โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณรุ่นที่ 1 (ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2559)

สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ห้องเรียนผู้นำของมหาวิทยาลัยทักษิณ

ขอต้อนรับลูกศิษย์หลักสูตรพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณทุกท่านอย่างเป็นทางการ ผมจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า "ห้องเรียนผู้นำที่มหาวิทยาลัยทักษิณ"

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นผู้จัดหลักสูตรเพื่อการพัฒนาผู้นำ ผู้บริหาร และคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 44 คน จากทั้งวิทยาเขตสงขลาและพัทลุง

และขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะเรียนร่วมกันสำหรับช่วงที่ 1 ครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

ในวันที่ 22 มกราคม 2559 ช่วงเช้า รศ. ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ และ อาจารย์สายพิณ วิไลรัตน์รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยทักษิณให้เกียรติ มาร่วมพิธีเปิด อยู่ฟังการบรรยายและฟังการนำเสนอ workshop ตลอดภาคเช้า


โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณ

สรุปการบรรยายวันที่ 22 มกราคม 2559

พิธีเปิด

กล่าวให้ข้อคิดเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาฯ

โดย รศ.ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ

รศ.ดร.วิชัย ชำนิ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้กล่าวขอบคุณที่มีการจัดอบรมในหลักสูตรนี้ ได้กล่าวว่าหลักสูตรนี้จะไม่น้อยหน้าจากหลักสูตรอื่น

ได้กล่าวขอบคุณท่านวิทยากรอย่างสูงที่ร่างหลักสูตรและพาทีมมาในวันนี้ และขอบคุณผู้เข้าร่วมที่เข้าหลักสูตรทุกท่าน ซึ่งถือว่าเป็นการเสียสละอย่างสูง อย่างไรก็ตามการพัฒนาเป็นผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่มีทางลัดในการเดิน

แผนยุทธศาสตร์ 10 ปี เป็นแผนก้าวกระโดด ปัจจัยสำเร็จอยู่ที่คน เราต้องการทั้งสายสนับสนุนและสายพัฒนา

ในการพัฒนาสายอาจารย์อยากให้อาจารย์เก่งทางด้านการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ ปัจจุบันการบริการวิชาการเป็นการหารายได้อย่างหนึ่ง ถึงแม้รายได้มีการได้มาและจ่ายไป แต่ก็ยังแสดงถึงผลงานปรากฎ อาจดูได้จากการจัดหลักสูตรแบบเก็บเงินแล้วมีคนเข้ามากน้อยเพียงใด และถ้าจัดเก็บเงินแล้วมีคนเข้าก็แสดงว่าความน่าเชื่อถือสูง และยิ่งถ้าจัดเก็บเงินแพงและมีคนเข้าแสดงว่าความน่าเชื่อถือสูงไปอีก จึงอยากเห็นตัวเลขเพื่อแสดง Profile ของเรา

สิ่งที่อยากจะพัฒนาอาจารย์ทุกคนคือ แนวความคิดเกี่ยวกับการบริหาร ขอเน้นที่เจตคติคือมีความเชื่อ ความคิดต่อองค์กร ต่อบุคคลถูกต้อง ถึงจะเป็นผู้บริหารได้ ส่วนทักษะนั้นสามารถพัฒนาได้เร็วกว่า แต่เจตคติอาจพัฒนาได้ช้า จึงให้ความสำคัญด้านนี้เป็นพิเศษ

เคยทำงานด้านบริหาร ได้พบคนที่มีคนที่มองทั้งเชิงระบบดี และมองภาพกว้างด้วย จึงคิดว่าควรจะพัฒนาคนนี้เป็นนักบริหารได้ สรุปคืออยากให้มองว่าแนวคิดเชิงบริหารแบบเจตคติจะมาก่อน คือการมองภาพกว้าง มองถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การทำสิ่งต่าง ๆ จะเป็นอีกแบบแต่การมองอะไรที่แคบจะทำให้การทำสิ่งต่าง ๆ อีกแบบ

เคยมีคนพูดว่า “คุณต้องการใช้อำนาจก็ต่อเมื่อต้องการทำสิ่งที่ไม่ดีเท่านั้น (Harmful Thing) นอกเหนือจากนั้นคุณใช้ความรักอย่างเดียวก็พอ” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา รศ.ดร.วิชัย ชำนิ เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจากที่เขาพูด เพราะจากที่ทำงานอยากให้มีเจตคติที่ดีจะทำให้เกิดความรัก รักเพื่อนร่วมสถาบัน องค์กร ประเทศ ที่อยู่และจะเป็นตัวขับให้เราทำในสิ่งที่ดีต่อไป

วิชาที่ 1 ปฐมนิเทศ และแนะนำทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวถึงหลักสูตรนี้ว่าแตกต่างจากหลักสูตรฯทั่วไปอย่างไรบ้าง ดร.จีระ ได้กล่าวถึงการทำงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 35 ปี

  • Transfer Knowledge ได้คัดเลือกหัวข้อที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามการ Transfer Knowledge จะ Overall ทั้งหมดแค่ 20% แต่ที่จะเพิ่มเติมคือการ Inspiration อีก 10 % อยากให้มีพลังในการทำงานร่วมกัน
  • ทฤษฎี 2 R’s

R ตัวแรกคือ Reality ซึ่งคนที่รู้ดีที่สุดคือคนที่อยู่ในม.ทักษิณ ดังนั้นแต่ละท่านต้อง Provide Knowledge โดยใช้

- Where are we? สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ตรงไหน

- Where do you want to go ? รู้ว่าเราอยากจะไปไหน มีการปะทะกันทางปัญญา

- How to do it? เป็นยุทธวิธีในการทำ

- How to do it successfully ? คือ Execution ต้อง Identify Difficulty and overcome difficulty ตัวอย่างเช่นในหลักสูตรนี้เมื่อเจอปัญหาอุปสรรค วัฒนธรรมองค์กร การขัดแย้งในองค์กร และกฎระเบียบ จะแก้ไขอย่างไร

ตัวอย่าง โจทย์ของกฟผ. มีความยากกว่า ม.ทักษิณมากเนื่องจากเขาต้องเจรจากับชุมชนเน้นเรื่องการทำสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากการสร้างโรงไฟฟ้า เพราะมีกรณีไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้า

สำหรับม.ทักษิณเป็นโจทย์ทางด้านการศึกษาที่ทำอยู่ คือจะต้องทำการศึกษาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

