เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีคุณประโยชน์อย่างมากต่อวงการธุรกิจ
ต่อองค์กรและต่อสังคมโดยรวม
แต่ในคุณประโยชน์ที่มีอย่างเอนกอนันต์
ก็แผงเร้นไปด้วยอันตรายและมหันตภัยแอบแฝง
ทั้งต่อองค์กรและสังคม
มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประเด็นของผลกระทบที่มีต่อองค์กรและสังคม
ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ
** องค์กรของท่านได้รับผลกระทบอย่างไรจาก ICT
** อาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีสารสนเทศ
** จริยธรรม คุณธรรมและพฤติกรรมของคนสังคมสารสนเทศ
** เกมและบันเทิงในระบบอินเทอร์เน็ตที่มัวเมาเยาวชน
** องค์กรต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากกับเทคโนโลยีแต่เปล่าประโยชน์
สิ้นเปลืองและล่าสมัย
**
ธุรกิจเอกชนชั้นนำใช้ประโยชน์จากไอทีหาผลประโยชน์และกำไรด้วยการผูกขาด
**
หน่วยงานราชการและองค์กรเอกชนขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพราะการผลิตบุคลากรไม่ทันกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ
ICT
** ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ทำให้ไม่มีใครคิดจะสร้างสรรค์ผลงานด้าน
IT
**
ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ระบาดอยู่ตลอดเวลาทำลายข้อมูลและเครื่องคอมพิวเตอร์
**
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่ทำให้ต้องคอยติดตามให้เท่าทัน
ฯลฯ
และประเด็นอื่น ๆ ที่กระทบต่อหน่วยงาน องค์กร และธุรกิจของท่าน ร่วมเสนอประสบการณ์และเสนอวิธีการที่ท่านคิดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาผลกระทบเหล่านี้อย่างสร้างสรรค์และมีความหมาย
ตัวอย่างการนำเสนอความเห็นและประสบการณ์
http://gotoknow.org/archive/2006/03/11/00/47/22/e18476
แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับการใช้ ICT ในยุคโลกาภิวัฒน์
http://gotoknow.org/archive/2006/02/18/14/26/53/e15991
ผลกระทบที่มีต่อผู้เสียภาษีในการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ปัญหาใหญ่สำหรับองค์กรก็คือไวรัส โดยเฉพาะไวรัสที่มากับอีเมล์ที่ทำให้เสียเวลาในการบริหารจัดการงานต่าง ๆ เมื่อไม่มีการจัดการกับไวรัสเหล่านี้ หรือบางครั้งเราไม่ได้ตรวจสอบ ไวรัสก็จะเข้ามาทำลายระบบข้อมูลต่าง ๆ ทำให้เกิดความเสียมากมาย ภายหลังจึงต้องมีการจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นback up ไว้ด้วย
การลงทุนด้านไอที ต้องลงทุนค่อนข้างสูงจึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับองค์กรเล็ก
การทำธุรกิจปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก ในองค์กรของผมทำธุรกิจติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศลูกค้าทั้งหมด ทำให้เกิดการแข่งขันสูงทั้งในด้านการผลิตที่ต้องไว ต้องส่งตัวอย่างสินค้าที่เร็ว เพราะทุกผู้ผลิตรับรู้ข้อมูลเหมือนกันหมด ถ้าใครส่งให้ถึงลูกค้าก่อนจะได้เปรียบมาก โดยลูกค้าส่งข้อมูลมาทาง e-mail ทั้งหมด (โดยแต่เดิมต้องส่งตัวอย่างมาทางพัสดุ เป็นต้น)จึงทำให้เกิดคู่แข่งทางการค้าสูงมากเพราะซี้อผู้ส่งตัวอย่างเสื้อได้หลายผู้ผลิตทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยส่งแค่เป็นเพียงรูปภาพจึงเป็นการเพิ่มคู่แข่งทางการค้าที่สูงมาก โดยลูกค้าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการตีราคาสินค้าเป็นการ aution กันทำให้ลูกค้ายิ่งได้เปรียบได้ราคาที่ถูก แต่ผู้ผลิตอย่างผมไม่สามารถตีราคาที่แพงได้ กำไรลดลงหรือแทบจะไมมีกำไรแต่ต่างประเทศที่มีต้นทุนตำกว่าจะได้เปรียปผมมาก นี้เป็นปัญหาทาง IT ขององค์กรผมเพราะเป็นการเพิ่มคู่แข่งทางการค้า แต่ราคาต่ำ
ระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยในด้าน it ของบริษัท ประกอบด้วย ระบบ antivirus, ระบบ user autentication, ระบบ virtual private network, ระบบ intrusion detection และ intrusion prevention. นอกจากนี้ระบบ system LAN เป็นแบบ fix line และ เป็นระบบ mobile office คือไม่มีการ fix ที่นั้นเป็นประจำ และใช้ระบบ IP telephony ในติดต่อ
ปัจจุบันองค์กรมีการรณรงค์ในเรื่อง Knowledge learning organization center ในการพัฒนาบุคคลกร ในองค์กร ซึ่งเป็นที่สนใจของพนักงานมาก และได้รับการตอบรับจากกลุ่มพนักงานได้ดี
ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีหัวหน้าผู้ดูแลระบบ CIO แต่ที่บริษัทฯ จะเรียกว่า CTO แทน เนื่องด้วยจะต้องดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย
