ระบบการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ( e-Learning)
สื่อการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ แทนที่เอกสารหนังสือ ที่เรียกว่า สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
หรือ CAI (Computer Aided Instruction) ซึ่งมีซอฟต์แวร์ที่เป็นเครื่องมือให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย
และในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตได้พัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ก้าวมา
เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกอบรม รวมทั้งการถ่ายทอด
ความรู้ โดยพัฒนา CAI เดิมๆ ให้เป็น WBI (Web Based Instruction) หรือการเรียนการสอนผ่าน
บริการเว็บเพจ ส่งผลให้ข้อมูลในรูปแบบ WBI สามารถเผยแพร่ได้รวดเร็ว และกว้างไกลกว่าสื่อ CAI
ปกติ ทั้งนี้ก็มาจากประเด็นสำคัญอีก 2 ประการ
ประเด็นแรก ได้แก่ สามารถประหยัดเงินที่ต้องลงทุนในการจัดหาซอฟต์แวร์สร้างสื่อ
( Authoring Tools) ไม่จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมราคาแพงๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสื่อการเรียน
การสอน
ประเด็นที่สอง เนื่องจากคุณสมบัติของเอกสาร HTML ที่สามารถนำเสนอข้อมูลได้ทั้งข้อความ
ภาพ เสียง VDO และสามารถสร้างจุดเชื่อมโยงไปตำแหน่งต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้พัฒนา
ส่งผลให้การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ WBI เป็นที่นิยมอย่างสูง และได้รับการ
พัฒนาปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning (Electronics Learning)
ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
Web Based Learning (WBI)
WBI เป็นรูปแบบหนึ่งของการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีเว็บเพจเป็นสื่อในการนำเสนอ
โดยสามารถแบ่งลักษณะของเนื้อหาที่นำเสนอได้ 3 รูปแบบใหญ่ คือ
- Text Online เป็นลักษณะของเว็บไซต์ WBI ที่นำเสนอด้วยข้อความทั้งที่อยู่
ในรูปของ Text หรือเอกสาร PDF หรือ PPT เพื่อให้ดาวน์โหลดไปเรียกดู
- Low Cost Multimedia Online เป็นลักษณะของเว็บไซต์ WBI ที่นำเสนอด้วย
สื่อต่างๆ ทั้งรูปภาพ และภาพเคลื่อนไหว ตลอดจน Flash แต่ยังไม่มีระบบ
สมาชิก และ Web Programming ควบคุม
- Full Multimedia Online จัดเป็น WBI ที่ใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย รวมทั้งการ
ใช้ Web Programming มาควบคุมการนำเสนอ เช่น ระบบสมาชิก , ระบบ
ทดสอบและรายงานผล แต่ยังขาดระบบติดตาม , ตรวจสอบและรายงานผล
การใช้งานและบริหารจัดการเนื้อหา ( Course/Learning Management
System: CMS/LMS) เช่นเว็บไซต์
E-Learning
เทคโนโลยีการเรียนรู้รูปแบบใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด และหลายๆ หน่วยงานในประเทศไทยต่างก็สนใจที่จะนำมาพัฒนาเป็นระบบการเรียนการสอนของหน่วยงานนั้นๆ โดยเป็นระบบที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก WBI และเพิ่มเติมระบบจัดการ/บริหารหลักสูตรและการเรียนรู้ ( Course/Learning Management System: CMS/LMS) เข้ามาเพื่อให้สามารถบริหารเนื้อหาและติดตามการเรียนรู้ของผู้เรียน สำหรับประเทศไทย มีการพัฒนา e-Learning จากหน่วยงานใหญ่ๆ 3 หน่วยงาน ได้แก่
- e-Learning ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อโครงการ ChulaOnline มี URL ในการเรียกดูคือ www.chulaonline.com โดยปัจจุบันเปิดบริการให้ความรู้หลากหลายวิชา ทั้งสำหรับนักศึกษาและบุคคลภายนอก
- e-Learning ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(สวทช.) ภายใต้ชื่อโครงการ NOLP มี URL ในการเรียกดูคือ
www.thai 2 learn.com ปัจจุบันทีมพัฒนาได้ทำการออกแบบและพัฒนา
ระบบจัดการบริหารหลักสูตร ภายใต้ชื่อ "ระบบบริหารการเรียนแบบออนไลน์
( e-Learning Management System)" ขึ้นมาเอง
- e-Learning ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
