เช้าวันนี้ ดิฉันเดินลัดสนามตามทางเดินหลังอาคารคณะสหเวชฯ ไปยังที่ทำงานเช่นเคย มองแต่ไกลเห็นคุณสมรถ คนสวนของคณะฯ ทำท่าเหมือนง่วนอยู่กับการเพาะชำต้นไม้

          พอเดินเข้าไปใกล้จึงถามคุณสมรถว่าทำอะไรอยู่  คุณสมรถบอกว่ากำลังเพาะต้นดาวเรืองครับ

          ดิฉันเห็นต้นไม้ต้นเล็กๆ เหมือนเด็กตัวน้อยๆ อยู่หลายต้นในถาดเพาะเป็นหลุมๆ เหมือนที่ใส่ไข่  และยังมีในถุงดำอีกหลายถุง

          เป็นดาวเรืองสีทอง กับ สีเหลืองครับ

          อ้าว! แล้วไปเอามาจากไหนหรือคะ? ไม่เห็นเคยขอเบิกจากคณะ

          ก็ขอๆ เมล็ดเขามาครับ  คุณสมรถตอบ ซื้อเขาแพงครับ ต้นละ 6 -7 สิบบาท  ปลูกเองดีกว่า

          จะว่าไปแล้ว คุณสมรถเคยทำอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เพาะกล้าเข็มแดง เพื่อปลูกไว้ริมทางเดินลัดสนามทั้ง 2 ข้าง

          ตอนนั้น มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า  เห็นคุณสมรถเดินท่อมๆ ไปตัดกิ่งเข็มที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง ในมน. แล้วเอามาเพาะใส่ถุง ค่อยๆดูแลจนโต

          อย่างที่เห็นในรูปนั่นแหละค่ะ  พอเข็มโตได้ที่แล้ว คุณสมรถ (ยืนเท้าสะเอว ใส่หมวก) ก็บรรจงถอนหญ้าตามขอบทางเดิน แล้วลงกล้าเข็มจนเต็มแถวทั้งสองข้างทาง ดูสวยงาม และถ้าพวกเค้าโตขึ้นๆ คงเป็นแถวสีแดงสวยอย่าบอกใคร (ดิฉันหลับตาวาดภาพ แล้วอดยิ้มไม่ได้)

           ที่มาของทางเดินนี้ ก็ไม่พ้นคุณสมรถอีกนั่นแหละค่ะ ก็เมื่อปีที่แล้ว ดิฉันปรึกษากับคุณชรินทร์  (ฝ่ายดูแลอาคารสถานที่ของคณะฯ) ว่า  อยากทำทางเดินลัดสนามหลังอาคาร  เพราะมีผู้ที่ต้องใช้เดินผ่านเป็นประจำ  สงสารหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำจัง (ไม่ได้สงสารคนเดินหรอกค่ะ)

          คุณชรินทร์จัดการทันที  ภายใต้เงื่อนไขอันจำกัดที่ดิฉันกำหนด คือใช้เงินให้น้อยที่สุด

          ดังนั้น  คณะจึงลงทุนเพียงวัสดุต่างๆ  ส่วนแรงงานนั้น คุณชรินทร์บอกว่า ถามคุณสมรถแล้ว  คุณสมรถบอกว่าทำเองได้

          ดิฉันจำได้ว่า ช่วงนั้น คุญสมรถใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพียง 2 วันเท่านั้น  แถมยังไปชวนคนรู้จักมาช่วยด้วยอีก 1 คน ใช้เครื่องทุ่นแรงเท่าที่มี  เททราย เรียงตัวหนอน ด้วยมือ และผสมปูนซีเมนต์ตกแต่งอย่างเรียบร้อย เหมือนเนรมิต

 

 

          มาถึงวันนี้  ดิฉันรู้สึกว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และถูกราคาจริงๆ ที่ได้ปรับการจ้างคุณสมรถจากลูกจ้างชั่วคราวรายวัน  มาเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน

          คุณสมรถมีความสุขกับต้นไม้  และมีความสุขกับครอบครัว เพราะมีรายได้ประจำที่พอเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบายได้

          ดิฉันชอบปลูกต้นไม้ ชอบเห็นสีเขียวแซมอยู่ในพื้นที่คอนกรีต ยิ่งถ้ามีสีแดง เหลือง ส้ม ชมพู....นานาพรรณแล้ว รู้สึกผ่อนคลายสบายอารมณ์

          เดี๋ยวนี้ ต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ ทั้งในและนอกอาคารสหเวชฯ ไม่มีต้นใดเฉา หรือเหี่ยวแห้ง คุณสมรถดูแลเอาใจใส่พวกเค้าอย่างดี แบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยเราไม่ต้องเสียเงินซื้อความสุขจากธรรมชาติมากเกินควรเลย

          เมื่อวาน ดิฉันพูดคุยปัญหาต่างๆ กับแม่บ้านประจำอาคาร ซึ่งเป็นแม่บ้านที่จัดหามาโดยบริษัทรับเหมาทำความสะอาด  ที่มหาวิทยาลัยจัดการให้ทุกคณะโดยการประมูล

          สาเหตุที่เรียกมาคุยกันก็เพราะ ได้รับเสียงต่อว่าจากลูกบ้าน ว่าบ้าน(คณะฯ) ไม่สะอาดเลยช่วยจัดการที

          จากการพูดคุยกันจึงทำให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม่บ้านเหล่านี้ ได้รับเงินเดือนๆละ 3,150 บาท อาจ+อยู่เวรเสาร์-อาทิตย์บ้าง ก็อีกไม่เกินเดือนละ 200 กว่าบาท  โอ! ทำยังงัยก็ยังไม่ถึง 3,500 บาทต่อเดือน (แล้วจะมีแรงทำอะไรได้)

          นี่ คณะสหเวชฯ ได้รางวัล 5 ส มาได้ยังงัยเนี่ย?

          ดิฉันนึกถึงคุณสมรถ นึกเปรียบเทียบ และคิด คิดอยู่ไม่วายว่า ถอยหลังเข้าคลองกันดีไหมเอ่ย?

          ถ้าเราสามารถทำให้คนที่อยู่กับเรา มีความสุขสมควรแก่อัตภาพ  เขาคงจะมีแรงช่วยเราคิด ช่วยสร้างสรรค์งานให้ดี  โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง เรื่องที่เป็นทุกข์ของชีวิตอันไม่อาจหลีกหนีไปให้พ้น......

          นี่เราจะถอยหลังเข้าคลองกันดีไหมเอ่ย?