ระบบการป้องกันรักษาความปลอดภัยในด้าน it ของบริษัท ประกอบด้วย ระบบ antivirus, ระบบ user autentication, ระบบ virtual private network, ระบบ intrusion detection และ intrusion prevention.Firewall นอกจากนี้ระบบ system LAN เป็นแบบ fix line และ เป็นระบบ mobile office คือไม่มีการ fix ที่นั้นเป็นประจำ และใช้ระบบ IP telephony ในติดต่อ
ปัจจุบันองค์กรมีการรณรงค์ในเรื่อง Knowledge learning organization center ในการพัฒนาบุคคลกร ในองค์กร ซึ่งเป็นที่สนใจของพนักงานมาก และได้รับการตอบรับจากกลุ่มพนักงานได้ดี
ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีหัวหน้าผู้ดูแลระบบ CIO แต่ที่บริษัทฯ จะเรียกว่า CTO แทน เนื่องด้วยจะต้องดูแลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย
ขอบคุณมากครับ
ปัจจุบันนี้ การใช้ระบบ IT นำอันตรายมาสู่ประชาชน โดยเฉพาะทางภาคใต้ ที่มีการนำโทรศัพท์มือถือมาเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุร้าย โดยการวางระเบิดตามสถานที่ต่าง ๆ
มีการนำระบบ IT มาใช้ในการตัดต่อภาพโป๊ อนาจาร เป็นสื่อตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชน มีการดำเนินธุรกิจที่ผิดๆ ผ่านทาง Internet มีการดำเนินธุรกิจหนีภาษีทาง Internet
จะเห็นว่าในส่วนที่ดีก็มีอยู่มากสำหรับเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัยแต่มันก็แฝงไว้ซึ่งอันตราย ดังนั้นจึงควรมีวิจารณญาณในการใช้งาน
ในระบบราชการ มีข้อจำกัดในการพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) ทั้งนี้เกิดเนื่องมาจากข้อจำกัดของฝ่ายบริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจของแต่ละหน่วยงาน ยังมีความเข้าใจ และทัศนะที่แตกต่างกัน
ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้ระบบการพัฒนา ICT ของหน่วยราชการขาดการบูรณาการระบบงาน รวมทั้งส่งผลถึงการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควรจะเป็น
หากสรุปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจะพบว่า ในระบบราชการพบปัญหาที่สำคัญ คือ
ประการแรก นโยบายการพัฒนาระบบ ICT ของ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆมีแนวทางที่แตกต่างกันไป และมีแนวทางที่ไม่พึ่งพากัน
ประการที่สอง บุคคลากรในภาครัฐได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาระบบงานน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาในฐานะผู้ปฏิบัติเท่านั้น และหากมีข้าราชการใดที่มีความรู้ดังกล่าวก็จะไม่สามารถอยู่ในระบบราชการได้นาน ทั้งนี้เพราะข้อจำกัดทางความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ รวมตลอดจนถึง ผลตอบแทนที่ได้รับหากเปรียบเทียบกับภาคเอกชนแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ประการที่สาม การจัดหาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ของระบบราชการมักจะมุ่งในการจัดหา Hardware ในการปฎิบัติงานปกติมากกว่าการพัฒนาระบบงาน ดังจะเห็นได้จากการตั้งงบฯลงทุนทางด้านการพัฒนา Software มีสัดส่วนน้อยมาก
ประการที่สี่ ฝ่ายบริหารของหน่วยงานย่อย ไม่มีความเป็นอิสระในการพัฒนาระบบงานเท่าที่ควร เพราะต้องรอการกำหนดแนวทาง และการตัดสินใจจากส่วนกลาง การพัฒนางานจากหน่วยปฎิบัติงานย่อย ยากที่จะได้รับการยอมรับจากส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดอีกมาก ซึ่งไม่สามารถกล่าวได้ทั้งหมด ณ ที่นี้ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อองค์กรราชการ โดยเฉพาะเป็นอุปสรรคต่อ ความเป็นธรรมในการให้บริการด้านต่างๆ รวมถึงการใช้ดุลยพินิจที่อาจผิดพลาด หากได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนและเพียงพอ
ปัจจุบันในหน่วยราชการ ถึงแม้ว่าจะมีการกำหนดตำแหน่ง CEO แล้วก็ตาม แต่บุคลากรยังไม่มีความเข้าใจ ในหน้าที่ของ ตำแ หน่งดังกล่าวเท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะข้าราชการในระดับกลางและล่าง ยังไม่เข้าใจ จึงยังคงถือปฎิบัติตามแนวทางเดิม ผู้บริหารในระดับ CEO ถึงจะมีความสามารถและความเข้าใจอย่างแท้จริง หากไม่ได้รับการสนับสนุนการทำงานจากเจ้าหน้าที่ ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตำแหน่ง CIO ได้มีการดำริที่จะกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่บังเกิดเป็นรูปธรรม คงมีแต่การกำหนดในลักษณะอรูปนัย(Informal) ในแต่ละหน่วย เช่นในหน่วยอำเภอเมืองนครปฐม ได้กำหนดให้ หัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา มีหน้าที่ในฐานะ CIO ขององค์กร
