ผมมีเรื่องเล่าจะเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่งครับ
เมื่อวันก่อนหลังจากเลิกเรียนเสร็จ ผมเดินไปที่ป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยอย่างที่เคย
ป้ายรถเมล์ก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งนักศึกษาและชาวบ้านแถบนั้น ในระหว่างที่ผมนั่งรอรถเมล์อยู่นั้น มีคุณยายแก่ๆท่านหนึ่ง เข้ามานั่งใกล้ๆเธอคุยกับน้องนักเรียนข้างผม แต่ฟังไม่ได้ศัพท์ สักพักใหญ่เธอหันกลับมาคุยกับผม ถามว่า “รถเมล์ที่ไป สาวรีย์ ใช่ สาย ๕๑๕ ใช่หรือไม่?”
ผมตอบยายว่า “ใช่”
ยายถามพร้อมกับเปิดกระเป๋าให้ผมดู บอกว่ายายมีเงินเพียง ๑๐ บาท ค่ารถไม่พอที่จะไปอนุสาวรีย์ ยายอยากจะขอเงินจากผมเป็นค่ารถ...
ผมคำนวญในใจว่า ค่ารถที่ต้องจ่ายจากจุดนี้ไปยังอนุสาวรีย์ฯ ต้องใช้จ่ายประมาณ ๒๐ กว่าบาท ผมจึงตัดสินใจหยิบเงินให้ยายไปอีก ๒๐ บาท อย่างน้อยก็เพียงพอสำหรับการเดินทางของยาย เธอกล่าวคำขอบคุณผมสองครั้ง และลุกจากที่นั่งนั้นไป
ผมไม่ได้สนใจยายต่อไปอีก เพราะคิดว่ายายคงขึ้นรถไปแล้ว เพราะผมเห็นว่ารถเมล์สาย ๕๑๕ มาเมื่อสักครู่แล้ว
ผมกวาดสายตามองไปทั่วป้ายรถเมล์ท่ามกลางคนพลุกพล่าน ผมยังเจอยาย ไปแอบหลบหลังเสาไฟฟ้า ยายกำลังยืนดูดนมกล่องในมืออย่างกระหาย ...สิ่งที่ผมเห็น ผมเข้าใจแล้วตอนนี้ว่าค่ารถไม่พอของยายคืออะไร?
ผมไม่โกรธที่ยายพูดไม่จริงกับผมหรอกครับ แต่เห็นยายดูดนมจากกล่องที่ซื้อจากร้านข้างๆอย่างกระหาย เท่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าได้ทำบุญกับผู้คน แม้ว่าเขาไม่ได้ทำตามที่บอกผมไว้แต่แรก แต่ผมก็ยังดีใจ
เบื้องหลังความคิดของยายก่อนที่ยายจะขอค่ารถผม อาจมีเหตุผลมากมาย ซึ่งตรงนั้นพอเข้าใจได้ว่ายายมีประสบการณ์อย่างไร?
----------------------------------------------
น้องๆ วิทยสัมพันธ์ครับ
เรื่องเล่าที่ผมเล่าเป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นกับผมเอง ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีทางเลือกอยู่สองทางสำหรับผม ก็คือ
๑. ผมควรโกรธที่ยายไม่พูดความจริงกับผม และ
๒. ผมมีความสุขเกิดขึ้นในใจลึกๆว่า ผมได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือยาย ทำให้ยายได้อิ่มอร่อยกับนมกล่องนั้นบรรเทาความทุกข์ตรงนั้นของยายไป
ผมเลือกความสุขใจที่ผมสัมผัสได้ในข้อที่สองครับ
คุณครูคิม นพวรรณ เล่าให้ผมฟังว่า น้องๆที่วิทยสัมพันธ์ ถามคุณครูว่า “จิตปัญญา” คืออะไร?