วิชาบริหารจัดการไม่จำเป็นต้อง Study แต่จะให้ลูกค้ายอมรับมหาวิทยาลัยทักษิณขึ้นได้อย่างไร Trend ของโลกในอนาคตนักศึกษาปริญญาเอกจะเป็นคนมาจากต่างประเทศ ตัวอย่างอเมริกา สมัยก่อนเป็นการยืม Brain ของคนอื่น เช่นจากยิว หรือจีน ม.ทักษิณ ควรสนใจปริญญาเอกมากขึ้น อาจนำคนที่อยากเรียนปริญญาเอกจาก ลาว และกัมพูชาเข้ามา

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

บรรยากาศ Pre-Planning ครั้งที่แล้ว ความคาดหวังกับ ม.ทักษิณ มีสูงมาก

ดินดานเป็นคนเก่ง แต่แข็งเป็นหิน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ดินดานอ่อนตัวก็จะสามารถผสมกลมกลืนได้อย่างดี

สิ่งที่ไม่ดีของดินร่วนคือ ไปเร็ว รับสิ่งใหม่แล้วไปเลย แต่เราจะต้องมีการผสมระหว่างสิ่งใหม่และสิ่งเก่า ผู้บริหารแบบไหนที่อยากให้เป็น คือเก่งสอน เก่งงานบริการวิชาการ อาจเป็นเรื่องยากเพราะเป็นเชิงพาณิชย์ แต่พอเป็นแผน 10 ปีก้าวกระโดด

ประเทศใน AEC ต้องรวมในเรื่องการเมือง การปกครอง เรื่องความมั่นคง ต้องมีการกำหนดนโยบาย คนที่มารับบริการวิชาการก็คือลูกค้าเรา

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คณาจารย์ต้องเก่ง เน้นการหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน โครงการฯ ไม่ได้มีแค่การให้องค์ความรู้ วิธีการต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอด แต่แก่นยังอยู่ แกนกลางยังอยู่ เพราะมาจากทฤษฎี

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

พบว่าทัศนคติของม.ทักษิณ วัฒนธรรมองค์กรมีความ Soft กว่า คณะแพทย์ มอ. มาก

องค์กรไหนที่ประสบความสำเร็จต้องใช้จุดแข็งเป็นส่วนใหญ่

ในหลักสูตรนี้เป็นภาพใหญ่ Macro ถ้าไม่เข้าใจเราจะรู้ได้อย่างไรว่า Global Competency อยู่ที่ไหน

ขณะที่อยู่ที่ ม.ทักษิณ จะดูที่ Diversity

วิชาการในเมืองไทยไม่ค่อยเลือกประเด็น Solution ส่วนใหญ่จะเรื่องประเด็นที่เป็น Problem จึงทำให้หลายสิ่งเกิดการคาราคาซัง

ทุกโปรเจคที่ทำต้องเน้นความต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง

ความรู้จะนำไปใช้อย่างไร และเมื่อเกิดประโยชน์ก็จะคุ้ม

สีจึ้นผิง คิดเรื่องคนแนวไหน การเป็นอาจารย์ที่ ม.ทักษิณ ทำไปเพื่ออะไร พร้อมเสียสละเพื่อองค์กร และเพื่อส่วนรวมหรือไม่

ทุกคนต้องเป็นมืออาชีพ Professionalism หมายถึงใน Field ของตัวเองทำหน้าที่ดีที่สุดหรือยัง และมาตรฐานต้องขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้องวิ่งไปสู่ Global Standard

อยากให้ที่ ม.ทักษิณ มีความทะเยอทะยานด้วย

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ทฤษฎีเกี่ยวกับทุนมนุษย์ มีคนถามว่าอ้างอิงได้หรือไม่

องค์ความรู้ใหม่ ๆ หรือองค์ความรู้เดิม ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไป เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุด เป็นกระบวนการ Fast Track ในการเลือกหาความรู้มาใส่

ความเป็นเลิศที่อยู่ข้างในเมื่อถูกต้องในวิธีการก็จะเกิดการกระเด้งขึ้นมา

ในเรื่อง Where are we? คิดว่ามีไม่ทั้งหมดทุกคนที่จะรู้ ข้อดีขององค์กร ของจังหวัดสงขลา ของพัทลุง อย่างวิทยาเขตพัทลุง มีศูนย์ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม มีเรื่องสถาบันทรัพยากรมนุษย์

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงและสู่จุดใหม่ ๆ เสมอ

ต้อง Turn idea into action และสร้างสรรค์สิ่งใหม่เสมอ

เสนอว่าการตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์เพื่อผู้นำครูจะทำให้นักธุรกิจไม่มา

อาจารย์ทำนอง ดาศรี

ได้กล่าวถึงวิธีการที่ใช้มาทุกแห่ง ทุกอย่างที่อาจารย์สอนเวลามี Workshop ไม่ใช่คิดตามที่อาจารย์คิด ให้คิดใหม่

ทุนมนุษย์ หมายถึงการฝึกคนให้ทำงานได้เลย โดยใช้ประสบการณ์ และผู้เชี่ยวชาญในการสอนให้ทำงานได้เลย

ดังนั้นวิชาที่เราเรียนเป็นเพียงแค่ 10 % เท่านั้น

สิ่งที่อยากฝากไว้เพื่อพัฒนา

1.ทักษะ

- ต้องให้เขามีทักษะเรื่องภาษา

- ต้องมีทักษะด้านการสื่อสาร

- ต้องเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

2. เข้าใจ

- เศรษฐกิจ

- องค์กร

- วัฒนธรรมประเพณี

3. การเป็นเลิศ

- มาตรฐาน

- การบริหารจัดการที่ดี

- รู้กฎเกณฑ์ ต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น เคารพสิทธิคนอื่น

- วินัย เช่นเรื่องความปลอดภัย

อยากฝากไว้ว่า “เราจะออกแบบคนไทยให้เป็นอย่างไรในอนาคต”

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ฝากไว้ 3 ประเด็น

  • การทำงานต้องต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง ตอนระหว่างเรียนเป็นช่วงที่เรารู้จักกันซึ่งเราเรียกว่า Networking คือในห้อง และ Informal Networking บางครั้งอาจพา ม.ทักษิณไป Network กับที่อื่นก็ได้ ควรปรับเจตคติที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และการทำงานได้หรือไม่
  • เมื่อจบแล้วก็จะเป็นการเริ่มต้นทำงานร่วมกัน คือการประเมินผล พฤติกรรมของคนในห้องนี้ จะประเมินผลหลังจาก 3 เดือนขึ้นไป
  • มูลค่าที่จะเกิดขึ้นจากการที่เราอยู่ด้วยกันเรียกว่าทฤษฎี 3 V ซึ่งในวันนี้อาจมองว่ายังไม่สำคัญแต่ต่อไปจะเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ Value Added, Value Creation, Value Diversity เช่น Value Creation มหาวิทยาลัยถ้าไม่มี Idea ใหม่ ๆ เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยจะไม่สามารถ Lift Forward ได้ เป้าหมายของม.ทักษิณ อาจหาเงินจากภาคเอกชน ภาคราชการ ไม่ต้องรอสำนักงบประมาณอย่างเดียว และ Value Diversity ควรเป็น Diversity ที่ข้ามคณะ ศักยภาพของคนไม่จำเป็นต้องเหมือน ม.อ.

