สรุปโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy

บรรยายเรื่อง นวัตกรรมทางสังคมเพื่อชุมชนกับการทำงานของกฟผ.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

โดย ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ

ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ.

กรณีศึกษาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์

อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ

นวัตกรรม กฟผ. มี 2 แนวคิด

- การดำเนินการกิจกรรมทางสังคมก็เป็นนวัตกรรม ส่วน Implement ก็เป็นนวัตกรรม กฟผ.ได้รางวัล CSR ดีเด่น ได้ของ สกร. 4 ปี ปี51 ปลูกป่า ปี52 ชีววิถี ปี 56 ชุมชนบ้านครองเรือ

- EGAT CSR คำนึงถึงสังคม เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน บรรเทาผลกระทบ เราไปอยู่ที่ไหนเราต้องบรรเทา แก้ไข เยียวยา สิ่งที่กฟผ.ทำต้องดีกว่ามาตรฐาน สร้างวัฒนธรรมรับผิดชอบต่อมวลชน ต้องร่วมกันทำอย่างไร

- กฟผ.ต้องทำลายกรอบที่เป็น Silo ทั้ง 10 ต้องสร้างการยอมรับให้ชุมชนมองกฟผ.เป็นเพื่อน เป็นญาติ กฟผ.จะดูอย่างไร เมื่อเราวิเคราะห์ Stakeholder เราต้องวิเคราะห์ Niche Stakeholder พอได้ความต้องการความคาดหวังชุมชน เราต้องทำงานบูรณาการทั้งองค์กร เรียกว่ารวมแผนแล้วแยกปฏิบัติ

- การทำ CSR ไม่ใช่การบริจาค เมื่อ PR แล้วต้องมีการประเมิน ตรวจสอบ ระยะแรกคนภายในประเมิน ระยะต่อมาเป็น Third Party ทำการตรวจสอบ แล้วนำมาปรับปรุงต่อยอด ทำ CSR ให้ยั่งยืน

- นวัตกรรมต้องเริ่มจากภายในก่อน เราต้องมีจิตวิญญาณเริ่มจากอะไรต้องตามสถานะนั้น ๆ ต้องมี CSR in process ถ้าเราทำสิ่งไม่ดี ชุมชนจะยอมรับหรือไม่ หลังจากทำ CSR ภายในองค์กรแล้ว สังคมจะต้องอยู่ได้ เกิดจากไม่พอกิน พอใช้ ต้องทำให้อยู่อย่างพอกินมีสุข เปลี่ยนจากไม่มีกินไม่มีใช้มาเป็นมั่งมีศรีสุข สังคมใกล้ต้องให้เขายอมรับเรา

- เรามีนวัตกรรมอะไรที่จะต่อยอดได้ ทำอย่างไรให้ชุมชนเข้มแข็ง เช่น โรงไฟฟ้าชุมชนบ้านคลองเรือ ขณะนี้พอกิน พอใช้ ตอนนี้มีสุข เกิดคนเยี่ยมชม เรื่อย ๆ เป็นต้น

- เราต้องไปจัดการเรียนรู้ บรรยาย ตรวจเยี่ยมชาวบ้านเรื่อย ๆ

- โครงการชีววิถีที่ต่อยอด ปุ๋ยหมัก น้ำหมักถือเป็นนวัตกรรมในช่วงนั้น เอา Knowledge ต่อเป็นชุมชนต้นแบบ อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นเกมส์นิด ๆ ทำไมไม่เคลียร์ชุมชนทั้งหมดไม่ให้มีปัญหา

ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

- ชุมชน วัฒนธรรมชุมชน วิถีชีวิตชุมชน ถ้าจะพัฒนาชุมชน ชาวบ้าน วิถีชุมชน หัวใจอยู่ตรงไหน อยู่ที่ทำให้ชุมชนเป็นผู้เรียน อยากรู้ อยากเห็น อยากทดสอบ ไม่ใช่พัฒนาให้ชุมชนแบมือขอ โจทย์ทุกโจทย์จะแตกออกไป

