เหตุที่อมิตดามีสามีเป็นชูชก

      เวลาฟังเทศน์มหาชาติ กัณฑ์ชูชก ที่เห็นชูชกมีนางอมิตดาผู้ทั้งสาวทั้งสวยเป็นภรรยา  บางคนที่ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องนี้  คงจะสงสัยว่าทำไม นางอมิตตา หรือ อมิตดา จึงได้สามีเป็นชูชกซึ่งเป็นคนแก่และก็มีรูปร่างอัปลักษณ์ ในเนื้อเรื่องก็บอกไว้ชัดเจนว่าชูชกเอาเงินมาฝากพ่อของอมิตดา พ่อของนางใช้เงินหมด ไม่มีอะไรจะชดใช้แทน จึงให้ลูกสาวไปเป็นภรรยาชูชก  แต่เรื่องนี้ยังมีเบื้องหลัง ซึ้งบุพพกรรมของนางอมิตดานี้ ในชาติไหนไม่ชัดเจน เคยถวายดอกบัวเหี่ยวเฉาแก่พระ จะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่ทราบชัด ด้วยอำนาจผลกรรมที่เคยถวายดอกบัวเฉาแก่พระนั้น ส่งผลให้นางได้สามีเป็นชูชก ซึ่งเรื่องนี้ อาจารย์บานเย็น  ลิ้มสวัสดิ์ ท่านก็ได้พรรณนาไว้ว่า

 

    ท่านยกเหตุเทศน์เมื่อคราวก่อน                แม่บังอรมีจิตคิดเลื่อมใส

    เอาบัวโหยโรยร่วงพวงมาลัย                    บูชาให้แก่พระเป็นประเดิม

    ภายหลังเจ้าเอาประทุมที่ตูมสวย              บูชาด้วยบรรจงจิตส่งเสริม

   ผลบัวโรยโหยซ้ำกระหน่ำเติม                    ได้ผัวเริ่มแรกปะเหลือชรา

   ทั้งรูปชั่วตัวดำซ้ำยากเข็ญ                         ผู้ใดเห็นต้องหลบไม่คบหา

   ผลปทุมตูมดีมีราคา                                   ภายหลังมาได้หนุ่มชุ่มฤดี

   พิเคราะห์ดูดูไปมิใคร่เหมาะ                      นางทำเพราะใจสะอาดประสาทศรี

  ได้อย่างไรก็ทำไปตามมี                           มิใช่ชี้เจตนาว่าเลวทราม

  ครั้นทำไปได้ผลแก่ตนชั่ว                          คนก็กลัวเลิกทำซ้ำเหยียดหยาม

   ที่แก้ไว้ใช่ว่าจะพางาม                              ขอฝากความตอนนี้ให้พิจารณ์

 

    เรื่องนี้เป็นเช่นไรต้องดูที่เจตนาในเบื้องต้น (บุพพเจตนา)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พุทธพจน์กับการดำเนินชีวิต



ความเห็น (22)

เขียนเมื่อ 
  • คงจะจริงนะคะ
  • เหตุผลนี้นี่เอง

ขอบคุณ คุณครูอรวรรณที่มาเยี่ยมชม ที่บ้านครูคงจะมีบุญมหาชาติเช่นกันนะ

ยอดเยี่ยมเลยครับ ต้องบอกไว้ไม่อย่างนั้น คนได้ดอกไม้มา แต่ว่าเหี่ยวไปหน่อยเลยไม่ต้องบุชาพระกันพอดี

นะครับพระคุณเจ้า

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ

  • อ่านบันทึกนี้แล้ว คงต้องหันมาพิถีพิถัน ในการถวายดอกไม้
  • และก็คงต้องเพิ่มความประณีตในการทำอาหารใส่บาตรยามเช้าให้มากขึ้นค่ะ
  • อากาศปรวนแปร เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว  พระคุณเจ้าดูแลสุขภาพด้วยคะ

                         

  • การพับกลีบดอกบัว นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว
  • มีปริศนาธรรมอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าคะ

ขอบคุณ อาจารย์ ผ.ศ. และ คุณครูอิงจันทร์ ที่มาเยี่ยมครับ

คุณครูอิงครับ เรื่องเป็นปริศนาหรือไม่นั้นก็ไม่ชัดเจน และปริศนาเองก็เป็นกลางๆ แล้วแต่ใครจะตีความไปทางไหน ตามความเหมาะสม เช่นผญาอีสานที่เป็นปริศนาว่า..

