การได้สนทนากับผู้รู้เฉพาะทาง จะทำให้เราได้ความรู้ใหม่เสมอ
บ่ายแก่ ๆของวันที่ 21 ก.ค. 2549 นิสิต ป. เอก ( วัฒนธรรมศึกษา ) 2 ท่าน ของมหาวิทยาล้ยทักษิณ เชิญผมร่วมหารือ
ทิศทางทำดุษฎีนิพนธ์ นายท้ายเรือถือหางเสือวันนั้นคือ
ศาสตราจารย์ นพ. วีระศ้กดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หัวหน้าหน่วย
ระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านเป็นผู้อำนวย
การสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ ( วพส . )ท่าน อ.
มองสิ่งที่คุยกันอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ
นิสิตท่าน 1 เป็นพระในพุทธศาสนา มีคัมภีร์พระไตรปิฎก
เป็นฐานคิด ท่าน อ. ให้แง่คิดว่า การแปลภาษาบาลีเป็นภาษา
ไทย อาจมีความหมายไม่ตรงกัน เพราะสิ่งที่มนุษย์ทำนั้น
มันมีผิดได้ และสิ่งที่คุยกันเมื่อ 2500 กว่าปีมาแล้วกับสิ่งที่
คุยกันในเรื่องเดียวกัน อาจแตกต่างกันได้ เช่น คุยกันเรื่องโลก
เราพูดถึงโลกกลม ๆ ใบนี้ แต่เขาคุยกัน อาจหมายถึงชีวะ
ทั้งหลายก็คือโลกเหมือนกัน
นิสิตท่าน 1 เป็นโต๊ะอิหม่ามในศาสนาอิสลาม มีคัมภีร์
อ้ลกุรอานเป็นฐานคิด ท่าน อ. ให้แง่คิดว่า การวิจัยที่น่าสนใจ
ไม่ควรศึกษากลุ่มคนที่มีฐานคิดเหมือนกัน ท่านเสนอแนะว่า
เรื่องวิถีชุมชนมุสลิม ควรศึกษากลุ่ม 3 จ.ชายแดนใต้ , กลุ่ม
จ. สตูล และกลุ่ม จ. กระบี่ , พังงา , ภูเก็ต เป็นต้น
นิสิต 2 ท่านนี้ ไปไหนมักเดินทางร่วมกัน เป็นที่น่าสนใจ
ต่อผู้พบเห็นเสมอ คือเป็นภาพแห่งความสงบ สวยงาม
เหมื่อนครั้งอดีตที่บรรพบุรุษของเราได้ร่วมสร้างสรรไว้...ครับ.
หรือท่านมีความคิดเห็นอย่างไร...?
ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ
umi
น่าสนใจครับ...
ที่หมู่บ้านผมก็เป็นสังคมที่มีไทยพุทธกับมุสลิมอยู่รวมกันครับ สลับกันบ้านต่อบ้านเลยครับ...
ทุกครอบครัวก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันครับ...
สวัสดีครับ คุณ
ถอยหลังมาดูเห็นคุณมาอ่านบันทึก
ที่หมู่บ้านผมก็เป็นสังคมที่มีไทยพุทธกับมุสลิมอยู่รวมกันครับ สลับกันบ้านต่อบ้านเลยครับ...
เป็นหมู่บ้านที่น่าสนใจเรียนรู้มากนะครับ...ควรทำวิจัย...ว่าอยู่กันอย่างไร...?
ขอบคุณครับ
วันนี้ได้เข้าไปปรึกษา ผศ.ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต ว่าจักทำวิทยานิพนธ์ ท่านจึงแนะนำให้ทำ เรื่อง วิถีพุทธในชุมชนหัวเขาแดงในท่ามกลางวัฒนธรรมมุสลิม:ชุมชนของวัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ดังนั้นข้อมูลตรงนี้ไม่รู้ว่าจักหาข้อมูลอย่างไรดี ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำให้ด้วย
ด้วยหลัก ภราดรภาพ และ หลักสิทธิมนุษยชน
ภารดรภาพนั้น คือ แท้จริงมนุษย์ย่อมเป็นพี่น้องกัน สืบเผ่าพันธ์มาจากมนุษย์คู่แรกของโลกทั้งหมด
สิทธิมนุษยชน คือ 1. การมุ่งครอบครองในธรรมทุกธรรมที่เอ่ยอ้างจากปาก จากสมองมนุษย์ทุกชาติพันธุ์ และ2. การขอพร.