- ไม่มียุคไหนที่มนุษย์มีเครื่องมือที่น่าสนใจ ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ภาพที่เห็นเป็นเปลือกนอก แต่โจทย์จริง ๆ น่ากลัว เราไม่รู้ ไม่ได้ ทำอย่างไร ปัญหาที่เผชิญหน้าจะทำอย่างไร เห็นได้ชัดว่ามีโครงการใหม่เยอะแยะเลย แต่ต้องมีแก่นที่ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือกอะไร ทำไมต้องทำเรื่องนี้ ทำเรื่องนี้แล้วได้อะไร เมื่อมีเครื่องมือสื่อสาร ในฐานะพัฒนาต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์

- การพัฒนาต้องทำย้อนสอน ถ้าเลี้ยงไก่แบบ ซี.พี.ทำอย่างไร แบบอื่นทำอย่างไร เอาความรู้มาปะติดปะต่อ โจทย์การพึ่งตนเองทำได้ไม่ยาก ทุกอย่างสามารถทำรวมกันได้หมด ความรู้ในชุมชนมีมากมายแต่โดนทิ้งไป เราควรอนุรักษ์ไว้ อย่าพูดเฉย ๆ ให้เตรียมล่วงหน้า

- เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร เรามานั่งคิดเองจะคิดได้เท่าไหร่ การเป็นผู้เรียนต้องเป็นคนสังเกตที่ดี

- สิ่งที่ชาวบ้านสนใจอีกเรื่องคือปัญหาของเขา ถ้ามีอะไร เราส่งข้อมูลคุยกับเขา เช่นปลูกยางพาราหมดก็มีที่ไปเลี้ยงวัว เรามีเครือข่ายทั่วโลก มีคนทุกสาขาอาชีพในเครือข่าย

- 5 ปีที่แล้วมีการประกวด IT พัฒนาชุมชนของธนาคารโลก ครูบาส่งเข้าประกวดชนะเลิศ โดยแนะนำให้ชาวบ้านมีเครื่องรับ IT ได้ด้วยเพื่อติดต่อสื่อสาร ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ และพัฒนาอย่างแท้จริง

- เราจะใช้โจทย์แค่ไหนอย่างไรให้ดูปัญหา สภาพแวดล้อม หลักการพื้นฐานจริง ๆ ว่าจะพัฒนาคนซึ่งไม่อยากพัฒนาแต่พัฒนาได้อย่างไร

- ต้องให้ชาวบ้านเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เขาอยู่ได้ด้วยตนเอง ในอดีตเขาสร้างบ้านด้วยตนเอง มีปัญหาเขาสามารถแก้ได้หมด แต่มายุคนี้พยายามให้ชาวบ้านพึ่งรัฐบาล ให้เห็นอกเห็นใจ เพราะคนไทยมีหน้าที่ 2 หน้าที่ ให้สังคมไปพัฒนา

- สังคมทุกวันนี้น่ากลัวกว่าเมื่อก่อนเยอะ ความเป็นพี่เป็นน้องหายไป สิ่งที่ควรทำคือการสร้างกระบวนการเครือข่าย มีคนเข้ามาเรียน ให้ความรู้ ทำให้ชีวิตนี้มีชีวา เพราะชีวิตนี้เกิดจากการเรียนผ่านประสบการณ์ ต้นไม้ทุกต้น สรรพสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ถ้าไม่มีต้นไม้จะเอาร่มเงาจากไหน เอาความชุ่มชื้นจากไหน

อาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย

ครูบาสุทธินันท์ เป็นต้นแบบของชุมชน สิ่งที่กฟผ.คือไปถามชุมชนว่าจะทำอะไรกันแล้วเราสนับสนุนแนวความคิด

คำพูดของครูบา “หัวใจของชุมชนคือการสร้างความอยากเรียนรู้ให้ชุมชน”

คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์

ความคิดของครูบาจะกระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ให้ฟังสิ่งที่เป็นความรู้และประสบการณ์ที่แท้จริงมา

กฟผ.อย่าท้อถอยเพราะการทำเพื่อสังคมจะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ สององค์กร ทั้งกฟผ. และ กฟภ. Independent

จริง ๆ กฟภ.จะไปอยู่ กฟผ.อยู่แล้ว แต่ติดที่รัฐมนตรี บางครั้งการบริหารงานเกิดข้อขัดข้องเนื่องจากติดที่โครงสร้างของประเทศ