 เจ้าผู้ผักอี่ตู่เตี้ยต้นต่ำใบดก กกบ่ทันฝังแน่น สังมาจีจูมดอก ฮากย่ทันหยั่งพื้น สังมาปลิ้นป่งใบ.. บทนี้บางคนก็บอกว่าเป็นเด็กอย่ามาริมีความรัก ..แต่บางทีก็หมายความว่า เมื่อไปอยู่ในถิ่นอื่น เมื่อยังไม่มั่นคงจริงอย่าคิดที่จะทำนั่นทำนี่ที่เกินตัว..

เขียนเมื่อ 

นมัสการพระคุณเจ้า

พระพุทธองค์ทรงเปรียบ คนเหมือนบัวสี่เหล่า

ดอกบัวตูม เป็นบัวสวย ก้านแข็ง(สายบัว) เก็บไว้ได้นาน ควรแก่การนำมาบูชาพระ เปรียบเสมือนการปฏิบัติตน ประพฤติตน ของปุถุชนต้องดี เสมอต้นเสมอปลาย

ดอกบัวบาน(บัวโรย) หมดอายุงาน ไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวง ไม่ควรปฏิบัติชั่ว

นางอมิตดา เป็นผู้ประเสริฐ ได้ทดแทนบุญคุณของบิดา มารดา ด้วยการยอมจำนนอย่างนั้น นับว่าเป็นผู้กตัญญูต่อบุพการี

"ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ..สาธุ..

เขียนเมื่อ 

นมัสการหลวงพี่

ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะ

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ

  • มารออ่านบันทึกใหม่ค่ะ
  • ขอบพระคุณ พระคุณเจ้านะคะทีแวะไปเยี่ยมเยียนครูอิง
  • หวังว่าพระคุณเจ้า สบายดีนะคะ 

                         

                                    สยามมณีฉันท์ ๘   : สตรีสวย..

 

             สตรีจะสวยก็ด้วยหทัย                 กมลจะใสเพราะได้ตริตรอง

            บุรุษสิหมายชะม้ายจะมอง             จะร่วมจะครองเพราะน้องอนงค์

            จะแต่งจะรักประจักษ์แถลง            มิคลามิแคลงแสดงประสงค์

            จะผูกฤพันจะมั่นฤคง                   จะยืนฤยงอนงค์ฤดี

            สตรีจะงาม ณ ยามประจักษ์          บุรุษจะรักสมัครมิหนี

            บุรุษจะหลงอนงค์สตรี                 เพราะทรามฤดีฉะนี้ฤทัย

 

                                                      "...พระมหาวินัย..."

                                                        ๒๔  มีนาคม ๕๔

 

                    

                          ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

  • กมลน้องสิหมองหม่น               มิยินยล ณ ชายใด

ประสบการณ์ผิว์ผ่านไป                   บ่ห่อนลืมเพราะชายเชือน

  • อดีตกาลมิผ่านเปล่า                 อนงค์เศร้ามิรู้เลือน

อนงค์น้องก็ทำเหมือน                     มิหวั่นไหวและชินชา

  • บุรุษหนุ่มก็พากเพียร                แวะวนเวียนมิสร่างซา

ประเล้าโลมมิเหนื่อยล้า                    สมัครรักเสนอตน

  • มนัสน้องฤทนทาน                   มิอาจต้านและจำนน

บุรุษหนุ่มสิยินยล                            อนงค์น้องก็เปลี่ยนไป

 

                                                  "...พระมหาวินัย..."

                                                    ๒๖ มีนาคม ๕๔     

 

อินทรวิเชียรฉันท์

 

   ข่าวว่าจะแต่งงาน        สิละคานฤคุณครู

รูปร่างก็พอดู                 สละโสดสิยินดี

อยู่นานก็แก่เกิน             จะเผชิญมิเปรมปรีดิ์

จงสุขสวัสดี                  ผิวทุกข์สลายคลาย

อยู่เดียวก็อ้างว้าง            วรนางค์ก็เปลี่ยวกาย

ความสวยจะเสื่อมคลาย    และมลายลุตามวัย

รูปร่างก็เสื่อมโทรม          จะชโลมบ่ห่อนใส

ความดีสิจับใจ               นฤมลจะงดงาม

 

                                  "...พระมหาวินัย..."