ผมคิดว่าศัพท์นี้เป็นศัพท์ใหญ่ หากจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งต้องตีความ ซึ่งก็ยากแก่การเข้าใจ
ผมอยากอธิบายให้น้องๆฟังว่า ความปรารถนาดีเกิดจากจิตใจที่ดีที่เรามีให้กับเพื่อนมนุษย์ ครอบครัว ชุมชน และสังคม เป็นปัญญาอย่างหนึ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝนสร้างความรู้ในการให้ความปรารถนาดีเหล่านี้หลั่งไหลไปสู่คนรอบข้าง
การเกื้อกูลกัน ช่วยเหลือกัน การมีวาจาที่เป็นมิตร เป็นสาระประโยชน์ ให้ความจริงใจ และให้กำลังใจกัน การมีไมตรีเห็นอกเห็นใจกัน รวมทั้งน้องๆมีความคิดที่ว่าทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน เห็นคุณค่าความดีของพี่น้องของเรา สิ่งเหล่านี้คือ “จิตปัญญา” เป็นปัญญาที่เกิดจากจิตที่ดีงาม จิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว
มีผู้สรุปไว้ว่า มีสามสิ่ง ได้แก่ "ความดี ความงาม และคุณค่า"
ความดี คือ พลังบวกที่เราคิด เราปฏิบัติกับคนรอบข้าง พลังที่ดีนั้นเกิดผลที่ดีกับคน สังคม ชุมชน และตัวเราเองด้วย
ความงาม เป็น คุณลักษณะของจิตใจที่ถูกฝึกฝนมาเเล้วเป็นอย่างดี ที่เรียกว่า "จิตประภัสสร"
การให้ "คุณค่า" ก็คือ การให้ความหมายแก่สิ่งหนึ่ง ในรูปแบบสัญลักษณ์ หรืออาจเป็นความรู้สึก ยกตัวอย่าง ดอกมะลิ สีขาวแทนความรักของแม่ หญ้าแพรกถึงแม้ว่าเป็นวัชพืช แต่คุณลักษณะของหญ้านี้แทนได้กับความงอกงาม เติบโต ใช้ในการไหว้รำลึกถึงพระคุณคุณครู
จิตปัญญา ก็อาจจะหมายถึง จิตที่ประภัสสร เกิดจากความดี ความรู้ (ปัญญา)
ความรู้----> ปัญญา ----> คิดดี----> ทำดี(ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ)----> ความดีที่ขยายผล
"ทำดีไม่ต้องเดี๋ยว"
น้องๆวิทยสัมพันธ์ได้ฝึกการ "ให้" ผู้อื่นอยู่เสมอ และลองตั้งคำถามกับตนเองดูว่า น้องๆมีความสุขหรือไม่? ที่คนรอบข้างเรายิ้ม มีความสุข จากสิ่งที่เราคิด และเราปฏิบัติ
น้องมีความสุข คนรอบข้างก็มีความสุข เป็นความงามอย่างหนึ่งในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เป็นสังคมที่เอื้ออาทร รักและสมานสามัคคีกัน
นั่นเป็นผลลัพธ์ของจิตปัญญาอย่างหนึ่ง เป็นความสุขที่สัมผัสได้ในทันทีและมีพลัง
----------------------------------------------
ในวันไหว้ครูปีนี้ ที่วิทยสัมพันธ์
ผมแอบทราบความลับมาว่า น้องอ้อมเล็ก,อ้อมใหญ่ และเพื่อนๆ คิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่าเรากตัญญูและรักคุณครูของพวกเราเพียงใด ?
ผมเชื่ออย่างยิ่งว่า สิ่งที่น้องกำลังวางแผนในใจอยู่นั้น เป็นเรื่องราวที่ดีงาม เป็นความกล้าหาญในเรื่องที่ดี เมื่อคิดได้และเราสามารถทำให้เป็นจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม
ให้น้องๆมีความสุขที่จะทำ หากเป็นเรื่องราวที่ดีงาม พวกเราอาจไม่ต้องถามผู้รับความสุขของเราว่าเขานั้นต้องการหรือไม่
ทำให้ดีที่สุด ทำให้งดงาม แล้วเราและผู้รับความดีงามที่เกิดขึ้นจะมีความสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย...
ผมขอให้กำลังใจน้องๆวิทยสัมพันธ์
และอย่าลืมว่าหลังจากงานไหว้ครูเสร็จแล้ว
ผมขอน้องๆมาเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านั้น
น้องๆคิดอะไรอยู่? เมื่อทำแล้วรู้สึกอย่างไร?