ความสำเร็จขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย

  • ค้นหาตัวเองว่าเก่งอะไร ขาดอะไรให้ Honest กับตัวเองก่อน
  • Extra Mile คืออย่าหยุดความสำเร็จแค่นั้น ต้องให้ความสำเร็จเป็น Flow เพราะเขาคาดหวังให้สำเร็จต่อไป

2.ถ้าตัวเองยังไม่แน่น ยังไม่ต้องกระเด้ง ถ้ากระเด้งแล้วให้ Networking อย่ากระเด้งในตอนที่ไม่พร้อม

3.มี Process มีวิธีการนำศักยภาพของคนไปสู่ความสำเร็จ ต้องดูว่า ดร.ในม.ทักษิณคนไหนที่ Talent

Workshop

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

กลุ่มที่ 5

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

- พัฒนาวิธีคิด คิดอย่างเชิงระบบและมีตรรกะ

- เปิดโลกทัศน์ของตนเอง

- พัฒนาขีดความสามารถในการเชื่อมความรู้ ความรู้เดิม + ความรู้ใหม่ = ความรู้ที่ใหม่ขึ้น สู่ความคิดเชิงสร้างสรรค์ และนำความรู้ไปถ่ายทอดอย่าเก็บไว้

- มีวิสัยทัศน์ในการวางอนาคตมหาวิทยาลัย

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

- ก่อนทำให้ใครต้องรู้จักคนเองก่อน รู้จักคนอื่น ไว้ใจร่วมกัน ทำงานร่วมกัน มองเรื่องจิตสาธารณะ และความมีส่วนร่วม มีคุณธรรมจริงธรรมและเป็นมืออาชีพ

- เปลี่ยนระบบความคิดให้เป็นระบบเอกชนเพิ่มมากขึ้น จะช่วยลดกระบวนการขั้นตอนทำงาน รวดเร็ว

- เห็นทิศทางการทำงานชัดเจน

- มีแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

- นำความรู้ไปสู่การสร้างนวัตกรรม เช่น พัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ เปลี่ยนแปลงวิธีการใหม่ ไม่ใช่รูปแบบทางวิชาการอย่างเดียว

- การพัฒนาสู่ความยั่งยืน เพิ่มสมรรถนะการแข่งขันตลอดเวลา

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

- อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องมี Networking ทั้งภายใน ภายนอก ต้องมีกระบวนการและวิธีการทำงานที่สอดคล้องกัน

- เอาจุดแข็งของเครือข่ายมารวมกัน จาก CSR เป็น CSV ด้วย

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

- ความรู้ด้าน Social Science ด้านการศึกษาที่ใกล้เคียง มีที่ มอ.ปัตตานี และคณะครุศาสตร์

- ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ อยู่ตรงทะเลสาบสงขลา และทะเลน้อยที่พัทลุง เป็นมหาวิทยาลัยอยู่รอบด้วยทะเลสาบ การคมนาคมสะดวก การใช้ทรัพยากรลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาจะไปถึงยอดเขาต้นน้ำจะทำอย่างไรบ้าง

- การผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพสู่สังคม มีหลายหลักสูตรที่ปรับตัวว่าจะเป็นเชิงปฏิบัติ หรือการศึกษาหรือไม่ และจะนำไปใช้อย่างไร จุดขายจริง ๆ คือองค์ความรู้จะทำอย่างไรถึงตอบโจทย์ท้องถิ่นได้มากกว่า น่าจะลงพื้นที่และเข้าถึงท้องถิ่นได้ดีกว่า มอ. ตอนนี้ ม.ทักษิณมีชื่อเสียงพอสมควร จะเป็นอย่างไรบ้างและจะไป Benchmark กับใคร

กลุ่มที่ 4

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

- ได้วิธีคิดใหม่ ๆ อธิบายด้วยการทำงานร่วมกับผู้อื่น ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เดินไปได้

- วิธีทำ จะทำอย่างไรให้สำเร็จ เน้นการทำงานแบบเครือข่าย

- วิธีทาง คือความรู้เชิงเทคนิค ผู้เข้าอบรมหลายท่านมีประสบการณ์ หลายท่านเด็กอยู่ก็สามารถเรียนจากผู้รู้ หลายท่านเป็นผู้บริหารจากการทำงานแต่ก่อนเชิงวิสัยทัศน์เป็นทำงาน Routine จึงควรปรับเปลี่ยนโดยการเคาะสนิม ไม่ทำงานด้วยความเคยชิน ให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่าให้ทุกคนมีความเชื่อว่ามีความรู้มากและเก่งแล้ว อยากให้มาเคาะสนิมเพื่อตกแต่งทั้งภายในและภายนอก

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

- ทุกอย่างจะถูกผลักดันจากผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่าน ปรับเจตคติผู้บังคับบัญชา และการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ การทำงานร่วมกัน ผู้เข้าอบรมอาจเป็นเครือข่ายในการทำงานร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีเพื่อมหาวิทยาลัย ไม่ใช้หมวกเดิม อาจเป็นหมวกที่ตั้งขึ้นมาใหม่เฉพาะกิจผ่านทางคณะทาง ๆ

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

- เป็นทั้งเรื่องอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่เห็นชัดในการเข้าสู่ AEC

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

- ศิลปวัฒนธรรม ม.ทักษิณ มีการประกันคุณภาพการศึกษา เรื่องศิลปวัฒนธรรมได้ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ และทำให้เป็นที่รู้จักกันดี

- เรื่องชุมชน ม.ทักษิณมีความเข้มแข็งทางชุมชน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองว่าเป็นมหาวิทยาลัยทางสังคมศาสตร์ แต่ถ้ามองเรื่องวิทยาศาสตร์จะเป็นวิทยาศาสตร์เพื่อชุมชน ตัวอย่างเช่น สงขลา หรือพัทลุง เพื่อความเจริญ สงขลาเป็นผลงานระดับภาค ส่วนพัทลุงรอบพื้นที่ไม่มีมหาวิทยาลัยเลย เว้นแต่ทางเข้าไปนครศรีธรรมราชมีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ซึ่งอยู่ไกล หรือจะเข้าไปทางตรัง มีม.อ.ตรัง แต่ถ้าเทียบกันแล้วคิดว่า ม.ทักษิณดีกว่า