เมื่ออิสลามคือ ปรัชญาที่สนับสนุนในสองสิ่งนี้แล้วไซร้ เช่น มิได้ห้าม แต่แนะนำให้ กตัญญูต่อผู้สร้างธรรมชาติ อย่างมีเหตุผล มีความเข้าใจ มีหลักฐานแสดงความจริง นั่นคือ กตัญญูธรรม. และมิได้เรียกร้องที่จะพบจะเจอก่อน แสดงความกตัญญู(ตือ ขันติธรรม ) เป็นศูนย์กลางแห่งประกาย และอนูของพลังงาน ความคิดต่าง(เที่ยงธรรม) เป็นที่มอบตัวในทุกๆผิด ไม่หนีคดี ไม่แสวงหลุดพ้น ไม่ต่อรองหาสิ่งไถ่โทษ ไม่ค้นเครื่องมือ ประณีประนอมในความผิดทุจริต(นิติธรรม). ไม่ขอพรผ่านสิ่งใดที่ไม่สามารถสอบถามในการงานขอพรว่าล้นมือ หรือคั่งค้างมากไหม(เมตตาธรรม) เพราะสุจริตว่า มนุษย์สามารเท่าเทียมกันที่จะเข้าถึงต้นพรได้เสมอภาค(ยุติธรรม) ไม่เบียดเบียน ไม่สมมุติสิ่งใดใาเป็นตัวแทนนายหน้า(สุจริตธรรม). อิสลามห้ามในการทำสัญญาใดใดที่มิใช่การฟื้นฟูดีงาม บั่นทอนความชั่ว ไม่ว่าต่อมนุษย์ หรือ วิญญาณ(สันติธรรม) พระเจ้าได้สั่งให้การขอทำสัญญาเป็นศัตรูของฝ่ายที่เสนอเราเป็นโมฆะไปตลอดเวลา. หากใครสนใจในอิสลาม จงศึกษาเถิด.
อิสลาม มิได้แนะนำให้ละทิ้ง แม้ศาสนทูตคนใดคนหนึ่งเลย. พระเจ้าได้มอบศาสนทูต ที่ดีงาม สุจริตมา ทุกๆคน. ปต่บางคนได้ถูกแต่งแต้ม อุตริในงานการใหม่ๆ ทำให้ชื่อเสียงท่านเสียหายมานาน. จงนำความจริง นำความดีงามท่านฯกลับมาสู่สังคมไทยเถิด อย่าหลงเชื่อในนักบวช ที่มุ่งรอที่ประตูที่มีผลประโชน์(แค่ความพึงใจก็ยังเอา) และรอจับต้องงบประมาณท่านๆ. และอย่าหลงเชื่อว่ามีสิ่งใดจะช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากการพึ่งพาออกซิเจนจากเจ้าเมืองธรรมชาติ ที่ท่านๆหลงลืมชื่อเสียง และคุณสมบัติไปเลย. และไม่มีสิ่งประณีประนอมในความผิดพลาด บาปกรรมท่านได้ นอกจากการมอบตัวทุกคดีเท่านั้น. นี่คือความเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง
ปล อัลกุรอาน คือ คัมภีร์ ที่หม่มีผลประโยชน์ของมนุษย์ อยู่ในนั้น แม้แต่ดอกไม้สักกลีบเดียวก็ไม่มี( ไม่มี5 needs ที่มาสโลว์กล่าวในทฤษฎีเขา. และไม่มีการแสวงหาความโดดเด่นทางเพศ และแสวงหาความสะดวกสบายใดใดปรากฎเลย). แต่ทุกๆวรรณกรรม มีมากมาย ศึกษาดูเถิด อย่าเพิ่งเชื่อ.
