หลังจากที่มีบันทึกแรกเรื่องของ AAR : Gotoknow "Blog Life Cycle" Episode I เวลาผ่านไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาอยากบอกความรู้ในใจลึก ๆ แบบตรง ๆ ว่า "ไม่สบายใจ" เลยครับกับการอาจหาญไปวิพากษ์ Gotoknow และ สคส.
ด้วยเพราะประสบการณ์แบบฝังลึกเมื่อครั้งที่อยู่อุบลราชธานี กับการทำอะไรที่คนอื่นไม่ค่อยทำกันทำให้ความหวังดีกลายเป็นดาบทิ่มแทงตัวเอง ประกอบกับที่ผมเองในตอนนี้เป็นแค่นักวิชาการโลโซ (Lecturer Loso Syndrome) ความตั้งใจที่จะวิเคราะห์แบบบริสุทธิ์ใจอาจจะมิเกิดผลดีตามที่ใจหวังไว้ ดังนั้นความตั้งที่แบ่ง Part การเขียนบันทึกไว้ 3-4 บันทึกขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ให้จบในบันทึกนี้เลยนะครับ
AAR ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
จาก Tacit Knowledge ของผมเองที่ผ่านมา จากการเริ่มต้นมาจนถึงทุกวันนี้ ผมได้ทำ AAR เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ผมสามารถเดินได้มาถึงจุดนี้ก็เพราะว่ามี "คุณอำนวย" นั่นคือเพื่อน ๆ พี่ ๆ และอาจารย์หลาย ๆ ท่านคอยชี้แนะ แนะนำ กระตุ้น ตักเตือนและให้กำลังใจในการเขียนบันทึก (ในช่วงแรก ๆ) จนทำให้มีจิตผูกพันธ์ที่จะทำงานในชุมชนแห่งนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองเห็นภาพการพัฒนาทางด้านระบบที่มีคุณอำนวยคนสำคัญคือ ดร.จันทวรรณ ที่จัดกระบวนการจัดการความรู้ทางด้านการพัฒนาระบบจนสามารถทำให้ Gotoknow พัฒนาอย่างรุดหน้าได้จนถึงทุกวันนี้
ดังนั้นทำให้ปัจจัยด้านคุณอำนวยเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของ Blogger แห่ง Gotoknow
ปัจจัยในการมีคุณอำนวยคอยกระตุ้นนี้เอง เมื่อมองในทางกลับกันมีพี่ ๆ และน้อง ๆ อีกหลายคนที่เข้ามา ในสาขาหรือศาสตร์อื่น ๆ ที่ไม่มีคุณอำนวยคอยกระตุ้น ผลักดัน และจัดกระบวนการให้ เมื่อเข้ามาแล้วซักพักก็จากไป ซึ่งตามหลักการพฤติกรรมชาวบล็อก (Blogger Behavior) แล้ว "สิ่งที่ยากที่สุดคือการให้เขาเดินเข้ามาในบล็อก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการที่จะให้ชาวบล็อกอยู่กับเราตลอดไป"
จาก Tacit Knowledge ของผมทั้งสองประการข้างต้นนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะอยู่ที่ "คุณอำนวย" ซึ่งอาจจะเป็น Blogger รุ่นพี่ รุ่นก่อน หรือกูรูในสาขาวิชานั้น ๆ คอยกระตุ้นและจัดกระบวนการ ทำให้ Blogger หน้าใหม่เกิดความมั่นใจและถ่ายทอด Tacit Knowledge ออกมาได้มากที่สุด
ดังนั้นจาก Blog Life Cycle ช่วงของการแนะนำตัว (Introduction) และเดินเข้าสู่ช่วงการเจริญเติบโต (Growth) การชักชวนทั้งใน G2K แห่งนี้ก็ดีหรือการประชาสัมพันธ์และเดินทางไปชักชวน เชิญชวน อบรมสมาชิกทั่วประเทศไทยก็ดี การที่จะให้ผู้ที่ตัดสินใจเข้ามาสมัครสมาชิกแล้วสามารถเขียนบันทึกจาก Tacit Knowledge ได้ดีที่สุดก็คือการมีคุณอำนวยใน G2K