กลุ่มที่ 3

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

- การเปิดโลกทัศน์

- การสร้างแรงบันดาลใจที่มีมุมมองเดียวกันสู่การปรับเจตคติตัวเอง

- การเพิ่มเครือข่าย สู่การยอมรับความหลากหลายของคนในสาขาต่าง ๆ

- ใช้ความหลากหลายสู่การปรับตัวเอง

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

- ใช้เครือข่ายที่เกิดขึ้นใหม่มาปรับใช้กระบวนการทำงานที่เกิดขึ้นร่วมกันได้

- เกิดช่องทางการทำงานใหม่ ๆ ร่วมกัน

- มีการทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

- ในวันนี้ ม.ทักษิณควรเชิดชูศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาคนใต้

- ส่งเสริมวัฒนธรรมคนใต้ในด้านต่าง ๆ เรื่องภาษา วัฒนธรรม เรื่อง IT

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

- ความหลากหลายในหลายสาขาต่าง ๆ สู่การแก้ปัญหาสังคมได้

- การรับใช้สังคมเป็นหนึ่งในกระบวนการขับเคลื่อนเป็นที่พึ่งของสังคม

- ความภาคภูมิใจในสถาบัน มีเครือข่าย ศิษย์เก่าช่วยพัฒนามหาวิทยาลัย

กลุ่มที่ 2

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

- ทำให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบ ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลง

- มีการเพิ่มมูลค่าด้านความคิดเชิงสร้างสรรค์

- เกิดวิสัยทัศน์ร่วมในองค์กร จะช่วยให้พัฒนารวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

- มีภาวะผู้นำ ถ้าได้รับการพัฒนาแล้วน่าจะมีการพัฒนาศักยภาพผู้นำได้

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

- ถ้าทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันและเป็นหนึ่งในทุกเรื่องที่จะทำก็จะนำองค์กรไปได้ดี

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

- จะต้องสร้างสังคม เศรษฐกิจภาคใต้ให้มั่นคงยั่งยืน มีสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ให้ก้าวไกลสู่สังคมโลก เน้นการพัฒนาภาคใต้ให้ยั่งยืนจะทำให้ Brand ทักษิณติดต่อไปได้

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

- การบริหารจัดการให้เกิดความคล่องตัวในการทำงาน

- ที่ตั้งอยู่ในเขตทำเลทอง สามารถสร้างมูลค่าจากความหลากหลาย และเป็นศูนยกลางทางการศึกษา

- ความเป็นเลิศทางการผลิตครู ศิลปวัฒนธรรม และสังคมศาสตร์ พัฒนาเพิ่มเติมตรงนั้น พัฒนาคุณค่าจะสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืนและถาวรสู่การพัฒนาคุณค่า ม.ทักษิณต่อไป

กลุ่ม 1

1.หลักสูตรนี้จะช่วยปรับตัวเองให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร

- เพิ่มพูนความรู้ที่มีอยู่แล้วทั้งทฤษฎีและปฏิบัติสู่การพัฒนาทักษะที่ดีขึ้น

- เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนของ ม.ทักษิณ

2. นำเอาความรู้ใหม่ และวิธีการใหม่มาช่วยงานระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างไร โดยเน้นการทำงานเป็นทีม

- ทำอย่างไรที่จะประมวลความหลากหลายในแง่ของศาสตร์ ความรู้ และทักษะไปพัฒนามหาวิทยาลัย

- มีเครือข่ายแล้วจะทำอย่างไรให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม ไม่มีการแยก

3. จะช่วยทำให้ม.ทักษิณมีบทบาทในภาคใต้ที่เหมาะสมในระดับประเทศอย่างไร

- เริ่มจากการมีเครือข่ายทั้งวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์จะขยายเครือข่ายไปสู่ข้างนอก ทั้งภาครัฐ ประชาชน ชุมชน และไปสู่ภาคใต้และประเทศ

4. ทุกกลุ่มทำ สรุปจุดแข็งของ ม.ทักษิณ 3 เรื่องใหญ่ คืออะไร ? และจะใช้จุดแข็งอย่างไร?

- บุคลากรส่วนใหญ่อยู่ใน Generation X ,Y ดังนั้นจึงมีคนที่มีความพร้อมทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิที่พร้อมจะพัฒนาและเปลี่ยนแปลง

- อยู่ในภูมิศาสตร์ที่เอื้อที่สุด เด่นเรื่องศึกษาศาสตร์ บริหาร วัฒนธรรม และนิติศาสตร์ ส่วนพัทลุงจะเน้นในเรื่องวิทยาศาสตร์ เกษตร การกีฬา สาธารณสุข

- มีทั้ง Hard Science และ Soft Science เมื่ออยู่ในที่เดียวกันจะเป็นละมุนศาสตร์ บัณฑิตที่จบไปจะมีความครบทั้งสองด้าน ทำให้เป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ

ร่วมให้คำแนะนำและแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

การมี Innovation เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเกิดจากแรงกดดัน การเปลี่ยนหัวข้อครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการท้าทายทุกคนในห้อง สิ่งแรกคือขอชมเชยและขอชื่นชม

จุดแข็งของกลุ่มที่พูดมาเป็นจุดแข็งของภาพรวมของมหาวิทยาลัย แต่หนังสือที่จะนำมาให้อ่านเล่มใหม่นี้กล่าวถึงจุดแข็งของแต่ละบุคคล เช่น มีความคิดดี มีระบบดี มี Network ดี ถ้าไม่เชื่อมโยงกันก็ไปด้วยกันไม่ได้

หลักสูตรนี้ยิงเข้าไปในตัวเราก่อนคือทำให้ตัวเราเข้มแข็ง ให้เรามีความคิดดี และสร้างเครือข่ายได้ และเมื่อเรามีความพร้อมเราก็ช่วยคนอื่นได้ ถ้าม.ทักษิณ มองไกลและร่วมมือกับคนอื่นจะช่วยให้การทำงานในอนาคตสามารถไปได้ดี

ภาพลักษณ์ของม.ทักษิณ ควรนำด้วยศิลปวัฒนธรรม แต่ถ้าจะมี Science เข้ามาให้ทางสังคมศาสตร์นำ

ไม่ได้มองแค่บุคคล ให้มองที่ระดับ Macro แล้วค่อยไปที่ Micro ประเทศมาก่อน มหาวิทยาลัยมาก่อน แล้วค่อยไป Serve ตัวบุคคล ภาพใหญ่ถือว่าโชคดีที่ทำให้แต่ละท่านเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

หนังสือเล่มที่จะให้อ่านต่อไปนี้ (StandOut 2.0 Assess Your Strengths Find Your Edge Win at Work) เป็น Individual Capability ของแต่ละคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะมนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญ ดังนั้น Talent Management คือIdea ที่จะต้องทำ Wisdom ของคนแก่อาจจะฉลาดกว่าคนเด็กก็ได้ เพราะผ่าน Pain และ Experience แต่สามารถเอาชนะอุปสรรคได้ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อยากให้หลักสูตรนี้พิสูจน์โครงสร้างของมหาวิทยาลัยทักษิณ

