การได้สนทนากับผู้รู้เฉพาะทาง  จะทำให้เราได้ความรู้ใหม่เสมอ

บ่ายแก่ ๆของวันที่  21  ก.ค.  2549  นิสิต ป. เอก ( วัฒนธรรมศึกษา )  2 ท่าน  ของมหาวิทยาล้ยทักษิณ  เชิญผมร่วมหารือ

ทิศทางทำดุษฎีนิพนธ์  นายท้ายเรือถือหางเสือวันนั้นคือ

ศาสตราจารย์  นพ.  วีระศ้กดิ์  จงสู่วิวัฒน์วงศ์   หัวหน้าหน่วย

ระบาดวิทยา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ท่านเป็นผู้อำนวย

การสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้  ( วพส . )ท่าน อ.

มองสิ่งที่คุยกันอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์  ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ

        นิสิตท่าน 1  เป็นพระในพุทธศาสนา  มีคัมภีร์พระไตรปิฎก

เป็นฐานคิด  ท่าน อ.  ให้แง่คิดว่า  การแปลภาษาบาลีเป็นภาษา

ไทย  อาจมีความหมายไม่ตรงกัน  เพราะสิ่งที่มนุษย์ทำนั้น

มันมีผิดได้  และสิ่งที่คุยกันเมื่อ  2500  กว่าปีมาแล้วกับสิ่งที่

คุยกันในเรื่องเดียวกัน  อาจแตกต่างกันได้  เช่น  คุยกันเรื่องโลก

เราพูดถึงโลกกลม ๆ ใบนี้  แต่เขาคุยกัน  อาจหมายถึงชีวะ

ทั้งหลายก็คือโลกเหมือนกัน

        นิสิตท่าน  1  เป็นโต๊ะอิหม่ามในศาสนาอิสลาม  มีคัมภีร์

อ้ลกุรอานเป็นฐานคิด  ท่าน อ.  ให้แง่คิดว่า  การวิจัยที่น่าสนใจ

ไม่ควรศึกษากลุ่มคนที่มีฐานคิดเหมือนกัน  ท่านเสนอแนะว่า

เรื่องวิถีชุมชนมุสลิม  ควรศึกษากลุ่ม  3  จ.ชายแดนใต้ , กลุ่ม

จ. สตูล และกลุ่ม จ. กระบี่ , พังงา , ภูเก็ต  เป็นต้น

          นิสิต  2  ท่านนี้  ไปไหนมักเดินทางร่วมกัน  เป็นที่น่าสนใจ

ต่อผู้พบเห็นเสมอ  คือเป็นภาพแห่งความสงบ  สวยงาม

เหมื่อนครั้งอดีตที่บรรพบุรุษของเราได้ร่วมสร้างสรรไว้...ครับ.

หรือท่านมีความคิดเห็นอย่างไร...?

                                       ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                                            umi