<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หลังจากผมนำเสนอความคิด “ดังๆ” ของผม ด้าน ความยากจนในสังคมและภาคเกษตรกรรมของไทย ที่สะท้อนเชิงการขาดความรู้ สติ และปัญญา แล้ว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็มาคิดต่อว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็เลยไปทบทวนถึง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(๑) ภาคธุรกิจ ที่มีการวางแผนชัดเจนจึงสำเร็จ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>· ทั้งระบบทรัพยากร ที่คุณ Little Jazz (^o^)/ ได้กรุณาให้ข้อมูลเสริมว่าระบบธุรกิจกำไรเพียง ๔๐-๖๐ % ในสินค้าแต่ละชิ้นก็อยู่ได้แล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>· ในขณะที่ภาคเกษตรกรรม กำไรที่ได้ในแต่ละชิ้นต่อปี เป็นหลายร้อยเท่าก็ยังอยู่ไม่ได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>· แสดงว่า เขาได้มีการวิเคราะห์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 108pt; text-indent: -108pt; tab-stops: list 108.0pt" class="MsoNormal"> </p><blockquote><blockquote><blockquote> i. ปัญหา </blockquote></blockquote></blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 108pt; text-indent: -108pt; tab-stops: list 108.0pt" class="MsoNormal"> </p><blockquote><blockquote><blockquote> ii. แนวทางการแก้ปัญหา </blockquote></blockquote></blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 108pt; text-indent: -108pt; tab-stops: list 108.0pt" class="MsoNormal"> </p><blockquote><blockquote><blockquote> iii. และการกำหนดลำดับความสำคัญในการทำงาน </blockquote></blockquote></blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังที่อาจารย์วิบุล วงษ์ภูวรักษ์ แห่ง มอ. ได้กรุณาแถลงขยายความให้เข้าใจมาโดยตลอด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> และ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> (๒) เมื่อผมเข้าไปสัมผัสระบบราชการ ผมจะมีความรู้สึกว่ามีการทำงานแบบ “ธุระไม่ใช่” ทำแค่ “พอใครว่าไม่ได้” หรือ “พอมีเหตุผล ไปแก้ตัว” ก็พอแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>· ยกเว้นตอนความดีความชอบ จึงจะอ้างกันเต็มที่ เช่น “รับผิดชอบในเขต ๕ จังหวัด” จึงสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็น ซี ๙ อะไรประมาณนั้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองกรณี (โดยขอข้ามเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังไปก่อน) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมพอจะนึกออกมาได้ประเด็นหนึ่งคือ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การทำงานแบบปราศจากจิตวิญญาณ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· จะว่าไม่จริงใจก็ไม่เชิง </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>o แต่คล้ายๆว่า ไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>o เพราะตัวเองมีข้ออ้างต่างๆนาๆ เป็นเกราะป้องกันแล้ว<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>o แถมมี พรบ. สารพัดฉบับมาอ้าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"></p>o เพื่อตัวเองจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นใดๆทั้งสิ้น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เมื่อผู้ที่พอจะมีโอกาสในการช่วยกันแก้ปัญหามาปัดความรับผิดชอบซะเอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่ว่าจะเป็น</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การพัฒนาการศึกษา (ที่แปลว่า “การพัฒนาคน”) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การพัฒนาการเกษตร (ที่แปลว่า “การกำหนดเขตพื้นที่ดิน” เพื่อเลี้ยงตัวเอง) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การพัฒนาสังคม (ที่แปลว่า “การอยู่ร่วมกัน” อย่างมีสุข) และ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ที่แปลว่า “ระบบนิเวศน์” ที่น่าอยู่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เหลือเพียง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การแจกกระดาษเปื้อนหมึก (แทนการพัฒนาการศึกษา) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การส่งเสริมการใช้สารเคมี และพืชสัตว์พันธุ์ล้างผลาญ (แทนการพัฒนาการเกษตร) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การหาทางให้ชาวบ้านเป็นหนี้(แทนการพัฒนาสังคม) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การเอากล้าไม้อายุ ๓ เดือนไปฝังดินทิ้ง (แล้วก็เรียกว่าปลูกป่า) (แทนการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ซึ่งแสดงถึงการคิด และทำงาน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>แบบหุ่นยนต์ ที่ปราศจากจิตวิญญาณ วิเคราะห์ วิจารณ์ ว่าการทำเช่นนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· ใคร ได้อะไร ได้แล้วเอาไปทำไม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· ประเทศชาติ ได้อะไร เสียอะไร คุ้มค่าไหม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· และ มีข้อดี และข้อเสีย รวมทั้งทางเลือก อะไรบ้าง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จะทำดีกว่านี้ได้ไหม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>แล้วประเทศชาติจะหวังพึ่งใครได้ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ก็คงต้องทุกข์ยาก และเป็นเหยื่อคนที่เขาเก่งกว่าเราอยู่เรื่อยไปละครับ
ความยากจนในสังคมและภาคเกษตรกรรมของไทย (๑๕) : สังคมที่ขาด “จิตวิญญาณ???”