ในหลายหัวข้อนั้น ขอขึ้นด้วยประเด็นจริยธรรมก่อน ที่ขึ้นด้วยประเด็นนี้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพอะไร ทำสิ่งใด ถ้าขาดพื้นฐานด้านจริยธรรมแล้ว สิ่งที่ทำลงไปเพียงเพื่อสนองความต้องการของตนเองมากกว่าประโยชน์ของผู้อื่น ด้าน ICT ก็ไม่เว้น จะเห็นได้จาก internet ที่ใช้กันอยู่แพร่หลายนั้น ในตอนต้นที่ผู้คิดค้นการใช้ internet นั้นจะเป็นเพื่อใช้ส่งข้อมูลกัน เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษา และเมื่อเป็นที่นิยม มีคนทั่วโลกนิยมใช้ จะเห็นได้ว่า ถ้าเป็นกลุ่มอาจารย์ในมหาวิทยาลัยใช้ก็จะใช้ส่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์ แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่เป็นวัตถุนิยมการใช้ internet จะเป็นการแสวงหากำไรหรือความสนุกของตนเองมากกว่าดังจะเห็นเว๊บต่างๆ ที่มีการโฆษณาในสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถเห็นข้อแตกต่างได้ระหว่างกลุ่มคนที่ใช้ internet ถ้าเป็นฝ่ายวิชาการซึ่งจัดระดับที่คำนึงถึงจริยธรรมสูง กลุ่มชนเหล่านี้จะใช้ internet ในการค้นหาข้อมูลเพื่อการศึกษา ถ้าเป็นกลุ่มที่ชอบเรียกกลุ่มตัวเองว่า hecker การทำลายเป็นสิ่งที่มีความสุขของกลุ่มซึ่งอาจจัดได้ว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยคำนึงถึงจริยธรรมนะ จะขอจบประเด็นจริยธรรมก่อน ประเด็นอื่นจะไม่ในวันต่อไปคะ
ผลกระทบจากICTก็คือ ความไม่ปลอดภัยเนื่องจากถูกคุกคามจากคนภายนอกเช่น แฮกเกอร์ ขาดกฎหมายด้านการคุ้มครองส่วนบุคคลเช่น ด้านการเก็บข้อมูลของลูกค้า การรักษาความปลอดภัย มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูง เปลี่ยนแปลงเร็ว ใช้งานไม่คุ้มค่า อันเนื่องจากความไม่พร้อมของผู้ใช้ และมีเทคนิคการใช้งานที่ซับซ้อน ยุ่งยาก
ปัจจุบันในส่วนของผู้ประกอบการต่างประสบปัญหาด้านเงินทุน ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน ทำให้ขาดงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง ในส่วนที่ต้องลงทุนมากจึงยังคงเป็นปัญหาใหญ่มากกว่าด้านอื่นๆ
องค์กรได้รับผลกระทบจากICTคือเรื่องงบประมาณยิ่งถ้าจะก้าวสู่ความเป็นผู้นำไปสู่ความเป็นWORLD CLASS COMPANYต้องใช้เงินลงทุนสูงเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและต้องพัฒนาบุคลากรให้การเรียนรู้เร็วเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศ เมื่อICTเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำงาน วัฒนธรรมองค์กรต้องปรับเปลี่ยนด้วยเกิดการแข่งขันด้านความสามารถในการใช้ICT ทุกหน่วยงานเมื่อต้องการพนักงานเพิ่มจะพิจารณาถึงความสามารถในด้านนี้เป็นสำคัญก่อนเสมอ
อาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากICTองค์กรผมมีหน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านITคอยรับผิดชอบดูแลอยู่จะมีหน้าที่การออกกฏระเบียบให้USERปฏิบัติตามและติดตามดูแลทั้งในสนญ.และสาขา
จริยธรรมในการใช้ICTองค์กรจะเน้นถึงการมีจริยธรรมของพนักงานเป็นสำคัญเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
องค์กรต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนมากกับICTในการล้าสมัยของเครื่องและระบบ องค์กรผมมีหน่วยงานITจะคอยดูแลในการวางแผนREPLACEเครื่องที่ล้าสมัยโดยทดแทนเครื่องใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าจึงต้องใช้เงินจำนวนมากในแต่ละปี ส่วนเรื่องของระบบที่ล้าสมัยจะมีกรรมการการจัดการด้านสารสนเทศเข้ามาพิจารณาร่วมกันว่าจะนำระบบไหนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุดกับงบประมาณที่ใช้ไป ซึ่งต้องมีการวางแผนและจัดซื้อกว่านำไปใช้งานต้องใช้งาน3-5ปี
องค์กรผมใช้ICTประโยชน์ด้วยการให้บริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง และความเชื่อถือของลูกค้าที่มีต่อการสร้างขีดความสามารถด้านICTขององค์กรเป็นสำคัญมากกว่ามองที่ด้านกำไร
การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและการผลิตบุคลากรไม่ทันกับการเติบโตของICTองค์กรผมได้เตรียมในเรื่องนี้แล้วโดยได้ทำสัญญาว่าจ้างIBMดูแลระบบในสนญ.สาขาเป็นเวลา10ปีเป็นวงเงน10,000ล้านปี/ปีละ100ล้านบาทและทำสัญญาว่าจ้างบริษัทดูแลเรื่องCOMPUTER HARDWARE และมีบริษัทดูแลเรื่องCOMPUTER SOFTWARE และมีบริษัทดูแลเรื่องCOMPUTER SERVICE ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความชำนาญเฉพาะด้านสูง
ไวรัสคอมพิวเตอร์ในองค์กรผมจะมีหน่วยงานITมีหน้าที่ดูแลต้นทางตลอดเวลาไม่ให้เข้ามาในSERVERขององค์กรได้