อย่ากำหนด หรือสมมุติตน เป็นโจทย์ หรือ จำเลย
อย่ากำหนด หรือสมมุติตน เป็นโจทย์ หรือ จำเลย
พระเจ้า สั่งไว้อย่างแน่ชัดว่า. "ผู้ที่นำสัจจะธรรมไปเผยแพร่ในที่ต่างๆนั้น ย่อมหนีไม่พ้นกับการขอเป็น "ศัตรู" แต่ทุกคนที่ศรัทธา มีธรรมนั้น ใยต้องลงนามในสัญญาทำศึกนั้นด้วย. แล้วถ้าไร้ซึ่งคู่สัญญาแล้วไซร้ สัญญานั่นย่อมเป็น"โมฆะ". จาก อัล-กุรอาน มิอนุญาติให้มนุษย์เป็นศัตรูต่อกัน
อัล- กุรอาน อะห์ซอด 7,8,9 กล่าวว่า " 7แท้จริง บรรดาศานทูต ที่พระเจ้ามอบให้มนุษย์นั้น สุจริต ดีงามทุกท่าน.8และเมื่อวันสอบสวนในบัญชีความดีความชั่วมาถึง เขาจะนั่งเป็นพยานให้กับหมู่ชนที่ตามเขา 9แท้จริงความรู้ต่างๆนั้น เราคือผู้ตรัสให้เขารู้" ฉะนั้น จงอย่าแต่งแต้มพระพุทธเจ้าให้เสียหายว่า ท่านอนุญาติ ให้เนรคุณต่อผู้ให้ออกซิเจนกับท่านเพื่อหายใจได้. (คือกตัญญุตาธรรม). เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง ท่านอาจจะลาออก เพราะท่านมีมลทิล หมู่ชนที่ติดตามท่าน จะไร้พยานในความมุ่งทำความดี(อย่างไม่งมงาย และแค่ตามเชื่อนักบวช ว่าดีของเขานั้น จะสามารถไถ่โทษให้ท่านได้ หรือต่อรองกับการกระทำของพวกท่านได้เท่านั้น). จงตรองกันอย่างละเอียดว่า พระพุทธเจ้าจะกตัญญูต่อเจ้าเมืองธรรมชาติ ที่ชาวโลกเขากตัญญูกันไหม จะปิดกั้นแค่ธรรมชาติจริงไหม. เตือนมายังคนไทยทุกๆคนครับ.
เมื่อท่านว่า พิคเนศ ศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็ กตัญญูตาอผู้สร้าง และให้มีพิคเนศ เมื่อท่านว่า กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็กตัญญูต่อผู้สร้างและอนุญาติให้มีกวนอิม. และท่านกล่าวถึงสิ่งใดศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็กตัญญูต่อผู้สร้างและอนุญาติให้เกิดและมีสิ่งนั้น. ไม่มีการลบหลู่สิ่งนั้นแม้แต่สิ่งเดียว. และเมื่อมุสลิมกล่าวว่า พระเจ้าคือผู้ที่มุสลิม กตัญญูนั่นเอง กลับมีผู้คน (แม้จะน้อยนิดในโลกก็ตาม) ลบหลู่ว่า ไม่มีหรอก พระเจ้า มุสลิม คริสต์ ยิว(เกือบหมดโลกแล้วนะ) งมงายไร้สาระ. นั่นต่างหาก ที่เราจะแสดงให้ทุกท่านพบเห็น การลบหลู่ที่แท้จริง ในสังคมโลก.
จงมีขันติธรรม(ที่พระพุทธเจ้าไม่ขาดธรรมนี้แน่) ที่จะรอพบ พระเจ้า ผู้มีพระคุณล้นพ้น. อย่าเพิ่งเนรคุณ จงกตัญญูไปพลางๆก่อน. เพราะท่านๆจะชาชินต่อจิตที่เนรคุณของตน จนหาสัมมาจิตไม่เจอ และ ไม่สามารถเป็นสัมมาชนได้เลย.
เสพของผู้ใด เมื่อยังไม่พบตัวตน ก็สามารถ กตัญญู ขอบคุณได้ กุศลจิตนั้นสัมมาจิตแน่นอน. แต่หากไม่ยอมขอบคุณ ก็ดท่ากับ ขโมย(ขาดศีลธรรม) ศีล5 ไม่มีผู้เนรคุณใด รักษาได้มาก่อนเลย.