ผมจะรอฟังเรื่องราวดีงามจากวิทยสัมพันธ์ต่อไปนะครับ..


เข้ามาเยี่ยมครับพี่...
ตอนนี้มาประจำการที่บุรีรัมย์แล้วครับ...
ยังติดตามบันทึกของพี่เสมอครับ...
สวัสดีครับ น้องเอก
สวัสดีครับ พี่บาว เกษตรยะลา และ น้องบาว ขุน ย่ามแดง
ผมสบายดีครับ...
งานไม่ยุ่งแต่งานหนักนิดหน่อย :) เหมือนเดิมครับ แต่ก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่นะครับ ยิ้มได้ทุกวัน แม้วันมามากครับ
"งานหนักไม่เคยฆ่าคน" จริงไหมครับน้องขุนครับ
สวัสดีค่ะน้องเอก
เรื่องของคุณยายทำทีมาถามเส้นทางสายรถเมล์
ติดตามด้วยขอค่ารถนี้เพราะเงินไม่พอ
เพียงอ่านถึงตอนนี้ก็รู้ทันทีว่าคุณยายเป็นนักต้มตุ่นคนตามป้ายรถเมล์เป็นกิจวัตรประจำวัน
คุณเอกไม่ต้องบอกเสียด้วยซ้ำว่าเห็นคุณยายแอบดื่มนมอยู่ข้างเสาไฟฟ้า ก้อยก็รู้ว่าคุณเอกถูกต้ม
นับเป็นบทเรียนบทแรกที่คุณเอกมาอยู่เมืองกรุง แต่คุณเอกก็พยายามเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในทางบวกคือคุณยายอาจหิวไม่ได้กินข้าวเลยหาทางหาเงินมาหลอกคุณเอก ทำให้คุณเอกไม่โกรธอย่างน้อยก็ได้ทำบุญให้คุณยายหายหิว
แต่หากว่าคุณเอกจะยืนอยู่ตรงนั้นสักค่อนวันหรือเต็มวัน
คุณเอกก็คงจะเห็นคุณยายนั่งถามคนที่มารอรถเมล์แถวนั้นตั้งแต่เช้ายันค่ำนับสิบๆราย
เมื่อคุณเอกเห็นภาพเช่นนี้ ก้อยก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าคุณเอกจะหาทางออกในความคิดของตนเองอีกอย่างไรคะ
หรือว่ายังไม่รู้ตัวว่าตนเองถูกคุณป้านักต้มตุ๋นหลอกอีกหรืออย่างไร
ก้อยเป็นคนกรุงคะ
สวัสดีคะคุณเอก คิดได้หลายแงนะคะ
พี่ไก่คิดบวกคะ ก็จะมีความสุข
คุณยายคงจะหิว แต่ไม่กล้าบอกความจริง คงจะกลัวว่าคุณเอกจะคิดว่าเป็นขอทาน แล้วไม่ให้เงิน
การให้เป็นเหตุให้ผู้รับมีความสุข คนให้ก็มีความสุข
ถ้าพี่ไก่คิดทางลบ ก็จะมีความสุข เช่นกันเพราะไม่โกรธคุณยายที่ไม่พูดความจริง
คุณยายอาจจะมีพฤติกรรมแบบนี้กับคนอีกหลายคน เป็นหนทางอยู่รอด ให้คุณยายอิ่ม เมื่อหิว
ลองสังเกตดูต่ออีกหลายๆวัน คุณยายอาจจะยังอยู่แถวนั้น แล้วขอเงินคนอื่นแบบนี้อีกไหม
คำถามว่าทำไมพี่ไก่คิดทางลบด้วย
มีคนแก่ไม่ทราบมาจากไหน จะชอบมาขอเงินเวลาพี่จะออกไปทำงาน สามสี่วันครั้ง บอกว่าบ้านอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีเงินค่ารถกลับบ้าน ไม่มีเงินกินข้าว มาขอครั้งแรก พี่ชาลีให้ไปเท่าค่ารถที่บอก หลายสิบบาท ให้ค่าข้าวอีก พอมาอีก 3 วันมาอีก พี่ชาลียังใจดีให้อีก 20 บาท พี่สงสัยว่าแกมาทำอะไร ที่ขอนแก่น ลุกหลานไม่ดูแลหรือ