เพราะถ้าสมาชิกเข้ามา หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป เดือนนึงผ่านไป สองเดือนก็แล้ว สามเดือนก็แล้วถ้าขาดพี่เลี้ยงคอยกระตุ้นและนำทางก็อาจจะเดินหลงทางหรือไม่ก็จะเดินออกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เพราะนั่นเป็น Negative Emotional Bank Account (การติดลบในสมุดสะสมอารมณ์ใจ) จากการเดินเข้ามาในชุมชน G2K
ถ้ามีพี่เลี้ยงคอยจัดกระบวนการ ชี้แนะและนำทางในทุก ๆ Moment of Truth แล้วนั้น ก็จะทำให้เกิด Positive Emotional Bank Account (EBA+)ดั่งเช่นที่ผมยังมียอดบัญชีบวกกับ G2K แห่งนี้อยู่
จากยอดบวกในใจที่ยังมีอยู่นี้ก็จะทำให้สมาชิกที่เข้ามายังสามารถทำงานที่สร้างสรรค์ได้ตลอดไป
ช่วงชีวิตของบล็อก (Blog Life Cycle) จะอยู่ในขั้นการเจริญเติบโต จนถึงเจริญเติบโตอย่างสูงสุดได้เพียงใดขึ้นอยู่กับชาวบล็อก (Blogger) ฉันใด
การทำงาน การเขียนบันทึก การเดินอย่างถูกทางของ Blogger เพื่อสร้างผลงานจาก Tacit Knowledge อันสร้างสรรค์นั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณอำนวยซึ่งเป็นกัลยาณิมตร ฉันนั้น
ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
Loso Lecturer
เข้าไปให้ความเห็นไว้ใน บันทึก http://gotoknow.org/blog/papangkorn/58147# ของอาจารย์แล้วนะคะ...แบบรวบยอดค่ะ
ขอบคุณและขอโทษไปพร้อมๆกันเลยค่ะ
ผมเริ่มเขียนblog ครั้งแรกเมื่อประมาณต้นปี49 ประมาณ 3 เดือนผ่านไปก็เริ่มชักขี้เกียจ มาเริ่มเขียนอีกครั้ง(สมัครใหม่) ก็สัปดาห์นี้นี่เอง ซึ่งผมจะพยายามไม่ให้ประวัติศาสตร์ของตัวเองซ้ำรอยครับ…กัมปนาท
Plateform Gotoknow ในมุมมองของผมก็ไม่ต่างอะไรจากโลกที่เราอยู่ใบหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะ ขาว หรือ ดำ แต่มี แดง เหลือง ชมพู เขียว.........และ เทา
การสร้างเวทีสาธารณะขึ้นมา แล้วกำหนดเงื่อนไขว่า เป็นเวทีเฉพาะสีใด สีหนึ่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องลงแรงมาก การลงแรงเกินกำลัง จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่น่าทำ มีคนพยามยามทำหลายคน แต่ไม่เป็นผล เช่น เวลาเราเข้าไปอ่าน webboard หลายๆอัน เราจะเห็นปรากฏการณ์นี้ดี
ด้วยความแตกต่างหลากหลาย และเชื่อลึกๆว่า ทุกสรรพสิ่งมีทั้งมุมดี และมุมด้อย ขึ้นอยู่กับว่าจะมองไปที่มุมไหน
Gotoknow จึงเป็นธรรมชาติเหมือนสังคมทั่วๆไป แต่ที่น่าสนใจ ว่ามีใครคนใดหยิบเอา plateform นี้ มาใช้อย่างชาญฉลาด ใช้จนเกิดประโยชน์ต่อชุมชนของเขาเอง นั่น คือ tacit k ที่น่าเรียนรู้ยิ่งกว่า ที่ผ่านมา หลายๆ nobody กลายเป็น somebody ในองค์กรขึ้นก็มีให้เห็น, หรือคนที่ไม่รู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน แต่ก็ได้เรียนรู้จากกันและกันก็มีหลายคน และอีกหลายเหตุการณ์ที่เป็นเรื่องดีเกิดขึ้น ข้างในนี้แหละ คือ tacit k ล้วนๆ ที่น่าเรียนรู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร? how-to ข้างในนั้นมันมีอะไรพอเอาไปปรับใช้กับบริบทอื่นได้บ้าง?