Social Innovation (นวัตกรรมทางสังคม)

นิยามคือสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นเรื่องของการเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ ความคิด แนวคิดขององค์กร มีผลต่อความต้องการและนิยามของสังคม ต้องเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์และเรื่องความรู้ ต้องมีความแรง มีตรงกับปัญหาและยั่งยืน ความใหม่คืออะไร สร้างสรรค์คืออะไร

1. มีผลต่อสังคมและประเทศชาติโดยรวม

2. มีผลต่อองค์กรรุนแรง

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ความจริง Social Innovation เกิดมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต้องเริ่มจาก Activity + Knowledge และ Turn into Action และ Turn into Success และจะ Overcome difficulty ได้อย่างไร เราจะรวบรวมให้การทะลุทะลวงในครั้งนี้ Add Value ที่สูง เป็น Value Creation สู่การยอมรับ

Social มีสองระดับคือสังคมทั่วไปกับในองค์กร มี General กับ Public ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าไม่เอาชนะสิ่งที่เป็นอุปสรรคของสังคมจะถือว่าทำงานไม่สำเร็จ

คนใน HR นั้น Very Capable

กฟภ.มีลูกค้า 16 ล้าน 5 แสนราย มีภารกิจดูแลอย่างต่อเนื่อง มีการปรับสำนักงานให้เหมาะกับลูกค้า แต่ละภาคมี 3 เขต มีลูกค้าเฉลี่ย 2 ล้าน สายไฟทั้งหมดรวมแล้ว 8 แสนกิโลเมตร เอาเงินจ่ายให้ กฟผ.ทุกเดือน รัฐบาลให้สิทธิพิเศษ

ระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนมากขึ้นต้องใช้การควบคุมและสั่งการอัตโนมัติ กฟภ.มีความก้าวหน้าในด้านนี้ ในอนาคตจะทำ Smart grid

ไม่อยากให้ขยายไฟฟ้าชนบทเพราะว่าขาดทุน เช่นลงทุนหมู่บ้านละ 4 แสนบาทของทุนร้อยละ 14 จึงไม่อยากให้ทำ ถ้ามองเห็นตัวอย่างที่ดีจากต่างประเทศจึงเป็น Innovation ทางสังคมถ้าดูผลตอบแทนทางการเงินอย่างเดียวประเทศไหนก็ขาดทุน แต่ให้ดูผลตอบแทนเชิงเศรษฐกิจด้วย พบว่าได้เป็นบวก ร้อยละ 28 ผลรวมทั้งสองได้ร้อยละ 6 World Bank จึงให้กู้ต่อ

ไฟฟ้ามีความจำเป็นต่อความต้องการของประชาชนจริง ๆ รัฐบาลเรียกร้องให้ตามแผน เวลาคือ 35 ปี ไม่ใช่ 25 เงินลงทุนไม่ได้คิดค่า Present Value คือ 60,000 ล้านบาท ปริมาณเป็น 74,000

ไฟฟ้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ครัวเรือน สังคม ประเทศ แต่ที่เกรงว่าจะขาดทุน ตัวเลขบัญชีรายเดือนขององค์กรมีกำไรเสมอ จึงสังเกตได้ว่าการลงทุนทาง Infrastructure ไม่มีวันเจ๊ง ไม่มีวันขาดทุน ทำได้

สิ่งที่เป็น SocialInnovation มีผลกระทบยาวนาน Innovationในองค์กร ช่วงแรกปี 2536 มีกระแสเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจสิ่งที่อยากกระตุ้นคือให้รู้จักองค์กร ผลกระทบต่อตนเอง ปี 2549 โดยนโยบายให้ยุทธศาสตร์เน้นเรื่องให้ขับเคลื่อนกฟภ.เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

หลังจากสร้าง Awareness ไปแล้วมีผลอะไรหรือไม่

หลังจากที่ตรวจสอบความรู้แล้วให้มีการทำ Knowledge Critique (การวิพากษ์วิจารณ์) องค์กรต้องการขับเคลื่อนให้ต่อเนื่อง

สรุปSocial Innovation คือ สิ่งที่ได้ทำคือ Rural Elective Innovation มีมิเตอร์วัดไฟเพิ่มปีละ 100,000 ราย เรื่องการพัฒนาคนใช้เรื่องของความรู้ พัฒนาเรื่องการเรียนรู้ มีการปรับปรุงคนในองค์กร