เลยลองตามแกดู เห็นไปที่ตลาด ขอเงินคนอื่นแบบนี้อีก แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อเหล้า ไม่ได้ใช้เป็นค่าอาหาร
ต่อมาก็มาขอเรื่อย ๆ พี่ก็จะไม่ให้ เมื่อสองวันก่อนออกมาทำงานก็เจออีก ยกมือไหว้ ขอเงินอีก บอกหิวมาก ไม่รู้ว่าพี่ใจดำไหม ไม่ได้ให้เงินและไม่ได้ให้ข้าวไปคะ เพราะท่าทางเดินเหมือนเมาเหล้าแล้วนะคะ
แวะมาเยี่ยมครับ
สวัสดีค่ะพี่เอก
บันทึกการเรียนการสอนออนไลน์บทเรียนนี้ ร้อนแรงพอสมควรนะค่ะ พี่ป้าน้าอา มาร่วมสอนเด็กๆ กันเต็มไปหมดเลยค่ะ น่าดีใจแทนเด็กๆ นะค่ะ ที่น้องๆ จะได้รับมุมมองที่หลากหลายค่ะ
โดยส่วนตัวไม่มีความคิดเห็นค่ะ เพราะสำหรับสี่นี่คือความคิดและเหตุผลส่วนบุคคล แลกเปลี่ยนพูดคุยได้ แต่ตัดสินแทนกันไม่ได้ว่าสิ่งที่คุณทำไปถูกหรือผิด เพราะต่างคนมีพื้นฐานจิตใจต่างกัน มีประสบการณ์ มุมมองและความคิดแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเถียงยังงัยก็ไม่จบค่ะ ;)
แต่มีเรื่องเล่าค่ะ เป็นเรื่องที่ลืมไปแล้วนะค่ะแต่พออ่านบันทึกนี้จบ กลับคิดขึ้นได้และจำติดตาค่ะ ช่วงที่เคยอยู่ กทม.เคยให้เงินคุณยายแก่ๆ ที่ถือถุงข้าวเหนียวกับน่องไ่ก่ทอดนั่งขอเงินอยู่ใต้สะพานลอยค่ะ คำถามคือลูกหลานไปไหน
ทำอย่างนี้อยู่หลายวันค่ะ ทุกวันก็ตั้งคำถามเดิมกับตัวเอง แต่ไม่เคยถามยายเลย
จนวันหนึ่งคำตอบก็ลอยมาค่ะ สี่เจอคุณยายคนเดิมกับลูกหลานบนรถเมล์ค่ะที่น่าเศร้าคือ ตอนเช้าลูกหลานจะพาคุณยายมาขึ้นรถเมล์เพื่อส่งคุณยายไปขอทานค่ะ และให้ข้าวเหนียวกับไก่ทอดติดมือมาค่ะ และตอนเย็นก็รับกลับค่ะ
เมื่อเห็นไม่ได้โกรธยายนะค่ะ แต่โกรธลูกหลานมากกว่าค่ะ
ถามว่าถ้าเจอคุณยายยังให้เงินไหม คำตอบให้ค่ะ แม้รู้ว่ากำลังถูกหลอก
ถามว่ารู้สึกว่าโง่ไหมก็เปล่านะค่ะ
ถามว่าใจบุญหรือก็เปล่าอีกค่ะ
แค่ข้างในบอกว่าจะทำ ทำแล้วสี่มีความสุข เท่านั้นเองค่ะที่เลือกทำ
เพราะฉะนั้นการกระทำของใครก็เป็นเรื่องในจิตใจของคนๆ นั้น คนนอกตัดสินไม่ได้ค่ะ
ขอบคุณบันทึกดีๆ มีพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนค่ะ
เรื่องราวที่ผูกเรื่องกันมันชัดในคำตอบของหัวใจของคำว่า "จิตปัญญา" ครับพี่
แอบมาเข้าฟังพี่เอก สอนน้อง วิทยสัมพันธ์...พร้อมกับแวะมาทักทาย ขอบคุณเรื่องดีๆ ที่นำมาแบ่งปันให้เสมอ ๆ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ
การให้ หากยินดี ก็ไม่ต้องกังวลอันใด
มองเห็นแต่ "ความสุข" "ความสุข" และ "ความสุข" ... อันเนื่องจากการคิดดี ทำดี
ความดียังคงสวยงามเสมอ ใช่ไหมครับ ;)
สวัสดีครับพี่เอก ผมสนใจจินตปัญญาศึกษาพอสมควร พอได้อ่านแนวคิด ได้อ่านหลักสูตรที่มหิดล
พบว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาของพุทธวิถี เร็วๆ นี้ ผมนัดโรงเรียนวิถีพุทธแห่งหนึ่งที่โคราช ว่าจะไปทำรายการ
หากได้สาระดีดี จะนำมา ลปรร ครับพี่
สวัสดีค่ะ
- สิ่งที่เราให้ตามที่เขาขอนั้น เราเห็นว่าควรให้เราก็ให้ มันก็เป็นสุข
- แต่บังเอิญว่าเราเห็น ไม่เป็นไปตามที่ขอ ก็ไม่เป็นไร
- ณ เหตุการณ์นั้น คุณเอกได้ทำดีแล้ว เป็นสุขใจแล้ว
- เวลามีซองบุญมาให้ เคยอ่านวัตถุประสงค์ของการบอกบุญไหมว่าเขาต้องการเอาไปทำอะไร พี่ร่มไม้ต้องอ่านและถามทุกครั้ง แล้วจึงทำบุญไป อธิฐานอยู่ในใจว่า ขอให้เขา
ได้ทำบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ไม่คำนึงว่าเขาจะไปทำจริงหรือไม่ แค่นี้ก็เป็นสุขแล้ว
จิตตปัญญาดีจริงนะครับ
อย่างน้อยเริ่มที่ครูก่อน เริ่มมองทุกสรรพสิ่งไม่แยกส่วน
เริ่มที่จะพูดกับตัวเองจากข้างใน ไม่ติดกรอบ
แล้วครูคนนั้นก็จะสามารถนำไปใช้กับนักเรียนได้
ดีนะครับ ผมเองก็ลองนำเอาหลักการมาใช้ โดยเฉพาะฝึกจิต
ให้เขาพร้อมก่อนที่จะเรียน และพูดภาษาใจกับผู้เรียน
พี่ครูคิม...เป็นตัวอย่างที่ดีมากคนหนึ่งครับ
สวัสดีค่ะน้องเอก
ดีใจจังเลยค่ะ ที่น้อง ๆโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ มีผู้ช่วยดูแลเอาใจใส่
น้องอ้มทั้งสองคนอยู่ชั้น ม. 3 ค่ะ เป็นเด็กดีทั้งคู่ พี่ครูคิมคงดีใจมาก
นะคะที่มีน้องเอกช่วยอีกแรง พักนี้พี่ครูคิมงานมากค่ะ พี่ตั๋นก็ช่วยด้วย
ความเต็มใจ สนุกดีค่ะ บางทีก็ตื้นตันใจในการแสดงออกของเด็ก ๆ
แม้ว่าพี่ตั๋นจะย้ายมาใหม่แต่ก็เข้าใจการทำงานค่ะ
เรื่องคุณยายที่ป้ายรถเมล์ ในลักษณะเดียวกันผมเจออยู่เหมือนกัน
ที่เจอมี 2 กรณี
1. เข้ามาถามสายรถเมล์แล้วขอค่ารถเพราะเงินไม่พอ แต่ไม่ใช่คุณยายกลับเป็นสาววัยกลางคนหรือไม่ก็ชายสูงอายุ
2. สาวสาวแต่งตัวบ้านนอกเข้ามาถามว่าไปที่แห่งหนึ่งจะนั่งรถเมล์สายไหน ไม่มีตังส์ตกรถ หาทางชวนคุยเพื่อให้ไปร่วมหลับนอนเพื่อขอเงินเป็นค่ารถ พบแถวป้ายรถเมล์ที่เยาวราชและเจริญกรุง
เรื่องราวที่ป้ายรถเมล์แบบนี้มีมากมายในกรุง สามารถเขียนเป็นเล่มๆได้ครับ