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

อะไรที่ทำให้เกิดสิ่งดี ๆ ขึ้นมา อย่างหนึ่งคือการตั้งโจทย์ Workshop ซึ่งการตั้งโจทย์สำคัญมาก แต่สิ่งที่ได้คือการค้นพบที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของรุ่นที่ 1 ที่ได้วันแรกของภาคเช้า โจทย์ที่ตั้งคือจุดเริ่มต้นของงานวิจัย

1. ค้นหาตัวเอง

2. มองไปข้างหน้า

3. ค้นหาเป้าหมาย

จากทั้ง 5 กลุ่ม กลุ่มที่ 3 พูดเรื่องเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจ กลุ่มที่ 5 พูดถึงเรื่องการเชื่อมความคิด ค้นหาวิธีคิด วิธีทำ และวิธีทาง กลุ่มที่ 4 พูดเรื่องต้องเคาะสนิม กลุ่มที่ 3 พูดเรื่องวิธีทำคือการมีเครือข่าย วิธีทางของกลุ่มที่ 1 คือเรื่องประสิทธิภาพและค้นหาความรู้ คิดอย่างเป็นระบบและสร้างสรรค์ ซึ่งทั้ง 5 กลุ่มพูดกันคนละอย่างแต่สามารถนำมาเชื่อมกัน

กลุ่มที่ 3 บอกว่าเราจะต้องเป็นเจ้าพ่อทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาภาคใต้

กลุ่มที่ 2 พูดเรื่องภาวะผู้นำซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนในภาคบ่ายนี้

กลุ่มที่ 1 พูดเรื่องประมวลความหลากหลายและเรื่องโปรเจค

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

กล่าวว่าทุกคนสามารถพัฒนาจาก Resource ที่มีอยู่แล้วในตัวเอง และต้องให้มี Ambition ความเป็นเลิศต้องพัฒนาให้ดี เป็น Life Changing ของแต่ละคน สิ่งที่ได้พูดวันนี้เป็นการพิสูจน์ว่า Academy Excellence ที่แสดงออกวันนี้มีประสิทธิภาพสูง และถ้าพบอุปสรรคต้องก้าวข้ามให้ได้เรียกว่า Overcome Difficulty ต้องค้นหาจุดที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ สร้างพลังให้เกิดขึ้นเพื่อจะได้แก้ Crisis


วิชาที่ 2 ภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำนักบริหารของมหาวิทยาลัยทักษิณ

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้ยกตัวอย่างผู้นำว่ามีหลายประเภทอย่าง ดร.จีระบอกว่าท่านเป็น Servant Leadership ซึ่งแล้วแต่คน ผู้นำในยุคต่อไปจะเป็นแบบไหน Leadership กับ Leader ไม่เหมือนกัน อย่าง Leadership คนกวาดถนนก็มีภาวะผู้นำได้แม้ว่าไม่ได้เป็นผู้นำ เป็นต้น

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ ได้กล่าวถึง ดร.จีระว่ามีทฤษฎีในเรื่องภาวะผู้นำว่าในช่วงแรกคนไม่ค่อยรู้จักทรัพยากรมนุษย์ แต่เมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้นยังไม่มีคนรู้จักเท่าที่ควรยังนึกว่าเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ตามผู้นำจะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้

ดร.จีระ กล่าวถึงการมีภาวะผู้นำเป็นเรื่องยาก แต่สำคัญ

Workshop2

  • ภาวะผู้นำกับการจัดการทุนมนุษย์ เรื่อง ปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution จะประยุกต์กับมหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?
  • ผู้นำกับผู้จัดการในความเห็นของท่านแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร จะนำมาประยุกต์ใน มหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?
  • ใช้ตัวอย่างของผู้นำในจีนหลาย ๆ รุ่น อธิบายประวัติของผู้ของม.ทักษิณ ตั้งแต่ช่วงแรกมาถึงปัจจุบัน แต่ละช่วง คุณลักษณะผู้นำเป็นอย่างไร และผู้นำในยุคอนาคตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
  • แนวคิดผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงแบบ Kotter แบบ 7 C และแบบ Principle 5 ข้อและของ ดร.จีระ จะนำมาประยุกต์ใน ม.ทักษิณอย่างไร?
  • ยกตัวอย่างผู้นำระดับโลก และประเทศ 4 ท่านที่เป็น Role Model ของ ม.ทักษิณ อธิบายและยกตัวอย่างคุณสมบัติที่เหมาะกับ ม.ทักษิณด้วย

Quotations

“Managing is doing things right ,Leadership is doing the right things.” Peter Drucker

“The world is changing very fast and unpredictable”Michael Hammer

ดร.จีระ กล่าวว่าคนล้มเหลวอาจเป็นคนสำเร็จได้และคนสำเร็จอาจเป็น Victim of Success

“People have unlimited Potential” Antony Robbins

ดร.จีระ มีหน้าที่เอาความเป็นเลิศออกมา

ปลูกพืชล้มลุก.. 3-4 เดือนปลูกพืชยืนต้น.. 3-4 ปี ปลูกพืชคน.. ทั้งชีวิต

สุภาษิตจีน

ดร.จีระ กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงพัฒนาคนต้องใช้เวลา ต้องทำให้เป็นระบบ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง ต่อเนื่องและทำให้ยั่งยืนให้ได้

There are so many approaches and theories of leadership.

- Leadership style

- Leader & Manager

- Trust & Authorities

- Transformation & Transactional (สิ่งที่มีอยู่แล้วทำให้ดียิ่งขึ้น)

- Charismatic Leadership

- Situation Leadership

- Born to be or Trained to be

ผู้บริหาร

  • เน้นระบบ
  • ควบคุม
  • ระยะสั้น
  • When , How
  • กำไร/ขาดทุน ทุก 3 เดือน
  • จัดการให้สำเร็จ มีประสิทธิภาพ
  • Static

ผู้นำ

  • เน้นที่คน
  • Trust
  • ระยะยาว
  • What , Why
  • มองอนาคต ขอบฟ้า/ภาพลักษณ์
  • เน้นนวัตกรรม
  • Change

ดร.จีระกล่าวว่า การเป็นผู้นำที่ดีต้องทำให้เกิดความเป็นเลิศ ผู้บริหารเน้น Efficiencyผู้นำเน้น Effective

การบริหารทุนมนุษย์ให้ประสบความสำเร็จและเป็นเลิศต้องประกอบด้วย ปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution

8 K’s : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

Human Capital ทุนมนุษย์

Intellectual Capital ทุนทางปัญญา

Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม

Happiness Capital ทุนแห่งความสุข

Social Capital ทุนทางสังคม

Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน

Digital Capital ทุนทาง IT

5 K’s (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการ
เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์

Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ

Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์

Knowledge Capital ทุนทางความรู้

Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม

Emotional Capital ทุนทางอารมณ์

Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม

สรุปคือ การเก็บเกี่ยวทรัพยากรมนุษย์เน้นไปที่คุณสมบัติที่มองไม่เห็น วิกฤต มีสองแนว มาแล้วก็ไปต้องจัดการให้ได้ การจัดการวิกฤตในเมืองไทย มีวิกฤตหลายชั้น

ภาวะผู้นำของ Peter Drucker

1. Ask what needs to be done ถามตัวเองว่าเราต้องทำอะไรให้สำเร็จ

2. Ask what’s right for enterprise ถามว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่ต้องลงมือทำ

3. Develop action plans พัฒนาแผนปฏิบัติการ

4. Take responsibility for decision รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ

5. Take responsibility for communicating รับผิดชอบต่อการสื่อสาร

6. Focus on opportunities not problems มุ่งที่โอกาสไม่ใช่ปัญหา

7. Run productive meeting จัดให้มีการประชุมที่สร้างให้เกิดผลผลิต

8. Think and say We not I คิดและพูดด้วยคำว่า “เรา” ไม่ใช่ “ฉัน”

8 Rules of Leadership (Nelson Mandela)

1.กล้าหาญ

2.ต้องรุกได้ แต่ต้องตั้งรับและไม่ประมาท

3.การนำอยู่ข้างหลัง ต้องแน่ใจว่าคนที่เรายกย่องให้มีบทบาทอยู่ข้างหน้าต้องให้เขามีความรู้สึกว่า เขาได้นำอย่างน่าภูมิใจ และสมศักดิ์ศรี

4.ถ้าจะจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักศัตรูให้ดี

5.การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อน แต่กับคู่แข่งหรือคนที่เราไม่ชอบต้องใกล้ชิดมากกว่า

6.มีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติและสง่างามเสมอ

7.ไม่เน้นถูกหรือผิดแบบ 100% หรือขาวหรือดำ 100% มีการประนีประนอมที่เหมาะสม แต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันแบบ Win-Win

8.รู้ว่าจังหวะไหนจะ “พอ” หรือจะ “ถอย”

สิ จินผิง (Xi Jinping)

ผู้นำรุ่น 5 จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยเปิดแบบจีนที่โลกยอมรับ มีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกกลุ่มและทุกภูมิภาคของจีนไม่ให้เหลื่อมล้ำ ให้เศรษฐกิจจีนสมดุลกับโลกภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินหยวน

Xi jinping

  • พื้นฐานดี เรียนวิศวะ แล้วจึงมาเป็นผู้นำ คือ มีระบบความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่เหมือนผู้นำไทยส่วนใหญ่คิดไม่เป็นระบบ
  • ชีวิตช่วงวัยรุ่น เจ็บปวด เพราะ มีปัญหาทางการเมืองในจีนจึงถูกส่งไปฝึกงานในชนบท คลุกคลีกับชาวบ้าน คือ ติดดิน เห็นความจริงของสังคม เปรียบเทียบกับอดีตนายกอภิสิทธิ์เป็นคนดี แต่ไม่รอบรู้สังคมและวิถีชีวิตไทยอย่างลึกซึ้ง
  • เป็นคนมีหลักการ มีวิธีการที่ปฏิบัติดีที่ทำให้หลักการไปสู่ความสำเร็จ คือ หลักการไม่เคยเปลี่ยน คือ จีนเป็นสังคมนิยม กระจายรายได้เสมอภาคไม่ใช่รวยอย่างเดียว ต่างกับอุดมการณ์ของระบอบทักษิณ มีวิธีการอย่างเดียวคือรวย แต่ได้มาอย่างไรก็ได้
  • ยกย่องเติ้งเสี่ยวผิงที่ให้ประเทศจีนมี 2 ระบบการเมืองและดึงทุนนิยมเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก
  • เน้นคุณธรรมจริยธรรมก่อน ความรวย หนังสือของเขาชื่อ The Governance of China แปลว่าเป็นประเทศจีนโปร่งใส ไม่ยอมให้เกิดการโกงขึ้นในประเทศ จึงเป็นผู้นำที่น่ายกย่อง ยุคเขาจัดการผู้นำจีนใหญ่ๆหลายคนเข้าคุก ดำเนินคดีเป็นตัวอย่างโดยไม่กลัวอิทธิพลใดๆ

และที่ถูกใจผมมาก คือ เรื่องทุนมนุษย์ สรุปว่าเขาเน้น 2 อย่าง

  • ทุนมนุษย์พื้นฐานคือ จริยธรรมต้องมาก่อนคล้ายๆ 8K’s
  • ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นมืออาชีพ มีมาตรฐานเป็นเลิศ

ซึ่งผิดกับคนไทย ตกทั้ง 2 ด้าน ที่ไม่เน้นปัญญาและไม่เน้นการเรียนเพื่อมืออาชีพ

กฎ 9 ข้อ Chira Change Theory

1.Confidence มั่นใจ

2. Understanding Future

3. Learning Culture

4. Creativity

5. Networking

6. ชนะเล็กๆ

7. ทำต่อเนื่อง 3 ต.

8. ผลประโยชน์ต้องกระจายทุกกลุ่ม

9. Teamwork in diversity

สรุปคือ จะพบว่าผู้นำแต่ละรุ่นมีปัญญามีศักยภาพในการแก้ปัญหา

ผู้นำจะสร้างได้อย่างไร ทฤษฎี 5 E’s

1. Example คือ เป็น/สร้างตัวอย่างที่ดี

2. Experience คือ สะสม/ถ่ายทอดประสบการณ์

3. Education คือ ให้การศึกษา ให้ความรู้

4. Environment คือ สร้างบรรยากาศที่ดี

5. Evaluation คือ มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

การสร้างผู้นำแบบ Ram Charan

  • Identifyผู้นำตั้งแต่อายุน้อย
  • ศึกษาว่าแต่ละคนเก่งเรื่องอะไร
  • พัฒนาเขาเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง
  • ดูแลไม่ให้เขาตกราง

การเป็นผู้นำเราต้องดูว่าเรามีแนวร่วมหรือไม่ ถ้าไม่มีแนวร่วมจะไปไม่รอด ต้องมีความสามารถในการพูดเก่ง

การเป็นผู้นำที่ดีต้องมี Communication Skill อย่าบ้าอำนาจ กระจายอำนาย และวัดความสำเร็จ ชนะเล็ก ๆ แต่เป็นการชนะที่มั่นคง

