ผมก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ และกำลังใช้อยู่ทุกวัน ผมจึงไม่มีสูตรสำเร็จที่จะไปบอกใครได้ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังลองทำ ลองใช้ ลองปรับ อยู่ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี อยู่เลยครับ

ผมได้คำพังเพยนี้มาจากวัดทางเหนือ ที่เชียงใหม่ ประมาณเกือบ ๒๐ ปีมาแล้ว และก็พยายามใช้มาตลอด ไว้เตือนตนให้ "ทำงาน"มากกว่าที่จะคอยแต่ “คิด” ที่จะทำ

โดยเฉพาะพระพุทธดำรัสที่น่าจะเป็นจุดกำเนิดของคำพังเพยนี้ คือ

ไม่มีการงานใดสำเร็จด้วยความคิด แต่สำเร็จด้วยการกระทำ

ลักษณะการทำงานและการพัฒนาดังกล่าว เป็นที่มาของการทำงาน “วิจัยเชิงปฏิบัติการ” ที่ทำไปปรับไป แก้ไขไป จนได้ผลเป็นขั้นๆ อะไรที่ไม่ได้ผล ก็เป็นบทเรียนไว้สอนตัวเอง และไว้บอกคนอื่นที่สนใจจะเรียนรู้

แต่ ไม่ค่อยเป็นประโยชน์กับคนที่ต้องการเลียนแบบ แต่ไม่ยอมเรียนรู้

ผมเขียนขึ้นมาวันนี้ เพราะมีเหตุการณ์สะกิดใจบ่อยๆครั้งในระยะ สองสามเดือนที่ผ่านมา

มีคนเข้ามาถามบ่อยๆ ว่า

·        การทำนาแบบไม่ไถ จะกำจัดวัชพืชได้อย่างไร

·        การไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน จะทำให้ผลผลิตสูงได้อย่างไร

·        วิธีการทำนาแบบไม่ลงทุน แต่ได้ผลผลิต ๑ ตันต่อไร่ ทำได้อย่างไร

·        มีวิธีจัดการน้ำฝนให้พอใช้ในการทำนาอย่างไรบ้าง

·        ฯลฯ

 

และขอให้ผมส่งวิธีการรายละเอียดการจัดการไปให้

ที่เป็นสิ่งที่ผมไม่มี และถึงจะมีก็ไม่มีประโยชน์ เพราะสถานการณ์ต่างกัน

ที่ต้องเริ่มจากระบบคิด และเป้าหมายที่ต้องการ ส่วนการจัดการนั้นต้องไปหาเอาเอง จากการลองทำ ลองปรับ ลองใช้ จึงจะมีทางออก

มัวแต่มานั่งคิดแล้วไม่ทำ ไม่มีทางสำเร็จ

ผมก็ใช้วิธีการเดียวกันนี้ และกำลังใช้อยู่ทุกวัน ผมจึงไม่มีสูตรสำเร็จที่จะไปบอกใครได้ แม้แต่ตัวผมเองก็ยังลองทำ ลองใช้ ลองปรับ อยู่ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี อยู่เลยครับ

ผมจึงขอให้ทุกท่านเข้าใจตามนี้ อย่าขอผมมาอีกเลยครับ

แต่ถ้าจะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้น ผมยินดีร่วมเรียนรู้ด้วยกันครับ