สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ EADP รุ่น 10 ทุกท่าน
ขอต้อนรับเข้าสู่ ช่วงที่ 2 ของ หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รุ่นที่ 10 (ปี 2557) หรือEGAT ASSISTANT DIRECTOR DEVELOPMENT PROGRAM : EADP 2014 ระหว่างวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์ 2557
แม้ว่าจะเป็นการทำงานต่อเนื่องเรื่องคนให้กับ กฟผ. มาปีนี้เป็นปีที่ 10 แต่ผมก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และพยายามจะแสวงหาความรู้ที่สด และทันสมัยมาแบ่งปันกับลูกศิษย์ของผมเสมอ
จากการพัฒนาผู้นำและผู้บริหารของ กฟผ. ในระดับผู้อำนวยการ 3 รุ่น และในระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอีก 6 รุ่นที่ผ่านมา ผมมีความภาคภูมิใจในลูกศิษย์ของผมที่วันนี้หลายคนเติบโต และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของสังคม
"ทุนมนุษย์" ใน กฟผ. นั้นเข้มแข็งและมีศักยภาพอยู่แล้ว ผมเป็นเพียงผู้ที่จะช่วยทำหน้าที่จุดประกาย สร้าง Inspiration ให้พวกเขามีพลัง มี Ideas ใหม่ ๆ มีความเข้าใจสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกและพยายามเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จ รวมทั้งการทิ้งผลงานหรือสิ่งที่มีคุณค่าไว้สำหรับสังคมไทยของเรา
สิ่งที่ผมและคน "กฟผ." ต้องระลึกถึงเสมอ คือ ผู้นำของเรา ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าการ กฟผ. และอดีตผู้ว่าการฯ ทุกท่าน น่าชื่นชมที่มีปรัชญาและความเชื่อว่า "คนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร" สูตรสำเร็จของการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรในยุคนี้ คือ ผู้นำหรือ CEO+SMART HR+ Non-HR และผมเชื่อว่าการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ใน กฟผ. อย่างต่อเนื่องจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ กฟผ. เติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน
สำหรับการพัฒนาสมรรถนะผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 10 ในปีนี้ ผมก็หวังว่าจะมีสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้ร่วมกันเพื่อประโยชน์ในการทำงานของ กฟผ. และเป็นการสร้างที่สร้างความสุขให้แก่คนไทยต่อไป และผมขอให้ทุกท่านใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ของพวกเรา และแบ่งปันความรู้เหล่านี้ไปสู่สังคมของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
12 กุมภาพันธ์ 2557
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม จังหวัดกาญจนบุรี
อาจารย์ทิวาพร ศรีวรกุล
อาจารย์ยุทธการ มากพันธุ์
สรุปการบรรยายโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
สรุปการบรรยายธรรมชาติบำบัด ปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง
โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
องค์ความรู้
- ธรรมชาติบำบัดเป็นการรักษาแบบใช้ธรรมชาติ
- หลักเพื่อต้องการให้คนปรับพฤติกรรม ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
- การแพทย์พอเพียงต้องมีจิตใจที่พอเพียงก่อน
ปัญหา
- 30 ปีมาแล้วประเทศไทยเป็นโรคขาดสารอาหาร ต่อมาเข้าสู่ยุค NICs กินเยอะไปหน่อย เลยเกิดโรคตามมาเช่น โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ไตวาย มะเร็ง เป็นต้น
- ปัญหาจริง ๆ ในชุมชนเป็นอย่างไรบ้าง
- ปัญหาสุขภาพผู้เข้าอบรมพบว่าคนแข็งแรง 30 % อ้วน 60 % ความดันเลือดสูง 20%
อย่างไรที่เรียกว่าอ้วน
ในกลุ่มที่อบรมพบว่าคนผอม 25 % พอดี 20.6% ท้วม 37.9 % อ้วน 3.4 %
สรุปท้วมและอ้วน 72% เป็นสภาวะที่ไม่ปกติ
การสู้กับปัญหาน้ำหนักเกิน มีปวดข้อ ปวดเข่า ความดันสูง ไขมันสูง
เราจะเอาอะไรเพื่อวัดว่าอ้วนหรือไม่
BMI = เอาน้ำหนักตัวกก. หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลัง 2
ความหมายของค่า BMI
ต่ำกว่า 20 ถือว่าผอม
20-23 พอดี
เกิน 23 ท้วม
เกิน 25 อ้วน
เกิน 30 โรคอ้วน
ไขมันในร่างกาย 2 แบบ
1. ไขมันใต้ผิวหนัง
2. ไขมันในพุง
วิธีวัด
หาสัดส่วนระหว่างพุงกับสะโพก วัดตรงสะดือ
ผู้หญิงไม่ควรเกิน 0.8 ผู้ชายไม่ควรเกิน 0.95
พุงต้องไม่ใหญ่กว่าสะโพก
ตัวอย่างประเภทไขมัน
ไขมันในพุงทำหน้าที่สร้างสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้ามากเกินไปก็จะหยุดสร้างฮอร์โมน
ไขมันมากเกินเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน อาการวัยหมดประจำเดือนมาก ทำให้อ้วน ถึงแม้ไม่ได้กินอะไรก็อ้วนเอา อ้วนเอา
ตั้งแต่อดีโปเนกติ อดิปซิน สร้างความอ่อนเยาว์ มาสู่เลปติน ทำให้อิ่ม
(คนอ้วนส่วนใหญ่ขาดเลปตินเพราะกินเท่าไหร่ไม่อิ่ม) ถ้าอ้วนเกินจะขาดฮอร์โมนเพศ ผู้หญิงจะเข้าวัยทองเร็ว ผู้ชายจะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ทิวเนอร์ นิโค ซิส แฟคเตอร์ เป็นสารกำจัดมะเร็ง คนอ้วนไม่ค่อยมี จึงเป็นมะเร็งง่ายกว่าคนผอม
อ้วนแล้วเป็นอย่างไร
ไขมันล้นไปที่ตับ ไขมันพอกตับ
ข้อสะโพกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม
คนกินมากขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบปี 1954 กับ 2004
สิ่งที่ควรงด
แป้ง คาร์โบไฮเดรตที่ทำให้อ้วน ตัวอย่างประเทศที่อ้วนมากคืออเมริกาจนอเมริกานำหน้าเรื่องโรคอ้วนเสนอสูตรอาหารไม่ให้กินแป้ง กินแต่โปรตีนอย่างเดียว ผลคือคนอ้วนลดลงจำนวนมาก
ลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ
1. กินให้น้อย
กินเนื้อสัตว์ กินผัก (กินเนื้อ 1 ส่วน กินผัก 2 ส่วน) ไม่กินข้าว หรือคาร์โบไอเดรตอื่น ๆ ไม่กินผลไม้ ถั่ว /นม
การกินอาหารครบ 5 หมู่ไม่ได้จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละคน เราต้องดูว่าตัวเราขนาดนี้เป็นอย่างไหน
อาหารห้ามกิน / อาหารให้กิน
1.การห้ามและกินอาหาร
ห้าม
ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เกี๊ยว วุ้นเส้น
ผลไม้ทุกชนิต น้ำผลไม้
นม นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมพร่องไขมัน เค้ก ไอศกรีม ช็อกโกแล็ต ไมโล โอวัลติน
นมถั่วเหลือง ถั่ว ข้าวโพด เกาลัด แป๊ะก๊วย ลูกบัว
ไก่ชุบแป้งทอด น้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ
กิน
หมู ไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้
ผัก
อาหารว่าง ชิ้นไก่ หมูจิ้มซีอิ้ว
ไตรกีเซอไรด์ มาจากแป้ง กินมัน ๆ จะอิ่มท้องมื้อเย็นต้องกินดัก ไข่กินได้ ข้อมูลใหม่ไข่ไม่ได้ทำให้เกิดคอเรสเตอรอลในเลือด แต่ตัวแป้งทำให้ไขมันในเลือดสูง
สูตร Low fat High Carbohydrate ผิด ต้องสลับกันถึงดี เป็น Hight Fat Low Carbohydrate อย่างการกินสเต็กจะดี
ขนมคือเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ เป็ดย่าง การกินไส้กรอก ลูกชิ้นต้องกินแบบไม่มีแป้ง
ข้าวขาวคืออัลฟาท็อกซิน เก็บมาหลายปีขายไม่ออก มีความชื้นสูง เป็นตัวทำให้เกิดเชื้อรา หรืออัลฟาท็อกซิน ต้องกินข้าวกล้อง
เจียวไข่ให้เจียวน้ำมันหมู กินเส้นบุก อาหารทะเลกินได้ เพราะมี Fish oil ในตัว
2. ออกกำลังกาย
ในน้ำจะทำให้น้ำหนักเบา
ไขมันเลือดสูง
คลอเรสเตอรอล ประกอบด้วย 3-4 ตัว HDL (ดี), LDL(ไม่ดีแต่มีประโยชน์), VLDL(Tri /5 ดีอยู่ใต้ผิวหนัง)
การลำเลียงไขมันส่งไปที่ตับ แล้วลอยไปในหลอดเลือด ไปถึงใต้ผิวหนังซุกอยู่ใต้ผิวหนัง ส่ง VLDL เป็น LDL (ตัวลำเลียง ไปในส่วนต่าง ๆ )
ความเชื่อผิด ๆ
- กินเจดี กินเนื้อสัตว์ไม่ดี
- บริษัทขายยาร่วมกับการวัดคอเรสเตอรอลเปลี่ยนจาก 250 เป็น 200 บังคับให้คนกินยาลดไขมัน แล้วไปหาหมอ หมอบังคับให้กินยาลดไขมันตลอด ทำให้อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มี
คนกินยาลดไขมันมาก ๆ จะไปสะสมที่ตับเป็นการซุกปัญหา ถ้ากินครบ 5 ปีจะมีเอนไซม์ตับสูงเพราะตับพอกไขมัน
ตัวช่วยสำหรับลดไขมัน ลดน้ำหนัก
1. Bio3-Fiber ทำให้อิ่มเร็ว ลดการดูดซึมไขมัน น้ำตาล
2. Biochromium
3.Fish oil ช่วยปรับการหมุนเวียนไขมัน ลดการอักเสบ ปรับสมดุลของโพรสตาแกลนดิน 1,2,3 กิน 3 เม็ด ก่อนอาหาร
การแพทย์ทางเลือกกับโรคพบบ่อย
หวัด
อาหาร อดล้างพิษ 1 วันด้วยผลไม้
การปฏิบัติ นอนพักมากๆ
วิตามิน วิตามินซี ชีวภาพ 1000 มก. 2 เม็ดทันที ต่อจากนั้นครั้งละ 1 เม็ด ทุก 1 ชั่วโมงจนท้องเสีย วันรุ่งขึ้น ทาน 1 เม็ด 4 เวลาหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
ฟ้าทะลายโจร 5 เม็ดลูกกลอน (3แคปซูล) 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน
ขมิ้นชัน 5 เม็ดลูกกลอน (3แคปซูล) 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน
ภูมิแพ้
นม (วัว) ใช่ว่าจะมีแต่ผลดี ผลเสียของการดื่มนม (วัว)
1. อุดมด้วยกรดไขมันอิ่มตัว เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไขมันเลือดสูง โรคอ้วน และโรคหัวใจหลอดเลือด
2. นมก่อมะเร็งเต้านม
ตัวอย่างอาหารที่ให้แคลเซียม
ปลาร้า กุ้งแห้ง กะปิ งาดำ กุ้งฝอยน้ำจืด ใบชะพลู ใบยอ มะขามฟักสด
เครียด นอนไม่หลับ
ต้องบำรุงสมอง
ออกกำลังกาย วอร์มอัพ
กินวิตามิน B100 1 เม็ดเช้า 1 เม็ดเที่ยง
วิตามินซี 1000 มล. 1 เม็ดเช้า 1 เม็ดเย
สมุนไพร กล่อมอารมณ์ 5 เม็ด 4 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน
ปวดศรีษะ
วิตามิน B 100
ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
ปรับอาหาร กินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์พอควร
ปฏิบัติ ปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงาน ให้มีความยืดหยุ่น เช่นเลื่อนเก้าอี้ให้ใกล้ที่ขับรถ คอมพิวเตอร์ระนาม 45 องศา
ฝังเข็ม10 ครั้ง
สมุนไพร
เถาวัลย์เปรียง 3 เม็ด 3 เวลาหลังอาหาร
Dolomite 2 เม็ด 2 เวลาหลังอาหาร
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง วารีบำบัดอานุภาพแห่งน้ำ
โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
ตัวอย่างเช่นอินเดีย มีประเพณีการอาบน้ำ ชาวจีนม้ง อาบน้ำแร่ ตุรกี กรีก ฟินแลนด์อบซาวน่าร้อนสลับเย็นไอร์แลน์มีน้ำอุ่นที่มีเกลือแร่ด้วย
สังเกตได้ว่าความร้อนและน้ำจึงเป็นเรื่องของสุขภาพทั้งสิ้น กินไวน์ดี แต่ถ้าเกิน 50 ซี.ซีจะก่อให้เกิดสารพอกตับ
ประวัติความเป็นมาของวารีบำบัด
300 ปีก่อน เพรียสนิตส์ ทำ ใช้จริง ๆ ในการบำบัดโรค เช่น หญิงปวดประจำเดือนแก้โดยใช้น้ำร้อนและน้ำเย็น เอาก้นจุ่มน้ำร้อน เท้าจุ่มน้ำเย็น ต่อมาทำสลับกันก้นจุ่มน้ำเย็น เท้าจุ่มความร้อน
การตอบสนองขั้นต้นต่อความร้อนจัด
ถ้าอยู่ในที่ร้อน เช่นห้องซาวน่าอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เพื่อคายความร้อน เลือดไปกองที่ผิวหนังหมด ส่วนอื่น ๆ เช่น สมอง ตับ ไต เลือดน้อยกว่าปกติ อวัยวะตรงกลางจะขาดเลือด ดังนั้นจึงไม่ให้อยู่นาน แค่ 3-5 นาที ไม่นานกว่านั้น แล้วออกมาจุ่มตัวในบ่อน้ำเย็น เพื่อดึงเลือดให้กลับส่วนกลางก่อน แล้วค่อยกลับเข้าไปอีกที
ผลของซาวน่า
1. ทำให้ภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีเมื่อมีอุณหภูมิมากกว่า 37 องศา
เช่น คนไทยอบสมุนไพรตอนหลังคลอด
2. เวลาร้อน เอาเม็ดเลือดขาวไปด้วย
3. การบริหารอวัยวะให้แข็งแรง จากการเอาเลือดเข้า เลือดออก
สรุปเวลาอาบน้ำร้อนสลับเย็นจะทำให้เกิดการคลายเครียด แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามผู้หญิงท้อง เพราะเด็กอยู่ตรงกลาง
ข้อพึงระวัง
- ผู้สูงอายุ
- ผู้เป็นโรคหัวใจ
- ความดันสูงต่ำมากเกินไป
- เป็นไข้
การอบสมุนไพร
1. สมุนไพรที่ให้กลิ่นหอม
2. สมุนไพรให้รสเปรี้ยว
- อย่าใส่หน้าลงไปให้เอาหน้าออกมาเพราะเป็นส่วนที่อ่อน
3. สารช่วยการระเหย
- สมุนไพรรักษาโรค
ประโยชน์
ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น
ขับสารพิษ
การอาบน้ำร้อน
- อาบน้ำร้อนอย่างเดียวก่อผลร้ายมากกว่าผลดี
- ทำให้อ่อนเพลีย เลือดไม่หมุนเวียน ความคิดเฉื่อยเปื่อย ร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า อารมณ์ซึมเศร้า ง่วงนอน
การใช้ความร้อนในรูปแบบอื่น
อาบแดด (Solar Bath)
- อินเดียบอกว่าเวลาคนเราป่วยหรือต้องการมีสุขภาพดีต้องให้มีพลังเพิ่มขึ้น เช่น พลังจักรวาล โยเร โยคะ
- การใช้แดดรักษาโรค ตัวอย่างเช่นเด็กคนไหนที่เหลืองให้เข้าตู้อบ แต่ก่อนเขาเอาไปตากแดด
- เอาใบตองคลุมเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมนอกจากพลังธรรมชาติเอาเฉพาะแสงสีเขียว ช่วยให้เย็นและอยู่ได้นานขึ้น
การประคบด้วยลูกประคม
- ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว
การประคบด้วยผ้าร้อนเย็น
- แก้อาการปวด
- ถ้าหัวโน แพลง เคล็ด ภายใน 48 ชั่วโมงแรกใช้ประคบเย็นก่อน หลังจากนั้นค่อยประคบร้อน
การออกกำลังกายในน้ำ
- น้ำลึกระดับอกพยุงน้ำหนักตัวได้ 70 %
- ต่างชาติ กำหนด 130 ซม. แต่ไทยปรับเป็น 110 ,130
เหมาะสำหรับ
- ลดน้ำหนัก
- ผู้สูงอายุ
- ปัญหาเรื่องข้อ
- ปัญหาทางสมอง อัมพาต พาร์กินสัน
สำหรับเด็กเล็กควรมีคลอรีนต่ำ หรือโอโซนฆ่าเชื้อโรค
การอาบน้ำแร่
- มีแร่ธาตุเยอะ เช่น กำมะถัน เหล็ก ซิลิก้า แคลเซียม โซเดียม สังกะสี โปตัสเซียม เกลือคาร์บอเนต แมกเนเซี่ยมเวลาอาบเสร็จไม่ต้องฟอกสบู่แร่ธาตุจะได้อยู่กับเรา
- น้ำแร่อาบกินไม่ได้เพราะมีกำมะถัน
- ต้องดูเรื่องความดันว่าสูงหรือต่ำหรือไม่
หัวข้อ กิจกรรมรักษ์กาย ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี
โดยนพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
พญ.ลลิตา ธีระสิริ
ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่ได้จากหัวข้อนี้