ทำงานแบบหุ่นยนต์ ที่ปราศจากจิตวิญญาณ วิเคราะห์ วิจารณ์
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
CKO Science, CMU. · 13 ก.ย. 2550
นาง พิศมัย บุญยงค์ · 13 ก.ย. 2550
abuamir · 13 ก.ย. 2550
soraya kleebkaesorn · 13 ก.ย. 2550
ครูอ๋อ · 13 ก.ย. 2550
เมื่อ พฤ. 13 ก.ย. 2550 @ 17:17
ครูวุฒิครับ
มีคนบอกว่า
เมื่อยืนกลางถนนหลวง แต่ไม่อยากให้รถสิบล้อชนให้ปิดหูปิดตาเอาไว้เชื่อไหมครับ
นี่แหละเมืองไทยสวัสดีครับ อาจารย์
ครูวุฒิครับ
การเอาตัวให้รอดก็เป็นเรื่องสำคัญครับ
แต่ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด แต่จะต้องรอดเพื่อที่จะไปช่วยคนอื่นได้นะครับ
สองลักษณะนี้มีส่วนคล้ายในเบื่องต้น
แต่ต่างในเบื้องปลาย
อย่าไปฟังพวกที่ทำให้เราเสียกำลังใจเลยครับ
โลกนี้ เรามีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ
โดยนัยนี้ ถ้ามีการออกเสียงประชามติกันทั่วโลก จะไม่เหลือคนดีในโลกนี้เลย
เราต้องเลือกฟัง
เราต้องเลือกเชื่อ
เราต้องเลือกทำ
ในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อคุณค่าของชีวิตของชีวิตของเราเอง
และคุณค่าที่แท้จริงก็คือ การทำเพื่อสังคม ตามรอยวีรบุรุษ วีรสตรีที่เป็นที่นับถือ ก็เพราะเขาทำเพื่อสังคม
นี่แหละชีวิตที่ "ยั่งยืน" ไม่มีวันตาย หรืออยู่ได้นาน
แบบ
อยู่อย่างมีความหมาย ตายอย่างมีคุณค่าหรือ เงยไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ดีกว่าไหมครับ <p> </p>
ดร. แสวง รวยสูงเนิน
ยอมรับว่า อาจารย์บ่นได้ตรงประเด็นและชัดเจนจริงๆ...
สำนวนไทยมีว่า
ซึ่งพวกบ้าหอบฟาง หรือพวกมีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด โดยมากมักเป็นนักอุดมคติ ซึ่งให้ความสำคัญต่อจิตวิญญาณมากกว่าความสุขทางเนื้อหนัง....
อาตมาก็เข้ามาร่วม บ่น กับอาจารย์เล็กน้อย...
