การถอดบทเรียนเป็น กระบวนการ ครับ ไม่ได้ทำง่ายๆ ไม่มีฟังก์ชั่นค้นหา (Ctrl+F) อย่างคอมพิวเตอร์ที่คลิกปุ่มเดียวแล้วเจอเลย ดังนั้นจึงไม่มีคีย์ลัด ขั้นตอนการถอดบทเรียนต้องอาศัยความพอเหมาะพอดีในหลายๆองค์ประกอบที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

 

 

[1] ถอดบทเรียนคืออะไร? ทำไมต้องถอด...

                                              จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

 

เพิ่มเติมข้อมูล 30/7/2560


"ถอดบทเรียนอย่างไร...ไม่ยาก"

พบกับชุดบันทึกเรื่องราวการถอดบทเรียนอย่างเป็นระบบ เเละไม่ยาก จากชุดบันทึก "การถอดบทเรียน...ไม่ยาก" ซึ่งเรียงเรียงขึ้นมาใหม่ผ่านประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ตาม LINK ดังนี้ครับ


ตอนที่ 1 ถอดบทเรียนคืออะไร?

ตอนที่ 2 ทำไมต้องถอดบทเรียน?

ตอนที่ 3บทเรียนมาจากไหน ? เเละ ข้อควรตระหนักก่อนถอดบทเรียน

ตอนที่ 4 ทักษะอะไรบ้างที่นักถอดบทเรียนต้องพัฒนาตนเอง

ตอนที่ 5การเตรียมตัวถอดบทเรียน ...จะเตรียมอะไรบ้าง?

ตอนที่ 6วิธีการถอดบทเรียน...ทำอย่างไร ไม่ยาก

ตอนที่ 7ขั้นตอนเเละคำถามการดำเนินการถอดบทเรียน

ตอนที่ 8การบันทึกเเละจัดการข้อมูลถอดบทเรียน

ตอนที่ 9การเขียน "บทเรียน" จากการถอดบทเรียน


สามารถเเลกเปลี่ยน พูดคุยกับผู้เขียนได้โดยตรงที่


ชุดความรู้ "ถอดบทเรียน...ไม่ยาก"

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

e-mail : [email protected]


------------------------------------------------------------------------

“ถ้าผมรู้ ผมคงไม่ทำผิดพลาดเช่นนี้”   

แน่นอนว่าคงไม่มีใครเอ่ยประโยคนี้หลังจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งๆที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพียงแค่ได้ “รู้” เท่านั้นเอง ...สิ่งที่เป็นเงื่อนไขของความผิดพลาดนั้นคือ “การได้รู้” หากรู้ก็คงไม่เกิดการเหตุการณ์ทำนองนี้เป็นครั้งที่สอง

 

ดังนั้น “บทเรียน”ที่ได้รับในครั้งนี้ ก็คือ ข้อมูล (Data)และข่าวสาร (Information)ที่ผ่านการปฏิบัติด้วยตัวเอง หรือไม่ก็ผ่านการสังเกต การเก็บข้อมูลของตนเอง บันทึกไว้ในสมองส่วนความจำและเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ ความรู้ที่ถูกเก็บไว้นั้น จึงจะถูกนำมาใช้จัดการกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

 

ปัญหาก็อยู่ที่ว่า คนเรามักเก็บสิ่งที่รู้ไว้มิดชิดเกินกว่าจะนำมาถ่ายทอด หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น นับว่าเป็นการสูญเสีย “งบดุล” ทางชีวิตและสังคมอย่างมาก หากเราและคนรอบข้างจะผิดพลาดในสิ่งเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่ได้นำเอาความรู้ที่ตกผลึก หรือที่เรียกว่า “ความรู้ฝังลึก”(Tacit knowledge)  ที่อยู่ในตัวตนนั้นมาใช้ประโยชน์

 

แล้วจะทำอย่างไรละ?? การที่จะนำความรู้ฝังลึกนั้นได้ถูกนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เผื่อแผ่ผ่านประสบการณ์ของเรา  หรือเจ้าของความรู้

ตรงนี้เองเป็นที่มาของ “การถอดบทเรียน”

ส่วนรูปแบบการถอดบทเรียนนั้น จะมีวิธีการอย่างไรนั้น สิ่งสำคัญที่เราควรตั้งคำถามกับตัวเองในฐานะผู้ที่จะถอดบทเรียน(ถอดบทเรียนตัวเอง หรือถอดบทเรียนคนอื่น)

 

เราควรตั้งคำถามเหล่านี้ครับ

 