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของITองค์กรผมมีการศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์ให้แก่พนักงาน เมื่อมีการเปลี่ยนระบบใหม่ที่มีความทันสมัยกว่าจะมีการเรียกอบรมพนักงานหมุนเวียนไปจนครบถ้าไม่เข้าใจยังขออบรมซ้ำใหม่ได้ ก็เพื่อให้พนักงานทันต่อการเปลี่ยนแปลงได้ และยังมีแผ่นCD วารสาร ตำราหนังสือคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ให้พนักงานยืมไปศึกษาอีกมากมายเพื่อให้พนักงานติดตามความก้าวหน้าด้านIT
ส่วนผลกระทบของผมที่ใช้ICT โดยที่องค์กรผมมีอยู่หลายระบบที่ใช้อยู่ในองค์กร โดยผมจะรู้เรื่องอย่างดีก็เป็นระบบที่หน่วยงานผมใช้อยู่เป็นประจำเพราะต้องมีการอบรม ทดสอบ มาก่อนแล้ว แต่ถ้าเป็นระบบของหน่วยงานอื่นก็จะสอบถามและศึกษา ถ้ารู้ได้มากการทำงานจะง่ายและรวดเร็ว
อาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์มีหลายชนิดด้วยกัน เช่นการโกงข้อมูล การขโมยต่อสาย การลอบฟัง การดักข้อมูล การแอบเจาะเข้าไปใช้ข้อมูล ( Hacking ) ไวรัสคอมพิวเตอร์ ฯลฯ องค์กรทุกองค์กรคงต้องพบกับอาชญากรรมตัวใดตัวหนึ่ง แต่อาชญากรรมที่นับว่าเป็นปัญหาสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ค่อยได้ก็คงเป็นอาชญากรรมที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ( Computer virus ) ซึ่งลักษณะการทำงานของไวรัสชนิดนี้จะฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำ ( RAM ) ของเครื่องคอมพิวเตอร์และกระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์อื่นๆปัญหาที่เกิดจากการได้รับไวรัสคอมพิวเตอร์มีมากมาย เช่น *ข้อมูลสูญหาย *แฟ้มข้อมูลถูกทำลาย *ข้อความบนจอคอมพิวเตอร์ถูกล็อค *ระบบถูกทำลายจนพัง *ผู้ใช้ขาดความเชื่อมั่น *ไม่น่าเชื่อถือในการประยุกต์ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ก่อความเสียหายมากมายใหญ่หลวงต่อระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นทุกคนทุกองค์กรควรจะเรียนรู้ถึงวิธีการป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องความเสียหายที่จะเกิดตามมา สำหรับการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์นั้นสามารถกระทำได้ดังนี้ ( Parker and Case. 1993 :815 ) **ทำการเข้ารหัสข้อมูลและโปรแกรม **เฝ้าดูระบบการประมวลผลรายการต่างๆ **ตรวจสอบระบบอย่างสมำเสมอ **ป้องกันทรัพยากรข้อมูลด้วยการใช้รหัสผ่านหรือ Access card **กำหนดการใช้งานระบบสารสนเทศของผู้ใช้ **แบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน **ให้การศึกษาพนักงานในเรื่องการรักษาความปลอดภัย **การว่าจ้างอย่างรอบคอบและระมัดระวัง **ระมัดระวังพวกที่ไม่พอใจ ถึงเวลาแล้วที่ท่านและองค์กรของท่านต้องเรียนรู้และให้ความสำคัญกับอาชญากรรมไวรัสคอมพิวเตอร์
1.ขาดบุคลากรในการพัฒนาระบบงานเนื่องจากส่วนใหญ่ต้องการเป็น User มากกว่าเพราะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก
2.บุคลากรในการพัฒนาระบบงานได้รับค่าตอบแทนและความเจริญก้าวหน้าน้อยกว่าที่คาดหวัง และมักปิดทองหลังพระ
3.งบประมาณในการสนับสนุนบุคลากรให้มีความสามารถด้านนี้ในสังคมราชการไทยมีน้อยเพราะไม่มีค่าตอบแทนกลับมาเหมือนการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์หรือส่วนควบด้านIT ซึ่งจะเห็นชัดว่าการจัดซื้อจัดหาด้านITมีมากมายแต่ด้านการอบรมพัฒนาบุคลากรและค่าตอบแทนบุคลากรเหล่านี้ตั้งงบประมาณไว้น้อยมาก
4.การพัฒนาระบบITในราชการไทยขาดการพัฒนาคนก่อน แต่กลับไปเน้นการพัฒนาวัตถุด้านITมากกว่าเพราะมีผลตอบแทนให้ผู้บริหารระดับสูงมากกว่า
5.เนื่องจาก CTO หรือ CIO ไม่มีอำนาจเด็ดขาดเท่า CEO เพราะวิถีของส่วนราชการขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของCEO และโดยส่วนใหญ่แล้ว CEO จะไม่มีความรู้ความเข้าใจด้าน IT เท่า CTO หรือ CIO เพราะ CTO หรือ CIO จะมองการพัฒนาองค์กรเฉพาะด้านของตนเอง แต่ CTO จะต้องมองทุกด้านเพื่อผลสำเร็จขององค์กรที่ต้องการ
แต่ดิฉันคิดว่าในอนาคตการพัฒนาด้าน IT ของส่วนราชการไทยคงต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องใชเวลามากหน่อยเพราะสังคมไทยเป็นสังคมผู้บริโภคมากว่าผู้ผลิตผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อองค์กรและสังคมในมุมมองด้านสุขภาพ พบว่า
1.ยังไม่มีงานวิจัยใดที่ยืนยันอย่างแน่ชัดว่าว่ารังสีคลื่นแม่เหล็กและคลื่นไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากจอภาพคอมพิวเตอร์จะส่งผลกระทบต่อปฏิกริยาในร่างกายของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งรวมทั้งสุขภาพของทารกในครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ด้วย