การมองหาด้านดี แม้จะเล็กๆก็ตาม แล้วหยิบขึ้นมาเขย่าสังคมใหญ่ ให้เรียนรู้ นี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งของ KM ที่เชื่อและผมชอบในตอนนี้
การเลือกแต่นักเรียนที่เรียนดีเอาไว้ในวง ก้คงจะดีนักเรียนกลุ่มนั้น
แต่การดึงเอา how-to ของนักเรียนที่เรียนดีมาให้นักเรียนคนอื่นได้เรียนด้วย น่าสนใจยิ่งกว่า
เป็นกำลังใจครับอาจารย์ ค่อย ๆ เรียนรู้ไปเหมือนออตเนี่ย ผิดบ้าง พลาดบ้างก็คนงะครับ สู้ ๆ ๆ งานเขียนของอาจารย์มีประโยชน์มาก ผมชอบเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาจารย์ก็มีให้ผมเสพ จะตามอ่าน
ดีมากๆเลยครับที่อาจารย์เขียนบทความนี้ขึ้นมา
ีที่ผ่านมา ผมลองใช้งานของหลายๆ Blog แต่ก็มีปัญหาการใช้งานเยอะมาก และไม่มีใครเลยใน Blog นั้นที่จะให้คำแนะนำได้ อย่างที่อาจารย์บอกครับ"ไม่มีพี่เลี้ยง"
ลองผิดลองถูกหลายที บ่อยๆเข้า จากความพยายามกลายเป็นความท้อแท้ สิ้นหวัง
ที่ G2K นี้มีสังคมที่เปิดกว้างมาก มีหลากหลายสาขาอาชีพ สามารถเชื่อมโยงและเข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อน
(ผมเจอแฟนเก่าที่ผมเลิกไปปีกว่ามา POST ใน Blogด้วย ตกใจหมดเลย แต่ก็แสดงให้เห็นว่า G2K ทุกๆคนบนโลกนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ไม่จำกัดกลุ่ม)
และที่สำคัญ มีคู่มือการใช้งานที่"อ่านรู้เรื่อง" ใช้งานได้เลย ไม่เหมือนบางBlogที่สอนการทำ Blog ให้สวยๆ สอนลงเพลง สอนเปลี่ยน Theme แต่ไม่มีการสอนให้เชื่อมโยงข้อมูล การค้นหาข้อมูล Blog ที่ทำก็จะกระจายเฉพาะในกลุ่มเท่านั้น
ทุกๆวันที่ผ่านไป G2K เริ่มมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆ และต่อไป G2K จะขึ้นไปเบียดกับ Xteen Bloggang ได้
แต่อย่าลืม Concept ของ G2K ไปนะครับ
"มาเพื่อเรียนรู้"
สวัสดีค่ะ เพิ่งกลับจากประชุมค่ะ เห็นมี comment เยอะนี่ดีใจมากๆ เลยค่ะ :)
ต้องขอโทษด้วยค่ะ ที่ดิฉันอาจจะดูแลผู้ใช้ไม่ดีพอ คู่มือดีๆ ที่เข้าใจง่ายๆ ดิฉันก็ยังไม่ได้ทำเป็นหลักเป็นฐาน งานเยอะมากๆ จริงๆ ค่ะ เพราะต้องพัฒนาระบบด้วย ดูแลชุมชนด้วย อบรมด้วย เพราะระบบเป็นระบบใหม่และเป็นระบบที่ทำไปใช้ไปค่ะ
คงต้องเรียนว่า เราเพิ่งเปลี่ยนระบบของ GotoKnow ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเองค่ะ การปรับปรุงระบบและปัญหาความช้าเนื่องจากผู้ใช้เพิ่มขึ้นมากกลายเป็นประเด็นใหญ่ ที่ทำให้เวลาการจัดการเรื่องอื่น เช่น การจัดทำคู่มือ ก็ล่าช้าไปค่ะ และด้วยการปรับปรุงระบบอยู่เรื่อยๆ ทำให้คู่มือก็ไม่สามารถเสร็จสิ้นเสียทีค่ะ ขออภัยด้วยค่ะ :(