เทคโนโลยีเอาคนมาผนวกกับไฟฟ้าที่เป็นฮาร์ดแวร์เรียกระบบนี้ว่า Smart grid ทำให้การเรียนรู้ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ smart grid (ระบบไฟฟ้าช่วยการผลิต จ่าย ดูแลเรื่องไฟฟ้าที่ขัดข้อง ให้เอามาใช้ประโยชน์ได้) อีกนาน มีพัทยาเป็นเมืองนำร่อง

ส่วน Innovation กฟภ. มีผลต่อประชาชนและชุมชนเนื่องจากองค์กรสร้างวิสัยทัศน์ต่อองค์กรและผู้ร่วมงานร่วมกันถึงจะไปรอด อย่างไรก็ตามต้องยึดวิสัยทัศน์ใหญ่เป็นหลัก

สิ่งที่เกิดขึ้นคิดแค่ Thailand ไม่ได้ต้องคิดอาเซียน

แสดงความคิดเห็น

- กฟภ.น่าจะง่ายกว่า กฟผ.เยอะ เพราะกฟผ.มีการสร้างเขื่อนที่จะมีปัญหาแต่กฟภ.เวลาสร้างเสาไฟชาวบ้านจะชอบ

- กระแส CSR ค่อนข้างแรงมาก แต่ในส่วนพนักงานเองค่อนข้างสับสนในส่วนตัวพนักงานด้วยกัน กฟผ.ไม่ใช่คนที่เก่งไปทุกเรื่อง ไม่รู้ว่าสัดส่วนมีตรงไหนในเรื่อง CSR และสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ การไปตปท.เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องหาพื้นที่ให้ ไม่ใช่ให้กฟผ.ทำทุกเรื่อง

คุณรังสรรค์ ตอบ

- รู้อยู่แล้วว่ามี 10 Silo ถ้าเดินไปแล้วไฟดับโดนคนแรก อยากให้สร้างทัศนคติที่ดีที่ทำงานร่วมกับชุมชน เพราะว่า กฟผ.จะไม่สามารถอยู่ได้ถ้าชุมชนไม่เห็นด้วย ต้องสร้าง CSR In process และ Out Process คือภายในและภายนอกควรทำ CSR แต่ปัญหาคือทั้ง 10 Silo อยากทำ CSR หมด ดังนั้นผู้บริหารต้องเลือก CSR ที่จำเป็นเท่านั้นไม่ใช่ทำทั้งหมด มีตัวอย่างให้ความรู้แก่เด็กแล้วให้เด็กกลับมาพัฒนาตนเอง เราต้องทำอย่างไรให้ชุมชนไว้วางใจ

แสดงความคิดเห็น

- มีจดหมายร้องเรียนไปที่ กฟผ.ว่าบางครั้งอาจไปแย่งอาชีพครูหรือไม่

คุณรังสรรค์ ตอบ

- จุดประสงค์คือชุมชนที่อยู่ห่างไกล รอบไฟฟ้าไม่มีสิทธิ์นั่งรถเมล์มาในเมือง คนในเมืองไม่มีรายได้

คุณสุทธิเดช ตอบ

- กฟภ.ไม่ค่อยเป็นปัญหากับมวลชนเพราะว่ามันเป็นประโยชน์และเห็นชัด

- การหาที่ดินและที่ตั้งโรงไฟฟ้า หน้าที่จริง ๆ ไม่ควรเป็นของ กฟผ. แต่ควรเป็นของเจ้ากระทรวงเป็นคนหาที่ให้กฟผ. ถ้ากฟผ.หาที่เอง ชาวบ้านจะไม่เห็นด้วยเพราะมีภาพว่า กฟผ.รวย

- การต่อต้านกฟผ.เยอะ จึงต้องทำ PR ให้เยอะและแรง

แสดงความคิดเห็น

- ครูบาเป็นเหมือนกระจกสะท้อนกฟผ. กฟผ.ทำหน้าที่สร้างคน อยากทำแบบบะหมี่ฉีกซองสำเร็จรูป ต้องสร้างคนกฟผ.ทั้งหมดให้มี CSR ในใจ อยากให้ ครูบาบอก อยากได้คนของกฟผ.แบบไหน