แก้ปัญหาสุขภาพได้ด้วย ธรรมชาติบำบัด โดยการปรับวิถีชีวิต เปลี่ยนการกินอาหาร
ความอ้วนเป็นบ่อเกิดของปัญหาสุขภาพ
อ้วนเกินมาตรฐาน ทำให้เกิดปัญหา ไขมันพอกตับ ข้อเสื่อม จอตาเสื่อม
โรคอ้วนเกิดจากรับประทานอาหารประเภท แป้ง-คาร์โบไฮเดรท มากเกินไป
แป้งในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือด ต่อมาเป็นTrigy และสุดท้ายเป็น คลอเลสเตอรอล
แป้งเป็น Raw Material ที่ถูกที่สุดในโลกที่ใช้ทำอาหาร
โรคหวัด แบ่งออกเป็น หวัดร้อน และหวัดเย็น
หวัดร้อน อาการเป็นไข้ เจ็บคอ กระหายน้ำ ต้องรักษาด้วย ยาฤทธิ์เย็น เช่น ฟ้าทะลายโจร
หวัดเย็น หนาว กลัวลม น้ำมูกใส ต้องรักษาด้วย ยาฤทธิ์ร้อน เช่น ขมิ้นชัน
กิจกรรมเสริมสุขภาพโดยอาศัยอานุภาพแห่งน้ำ ประกอบด้วย การอบความร้อน การออกกำลังกายในน้ำ
การอาบน้ำแร่ และทะเลบำบัด
ต้นกำเนิดของซาวน่า เกิดที่ประเทศฟินแลนด์
เม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่ดีที่สุด อุณหภูมิต้องสูงกว่า 37 องศา
Sola bath อยู่บนหลักการว่า เมื่อพลังงานในตัวน้อยลง จะทำให้ป่วย ต้องขอพลังเพิ่มเติมจากดวงอาทิตย์
ทำให้พลังงานในตัวเพิ่มขึ้น ก็จะหายป่วย เป็นความเชื่อของคนอินเดีย เทียบเคียงปัจจุบัน เช่น
กรณีเด็กแรกเกิดแล้วตัวเหลือง ต้องเข้าตู้อบ (เพิ่มพลังงานด้วยแสงให้เด็ก)
เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วเกิดอาการบวม ภายใน 48 ชั่วโมงแรกต้องประคบเย็น เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัว
สิ่งที่ต่อยอดจากหัวข้อนี้
เมื่อมีปัญหาสุขภาพ การบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติอาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถ่องแท้
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
กิจกรรมรักษ์กาย รักษ์ใจ ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี
สิ่งที่ได้เรียนรู้เรื่องการเลือกรับประธานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ภัยคุกคามจากโรคอ้วน และการออกกำลังกายโดยวิธีวารีบำบัด สร้างเสริมสุขภาพ ทำให้เห็นคุณค่าของการออกกำลังกาย ในวัยที่สูงอายุ ที่จะละเลย ๆไม่ได้
ความรู้ที่ได้รับ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ในทันที เพื่อให้สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง หลีกเลี่ยงการเจ็บป่วย จากพฤติกรรมในการรับประทานอาหารในแต่ละเมื้อ
สรุปกิจกรรมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 กิจกรรมรักษ์กาย ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี (สามเสน)
การบรรยายเรื่อง ธรรมชาติบำบัด ปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
โรคเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ไตวาย มะเร็ง เป็นต้น ส่วนใหญ่เกิดจากวิถีชีวิตที่ไม่ปรกติจากการตรวจ BMI ของผู้เข้ารับอบรมพบว่า มีคนผอม 2 คน พอดี 7 คน ท้วม 18 คน อ้วน 10 คน โรคอ้วน 3 คน สรุปว่า ท้วม อ้วนและโรคอ้วน 71% ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปกติ
ไขมันในร่างกายมี 2 แบบ 1. ไขมันใต้ผิวหนัง 2. ไขมันในพุง ไขมันในพุงเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้ามากเกินไปจะทำให้หยุดสร้างฮอร์โมน เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน อาการวัยหมดประจำเดือน และทำให้อ้วน ถึงแม้ไม่ได้กินอะไรก็ตาม คนอ้วนส่วนใหญ่ขาดเลปติน ทำให้กินเท่าไหร่ ก็ไม่อิ่มถ้าอ้วนเกินจะขาดฮอร์โมนเพศ ผู้หญิงจะเข้าวัยทองเร็ว ผู้ชายจะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
วิธีลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ
1.กินให้น้อย กินเนื้อสัตว์ ผัก (กินเนื้อสัตว์ 1 ส่วน กินผัก 2 ส่วน)ไม่กินข้าวหรือคาร์โบไอเดรตอื่นๆ ไม่กินผลไม้ ถั่ว/นม ฯลฯ
อาหารห้ามกิน เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เกี๊ยว วุ้นเส้น ผลไม้ทุกชนิด น้ำผลไม้ นม นมเปรี้ยว โยเกิร์ต นมพร่องไขมัน เค้ก ไอศกรีม ช็อกโกแล็ต ไมโล โอวัลติน นมถั่วเหลือง ถั่ว ข้าวโพด เกาลัด แป๊ะก๊วย ลูกบัวไก่ชุบแป้งทอด น้ำจิ้มไก่
น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ และอาหารเจ
อาหารให้กิน เช่น หมู ไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้ผัก อาหารว่าง ชิ้นไก่ หมูจิ้มซีอิ้ว เส้นบุก อาหารทะเล
2. ออกกำลังกายในน้ำ จะทำให้น้ำหนักเบา ลดน้ำหนักตัวได้ 70% น้ำทำให้คลายร้อน
คนกินยาลดไขมันมาก ๆ จะไปสะสมที่ตับเป็นการซุกปัญหา ถ้ากินครบ 5 ปี จะมีเอนไซม์ตับสูงเพราะไขมันพอกตับ
ตัวช่วยสำหรับลดไขมัน ลดน้ำหนัก ประกอบด้วย Bio-Fiber ทำให้อิ่มเร็ว ลดการดูดซึมไขมัน น้ำตาล , Bio-chromium ,Bio-carnitine และ Fish oil ช่วยปรับการหมุนเวียนไขมัน ลดการอักเสบ โดยปรับสมดุลของโพรสตาแกลนดิน 1,2,3
การบรรยายเรื่อง วารีบำบัดอานุภาพแห่งน้ำ โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ
ตัวอย่างเช่นคนอินเดีย มีประเพณีการอาบน้ำ ชาวจีนม้ง อาบน้ำแร่ ตุรกี กรีก ฟินแลนด์อบซาวน่าร้อนสลับเย็น ไอร์แลนด์มีน้ำอุ่นที่มีเกลือแร่ด้วย สังเกตได้ว่าความร้อนและน้ำจึงเป็นเรื่องของสุขภาพทั้งสิ้น
ความเป็นมาของวารีบำบัด
ถ้าอยู่ในที่ร้อน เช่นห้องซาวน่าอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เพื่อคายความร้อน เลือดไปกองที่ผิวหนังหมด ส่วนอื่น ๆ เช่น สมอง ตับ ไต เลือดน้อยกว่าปกติ อวัยวะตรงกลางจะขาดเลือด
ดังนั้นจึงไม่ให้อยู่นาน แค่ 3-5 นาที ไม่นานกว่านั้น แล้วออกมาจุ่มตัวในบ่อน้ำเย็น 1-2 นาที เพื่อคืนเลือดให้กลับสู่ร่างกาย
การอบซาวน่า ทำให้ภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีเมื่อมีอุณหภูมิมากกว่า 37 องศา เช่น
คนไทยอบสมุนไพรตอนหลังคลอดสรุปเวลาอาบน้ำร้อนสลับเย็นจะทำให้เกิดการคลายเครียด แต่มีข้อห้ามคือ ห้ามผู้หญิงท้อง เพราะเด็กอยู่ตรงกลาง ข้อพึงระวัง ห้าม ผู้สูงอายุ ผู้เป็นโรคหัวใจ ความดันสูง-ต่ำมากเกินไป
การอบสมุนไพร มีประโยชน์ทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น ขับสารพิษ
การอาบน้ำร้อน อาบน้ำร้อนอย่างเดียวก่อผลร้ายมากกว่าผลดี ทำให้อ่อนเพลีย เลือดไม่หมุนเวียน
ความคิดเฉื่อย ร่างกายไม่กระปรี้กระเปร่า อารมณ์ซึมเศร้า ง่วงนอน
การใช้ความร้อนในรูปแบบอื่น
-อาบแดด
(Solar Bath)การใช้แดดรักษาโรค ตัวอย่างเช่นเด็กคนไหนที่ตัวเหลืองให้นำเข้าตู้อบ
แต่ก่อนเขาเอาไปตากแดด เอาใบตองคลุมเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมนอกจากพลังธรรมชาติเอาเฉพาะแสงสีเขียว
ช่วยให้เย็นและอยู่ได้นานขึ้น
-การประคบด้วยลูกประคบ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว
-การประคบด้วยผ้าร้อน-เย็น แก้อาการปวด ถ้าเป็นภายใน 48 ชั่วโมงแรกใช้ประคบเย็นก่อน หลังจากนั้นค่อยประคบร้อน
-การออกกำลังกายในน้ำ น้ำลึกระดับอกพยุงน้ำหนักตัวได้ 70 % เหมาะสำหรับการลดน้ำหนัก ผู้สูงอายุ คนปัญหาเรื่องข้อ ปัญหาทางสมอง อัมพาต พาร์กินสัน
-การอาบน้ำแร่ น้ำแร่มีแร่ธาตุเยอะ เช่น กำมะถัน เหล็ก ซิลิก้า แคลเซียม โซเดียม สังกะสี โปตัสเซียม เกลือคาร์บอเนต แมกเนเชี่ยม เวลาอาบเสร็จไม่ต้องฟอกสบู่ แร่ธาตุจะได้อยู่กับเรา
-ทะเลบำบัด และการหมกทราย ทำให้มีสุขภาพที่ดี
สมบูรณ์ ดำรงสุสกุล EADP#10 Group 4
ประเด็นการเรียนรู้ในการอบรมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
“สุขภาพดี ไม่มีขาย” ใครอยากได้ต้องดูแล รักษา ด้วยตัวเอง
การอบรมวันนี้ได้เรียนรู้อีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต จาก “โครงการบัลวีบำบัด” ณ บัลวี – ศูนย์ธรรมชาติบำบัด
“ธรรมชาติบำบัด ปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง” เป็นหัวข้อที่ นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล เป็นผู้บรรยายให้ความรู้
คุณหมอได้ให้แนวคิดในการปรับปรุงสุขภาพร่างกาย ให้มุมมองใหม่ในเรื่องสุขภาพ อาหาร และวิธีการกินเพื่อส่งเสริมและรักษาสุขภาพ โดยคนไทยมีโรคที่เกิดจากโภชนาการกิน คือ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
“สุขภาพ การเจ็บป่วย เกิดจากอาหารการกิน และ Lifestyle” คุณหมอบรรจบบอก และเน้นในทุกคนระวังไม่ให้อ้วน โดยสอนวิธีการกิน และลดน้ำหนักด้วยสิธีธรรมชาติ
ให้กินเนื้อ กินผัก และไม่ให้กินคาร์โบไฮเดรท โดยให้สัดส่วนการกินเนื้อสัตว์และผัก คือ 1 : 2
สำหรับการออกกำลังกาย คุณหมอให้ออกกำลังการในน้ำ เพราะน้ำจะช่วยในการพยุงตัว ไม่ให้น้ำหนักตัวเป็นภาระต่อข้อเข้า (โดยเฉพาะคนอ้วน) น้ำในสระลึกประมาณหน้าอก หรือ 110 – 130 เซนติเมตร จะสามารถพยุงตัวและมีน้ำหนกเพียงร้อยละ 30 เท่านั้น
นอกจากนี้ ได้มีการแนะนำ การแพทย์ทางเลือก โดยการใช้สมุนไพรรักษาโรค ไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน เช่น เป็นหวัด ให้ใช้ฟ้าทะลายโจร ไม่ต้องใช้ยาแก้อักเสบ
จากนั้น ก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องธรรมชาติบำบัด จาก พญ.ลลิตา ธีระสิริ ในมุมของ “วารีบำบัดอานุภาพแห่งน้ำ” โดยคุณหมอลลิตา ได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตนในการอบซาวน่า (ซึ่งต้องอบร้อน 3-5 นาที สลับอาบน้ำให้ตัวเย็น จำนวน 3 รอบ) การอบสมุนไพร (ซึ่งต้องอบร้อน 5-10 นาที สลับอาบน้ำให้ตัวเย็น จำนวน 3 รอบ)
ส่วนประกอบของสมุนไพรที่ใช้อบ ได้แก่ สมุนไพรให้ความหอม สมุนไพรให้รสเปรี้ยว และน้ำมันระเหย
รวมถึงข้อห้ามและข้อควรระวังในการอบซาวน่า การอบสมุนไพร (ห้าม หญิงมีครรภ์ พึงระวัง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงเกินไป (90 – 140) และต่ำเกินไป (60 – 90) และผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียมาก)
นอกจากจะเรียนภาคทฤษฏีแล้ว ยังได้มีการทดลองปฏิบัติด้วย
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
- ทำให้เราได้ทราบ/มีความรู้ที่ถูกต้องถึงสาเหตุหรือประเภทของอาหารที่ทานแล้วทำให้อ้วน อาหารประเภทไหนที่ควรทานหรือควรหลีกเลี่ยง รวมถึงยา/สมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรค ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการดูแลสุขภาพและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
- ได้รับทราบและเรียนรู้ถึงประเภท/วิธีที่ถูกต้อง/ประโยชน์หรือข้อดี-ข้อเสียของการบำบัดโดยวิธีธรรมชาติในแต่ประเภท รวมถึงตัวอย่างของประเทศต่างๆ
วันที่ 10 กุมภาพัน์ 2557
กิจกรรมรักษ์กาย ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี (สามเสน) กรุงเทพฯ
โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล และ พญ.ลลิตา ธีระสิริ
1.ธรรมชาติบำบัดปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง
เคยสำรวจตัวเองเหมือนกัน ส่วนใหญ่เพราะเครียด คิดอะไรไม่ออก เลยกินระบายอารมณ์ ถ้าเราลุกออกไปจากตรงนั้น เปลี่ยนกิจกรรมไปทำอย่างอื่นชั่วคราว และไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง ก็จะลดมื้อของการกินได้
เกิดกล้ามเนื้ออักเสบเตามมา
2.วารีบำบัด สร้างเสริมสุขภาพ
จะลดน้ำหนักตัวได้ถึง 70% คลายร้อน และสนุก เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักมาก ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเรื่องข้อ ข้อเข่า ข้อเท้า มีปัญหาทางสมอง พาร์กินสัน อัมพาต เด็กเล็ก ควรใช้สระที่มีคลอรีนต่ำ ใช้โอโซนฆ่าเชื้อโรค
หัวใจเต้นเร็วคล้ายออกกำลังกาย ทำให้กระปรี้กระเปร่า เหงื่อออก สบายตัว
วันที่ 11 กุมภาพัน์ 2557 (ช่วงเช้า)
Panel Discussion หัวข้อ Networking Capital กับการพัฒนาเพื่อประชาชน
โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าการจังหวัดกาญจนบุรี
1. การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ก่อให้เกิดรายได้ค่อนข้างสูง โดย Focus ไปที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย
และประเทศบริวาร ที่ชอบแช่น้ำแร่, Focus ไปที่ชาวอินเดีย เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก หากสามารถรู้ได้ว่าเขาต้องการอะไรก็จะทำให้มีรายได้มหาศาล, Focus ไปที่ชาวตะวันออกกลาง ที่ต้องการรูปแบบท่องเที่ยวแบบหรูหรา โรงแรม 5 ดาว
2. การเกษตร บริเวณแม่น้ำแม่กลอง, ท่าม่วง และเกษตรอุตสาหกรรม เขตเศรษฐกิจในเมือง - ท่ามะกา
3. การค้าระหว่างประเทศ ใช้งบประมาณ 4000 – 6000 ล้าน พัฒนาพื้นที่บริเวณที่ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
โดยการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยผันน้ำจาก อ.ศรีสวัสดิ์ ไปที่อ่างลำตะเพิง และผันน้ำจากแม่กลองไปทางสุพรรณบุรี และสร้างสะพานเศรษฐกิจ ระบบลอจิสติกส์ (มอเตอร์เวย์ บางใหญ่ – หนองขาว, ถนน 4 เลน เมืองใหม่ – เลี่ยงเมือง) และพัฒนาผังเมืองควบคู่ไปการเติบโตทางเศรษฐกิจ
บทสรุป
1. ผู้นำในอนาคต ต้องมีวิสัยทัศน์ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และ ลอจิสติกส์
2. ทรัพยากรน้ำสำคัญที่สุดในโลก ทำให้ กฟผ.มีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีค่อนข้างมาก
โดย นายสหัสนัย ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
โดย นายปณต สังข์สมบูรณ์ พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
โดย นายยุทธการ มากพันธ์ ตัวแทนชุมชน (NGO)
โดย นายคเชนทร์ พูนจันทร์ ตัวแทนภาคธุรกิจ (SCG):
ฟังให้มากกว่าพูด ช่วยเขาแก้ปัญหา โปร่งใส ตรวจสอบได้
บทสรุปของ กฟผ.