แต่ตอนนี้ คู่มือฉบับ flash ได้จัดทำขึ้นแล้วค่ะโดยนักศึกษา มอ. ค่ะ คาดว่าพรุ่งนี้ดิฉันคงนำขึ้นให้ได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ ไว้ติดตามคู่มือพรุ่งนี้นะค่ะ :)
เรื่อง การดูแลชุมชน GotoKnow เป็นเรื่องใหญ่ค่ะ สังคมออนไลน์จะให้ ALIVE ได้นี่ต้องมีคนที่มีใจมาช่วยกันเยอะๆ ค่ะ ดังที่ดิฉันเคยเขียนไว้ในบันทึกนี้นะค่ะ ประสบการณ์จากการดูแลชุมชนเสมือน GotoKnow
สังคม GotoKnow เป็นสังคมของการเรียนรู้ การต่อยอดแลกเปลี่ยนเรื่องประสบการณ์ที่ blogger ถ่ายทอดออกมาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ดิฉันเคยเขียนบันทึกว่า ไม่เขียนอย่างน้อยก็ขอให้อ่าน และ KM กับการอ่านบล็อกอย่างตั้งใจ (Deep reading)
แต่ สคส. และ สมาชิก GotoKnow ก็พยายามช่วยๆ กันคนละไม้ละมือค่ะ รวมทั้งคุณปภังกรด้วยค่ะ แต่ก็แผ่วลงบ้าง เพราะสมาชิก GotoKnow ส่วนใหญ่เป็นสมองของพื้นที่ในส่วนต่างๆ ของประเทศ และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญขององค์กรค่ะ งานก็เลยเต็มไม้เต็มมือกันไปหมด จนในที่สุดก็ไม่มีเวลามาเขียนบล็อกหรือมาช่วย comment ค่ะ
ดิฉันคงขอรบกวนให้คุณปภังกรและผู้อ่านช่วยกันเสนอแนะแนวทางเกี่ยวกับเรื่องของพี่เลี้ยงของสมาชิก GotoKnow ค่ะ เพราะเสียงจากผู้ใช้นี่สำคัญที่สุดแล้วค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะคุณปภังกรและคุณออต
GotoKnow คงมีบันทึกแห่งคุณภาพอีกเยอะค่ะ หากมีพี่เลี้ยงอย่างท่านทั้งสองเข้ามาช่วยเหลือสมาชิกท่านอื่นค่ะ
การช่วยเหลือด้วยน้ำใจด้วยใจที่ให้นี่ประเสริฐที่สุดแล้วค่ะ ดิฉันก็คงต้องขอรบกวนให้ช่วยๆ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่ blogger หน้าใหม่ไปพลางๆ ก่อนค่ะ
ดิฉันกำลังคิดกลยุทธ์และระบบ reward ของพี่เลี้ยงแบบอัตโนมัติค่ะ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ท่านอื่นๆ เข้ามาช่วยดูแลชุมชนแห่งการเรียนรู้ขนาดมหึมาของประเทศค่ะ เช่น ดิฉันคงเริ่มจัดอันดับให้เห็นจำนวนการเข้าไป comment ในบล็อกอื่นๆ เป็นต้นค่ะ เพื่อกระตุ้นการลปรร.และการเป็นพี่เลี้ยงค่ะ
คิดเห็นประการใดค่ะ :)
ปล. post ไว้แล้วที่ http://gotoknow.org/ask/papangkorn/1581 แต่เกรงท่านที่ได้อ่านติดตาม จะพลาดไปก็เลยนำมาใส่ไว้ในบันทึกนี้ด้วยค่ะ
สวัสดีครับ ดร.จันทวรรณ