อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้สร้างแรงบันดาลใจในการเขียนบล็อก  เป็นโจทย์ที่น่าสนใจและติดค้างคาใจมานานเหมือนกัน  เพราะได้แนะนำให้หลายท่านสมัครเป็นสมาชิกและเขียนบันทึก  ทุกคนตื่นเต้นดีใจแต่ไม่นานก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย ลงโทษเวลา ลงโทษคอมพิวเตอร์ ลงโทษสัญญาณไม่ราบรื่นและสุดท้าย “ไม่ทราบจะเขียนอะไร

         ฉันรู้จัก http://gotoknow.org เมื่อเปิดตัวใหม่ ๆ เพราะฉันมีนิสัยชอบ Surf Internet  ซึ่งต่อมาทำให้รู้สึกติดใจที่ได้รับความรู้และอยากแสดงความคิดเห็นเรื่องนั้น ๆ จึงสมัครเป็นสมาชิกเมื่อ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ แต่ก็ไม่เคยแสดงความคิดเห็น และไม่ได้สร้างบล็อก ไม่ได้เขียนบันทึก  เพราะ “ไม่ทราบจะเขียนอะไร

        ก่อนหน้านั้นได้เขียนใน www.Vchakarn.com เพราะเขียนเป็นประเด็นหรือกระทู้ลงในช่องว่างเท่านั้น  เมื่อสำรวจตนเองแล้วเห็นว่าหากมีความรู้เรื่อง IT บ้างคงทำให้เราเรียนรู้เรื่องอะไร ๆได้อีกมากมาย  จึงเช่าพื้นที่ฝึกสร้างเว็ปไซท์ http://www.krukimpbmind.com ฝึกส่งภาพ ฝึกเล่าเรื่องที่ใกล้ ๆตัว และเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในประสบการณ์ การเรียนรู้เรือง IT จึงมีความสำคัญมากกว่าการประชาสัมพันธ์ตนเอง

         วันหนึ่งฉันเปิดบล็อก GotoKnow และแนะนำให้เพื่อน ๆ อ่าน เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย ประกอบกับโรงเรียนใช้เน็ตของ obec และไม่เสถียร ระบบเปิดยากปิดง่าย จึงแนะนำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูหลายท่านสมัครเป็นสมาชิกและเริ่มเขียนบันทึก  ฉันจึงถือโอกาสเข้าไปเม้นท์เพื่อน ๆ และเม้นท์สมาชิกอื่น ๆด้วย

         ฉันจึงเป็นแฟนผู้อ่านบล็อกอย่างเหนียวแน่น เรื่องที่ฉันสนใจมากในขณะนั้นและอยากจะถามไถ่ข้อสงสัยคือเรื่องของสามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งเขียนโดยคุณเอกจตุพร  ต่อมาทำให้ได้รับคำแนะนำจากคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ว่า “ให้นำเรื่องราวจากเว็ปไซท์มาเขียนก็ได้”  แต่ฉันก็ยังจด ๆ จ้อง ๆ กลัวและไม่กล้าเขียนอยู่ดี กลัวเขียนแล้วไม่มีคนอ่าน ไม่มีคนคุยด้วยคงเงียบเหงา

        ภายหลังก็ยังไม่คิดจะเขียน  แต่ได้ช่วยครูที่โรงเรียนอ่านและตอบเม้นท์  และวันหนึ่งอาจารย์ขจิต ฝอยทอง ได้ถามในบันทึกของเพื่อน ๆ ว่า “โรงเรียนวิทยสัมพันธ์อยู่ที่ไหน” จึงเป็นที่มาของการอยากจะเขียนเล่าเรื่องของโรงเรียนเสียเอง เริ่มจากการเล่าเรื่องการสร้างบล็อกของเพื่อน ๆ และเล่าเรื่องโรงเรียนบันทึกแรกเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๑ หลังจากเป็นผู้อ่านมาเกือบ ๑ ปี  อาจารย์ขจิต ฝอยทอง ได้ให้ความอนุเคราะห์ช่วยแนะนำโปรแกรมแต่งภาพให้ พร้อมกับสร้างภาพให้ ๑ ภาพ ทำให้ทึ่งกับสิ่งใหม่ ๆ มากคิดว่า “ทำอย่างไรหนอจึงจะสามารถทำภาพแบบนี้ได้” ช่องทางการเข้าถึงความรู้การสร้างสังคมใหม่ การได้รู้จักเพื่อนใหม่ และการได้แลกเปลี่ยนกันผ่านบล็อกมากขึ้น