2.อย่างไรก็ตามผลกระทบที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือ
2.1.ปัญหาเกี่ยวกับสายตา กระดูกและกล้ามเนื้อ
2.2.และที่สำคัญคือภาวะเครียดจากการทำงานนานๆหรือซำๆ
2.3.รวมทั้งความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์เปลี่ยนไปคือมีความอดทนตำและมีความก้าวร้าวมากขึ้นทั้งนี้อาจเนื่องมาจากว่าเขามีความคิดว่าคนอื่นๆจะมีการตอบสนองคล้ายคลึงกับคอมพิวเตอร์คือมีการตอบสนองอย่างทันทีทันใดและไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้คนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นประจำจึงมีการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ เป็นคนที่ชอบคบหาสมาคมกับคนที่มีบุคลิกภาพคล้ายเครื่องจักร และขาดความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
3.ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับวิธีการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นคือ
3.1.ควรใช้จอภาพคอมพิวเตอร์แบบแบนซึ่งได้แก่จอภาพแบบ LCD (Liquid crystal display) หรือ PDP (Plasma display panel) โดยจอภาพดังกล่าวจะแผ่คลื่นแม่เหล็กและคลื่นไฟฟ้าออกมาน้อยมากเมื่อเทียบกับจอภาพแบบตั้งโต๊ะ
พบว่าอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์บางประเทศได้ออกมาตราฐานการแพร่กระจายรังสีให้อยู่ในระดับที่คำมากเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะไม่ทราบผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็ตาม
3.2.ควรทำงานกับคอมพิวเตอร์โดยใช้หลักการของเออร์โกโนมิคส์(Ergonomics) ซึ่งเป็นหลักการของการประยุกต์ใช้วิชาการทางด้านชีววิทยามนุษย์ วิศวกรรมศาสตร์ ให้เข้ากับ คน งาน และสิ่งแวดล้อมในการทำงานของคนแต่ละคน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานและเกิดผลผลิตขององค์กรสูงสุด
3.3.ทำงานโดยใช้หลักการของ Relaxation techniques and using humor โดยการผ่อนคลายเป็นระยะ ใช้เทคนิคของการคลายเครียด มีอารมณ์ขัน ซึ่งเทคนิคดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้เช่นปัญหาเรื่องสายตา ภาวะเครียด การเมื่อยล้าของกระดูกและกล้ามเนื้อ
3.4.ทำงานกับคอมพิวเตอร์โดยใช้หลักการของ Eye contact and participation การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นรวมทั้งการสร้างสัมพันธภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกัน ต้องมีการติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน มีการตอบสนองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ภายใต้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคุณภาพชีวิตไม่ตกเป็นทาสของICT แต่เลือกที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์มากที่สุด โดยไม่ปล่อยให้ ICT เป็นนายของมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ที่มีศักยภาพและพลังมากที่สุดบนพื้นฐานของจริยธรรม
ขอบพระคุณคะ
เนื่องจากในปัจจุบันสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก การทำงานจึงต้องมีการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง IT จึงถูกนำมาใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งช่วยให้การทำงานเกิดความ รวดเร็วและมีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
ในข้อดีของ IT ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในทางที่ผิด ยกตัวอย่างเช่น การ แฮกเกอร์ข้อมูลจากบัตรเครดิต เพื่อนำไปยักยอกเงินในบัญชีหรือรูดเงินจากบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือปัญหาการนำ ICT ไปใช้ในการเอารัดเปรียบคนในสังคม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขาดคุณธรรมและจริยธรรมเมื่อคนที่มีความรู้ ความสามารถ แต่ขาดคุณธรรมและจริยธรรมประจำใจแล้ว เขาก็ย่อมจะทำการใด ๆ ก็ตามเพื่อให้ตนเองได้รับผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่นหรือของสังคม ดังนั้น จึงควรมีการปลูกฝังค่านิยม ความเชื่อ ศีลธรรม คุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นในใจทุกคน โดยการรณรงค์และการให้การศึกษากับนักเรียนในทุกระดับชั้นการศึกษา นอกจากปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าวแล้ว ในกลุ่มเยาวชนก็ได้รับผลกระทบจากการถูกมอมเมาจาก IT ด้วยเกมและแหล่งบันเทิงต่าง ๆ จาก INTERNET ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบทางด้าน ICT ควรมีการตรวจสอบตามเวบเซด์ต่าง ๆ เพื่อให้ เยาชนได้ใช้ประโยชน์จาก IT ได้อย่างแท้จริง เพราะการนำ IT มาใช้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงควรใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า โดยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้, การศึกษา, การแพทย์, สุขภาพ, สังคม และสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น