1.หน่วยงานหลักในการพัฒนาชุมชน ควรใช้มืออาชีพ จะได้ผลกว่า
2.กฟผ. ควรเป็นพี่ใหญ่ เป็นที่พึ่งของประชาชนในเรื่องของพลังงานไฟฟ้า ต้องให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ
3.ต้องสร้างความเชื่อถือ เชื่อใจ อย่าเอาเงินไปยื่นให้
4.กฟผ. มีศักยภาพ แต่งานชุมชนต้องมีเครือข่าย (ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน นักวิชาการ ส่วนราชการ สื่อมวลชน) จึงจะประสบความสำเร็จ
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง Networking Capital กับการพัฒนาเพื่อประชาชน
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์รรธนะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
นายสหัสนัย ยืนยงค์
อุปนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
นายปณต สังข์สมบูรณ์
พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
นายยุทธการ มากพันธุ์
ตัวแทนชุมชน
นายคเชนทร์ พูนจันทร์
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์รรธนะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
หลักสูตรนี้จะเกิดประโยชน์ไม่ใช่แต่เฉพาะตัวท่านเอง แต่ถ้าได้เรียนรู้กาญจนบุรีแล้วนำไปบริหารจัดการก็เกิดประโยชน์เช่นกัน
กาญจนบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 320 กม. มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจคืออยู่ใกล้กรุงเทพฯประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ถ้าวิ่งไปสังขละบุรีใช้เวลา 3- 4 ชั่วโมง ลักษณะโครงสร้างเหมือนกำมือชี้นิ้ว ปลายนิ้วคือด่านเจดีย์สามองค์
สงคราม 9 ทัพ ถ้าสังเกตดี ๆ จะมีซุ้มสงคราม 9 ทัพ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้
สะพานแม่น้ำแคว ที่ญี่ปุ่น พยายามข้ามไปอินเดีย ทุกปีมีกิจกรรมของเรา มีสุสานพันธมิตรที่เขาช่องไก่ ไทรโยค สุสานพันธมิตรในเมือง
หน้าตาประวัติศาสตร์ของกาญจนบุรี มีวัฒนธรรม หลวงพ่ออุตตะมะ บ้านอีต่อง (เหนืออำเภอทองผาภูมิ ขอบชายแดนทางด้านนั้น)
เหมืองป้าแหม่ม (สาวออสเตรเลียมาอยู่ตั้งแต่อายุ 17 ปัจจุบัน 80ปี) ปัจจุบันเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเช่นกัน และเหนือเขื่อนก็ข้ามมาอีต่องได้
รัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 5 มีความสัมพันธ์กับเมืองกาญจน์เพราะสมัย ร.3 นั้น ร.1 โปรดให้ ร.3 ยกทัพมารอพม่าที่เมืองกาญจน์และสร้างกำแพงเมืองที่จวนผู้ว่าฯ
ขุนแผนอยู่ตรงกาญจนบุรีเก่า (แยกแก่งเสี้ยน เลยลาดหญ้ามา) มีวัดนางพิม
สรุปดินแดนกาญจนบุรีเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น
ยุทธศาสตร์ที่ 1 เชิงอนุรักษ์
มีภูมิประเทศที่น่าสนใจมาก มีน้ำแควน้อย แควใหญ่ที่ไม่เคยแห้งเพราะมีเขื่อนคอยปิดเปิดก๊อก
โซนที่ 2 ที่ 3 เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ มีพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ตำบลดอนเจดีย์อำเภอพนมทวน
อนุสรณ์สถานเป็นจริงด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์เยอะ เป็นเจดีย์เก่า ผู้ที่อยู่ในตำบลนั้นเกี่ยวกับช้างและม้าทั้งนั้นเลย
สรุป เมืองกาญจน์ โดยสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ หากินได้ทันที มีฝรั่งและจีนต่างชอบเดินทางมาจังหวัดมาก
การเน้นย้ำการส่งเสริมการท่องเที่ยวมาก ๆ เกี่ยวพันกับชุมชนและโรงไฟฟ้าที่พูดถึง ต้องเอาเงินไปใช้พัฒนากองทุน จากใต้เขื่อนไปถึงตัวเมือง ถ้าไปพัฒนาจะง่ายมาก ถ้าพัฒนาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความคงทนถาวรจะอยู่ยาวนาน ปีหนึ่งเกิดรายได้ค่อนข้างสูง ยุทธศาสตร์อื่น จะกินได้ตลอด
ยุทธศาสตรที่ 2 เกษตรอุตสาหกรรม
ยุทธศาสตร์เกษตรอุตสาหกรรม 2ใน3 เป็นการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร แควใหญ่ แควน้อย ไหลผ่านอำเภอ เจอเขื่อนท่าม่วง หลังจากนั้นเป็นการชลประทานที่ดี เป็นเขตเศรษฐกิจที่ดีมาก ๆ
นอกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ศรีนครินทร์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้โซนที่ 2 มีคุณภาพ ลักษณะ พื้นที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรม
กาญจนบุรีกับความสัมพันธ์ต่างชาติ
ให้ลองศึกษาว่าอะไรขายในรัสเซีย ดีกว่าหากินรอบ ๆ บ้าน
อินเดีย ให้ดูว่าในครัวเรือนใช้อะไรแค่ชิ้นหนึ่งใช้ของจากกาญจนบุรี ก็รวย พยายามให้พาณิชย์จังหวัดคุยกับพาณิชย์
ตะวันออกกลาง อาจไม่รู้ว่าจะขายอะไรเนื่องจากเขารวย ให้ลองกลับมาดูว่าโรงแรม 5 ดาวมีกี่แห่ง ให้ศึกษาดูว่าเขาใช้อะไร
จีน ให้ลองศึกษาดูแต่อย่าลืมว่าเขาเป็นยักษ์ใหญ่
เริ่มต้นที่วัฒนธรรมก่อน
ใน ครม.สัญจร ยุทธศาสตร์ที่เพ่งเล็ง เราขอไปใน 6 พันล้าน ต้องไม่แล้ง การผันน้ำจากอำเภอศรีสวัสดิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ วิธีการเกาะขอบบนไหลลงล่าง หาโซนที่สอง
ผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง เจอแควน้อย แควใหญ่ ท่าม่วง ผ่านอำเภอเมือง อำเภอพนมทวน ใช้ระบบสูบ แต่อยากถามว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ใครรับผิดชอบ สิ่งที่พบคือการสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูง ถ้าไม่จำเป็นอย่าทำ
พัฒนาฐานการผลิต พัฒนาโซนที่สอง โซนที่สาม
ทวายเป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคสมเด็จพระนเรศวร เป็นส่วนที่หวังอยากให้เกิด East West Corridor แต่อยากให้พัฒนากาญจนบุรีให้เตรียมความพร้อมก่อน เริ่มแรกอยากให้ทบทวนในเรื่องผังเมืองก่อนเพราะสภาพภูมิประเทศ ต้นทุนทางธรรมชาติมีอยู่แล้ว ถ้าวางผังเมืองไม่ดี จะมีคนซื้อที่ตอนทวายเริ่มเกิดอย่างมากมายอย่างไม่เป็นระบบ น่าเป็นห่วงมาก ดังนั้นจึงควรคิดต่อเรื่องระบบผังเมืองอย่างดี
กาญจนบุรีแบ่งเป็น 3 โซน
โซนที่ 1 เมืองเก่า ตรง ถ.แสงชูโต
โซนที่ 2 ถนนปากแพร่งก็เป็นเมืองเก่าเช่นกัน
โซนที่ 3 ถนนริมแม่น้ำ ก็เมืองเก่าอีกเช่นกัน
สรุปทั้ง 3 โซนเป็นเมืองเก่าที่กาญจน์อนุรักษ์และสร้างรายได้เข้าจังหวัดอย่างมหาศาล
โซนที่ 2 เปลี่ยนชื่อว่าเมืองใหม่ สมัย ครม.สัญจรเสนอบ้านพุ่มน้ำร้อนเจอที่หนองขาวเป็นมอเตอร์เวย์
สรุปพัฒนากาญจนบุรีโดยมองที่สภาพภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ สิ่งสำคัญคือให้เข้าใจในมิติของพื้นที่อนุรักษ์กาญจนบุรี อย่าใช้ผิดที่ผิดทางเน้นการอนุรักษ์และรักษาคุณภาพอย่าให้เสียหาย บริเวณเหนือเขื่อนมีปลาที่อร่อยมาก
บ้านปานาสวน มีเรือตะไลเป็นเครือข่ายเกือบ 100 ลำ
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กฟผ. ถ้าเป็นผู้นำในอนาคต ถ้ามีภาพกว้าง เศรษฐกิจ สังคม Logistics และภาพลึกทางวิศวกรรม ไฟฟ้า จะเป็นสิ่งดีมาก
กฟผ. จริง ๆ แล้วมีส่วนร่วมมาก เช่นเขื่อน ต้องเขียนถึงประโยชน์ด้วยไม่ใช่ปัญหาอย่างเดียว ให้ประชาชนแลกเปลี่ยนความคิดกัน
นายสหัสนัย ยืนยงค์ อุปนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
การท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมประชาชนในพื้นที่
ตัวชี้วัดถ้ามองประเด็นเขื่อนศรีนครินทร์โดยเฉพาะ บทบาทการท่องเที่ยวของเขื่อนศรีนครินทร์เป็นอย่างไร มีความน่าสนใจอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร เช่นโครงการชีววิถีเป็นโครงการที่ดีมากให้ความรู้กับชุมชน เป็นโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้คนทำงานต่อเนื่อง ส่งเสริมโอทอป และเป็นแหล่งที่ศึกษาดูงานคนมาดูงานเยอะ มากิน ใช้ นอน เที่ยว จึงกลายเป็นแพคเก็จที่ชมรมท่องเที่ยวอำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นจุดขายเพื่อให้คนมาดูงานว่ามีวิธีการกำจัดขยะ สร้างรายได้อย่างไร
โครงการฝายชะลอน้ำ เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติทำให้อุดมสมบูรณ์ พอโครงการมีการประชาสัมพันธ์ออกไป จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเขื่อนศรีนครินทร์ทำฝายชะลอน้ำต่าง ๆ เป็นอานิสงส์ของการท่องเที่ยวโดยอัตโนมัติ ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในเครือข่าย
การตกปลาเป็นอีกแพ็คเกจที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปขาย สนามตกปลาเป็นอีกสนามหนึ่งที่แข่งขันตกปลา โครงการปล่อยปลาเป็นอีกโครงการที่สร้างความสัมพันธ์กับประชาชน
โครงการศึกษาดูงาน มีทั้งที่ให้เขามาดูงานที่เขื่อนศรีนครินทร์พาชุมชนจากพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ไปชมเครือข่ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทั่วประเทศ
โครงการจัดงานคืนรักคนสันเขื่อน เนื่องจากที่ผ่านมามีความเสียหายเกิดขึ้นมาก จัดงานเพื่อสงบข่าวลือตรงนั้น เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ของคนในพื้นที่
การสร้างความมั่นใจ เป็นการดูแลทางด้านจิตใจของคนในพื้นที่และของนักท่องเที่ยวในเรื่องความมั่นคงของเขื่อนศรีนครินทร์ เช่นข่าวเขื่อนแตกมีผลกระทบต่อชาวบ้านหลายคนไม่อยากกลับมาที่ อ.ศรีสวัสดิ์ มีการทำ PR เสียงจากชุมชน การสะกิดจุดอ่อน ทำเพื่อภาพรวม ไม่มีใครทราบว่าเขื่อนสร้างเพราะอะไร เขื่อนจ้าวเลนผูกพันกับสงคราม 9 ทัพ
ในการสร้างความมั่นใจ ควรทำ Museum , Display
การพัฒนาการท่องเที่ยว มีแพพัก ตัวไข่แดงคือตัวผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ศรีสวัสดิ์โมเดลจะเป็นแม่แบบให้ผู้ประกอบการอย่างดี การสร้างมาตรฐานแพพักสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ Upgrade ตัวเองได้
ปัญหา
ชาวบ้านระดับล่าง 60% ไม่มีความรู้
ระดับกลาง SMEs 30%
กฟผ.อาจเข้าไปช่วยสร้างมาตรฐานให้เขาได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เมื่อไร การพัฒนาของเขาจะสำเร็จ ประโยชน์ที่ได้รับจะเกิดประโยชน์ 4 ฝ่ายด้วยกัน
ชาวบ้านจะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น
ผู้ประกอบการสามารถส่งเสริมให้ตนเองมีมาตรฐาน มีรายได้มากขึ้น พัฒนาฝีมือแรงงาน
นักท่องเที่ยวได้รับการท่องเที่ยวมีคุณภาพ
ผู้ประกอบการ มีรายได้มากขึ้น ให้คนกลับมาอยู่บ้าน
ภาครัฐ มีการจัดเก็บภาษี มีรายได้มากขึ้น
กฟผ.ไม่มีบุคลากรเฉพาะเจาะจงมาทำงานนี้ ช่องว่างระหว่างกฟผ.กับชาวบ้านจึงกว้างมากขึ้นเพราะชาวบ้านมองว่า กฟผ.มีเงินเดือนสูง มีสวัสดิการที่ดี องค์กรน่าจะสร้างเครือข่ายที่ดี
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Good idea ในห้องนี้ยังไม่สามารถ implement ได้ทันที ทุกคนในห้องนี้หวังดี อยากเอาชนะอุปสรรค กฟผ. ยังเป็นระบบ Silo ถ้าขึ้นอยากให้ขึ้นทั้งแผง
นายปณต สังข์สมบูรณ์ พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
เป็นคนที่ตั้งกองทุนโรงไฟฟ้าที่กระบี่ ยินดีที่เจอคน กฟผ.ที่นี่
ในบทบาทพนักงานพลังงานจังหวัดเป็นส่วนภูมิภาค เป็นตัวแทนของกระทรวงฯ ประสานงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน
ภารกิจหลัก ๆ แบ่งเป็นธุรกิจไฟฟ้า พลังงานทดแทน สนง.พลังงานแก้ปัญหาในพื้นที่
ชุมชนที่ 2 มีวิสาหกิจชุมชน และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนทางด้านพลังงาน มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับครัวเรือนทดแทนจากไม้ แกลบ ฟาง สามารถทำร่วมกับ กฟผ.ได้ ในกาญจน์ยังไม่น่าจะมีปัญหา อยากให้ลงไปดูปัญหาจริง ๆ ในพื้นที่มีอะไร แล้วทำงานผ่านพลังงานฝึกหัด
ในเรื่องชุมชน กฟผ.ได้ในส่วนไหนของพลังงาน โครงการหลอดผอม กลุ่มอาชีพ กลุ่มพลังงานต่าง ๆ
ในระยะยาวน่าจะมีโครงการที่น่าจะเป็นไปได้ ไปช่วยที่ต่าง ๆ
พลังงานที่เป็นภารกิจจังหวัด อ้อยเยอะ พลังงานเยอะ ก๊าซชีวภาพจะทำอย่างไร
กองทุนรอบโรงไฟฟ้า เช่นโรงน้ำตาล ผลิตร้อยขาย 40 จ่ายเงินเข้ากองทุนเฉพาะที่ขาย แต่ละเทคโนโลยีไม่ได้มาตรฐานจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ ประกอบกับชาวบ้านไม่รู้ข้อมูลจะมีวาระซ่อนเร้น ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎ กลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่เอามาอ้างได้ ปัญหาบางครั้งต้องปฏิบัติตามระเบียบให้เต็มที่จะแก้ได้
จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังจำนวนมากถ้านำมาผลิตไฟฟ้าได้ 20 เมกกะวัตต์ คิดกก. 50 สตางค์ต่อไร่ น่าจะสนับสนุนให้ปลูกมันสำปะหลังเพื่อพลังงานมากขึ้น
ยอดอ้อยกับใบอ้อย จากที่ทำวิจัยนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงต้นทุนมากกว่ามันสำปะหลังเป็น 5-10 เท่า
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ถึงแม้ว่าเราไม่ดูแล Energy tax โดยตรงแต่กฟผ.ควรทำวิจัยว่าทำแล้วเกิดประโยชน์จริงหรือไม่ ทุกคนพูดตรงประเด็น แต่ข้อเสียยังไม่ได้ Follow up ให้เสนอให้มีพิพิธภัณฑ์เกิดขึ้น การประชุมรุ่น 11 ต้องต่อเนื่องกับรุ่น 10
นายยุทธการ มากพันธุ์
บทบาท กฟผ. ด้านดี คือจะเป็น Hero ตอนไฟดับ แต่อีกบทบาทด้านไม่ดีคือการขึ้นค่าไฟ และการหาไฟฟ้า เช่นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน นิวเคลียร์ พลังงานน้ำ ซึ่งเป็นผลกระทบทางลบต่อประชาชน ไฟฟ้าชีวมวลก็ถูกต่อต้านทุกเรื่อง
กระทรวงพลังงานพยายามหาไฟฟ้าให้กับคนทั้งประเทศ
วิธีแก้ ขสมก.มีรถล้านคัน พนักงานเครือข่ายล้านคน ถามว่าเอาเงินที่ไหนจ้าง เขาทำอย่างไร ทำไม กฟผ.ไม่มีเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้า ในเขื่อนศรีนครินทร์มีพลังงานน้ำมหาศาล อย่าดูถูกประชาชนเครือข่ายพลังงานขนาดเล็ก เพราะเครือข่าย 1 ล้านครัวเรือนจะมีพลังงานมหาศาล ร่วมกันสตาร์ดเครื่องเจนเนอเรชั่น จะได้พลังงานจำนวนมาก กลุ่มประชาชนผลิตน้ำมันเองได้ น่าจะสร้างเครือข่ายตรงนี้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ปรับ Mindset ปรับ Paradigm วิธีคิด จากนี้ไปจะเป็นความจริงมากขึ้น เลือกอะไรที่ Relevance เรื่องชุมชนเป็นไปได้อยู่แล้ว
นายคเชนทร์ พูนจันทร์ ตัวแทนจาก SCG
การสร้างทุนทางเครือข่ายเป็นการลงทุนระยะยาวและวัดผลได้ยาก การลงทุนไม่ได้เป็นเงิน ใช้ทั้งคน มีจิตใตที่จะทุ่มเท เปรียบเสมือนคนเราทำความดีต้องใช้เวลานานมากที่ทำให้คนยอมรับ มีความเชื่อมั่น ศรัทธา ทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และทำกับทุก ๆ คนด้วย ในแง่บริษัทก็เช่นเดียวกัน ทาง SCG ชุมชนกับสังคมต้องดูให้ Balance กัน