ขอให้ ชาวไทยทุกศาสนา พยายาม นำพระพุทธเจ้า กลับมาส่องรัศมี แห่ง ศาสนทูตเถิด อย่าปล่อยให้ท่านถูกนักบวช แต่งแต้ม ต่อเติมท่าน ในสิ่งงมงายไร้สาระ สิ่งพยากรณ์ สิ่งพนัน สิ่งที่จะมีกิเลสหลุดพ้น(หนีคดี ขาดหลักนิติธรรม).
นักบวช แห่ง chinawangso.net รับไม่ได้ กับการเรียกร้อง ให้นำคุณค่าของพระพุทธเจ้ากลับมา
ทำเฉยกับการไล่ลบ ข้อความ ที่เป็นหนทางแห่งการสามารถมีธรรมของปวงชนชาว(ที่อ่านภาษาไทยออก). กลุ่มชนเหล่านั้น พยายามไล่ล่าข้อความ ลบทิ้งอย่าบ้าคลั่ง ไร้ปัญญาณ ใช้แต่สัญชาติญาณ. ทั้งๆที่ข้อความเหล่านั้นสามารถส่องรัศมี ที่กุศล แห่งพระพุทธเจ้าได้อย่างชัดเจน.
คุณค่า มหาศาล เมื่อ ทุกคนมีพระเจ้า เป็นสิ่งยำเกรง เป็นสิ่งกตัญญ. มิใช่มีเป็นสิ่งเย้ยหยัน เนรคุณ และเป็นสิ่งปฎิเสธ. ------
พ่อ แม่ ใด สามารถตระหนัก และสื่อสารแก่ลูกตนเอง ถึงผู้มีอำนาจสูงสุดที่ ไม่เคยปรากฎการสร้างความเสียหายแก่แผ่นดิน ไม่เคยมีใครพบว่ารับผลประโยชน์ รับทาน จับต้องงบประมานของหมู่ชนใด สังคมใด และที่สำคัญสุดสำหรับลูกน้อยแต่เยาว์วัยคือ ผู้นั้น สามารถนำตัวพ่อแม่เจ้าไปได้ทันที ทุกขณะ เมื่อพวกลูกกระทำสิ่งชั่ว ทำสิ่งที่พอกพูนความชั่ว ความงมงาย ไร้สาระ ไม่บั่นทอนชั่ว ไม่ฟื้นฟูความดี มุ่งสู่ทางขาดองค์แห่งธรรมใดใด ที่พ่อแม่(ที่ดีอย่างมาตรฐานครบธรรม)ได้สอนสั่งเจ้า. ลูก(ตั้งแต่ยังเด็กน้อย ถึงเป็นผู้ใหญ่) ก็จะ ขี้หดตดหาย ยำเกรงผู้นั้นอย่างยึดมั่น ศรัทธา เพราะเริ่มจากรัก และผูกพันแม่-พ่อ ไม่ต้องการความเศร้าสร้อยที่พ่อแม่ต้องถูกนำไปห่าง หรือจากไปเลย นั่นเอง. เขาจะกระทำแต่สิ่งที่ดีงามเป็นมาตรฐานครบองค์แห่งธรรม ได้เองตั้งแต่เด็ก ไม่จ้องนั่งสมาธิให้เสียเวลา ไม่ต้องละโมบแสวงหาสิ่งไถ่โทษตนเอง ไม่ไขว่คว้าสิ่งต่อรองในความชั่ว ความผิดพลาดตนภายหลังผิดพลาดทำชั่ว. ไม่ต้องหลงเชื่อนักบวช ผู้แอบอ้าง อวดอ้าง ว่าล่วงรู้ในมายาคติใดใด ไม่อวดอ้างเกินจากศาสนทูตที่ถูกมอบมาอย่างมุสา ไม่ต้องหลงเชื่อในวรรณกรรมใดใดที่ถูกนำมา หรือ ตกแต่งโดยผู้นั้น(ที่เขาสามาาถพบเห็นได้อยู่ถึงชั่ว ถึงผิดพลาด ขลาดเขลา สวมรอย ทุจริต ติดพนัน ยุยงให้พนัน ให้พยากรณ์ เพื่อแลกกับ 7 ระดับ แห่งความจ้องการของมนุษย์. แม้แต่ความพึงใจ พวกนี้ก็เอาเพื่อแลกกับบริการพยากรณ์ในมายาคติที่มนุษย์บางคนไม่อดทน ไร้ขันติธรรม ไร้ศีลธรรม)
หากศรัทธา คุณค่า ของพระพุทธเจ้า จะคงอยู่
ความเชื่อ กับ ความศรัทธานั้นต่างกัน. การเชื่อในพระเจ้านั้น ยังไม่เท่ากับการศรัทธาในพระเจ้า เช่นหลายคนมีความรู้ มีปัญญาที่คับแคบเกินจะเข้าใจมัน แต่เปิดกว้างไม่ปิดกั้นได้