John Kotter ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Leading Change พูดถึง กลยุทธ์ในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง 8 ขั้นตอน โดยถือเป็นภาระของผู้นำที่จะต้องกระตุ้นองค์การให้เปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • สร้างความรู้สึกถึงตระหนักถึงความจำเป็น สร้างความรู้สึกกระตือรือร้น และเร่งด่วนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร (Establishing a sense of urgency)
  • การรวมกลุ่มที่มีพลังมากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Forming a powerful guiding coalition)
  • สร้างวิสัยทัศน์ (Creating a vision)
  • การสื่อสารและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ (Communicating the vision)
  • การให้อำนาจ และทำให้คนในองค์กรดำเนินการตามวิสัยทัศน์ (Empowering others to act on the vision)
  • การวางแผนเพื่อให้เกิดความสำเร็จในระยะสั้น (Planning for and creating short-term wins)
  • ประมวลการปรับปรุงเหล่านี้ให้ครบถ้วน (Consolidating Improvements and Producing Still More Change)
  • ปลูกฝังวิธีใหม่ในองค์การให้คงอยู่ (Institutionalizing new approaches)

กฎเกณฑ์ 7 Change

1. Complexity

2. Clarity

3. Confidence

4. Creativity

5. Commitment

6. Consolidation

7. Change

Principle 5 ข้อของ Leaders กับ Change

  • แต่ละคนมีความรู้สึกเรื่อง Change แตกต่างกัน
  • ต้องศึกษาความต้องการของแต่ละคนเกี่ยวกับ Change
  • Change กับ Loss ไปด้วยกัน ศึกษาให้ดีว่าจะต้องจัดการกับ loss อย่างไร
  • การคาดหวัง Expectation ต้องบริหารให้ดี
  • ต้องบริหาร Fear หรือความกลัวให้ได้

กฎ 9 ข้อ Chira - Change Theory

1.Confidence มั่นใจ

2. Understanding Future

3. Learning Culture

4. Creativity – ความคิดสร้างสรรค์ คือต้องมีทางออกหลายทาง ต้องฝึกให้รู้สถานการณ์บางอย่างให้ได้

5. Networking

6. ชนะเล็กๆ

7. ทำต่อเนื่อง 3 ต.

8. ผลประโยชน์ต้องกระจายทุกกลุ่ม

9. Teamwork in diversity

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ผู้นำแต่ละท่านที่ได้ไปมาจากแต่ละยุคแต่ละสมัย ผู้นำที่เลือกมีหลากหลายแบบ

1.การทำงานหลักของท่าน

2.เลือกงานเด่น ๆ งานหนึ่งแล้วประเด็นที่เลือกมาประเด็นต้องโดดเด่น สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยได้

R1 ต้องเป็นจริงได้ ต้องดูว่าผู้นำแต่ละท่านทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จได้

R2 คือมีวิธีคิด มีวิธีทาง

และวิธีการ R3 คือ Result Execution คือทำให้สำเร็จ

ผู้นำต้องมีความกล้าในการทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ เราต้องมีความมั่นใจในการตัดสินใจ โดยต้องมีคนพร้อม และหน่วยงานสนับสนุนที่ดี

Rhythm & Speed ต้องดูจังหวะและอัตราเร่งดีในจังหวะที่เหมาะสม เราต้องฝึก

ต้องดูว่าผู้นำและผู้จัดการแตกต่างกันอย่างไร ให้ไปดูใน Sheet

ผู้นำต้องมองไปที่ขอบฟ้า และเน้นนวัตกรรม

ผู้นำต้องมีการ Change แต่ผู้บริหารเน้นที่ความมั่นคง

Workshop2

  • ภาวะผู้นำกับการจัดการทุนมนุษย์ เรื่อง ปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution จะประยุกต์กับมหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?
  • ผู้นำกับผู้จัดการในความเห็นของท่านแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร จะนำมาประยุกต์ใน มหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?
  • ใช้ตัวอย่างของผู้นำในจีนหลาย ๆ รุ่น อธิบายประวัติของผู้ของม.ทักษิณ ตั้งแต่ช่วงแรกมาถึงปัจจุบัน แต่ละช่วง คุณลักษณะผู้นำเป็นอย่างไร และผู้นำในยุคอนาคตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
  • แนวคิดผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงแบบ Kotter แบบ 7 C และแบบ Principle 5 ข้อและของ ดร.จีระ จะนำมาประยุกต์ใน ม.ทักษิณอย่างไร?
  • ยกตัวอย่างผู้นำระดับโลก และประเทศ 4 ท่านที่เป็น Role Model ของ ม.ทักษิณ อธิบายและยกตัวอย่างคุณสมบัติที่เหมาะกับ ม.ทักษิณด้วย

กลุ่มที่ 2

4.แนวคิดผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงแบบ Kotter แบบ 7 C และแบบ Principle 5 ข้อและของ ดร.จีระ จะนำมาประยุกต์ใน ม.ทักษิณอย่างไร?

  • เลือก Kotter ข้อ 1 คือสร้างความรู้สึกตระหนักถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงองค์กร ถ้าเราไม่เน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสำคัญจะไม่มีที่ยืน จึงเน้นเรื่องการสร้างความตระหนักตื่นรู้จะได้ลดการเปลี่ยนแปลงได้
  • ผลประโยชน์ต้องกระจายทุกกลุ่มอาจกระจายตามภาระงาน หรือศักยภาพการปฏิบัติงาน แต่ควรกระจายทุกกลุ่ม คิดว่าการกระจายผลประโยชน์จะช่วยลดความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำ

2.การศึกษาเรื่อง Change กับ Lost ด้วย เพราะบางคนถ้าเปลี่ยนแปลงจะกลัวการสูญเสีย Comfort zone ของตัวเอง

3.การหาวิธีที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลง คือจะเน้น Creativity มาจากจินตนาการ คือความฝันอีก 5 ปีข้างหน้าฝันไว้ว่าอย่างไร ถ้าแปลง Creativity ออกมาก็มาทำแผนเพื่อไปสู่ความฝัน และมีวิธีการเดินเพื่อไป Response ต่อการเปลี่ยนแปลง และถ้าไม่มี Commitment การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิด ดังนั้นเรื่อง Commitment จึงเป็นสิ่งจำเป็น บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการ กำหนดเป็นกลยุทธ์ยุทธศาสตร์ตรงเอง และต้องมีผู้ปฏิบัติทำ ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องการ Teamwork จากหลายคณะ หลายภาคส่วนมาช่วยกันทำงาน และหาเครือข่าย Networking เพื่อให้ทำงานกับเราสำเร็จไปได้ดี