ความรับผิดชอบต่อสังคม SCG ยึดมั่นมาตลอด เราอยู่ในชุมชนต้องดูเรื่องรายได้ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องบริหารให้อยู่ด้วยตลอดไป ต้องสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างงานให้ชุมชน พัฒนาชุมชน ไม่ว่าสาธารณประโยชน์ หรือการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเลือกเทคโนโลยี ต้องลงทุนที่ทำธุรกิจส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ทางภาคเอกชนมีคนสนใจที่คนจะเข้าร่วมมากน้อยเพียงใด เรามองว่าทุกคนมีความพอใจเหมือนกัน SCG มีการจ้างบริษัทภายนอกมาดำเนินการให้รู้ว่าชุมชนมีความเห็นกับเราอย่างไรจะได้ตอบโจทย์กับชุมชนได้ จะได้มีการติดตาม ไม่ใช่สำรวจแล้วไม่ทำ มีทีมในการติดตามตรวจสอบว่าชุมชนคิดอย่างไร มีคณะกรรมการชุมชน 1 manager 1 Community ผู้จัดการทุกคนต้องมี Activity ร่วมกับชุมชน ไปดูแล สำรวจ ติดตามชุมชนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร กลับมาทำแผนงาน และต้องไปตอบกับชุมชน
จะมีส่วนร่วมอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชุมชน
ให้เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง ฟังเสียงประชาชนหรือชุมชน แต่ไม่สามารถตอบสนองชุมชนได้ทุกคน สิ่งใดที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ เป็นสาธารณประโยชน์ SCG จะไม่สนับสนุนเรื่องการให้เงินเนื่องจากควบคุมยากและไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ แต่ให้ทางชุมชนเสนอเข้ามาและให้พนักงานลงไปทำงานร่วมกับชุมชน ไม่ใช่ลักษณะการสร้างให้หรือมอบให้ ต้องสร้างจากความต้องการที่ชุมชนได้จริง ต้องดูแลรักษาประโยชน์ตรงนี้ให้เกิดขึ้นตลอดไป
การทำงานกับชุมชน
ต้องทำงานในเชิงรุก ไม่รอให้มีปัญหา ออกไปพบกับชุมชน กิจกรรมมีการเผยแพร่ให้ชุมชนรับทราบ แต่การประชาสัมพันธ์อย่าเกินความจริงเพราะจะเกิดผลในทางลบได้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กระจายบทบาทของกฟผ.กับชุมชนไปทุกจุด ข้อแตกต่างระหว่าง SCG กับ กฟผ. คือเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็น Silo เป็น Structure ที่แข็ง ในรุ่นนี้ต้องทำลาย Structure ที่แข็ง
ร่วมแสดงความคิดเห็น
คิดว่าวันนี้มีอะไรใหม่ 1 เรื่อง และจะทำอะไรต่อ
1. เรื่องกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ปัจจุบันใช้ไม่ตรงจุดตรงประเด็น ต้องเป็นตามที่อาจารย์เสนอคือเรื่องทำวิจัย
2. เจาะลึกและติดตามความต่อเนื่องของชุมชน ทำเรื่องการวางแผนการดำเนินการให้ชัดเจนขึ้น เน้นความต่อเนื่องและต่อเนื่อง
3. ประเด็นคุยกับชุมชนต้องมีหลาย Silo ควรให้แต่ละ Silo คิดเหมือนกัน ชุมชนจะได้ไปด้วยกัน
4. ต้องสร้างกฟผ.เป็นบ้านเดียวกับชุมชนไม่ใช่บ้านรั้วสูง สร้างทัศนคติใหม่ให้คนทุกระดับว่าเป็นคนระดับเดียวกัน
5. 1 manager 1 community น่าจะดูแลชุมชนได้ดี อย่างกฟผ.อาจเป็น 1 เขื่อนหรือ 1 หัวหน้ากอง 1 community เป็นต้น
6. การทำงานร่วมกับชุมชนของ SCG เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง กฟผ.ลงลึกกว่านั้นคือการบริหารชุมชนไม่ได้สอดรับกับเงินที่ใช้จริง ๆ อยากให้กฟผ.เอาเงินกองทุนมา Share ทำงานร่วมกัน
7. ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน อาจมีการปูพื้นตั้งแต่เด็ก ๆ
ดร.จีระ เสนอให้ Training ผู้ช่วยฝ่าย
คุณสหัสนัย ยืนยงค์
กฟผ. ควรมีแผนกพัฒนาชุมชนขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับชุมชนจังหวัดหรืออำเภอให้วัตถุประสงค์ถูกต้องและถูกใจ
คุณยุทธการ มากพันธุ์
กฟผ.เป็นองค์กรที่อยู่กับไทยมานานและไม่ยอมแปรรูป แทนที่คนอื่นมาถือพลังงานในมือ กฟผ.สามารถเป็นพี่ใหญ่ได้ แต่คนไทยมีคุณสมบัติคือรวมกลุ่มไม่ได้ ให้ยึดมั่นสิ่งที่ตัวเองมีฝึกคนให้ประชาชน ให้ประชาชนเป็น Partner และเครือข่ายของท่าน
คุณปณต สังข์สมบูรณ์
ทำอะไร ผ่านทางเครือข่ายสนองต่อปัญหาของชุมชนเพื่อสร้างความคุ้นเคยผ่านกลุ่มต่าง ๆ จะสร้างความเชื่อใจได้ ถ้าเราจริงใจกับชุมชน
คุณคเชนทร์ พูนจันทร์
กฟผ.บุคคลากรมากกว่า SCG เครือข่ายศักยภาพน่าจะมากกว่าเรา ทำคนเดียวไม่สำเร็จ ต้องออกไปให้ความรู้ ทำตั้งแต่พนักงานระดับสูงถึงระดับล่าง โครงการไหนมีความซับซ้อนต้องเชิญวิชาการมาร่วม เชิญสื่อมวลชนทุกองค์กรมีส่วนร่วม มีโครงการจับคู่ธุรกิจที่จะทำ โครงการใกล้เราเชิญมาทำร่วมกับเรา ไม่ใช่พื้นที่เรา อย่างภาคเอกชนก็เชิญมาทำ ปัญหาแก้คนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยแก้ไขที่ SCG สำเร็จเพราะชุมชนไว้ใจ มีปัญหาบอกชุมชน ไม่ปกปิดร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน ความเข้าใจของชุมชนแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง HR for Non HR และการปรับใช้กับงาน CSR ของ กฟผ.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่อยากให้ผู้เรียนรู้พัฒนาคือ
1. Change
2. Paradigm Shift
3. Mindset
สรุป Quotation
- Microsoft เริ่มต้นเหมือนเน้นไปที่ PC Computer เจอปัญหา เพราะคนไม่ใช้ PC ต่อมาคือ Satya Nadella ทำเรื่อง Cloud Computing เข้ามาช่วงสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
- HR เกี่ยวข้องกับ Leadership 2 อย่าง ต้องเป็น Leader หน้าที่คือไปสร้าง Leader ต้องยืมคนอื่นมา
- จุดสำคัญที่สุดคือค้นหาตัวเอง นอกจากเป็นวิศวะแล้ว ไม่เป็น HR Manager เพราะอะไร
- Science & Social Science ต้องผสมกัน
- Turn Intangible มาเป็น Tangible
- อยากให้ Non HR ลงลึกเกี่ยวกับ Human Resource นอกจาก Resource Department
- การแข่งขันขึ้นอยู่กับ Quality
- ถ้าเราจะเป็น Non HR ที่เก่งเรื่องคน เราต้องมีปรัชญาเรื่องคน
- Factor Proportion ถ้ามีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่ามนุษย์จะไม่ลงทุนเรื่องคน
- Potential ของมนุษย์อยู่ข้างใน ไม่อยู่ข้างนอก เน้นการกระตุ้นเพื่อความเป็นเลิศ
- การมองทรัพยากรมนุษย์อยู่ที่องค์กร ถ้าไม่เข้าใจ Macro ไปสู่ Micro Human Capital เจ๊ง
- เปลี่ยนก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน
- Non HR ต้องทำ 3 อย่าง ปลูก พัฒนา เก็บเกี่ยว เอาชนะอุปสรรค
HR Department
- ต้องให้บทบาท HR ไปสู่ Non HR หรือ Line Manager มากขึ้น
HR Function
- HR Function ต้องเปลี่ยน คนไม่ใช่ HR หรือ HR ต้องเข้าใจมากขึ้น
HR
- HR ยุคใหม่ต้องไม่ติดความคิดเดิม ๆ
- Blue Ocean คือความคิดสร้างสรรค์
- Asset แต่ก่อนเป็น Financial Asset อย่างเดียว
- HR ไม่ใช่ทำเรื่อง Performance เพรียว ๆ ต้องมองสังคมด้วย ต้อง Trust และ มี Social Trust
- ก่อนปลูกคนในองค์กรต้องมี HR และ Recruitment (ปลูก เก็บเกี่ยว Execution
- คุณลักษณะทุนมนุษย์ที่เหมาะสม จริยธรรม คุณธรรม
- ต้องเรียนรู้ทำงานแบบเครือข่าย
- เมื่อมี 8K’s แล้วค่อยกระเด้งไป 5K’s ทำอย่างไรคิดนอกกรอบ มีไอเดียใหม่ ๆ
- กฟผ.ยุคใหม่ต้องคิดอะไรที่แตกต่าง ถ้ามีลูกค้าอย่าไปเน้นลูกค้าเดิมให้หาลูกค้าใหม่ ๆ ด้วย อาจเน้นการทำธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ไฟฟ้า
8K’s 5K’s
- มีโอกาสเพิ่มมาตรฐาน คุณภาพ Benchmarking
การเก็บเกี่ยว
- ไม่ใช่เครื่องจักร ทำอะไรต้องมีความพอใจ
Intangible ควรประกอบด้วย
- การทำงานอย่างมีความสุข (Happiness)
- ยกย่องคนทุกระดับ (Respect)
- ให้คนอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี (Dignity)
- มองไกลและยั่งยืน (Sustainable)
1.ปัญหาของ HR Department ของ กฟผ. ที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จคืออะไร
2.Non-HR ต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างไร (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) จึงจะทำงานเรื่องคนได้สำเร็จ? พร้อมแนวทางการพัฒนา
3.อุปสรรคในการทำงานร่วมกันของ CEO – HR และ Non HR(ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
4.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – โอกาสในการสร้าง V ที่ 2 value creation และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมแนวทางการพัฒนา
5.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – อุปสรรคในการสร้าง V ที่ 2 คือ value creation และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
6.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – โอกาสในการสร้าง V ที่ 3 คือ value diversity และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมแนวทางการพัฒนา
7.วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – อุปสรรคในการสร้าง V ที่ 3 คือ value diversity และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
กลุ่มที่ 4 วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – โอกาสในการสร้าง V ที่ 2 value creation และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมแนวทางการพัฒนา
กรณี 1 manager 1 community มีโครงการเพื่อนใกล้ชิดมิตรใกล้บ้าน เรียก PR และ CSR ทั่วประเทศมาประชุมและรับนโยบายร่วมกัน ทำให้งบประมาณบานปลายมาก ซึ่งสวนทางกับ SCG ที่โครงการนี้ไม่ใช้เงินเหมือนเป็นการโอนเงินไปใส่ ไอเดียของ CEO เรื่องเพื่อนใกล้ชิดมิตรใกล้บ้านไม่ได้มีการขยายเชิงลึก ต้องสร้างในส่วนของตัวชุมชนเอง กิจกรรม CSR ไม่ได้เป็นเพราะตามที่ได้รับมอบหมาย ตัวชุมชนเองคือ Character ที่ไปพบกิจกรรมกับเขา
การเป็น Customer ฝ่ายกิจการสังคมต้องนึกถึงว่าหน่วยงานต่าง ๆ เป็นลูกค้าที่ต้องขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่ง Non HR ต้องทำด้วย
ทำทั้ง Partner HR และ community ให้ด้วยกัน
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
โครงการนี้เป็น Value Creation ถ้าทำสำเร็จ เริ่มจาก CEO และ Link กับ CSR อย่างไรก็ไปตายที่วัฒนธรรมองค์กร แต่เวลาพูดถึง Budget เยอะ ๆ จะทำไม่สำเร็จ วันสุดท้าย แต่ละโต๊ะควรมีหัวข้อเตรียมไว้เลย
อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
SCG การตลาดมุ่งสู่ประชาชนตั้งแต่ต้น แต่กฟผ.คู่แข่งไม่มีของเขาต้องทำตัวเป็นหนึ่งเพราะว่าเขามีคู่แข่งเยอะ จะรอให้ผู้ผลิตเข้ามาเสี่ยงในเมืองไทย กฟผ.เป็นสินค้าที่ Fix อยู่ กับที่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กฟผ.พยายามปรับตัวเข้ากับวิถีชุมชน สิ่งที่ทำคือต้องทำให้แสดงออกใน Positive สร้างความเชื่อมั่น และความแข็งแรงในสังคม
กลุ่มที่ 5 วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – อุปสรรคในการสร้าง V ที่ 2 คือ value creation และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
นโยบายค่อนข้างชัดเจนเนื่องจากขยายผลผลิตเพิ่มเติม ต้องชัด แต่การเตรียมคนขาดความเชี่ยวชาญในกิจการของเรา ปัจจุบันคนลงในพื้นที่ขยายแหล่งผลิตใหม่ เอาสาขาวิชาชีพอื่น อาจขาด 2 จุดตรงนี้
ในเรื่อง Silo ใช้การต่อท่อให้การศึกษาถึงกันได้ หรือเป็นการต่อแก้ว ให้ทุกคนมองเห็น หรือทำแบบบอลลูน ได้
การใช้ข้อมูลบางช่วงใช้ย้อนกลับ 2 ทาง บางช่วงใช้ข้อมูลทางเดียว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเวลา
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ปัญหาอันนี้ถ้าจะทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มใน CSR น่าจะมี Concept การคิด 2-3 อัน แต่ Silo ไม่สามารถทลาย Formal ได้ ถ้ามี Value ที่คิดคล้ายกัน เราสามารถใช้ Informal ทลายทีมเวอร์กได้ การเรียนในครั้งนี้เพื่อให้รู้จักกัน จะทำให้ Value มีประโยชน์ อย่างให้คิดเรื่อง Value Creation ของ CSR และสร้างความร่วมมือกันมากขึ้น
ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
เรื่อง Silo ใส่แก้วขึ้นไปดูเลย กฟผ.เป็นเรื่องของการเจาะกล่องให้คุยแต่ต้น นโยบาย CEO ต้องให้รู้เรื่องทั่วกัน HR ต้องเป็นคนที่คุยกับคนทุกคนได้ ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ
กลุ่ม 3 อุปสรรคในการทำงานร่วมกันของ CEO – HR และ Non HR(ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
HR 1 Silo Non- HR หลาย Silo ปัญหา แต่ละคนคิดกรอบของตนเอง มองในปัญหาเดิม ๆ ทุกกลุ่มไม่มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกันบนทิศทางแก้ปัญหา อาจมีการแยกย้ายเปลี่ยนกัน
อาจใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือทำงานร่วมกันเป็น Job ในการกำหนดนโยบายต้องร่วมวางนโยบายแนวทางเพื่อให้ไปทิศทางเดียวกัน
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Job Rotation มีการย้ายเปลี่ยนแปลง แต่ไปตายที่ Norm บางครั้งไม่ใช่ทำไม่ได้แต่ไม่อยากไปเพราะจะรู้สึกอ่อนกว่า ที่นี่ Engineering So Strong องค์กรไปไม่ได้ ขอให้เอาวัฒนธรรม Engineering ลดลงหน่อย
วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือการยืมตัว มีการออกคำสั่งชั่วคราว
กลุ่ม 2 Non-HR ต้องมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างไร (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) จึงจะทำงานเรื่องคนได้สำเร็จ? พร้อมแนวทางการพัฒนา
วัฒนธรรมชนชาติ พื้นที่ คิดว่าการเพิ่มบทบาทของ Non HR เน้นเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ในบทบาทที่ต้องเพิ่ม ต้องมีบทบาทมากขึ้น เช่นกำหนดนโยบาย หรือมีส่วนร่วมต่าง ๆ
Non HR มีลูกน้องหลายระดับ การกำหนดนโยบายและวางเชิงลึก รู้ดีมากกว่า เรื่องภาคใต้ วัฒนธรรม ชาติ ศาสนา มีเยอะ ต้องมีการสื่อสารทั้งสองทั้งทั้งรับนโยบาย ปฏิบัติและการพัฒนา
การพัฒนาในเชิง Top down ที่รู้เรื่องจะนำมาพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปตามที่ต้องการ
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ประเด็น Non HR คือหัวหน้าจะรู้จักลูกน้องเขา ไม่มีใครรู้จักลูกน้องเท่าตัวเรา ในบริบทสังคมที่หลากหลาย ทรัพยากรมนุษย์ที่เป็น Fast track หรือ ดาวรุ่ง เป็น Clean and cheap energy
ในห้องนี้อยากให้ทุกคนขึ้นจาก Value Creation and diversity สู่ Infinite
กลุ่มที่ 6 วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – โอกาสในการสร้าง V ที่ 3 คือ value diversity และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมแนวทางการพัฒนา
มี 3 เรื่อง สำหรับการสร้าง Value Diversity ประกอบด้วย Networking ,Team working ,
Regional Culture
CEO มองที่ผู้ว่าการ HR มองที่ รฟห.