ภาพที่อาจารย์ขจิต  จัดแต่งให้ในเม้นท์

        ปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ในระยะเริ่มต้นการเขียน  แรกทีเดียว พิจารณาว่าควรเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร  บางเรื่องอาจสำคัญกับเราแต่ไม่สำคัญกับผู้อ่าน เราไม่ใช่นักวิชาการระดับสูงการที่จะนำความรู้มือสองหรือทฤษฏีต่าง ๆ ที่ร่ำเรียนมาเขียนนั้นคงเป็นไปได้ยากสำหรับฉัน  ส่วนประโยชน์และคุณค่านั้นมีแน่นอนคือการลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้หรือ ”การบำบัดความไม่รู้ของตนเอง” ได้ฝึกเขียนบนพื้นที่ที่ไม่ต้องเสียเงิน กลัวไม่มีคนอ่าน  กลัวการตอบเม้นท์ไม่ถูกใจผู้อ่านกลัวเสียมิตรภาพ และยังรู้สึกเขินอายบ้างในการตอบเม้นท์ 

          แนวทางในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในข้างต้น  ฉันตัดสินใจเขียนเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องและใกล้ตัว  เมื่อมองดูรอบ ๆ ตัวเห็นว่ามีวัตถุดิบมากมาย  โดยเฉพาะเรื่องเด็กและโรงเรียน   จึงได้รับการสนับสนุนจากกัลยาณมิตรหลายท่าน  ทำให้มีกำลังใจและต่อยอดความรู้ขึ้นทีละน้อย ๆ ค่อย ๆ ถากถางความโง่เขลาออกไปจากสติปัญญาออก  ไปจากความเป็นบ้านนอกเป็นลำดับ ๆ เหมือนการเปิดกะลาออกจากศีรษะเช่นนั้น  การตอบเม้นท์ไม่เป็นจึงต้องหมั่นไปอ่านของคนอื่นบ่อย ๆ

          ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง  เมื่อได้อ่านบันทึกดี ๆ มีสาระอ่านแล้วพอมีความเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง   เพราะต้นทุนทางปัญญามีไม่มากพอ  และถูกใจกับเรื่องนั้น ๆ มาก  แต่ไม่สามารถจะเขียนเม้นท์ได้อย่างไร  และไม่อยากให้บันทึกนั้นว่างเปล่าโดยไม่มีใครเม้นท์ 

         อีกประการหนึ่ง  ฉันพยายามไปทักทายเพื่อน ๆ ก่อนเพื่อแนะนำตนเองและขอสมัครเป็นเพื่อนใหม่  ปัจจุบันทำให้มีเพื่อนหลายกลุ่มคือกลุ่มสนิทที่จะต้องมาทักทายกันทุกบันทึกไม่เคยขาด    บางคนมาทักทายเหมือนเป็นการตอบแทนที่เราไปทักทายเขา  บางคนเราไปทักทายเขาแล้วก็แล้วไป   แม้เขาจะไม่มาทักทายเราอีกก็ไม่รู้สึกอะไรและไม่คิดมาก  แต่ต้องเตือนตัวเองเสมอว่าควรพยายามฝึกเล่าฝึกเขียนไปเรื่อย ๆ

          แม้ว่าเรื่องเล่าของฉันจะมีใครอ่าน  ฉันก็ต้องอ่านเองแม้เพียงข้ามวันเรื่องเล่าของเราก็เป็นอดีตไปแล้ว  ที่ผ่านมานับว่า "ยากที่เริ่มต้น" เท่านั้น  เพราะการเรียนรู้ของฉันไม่ว่าเรื่องใด ๆ ก็ตาม ฉันไม่เคยทำอะไรได้ง่ายดาย หากไม่ผ่านการฝึกฝนมาก่อน  การเขียนบันทึกมาแล้วกว่า ๖๐๐ บันทึกเพิ่งจะเข้าใจการเขียนคำสำคัญไม่กี่วันนี้เอง  ตอนแรกเลือกเขียนในช่องแรกเท่านั้น และเว้นวรรคตอนไปเรื่อย ๆ

           การที่เขียนบล็อกของฉัน  น่าจะเป็นจริตประจำตัวอันเป็นนิสัยที่ฝักใฝ่การ Surf Internet มากกว่า  แม้ว่าวันเวลาผ่านไป และผลของการเขียนบล็อกที่ได้รับและถือเป็นคุณค่าอย่างมหาศาลที่เกิดจากกัลยาณมิตรได้มอบให้นักเรียน  ครู ในโรงเรียนของฉัน ชุมชนและจับมือกันทำกิจกรรมเล็ก ๆ เพื่อรับใช้สังคม  และการต่อยอดทางความรู้ ความคิดให้มีบันทึกใหม่เกิดขึ้นหลายครั้ง ... ดังที่ได้เล่าในบันทึกที่ผ่านมา 

        ขอขอบพระคุณ GotoKnow ที่ให้พื้นที่เพื่อฝึกเขียน และเปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้  และขอขอบคุณกัลยาณมิตรที่ได้ให้กำลังใจและรู้จักคุ้นเคย