ความเห็น 2401190

เหตุที่อมิตดามีสามีเป็นชูชก

เขียนเมื่อ 
  • คุณยาย ดอกไม้เหล่านั้นที่ทางวัดจัดไว้ให้มันเหี่ยวเฉา เราก็เลือกเอาดีๆที่ไม่เฉา ถ้าไม่มีก็เอาตามมีตามเกิด แต่ถ้าของไม่ดีไม่ประณีต ท่านว่าไม่ต้องตามลักษณะของสัปปุริสทาน คือการให้ทานของคนฉลาด
  • เรื่องที่เราบูชาไปแล้วจะมีผลอะไรหรือไม่นั้นต้องดูที่เจตนาของเราในขณะที่บูชา คิดว่าเจตนาเราคงจะดี คงจะไม่ได้คิดมุ่งเอาดอกไม้เฉาเป็นเครื่องบูชาหรอก
  • แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้เอาดอกไม้สดๆ หน่อย ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆก็ขอให้ตั้งเจตนาให้บริสุทธิ์ ในธรรมบทก็ปรากฏเรื่องของนางโกสาตกีเทพธิดา เอาดอกบวบขมสีเหลืองๆ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ และมีค่าน้อย น้อมนำไปเพื่อจะไปบูชาพระสถูป มีใจรำลึกถึงพระพุทธเจ้า ในระหว่างทางถูกแม่วัวชนเอา ถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นก็ไปเกิดเป็นเทพธิดาชื่อ โกสาตกีเทพธิดา มีผิวพรรณเหลืองๆ ด้วยเหตุนำดอกบวบขมไปบูชาและมีใจระลึกถึงพระพุทธเจ้า ส่งให้นางเกิดในสวรรค์เป็นเทพธิดา ทั้งๆที่นางยังไม่ได้บูชา แค่มีใจ
  • เพราะฉะนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เจตนา แม้การให้ทานก็เหมือนกัน เจตนาของผู้ให้ทานต้องบริสุทธิ์ทั้ง ๓ กาล คือ ๑. กาลก่อนแต่จะให้ ก็เป็นผู้มีใจดี ๒.ในขณะที่ให้ก็ทำใจให้เลื่อมใส ๓.ครั้นให้แล้วก็มีใจเบิกบาน นี่คือความสมบูรณ์แห่งทาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วัตถุทานก็ต้องเป็นของบริสุทธ์คือเป็นของดี สะอาดประณีต ไม่ได้เบียดเบียนใครมา ผู้ให้ก็เป็นผู้มีศีล เมื่อให้ก็ให้ก็เป็นสังฆทาน คือเป็นส่วนรวม ไม่เจาะจงพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง  และปฏิคาหก ผู้รับทาน คือพระสงฆ์ ก็ต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรม ถึงแม้จะมีกิเลสอยู่ แต่เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อละกิเลส ถ้าทำได้ดั่งนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มาก
  • ขอบคุณคุณยายที่มาเยี่ยมชม มีอะไรจะให้ชี้แจงอีกก็ถามได้นะ เรื่องที่ถามจะมีผลอะไรมั้ย ยกไว้ไม่ตอบ เมื่อทำไปด้วยใจบริสุทธิ์แล้ว ทำใจให้เบิกบานนั่นแลเป็นสิ่งที่ควรทำ เชื่อแน่ว่าย่อมได้รับผลดี เบื้องต้นหละความสุขใจเบิกบานใจ