ครูบาสุทธินันท์ ตอบ

- ใจดี รักประเทศ รักประชาชน สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ จริง ๆ แล้ว กฟผ.ทำอะไรเยอะแต่คนไม่ค่อยรู้

- ในกรณีเขาชวนเราทำนู้น ทำนี่ อย่าทำสะเปะ สะปะ ให้ทำสิ่งที่กฟผ.ถนัดจริง ๆ ให้ทำประเด็นที่เราถนัด หาจุดดีให้เจอ ให้ความรู้และแนะนำชาวบ้าน

- ทำให้ชาวบ้านเห็นว่าพัฒนาไฟฟ้าแล้วสังคมจะพัฒนาอย่างไร ให้ขายความคิดในสิ่งที่กฟผ.ทำแล้วชาวบ้านจะเป็นเพื่อนเอง

- ปัญหาทุกปัญหาต้องคิด อยู่ที่ว่าวิธีการทำ จะต้องรู้วิธี ต้องมีชุดความรู้

คุณรังสรรค์ ตอบ

- เห็นด้วยที่ว่าเราทำในสิ่งที่ถนัดและต้อง PR เช่น เบอร์ 5 PR เป็นส่วนสำคัญ และเป็น Story เพื่อให้ความรู้ประชาชน พอขึ้นมาเป็นผู้ช่วยถาม PR กฟผ.ว่าทำอะไร ต้องสร้าง Story ให้ได้ เช่นทุกคนต้องการใช้ไฟฟ้า ผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร ทุกอย่างต้องมี Story ว่าไฟฟ้ามีความจำเป็นอย่างไร

- ทำ CSR เสร็จต้อง PR แล้วต้องประเมิน Plan do check act ทำดีแล้วต้องพูด

- Facebook เป็น Social Media ทำอะไร

แสดงความคิดเห็น

- รู้ว่า CSR ช่วยเหลือสังคม ถ้ามอง CSR จริง ๆ แล้วผลงานที่ ครูบาทำกับ กฟผ.ทำ ใคร Outstanding มากกว่ากัน กฟผ.มีทุกอย่าง แต่ทำไมครูบาสุทธินันท์ได้รับรางวัลเยอะแยะ

ความแตกต่างเกิดจากความเป็นเพื่อนและไปถามเพื่อนจากเพื่อนที่รู้มาสู่คนที่ไม่รู้ เรารวมแผนไว้แล้วแยกปฏิบัติ แล้วมาบอกว่าใคร ๆ ก็อยากโชว์ผลงาน จริง ๆ แล้วเป็นเรื่อง Priority ดังนั้นการจัดจะเป็นอย่างไรให้มองปัจจัยภายใน

- ของครูบาเป็นเพื่อน กฟผ.ไม่ใช่เพื่อน ถ้าคน กฟผ.คิดว่าคือ กฟผ.แล้วไปทำให้สังคมจุดยืนตรงนี้ผิด

- การเริ่ม CSR เริ่มจากภายในสู่ภายนอก คน กฟผ.ถูกปลูกฝังเรื่องทัศนคติเรื่อง CSR มากน้อยแค่ไหนว่าสิ่งนี้คือพันธกิจสำคัญแค่ไหน คนต้องมีความพร้อมในด้านนี้ก่อน

- กิจกรรมสู่สังคมไกล และใกล้ โอกาสพลาดสูง คนยังมีจิตสำนึกหรือความเข้าใจไม่ชัดเจน

- CSR ภายในประเทศยังไม่ Outstanding และครอบคลุมทั่วประเทศ เมื่อเข้าสู่ AEC ในระยะเวลาใกล้จะทำอะไร

คุณรังสรรค์ ตอบ

- สิ่งที่ครูบาทำกับกฟผ.ทำใคร Outstanding กว่ากัน ขอตอบว่าสิ่งที่กฟผ.ทำพยายามลอกแบบครูบาคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่สามารถพัฒนาไปได้อย่างครูบา

- Knowledge ที่อยากรู้จะให้ไปเยี่ยมวิทยาลัยเกษตรหรือศูนย์การเรียนรู้ต่าง ๆ ต้องพยายามให้มี Connection