ที่บริษัท ได้เริ่มติดตั้งระบบ LAN เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ทุกเครื่องสามารถใช้ internet และการส่งข้อมูล ส่วนมากจะเป็น file ภาพ ซึ่งในหน่วยธุรการจะเป็นพนักงานขับรถ หรือพนักงานส่งเอกสาร ซึ่งในตอนแรกไม่คิดว่ากลุ่มพนักงานเหล่านี้จะไม่สนใจการใช้ คอมพิวเตอร์ แต่กลับไม่ใช่เมื่อพวกเขาว่างจากงาน เมื่อมีคอมพิวเตอร์ ก็จะหัดเล่นคอมกัน แต่ต้องยอมรับว่า สิ่งแรกที่คนที่เริ่มเล่นคอมพิวเตอร์คือเล่นเกมส์ก่อน ต่อมาเมื่อชำนาญก็จะเริ่มเล่น internet แต่จะเริ่มจากการเข้าห้องสนทนากันก่อนโดยจะเน้นด้านบันเทิงกันก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ให้คิดว่า ในขั้นแรกกลุ่มคนที่ยังไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์ ทำอย่างไรให้เขาเข้ามาสนใจใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นก่อน จากนั้นเราจะจูงใจกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไรว่า การใช้คอมพิวเตอร์มิใช่เพื่อการบันเทิงอย่างเดียว การใช้คอมฯมีประโยชน์อีกหลายด้านในการหาข้อมูล ที่อย่างรู้ เช่น ถ้าอยากซึ้อกล้อง เราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องกล้องเพื่อศึกษาก่อนจะซื้อได้ สิ่งที่คงเป็นโจทย์ให้กับผู้ดูแลพนักงานที่ต้องพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้รู้จักการใช้ ict ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย
มีข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องลิขสิทธิ์ ในปี 2548 หน่วยงานรัฐและเอกชนมีค่าใช้จ่ายซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทฑิ์และบริการรวมกันเกือบ 5 หมื่นล้าน โดยหน่วยงานรัฐกว่า 7100 ล้านบาท ส่วนเอกชนประมาณ 4 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นเงินมหาศาลและไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านัน ประเทศอื่นๆ ก็เผชิญสภาวะเดียวกัน ดันนั้นซอฟต์แวรมาตรฐานเปิดจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งในหลายประเทศเริ่มพิจารณา ซอฟต์แวร์เปิดเช่น สิงค์โปรกระทรวงกลาโหมเปลี่ยนจากซอฟต์แวร์แบบปิดจากเดสก์ทอป 2 หมื่นเครื่องมาใช้ซอฟต์แวร์แบบเปิด หรือในมลรัฐแมสซาซูเซตส์ กำหนดใช้ซอฟต์แวร์เอพพลิเคชั่นออฟฟิตต้องกับมาตราฐานระบบเปิด การปรับใช้มาตราฐานเปิด (Open Standard) ซึ่งรองรับการทำงานต่างระบบ (Interoperability) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันโดยไม่อิงหรือผูกติดกับเทคโนโลยีของบริษัทรายหนึ่งรายใด (Independent) ทั้งยังทำให้รํฐสามารถควบคุมและเรียกใช้เอกสารโดยไม่อิงกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยงแปลงไปตามกาลเวลาได้ (Forward and Backward Competability)
จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า ได้มีการพยายามที่จะหลีกข้อจำกัดของลิขสิทธิที่บริษัทใดมีอำนาจในการคุมตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็วทำให้บริษัทหรือภาครัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล โดยในระดับภารรัฐในหลายประเทศต้องการใช้ file ที่เป็นมาตราฐานระบบเปิดมากขึ้น และในอนาคต XML อาจจะมีบทบาทสำคัญเมื่อมีการพัฒนาการเชื่อมข้อมูลในระบบที่แตกต่างกันมาสู่มาตราฐานเดียวกันก็อาจเป็นจริงได้
ในปัจจุบันเทคโนโลยี มีความสำคัญและจำเป็นมากในการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์และองค์การต่าง ๆ โดยเฉพาะในองค์การซึ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จะต้องมีการบริหารจัดการและติดต่อประสานงาน รับส่งหนังสือราชการกับโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการตามภารกิจ เมื่อได้นำมาใช้แล้วก็ช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับโรงเรียนที่จะเดินทางมารับส่งหนังสือราชการ เพราะสำนักงานมี web.site ทุกโรงเรียนมี Internet มีความทันสมัยสามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างกว้างขวาง ประหยัดกระใช้กระดาษ ใช้บุคลากรน้อยลง เป็นต้น
แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันเช่น เสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้ามากขึ้น ถูกไวรัสกินข้อมูลบ้าง ขาดงบประมาณในการจัดซื้อ Hardwere และ Softwear ขาดผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT ใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสมกับงานอทิใช้ Computer ความเร็วสูงมาพิมพ์งาน Office มีการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการอื่นบ้าง อทิ ใช้เล่นเกม ท่อง Internet
อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จะพบว่าเมื่อมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การมากกว่า เพียงแต่ว่าเราต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด พัฒนาคนให้รู้เท่าทันและหามาตรการมากำกับดูแลการใช้ การบำรุงรักษาให้ดีก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาให้เบาบางลงไปได้
ข้อคิดเห็นจากบุคลากรในโรงพยาบาล
ICT เป็นระบบที่ช่วยในการจัดการกับข้อมูลต่างๆให้สะดวก รวดเร็ว และได้ถูกนำมาใช้ในองค์การต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ในโรงพยาบาล ในฐานะข้าพเจ้าที่ทำงานในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีการนำระบบ ICT เข้ามาใช้ในทุกระบบงานแต่ก็คิดว่ามีผลกระทบในประเด็นต่างๆ ดังนี้
1. การเข้าถึงข้อมูลต่างๆทำได้ง่าย ทั้งในเรื่องของการป้อนข้อมูล การใช้ข้อมูล การแก้ไขข้อมูล ทำให้เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิของผู้ป่วย จึงต้องมีระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
2. การใช้ข้อมูลจากระบบ IT ในบางเรื่อง เช่น การวินิจฉัยโรคเพื่อใช้ในทางกฎหมายยังไม่เป็นที่ยอมรับ เนื่องจากการแก้ไขข้อมูลทำได้ง่าย ไม่มีร่องรอย ทำให้ยากและใช้เวลานานในการสื่บค้น ถ้าระบบป้องกันไม่ดีพอ จึงยังคงต้องมีข้อมูลในรูปแบบของเอกสารรองรับอยู่ ดังนั้นข้อมูลบางอย่างต้องทำทั้งระบบIT ควบคู่ไปกับระบบเอกสาร
3. การดูแล รักษาพยาบาลต้องอยู่บนพื้นฐานของ Human responce ดังนั้นการใช้ระบบ ITมากเกินไปในการให้บริการ ทำให้บุคลากรในองค์การให้ความสำคัญกับการลงบันทึกข้อมูลจนมองข้ามการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยไป
ประเด็นสุดท้ายที่ข้าพเจ้าคิดว่าสำคัญที่สุดคือการใช้ระบบ IT ในการบันทึกข้อมูล ถ้าระบบมีปัญหาซึ่งอาจเกิดจาก Human error หรือ system error ก็ตามส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง ทำให้การวินิจฉัยผิดพลาด นำไปสู่การดูแลรักษาพยาบาลที่ผิดพลาด ผู้ป่วยอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตในที่สุด เพียงเพราะเราเชื่อข้อมูลในระบบ IT มากเกินไป ซึ่งต่างจากองค์การอื่นที่ความผิดพลาดของระบบไม่ร้ายแรงและส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของมนุษย์เหมือนโรงพยาบาล
การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อการพัฒนาองค์การเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรคำนึงถึงทั้งข้อดีและข้อเสียที่จะตามมาด้วย จึงต้องมีการจัดการกับระบบให้เหมาะสมกับองค์การของตนด้วยค่ะ สวัสดี
จากบุคลากรในโรงพยาบาล
การใช้ ICT เป็นเครื่องมือในการจัดการกับข้อมูลต่างๆในองค์การทำให้สะดวก รวดเร็ว และมีการนำมาใช้ในทุกองค์การไม่เว้นแม้แต่โรงพยาบาล ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการนำระบบ IT มาใช้มีหลายประเด็น ดังนี้
1. การเข้าถึงข้อมูลต่างๆทำได้ง่าย ทั้งในเรื่องของการป้อนข้อมูล การใช้ข้อมูลและการแก้ไขข้อมูล ทำให้เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิของผู้ป่วย ถ้ามีระบบการป้องกันที่ไม่มีประสิทธิภาพ
2. การนำข้อมูลจากระบบ IT เพื่อใช้ในทางกฎหมาย เช่น การวินิจฉัยโรค ยังไม่เป็นที่ยอมรับเนื่องจากการแก้ไขข้อมูลทำได้ง่าย โดยไม่มีร่องรอย ทำให้ยากและใช้เวลาในการสืบค้น ดังนั้นต้องมีการทำระบบ IT ควบคู่กับระบบเอกสารแบบเดิมในข้อมูลบางเรื่อง
3. การดูแลรักษาผู้ป่วยนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของ Human responce ดังนั้นการใช้ระบบ ITมากเกินไปทำให้บุคลากรใช้เวลาในการลงบันทึกข้อมูล จนมองข้ามการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้ป่วยไป ทำให้การบริการด้อยลง
ประเด็นสุดท้ายที่คิดว่าสำคัญมาก คือการใช้ระบบ IT ในการบันทึกข้อมูลของผู้ป่วย ถ้าระบบผิดพลาดซึ่งอาจเกิดจาก human error or system error จะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโดยตรง ทำให้การวินิจฉัยผิดพลาด นำไปสู่การรักษาพยาบาลที่ผิดพลาดและอาจรุนแรงถึงชีวิตของผู้ป่วย เพียงเพราะเราเชื่อข้อมูลในระบบ IT มากเกินไป ซึ่งต่างจากองค์การอื่นที่ความรุนแรงของการผิดพลาดไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตมนุษย์เหมือนในโรงพยาบาล