                                  ๑๕ กุมภาพันธ์ ๕๔

 
 

"เปรียบดอกไม้เหมือนพระสงฆ์"

เปรียบดอกไม้ เหมือนพระสงฆ์ องค์วิสุทธิ์          พุทธบุตร สละเพศ วิเศษหมาย

เมื่อมาอยู่ รวมกัน นั้นมากมาย                         ต่างกระจัด กระจายหลาก หลายพรรณ

เหตุไฉน จะงดงาม ตามระเบียบ                      เรียงงร้อยเรียบ เป็นมาลัย ให้สีสัน

อาศัยด้าย มาร้อย คอยเกี่ยวพัน                       แม้คละกัน ก็มีค่า น่าชื่มชม

พระวินัย ท่านเทียบ เปรียบดั่งด้าย                   หรือก็คล้าย แจกัน อันเหมาะสม

พระเณรดี มีวินัย ใฝ่อบรม                              โยมชื่นชม ศรัทธา สาธุการ

 

 

 

                                                                         พระมหาวินัย

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะIco48

  • บทประพันธ์ทุกบทของพระคุณเจ้า ไพเราะและถูกต้องตามฉันทลักษณ์
  • งดงามจริง ๆ ค่ะ
  • ขอเสนอให้พระคุณเจ้าเขียนเป็นบันทึกเผยแพร่ จะได้มีคนเข้ามาอ่าน มาประทับใจกับบทประพันธ์ที่หาอ่านยากแล้วในสมัยนี้
  • ปกติก็ชอบอ่านฉันท์ นะคะ แต่ส่วนมากจะเป็นแบบเก่า ๆ ไม่ค่อยมีใครแต่งใหม่
  • คงต้องขออนุญาตพระคุณเจ้านำไปรวบรวมไว้อ่าน ที่บล้อก "เก็บความคิดเห็นเป็นบันทึก" นะคะ
  • บทนี้โดนใจกว่าบทใด ๆ ค่ะ

ข่าวว่าจะแต่งงาน        สิละคานฤคุณครู

รูปร่างก็พอดู                 สละโสดสิยินดี

อยู่นานก็แก่เกิน             จะเผชิญมิเปรมปรีดิ์

จงสุขสวัสดี                  ผิวทุกข์สลายคลาย

อยู่เดียวก็อ้างว้าง            วรนางค์ก็เปลี่ยวกาย

ความสวยจะเสื่อมคลาย    และมลายลุตามวัย

รูปร่างก็เสื่อมโทรม          จะชโลมบ่ห่อนใส

ความดีสิจับใจ               นฤมลจะงดงาม

ขอบคุณคุณโยมสนั่น บุญมี คุณยาย และคุณครูที่มาเยี่ยมชม

ครูอิงจะเก็บบทข้างบนนี้ไว้มอบให้

สำหรับงานแต่งงานญาติมิตรค่ะ

ผลงานครู มากมาย หลากหลายอย่าง          เป็นแนวทาง ของครู ผู้อยู่หลัง

ฝากผลงาน ผ่านเว็บงาม ยามเมื่อยัง            เพิ่มพลัง ให้ชีวา น่าชื่นชม

ชีวิตครู เป็นตัวอย่าง ทางสร้างสรรค์            ครูแบ่งปัน  ชี้ทาง อย่างเหมาะสม

เฝ้าสอนสั่ง ทั้งแนะนำ พร่ำอบรม                 ขอชื่นชม ครูคนนี้ ที่ศรัทธา

ครูบอกว่า ทำเพื่อตอบ มอบคืนถิ่น               แม้ชีวิน เลือนลับ มิดับหนา

ประสบการณ์ งานประพันธ์ อันตรึงตรา        แทนชีวา ให้งอกงาม ยามพรากไกล

ด้วยความดี ที่ครูทำ นำให้สุข                     อย่ามีทุกข์ หม่นหมอง มิผ่องใส

ขอคุณครู แข็งแรง แข่งตามวัย                  ความเจ็บไข้ ขัดข้อง มิพ้องพาล

 

                                                         

     บทนี้แต่เดิมแต่งให้คุณครูภาทิพ แต่ถ้าจะมอบสำหรับคุณครูทุกคนที่มีใจมุ่งมั่นในการทำงานเผยแพร่ความรู้ก็คงจะเหมาะ

                                                              "...พระมหาวินัย..."

