ในระบบราชการ มีข้อจำกัดในการพัฒนาระบบสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) ทั้งนี้เกิดเนื่องมาจากข้อจำกัดของฝ่ายบริหารที่มีอำนาจในการตัดสินใจของแต่ละหน่วยงาน ยังมีความเข้าใจ และทัศนะที่แตกต่างกัน
ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้ระบบการพัฒนา ICT ของหน่วยราชการขาดการบูรณาการระบบงาน รวมทั้งส่งผลถึงการพัฒนาบุคลากรทางด้านนี้ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควรจะเป็น
หากสรุปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจะพบว่า ในระบบราชการพบปัญหาที่สำคัญ คือ
ประการแรก นโยบายการพัฒนาระบบ ICT ของ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆมีแนวทางที่แตกต่างกันไป และมีแนวทางที่ไม่พึ่งพากัน
ประการที่สอง บุคคลากรในภาครัฐได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาระบบงานน้อยมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาในฐานะผู้ปฏิบัติเท่านั้น และหากมีข้าราชการใดที่มีความรู้ดังกล่าวก็จะไม่สามารถอยู่ในระบบราชการได้นาน ทั้งนี้เพราะข้อจำกัดทางความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ รวมตลอดจนถึง ผลตอบแทนที่ได้รับหากเปรียบเทียบกับภาคเอกชนแล้ว มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ประการที่สาม การจัดหาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ของระบบราชการมักจะมุ่งในการจัดหา Hardware ในการปฎิบัติงานปกติมากกว่าการพัฒนาระบบงาน ดังจะเห็นได้จากการตั้งงบฯลงทุนทางด้านการพัฒนา Software มีสัดส่วนน้อยมาก
ประการที่สี่ ฝ่ายบริหารของหน่วยงานย่อย ไม่มีความเป็นอิสระในการพัฒนาระบบงานเท่าที่ควร เพราะต้องรอการกำหนดแนวทาง และการตัดสินใจจากส่วนกลาง การพัฒนางานจากหน่วยปฎิบัติงานย่อย ยากที่จะได้รับการยอมรับจากส่วนกลาง
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดอีกมาก ซึ่งไม่สามารถกล่าวได้ทั้งหมด ณ ที่นี้ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อองค์กรราชการ โดยเฉพาะเป็นอุปสรรคต่อ ความเป็นธรรมในการให้บริการด้านต่างๆ รวมถึงการใช้ดุลยพินิจที่อาจผิดพลาด หากได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนและเพียงพอ
ปัจจุบันในหน่วยราชการ ถึงแม้ว่าจะมีการกำหนดตำแหน่ง CEO แล้วก็ตาม แต่บุคลากรยังไม่มีความเข้าใจ ในหน้าที่ของ ตำแ หน่งดังกล่าวเท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะข้าราชการในระดับกลางและล่าง ยังไม่เข้าใจ จึงยังคงถือปฎิบัติตามแนวทางเดิม ผู้บริหารในระดับ CEO ถึงจะมีความสามารถและความเข้าใจอย่างแท้จริง หากไม่ได้รับการสนับสนุนการทำงานจากเจ้าหน้าที่ ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตำแหน่ง CIO ได้มีการดำริที่จะกำหนดให้ชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่บังเกิดเป็นรูปธรรม คงมีแต่การกำหนดในลักษณะอรูปนัย(Informal) ในแต่ละหน่วย เช่นในหน่วยอำเภอเมืองนครปฐม ได้กำหนดให้ หัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา มีหน้าที่ในฐานะ CIO ขององค์กร