กุญแจในการปฏิรูปการศึกษา (๑)

ข้าพเจ้าได้รับเชิญจาก ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล ให้เข้าร่วมงาน "กุญแจในการปฏิรูปการศึกษา" The Key of Education Reform (Evidence-Based) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ซึ่งจัดโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ร่วมกับ ศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปลี่ยนแปลงนโยบายการศึกษาของประเทศไทย โดยลดความสำคัญในการพัฒนาการศึกษาในด้านวัตถุ ซึ่งเป็นเรื่องไกลตัว และมีประสิทธิภาพต่อการศึกษาน้อย หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องใกล้ตัว คือการสร้างสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างครูและเด็ก ที่เป็นหัวใจของการศึกษา ตามกระแสพระราชดำริในเรื่องแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน อันสอดคล้องกับงานวิจัยการศึกษาระดับโลก

ฯพณฯ องคมนตรี ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ได้กล่าวเปิดงาน โดยยกแนวพระราชดำริในการจัดตั้ง "กองทุนการศึกษา" เริ่มเมื่อต้นปี ๒๕๕๕ (ต่อมาในปี ๒๕๕๗ จดทะเบียนจัดตั้งเป็น "มูลนิธิยุวสถิรคุณ") ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่มีพระราชประสงค์ว่า "ให้สร้างโรงเรียนสร้างคนดีแก่บ้านเมือง" ที่ได้พระราชทานหลัก ๓ ประการในเรื่องครูและนักเรียน ดังนี้

(๑) ให้ครูรักเด็ก และ เด็กรักครู

(๒) ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจกับเพื่อน เช่น ไม่ควรให้เด็กแข่งกันเอาที่ ๑-๒ ของชั้น แต่ให้เด็กที่เรียนเก่ง ช่วยติวเพื่อนๆที่เรียนช้า เพราะทุกคนต้องแข่งกับตัวเอง

(๓) ให้ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำเป็นหมู่คณะ เพื่อพวกเขาจะได้เห็นคุณค่าของความสามัคคี

ในการขับเคลื่อนโครงการกองทุนการศึกษา คณะดำเนินการได้ยึดหลักในการทำงานกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยกำหนดเป้าหมาย ๒ ประการคือ

(๑) ช่วยส่งเสริมให้สถานศึกษาเกิดความพร้อม คือ ผู้บริหารพร้อมที่จะบริหารโรงเรียน ครูพร้อมที่จะสอนและอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ นักเรียนพร้อมที่จะเรียนรู้ ทั้งความรู้ ความดี และหัดทำงาน

(๒) ถ่ายทอดบทเรียน "โรงเรียนคุณธรรม" จากโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม ไปสู่โรงเรียนในโครงการ ดังนี้

รุ่น ๑ ปี ๒๕๕๕

โรงเรียนประถม - มัธยม ๑๙ แห่ง และวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม

รุ่น ๒ ปี ๒๕๕๖

โรงเรียนประถม - มัธยม ๓๕ แห่ง

รุ่นที่ ๓ พ.ศ.๒๕๕๗

โรงเรียนประถม - มัธยม ๔๖ แห่ง

ผลการประเมินสำหรับ รร. ๑๙ แห่ง และวิทยาลัยเทคนิคโพธาราม เมื่อได้ปฏิบัติจนครบวงรอบ ๑ ปีแล้ว ผลปรากฏว่า

(๑) พฤติกรรมไม่พีงประสงค์ลดลง

(๒) พฤติกรรมพึงประสงค์เพิ่มขึ้น

(๓) ผลการสอบไอเนตทั้งโรงเรียนดีขึ้นทั้งโรงเรียน

อนึ่งที่เรียกว่า "โรงเรียนคุณธรรม" เป็นการเรียกขานอย่างไม่เป็นทางการ หากเป็นทางการควรเรียกว่า "โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม" ด้วยเหตุผลว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงทั้งคุณธรรม (=นามธรรม) และจริยธรรม (+รูปธรรม,ความประพฤติ)ด้วย

สำหรับระยะสิบปีที่ผ่านมาของประเทศไทย โดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่า ประเทศไทยก้าวถอยหลัง มีการคอรัปชั่นทุกวงการ มีการละเลยกระบวนการยุติธรรม เกิดความขัดแย้งทางการเมือง และส่งผลกระทบทั่วไป บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจักต้องทบทวนตัวเอง ตั้งเป้าหมายใหม่ เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ ระบบการเรียนรู้ต้องเป็นสิ่งเดียวกันกับระบบคุณธรรมในเนื้อเดียวกัน

ทวงคืนความดีแบบไทยๆกลับคืนมา

ทวงศักดิ์ศรีของชาติกลับคืนมา

และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนทั้งชาติว่า

"เราต้องทำได้"

ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ได้รับทราบแนวคิดดีๆในการปฏิรูปการศึกษาในหลายมิติเช่นนี้ และตั้งความหวังว่า ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน


.....................................................................................................................................................................................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อยู่อย่างรู้เท่าทัน