- คนกฟผ. ภายใน 22,000 คนทำอย่างไรให้มีจิตใจมี CSR ด้วย และขอร้อง กฟผ.ให้ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงในการทำร่วมกัน

อาจารย์จีระเดช ตอบ

- เชื่อว่า CSR จิตมนุษย์มีหมด ต้องเริ่มจากสิ่งที่ Simple มากสุดคืออะไร ที่ครูบาบอกสิ่งแรกที่ต้องทำคือ PR ถามประชาชนว่าคืออะไร

แสดงความคิดเห็น

-ให้เอาคนที่ทำจริงมาพูดเป็นกรณีศึกษาเลย

- บุคลากรหลายท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงการลงไปจริง ๆ น้อย กฟผ.ต้องพูดความจริง แต่ยังนิสัยเหมือนเดิม ส่วนที่มีอิทธิพล บทบาทคือคนในพื้นที่

- การจัดบุคลากร การ Turn ผู้บริหาร ต้องใส่ใจรู้จริง เป็นเพื่อนบ้านที่ชัดเจน ต้องยอมรับความจริง เพราะว่าผลกระทบที่เกิดกับเรามี ต้องยอมรับ เช่น ถ่านหินสะอาด สะอาดตรงไหน ต้องรู้บริบทชาวบ้าน เราจะเกิดผลดีผลเสียอย่างไร ต้องรู้วิธีแก้ที่ชัดเจน

- องค์การไฟฟ้าใหม่ ๆ ควรปฏิบัติตามที่ครูบาแนะนำแล้วจะราบรื่น กฟผ.ทำงานไม่มีวันหยุด ทั้งส่วนตัว ส่วนรวม ราชการ อยู่พื้นที่ลำบากมาก แต่ยินดีทำให้องค์กร

คุณรังสรรค์ตอบ

- รวมแผนแล้วแยกปฏิบัติ อะไรเป็น Hi light แล้วให้เราติดตาม บางครั้งตีกัน เป็นวัฒนธรรมของ กฟผ.ถ้ารวม 2 หน่วยงานเมื่อไรเละ

- อยากให้เน้นการรวมกัน อย่าแตกแยก พยายามรวมศูนย์ให้ดีที่สุดและให้ส่วนกลางสนับสนุนให้ดีที่สุด

- กฟผ.สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน แต่ขอยืนยันว่าชุมชนที่อยู่รอบ กฟผ.ต้องดีกว่าชุมชนทั่วไป

แสดงความคิดเห็น

- เชิญคนที่รู้ไปเป็นที่ปรึกษา ชุมชนจะไม่มีเจ้านาย มีเวลา

- ให้ทำความสัมพันธ์กับการเมืองท้องถิ่นด้วย เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

- ต้องคิดเรื่องนโยบายให้ชัดเจน เป็นยุทธศาสตร์การตลาด เหมือนขายประกัน แล้วจึงพูดเรื่อง Supply พูดเรื่องโรงไฟฟ้า

- กฟผ.อยากคิดร่วมกัน กฟภ. ในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน เพราะกฟภ.ถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มากกว่ากฟผ.เนื่องจากเก็บค่าไฟทุกเดือน แต่กฟผ.เพียงแค่พบผู้ใหญ่บ้าน จึงอยากให้ทำ MOU ร่วมกันได้หรือไม่

- จิตอาสา หรือ CSR คล้ายหยดน้ำ พนักงานระดับล่าง ลูกจ้าง ระดับบน ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้เลย

แสดงความคิดเห็น

- อยากให้โรงไฟฟ้าใหญ่ ๆ มีองค์กรที่ทำหน้าที่ด้าน CSR โดยตรง

-มุมของการไฟฟ้าจริง ๆ ต้องทำให้เขาเห็นว่าทำอะไรในพื้นที่ มีคนเข้าใจในพื้นที่รอบ ๆ หรือไม่ ต้องหาแนวร่วม แบ่ง Sector เพื่อการยอมรับ แบ่งพื้นที่ในกลุ่ม หน่วยราชการ NGOs ถ้าทำการบริหารจัดการต้องแยก บางคนต้องการการยอมรับ บางคนต้องการชื่อเสียง บางคนต่อต้านเพราะไม่รู้ว่าโรงไฟฟ้าทำเพื่อสิ่งแวดล้อม ต้องหาคนมาให้ความรู้ในชุมชน และให้ความรู้เชิงลึกกับ NGOs ช่วยออกแบบโรงไฟฟ้า อะไรเป็นข้อกังวล ช่วยการพัฒนาชุมชน หาคนทำร่วมกัน