                                                              ๒๓  มีนาคม  ๒๕๕๔

เขียนเมื่อ 

นมัสการหลวงพี่

  • ตอนนี้เวลาเทศการงานบุญต่างๆจะมีดอกไม้ที่เวียนมาให้บูชา ทั้งเหี่ยวทั้งเก่า เราบูชาไปแล้วจะมีผลอะไรไหมคะ เพราะเราไม่ได้เตรียมไปเองค่ะ
  • คุณยาย ดอกไม้เหล่านั้นที่ทางวัดจัดไว้ให้มันเหี่ยวเฉา เราก็เลือกเอาดีๆที่ไม่เฉา ถ้าไม่มีก็เอาตามมีตามเกิด แต่ถ้าของไม่ดีไม่ประณีต ท่านว่าไม่ต้องตามลักษณะของสัปปุริสทาน คือการให้ทานของคนฉลาด
  • เรื่องที่เราบูชาไปแล้วจะมีผลอะไรหรือไม่นั้นต้องดูที่เจตนาของเราในขณะที่บูชา คิดว่าเจตนาเราคงจะดี คงจะไม่ได้คิดมุ่งเอาดอกไม้เฉาเป็นเครื่องบูชาหรอก
  • แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้เอาดอกไม้สดๆ หน่อย ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆก็ขอให้ตั้งเจตนาให้บริสุทธิ์ ในธรรมบทก็ปรากฏเรื่องของนางโกสาตกีเทพธิดา เอาดอกบวบขมสีเหลืองๆ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ และมีค่าน้อย น้อมนำไปเพื่อจะไปบูชาพระสถูป มีใจรำลึกถึงพระพุทธเจ้า ในระหว่างทางถูกแม่วัวชนเอา ถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็ไปเกิดเป็นเทพธิดาชื่อ โกสาตกีเทพธิดา มีผิวพรรณเหลืองๆ ด้วยเหตุนำดอกบวบขมไปบูชาและมีใจระลึกถึงพระพุทธเจ้า ส่งให้นางเกิดในสวรรค์เป็นเทพธิดา ทั้งๆที่นางยังไม่ได้บูชา แค่มีใจ
  • เพราะฉะนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เจตนา แม้การให้ทานก็เหมือนกัน เจตนาของผู้ให้ทานต้องบริสุทธิ์ทั้ง ๓ กาล คือ ๑. กาลก่อนแต่จะให้ ก็เป็นผู้มีใจดี ๒.ในขณะที่ให้ก็ทำใจให้เลื่อมใส ๓.ครั้นให้แล้วก็มีใจเบิกบาน นี่คือความสมบูรณ์แห่งทาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วัตถุทานก็ต้องเป็นของบริสุทธ์คือเป็นของดี สะอาดประณีต ไม่ได้เบียดเบียนใครมา ผู้ให้ก็เป็นผู้มีศีล เมื่อให้ก็ให้ก็เป็นสังฆทาน คือเป็นส่วนรวม ไม่เจาะจงพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง  และปฏิคาหก ผู้รับทาน คือพระสงฆ์ ก็ต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรม ถึงแม้จะมีกิเลสอยู่ แต่เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อละกิเลส ถ้าทำได้ดั่งนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มาก
  • ขอบคุณคุณยายที่มาเยี่ยมชม มีอะไรจะให้ชี้แจงอีกก็ถามได้นะ เรื่องที่ถามจะมีผลอะไรมั้ย ยกไว้ไม่ตอบ เมื่อทำไปด้วยใจบริสุทธิ์แล้ว ทำใจให้เบิกบานนั่นแลเป็นสิ่งที่ควรทำ เชื่อแน่ว่าย่อมได้รับผลดี เบื้องต้นหละความสุขใจเบิกบานใจ

 

เขียนเมื่อ 

นมัสการพระคุณเจ้า

    อนุโมทนากับผลงานการแต่งฉันท์ของพระคุณเจ้า

   โดยเฉพาะ "ข่าวว่าจะแต่งงาน        สิละคานฤคุณครู"

   ทำให้ครูภาทิพต้องนั่งหัวเราะ  "คิดได้ไง"  อิอิ

รู้จักครูรุ่นพี่คนนึง ได้ข่าวว่าจะแต่งงาน ก็เลยเขียนเล่นๆ ตอนนี้ก็แต่งแล้ว

เขียนเมื่อ 
  • กราบ  นมัสการพระมหาวินัย
  • เพิ่งเข้ามาอ่านผลงานที่ละเลยไม่เคยศึกษา
    และแล้วก็พบเพชรเม็ดงามในโกทูโนว์ ทั้งทาง
    ร้อยแก้วและร้อยกรอง
  • นางอมิตดาแม้จะได้สามีแก่แต่นางช่างเป็น
    ลูกสาวที่กตัญญูและภรรยาที่รู้หน้าที่..นี่คือ
    ความดีที่ยิ่งใหญ่ของนาง..
  • กราบขอบพระคุณค่ะที่ให้ข้อคิดดี ๆ สอนให้
    ประณีตละเอียดอ่อนในการทำสิ่งต่าง ๆ

ขอขอบคุณคุณครูธรรมทิพย์ ที่มาเยี่ยมและกล่าวชมเชย ไม่ใช่เพชรเม็ดงามอะไรหรอก ก็แค่หัดเขียน