ความเห็น (14)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ  ความรัก  ความผูกพันธ์   ความใกล้ชิด  ระหว่าง คุณครู  เด็ก ผู้ปกครอง  มีความสำคัญต่อเด็ก มากๆๆ  ค่ะ   ขอบคุณพี่ใหญ่มากค่ะ

เขียนเมื่อ 

แนวคิดในหลวงเห็นด้วยกับอ. เลยนะครับ  เพราะนั่นคือ สัตปุรุษที่แท้จริง ในหมู่ประชาชนชอบจังคำว่า

๑) "ครูรักเด็ก เด็กรักครู"  ทำอย่างไรจะเป็นได้อย่างคำนี้...เดี๋ยวนี้เหมือนสวนทางกับคำนี้นะครับ

๒) "ไม่ควรให้เด็กแข่งขันเอาที่หนึ่ง ที่สอง" เห็นด้วยเลย เนื่องจากว่า เด็กจะขาดความคิดแบบประสานสากล เพราะมัวแต่จะเอาตนเป็นมาตรฐาน และเห็นแก่ตัว เป็นเหตุให้เกิดช่องว่างระหว่างเด็กเก่งกับเด็กไม่เก่ง

๓) "โรงเรียนคุณธรรม" ในปัจจุบันเป็นจริงได้แค่ไหนครับ ผู้บริหารและครู (ทั้งโรงเรียนนั้น) มีแนวทัศน์เป็นเอกภาพหรือไม่ โดยเฉพาะครูที่จบมาจากนอก (ศิษย์ฝรั่ง) ยอมรับคุณธรรมแค่ไหน??

 และคำว่า คุณธรรม จริยธรรม มีกรอบอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร มีเป้าหมาย ๓ เป้าอย่างคือ ๑. ผู้เรียน? ๒. โรงเรียนนั้น? ๓. สังคม?  หรือไม่ ซึ่งต้องอาศัยศาสนามาช่วยไหม หรือต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้ง รัฐ + สังคม + ศาสนา + หลักการ

อย่างกรณีโรงเรียนวิถีพุทธเท่าที่สังเกตเห็น เป็นแค่ไฟไหม้ฟาง พอผู้บริหารระดับสูงนั้น หมดอำนาจ โครงการดังกล่าว ก็เป็นแค่เศษขยะในโรงเรียนเท่านั้น หรือเห็นแค่ป้ายว่า "วิถีพุทธ" น่าเศร้าแท้ๆ

ผม..พร้อมที่จะบริหารโรงเรียน..ครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบโครงการนี้จังค่ะพี่ใหญ่ อยากเห็น "โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม" เกิดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันในประเทศไทยค่ะ

เขียนเมื่อ 

Key Success Factor ง่ายๆ ที่พระองค์ทรงพระราชทานให้ทำ

(๑) ให้ครูรักเด็ก และ เด็กรักครู

(๒) ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจกับเพื่อน เช่น ไม่ควรให้เด็กแข่งกันเอาที่ ๑-๒ ของชั้น แต่ให้เด็กที่เรียนเก่ง ช่วยติวเพื่อนๆที่เรียนช้า เพราะทุกคนต้องแข่งกับตัวเอง

(๓) ให้ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำเป็นหมู่คณะ เพื่อพวกเขาจะได้เห็นคุณค่าของความสามัคคี

ร่วมทวงคืนความดีแบบไทยๆ "การศึกษาคุณค่าแท้" กลับคืนมาให้เด็กๆ ของเราครับ
เป็นความหวังของพ่อแม่ลูก และสังคมไทยครับครับคุณครู ^_^

เขียนเมื่อ 

เสียดายที่ไม่เข้าร่วมโอกาสนี้จริงๆ ครับ ... เพราะติดภารกิจไปขับเคลื่อนฯ ที่ สพป.กาฬสินธุ์ เขต ๑ ... ขอบคุณท่านที่ได้นำสิ่งดีๆ มาให้ติดตามครับ 

เขียนเมื่อ 

...เด็กวันนี้มีความสำคัญมากๆนะคะ เพราะเขาจะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญในวันข้างหน้า...

อ่านบันทึกแล้ว ดีใจมากค่ะที่ "โรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม" จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไปนะคะ

เขียนเมื่อ 

สอบถามครูหลายท่าน ส่วนใหญ่ เด็ก ไม่ค่อยสนในในการเรียนรู้ จาก ครู ครับ สนใจแต่ โลก Online ครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้ครูและอาจารย์ ทุกๆท่านครับ

...เราต้องทำได้....

Prof. Vicharn Panich

วัลลา ตันตโยทัย

อ.นุ

โอ๋-อโณ

Wasawat Deemarn

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

Dr. Ple

พ.แจ่มจำรัส

ฤทธิไกร มหาสารคาม

tuknarak

Pojana Yeamnaiyana Ed.D.

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

ส.รตนภักดิ์

กุหลาบ มัทนา

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่การขับเคลื่อนสู่การปฏิรูปการศึกษานี้ค่ะ

* น้อง Dr.Ple....ใช่ค่ะ การปฏิรูปการศึกษาต้องเริ่มจากรากฐานของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่าครูและนักเรียนในเชิงคุณธรรมและคุณภาพก่อนค่ะ.

