ความเห็น 2808716

วัฒนธรรมวิถีพุทธกับวิถีมุสลิม

Pnon
IP: xxx.55.7.176
เขียนเมื่อ 

มุสลิม ทั่วโลก จะละทิ้งศาสนทูตท่านหนึ่ง ที่พระเจ้าส่งลงมายังท่านไปได้อย่างไร ท่านนั้นสุจริตดีงามจีรังแล้ว(แต่ถูกความต้องการของมนุษย์สวมรอย เสพประโยชน์ แปรมันเป็นสินค้าและบริการซะงั้น)

ลองกลับหลัง ตั้งต้นเดินทางใหม่เถิด ยังไม่สายหรอกที่จะจำนนต่อ ความผิดพลาดของตน

สารภาพ แล้วมอบตัว ตรงๆ ง่ายๆ ต่อ ผู้เที่ยงธรรม ไร้ตัวแทนนายหน้ากันเถิด

   มีคำสั่งจากท่าน มูฮัมมัด มิให้ละทิ้ง พระพุทธเจ้าที่เป็นทวด ที่ถูกส่งลงมาก่อนหน้าท่าน
ในครั้งที่ท่านได้เพลี่ยงพล้ำในสงคราม เพื่อ การประกาศศาสนาอิสลาม แบบ เป็นทางการ(Formal) ท่านได้สั่งให้ลูกน้อง เดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก อาณาจักรชามส์ ให้ส่งกองทหารที่เกรียงไกรมาช่วยเหลือ เพื่อไปสู่ความสำเร็จ ลูกน้องยังงงเลยว่า อาณาจักรชาร์มขณะนั้น คือ ดินแดนแห่งศาสนจักร ทั้งดินแดน(ชาวไครส์ หรือ คริสต์ นั่นเอง) แต่ก็เดินทางไป(ทำไม่ไม่ขัดหรือสงสัย แล้วจะเล่าแทรกทีหลังนะ)

   เมื่อไปถึง แน่นอน แจ้งความประสงค์จะเข้าพบกษัตริย์ชาร์มส ก็ถูกจับเข้าคุกแล้ว. ครั้น กษัตริย์ มาสอบสวน(กษัตริย์ชาร์มส นั้น พระเจ้ากำหนดให้ท่านมีความยุติธรรมสูง(มีธรรมข้อใหญ่ที่จำเป็น) )ได้สอบถามลูกน้องท่านมูฮัมมัดว่า มันไม่เป็นลิเก โอละพ่อไปหน่อยหรือ ที่เจ้านายเจ้า จะมาขอให้ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพระเจ้า และศาสนทูตเป็นของตัวเอง ไปช่วยรบ หากชนะ แล้วจะประกาศศาสนาใหม่เนี่ยะนะ ลูกน้องท่านมูฮัมมัดอึ้ง(ตามที่คิดไว้แล้วว่า เป็นงี้แน่เลย) 
  แต่พระเจ้าได้ดลให้กษัตริย์ชาร์มส เอ่ยปากว่า"เอางี้ มีวลี หรือ ประโยคเด็ดๆที่มูฮัมมัด ฝากมาบอกเรา เพื่อทำให้เราแต่งกองทหารที่เกรียงไกรของเราไปช่วยเล่นลิเกโรงนี้กับเจ้าไม๊ล่ะ"
  โดนครับ! ลูกน้องท่านหนึ่ง ก้าวออกมา แล้วกล่าวว่า " ท่านมูฮัมมัด กล่าวว่า"! "พระเจ้าของเรา มีคำสั่งให้ชนะสงคราม(หลังจากหนีครบ6ครั้ง)นี้เพื่อความพอเพียงที่จะประกาศศาสนาใหม่อย่างเป็นทางการ ที่ชื่อว่า สันติธรรม เพื่อเป็นสรณะของมวลมนุษย์ โดยมิให้ละทิ้งศาสนทูตใด ศาสนทูตหนึ่ง ที่ถูกส่งมาตักเตือนมนุษย์เลย" 
  โดนครับ กษัตริย์ชาร์มส ปิ้งเลยครับ (1พระประสงค์จากผู้มีพระคุณ คือพระเจ้าสั่ง 2มิให้ละทิ้งศาสดาคนใดเลย เยซู โมเสส สิถถะ) พลันสั่งให้แต่งกองทหาร ไปช่วยท่านมูฮัมมัด รบจนชนะศึก (อันเป็น PR หรือ Event ในยุคนั้นๆ ที่พระเจ้า จัดการให้อย่างสมดุลในการทำงานใหญ่ทันต่อยุคสมัย ขณะนั้นมนุษย์ยังมิได้รับความรู้ในการพัฒนาโทรทัศน์ วิทยุ) และประกาศศาสนาชื่อ "สันติธรรม"(อิสลาม) เพื่อใช้เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ
   ฉะนั้น มุสลิมที่ติดตามปรัชญาตามท่าน มูฮัมมัด ก็จะละทิ้งศาสดาคนไหนที่ถูกกำหนดก่อน ท่านมา มิได้ด้วย. เมื่อศึกษาพบว่าท่านใด ในเหล่านั้นถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกบิดเบือน ถูกสวมรอย ถูกเอาทรัพยากรณ์ท่านมาแปรเป็นสินค้าและบริการ ต้องช่วยเหลือ อย่าละทิ้งท่าน การตักเตือนต่อความเสียหายต่อดวงจิต ต่อบัญชีบาปบุญ เสียหายต่อส่วนตัว ต่อสังคม เป็นสิทธิ และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การเตือนบางครั้ง ผู้เตือนมิต้องการได้หน้า ได้ยศได้ศักดิ์ ได้ความพึงใจ เขาก็แอบเตือน ขึ้นป้ายบ้าง อะไรอื่นบ้าง อย่าปลดป้ายเขาลง แค่กลัวสูญเสียสังคมพยากรณ์ กระทำการที่มีผลตรงต่อการบิดเบือนศาสดาที่ดีงามท่านหนึ่งไปแค่นั้น จงมีศีล ปัญญา สมาธิ. มีสิ่งใดที่เที่ยงแท้ ก็ขึ้นป้ายผ้าต่อไปก็ได้นี่นา.