หากเราศรัทธาในพระเจ้า เราจะไม่มีการละทิ้งพระพุทธเจ้า ไม่มีการลบหลู่ผู้มีพระคุณต่อพระพุทธเจ้า ไม่มีการเนรคุณต่อผู้ที่มอบอภินิหารให้ท่าน(คงคุณค่าคุณลักษณะที่พระเจ้าให้เช่นเดินได้7ก้าว)เพราะบางท่านยังกล่าวว่าเป็นเรื่องมุสา อย่างเช่นพระพุทธเจ้า อธิฐานขอ(ต่อพระเจ้า)ให้บัวทวนน้ำ พระเจ้าก็ให้ตามที่พระพุทธเจ้าขอฯ.
แต่หากไม่ศรัทธาต่อผู้มีพระคุณต่อพระพุทธเจ้า ที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม มีหลักฐาน พยานล้นโลก ในนาม และรูปนั้นเล่าจะเกิดอะไรขึ้น. ก็อย่างที่เห็น มีการลบหลู่นามและรูป มีการไม่เชื่อบางประการว่าพระพุทธเจ้ามุสาบ้าง ว่าห้ามกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ(มอบออกซิเจนให้หายใจ)บ้าง แล้วทุกวันนี้ คุณค่าของพระพุทธเจ้า ก็จะถูกลบทิ้ง ยกสะพาน เนรคุณ เพราะจิตที่สกปรก และเคยลบหลู่ จัดนามตัดรูป พระเจ้าทิ้ง ไงล่ะ. เชื่อร้ายนั้นมันสามารถทำให้มนุษย์ที่ติดตามพระพุทธเจ้า เนรคุณ มุสา อวดอ้าง อุตริ ต่อ ความดีงามของพระพุทธเจ้าได้ แบบ ไร้ยางอาย ไร้ความละอายต่อบาป. แม้จะตักเตือนเพียงใด ก็ยังยากที่จะลั่นในสมองพวกเขา(แต่เพียรอยู่นะ) เพื่อช่วยกันนำคุณค่า(Value)ของพระพุทธเจ้ากลับสู่ ศรัทธาธรรม ของคนไทย(และหลายประเทศของโลก).
เพียงการมีศรัทธาธรรม ไม่ยึดเพียงความเชื่อ ที่ มากมายหลายจิต ติดยึดมันอย่าแคบๆเช่นนั้น ปิดกั้นมันอยู่ หลงเชื่อในผู้อวดอ้างเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า หลอกให้ดำเนินพิธีกรรมที่มีแต่พนัน หนีคดี ไม่จำนนต่อผิดที่ผ่านมา หลอกในสิ่งที่ลวงว่าจะใช้ไถ่โทษให้เพื่อนมนุษย์ได้ เป็นเครื่องมือประนีประนอมในสิ่งชั่ว สิ่งผิดพลาดของตน แทนที่มีความผิดจะทำให้ถูกหลักนิติธรรม คือ การมอบตัว ไม่สู้คดี ไม่หนีคดี ไม่เนรคุณ มุสาว่าไม่พึ่งพาพระเจ้าทั้งๆที่พึ่งพาอยู่ทุกนาที มุสาง่ายๆ ลบหลู่ง่ายๆ เนรคุณง่ายๆ ไปตามการร่ายวรรณกรรมของผู้ที่ขาดความรู้ ทำตามพ่อแม่ที่ผิดพลาดมาเท่านั้น. และแล้วข้อความที่เป็นสัจจะธรรมนี้ ก็จะจีรัง เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจแด่ทุกๆท่านในหลายๆเว็บ มิใช่แค่ที่นี่ chinawangso.net