* น้องส. รตนภักดิ์....ความหมายของโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม สะท้อนการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ไม่จำกัดเพียงบุคคลในโรงเรียนเท่านั้น อย่างแนวทางของ บวร.คือ บ้าน วัด โรงเรียน เป็นส่วนหนึ่ง ที่หากดึงสังคมรอบข้าง ขึ้นไปจนถึงระดับภาคและประเทศ ย่อมนำไปสู่ความต่อเนื่องและยั่งยืนนะคะ...

* น้องผอ.ชยันต์...ยินดีมากค่ะที่ยืดอกขึ้นรับความพร้อมในการเป็นผอ.โรงเรียนที่ดีของจังหวัด...จากสถานศึกษาพอเพียง ก้าวสู่ความเป็นศูนย์เรียนรู้ฯ..ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

* น้องกุหลาบ มัทนา....เริ่มจากโรงเรียนที่ทำได้แล้วเป็นต้นแบบจำนวนหนึ่ง ขยายผลเรียนรู้แบ่งปันประสบการณ์กันด้วยความมุ่งมั่นศรัทธาและวิริยะ...ใน ไม่ช้าจะกระจายไปทั่วแผ่นดินอย่างแน่นอนค่ะ

* น้องอ.นุ...นับเป็นแนวปฏิบัติที่เรียบง่าย ทำได้จริง บ่มเพาะขยายผลสู่ความเป็นรากฐานของแผ่นดินค่ะ

* น้องดร.ฤทธิไกร...นตอนที่ (๒) พี่ใหญ่จะได้เล่าถึงกลยุทธ์สู่ภาคปฏิบัติที่นำเสนอโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา

* น้อง Dr.Pojana...โครงการนี้ปฏิบัติได้จริง ไม่เพียงเป็นหลักการ วัดผลได้ สร้างแรงบันดาลใจดีๆสู่โรงเรียนทั่วประเทศค่ะ

* น้องหมอ JJ....แม้โลกออนไลน์ จะเป็นส่วนเข้ามาเสริมการเรียนรู้ แต่สัมพันธภาพของครูกับนักเรียนหลังการปฏิรูปการศึกษาตามแนวพระราชดำริ ย่อมจะเป็นรากฐานหลักของการศึกษาที่แท้จริงค่ะ

* น้องพ.แจ่มจำรัส....ตัวอย่างของ ๔ โรงเรียนนำร่องที่พี่ใหญ่เล่าไว้ในตอน (๒) สะท้อนชัดเจนถึงการปฏิรูปที่ไม่ไกลเกินเอื้อม..ว่างๆติดตามอ่านต่อนะคะ...

เขียนเมื่อ 

พี่ใหญ่ครับ

ที่กาญจนบุรีที่ผมลงพื้นที่มีโรงเรียนในโครงการ"กองทุนการศึกษา" เริ่มเมื่อต้นปี ๒๕๕๕ (ต่อมาในปี ๒๕๕๗ จดทะเบียนจัดตั้งเป็น "มูลนิธิยุวสถิรคุณ")

 คือโรงเรียนที่ผมไปช่วยชุดแรกโรงเรียนหนองปรือพิทยา โรงเรียนบ้านหนองสาหร่ายและโรงเรียนบ้านห้วยหวาย

โรงเรียนบางมูกนาก พิจิตร มาดูการจัดโรงเรียนคุณธรรมที่โรงเรียนบ้านหนองตาบ่ง กาญจนบุรีด้วยครับ

มาจัดกิจกรรมให้โรงเรียนทั่วประเทศ

ขอบคุณพี่ใหญ่มากๆครับ

น้องดร.ขจิต

* สวัสดีค่ะ ยินดีมากที่น้องชายจิตอาสาคนนี้ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการนี้ในหลายโรงเรียน...นี่คือแบบอย่างที่ดีในการเสริมหนุนการปฏิรูปการศึกษาที่กำลังก้าวสู่ความเป็นจริงในช่วงนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

กลับมาอ่านบันทึกคุณครูอีกครั้ง ทำให้เข้าใจหัวใจการศึกษา
ตามที่ในหลวงของเรา ทรงพระราชทานหลักให้ง่ายๆ ทำได้ทันทีเลยครับ

ขอมอบเพลงนี้แด่คุณครูพี่ใหญ่ ด้วยความเคารพรักเสมอครับผม ^_^

สวัสดีค่ะพี่ใหญ่

น้องมาอ่านบันทึกนี้ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกและรู้สึกเสียดายค่ะ

วันที่ 13 ตค.57 น้องได้ไปร่วมงานนี้ เป็นตัวแทนของสำนักงานฯ เสียดายที่ไม่ได้พบและเข้าไปกราบสวัสดีพี่ใหญ่ค่ะ
และดีใจที่ คุณหมอธีรเกียรติ ซึ่งเป็นวิทยากรหลักท่านหนึ่งบนเวที ได้มาเป็นรมช.กระทรวงศึกษาธิการค่ะ

ขอบคุณค่ะ