ผมมองว่า ระบบ คือกรอบ คือโครง คือแนว ที่ทำให้อะไรต่อมิอะไร ไหลไปตามทางที่มีอยู่ หรือขุด-ถากไว้

เป็นมุมมองส่วนตัว ที่ไม่ลอกตำรา เพราะมองในมุมที่กว้างมากผิดปรกติ

algorithm ในการเขียนซอฟท์แวร์ ผมก็มองว่า เป็นการจัดการรูปแบบหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน ผมก็มองว่า การจัดการ เป็นเพียงภาคต่อเนื่องของ algorithm

นโยบาย ก็เพียงเป็นภาคต่อเนื่องของของระบบ โดยอาจอยู่ต่างระนาบกิจกรรม

ระบบการจัดการเอง ก็ไม่ได้อยู่เดี่ยว ๆ

แต่เป็นว่า เรากำลังจัดการอะไร ด้วย

เช่น จัดการรับมือกับสแปมในคอมพิวเตอร์ จัดการระบบ server จัดการระบบการศึกษา จัดการระบบวิจัย จัดการระบบสังคม

ก็จะมีลักษณะเฉพาะตัว บางอย่าง ก็เป็นเรื่องทางเทคนิคเยอะ บางอย่าง ก็น้อย

ในหลาย ๆ กรณี ระบบเอง ก็ไม่ได้ตรงไปตรงมา อาจซับซ้อนมาก ดูเปลือกนอก เสมือนหนึ่ง "ไม่มีอะไร" แต่ข้างใน ซับซ้อนสุด ๆ เช่น เซลล์

ถ้าดูจากหัวเรื่องที่ผมใส่ไว้ จะจับฉ่ายสุด ๆ ครับ

แต่เนื้อใน เป็นเรื่องเดียว ที่ต่อเนื่องถึงกันหมด คือ ระบบ & การจัดการระบบ

ไม่ได้สรุปแบบสำเร็จรูป แต่ต้องอ่านแล้วย่อยเองครับ

ผมจะลองรื้อจัดหมวดหมู่ดู เป็น version 2

หัวข้อที่ผมเขียนแล้ว รู้สึกว่าลงตัว ผมจะทำดอกจันไว้

ดู ๆ แล้ว ตัวเองเขียนเกี่ยวกับระบบการจัดการไม่น้อยเหมือนกัน ทั้งที่ไม่ใช่นักจัดการ และไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับการจัดการเท่าไหร่

พอดูอย่างละเอียด จึงได้นึกออกว่า เหตุผลคือ ผมสนใจระบบซับซ้อน

ระบบเหล่านี้ มีชีวิต ดำเนินไปได้ด้วยตัวเอง

แก่นแท้ของมันในด้านที่เป็นนามธรรม คือการคิดเชิงระบบ คือ การทำให้มันไปของมันได้เอง โดยไม่ต้องทำอะไร

ตัวอย่างเปลือกนอกด้านนามธรรม คือ ระบบ & การจัดการ ซึ่งไปของมันเองไม่ได้ ต้องเข็น ซึ่งจะด้อยกว่าการคิดเชิงระบบ แต่ก็เป็นสิ่งที่มีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน

และตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ก็คือ ระบบโดยจำเพาะเจาะจง

ผมสนใจระบบซับซ้อน เพราะนิสัยตัวเอง เป็นคนขี้เกียจ และไม่ชอบการชี้นิ้วสั่งคนอื่นด้วย จึงคิดว่า หากเรียนรู้แก่นแท้เหล่านี้ จะทำให้งานไปของมันเองได้โดยง่าย ไม่ต้องออกแรงตามจี้ ตามทวง ตามดูแลกันแจ

ก็เลยติดเป็นนิสัย เช่น เวลาหามาตรการจัดการ ผมจะพยายามมองหลายทางเลือกที่คิดว่า ดี หรือพอใช้ได้ แล้วดูว่า ทางเลือกไหน ที่น่าจะไปรอดที่สุดด้วยตัวของมันเอง

บางหัวข้อ อาจมีอยู่ในพรวนบทความหมวดอื่น ซ้ำกันอยู่บ้าง ต้องขออภัย แต่ใส่ไว้ที่นี้ เพราะมองความเป็น "ระบบ" เป็นหลัก

 

คิดเชิงระบบ

 

ระบบทั่วไป-การจัดการ

 

ระบบผุดบังเกิด-ระบบซับซ้อน ***

ระบบลักษณะนี้ เหมือนสิ่งมีชีวิต บางระบบ ก็คือ การมีชีวิต การเรียนรู้จากระบบเหล่านี้ จะทำให้เราเกิดมุมมองเรื่อง การจัดการโดยไม่ต้องจัดการ คือ การสร้างระบบรองรับ ให้สิ่งต่าง ๆ ไหลไปเองตามน้ำ

 

ระบบ IT

ระบบนี้ เนื้อหาไม่เข้มข้น ควรคิดเสียว่า ผมบ่นบ้าไปตามเรื่อง จะได้ไม่หงุดหงิด

 

ระบบ จิตวิทยา-ปัญญาประดิษฐ์-supercomputer

ดูเผิน ๆ เป็นคนละเรื่อง แกนร่วมคือ การรับรู้ การคิด การเรียนรู้ การตัดสินใจ  ส่วนความแตกต่าง คือ ชิวิตฐานคาร์บอน และ ชีวิตฐานซิลิกอน

 

ระบบสุขภาพ

ผมไม่ได้เอาสุขภาพเป็นตัวตั้ง ยกเอาระบบเป็นตัวตั้ง บังเอิญเป็นระบบที่มีเรื่องสุขภาพมาเกี่ยวข้อง

 

 

ระบบโครงสร้างประชากรศาสตร์

นี่คือสิ่งที่ชวนให้ หนักใจมากที่สุด ของสังคมไทยในอีก 30 ปีข้างหน้า 

(คนยุคนั้น อาจไม่รู้สึกอย่างผมว่า คือ มัวแต่ต้องปากกัดตีนถีบเอาชีวิตรอด ไม่มีเวลาว่างมาหนักใจ)

คือ สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีคนสูงวัย จำนวนมาก (จากสถิติที่มีผู้ศึกษาวิจัยฟันธงไว้) + คนในวัยทำงานที่มีความสามารถดูแลผู้สูงอายุ อาจมีแต่ผู้หญิงเป็นหลัก (เพราะปัจจุบัน เด็กผู้ชายหายไปจากระบบการศึกษามากจนน่าตกใจ) + มาตรฐานการศึกษาที่ต่ำมากในปัจจุบัน จะส่งผลให้กำลังหลักของประเทศยุคนั้น มีปัญหา คือ โครงสร้างการแบกภาระของสังคม จะเกิดภาวะ เตี้ย อุ้ม ค่อม

ฟังตอนนี้ อาจเห็นเป็นเรื่องตลก

ต่ถ้าปรับตัวไม่ทัน ถึงตอนนั้น เราจะอยู่ล้าหลังพม่า (เด็กพม่า คิดเลขเก่งกว่าเด็กไทย - เจ้าของร้านอาหารบอก) 

ที่กล้าฟันธง เพราะการเมืองเป็นอนิจจัง อย่าคิดว่าพม่าจะอยู่อย่างที่เป็นอยู่นี้ตลอดไป 

 

 

ระบบสังคม     

 

ระบบเอกสาร-ีusability-การสื่อสาร