เมื่อมนุษย์หนึ่ง ที่เสพออกซิเจนเหมือนเรา มาแจ้งว่า เขาค้นพบสิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุผล ที่มนุษย์เสพ ก่อนค้นพบ เขาได้อธิฐาน ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าหากดอกบัวลอยทวนกระแสน้ำครั้งนั้น แล้วเขาจะเพียรค้นหาสิ่งเสพของมนุษย์ชาตินั้นต่อไป เพราะคือสัญญาณว่าเขาจะค้นพบ. แน่นอน ด้วยหลัก อิถปัจยตาที่เขาค้นพบมา ก็ปรากฎว่า มีผู้มีพระคุณต่อเขา เมตตาเขา ดลให้ดอกบัวลอยทวนกระแสน้ำตามการระลึกยขอร้อง ของเขา. เขาจึงเพียรต่อไปจนค้นพบสิ่งที่มนุษย์เสพนี้ คือ หลักอิถะปัจยตานั่นเอง. ฉะนั้นผู้เมตตา มีอำนาจในการสั่งการให้ดอกบัวทวนกระแสน้ำ เป็นสัญญา ที่ให้ไว้ว่าได้สร้างสิ่งนั้นไว้ให้ผู้ร้องขอนั้น ให้สัญญาณว่าให้เพียรต่อเถิด สภาวะโอกาสรออยู่. นั่นคือการไม่ลบหลู่สิ่งที่เหนือธรรมชาติ เหนือผู้ค้นพบสิ่งเสพของมนุษย์นั้น. ไม่กล่าวหาแต่งแต้มให้ผู้ค้นพบนั้นด่างพร้อยว่า อวดอ้างรู้เอง และห้ามกตัญญูต่อผู้ดลอำนาจนั้นมอบให้ท่าน แต่งแต้มว่าท่านให้ปิดกั้นการศึกษาหารูป หลังผัสสะนาม ปิดกั้นในคุณค่า ในสภาวะโอกาสที่ได้รับปัญญาญาณ วิทยะญาณ มาประจักษ์ต่อหน้า องค์ธรรมทั้งหลายมาประจักษ์ต่อหน้า. เลิกแต่งแต้มศาสนทูตที่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กับพวกท่านด้วย แต่ถูกใส่ร้ายมาตลอด อุตริการงานใหม่ๆขึ้นมาหาเงิน หาทาน หาความพึงใจกัน หางบประมาณของเพื่อนมนุษย์มาจับต้อง. จงนำคุณค่าของท่านนั้น กลับมาสู่สังคมโลก อย่างทรนงเถิด. ท่านไม่ผิด และผู้ที่ศรัทธาในพระเจ้า ไม่มีใครลบชื่อ ลบนาม ลบรูปท่านเลย. แต่ผู้ที่อ้างว่าติดตามท่านนั้น กลับมุสา ลบหลู่ผู้มีพระคุณของท่านนั้น จนแม้กระทั่งจำนนแล้วว่า มีพระคุณต่อตนเอง พ่อแม่ด้วย ก็ยัง มุสา หลบเลี่ยงในการ กตัญญูต่อผู้ศักดิ์สิทธิ์ เมตตาต่อมนุษยชาติ(แม้แต่ผู้เนรคุณยังให้เสพตั้งมากมาย)เมื่อขันธ์สามารถควบรวมจนท่านเป็นมนุษย์ได้แล้วนั้น นโยบายใหม่ๆตามพญามารกระซิบท่านคือ เนรคุณ ทั้งๆที่ก่อนขันธ์รวมกันได้ ท่านเคย กตัญญูมาก่อน(เพราะสัญญาต่อผู้มีพระคุณว่าจะไม่ลืมจะกตัญญู จะดพรงสัญญาขันธ์ให้ได้. แต่เมื่อควบรวมได้ กลับมีนโยบายใหม่คือ เนรคุณเป็น ลืมสัญญาเป็น เพิ่มเข้ามา. จงกตัญญูเป็นหลักการใหญ่ อย่าขาดธรรมในข้อนี้เด็ดขาด. มิเช่นนั้น อาจจะมีผู้นำอิถะปัจยตา มาหลอกท่านให้ เนรคุณ แล้ว จะหลุดพ้น ไม่ต้องพึ่งพา พระเจ้า (แต่ก่อนหลุดต้องพึ่งพาก่อน). นำ อิถะปัจยตา ที่คนดีๆ ค้นพบ มาปู่ยี่ปู่ยำ ใช้มันในทางขาดธรรม ในทิศทางพอกพูนชั่วช้า พอก เนรคุณ อกตัญญู. มำไมถึงจ้องทำสิ่งอกุศลต่อผู้ค้นพบ คุณค่าดีดีนั้นกันเล่า. กตัญญูต่อเขากันแล้วหรือ เข้าถึงเจตนารมย์ที่สุจริต ดีงามของท่านนั้นกันแล้วหรือ. ตรองให้ละเอียดๆซิ ว่า ท่านตกอยู่ในมนุษย์ประเภทใดกันเล่า.