(สวทช.) ภายใต้ชื่อโครงการ LearnOnline มี URL ในการเรียกดูคือ
www.learn.in.th โดยเปิดวิชาต่างๆ 10 วิชา โดยเป็นวิชาเลือกของนักศึกษา
สายวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาโทและเอก ของทุกมหาวิทยาลัย เป็นเว็บไซต์
ที่ดำเนินงานโดย สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย สำนักงาน
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่เกิดขึ้นจากการประชุมระดม
สมอง " Virtual Education Workshop" ซึ่งจัดเป็นเว็บไซต์ e-Learning ที่มี
ระบบบริหารจัดการหลักสูตร ( Course Management System) ที่ดีเว็บหนึ่ง
การผลิตสื่อ e-Learning
ในการผลิตสื่อ e-Learning นั้น ต้องเน้นให้การเรียนการสอนนั้นมีความเสมือนจริงมากที่สุด
โดยอาศัยการนำเทคโนโลยีการผลิตสื่อมาผสมผสานกันอย่างเหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันมีที่นิยมอยู่ 4
แบบ คือ
1. Streaming Media – การเรียนการสอนโดยใช้วิดีโอเป็นสื่อ มีเอกสาร พาวเวอร์พอยต์
ประกอบแล้วส่งไปยังระบบเครือข่าย ผู้เรียนดาวน์โหลดไปเรียนไป มีภาพวิดีโอ ครูผู้สอน
พูดบรรยาย สามารถเลื่อนเนื้อหาได้ตามต้องการ มีแบบทดสอบในตัว เหมาะกับวิชาที่
อาศัยการบรรยาย สรุปรายละเอียดเนื้อหาเป็นหลัก
2. Macromedia Flash – ใช้สร้างสื่อ Interactive เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ อาจจะทำเป็นเกม
วิธีการสร้างค่อนข้างยาก จะเสียเวลามาก เหมาะกับหลักสูตรที่มีการเวิร์กชอป การปฏิบัติ
เน้นการเรียนแบบมีส่วนร่วม เช่น วิชาเคมีที่ต้องผสมสารเคมี ทำให้เห็นว่าผสมตัวนี้แล้วได้
อะไร เกิดค่าอะไรเกิดขึ้น จะมีการสร้างภาพจำลองให้เห็นได้ เป็นต้น
3. Broadband Technology -- เป็นชนิดของความเร็วสูง สื่อสามารถส่งผ่านไปยังผู้เรียนได้
สะดวก รวดเร็ว ครบถ้วนในลักษณะ vdo conference ทั่วไป เหมือนเรียนทางไกล ต้อง
อาศัยเครือข่ายที่มีความเร็วสูง
4. Simulation – การสร้างสถานการณ์จำลอง ให้ผู้เรียนเห็นภาพได้ชัดขึ้น ต้องใช้การคิด
ร่วมกันของหลายฝ่ายทั้งผู้ผลิตหลักสูตรและผู้ผลิตสื่อมาชวยกันดีไซน์รูปแบบว่าเนื้อหา
แบบไหนจะใช้เทคโนโลยีแบบใดผู้เรียนจึงจะเข้าใจบทเรียนได้ง่ายขึ้น
ข้อดีในการนำระบบ e-learning มาใช้ คือ
เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน
1. ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูล และเนื้อหาวิชาความรู้ต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
2. การเร่งความเร็วในการพัฒนาบทเรียนโดยไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำซ้อน
3. เป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาจารย์ที่เก่งโดยทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนกับอาจารย์
เก่งที่มีน้อยได้ตลอดเวลา
เพื่อพัฒนาบุคลากร ในองค์กร
1. เพื่อให้พนักงานในองค์กรทุกคนสามารถได้รับการอบรมเพื่อพัฒนาความสามารถอย่าง
ทั่วถึง
2. ทำให้ลดต้นทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
3. สร้างความตื่นตัวให้กับพนักงาน ทำให้มีการศึกษา และพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
4. ทำให้มีการสร้างองค์ความรู้ในองค์กร
5. สามารถนำมาใช้เพื่อประเมินความรู้ความสามารถของพนักงานได้
อุปสรรคสำคัญในการทำ e-Learning
อาจเกิดจากผู้ทีเกี่ยวข้องในหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้ เช่น สถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา
อาจารย์ นักศึกษา ผู้ปกครอง ประชาชน พ่อค้า เป็นต้น
อาจารย์
อุปสรรค : อาจารย์อาจยังไม่มีความพร้อมในการจัดหลักสูตร หรือสอนผ่านระบบ e-learning
เนื่องจาก
1. ไม่เห็นความสำคัญของการทำ e-Learning
2. กลัวว่าเมื่อนำเอาระบบ e-Learning เข้ามาใช้แล้วจะสูญเสียความสำคัญ
3. ไม่มีความรู้ในการใช้เครื่องมือต่างๆ หรือการใช้โปรแกรมใหม่
4. ไม่มีเวลาในการจัดทำหลักสูตร เนื่องจากมีงานประจำ หรืองานอื่นอยู่แล้ว
5. จัดทำหลักสูตรไม่ถูกวิธี หรือทำแล้วไม่มีความน่าสนใจ