ข้อที่ ๑ โจทย์ หรือ คำถามของการถอดบทเรียน ว่าเราถอดบทเรียนอะไรและถอดบทเรียนเพื่ออะไร? ข้อนี้สำคัญมากครับ ที่ผมบอกว่าสำคัญมากเพราะอะไรนะหรือ...เพราะกรอบการถอดบทเรียน จะช่วยออกแบบวิธีการที่สอดคล้องและเราสามารถเลือกวิธีการที่สนองตอบต่อการได้มาซึ่ง”บทเรียน” มากที่สุด คล้ายๆกับเราตั้งโจทย์ หรือคำถามการวิจัย หากคำถามนั้นไม่ชัด ก็ทำให้ขั้นตอนต่างๆคลุมเครือไปด้วย การถอดบทเรียนก็เป็นไปแบบ “มึนๆ” ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลแบบมึนๆ เช่นกัน ข้อมูลที่เป็นบทเรียนที่ได้นั้นไม่ตอบสนองต่อการนำไปใช้ประโยชน์ บทเรียนที่ได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

ข้อที่ ๒ ใคร?? คือคนที่เราจะถอดบทเรียน ในที่นี้อาจเป็นการถอดบทเรียนตัวเองก็ย่อมได้ หรือ เป็นการถอดบทเรียนคนอื่น เพราะการรู้ตัวตนของคนที่จะถอดบทเรียนนำมาซึ่ง ข้อที่ ๓ ครับ

 

ข้อที่ ๓ วิธีการ ถอดบทเรียน หรือเรียกให้ดูดีภาษานักวิชาการว่า วิธีวิทยา (Methodology)  ข้อนี้ผมไม่สามารถแนะนำเจาะจงได้ครับ ว่าเราควรเลือกใช้วิธีการไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้วิธีการนี้ กับ ใคร?  ดังนั้นอย่างที่ผมบอกไงครับว่า รู้จัก “ใคร” ในข้อสองสัมพันธ์กับข้อสาม  แต่ต้องระวังนะครับ นักถอดบทเรียนมือใหม่ หรือนักวิชาการที่เคร่งวิชา ชอบที่จะยึดติดในวิธีวิทยาอย่างใดอย่างหนึ่ง พอล ฟายเออราเบนด์(Paul Feyerabend) นักปรัชญาวิทยาศาสตร์ผู้เขียนหนังสือ Against Method กล่าวว่า การยึดติดวิธีวิทยาอย่างใดอย่างหนึ่งจะเป้นตัวขัดขวางความก้าวหน้าในการพัฒนาองค์ความรู้

 

ข้อที่ ๔ มุ่งหา “บทเรียนที่ดี” ( Best Practice) กรณีที่มีบทเรียนประเด็นคล้ายคลึงกัน หรือประเด็นเดียวกัน แต่แตกต่างบริบท การหาบทเรียนที่ดีถือว่าเป็นการได้ สุดยอดความรู้ ที่มีพลัง หรือพูดให้ดูดีว่า เป็นความรู้ที่ทรงอานุภาพครับ

 

การถอดบทเรียนเป็น กระบวนการ ครับ ไม่ได้ทำง่ายๆ ไม่มีฟังก์ชั่นค้นหา (Ctrl+F) อย่างคอมพิวเตอร์ที่คลิกปุ่มเดียวแล้วเจอเลย ดังนั้นจึงไม่มีคีย์ลัด

ขั้นตอนการถอดบทเรียนต้องอาศัยความพอเหมาะพอดีในหลายๆองค์ประกอบที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งองค์ประกอบที่เป็นส่วนของตัวผู้ถอดบทเรียนเอง (ความพร้อม,คุณสมบัติ,ทักษะ) ข้อนี้ผมจะนำไปเขียนในบันทึกเป็นประเด็นใหญ่ที่ต้องทำความเข้าใจครับ

นอกจากนั้นก็มีองค์ประกอบของผู้ถูกถอดบทเรียนด้วย องค์ประกอบที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ละเลยไม่ได้คือ องค์ประกอบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการถอดบทเรียนต้องทำกับคน การจัดการอารมณ์ให้สมดุลเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ

 

ดังนั้นวิธีการใดก็ตามที่สอดคล้องกับธรรมชาติของความเป็นคนมากที่สุด ย่อมได้เปรียบที่สุด

 

 


 

บันทึกการเรียนรู้นี้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การถอดบทเรียน” สำหรับเจ้าหน้าที่ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ ณ นนท์นที รีสอร์ท จ.นนทบุรี