เกิดแล้ว จง ค้นคว้าสิ่งนั้นให้ดีจีรัง. และ ชั่วจีรัง. ชั่วก็ประนามให้จัรังเข้าไว้. ดีก็สรรเสริญนิยมเข้าไว้. เพื่อลูกหลานเราเกิดมา จะไม่ต้องลองผิดลองถูก ลองเสพยา ลองผิดประเวณีอีก. แล้วไม่ต้องหลงเชื่อในการพนัน การพยากรณ์ใดใด ว่าศัพทย์ คำว่า บุญ บารมี. จะเป็นสิ่งไถ่โทษให้กับเขา. หรือ คือเครื่องมือ ประณีประนอมในความพลาดผิดของเขา. เขาจะไม่จ้องตกในบรรยากาศแห่งการพยากรณ์ ตกใต้ตำรา ใต้ อีเว้นท์ ของใคร. ลูกหญิงก็ไม่ต้องไปพลาด "แบ" ให้ผู้อวดอ้างเป็นตัวแทนนายหน้าบุญบาปที่ไหนเลย. ลูกชาย ก็ไม่ต้องละทิ้งหน้าที่ต่อครอบครัว แผ่นดิน หนีการพัฒนาตน บ้านเมือง หปพยากรณ์แลกข้าว แลกไอโฟน แลกซองที่ไหนเลย. ไม่ต้องยกเลิกสัญญาขันธ์ใดใดอย่างทุจริต คาดเดาเอาเองว่า ทำเช่นนั้น เช่นนี้ แล้วจะหลุดจากคดีผิด ไม่ต้องรับโทษ มันขี้ขลาด ขนาดทำผิดไม่กล้ารับผิดกันหมดประเทศแล้วหรือ. (ใครทำผิดไปลบหลู่ผู้มีพระคุณ ไม่กล้ารับผิดเอ่ย ทายซิน้องๆ). ใยจะหนีภพ หนีคดีกันไปก่อนเล่า. หากมอบตัว จะต้องใช้ทนาย ใช้อัยการ ที่ลวงโลก ลวงเอาทาน อยู่ทุกวันนี้หรือ.
บางเว็บ มีการกลัวเพื่อนมนุษย์จะมีสัทธรรม และเข้าถึงต้นแห่งพรได้ จึงมีการไล่ลบกระทู้ธรรมที่สร้างสิ่งนั้นได้จริง ที่ chinawangso.net กระทำการเช่นนั้น เพราะ กลัวว่าหากเพื่อนๆเข้าถึงต้นพร การเป็นตัวแทนนายหน้า บุญบารมีจะตกไป ตนหมดความสำคัญ อดรับทาน และการจับต้องงบประมาณจะลดลง จึงลบข้อความที่จรรโลงเกียรติศาสนทูตแห่งตน(พระพุทธเจ้า) ไปเสียสิ้น ลบอย่าเมามัน หลงลืม ปิดกั้น ไม่อยู่กับธรรม ไม่รับความจริง ไม่อยู่กับปัจจุบัน มุสาง่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ต้องตักเตือนแอดมิน. นำพาผู้คนหนีคดี หลุดภพชาติ ด้วยการไร้ธรรมมากมาย. จะพาพวกเขาไปไหนหรือ ในเมื่อ ผู้อวดอ้างนำทาง ยังหลงอยู่.