CEO เนื่องจากเพิ่งขึ้นมาใหม่ความครอบคลุมทั่วถึงมีน้อย อาจเป็นไปได้ที่มองไม่เห็น แนวทางแก้ไข อาจให้มีการออกสื่อ อาจมีการทำการประชาสัมพันธ์ ออกงานสังคมตามพื้นที่ที่ควรจะไป ใช้สื่อมวลชนให้เป็นประโยชน์ นสพ. เป็นประโยชน์
HR ส่วนของ รฟห.ไม่เกี่ยวข้องกับ HR เลยต้องก้าวให้พ้นจากสิ่งที่ใช้ทฤษฎีทั้งหลายและทำตัวเป็น Strategic Partner ขององค์กร
Non HR บางสายงานไม่เกี่ยวข้องไม่ทำ บางแห่งอยู่หน้างาน ต่างคนต่างทำ บางคนไม่รู้จักส่วนนั้นที่แท้จริง ไม่มีทิศทางที่ให้แต่ละคนทำ สิ่งที่เราคิดว่าต้องทำคือให้มีแนวทางที่แต่ละแห่งสามารถนำไปใช้ได้
Teamwork มอง CEO ,HR , Non HR
Leadership ไม่ชัดเจนไม่เกิน Synergy แน่นอน ต้องทำให้เป็นแม่แบบ Role Model หาช่องทางให้แสดงออก และทำตัวเป็น Linkage
ทางสาย HR ต้องมีความสามารถที่จะทำได้
Non HR ต้องทำเป็นทีม หาเวทีนั่งคุยกัน ทำงานร่วมกัน
วัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ กฟผ.ผู้ว่าการฯ ยังไม่ได้วางยุทธศาสตร์ย่อย ๆ ของแต่ละพื้นที่ สิ่งที่ต้องทำต้องวางยุทธศาสตร์ย่อยร่วมกับชุมชน
HR ไม่ลงพื้นที่ ไม่ทราบทัศนคติของชุมชน ทำให้สร้างคนไม่ตรงกับงานที่แท้จริง ถ้าอยากรู้ว่าอยากได้คนแบบไหนต้องลงพื้นที่กับเขา
Non HR ทำเฉพาะหน้า แก้ปัญหาแต่ละจุดไม่มองภาพรวม แก้ปัญหาโดยวางแผนร่วมกับชุมชน
ดร.จีระ
ได้กำหนด 3 ตัว Networking Teamworking Regional Culture แต่วางตัวละครสูงไปหน่อย ไม่จำเป็น เพราะบางครั้งอาจวางให้กับคนทำงาน
ให้แต่ละโต๊ะคิด Value Creation และ Value Diversity ที่เป็นรูปธรรมให้เสียก่อน
กลุ่ม 7 วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของ CEO – HR และ Non HR – อุปสรรคในการสร้าง V ที่ 3 คือ value diversity และเชื่อมโยงกับงาน CSR (ที่สำคัญที่สุด 3 เรื่อง) พร้อมทางออกที่เป็นไปได้
ได้ยกตัวอย่างโครงการซึ่งเป็นของ กฟผ.จริง ๆ คือสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเอาวัสดุเหลือใช้มาเป็นวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับส่วนต่าง ๆ มีความคิดให้ชาวบ้านขายให้โรงไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงหลัก อยู่ในระหว่างติดตั้งอุปกรณ์
ปัญหาทั้ง 3 กลุ่มมีมุมมองต่างกันเยอะ ข้อมูลทั้ง 3 กลุ่มมองต่างมุมกัน
ทางออกที่เป็นไปได้ทำอย่างไรให้ทำงานสัมพันธ์กันมีวิสัยทัศน์ร่วมกันให้ทำงานเป็นไปได้ อาจมีตัวแทนชุมชน ผู้นำหลักสูตร กำหนดเป้าหมายร่วมกัน และให้แนวทางไปด้วยกันได้
มีการสื่อสารให้พนักงานให้รับทราบทั่วถึงว่าหน่วยงานไปในทิศทางนี้
HR ต้องอบรมให้ความรู้การเข้าร่วมกับชุมชน ภาษาพูดต้องพูดให้เท่าหรือต่ำกว่าเป็นเรื่องที่อบรมกัน
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
HR ยังไม่ได้รับโอกาสฝึกของ CSR ในอนาคตทำ Training แล้วอยากให้ Training กระจายไปทุกจุด ที่ทำร่วมกันไม่ได้ อาจเป็นเพราะข้อมูลไม่เท่ากัน ทัศนคติไม่เท่ากัน ไม่ตระหนัก มนุษย์ต้องปลูกต้องเก็บเกี่ยวและให้เป็นเลิศ ในองค์กรต้องมี Teamwork ในกฟผ. แรงเหวี่ยงของหลักสูตรดีสำหรับคน 44 คน แต่ไม่ได้ดีต่อองค์กรทั้งหมด ให้แต่ละโต๊ะเอาหัวข้อที่ใช้ในวันนี้ลงลึกต่อไป คิดว่า Value Creation จะทำอะไรบ้าง
ถ้าเกี่ยวกับ Training ให้ HRD รู้เรื่องด้วย ส่วน HRM ในส่วนการเก็บเกี่ยว ถ้าทำ CSR ควรเพิ่มความรู้ให้กับคนมากขึ้น เพิ่มทักษะคนของเราที่จัดการกับคนในชุมชน ถ้า CSR กฟผ.ทำงานร่วมกับ HRD บ้างจะทำให้ต้นทุนการทำงานต่ำลง ไม่กระจัดกระจาย
กลุ่ม 1 ปัญหาของ HR Department ของ กฟผ. ที่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จคืออะไร
จุดแข็งของ HR มีเรื่องความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นหลักเป็นเกณฑ์ การรับบุคลากรเข้าในกฟผ.เอง มีการบริหารแบบรวมศูนย์
จุดอ่อน การทำงานเป็นแบบเชิงรับ Routine Work แบบสำเร็จรูป ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานเชิงลุก Ready to Change และ Customize การทำงานปัจจุบัน เป็นการทำงานแบบมากเกินไป เป็นแบบ Partnership การทำงานมุ่งสู่เป้าหมายแต่ผลที่ตามมาต้องติดตามก่อน
HR ส่วนใหญ่ไม่ได้โตจาก HR โดยตรงอาจขาดทฤษฎีเรื่องประสบการณ์ ที่รองรับ
การปรับปรุงต้อง แยกให้ชัดระหว่าง HR Line และ HR Function ต้องเสริมอะไรบ้าง ใช้นโยบาย และการบริหารเป็นหลัก HRที่ดีต้องเดินแบบไหนอย่าให้นายจูงไป
ความยืดหยุ่นของ HR เอาคะแนนภาษาอังกฤษมาเป็นตัววัดทำให้บางครั้งไม่สามารถรับคนได้
การเป็นวิศวกรบางครั้งไม่อยากเปลี่ยนเพราะเหมือนลดคุณค่างาน ต้องมีการเติมความรู้ทาง HR ตรงนั้น เวลา Recruit คนใน EGAT เป็น Multi Task , Multi Skill การทำงานเป็นหลักโดยสมบูรณ์
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วิศวกรที่เข้ามาให้ aware เรื่อง HR บ้าง ต้องมีนโยบายต่อเนื่องว่าจะให้ความรู้อะไรที่เด็กเข้ามา ต้องฝึกเด็กให้ตระหนักเรื่องภาพรวมองค์กร
อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
ในความรู้สึก HR ไม่ใช่วิชา แต่เป็นสัญชาตญาณ ถ้าเป็นวิศวกร มีทักษะHR มาช่วยเจรจาจะเป็นประโยชน์ได้เยอะ การมั่นใจในวิชาชีพมากเกินไปจะทำให้เกิดการสร้างเกราะที่หนาขึ้นและเกิดเกราะ
คนเรานึกถึงแนวคิดตนเองเป็นใหญ่ ยิ่งฉลาดยิ่งทะเลาะกันมากขึ้น
สิ่งที่อยากฝากไว้คือ กฟผ. รับวิศวกรเลย เปิดโอกาสให้เด็กฝึกงานแล้วมีการ Train น้อง ปวช. ปวส. เป็นการแยกเกรดเกินไป แก้ปัญหาเรื่อง Hierarchy และถ้าได้คนท้องถิ่นไปทำจะได้แก้ปัญหาของท้องถิ่นแต่ละแห่ง วิธีการ Training ที่ดีที่สุดคือเอาคนนอกมา Training เพราะคนในส่วนใหญ่จะฟังคนนอกนี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ให้แต่ละกลุ่มอ่านบทความ Schooling Business
1. อ่านแล้วได้อะไร 3-4 ประเด็น
2. เกี่ยวข้องอะไรกับหลักสูตรนี้
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง เทคนิคการนำเสนออย่างทรงพลังและประทับใจ (Art & Feeling)
โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557
Workshopที่ 1 ย้อนกลับไปในวัยเด็ก
1. ให้บอกว่าตัวเองเป็นตัวอะไรทำไมถึงอยากเป็นตัวนั้น
2. ให้ทำท่าของสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น
3. ให้ร้อยเรียงเรื่องราวของสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นเพื่อส่งต่อให้เพื่อน เพื่อสร้างจินตนาการนอกขอบเขต
4. เป็นพี่เลี้ยงให้แต่เพื่อให้แต่ละกลุ่มทำภารกิจสร้างจินตนาการ
Workshopที่ 2 จินตนาการและเรียงความ
1. ให้ดูรูปภาพ และเขียนความรู้สึกที่นึกถึงรูปภาพนั้นเป็นคำ ๆ
2. ให้แต่ละกลุ่มนำคำทั้งหมดแต่งเป็นเรียงความจนกระทั่งได้ 1 เรื่อง
Workshopที่ 3 การใช้ท่าทางในการสื่อสาร
ให้เวลา 30 วินาที แล้วแสดงท่าตามคำที่บอก
Workshopที่ 4 การนำเสนอกับการจินตนาการ
Part 1 ให้คนหนึ่งให้คำ แล้วอีกคนบรรยายคำนั้นเป็นเวลา 1 นาที
Part 2 ให้คนหนึ่งให้คำแล้วอีกคนบรรยายคำนั้นเป็นเวลา 1 นาที สลับกับภาษาจิบบริ้ท (ภาษาที่คิดขึ้นมาเอง) แล้วสลับกับบรรยายภาษาไทย
Workshopที่ 4 กิจกรรม Reflectionให้เขียนว่าเราได้อะไรบ้างจากการทำกิจกรรม
กลุ่มที่ 2
กิจกรรมแรก เหมือนให้เรานึกถึงตอนเด็ก ๆ ว่าเป็นอะไรอยากเป็นอย่างนั้น
กิจกรรมที่สอง เน้นความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ให้คิดนอกกรอบ นอกจากที่คิดคุ้นเคย ให้คิดเชื่อมโยง เชื่อมต่อกัน
กิจกรรมที่สาม ฝึกการทำงานเป็นทีม แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฝึกการสร้างสรรค์ร่วมกัน ให้ผู้สัมมนาเห็นด้วยว่าเราจะทำอะไร
กิจกรรมที่สี่ สิ่งที่ได้เรียนรู้คือเราต้องมีความพร้อมในการพูดเสมอ ต้องมีลูกล่อลูกชน ว่าจะพูดอะไร มีความรอบรู้ และต้องพูดเก่ง
กลุ่มที่ 6
โดยรวมเรื่อง Creativity กับ Presentation Technic
ทำให้เรียนรู้ว่าเรารู้สึกอะไร อาจเริ่มจากการอึดอัด แล้วต้องฝึกตัวเองว่าเป็นอย่างไร เช่นการย้อนกลับไปในวัยเด็ก ชอบอะไร มีความคิดสร้างสรรค์ เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ได้หัวเราะ ไม่เครียด
การย้อนไปในอดีตคือไม่ต้องอยู่ในกรอบสามารถคิดอะไรได้มากมาย ทำให้เราตื่นตัว ทำให้ Alert ตลอดเวลา และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ต้องระมัดระวังในการพูดหรือ Alert คือต้องมีประสบการณ์ ต้องดูภาพลักษณ์ ระวัง ฝึกการสื่อสารแบบใหม่ ๆ
สามารถเห็นตัวตนในสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่ทำได้ ทำด้วย Synergy ของ Egat group ได้เห็นTeamwork ในส่วนที่ไม่ได้นัดหมาย
ได้เรียนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่รอดได้ต้องทำอะไร มีการเตรียมตัว มีการ Planning ทำให้เพื่อนเราสามารถทำงานได้อย่างเรียบร้อย และทุกคนต้องเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีการใช้ภาษากาย ใช้มือ ในการขอความช่วยเหลือ และทำให้เห็นว่ามนุษย์มีความแตกต่างกันมากมาย ต้องบริหารเราตลอดเวลา
กลุ่มที่ 3
เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่แตกต่าง ว่าเลือกแบบนี้เพราะอะไร บางครั้งอาจเกิดการขาดความมั่นใจบ้าง แต่ต้องเรียนรู้ในสิ่งที่จะทำ บางครั้งรู้สึกเครียด ต้องเรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย มีการฝึกสมาธิ
กลุ่มที่ 7
เนื่องจากทั้งทีมเป็น Engineer จะใช้สมองซีกขวาในการสร้างสรรค์ มีไหวพริบ จินตนาการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และในการนำเสนอต้องมีท่าทางประกอบจะสร้างความเข้าใจกับผู้คนได้ดี และสร้างความสนุกสนานได้
กลุ่มที่ 4
รู้สึกมีความกดดัน ตื่นเต้น มีความเครียด รู้สึกความกดดันมาจากทั้งภายในและภายนอก เป็นการกดดันในระยะเวลาที่จำกัดและไม่รู้ล่วงหน้า ไม่ทราบหัวข้อล่วงหน้า ต้องมีการเตรียมตัว ส่วนความกดดันภายในแต่ละคนตื่นตัวและตื่นเต้นเพราะเราต้องเตรียมพร้อม
ประโยชน์ได้เกิดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ รู้สึกสนุกสนาน ได้ใช้ความรู้รอบ ๆ ตัว ทำให้เรียนรู้ว่าเราต้องมีความพร้อมเสมอ บางครั้งคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ จริง ๆ เป็นเรื่องมีสาระ
กลุ่มที่ 5
เป็นหลักสูตรแรกที่ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเพื่อน สบายใจที่ได้เรียนรู้เพื่อน ๆ
การที่ไม่รู้อะไรล่วงหน้า บางครั้งตื่นเต้น และรู้สึกว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ตอนแรกรู้สึกกดดันที่ออกมาข้างหน้า แต่ทุกคนอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า มีการสื่อสารกันในกลุ่มว่าถ้ามีเวลาจำกัดจะช่วยกลุ่มอย่างไร ทำให้กล้าแสดงออก และมีการเอาตัวรอด เรารู้สึกว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกัน แล้วได้เห็นพลังของแต่ละคน
กลุ่มที่ 1
ภาษากายของการสื่อสาร และการกดดัน ไม่ได้บอกว่าจริง ๆ จะมาทำอะไรกับเรา สิ่งที่ทำเป็นการละลายพฤติกรรมได้เรียนรู้และเห็นตนเองมากขึ้น เพราะหลายท่านมาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรม สิ่งที่ดีคือได้สื่อสารกัน และแต่ละคนมีพลังในตนเอง แต่ไม่รู้ พยายามคิดที่จะต่อยอด
สรุปโดยอาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล
ที่ทุกคนสรุปดีมากตรงกับหัวข้อ ซึ่งเป็นการใช้สมองซีกขวาแสดงถึงความน่ารัก คิคุ และเห็นอะไรที่เป็นสีสัน ดึงความเป็นศิลปินในตัว เพราะแต่ละคนก็ผ่านอนุบาลมาก่อน
Expert Smile ต่างกับ Beginner Smile (อะไรก็ได้ที่นอกกรอบ และน่ารัก) ซึ่งเรียกว่าจิตประภัสสร เป็นอะไรที่สะพรั่งในตัวเองเยอะ แต่ลืม สังเกตได้จากระดับผู้นำของแต่ละประเทศก็ใช้ สมองซีกขวากันเยอะแยะ ซึ่งน่ารักมาก แล้วจะทราบว่า เอาตัว Creative Thinking ไปใช้ในบทบาทของผู้นำและประเทศแล้วสนุกสนานได้อย่างไร
จิบบริด เป็นอะไรที่ดึง Creativity สูงมาก เป็นการใช้ภาษาท่าทาง ซึ่งเป็นจุดเด่นของทฤษฎีการนำเสนอ ภาษากายสามารถดึงดูดใจคนได้ถึง 55 % แต่เราไปติดอยู่ในโหมด Verbal 7% เสียง 38%
การเตรียมความพร้อม ต้องใช้ภาษาท่าทางร่วมด้วย
การ Apply การนำไปประยุกต์ใช้
ในธุรกิจ ใช้ Brand Senses นำเสนอบุคลิกภาพของตัวนั้น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อะไรทำให้เราจำได้ จากการวิจัยพบว่าสิ่งที่เราจำได้ตัวที่ 1 คือ รูป ตัวที่ 2 คือ กลิ่น
สิ่งสำคัญที่สุดคือ Content กับ Presentation เราจะเอา Content มาดัดแปลงอะไรให้เกิดกิจกรรมร่วมกับ Presentation ขึ้นอยู่กับ How to
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง นวัตกรรมทางสังคมเพื่อชุมชนกับการทำงานของกฟผ.
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557
โดย ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ
ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ.
กรณีศึกษาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์
อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ
นวัตกรรม กฟผ. มี 2 แนวคิด
- การดำเนินการกิจกรรมทางสังคมก็เป็นนวัตกรรม ส่วน Implement ก็เป็นนวัตกรรม กฟผ.ได้รางวัล CSR ดีเด่น ได้ของ สกร. 4 ปี ปี51 ปลูกป่า ปี52 ชีววิถี ปี 56 ชุมชนบ้านครองเรือ
- EGAT CSR คำนึงถึงสังคม เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน บรรเทาผลกระทบ เราไปอยู่ที่ไหนเราต้องบรรเทา แก้ไข เยียวยา สิ่งที่กฟผ.ทำต้องดีกว่ามาตรฐาน สร้างวัฒนธรรมรับผิดชอบต่อมวลชน ต้องร่วมกันทำอย่างไร
- กฟผ.ต้องทำลายกรอบที่เป็น Silo ทั้ง 10 ต้องสร้างการยอมรับให้ชุมชนมองกฟผ.เป็นเพื่อน เป็นญาติ กฟผ.จะดูอย่างไร เมื่อเราวิเคราะห์ Stakeholder เราต้องวิเคราะห์ Niche Stakeholder พอได้ความต้องการความคาดหวังชุมชน เราต้องทำงานบูรณาการทั้งองค์กร เรียกว่ารวมแผนแล้วแยกปฏิบัติ
- การทำ CSR ไม่ใช่การบริจาค เมื่อ PR แล้วต้องมีการประเมิน ตรวจสอบ ระยะแรกคนภายในประเมิน ระยะต่อมาเป็น Third Party ทำการตรวจสอบ แล้วนำมาปรับปรุงต่อยอด ทำ CSR ให้ยั่งยืน
- นวัตกรรมต้องเริ่มจากภายในก่อน เราต้องมีจิตวิญญาณเริ่มจากอะไรต้องตามสถานะนั้น ๆ ต้องมี CSR in process ถ้าเราทำสิ่งไม่ดี ชุมชนจะยอมรับหรือไม่ หลังจากทำ CSR ภายในองค์กรแล้ว สังคมจะต้องอยู่ได้ เกิดจากไม่พอกิน พอใช้ ต้องทำให้อยู่อย่างพอกินมีสุข เปลี่ยนจากไม่มีกินไม่มีใช้มาเป็นมั่งมีศรีสุข สังคมใกล้ต้องให้เขายอมรับเรา
- เรามีนวัตกรรมอะไรที่จะต่อยอดได้ ทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็ง เช่น โรงไฟฟ้าชุมชนบ้านคลองเรือ ขณะนี้พอกิน พอใช้ ตอนนี้มีสุข เกิดคนเยี่ยมชม เรื่อย ๆ เป็นต้น
- เราต้องไปจัดการเรียนรู้ บรรยาย ตรวจเยี่ยมชาวบ้านเรื่อย ๆ
- โครงการชีววิถีที่ต่อยอด ปุ๋ยหมัก น้ำหมักถือเป็นนวัตกรรมในช่วงนั้น เอา Knowledge ต่อเป็นชุมชนต้นแบบ อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นเกมส์นิด ๆ ทำไมไม่เคลียร์ชุมชนทั้งหมดไม่ให้มีปัญหา
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
- ชุมชน วัฒนธรรมชุมชน วิถีชีวิตชุมชน ถ้าจะพัฒนาชุมชน ชาวบ้าน วิถีชุมชน หัวใจอยู่ตรงไหน อยู่ที่ทำให้ชุมชนเป็นผู้เรียน อยากรู้ อยากเห็น อยากทดสอบ ไม่ใช่พัฒนาให้ชุมชนแบมือขอ โจทย์ทุกโจทย์จะแตกออกไป
- ไม่มียุคไหนที่มนุษย์มีเครื่องมือที่น่าสนใจ ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ภาพที่เห็นเป็นเปลือกนอก แต่โจทย์จริง ๆ น่ากลัว เราไม่รู้ ไม่ได้ ทำอย่างไร ปัญหาที่เผชิญหน้าจะทำอย่างไร เห็นได้ชัดว่ามีโครงการใหม่เยอะแยะเลย แต่ต้องมีแก่นที่ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือกอะไร ทำไมต้องทำเรื่องนี้ ทำเรื่องนี้แล้วได้อะไร เมื่อมีเครื่องมือสื่อสาร ในฐานะพัฒนาต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์
- การพัฒนาต้องทำย้อนสอน ถ้าเลี้ยงไก่แบบ ซี.พี.ทำอย่างไร แบบอื่นทำอย่างไร เอาความรู้มาปะติดปะต่อ โจทย์การพึ่งตนเองทำได้ไม่ยาก ทุกอย่างสามารถทำรวมกันได้หมด ความรู้ในชุมชนมีมากมายแต่โดนทิ้งไป เราควรอนุรักษ์ไว้ อย่าพูดเฉย ๆ ให้เตรียมล่วงหน้า
- เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร เรามานั่งคิดเองจะคิดได้เท่าไหร่ การเป็นผู้เรียนต้องเป็นคนสังเกตที่ดี
- สิ่งที่ชาวบ้านสนใจอีกเรื่องคือปัญหาของเขา ถ้ามีอะไร เราส่งข้อมูลคุยกับเขา เช่นปลูกยางพาราหมดก็มีที่ไปเลี้ยงวัว เรามีเครือข่ายทั่วโลก มีคนทุกสาขาอาชีพในเครือข่าย
- 5 ปีที่แล้วมีการประกวด IT พัฒนาชุมชนของธนาคารโลก ครูบาส่งเข้าประกวดชนะเลิศ โดยแนะนำให้ชาวบ้านมีเครื่องรับ IT ได้ด้วยเพื่อติดต่อสื่อสาร ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ และพัฒนาอย่างแท้จริง
- เราจะใช้โจทย์แค่ไหนอย่างไรให้ดูปัญหา สภาพแวดล้อม หลักการพื้นฐานจริง ๆ ว่าจะพัฒนาคนซึ่งไม่อยากพัฒนาแต่พัฒนาได้อย่างไร
- ต้องให้ชาวบ้านเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เขาอยู่ได้ด้วยตนเอง ในอดีตเขาสร้างบ้านด้วยตนเอง มีปัญหาเขาสามารถแก้ได้หมด แต่มายุคนี้พยายามให้ชาวบ้านพึ่งรัฐบาล ให้เห็นอกเห็นใจ เพราะคนไทยมีหน้าที่ 2 หน้าที่ ให้สังคมไปพัฒนา
- สังคมทุกวันนี้น่ากลัวกว่าเมื่อก่อนเยอะ ความเป็นพี่เป็นน้องหายไป สิ่งที่ควรทำคือการสร้างกระบวนการเครือข่าย มีคนเข้ามาเรียน ให้ความรู้ ทำให้ชีวิตนี้มีชีวา เพราะชีวิตนี้เกิดจากการเรียนผ่านประสบการณ์ ต้นไม้ทุกต้น สรรพสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ถ้าไม่มีต้นไม้จะเอาร่มเงาจากไหน เอาความชุ่มชื้นจากไหน
อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
ครูบาสุทธินันท์ เป็นต้นแบบของชุมชน สิ่งที่กฟผ.คือไปถามชุมชนว่าจะทำอะไรกันแล้วเราสนับสนุนแนวความคิด
คำพูดของครูบา “หัวใจของชุมชนคือการสร้างความอยากเรียนรู้ให้ชุมชน”
คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์
ความคิดของครูบาจะกระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ให้ฟังสิ่งที่เป็นความรู้และประสบการณ์ที่แท้จริงมา
กฟผ.อย่าท้อถอยเพราะการทำเพื่อสังคมจะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ สององค์กร ทั้งกฟผ. และ กฟภ. Independent
จริง ๆ กฟภ.จะไปอยู่ กฟผ.อยู่แล้ว แต่ติดที่รัฐมนตรี บางครั้งการบริหารงานเกิดข้อขัดข้องเนื่องจากติดที่โครงสร้างของประเทศ
Social Innovation (นวัตกรรมทางสังคม)
นิยามคือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องของการเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ ความคิด แนวคิดขององค์กร มีผลต่อความต้องการและนิยามของสังคม ต้องเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์และเรื่องความรู้ ต้องมีความแรง มีตรงกับปัญหาและยั่งยืน ความใหม่คืออะไร สร้างสรรค์คืออะไร
1. มีผลต่อสังคมและประเทศชาติโดยรวม
2. มีผลต่อองค์กรรุนแรง
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ความจริง Social Innovation เกิดมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต้องเริ่มจาก Activity + Knowledge และ Turn into Action และ Turn into Success และจะ Overcome difficulty ได้อย่างไร เราจะรวบรวมให้การทะลุทะลวงในครั้งนี้ Add Value ที่สูง เป็น Value Creation สู่การยอมรับ
Social มีสองระดับคือสังคมทั่วไปกับในองค์กร มี General กับ Public ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าไม่เอาชนะสิ่งที่เป็นอุปสรรคของสังคมจะถือว่าทำงานไม่สำเร็จ
คนใน HR นั้น Very Capable
กฟภ.มีลูกค้า 16 ล้าน 5 แสนราย มีภารกิจดูแลอย่างต่อเนื่อง มีการปรับสำนักงานให้เหมาะกับลูกค้า แต่ละภาคมี 3 เขต มีลูกค้าเฉลี่ย 2 ล้าน สายไฟทั้งหมดรวมแล้ว 8 แสนกิโลเมตร เอาเงินจ่ายให้ กฟผ.ทุกเดือน รัฐบาลให้สิทธิพิเศษ
ระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนมากขึ้นต้องใช้การควบคุมและสั่งการอัตโนมัติ กฟภ.มีความก้าวหน้าในด้านนี้ ในอนาคตจะทำ Smart grid
ไม่อยากให้ขยายไฟฟ้าชนบทเพราะว่าขาดทุน เช่นลงทุนหมู่บ้านละ 4 แสนบาทของทุนร้อยละ 14 จึงไม่อยากให้ทำ ถ้ามองเห็นตัวอย่างที่ดีจากต่างประเทศจึงเป็น Innovation ทางสังคมถ้าดูผลตอบแทนทางการเงินอย่างเดียวประเทศไหนก็ขาดทุน แต่ให้ดูผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจด้วย พบว่าได้เป็นบวก ร้อยละ 28 ผลรวมทั้งสองได้ร้อยละ 6 World Bank จึงให้กู้ต่อ
ไฟฟ้ามีความจำเป็นต่อความต้องการของประชาชนจริง ๆ รัฐบาลเรียกร้องให้ตามแผน เวลาคือ 35 ปี ไม่ใช่ 25 เงินลงทุนไม่ได้คิดค่า Present Value คือ 60,000 ล้านบาท ปริมาณเป็น 74,000
ไฟฟ้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ครัวเรือน สังคม ประเทศ แต่ที่เกรงว่าจะขาดทุน ตัวเลขบัญชีรายเดือนขององค์กรมีกำไรเสมอ จึงสังเกตได้ว่าการลงทุนทาง Infrastructure ไม่มีวันเจ๊ง ไม่มีวันขาดทุน ทำได้
สิ่งที่เป็น SocialInnovation มีผลกระทบยาวนาน Innovationในองค์กร ช่วงแรกปี 2536 มีกระแสเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสิ่งที่อยากกระตุ้นคือให้รู้จักองค์กร ผลกระทบต่อตนเอง ปี 2549 โดยนโยบายให้ยุทธศาสตร์เน้นเรื่องให้ขับเคลื่อนกฟภ.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
หลังจากสร้าง Awareness ไปแล้วมีผลอะไรหรือไม่
หลังจากที่ตรวจสอบความรู้แล้วให้มีการทำ Knowledge Critique (การวิพากษ์วิจารณ์) องค์กรต้องการขับเคลื่อนให้ต่อเนื่อง
สรุปSocial Innovation คือ สิ่งที่ได้ทำคือ Rural Elective Innovation มีมิเตอร์วัดไฟเพิ่มปีละ 100,000 ราย เรื่องการพัฒนาคนใช้เรื่องของความรู้ พัฒนาเรื่องการเรียนรู้ มีการปรับปรุงคนในองค์กร
เทคโนโลยีเอาคนมาผนวกกับไฟฟ้าที่เป็นฮาร์ดแวร์เรียกระบบนี้ว่า Smart grid ทำให้การเรียนรู้ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ smart grid (ระบบไฟฟ้าช่วยการผลิต จ่าย ดูแลเรื่องไฟฟ้าที่ขัดข้อง ให้เอามาใช้ประโยชน์ได้) อีกนาน มีพัทยาเป็นเมืองนำร่อง
ส่วน Innovation กฟภ. มีผลต่อประชาชนและชุมชนเนื่องจากองค์กรสร้างวิสัยทัศน์ต่อองค์กรและผู้ร่วมงานร่วมกันถึงจะไปรอด อย่างไรก็ตามต้องยึดวิสัยทัศน์ใหญ่เป็นหลัก
สิ่งที่เกิดขึ้นคิดแค่ Thailand ไม่ได้ต้องคิดอาเซียน
แสดงความคิดเห็น
- กฟภ.น่าจะง่ายกว่า กฟผ.เยอะ เพราะกฟผ.มีการสร้างเขื่อนที่จะมีปัญหาแต่กฟภ.เวลาสร้างเสาไฟชาวบ้านจะชอบ
- กระแส CSR ค่อนข้างแรงมาก แต่ในส่วนพนักงานเองค่อนข้างสับสนในส่วนตัวพนักงานด้วยกัน กฟผ.ไม่ใช่คนที่เก่งไปทุกเรื่อง ไม่รู้ว่าสัดส่วนมีตรงไหนในเรื่อง CSR และสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ การไปตปท.เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องหาพื้นที่ให้ ไม่ใช่ให้กฟผ.ทำทุกเรื่อง
คุณรังสรรค์ ตอบ
- รู้อยู่แล้วว่ามี 10 Silo ถ้าเดินไปแล้วไฟดับโดนคนแรก อยากให้สร้างทัศนคติที่ดีที่ทำงานร่วมกับชุมชน เพราะว่า กฟผ.จะไม่สามารถอยู่ได้ถ้าชุมชนไม่เห็นด้วย ต้องสร้าง CSR In process และ Out Process คือภายในและภายนอกควรทำ CSR แต่ปัญหาคือทั้ง 10 Silo อยากทำ CSR หมด ดังนั้นผู้บริหารต้องเลือก CSR ที่จำเป็นเท่านั้นไม่ใช่ทำทั้งหมด มีตัวอย่างให้ความรู้แก่เด็กแล้วให้เด็กกลับมาพัฒนาตนเอง เราต้องทำอย่างไรให้ชุมชนไว้วางใจ
แสดงความคิดเห็น
- มีจดหมายร้องเรียนไปที่ กฟผ.ว่าบางครั้งอาจไปแย่งอาชีพครูหรือไม่
คุณรังสรรค์ ตอบ
- จุดประสงค์คือชุมชนที่อยู่ห่างไกล รอบไฟฟ้าไม่มีสิทธิ์นั่งรถเมล์มาในเมือง คนในเมืองไม่มีรายได้
คุณสุทธิเดช ตอบ
- กฟภ.ไม่ค่อยเป็นปัญหากับมวลชนเพราะว่ามันเป็นประโยชน์และเห็นชัด
- การหาที่ดินและที่ตั้งโรงไฟฟ้า หน้าที่จริง ๆ ไม่ควรเป็นของ กฟผ. แต่ควรเป็นของเจ้ากระทรวงเป็นคนหาที่ให้กฟผ. ถ้ากฟผ.หาที่เอง ชาวบ้านจะไม่เห็นด้วยเพราะมีภาพว่า กฟผ.รวย
- การต่อต้านกฟผ.เยอะ จึงต้องทำ PR ให้เยอะและแรง
แสดงความคิดเห็น
- ครูบาเป็นเหมือนกระจกสะท้อนกฟผ. กฟผ.ทำหน้าที่สร้างคน อยากทำแบบบะหมี่ฉีกซองสำเร็จรูป ต้องสร้างคนกฟผ.ทั้งหมดให้มี CSR ในใจ อยากให้ ครูบาบอก อยากได้คนของกฟผ.แบบไหน
ครูบาสุทธินันท์ ตอบ
- ใจดี รักประเทศ รักประชาชน สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ จริง ๆ แล้ว กฟผ.ทำอะไรเยอะแต่คนไม่ค่อยรู้
- ในกรณีเขาชวนเราทำนู้น ทำนี่ อย่าทำสะเปะ สะปะ ให้ทำสิ่งที่กฟผ.ถนัดจริง ๆ ให้ทำประเด็นที่เราถนัด หาจุดดีให้เจอ ให้ความรู้และแนะนำชาวบ้าน
- ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าพัฒนาไฟฟ้าแล้วสังคมจะพัฒนาอย่างไร ให้ขายความคิดในสิ่งที่กฟผ.ทำแล้วชาวบ้านจะเป็นเพื่อนเอง
- ปัญหาทุกปัญหาต้องคิด อยู่ที่ว่าวิธีการทำ จะต้องรู้วิธี ต้องมีชุดความรู้
คุณรังสรรค์ ตอบ
- เห็นด้วยที่ว่าเราทำในสิ่งที่ถนัดและต้อง PR เช่น เบอร์ 5 PR เป็นส่วนสำคัญ และเป็น Story เพื่อให้ความรู้ประชาชน พอขึ้นมาเป็นผู้ช่วยถาม PR กฟผ.ว่าทำอะไร ต้องสร้าง Story ให้ได้ เช่นทุกคนต้องการใช้ไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร ทุกอย่างต้องมี Story ว่าไฟฟ้ามีความจำเป็นอย่างไร
- ทำ CSR เสร็จต้อง PR แล้วต้องประเมิน Plan do check act ทำดีแล้วต้องพูด
- Facebook เป็น Social Media ทำอะไร
แสดงความคิดเห็น
- รู้ว่า CSR ช่วยเหลือสังคม ถ้ามอง CSR จริง ๆ แล้วผลงานที่ ครูบาทำกับ กฟผ.ทำ ใคร Outstanding มากกว่ากัน กฟผ.มีทุกอย่าง แต่ทำไมครูบาสุทธินันท์ได้รับรางวัลเยอะแยะ
ความแตกต่างเกิดจากความเป็นเพื่อนและไปถามเพื่อนจากเพื่อนที่รู้มาสู่คนที่ไม่รู้ เรารวมแผนไว้แล้วแยกปฏิบัติ แล้วมาบอกว่าใคร ๆ ก็อยากโชว์ผลงาน จริง ๆ แล้วเป็นเรื่อง Priority ดังนั้นการจัดจะเป็นอย่างไรให้มองปัจจัยภายใน
- ของครูบาเป็นเพื่อน กฟผ.ไม่ใช่เพื่อน ถ้าคน กฟผ.คิดว่าคือ กฟผ.แล้วไปทำให้สังคมจุดยืนตรงนี้ผิด
- การเริ่ม CSR เริ่มจากภายในสู่ภายนอก คน กฟผ.ถูกปลูกฝังเรื่องทัศนคติเรื่อง CSR มากน้อยแค่ไหนว่าสิ่งนี้คือพันธกิจสำคัญแค่ไหน คนต้องมีความพร้อมในด้านนี้ก่อน
- กิจกรรมสู่สังคมไกล และใกล้ โอกาสพลาดสูง คนยังมีจิตสำนึกหรือความเข้าใจไม่ชัดเจน
- CSR ภายในประเทศยังไม่ Outstanding และครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อเข้าสู่ AEC ในระยะเวลาใกล้จะทำอะไร
คุณรังสรรค์ ตอบ
- สิ่งที่ครูบาทำกับกฟผ.ทำใคร Outstanding กว่ากัน ขอตอบว่าสิ่งที่กฟผ.ทำพยายามลอกแบบครูบาคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างครูบา
- Knowledge ที่อยากรู้จะให้ไปเยี่ยมวิทยาลัยเกษตรหรือศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ ต้องพยายามให้มี Connection
- คนกฟผ. ภายใน 22,000 คนทำอย่างไรให้มีจิตใจมี CSR ด้วย และขอร้อง กฟผ.ให้ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงในการทำร่วมกัน
อาจารย์จีระเดช ตอบ
- เชื่อว่า CSR จิตมนุษย์มีหมด ต้องเริ่มจากสิ่งที่ Simple มากสุดคืออะไร ที่ครูบาบอกสิ่งแรกที่ต้องทำคือ PR ถามประชาชนว่าคืออะไร
แสดงความคิดเห็น
-ให้เอาคนที่ทำจริงมาพูดเป็นกรณีศึกษาเลย
- บุคลากรหลายท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงการลงไปจริง ๆ น้อย กฟผ.ต้องพูดความจริง แต่ยังนิสัยเหมือนเดิม ส่วนที่มีอิทธิพล บทบาทคือคนในพื้นที่
- การจัดบุคลากร การ Turn ผู้บริหาร ต้องใส่ใจรู้จริง เป็นเพื่อนบ้านที่ชัดเจน ต้องยอมรับความจริง เพราะว่าผลกระทบที่เกิดกับเรามี ต้องยอมรับ เช่น ถ่านหินสะอาด สะอาดตรงไหน ต้องรู้บริบทชาวบ้าน เราจะเกิดผลดีผลเสียอย่างไร ต้องรู้วิธีแก้ที่ชัดเจน
- องค์การไฟฟ้าใหม่ ๆ ควรปฏิบัติตามที่ครูบาแนะนำแล้วจะราบรื่น กฟผ.ทำงานไม่มีวันหยุด ทั้งส่วนตัว ส่วนรวม ราชการ อยู่พื้นที่ลำบากมาก แต่ยินดีทำให้องค์กร
คุณรังสรรค์ตอบ
- รวมแผนแล้วแยกปฏิบัติ อะไรเป็น Hi light แล้วให้เราติดตาม บางครั้งตีกัน เป็นวัฒนธรรมของ กฟผ.ถ้ารวม 2 หน่วยงานเมื่อไรเละ
- อยากให้เน้นการรวมกัน อย่าแตกแยก พยายามรวมศูนย์ให้ดีที่สุดและให้ส่วนกลางสนับสนุนให้ดีที่สุด
- กฟผ.สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน แต่ขอยืนยันว่าชุมชนที่อยู่รอบ กฟผ.ต้องดีกว่าชุมชนทั่วไป
แสดงความคิดเห็น
- เชิญคนที่รู้ไปเป็นที่ปรึกษา ชุมชนจะไม่มีเจ้านาย มีเวลา
- ให้ทำความสัมพันธ์กับการเมืองท้องถิ่นด้วย เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
- ต้องคิดเรื่องนโยบายให้ชัดเจน เป็นยุทธศาสตร์การตลาด เหมือนขายประกัน แล้วจึงพูดเรื่อง Supply พูดเรื่องโรงไฟฟ้า
- กฟผ.อยากคิดร่วมกัน กฟภ. ในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เพราะกฟภ.ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มากกว่ากฟผ.เนื่องจากเก็บค่าไฟทุกเดือน แต่กฟผ.เพียงแค่พบผู้ใหญ่บ้าน จึงอยากให้ทำ MOU ร่วมกันได้หรือไม่
- จิตอาสา หรือ CSR คล้ายหยดน้ำ พนักงานระดับล่าง ลูกจ้าง ระดับบน ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้เลย
แสดงความคิดเห็น
- อยากให้โรงไฟฟ้าใหญ่ ๆ มีองค์กรที่ทำหน้าที่ด้าน CSR โดยตรง
-มุมของการไฟฟ้าจริง ๆ ต้องทำให้เขาเห็นว่าทำอะไรในพื้นที่ มีคนเข้าใจในพื้นที่รอบ ๆ หรือไม่ ต้องหาแนวร่วม แบ่ง Sector เพื่อการยอมรับ แบ่งพื้นที่ในกลุ่ม หน่วยราชการ NGOs ถ้าทำการบริหารจัดการต้องแยก บางคนต้องการการยอมรับ บางคนต้องการชื่อเสียง บางคนต่อต้านเพราะไม่รู้ว่าโรงไฟฟ้าทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ต้องหาคนมาให้ความรู้ในชุมชน และให้ความรู้เชิงลึกกับ NGOs ช่วยออกแบบโรงไฟฟ้า อะไรเป็นข้อกังวล ช่วยการพัฒนาชุมชน หาคนทำร่วมกัน
คุยกับชาวบ้าน ให้ความเป็นธรรม ต้องออกไปประชาสัมพันธ์ หาแนวร่วมว่าคนไหนสนใจอยากมาช่วย กฟผ.บ้าง เมื่อรับทราบว่า กฟผ.ทำอะไรเขายินดีมาร่วม หาคนที่กล้าแสดงออกเข้ามาเป็นแนวร่วมกับชุมชนเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก ก่อนที่ NGOs จะมาให้ข้อมูลผิด ๆ ส่วน NGOs ที่ทำงานร่วมกับ กฟผ. ยังมีประเด็นอยู่ ต้องวางแผนแต่ละกลุ่มให้แยก ๆ กันไป
การทำงานร่วมกับท้องถิ่นขอให้กฟผ.ทำงานเป็นหลัก ใครดูแลตรงไหน ไม่ใช่เอาเงินมาหว่าน
แสดงความคิดเห็น
กฟผ.มีงบประมาณในรอบปี ที่ลงไปน่าจะตอบโจทย์ CSR ได้ อย่าตีวงแค่โรงไฟฟ้า อย่างเช่นเขื่อนมีทั้งกลุ่มเหนือเขื่อนและล่างเขื่อน
ครูบาสุทธินันท์
รู้จักคนในกฟผ. คุยไปคุยมาก็เกิดความผูกพัน แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า วัฒนธรรมองค์กรของกฟผ.แข็งไปหรือเปล่า การทำงานอย่างเป็นระบบทุกคนมีความรู้ในตัวแต่ไม่ได้แสดงเพราะอะไร สิ่งสำคัญคือควรเข้าถึงชุมชน
ดึงความรู้ในตัวบุคคล ทำอย่างไรจะกระตุ้นออกมา ทำอย่างไรให้กฟผ.เป็นองค์กรที่มีความสุข ทำอย่างไรให้ทำงานเหมือนเป็นเพื่อนกัน เป็นญาติกันจริง ๆ
คุณสุทธิเดช
หลายความเห็นช่วยงาน PR บางอย่างเป็นเรื่องทำได้เลย บางเรื่องไม่ต้องรอ เพราะอยู่ในอำนาจ พนักงานกฟภ.ที่อยู่ในพื้นที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนเยอะ เรื่องการเซ็น MOU กับกฟภ.เรื่อง CSR และ PR เป็นสิ่งที่ควรทำ
ลักษณะองค์กร กฟผ. กับ กฟภ. (ปัจจุบันให้เรียก PEA) น่าจะทำตัว PR ร่วมกันทั้ง 3 การไฟฟ้า เรื่องการจ้างองค์กรกฟผ.ได้ใช้วิธีนี้กับกฟภ. ต้องสร้างความเข้าใจกับคนในองค์กร
คุณรังสรรค์
ที่กฟผ.บางปะกงพูดเป็นการ Share ความคิดที่ดีมาก ข้อมูลบางข้อมูลไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเชิงลึก อยากให้คนแสวงหาสิ่งที่ทำร่วมกับชุมชนและให้คนยอมรับว่ากฟผ.เก่งและดี
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ครูบา กับ ดร.จีระเป็นบัดดี้กัน ส่วนคุณสุทธิเดช ดร.จีระเคยทำเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ 4,000 คน อยากให้มาเป็นแนวร่วมกับ กฟผ.ในอนาคต ส่วนคุณรังสรรค์ เป็นลูกศิษย์อาจารย์จีระ
ตัวอย่างถ้าเอาบรรยากาศวันนี้ให้คน กฟผ.ในระดับล่าง ด้วยจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างดีมาก
คุณรังสรรค์
สพร.สั่งว่าตอนของบประมาณอยากให้กฟผ.และกฟภ.ทำงานร่วมกัน
ประเด็นการเรียนรู้ในการอบรมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
วันนี้เราเดินทางไปอบรมที่เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี รถบัส กฟผ. ออกจาก กฟผ. 7.00 น. ถึงจุดหมายปลายทาง 10.30 น. (ช้ากว่ากำหนดการที่กำหนดไว้ 9.00 น.)
