรจำกัด เรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ เราจะมีแนวทางพัฒนาภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาใช้ในงานของเราอย่างไรก็คงต้องคิด มันอาจจะเป็นนวัตกรรมขึ้นมาได้เหมือนกัน
ปนดา
เป็นนักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลชุมชนคนหนึ่ง...ทำงานกับโรงพยาบาลชุมชนมา 3 ปี (ยังเป็นพนักงานราชการ) ปัจจุบันมีนักกายภาพบำบัด 3 คน เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีจำนวนประชาชนในเขตความรับผิดชอบค่อนข้างมาก (UC ประมาณ120,000คน)
ตอนนี้ทำงานทั้งเชิงรุกและรับร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพราะกายภาพบำบัดจะก้าวหน้าและเป็นที่รู้จักในชุมชนได้ เราไม่สามารถทำงานคนเดียว ต้องร่วมมือกันกับหลายๆวิชาชีพ ในระดับโรงพยาบาลชุมชน ถึงแม้เราจะเป็นเพียงหน่วยงานเล็กๆที่คนส่วนใหญ่อาจไม่ทราบว่าทำอะไรได้บ้าง ก็อยากให้พวกเรานักกายภาพบำบัดสร้างหน่วยงานของเราให้เป็นหน่วยงานเล็กๆที่มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าหน่วยงานใหญ่ๆในโรงพยาบาล
ทุกวันนี้ที่เราต้องเหนื่อยต้องอดทนก็เพื่อให้วิชาชีพของเราเป็นที่รู้จักและยอมรับมากขึ้น...อยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆนักกายภาพบำบัดทุกคนร่วมมือร่วมใจกันให้มากกว่านี้ แล้วเราจะมีสิทธิ์มีเสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นกว่าก่อนอีกมาก...
ขอบคุณที่เข้ามาให้ข้อมูล และให้กำลังใจซึ่งกันและกันนะคะ อยากรู้จังเลยว่าทำงานอยู่ที่รพช.ไหนคะ มีเรื่องอะไร หรือปัญหาอะไร ก็เล่าให้ฟังได้นะคะ เผื่อว่าจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่างานเชิงรุกที่ทำอยู่คืออะไร และเป็นอย่างไรบ้าง
ปนดา
ชาว PT ที่ทำงาน รพช. ไม่ค่อยได้เข้ามา blog นี้ มักจะคุยกันใน webboard สภาฯ มากกว่า จริง ๆ ตอนนี้มีน้อง ๆ ที่ทำงานเก่ง ๆ อยู่ตาม รพช. เยอะมาก และบางจังหวัดมีการพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ อย่างทางอีสาน เด็กที่จบใหม่ หากช่วงเรียนได้มีโอกาสฝึกงานตาม รพช. ก็น่าจะเห็นภาพของงาน PT ในระดับ primary & secondary care บ้าง ที่แทบจะต่างจากงานใน รพ. ใหญ่ ๆ อย่างสิ้นเชิง และต้องใช้ศาสตร์ที่สอนกันได้ยากหากเพียงผ่านแค่ตำรา ในฐานะที่เป็นฝ่ายผลิต ก็พยายามส่งเสริมให้ นศ. ได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากเท่าที่จะทำได้ แต่ที่สำคัญคือ ตอนนี้มีอาจารย์ไม่มากนักที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงาน community PT จริง ๆ อยากให้อาจารย์แต่ละแห่งเปิดโลกทัศน์ในเรื่องนี้มากขึ้น อยากให้ นศ.ปริญญาโท-เอกสนใจที่จะทำ thesis ด้านนี้มากขึ้น ซึ่งที่สำคัญคือ อาจารย์ต้องพาเขาทำ นั่นคือ อาจารย์ต้องมีประสบการณ์ก่อน
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
ขอบคุณ อาจารย์น้อมจิตต์ ที่ได้ให้ข้อคิดดีๆ นะคะ เห็นด้วยกับอาจารย์อย่างยิ่งว่า เรายังมีอาจารย์ไม่มากนักที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับงาน community ซึ่งในจุดอ่อนนี้ต้องได้รับการพัฒนา เนื่องจากการผลิตนักกายภาพบำบัด ต้องสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ปัจจุบันนี้สังคมไทยต้องการความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยเฉพาะในชุมชน สปสช.กำลังสนับสนุนงานกายภาพบำบัดในชุมชนเป็นอย่างมาก และต้องการนักกายภาพบำบัดที่มีความรู้ในการทำงานร่วมกับชุมชน เราจะผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ในการทำงานชุมชนได้ดี อาจารย์ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานกับชุมชนด้วย ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่น เขาได้รับการพัฒนาทางด้านนี้ไปมากแล้ว เราต้องปรับตัวและพัฒนาตัวเองกันอย่างมาก เพื่อการขับเคลื่อนงานทางด้านนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป
กายภาพบำบัด คือสามารถเป็นแพทย็กายภาพบำบัดได้ใช้หรื่อไม่เป็นแบบเดี่ยวกับสหเวชศาสตร์กายภาพบำบัด และเทคนิคกานแพทย์กายภาพบำบัดไหม
เรียนคุณธนิตา
กายภาพบำบัดไม่ใช่แพทย์ค่ะ แต่เป็นหนึ่งในทีมสุขภาพที่มีบทบาทในด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสภาพ โดยใช้วิธีการทางกายภาพ เช่น ความร้อน แสง เสียง การออกกำลังกาย การรักษาด้วยมือวิธีการต่างๆ โดยที่ไม่ใช้ยา ค่ะ กายภาพบำบัดก็ไม่ใช่เทคนิคการแพทย์ค่ะ เทคนิคการแพทย์ก็เป็นอีกวิชาชีพหนึ่งค่ะ โดยมากจะมีบทบาทในการตรวจ วินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ จากสิ่งส่งตรวจต่างๆ เช่น เลือด ปัสสาวะ อุจาระ เสมหะ เป็นต้น ส่วนสหเวชศาสตร์ ส่วนใหญ่เราจะได้ยินเป็นคณะสหเวชศาสร์ คือเป็นคณะวิชาที่มีหลักสูตรในการผลิตบุคลากรข้างเคียงแพทย์ เช่น เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด รังสีเทคนิค เป็นต้นค่ะ แต่ไม่ใช่ผลิตแพทย์
สรุปคือ กายภาพบำบัด ไม่ใช่แพทย์ค่ะ สนใจเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website ของสภากายภาพบำบัด www.pt.or.th
ปนดา
ปนดา
ผมเปงนักศึกษาจบใหม่ทำงานเปงนักกายภาพบำบัดชุมชน ต้องว่างแผนงานและโครงสร้างงานต่างๆมากมาย ตอนนี้เครียดมากเลยพราะอยากให้วิชาชีพเปงที่รู้จักเท่าที่จะทำได้
น้องเปงคะ ดีใจที่เปงเข้ามาเขียนใน blog นี้ อาจารย์ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ ๆ การทำงานในชุมชนต้องทำงานร่วมกับวิชาชีพอื่นเป็นทีม เราต้องผูกสัมพันธภาพที่ดีกับทุกวิชาชีพ ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เราทำดีไปเรื่อยๆ คนอื่นเขาก็จะเห็นเองว่าวิชาชีพเราดี สำคัญ มีอะไรเขาก็จะคิดถึงเรา ชวนเราเข้าร่วม ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน นะคะ การจะทำให้ผู้อื่นยอมรับเราต้องใช้เวลา อาจารย์ขอเป็นกำลังใจให้เปงนะคะ
ปนดา