การนำ ICT มาใช้เพื่อการพัฒนาองค์การเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรคำนึงถึงผลดีและผลเสียต่อองค์การด้วย จึงต้องมีการปรับใช้ให้เหมาะสมในแต่ละองค์การ เพราะลักษณะงานของแต่ละองค์การไม่เหมือนกันค่ะ สวัสดี
ปัจจุบันนี้มีคนไทยใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ล้านคนและมีแนวโน้มที่จะใช้งานไปในทางที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตล่อลวงผ่านแซทรุม การมอมเมาด้วยเกม การเผยแพร่ภาพลามก วิดีโอคริป และการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงในการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กไทยคือการถูกหลอกลวงผ่านทางแซทรุมไปข่มขืน การแอบถ่ายรูปเด็กแบบไม่เหมาะสม ซึ่งเรามักได้ยินตามข่าวบ่อยๆ
และเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกทำให้มีเวบไซต์ที่เกี่ยวกับการพนันฟุตบอลทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดขึ้นกว่า 100,000 เวบไซต์ลอกให้ประชาชนต้องมอบเมากับการพนันบางคนถึงขั้นต้องฆ่าตัวตายเนื่องจากเสียการพนัน
และปัจจุบันนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้คือเวบไซต์ที่ชวนกันไปฆ่าตัวตาย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษมากเป็นลัทธิฆ่าตัวตายสอนการเตรียมตัวฆ่าตัวตาย วิธีฆ่าตัวตาย เครื่องมือฆ่าตัวตาย ถือว่าเป็นภัยรูปแบบใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาสู่ในประเทศไทยในอนาคตดันใกล้นี้ ดังนั้นประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นหูเป็นตาและช่วยกันดูแลเด็กและเยาวชนของตนในการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตให้ถูกต้องและเหมาะสม
เกมและบันเทิง จะว่าไปว่าของเล่นยอดฮิตของเด็ก วันนี้คงหนีไม่พ้นคือการเล่นบ้านไหนซอยไหนต้องได้เห็นร้านเกมล่อตาล่อใจทุกหนทุกแห่ง บางร้านเปิดตั้งแต่ยังไม่เจ็ดมอง ที่น่าตกใจคือมีเด็กกำลังเล่นอยู่ด้วย ดังนั้นทุกวันนี้ปัญหาเด็กติดเกมจึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพ่อแม่มาก
อาชญากรรมที่เกิดจากคอมพิวเตอร์ เช่น การโกงข้อมูล การระเบิดทางตรรกะ ไวรัสคอมพิวเตอร์ การลักลอบดักฟัง และการโจรสลัดซอฟแวร์
ICT เป็นระบบที่ช่วยในการจัดการกับข้อมูลต่างๆให้สะดวก รวดเร็ว และได้ถูกนำมาใช้ในองค์การต่างๆ ซึ่งองค์การที่ดิฉันทำงานอยู่เป็นการทำงานวิจัยในมนุษย์เน้นการรักษาความลับและความปลอดภัยของอาสาสมัครเป็นสำคัญ
จะใช้รหัสตัวเลขในการRANDOM ใช้SUBJECT INITIAL แทนชื่อ การส่งรายงานจะมีการใช้IT ค่อนข้างมาก เช่น INTERNET , FAX , CRF จะส่งข้อมูลไปยัง DMU หน่วยบริหารฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อรวบรวมรายงานส่งไปยัง SPONSOR
ปัญหาที่พบคือบางครั้งการส่งข้อมูลมีปัญหาตัวเลขไม่ชัดเจน
ระบบเสีย หรือการพิมพ์รายงาน โดยใช้ACROBAT ที่กำหนดมาให้มีความยุ่งยากมากเนื่องจาก SAVE ข้อมูลไม่ได้ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน เจ้าหน้าที่บางคนใช้คอมพิวเตอร์ไม่ค่อยเป็น
นี้เป็นปัญหาบางประการในการใช้IT ของการทำวิจัยค่ะ
ICT กับองค์กร
ความเจริญก้าวหน้าทางด้าน ICT ก่อให้เกิดการแข่งขันทางเทคโนโลยีสูงขึ้น ไม่ว่าจะหน่วยงานใดก็ตาม หากไม่ให้ความสำคัญกับ ICT ก็จะล้าหลัง ไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้แข่งขันกับองค์กรอื่น ๆ ได้ ผู้บริหารในหน่วยงานต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับ ICT เพื่อนำมาเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการสร้างความสำเร็จให้กับงานของตนตามเป้าหมาย
ผู้บริหารต้องเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เดินหน้าไปด้วยกันทั้งองค์กร แม้ว่าหน่วยงานบางหน่วยงานอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ ICT น้อยก็ตาม แต่เพื่อให้เป็นการสร้างศักยภาพของบุคลากรให้ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารต้องเน้นให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วยการนำ ICT มาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในงานอย่างสูงสุด และใช้เวลาในการปฏิบัติน้อยลง การลงทุนด้าน ICT ในหน่วยงานจึงจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสามารถแข่งขันกับองค์กรต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่