เช้านี้ได้มีการจัดการอบรมแบบ Panel Discussion ในหัวข้อ Networking Capital กับการพัฒนาเพื่อประชาชน โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายสหัสนัย ยืนยงค์ ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี นายปณต สังข์สมบูรณ์ พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี นายยุทธการ มากพันธ์ ผู้แทนชุมชน นายคเชนทร์ พูนจันทร์ ผู้แทนภาคธุรกิจ (SCG) และร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปราย โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เนื้อหาที่พูดคุยที่น่าสนใจคือ จังหวัดกาญจนบุรี มี 12 อำเภอ แบ่งออกเป็น 3 โซน 1) โซนอนุรักษ์ 2) โซนเศรษฐกิจ 3) โซนอีสาน และยังได้ทราบถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี ซ่งเน้นการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการพัฒนาประสิทธิภาพระบบการผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี อยากให้ กฟผ. มีส่วนร่วมในจังหวัดกาญจนบุรีมากขึ้น
คุณสหัสนัยฯ เน้นเรื่องการท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมของชุมชนใน อ. ศรีสวัสดิ์ จ. กาญจนบุรี โดยนำเสนอ Srisawat Model เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่ยังมีปัญหาด้านเงินทุน เพราะที่ดินอยู่ในเขตอนุรักษ์ ไม่สามารถใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้ และต้องการให้ กฟผ. สร้างความมั่นใจเรื่องความมั่นคงของเขื่อน (ข่าวเขื่อนจะแตก ทำให้มีผลต่อการท่องเที่ยวของ อ.ศรีสวัสดิ์) และขอให้ กฟผ. ออก PR มากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังต้องการให้ กฟผ. สร้างเครือข่ายชุมชน และมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อดำเนินการได้โดยตรง และมีแผนพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง ในแต่ละพื้นที่
คุณยุทธการฯ ผู้แทนชุมชน ต้องการให้ กฟผ. เป็นผู้นำเครือข่ายไฟฟ้าชุมชน (ขนาดเล็กๆ) ช่วยชุมชนพัฒนาโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก
จากความเห็นของผู้เช้าร่วม Panel Discussion สรุปได้ว่า
ในช่วงบ่าย เป็นการบรรยายเรื่อง HR for Non HR และการปรับใช้กับงาน CSR ของ กฟผ. ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นในเรื่องแนวทาง วิธีคิด เพื่อการดำเนินการ CSR ของ กฟผ. รวมทั้งแนวคิการดำเนินการ HR สำหรับผู้บริหารที่เป็นกลุ่ม Non HR ซึ่งในเรื่อง HR นั้น ไม่ใช้หน้าที่ที่มอบให้ HR Division ในการดำเนินการ หากแต่ ผู้บริหารที่เป็น Non HR จะต้องเป็นผู้ดำเนินการ เพราะเป็นผู้ที่ต้องอยู่กับผู้ปฏิบัติงาน และต้องรู้ว่าต้องจัดหา พัฒนา ผู้ปฏิบัติงานในแนวทางไหน อย่างไร HR ป็นเพียง Facilitator ให้การดำเนินการสำเร็จด้วยดี เท่านั้นเอง (ไม่มีใครรู้เรื่องงานดีเท่ากับผู้ที่มีหน้าที่ในงานนนั้น)
ประเด็นการเรียนรู้ในการอบรมในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557
วันนี้ ต้องตื่นแต่เช้า 5.30 น. เพื่อไปร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เราร่วมกับ อ. ดร. จิระ และเพื่อนๆ พี่ๆ ที่นัดกันเวลา 6 โมงเช้า เพื่อเดินออกกำลังกาย จากหน้าร้านอาหารบ้านเอราวัณ ลงเขามาถึงปากทางขึ้นบ้านเอราวัณ แล้วก็เดินกลับ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หลายคนพร้อม หลายคนไม่พร้อม (ไม่มีชุดกีฬา) แต่มีสปิริตไปร่วมเดินออกกำลังกายกัน กิจกรรมภาคเช้ามืด สำเร็จลงด้วยดี ไม่มีใครเป็นลม สุขภาพดีทุกคน
ภาคเช้า เราได้เริ่มจาก Learning Forum & Practice ในหัวข้อ “เทคนิคการนำเสนออย่างทรงพลังและประทับใจ” “Art and Feeling Presentation” โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล อาจารย์มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างมาก ทั้งที่ทำได้ และไม่อยากทำ (แต่ก็ต้องทำ)
โดยเริ่มจากการทบทวนตั้งแต่ในวัยเด็กว่าอยากเป็นการ์ตูนอะไร เพื่อค้นหาความคิดในวัยเด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มของตัวต้น
จากนั้น ให้มีการฝึกคิดจินตนาการจากสิ่งที่ไม่เป็นจริง เพื่อดูว่าเห็นภาพแล้วคิดถึงอะไร
และมีกิจกรรมที่ต้องแสดงตามที่อาจารย์บอก (โดยไม่ทราบล่วงหน้า) ซึ่งกิจกรรมนี้ เป็นการทำให้ทราบว่า คน (ผู้ใหญ่) มีการใช้สมองซีกซ้าย (Expert mind) มากกว่าสมองซีกขวา (Beginning mind) ซึ่ง Expert mind มักจะมีในผู้ใหญ่ ที่จะคิด (หรือถอยหลัง 1 ก้าว) ก่อนที่จะ Action เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์เสมอ และ Beginning mind มักจะทำได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด ทำได้ทันทีตามที่สมองสั่งการ ในการทำกิจกรรมนี้ จะเป็นการดึงเอาศิลปิน (จากสมองซีกขวา) ออกมาใช้งาน [กิจกรรมนี้ ใช้เวลานานไปหน่อย เพราะให้ทำทุกคน ทำให้มีอาการเบื่อเกิดขึ้นในเพื่อนๆ หลายๆ คน]
โดยสรุป “Art and Feeling Presentation” จะทำให้ทราบถึงว่า เราต้องมี Creativity เพื่อทำให้การ Presentation ของเราสำเร็จ คนจำได้ ซึ่งจะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ Verbal คำพูด (7%) Sound เสียง (38%) และ Action ท่าทาง (55%)
Content and Presenter เป็นสิ่งที่ทำให้การสื่อสารได้สำเร็จ
Content ทำให้เกิด Involvement แต่จะทำ Content ให้น่าสนใจได้นั้น ต้องอยู่ที่ Presenter ซึ่งต้องมี “Art and Feeling Presentation”
สำหรับในช่วงบ่าย มีผู้ทรงความรู้มาร่วมใน Panel Discussion ในหัวข้อ นวัตกรรมทางสังคมเพื่อชุมชน (Social Innovation) กับการทำงานของ กฟผ. โดย คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม (ชคส.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ดำเนินการอภิปราย โดย ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ (ชคส.) ได้ให้แนวคิดว่า สิ่งที่เรา (EGAT) ทำ จะต้องดีกว่ามาตรฐาน และเรื่อง CSR ต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก โดยในแนวคิดของ ชคส. CSR ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
1)CSR สังคมไกล – สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ในภาพรวม
2) CSR ในองค์กร – CSR in Process ในกระบวนการหลัก, วัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสังคม. พนักงานมีส่วนร่วม และจิตอาสา กฟผ.
3) CSR สังคมใกล้ – พัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยรอบหน่วยงาน
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน) ได้ให้ความเห็นว่า “ต้องสร้างให้ชุมชนอยากรู้ ชุมชนนถึงจะอยากทำ”
โครงการที่จะช่วยชาวบ้าน จะต้องเป็นโครงการที่เห็นผลเร็ว ชาวบ้านจึงจะให้ความร่วมมือ จากนั้นจึงค่อยสอนหรือให้มีโครงการที่ใช้เวลาระยะยาวขึ้น จึงจะได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน
ปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ควรใช้เทคโนโลยีสื่อสาร และ Social Media/Social Network ในการเชื่อมโยงชาวบ้าน (ผุ้นำชุมขน ไม่เรียกประชุมแล้ว แต่ใช้ทีศัพท์มือถือ/Facebook ในการส่งข้อมูลถึงชาวบ้าน ดังนั้น ควรให้ผู้นำชุมชนช่วยกระจากข้อมูล และต้องสร้างสังคมชุมชนให้เป็นสังคมชุมชนแห่งการเรียนรู้
และที่สำคัญ โจทย์ที่จะไปคุยกับชาวบ้านต้องเป็นโจทย์ใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ รวมทั้งนวัตกรรมต่างๆ ควรให้ชาวบ้านช่วยคิด
และ กฟผ. ต้องทำในเรื่องที่เราถนัด เช่น กฟผ. ต้องผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่ไปปลูกป่า และต้อง PR ให้มากขึ้น
มีคำถามเกี่ยวกับ การทำ CSR ของ กฟผ. และ งานชุมชนของครูบาสุทธินันท์ ซึ่ง ชคส. ตอบในเชิงว่า คงจะต้องลอกเลียนแบบของครูบาสุทธินันท์ แต่ในความคิดของเรา เราเห็นว่า การทำ CSR ของ กฟผ. ไม่ใช่การลอกเลียนแบบของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่น่าจะเป็นการพิจารณารายชุมชน เพราะว่า แต่ละชุมชนเป็น Unique มีความต้องการ มี Characteristic ไม่เหมือนกัน ดังนั้น โครงการที่เป็นที่ต้องการของชุมชน ไม่ควรยัดเยียด หรือเห็นว่าสำเร็จจากชุมชนหนึ่ง แล้วนำไปให้กับอีกชุมชนหนึ่งด้วย
การทำ PR ของ กฟผ. ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพ ต้องปรับปรุง ต้องทำในหลายๆช่องทาง และในปัจจุบัน เทคโนโลยีสือสารมามากมาก กฟผ. ควรใช้ให้เป็นทุกๆอย่าง เพื่อติดต่อกับทุกคน ทุกลุ่มอายุ ทุกกลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ กฟผ. ควรเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ 1 ช่อง และ สถานีวิทยุ 1 ช่อง เพื่อเป็นช่องทางประจำของ กฟผ. ม่ต้องไปซื้อเวลาของ TV หรือวิทยุ ช่องต่างๆ
หลักสูตร EADP รุ่นที่ 10 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
ระหว่างวันที่ 10 -13 กุมภาพันธ์ 2557
ประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมสัมมนา
วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
กิจกรรมรักษ์กาย ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี (สามเสน) กรุงเทพฯ
ช่วงเช้า
การไม่ออกกำลังกายและความเครียด
ความดันสูง ไขข้ออักเสบ เป็นต้น
กินอาหารแล้วไม่รู้สึกอิ่ม ขาดฮอร์โมนเพศ เข้าสู่วัยทองเร็วกว่ากำหนดและหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ๆ น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ ไอศกรีม เป็นต้น
ขนาด 1000 มิลลิกรัม วิตามินบี ขนาด 100 มิลลิกรัม ฟ้าทลายโจรขมิ้นชัน เถาวัลย์เปรียง เป็นต้น
ช่วงบ่าย
เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
ผู้นำแห่งทศวรรษใหม่ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
ประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมสัมมนา
ช่วงเช้า
และโครงการที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาชุมชน การบริหารจัดการกับภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ
และการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนและ AEC
พื้นที่ประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยว
ส่งเสริมการพัฒนาการค้าผ่านแดน การพัฒนาระบบชลประทานให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกสร้างผลผลิตอย่างต่อเนื่องและสร้างอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
มีจุดเด่นคือพื้นที่เกษตรมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีและพื้นที่จังหวัดอยู่ในโซนยุทธศาสตร์ของการพัฒนา AEC
และสามารถพัฒนาโครงการได้และเกิดประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน
โครงการฝ้ายชะลอน้ำ โครงการปล่อยปลาที่หน้าเขื่อนโครงการศึกษาดูงานการนำชุมชนในพื้นที่ไปดูงานในพื้นที่อื่น ๆ ของกฟผ. และการนำชุมชนอื่น ๆมาดูงานที่เขื่อนศรีนครินทร์
กฟผ.ในอนาคต
และการดูแลชุมชนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน
ช่วงบ่าย
การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การเคารพให้เกียรติพนักงานในทุกระดับ มีความภาคภูมิใจในเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองและองค์กร
CEO และ Non-HR Manager ต้องร่วมด้วย
กำหนด Vision และเป้าหมายให้ชัดเจนและต่อเนื่อง
การสร้างทีมงาน กระตุ้นและสนับสนุนทีมงาน การสร้าง Networking
เน้นสร้าง Value Creation และ Value Diversity
วันพุธ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557
ประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมสัมมนา
จิตวิทยาการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ Arts and Feeling Presentation
ช่วงเช้า
กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานร่วมกันเป็นทีม
กล้าที่จะแสดงออกและนำเสนอความคิดของตนเอง
การยอมรับในตัวผู้นำและยอมที่จะเป็นผู้ตามบ้างในบางเหตุการณ์
เป็นกันเองกับผู้ฟัง
หากผู้บริหารนำไปประยุกต์ใช้ก็จะดึงศักยภาพในตนเองออกมา
ทำให้มีมุมมองในการแก้ปัญหาที่หลากหลาย มีการเชื่อมโยงทักษะต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาอย่างมีชีวิตชีวา
จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและทำให้ผู้ฟังจำเนื้อหาที่นำเสนอและผู้ที่นำเสนอได้
ช่วงบ่าย
และสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และองค์กร
การประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการทำ CSRการประเมินผลและ Auditการปรับปรุง
เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในงาน CSRและปลูกฝังกิจกรรมจิตอาสาให้กับ กฟผ.