เจริญพร
เมื่อ อา. 09 ก.ย. 2550 @ 01:37 [378110] [ลบ]
และมีการคิดต้นทุน ทั้งต้นทุนคงที่และแปรผันเรียบร้อยหมด ค่าแรง ค่าขนส่ง ระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานก็ต้องนำมาคิด ค่าเช่าอาคาร ค่าน้ำ ค่าไฟ เบ็ดเตล็ด คือคิดทุกอย่างที่จะเป็นค่าใช้จ่ายจริงเอามารวมหมด แล้วค่อยคำนวณหาราคาสินค้าที่จะขายออกไป มันถึงปลอดภัย ไม่มีค่าใช้จ่ายเซอร์ไพร์สมาทำให้ต้องปวดหัว กำไรที่ตั้งไว้ก็เป็นไปตามเป้าหมาย ปกติต้นทุนที่ประมาณการณ์มาเป็นอย่างดีมักจะคาดเคลื่อนไม่เกิน 5-10% ที่หนูทำอยู่ก็กำไรราวๆ 40-60% แล้วแต่ประเภทของงาน
เมื่อ ศ. 14 ก.ย. 2550 @ 02:22
อ่านแล้วกระทบใจมากค่ะ ภาคธุรกิจที่ทำงาน ส่งสินค้าไปทางต่างประเทศ ลูกค้าจ่ายเงิน แบบ l/c คือกำหนดเงื่อนไขทุกอย่างอยู่ในเอกสารนี้ ถ้าผู้ขายทำตามข้อตกลง เวลานำเอกสาร/ตั๋วยื่นแบงค์ ก็ปล่อยเราได้ แต่เวลาไปรับ l/c ผู้ขายก็ต้องเสียเงินค่ารับ l/c 800บาท แล้วนำเข้าเครื่องจักร วัสดุอื่น ซึ่งหนูมองว่าค่าใช้จ่ายเยอะมากพอสมควร
ภาคเกษตรกรรมของไทย สามรถอยู่ได้หากรัฐบาลและเอกชนเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงใจและไม่เอาเปรียบ ไม่กดราคา ภาคธุรกิจส่งออกยังต้องพึงพาชาวบ้าน ชาวประมงในการจับปลา เพื่อนำปลามาขายให้ต่างชาติ ถ้าไม่มีชาวประมง ไม่มีเกษตรกรรมลองคิดดู ภาคธุรกิจและคนไทยทั้งประเทศอยู่ไม่ได้
เมื่อ ศ. 14 ก.ย. 2550 @ 15:00
ผมเห็นด้วยกับบทความของอาจารย์ครับ อ่านแล้วผมรู้สึกคล้อยตามมาก ผมคิดว่าคนเรามีเป้าหมายที่แตกต่างกันใช่หรือไม่ครับ ในแง่ของการพัฒนาคนเราจะเริ่มที่การพัฒนาตัวเองก่อน หลังจากนั้นน่าจะมาพัฒนาองค์กร ประเทศชาติต่อไป แต่ผมยังมองไม่เห็นจุดนั้นเลยครับ เห็นแต่พัฒนาตัวเองอย่างเดียว สิ่งอื่นไม่เกี่ยว นั่นเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์หรือเปล่าครับอาจารย์ แล้วเมื่อไหร่ประเทศชาติจึงจะเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริงสักที
เรื่องนี้อยู่ที่ระดับจิตสำนึกของบุคคลครับ
ที่เราอาจต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก
และ พยายามช่วนกันประคัประคองให้สิ่งแวดล้อม เอื้ออำนวยให้ช่วยสนับสนุนให้เขาได้แสดงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม มากกว่า ส่วนตัว
ก็คงประมาณนั้นครับ
สาเหตุหลักอยู่ที่
ทำอย่างไรสินค้าเกษตร จะคิดต้นทุน กำไร แบบสินค้าอุตสาหกรรมได้ เท่าที่เป็นอยู่มันขาดทุน เพราะระบบขายมันไม่ทัดเทียมกัน แต่อยู่สังคมเดียวกัน ถ้าปลุกกินเยอะ สินค้าเกษตรถึงจะขึ้นราคา เอาที่ดินมาปลูกป่า ลดพื้นที่เพาะปลูก สินค่าเกษตรถึงจะขึ้น
ครูบาครับ
เป้หมายตรงนั้นที่เห็นมีอยู่ทำจริงๆก็ต้องรัฐหนุนช่วบครับ
ในสถานการณ์ปัจจุบันผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดครับ
สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ดีที่สุดก็คงต้องปลูกกินนั่นแหละครับ
ผมว่าในทางออกที่ริบหรี่ ก็จะพอมองเห็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละครับ
ผมยังมองไม่เห็นทางที่สดใสกว่านี้ครับ
ถือว่ากรรมใครกรรมมันไปก่อนแล้วกัน
จนกว่าจะหาทางออกได้จริงๆ ครับ