การแก้ปัญหา : สามารถทำได้ไม่ยาก โดยให้การทำความเข้าใจถึงความสำคัญของระบบ e-
Learning รวมถึงความจำเป็นในการนำมาใช้งาน เนื่องการเปลี่ยนแปลงของสังคม ยุคสมัย
และการนำเอาเทคโยโลยีมาใช้นั้นก็เพื่อทำให้การสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ควรที่
จะทำการฝึกอบรมการใช้งานระบบ e-Learning ให้กับอาจารย์เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และ
เพื่อให้สามารถใช้โปรแกรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาหลักสูตร
ให้เป็นที่น่าสนใจ สามารถเข้าใจได้ง่าย เป็นต้น
อุปสรรค :
1. สังคมไทยไม่ใช่สังคมนักอ่าน นักศึกษาต้องเรียนรู้ อ่านตำราเองซึ่งอาจทำให้เกิด
ความเบื่อหน่าย
2. นักศึกษาหลายคนยังให้ความสำคัญกับการรับปริญญา หรือใบประกาศนียบัตร
มากกว่าการศึกษาหาความรู้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดการทุจริตในการทำข้อสอบ
การแก้ปัญหา :
1. จัดบทเรียนที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบการอ่านทีละมากๆ
2. ควรมีการทำแบบทดสอบระหว่างบท เพื่อให้มีการคิดทบทวน และทำให้ผู้เรียนมี
ความใส่ใจในเนื้อหามากขึ้นกว่าการเรียนโดยการอ่านเพียงอย่างเดียว
3. จัดระบบให้สามารถควบคุมการเรียนได้จริง เช่นหากไม่ผ่านการทดสบเรื่องใดเรื่อง
หนึ่งก็จะไม่สามารถลงทะเบียนเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกันในระดับที่สูงขึ้นได้ เป็นต้น
4. การสอบวัดผลนั้นอาจทำโดยให้สอบในสถานที่สอบส่วนกลาง เพื่อป้องกันการทุจริต
หรือให้มีการจัดสถานที่สอบที่สามารถควบคุมได้ เป็นต้น
แนวทางในการพัฒนา
1. องค์กรที่จะนำระบบ e-Learning เข้ามาใช้นั้นควรพิจารณาว่าจะนำมาใช้ในระดับกลยุทธ์
หรือไม่
2. ควรศึกษาและทำความเข้าใจการนำเอาระบบ e-Learning เข้ามาใช้งาน
3. จัดหาผู้ทำหน้าที่ดูแลระบบ e-Learning เต็มเวลา เพื่อที่จะสามารถปรับปรุง และแก้ไข
ปัญหาได้อย่างเต็มที่
4. ทำการสนับสนุนอาจารย์ อำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน และจัดทำหลักสูตร
พร้อมกับจัดหาผู้ช่วยสอน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. จัดทำโครงการ Change Management
6. ฝึกอบรมอาจารย์ให้มีความรู้เรื่องการใช้โปรแกรม เครื่องมือในการทำหลักสูตร และการ
ทำหลักสูตรให้ออกมาน่าสนใจ เป็นต้น
7. ทำการประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้งาน e-Learning
ดรรชนีชี้วัด ในการนำเอาระบบ e-Learning มาใช้
1. ผู้เรียนเข้ามาศึกษาแล้วได้ผลจริง เกิดการเรียนรู้
2. ผลการเรียนไม่ด้อยกว่าการเรียนจากชั้นเรียน
3. มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียน
4. มีการสื่อสารระหว่างกลุ่มผู้เรียน และระหว่างอาจารย์กับผู้เรียนมากขึ้น และเป็นไปอย่าง
ทั่วถึง
5. มีการสร้างเครือข่ายพันธมิตร และได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา และองค์กร
ต่างๆ อย่างเต็มที่
6. พนักงานมีการพัฒนาความรู้ และสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ขององค์กรอย่างทั่วถึง
7. พนักงานมีความรสนใจและพยายามพัฒนาทักษะของตนอยู่ตลอดเนื่อง มีการประเมินผล
เพื่อวัระดับอยู่เสมอ และสามารถนำผลการประเมินนั้นมาใช้เพื่อพิจารณาร่วมกับผลงาน
ของพนักงาน
----------------------------------------------------
ข้อมูลอ้างอิง:
1. ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC : สามารถศึกษาข้อมูล
เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.nectec.or.th/
2. ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ , E-learning, 27 เมษายน 2549 : สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ http://www.drkanchit.com/
3. ศูนย์กลางบริการภาครัฐ : สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์
ขอบคุณครับ กำลังเลยครับ
ควรมการอธิบายให้ลึกและชัดเจนมากขึ้น
ควรมีการอธิบายให้ลึกและชัดเจนมากขึ้น
และอยากให้มีการอธิบายถึงสไลด์อิเล็กทรอนิกส์
แล้วการเรียนแบบe-Learning ได้ผลมากน้อยไหนคะ