และเครือข่าย มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบการทดลองเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับตนเองและชุมชน
เช่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายดูแลและรักษาสุขภาพด้วยตนเองได้ การใช้ภูมิความรู้ในท้องถิ่นและชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วันพฤหัสที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557
การศึกษาดูงานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม
อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมดูงานและสัมมนา
การถ่ายทอดนวัตกรรมด้านการเกษตรเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อๆ ไป
โดย นายสุทีป ธรรมรุจี บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
หลักสูตร EADP รุ่นที่ 10 กลุ่ม 2
สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy
บรรยายเรื่อง เกษตรทางเลือกและเรื่องเครือข่ายชุมชน
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557
โดย อาจารย์ทิวาพร ศรีวรกุล
ผู้อำนวยการศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติท่ามะขาม ส่งเสริมการเรียนรู้ของเกษตรกร มีการเรียนรู้แบ่งเป็นฐาน
ฐานที่ 1 เศรษฐกิจพอเพียง
ฐานที่ 2 หมูหลุม หมูรุ่นลูกจะดก นิสัยหมูส่วนใหญ่จะดุน เนื่องจากมีจมูกดมกลิ่นดี การเลี้ยงหมูหลุมมีข้อดีคือไม่มีกลิ่น
ศูนย์ปราชญ์ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เรื่องที่สอนคือเรื่องลดรายจ่าย จึงเป็นหลักการสำคัญที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้
มีเกษตรจังหวัด เกษตรตำบล และเกษตรกรในพื้นที่เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงเกิดแนวคิดชาวบ้านสามารถบอกชาวบ้านได้เรียกว่าศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน
เป้าหมายที่เกษตรกรมาอบรม
- เกษตรกรที่เข้าโครงการพักชำระหนี้
วันแรก เป็นเวทีค้นหาทุกข์ทำอะไรให้รู้จักตัวตนของเขาเอง เข้าหลักพุทธศาสนาคือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ต้องดึงให้เกษตรกรเห็นปัญหา แล้วจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
วันต่อมา เน้นเรื่องการดึงศักยภาพของเกษตรกรออกมาให้ได้ ปัจจุบันเกษตรกรอยู่ในสถานะที่คนไม่ให้ความสำคัญทั้ง ๆ ที่เขามีความสำคัญมากที่สุด ต้องให้เขาเข้าใจสถานะและยกระดับจิตใจให้ได้ หน้าที่คือสร้างความเชื่อมันให้เกษตรกรให้ได้ เพราะคุณค่าของเกษตรกรเป็นเรื่องใหญ่ แต่ปัจจุบันให้ความสำคัญกับวัตถุภายนอกมากกว่าความรู้สึกทางจิตใจ สังคมที่ดีต้องสร้างความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจ และเป็นธรรม แต่ถ้าคนไม่เข้าใจสถานะที่แท้จริง
พื้นฐานความเข้าใจร่วมกัน ไม่ได้มีสถานะและบทบาทเป็นเพียงหน่วยเศรษฐกิจและธุรกิจที่มุ่งที่กฎหมายหรือเงินตราเป็นใหญ่ แต่ถ้าประเทศมีความหมาย มีคุณค่าเป็นหน่วยสังคมชีวิต ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน ตั้งแต่ครอบครัวหมู่คณะ กลุ่ม ประเทศ ระดับโลก กิจกรรมสังคมในส่วนที่เรียกว่าเศรษฐกิจจึงประกอบเป็นเพียงกลไกหนึ่งในระบบและสังคมเท่านั้น ย่อมมีบทบาทรับใช้สังคมโดยรวม แต่ไม่ใช่วันนี้สังคมมนุษย์ต้องถูกบั่นทอนลดคุณค่าเป็นเครื่องมือรับใช้เศรษฐกิจอย่างเช่นปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันเศรษฐกิจถูกบั่นทอนลดสถานะทางเศรษฐกิจขาดหนทางเศรษฐศาสตร์
สรุปคือ ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ทำอะไรอยู่สถานะไหน ไม่แตกต่าง เพราะเราอยู่ในสังคมนี้ ในวันนี้ที่ทำให้ประเทศเพี้ยนไป ถ้าผู้บริหารของประเทศขันอาสาไปช่วยจัดการบริหารประเทศให้มีการบริหารจัดการอย่างยุติธรรม มีกฎหมายบังคับใช้ แต่ปัจจุบันสังคมกำลังเพี้ยน เพราะโครงสร้างเอาอำนาจ งบประมาณ มีวัตถุนิยมมาครอบครอง อย่างไรก็ตาม ทุกส่วนสำคัญหมดเพียงแต่ว่าจะจัดสมดุลอยู่ตรงไหน ถ้าสุดโต่งมันจะเอียง ไม่ยุติธรรม ไม่สมดุล วันนี้เราลืมสถานะตนเองไป ลืมความเป็นมนุษย์ ถ้าเราเข้าใจว่ามาจากที่ไหน ไปที่ไหน จะจบ ก็จะอยู่อย่างเป็นสุขได้ แต่วันนี้ประเทศไทยถูกบิดเบือนข่าวสาร
นักวิทยาศาสตร์พยากรณ์ไว้ว่าประชากรในโลกมี 7,000 ล้านคน อาหารในอนาคตจะขาดแคลนมาก คนที่รวยจะมีอาหารดี ๆ รับประทาน
ทำไมถึงเอาสมุนไพรมาเรียง ทำไมต้องเน้นภูมิปัญญา เพราะเล็งเห็นว่าในอนาคตอาหารเป็นเรื่องสำคัญ เด็กรุ่นต่อไปต้องทำงานเยอะ ๆ และเหนื่อยเมื่อเอาเงินไปซื้ออาหาร อย่างไรก็ตามวิกฤติอาหารประเทศไทยเกิดแน่ ๆ เพราะพฤติกรรม และการสั่งสอนที่พ่อแม่ไม่ได้สอน พืชพรรณ ธัญญาหารถูกกำหนดตามใจ
วันนี้ในฐานะผู้บริโภค มีสิทธิกำหนดนโยบาย ชุมชนชวนกันมาจัดการกันเอง ให้สนใจว่าหมู่บ้านมีอะไรกิน คนมีอะไรกินดี ๆ และจะไปขายเพื่อนได้อย่างไร
เรามามองว่าทำอย่างไรเมืองกาญจน์ น่าอยู่ ทำอย่างไรสามารถยกระดับฝีมือ เพิ่มทักษะ อย่างเช่น ปัจจุบันพม่ามีกำลังแรงงานที่มีคุณภาพดีมาก
สรุปคือ
อยู่ที่หลักการจัดการ ความรอบรู้ การมีส่วนร่วมของผู้ฟัง การบริหารประเทศ ใครมาเป็นรัฐบาลบางครั้งประเทศไม่เป็นของเรา
หลักเกณฑ์ในการเวนคืนที่ดินยังไม่เป็นธรรม ทั้งชุมชน และเขื่อนขาดความเข้าใจ ทำไมจัดที่ให้เสร็จแล้วทำไมชุมชนขายที่ ไปหาสาเหตุ คือเพราะไม่พอกิน แต่อยากถามว่าที่อยู่มาเขาอยู่มาได้อย่างไร เนื่องจากเวลาตีราคาที่ดิน ตีค่าแค่ บ้านที่ดิน แต่ไม่ได้ตีเรื่องการจัดสรรที่ดินสำหรับทำกินไม่ได้ตีราคาให้ด้วย ทำให้ไม่มีหนทางทำกิน เงินที่ได้มารีบเอาไปด้วยแนวคิดเน้นวัตถุนิยม ยกเว้นเงินที่มีทุนเดิมดี แต่ใครจะไปชี้แจงชุมชน ชี้แจง NGOs ในวันนี้ถ้ามีการเวนคืนที่ดินให้คิดค่าเสียหายในการปลูกต้นไม้เล็กทดแทนด้วย ต้องคิดถึงหาหนทางให้ชาวบ้านมีรายได้ด้วย เป็นบทเรียนของทั้งสองฝ่ายที่ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน ต้องคิดค่าเสียเวลาด้วย ถึงว่าจะยุติธรรม
อีกเรื่องหนึ่งที่เขื่อนจะตื้นเขินได้ ที่เหนือเขื่อนต้องไม่มีเกษตรกรรม ต้องไม่ให้มีการพังทลายของหน้าดิน เพราะโดยธรรมชาติฝนต้องพังทลายหน้าดินอยู่แล้ว อย่าให้มีการบุกเบิกที่เหนือเขื่อนมาก ๆ อายุการสะสมน้ำ การใช้งาน ไม่ได้เป็นตามเป้าหมาย มีการจัดการสมดุลหรือไม่
แสดงความคิดเห็น
บางครั้งความเข้าใจการที่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ได้รับอยู่แล้วเข้าใจ แต่รุ่นลูกไม่เข้าใจ
อาจารย์ทิวาพรตอบ
ปัจจุบัน สังคมเสมือนการต่อจิ๊กซอว์ หลายส่วนต้องต่อกันให้ได้ ไม่มีใครได้หมดและเสียหมด เมื่อมีเสียก็มีได้ ไม่อย่างนั้นก็ทะเลาะกัน ต้องให้หลายส่วนพยายามเข้าใจ
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราต้องปรับปรุงแนวคิดและทัศนคติ
น้ำ และไฟฟ้าเป็นปัจจัยที่เป็นพื้นฐานของชีวิตอยู่ ต้องรู้จักการนำเสนอที่ดี
การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่ของคนหนึ่ง คนใด แต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนหรือองค์กรที่ควรหันมามองร่วมกันว่าจะทำอะไรบ้าง
คนไทยใจดีให้อภัยคนง่าย และไม่โกรธใครนาน
สมุนไพร
ฟักข้าว – เป็นผักพื้นบ้านตระกูลแตง ชอบกินยอดอ่อน ลูกอ่อนนำมาแกงส้ม แกงเลียง โบราณใช้ใบฟักข้าว ยาเขียว เนื้อในเมล็ดฟังข้าวใช้รักษาวัณโรคในปอด แผล ฝี หนอง แต่ที่ดังคืออเมริกาไปซื้อฟักข้าวจากเวียดนามและให้ฉายาว่าผลไม้สวรรค์กินแล้วหนุ่มสาว เวียดนามใช้ในเรื่องการบำรุงสายตา เนื่องจากมีสารเบตาแคโรทีนมากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคปินสารต้านมะเร็ง อเมริกาทำการวิจัยก่อนหน้า 1 ขวดแม่โขง บางยี่ห้อ 4,000 บาท บางยี่ห้อ 2,700 บาท
ทำไมต้องให้ฝรั่งปลูก ให้คนถูกเป็นขี้ข้าคนไทยดีกว่าฝรั่ง
ปลูกฟักข้าว – ได้ประโยชน์ทุกขั้นตอน จึงอยากชักชวนให้คนไทยปลูก
ธรรมชาติให้พันธุ์พืชเหล่านี้ต่อมนุษยชาติ ไม่ได้เป็นสมบัติใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการคิดค้นพัฒนา ถ้าเรารู้จักจะรู้จักอย่างยั่งยืนและสมบูรณ์ตลอด
อินโดนีเซียกำลังแปรรูปสมุนไพร
สาบเสือ – เป็นวัชพืช เป็นยา น้ำหวานในดอกสาบเสือเป็นยาของผึ้ง น้ำผึ้งดอกสาบเสือขายดีมาก แพงกว่าน้ำผึ้งปกติ
สบู่ดำ– เพื่อเอาน้ำมันในเมล็ดไปทำพลังงาน ใช้ยางแต้มปากเวลาปากเปื่อยหรือปากนกกระจอก กิ่งสบู่ดำใช้ป้องกันแมลง ใช้เสริมภูมิแพ้คนเป็นเอดส์ แต่นักวิชาการสนใจเฉพาะปริญญา
สะเดา – ใช้ดีมากเรื่องหมัดกระโดดในวัชพืช เมล็ดใช้ไล่แมลงได้
น้อยหน่า – ใบน้อยหน่าพอกไข่เหา เมล็ดเอามาโคลกแช่น้ำไล่แมลง
หางไหล – ป้องกันแมลง
ใบหนาด – ประเทศจีนปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ดองศพไม่ให้เน่ากว่า 2,000 ปีแล้ว เพื่อสกัดน้ำมันหอมระเหยของอโรม่า
แมงลักคา – ขึ้นทั่วไป กรมวิชาการสกัดสาระสำคัญค่าเชื้อแบคทีเรียในคน สามารถใช้ไล่แมลงได้
กัญชาป่า – สรรพคุณ ลดเบาหวานดีมาก ที่ได้ชื่อว่ากัญชาป่าถ้านอนไม่หลับแล้วทานจะดีมาก มีรสขมนิดนึงและจะหวาน แก้ไข้ แก้สมุนไพร ทดลองใช้กับคนเป็นเอดส์ เพราะไม่มีแรง
หลักสูตร EADP รุ่นที่ 10 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
ระหว่างวันที่ 10 - 13 กุมภาพันธ์ 2557
Assignment Schooling Business
จัดทำโดยกลุ่ม 2
ให้อ่านบทความเรื่อง Schooling Business เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แล้วตอบคำถามดังต่อไปนี้
คำถาม ข้อที่ 1.อ่านแล้วได้อะไร
คำตอบ
(ลูกค้ามีความสำคัญมากต่อผลการดำเนินงานขององค์กร และการเติบโตขององค์กรในอนาคต) ผู้บริหารขององค์กรต้องตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตรงใจ ตรงประเด็น องค์กรต้องรู้จักใช้ระบบ
Information Technology (IT) ให้เป็นประโยชน์สูงสุด
คำถาม ข้อที่ 2.เกี่ยวข้องอะไรกับหลักสูตร EADP รุ่นที่ 10
คำตอบ
และการกระตุ้นให้พนักงาน/ทีมงานใช้ Soft Skill เพื่อผลักดันให้องค์กรพัฒนาแผนการดำเนินงานให้ธุรกิจประสบความสำเร็จโดยการใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สรุปสาระสำคัญจากบทความเรื่อง Schooling Business
และฝึกฝนทักษะสำหรับการบริหารธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง
ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว ให้กับองค์กรธุรกิจชั้นนำ โดยออกแบบวิธีการวัดผลและการไปปฎิบัติได้จริงในโลกธุรกิจ
ระบบ IT, tablet, smartphone และ mobile technology ทำให้ระบบและวิธีการศึกษาเปลี่ยนไป
และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน
โดย นายสุทีป ธรรมรุจี หลักสูตร EADP รุ่นที่ 10 กลุ่ม 2
หัวข้อ Networking Capital กับการพัฒนาเพื่อประชาชน
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และคณะวิทยากร
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่ได้จากหัวข้อนี้
-การบริหารต้องมองไปอนาคตโดยวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค แล้วนำมาเป็นข้อมูลในการกำหนดยุทธศาสตร์ กรณีตัวอย่าง จ.กาญจนบุรี ทำให้สามารถกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเป็นการท่องเที่ยว เกษตรอุตสาหกรรม และการประมงนำจืด โดยมีต้นทุนมาจากการมีแม่น้ำ เขื่อน และการบริหารจัดการน้ำที่ดี
-การประชาสัมพันธ์นอกจากจะสื่อถึงประโยชน์และความมั่นคงของเขื่อนแล้ว ควรจะต้องสื่อถึงความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นการสร้างความภูมิใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน
-การจะทำกิจกรรมส่งเสริมด้านพลังงานในบริเวณใด ควรจะทำความเข้าใจกับชุมชนให้เข้าใจเป็นแนวทางเดียวกัน จะทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ ลดการต่อต้าน
-แนวคิดระหว่างชุมชนกับ กฟผ. อาจจะไม่สอดรับกัน เช่น ชุมชนมองว่า กฟผ.มุ่งแต่จะผลิตพลังงานด้วยแนวคิดโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่ชุมชนกลับมองว่า กฟผ.ควรจะเปลี่ยนความคิดเป็นโรงไฟฟ้าเล็กๆๆ หลายๆแห่ง
-การดำเนินการใดๆ ควรจะมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด แต่ได้ประโยชน์สูงสุด และสร้างสิ่งแวดล้อมทดแทน
-กฟผ. ต้องทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้เสียให้รอบด้าน ต้องใช้เวลา ยุทธวิธีและสร้างเครือข่าย เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ผลกระทบและการต่อต้านก็จะลดน้อยลง
-วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ดีกว่า การเข้าไปแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
-ความเชื่อใจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด
หัวข้อ HR for Non HR และการปรับใช้กับงาน CSR ของ กฟผ.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่ได้จากหัวข้อนี้
-คน คือ ทรัพยากรที่สำคัญ มีศักยภาพ มีภาวะของการเป็นผู้นำ ความนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์
-Line Manager is a HR Manager
-HR for Non HR เป็นการพัฒนาบุคลากรในระดับบริหาร หัวหน้างาน ให้มีขีดความสามารถในการบริหารจัดการ มีเครื่องมือในการบริหารจัดการระบบ บริหารงาน บริหารคน และสร้างแรงจูงใจ เพื่อการพัฒนาคนและองค์กรอย่างยั่งยืน
-Work life balance หมายถึง สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ โดยมีแนวทางดังนี้
1.ให้ความสำคัญกับการบริหารเวลาอย่างยิ่งยวด การบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและอาศัยประสบการณ์ สิ่งที่ต้องเริ่มทำ คือ เปลี่ยนทัศนคติในการใช้เวลา โดยให้ความสำคัญกับการบริหารเวลามากขึ้นเท่าๆกับที่ต้องใส่ใจในงานที่รับผิดชอบ แล้วจะพบว่าในวันหนึ่งๆจะมีเวลามากพอที่จะทำเรื่องอื่นนอกเหนือจากการทำงาน
2.รักษาสุขภาพคืองานอย่างหนึ่ง ช่วงที่มีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วยมักจะลืมการรักษาสุขภาพ ลืมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นเมื่อล้มป่วย เมื่อมีสุขภาพกายที่ดี มีสมองที่แจ่มใส มีสติและสมาธิ ต้นทุนของเราก็พร้อม เรื่องต่างๆก็เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.เพิ่มความยืดหยุ่นให้การทำงานและสมดุลของชีวิต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงใดๆได้ตลอดเวลา
หัวข้อ เทคนิคการนำเสนออยเงทรงพลังและประทับใจ
โดย อ.จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล
ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่ได้จากหัวข้อนี้
-การนำเสนอต้องอาศัยท่าทางประกอบ (ภาษากาย) ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกจดจำได้ง่าย
-การนำเสนอต้องเป็นสิ่งที่เรามีความรู้จริง
-ข้อมูลในการนำเสนอต้องกระชับ และอธิบายให้เข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน
-การนำเสนอที่ดีต้องสามารถแก้ไขปัญหาในสถานะการณ์คับขันได้ดี
-การนำเสนอในเรื่องเดียวกัน จะได้ผลลัพธ์ของการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้รับฟัง แตกต่างกันขึ้นอยู่กับ ท่าทางการนำเสนอ และน้ำเสียงของผู้นำเสนอ