คุยกับชาวบ้าน ให้ความเป็นธรรม ต้องออกไปประชาสัมพันธ์ หาแนวร่วมว่าคนไหนสนใจอยากมาช่วย กฟผ.บ้าง เมื่อรับทราบว่า กฟผ.ทำอะไรเขายินดีมาร่วม หาคนที่กล้าแสดงออกเข้ามาเป็นแนวร่วมกับชุมชนเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก ก่อนที่ NGOs จะมาให้ข้อมูลผิด ๆ ส่วน NGOs ที่ทำงานร่วมกับ กฟผ. ยังมีประเด็นอยู่ ต้องวางแผนแต่ละกลุ่มให้แยก ๆ กันไป

การทำงานร่วมกับท้องถิ่นขอให้กฟผ.ทำงานเป็นหลัก ใครดูแลตรงไหน ไม่ใช่เอาเงินมาหว่าน

แสดงความคิดเห็น

กฟผ.มีงบประมาณในรอบปี ที่ลงไปน่าจะตอบโจทย์ CSR ได้ อย่าตีวงแค่โรงไฟฟ้า อย่างเช่นเขื่อนมีทั้งกลุ่มเหนือเขื่อนและล่างเขื่อน

ครูบาสุทธินันท์

รู้จักคนในกฟผ. คุยไปคุยมาก็เกิดความผูกพัน แต่อยากตั้งข้อสังเกตว่า วัฒนธรรมองค์กรของกฟผ.แข็งไปหรือเปล่า การทำงานอย่างเป็นระบบทุกคนมีความรู้ในตัวแต่ไม่ได้แสดงเพราะอะไร สิ่งสำคัญคือควรเข้าถึงชุมชน

ดึงความรู้ในตัวบุคคล ทำอย่างไรจะกระตุ้นออกมา ทำอย่างไรให้กฟผ.เป็นองค์กรที่มีความสุข ทำอย่างไรให้ทำงานเหมือนเป็นเพื่อนกัน เป็นญาติกันจริง ๆ

คุณสุทธิเดช

หลายความเห็นช่วยงาน PR บางอย่างเป็นเรื่องทำได้เลย บางเรื่องไม่ต้องรอ เพราะอยู่ในอำนาจ พนักงานกฟภ.ที่อยู่ในพื้นที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนเยอะ เรื่องการเซ็น MOU กับกฟภ.เรื่อง CSR และ PR เป็นสิ่งที่ควรทำ

ลักษณะองค์กร กฟผ. กับ กฟภ. (ปัจจุบันให้เรียก PEA) น่าจะทำตัว PR ร่วมกันทั้ง 3 การไฟฟ้า เรื่องการจ้างองค์กรกฟผ.ได้ใช้วิธีนี้กับกฟภ. ต้องสร้างความเข้าใจกับคนในองค์กร

คุณรังสรรค์

ที่กฟผ.บางปะกงพูดเป็นการ Share ความคิดที่ดีมาก ข้อมูลบางข้อมูลไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเชิงลึก อยากให้คนแสวงหาสิ่งที่ทำร่วมกับชุมชนและให้คนยอมรับว่ากฟผ.เก่งและดี

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ครูบา กับ ดร.จีระเป็นบัดดี้กัน ส่วนคุณสุทธิเดช ดร.จีระเคยทำเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ 4,000 คน อยากให้มาเป็นแนวร่วมกับ กฟผ.ในอนาคต ส่วนคุณรังสรรค์ เป็นลูกศิษย์อาจารย์จีระ

ตัวอย่างถ้าเอาบรรยากาศวันนี้ให้คน กฟผ.ในระดับล่าง ด้วยจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างดีมาก

คุณรังสรรค์

สพร.สั่งว่าตอนของบประมาณอยากให้กฟผ.และกฟภ.ทำงานร่วมกัน