4.การทำอย่างต่อเนื่องคือมีแนวคิดดี กลยุทธ์ดีและวิสัยทัศน์ดี ผลประโยชน์ต้องชัดเจนและสามารถตอบคำถามได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ส่วนที่อาจารย์จีระเขียนเลือกจาก Practical คือเป็นสิ่งที่ฝึกฝนมานานแม้ว่าจะเขียนเร็ว ความเป็นเลิศของคนในห้องนี้ได้มีการแบ่งปันในกลุ่มแล้ว หรือเรียกได้ว่าเป็นการ Cross Over โลกในปัจจุบันเราเป็น We and Media ซึ่งถ้ามีความสามารถในการแบ่งปันมากกว่านี้ก็อาจมีลูกค้าทั่วโลกได้ เพราะทุกอย่าง On line ขอบคุณ 3-4 กลุ่ม และอยากทำวิจัย โดยเอา Case ที่เกิดขึ้นจริง ๆ

บางครั้ง Change ก็เกิดจากที่รัฐบาลไป Blog ด้วย ต้องดูให้ดี

KPI ควรมีอย่างราชภัฏบางแห่งที่ไม่ดีเท่านั้น

อยากให้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่ทำสำเร็จแล้วและไม่สำเร็จ

กลุ่มที่ 3

2.ผู้นำกับผู้จัดการในความเห็นของท่านแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร จะนำมาประยุกต์ใน มหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?

ในความจริงผู้นำกับผู้จัดการมีทั้งความเหมือนกันและแตกต่างกัน

การนำมาใช้กับ ม.ทักษิณ ต้องขอขอบคุณที่สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเราก่อนที่สั่งการให้ทำอะไรเพื่อมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้เข้าอบรมมีแรงบันดาลใจให้ทำสิ่งที่ดีให้กับมหาวิทยาลัยทักษิณ และมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจเช่นเดียวกันต่อคนอื่น ๆ ต่อไป

การสร้างแรงบันดาลใจจะนำไปสู่ความสำเร็จ ผู้นำต้องเป็นผู้จัดการและผู้จัดการต้องสร้างภาวะผู้นำที่ต้องไปจัดการในหลาย ๆ เรื่องในมหาวิทยาลัยทักษิณ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ผู้นำและผู้จัดการต่อไปต้อง Blend เข้าหากัน ต้องสามารถไปจัดการกับการเปลี่ยนแปลงได้ ความมีอิสระในการทำงาน (Autonomy) ที่มหาวิทยาลัยต้องเป็นระบบ Freedom of Expression ต้องฟังบ้าง ไม่เช่นนั้นศักยภาพจะถูกจำกัดโดยกฎระเบียบ

กลุ่มที่ 1

3.ใช้ตัวอย่างของผู้นำในจีนหลาย ๆ รุ่น อธิบายประวัติของผู้ของม.ทักษิณ ตั้งแต่ช่วงแรกมาถึงปัจจุบัน แต่ละช่วง คุณลักษณะผู้นำเป็นอย่างไร และผู้นำในยุคอนาคตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

ท่านแรก ผศ.ไพโรจน์ ไม่ต่างกับประเทศจีน เนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านคล้ายช่วงเมาเซตุง ที่ต้องนำมหาวิทยาลัยในเอกเทศ เป็นผู้นำคนสำคัญที่นำม.ทักษิณ มาถึงปัจจุบัน เป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจ และวิสัยทัศน์ เปลี่ยนจาก มศว. เป็น ม.ทักษิณ ในยุควิกฤติต้มยำกุ้ง เจออุปสรรคมากมาย

ท่านที่สอง รศ.สมบูรณ์ เป็นช่วงขยายวิทยาเขตไปที่พัทลุง เสนอว่าศาสตร์ทางด้านเทคโนโลยีต้องไปอยู่ที่พัทลุง มีการตัดสินใจนำศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ การกีฬา เกษตรไปอยู่พัทลุง มีบุคลิกของผู้นำสูง เปรียบเทียบได้กับเมาเซตุง

ท่านที่สาม รศ.สมเกียรติ คล้ายกับบุคลิกของเจียงซีมิน เริ่มไปจับมือกับต่างประเทศมากขึ้น เป็นผู้นำที่บุคลิกเป็นกันเอง มนุษย์สัมพันธ์ดี ประนีประนอม และทักษะสูงในการสื่อสาร

ท่านที่สี่ รศ.ดร.วิชัย เป็นนักคณิตศาสตร์ เป็นนักคิดเชิงระบบ มีหลักการ โดดเด่นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เป็นผู้นำที่มีประสบการณ์สูงมาก อยู่ในม.ทักษิณไม่ต่ำกว่า 30 ปี และ 20 ปีเป็นผู้บริหารโดยตลอด มีตรรกะ วิธีคิดเชิงผู้บริหาร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน และวิสัยทัศน์ เปรียบได้กับผู้นำจีนคือ สิจินผิง

ผู้นำในยุคอนาคตต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความยืดหยุ่น สามารถกระจายผลประโยชน์ให้ทุกกลุ่ม มีการสื่อสารที่ดีในการทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาวิกฤติ และควรมีคุณสมบัติในการผ่านหลักสูตรนี้ด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

บอกว่าคนที่สองควรเปรียบเทียบกับเติ้งเสี่ยวผิง เพราะเป็นการ Transformation Leadership เพราะท่านกล้าไปพัทลุง

ถ้าวาง Plan ให้ดีจะเห็น Succession Plan ในอนาคต

การเป็นผู้นำที่ดีคือต้องเป็น Charisma เป็นผู้นำต้องมีความกันเองและลูกน้องต้องรัก

การเป็นผู้นำที่ดี ไม่ต้องพิสูจน์อะไรมาก ต้องรักเราและรักองค์กรด้วย

กลุ่มที่ 4

5.ยกตัวอย่างผู้นำระดับโลก และประเทศ 4 ท่านที่เป็น Role Model ของ ม.ทักษิณ อธิบายและยกตัวอย่างคุณสมบัติที่เหมาะกับ ม.ทักษิณด้วย

1.ต้องการคนดี

2. มีทักษะชีวิต เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด มีชีวิตที่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นงาน ร่างกายสุขภาพ ครอบครัว

3. มีความคิดเชิงธุรกิจ

4. กล้าหาญที่ต้องแสดงตัวตนออกมา ต้องกล้าที่จะทวนกระแสเพื่อความถูกต้อง แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจึงประสบความสำเร็จ

การคัดเลือกบุคคลที่เป็นผู้นำระดับโลกใช้วิธีการ Vote

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อยู่ในใจของเราคือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นบิดา เป็นพ่อ นำประเทศผ่านพ้นวิกฤติต่าง ๆ มาได้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • มูฮัมหมัด ยูนูส เป็นนายธนาคาร ให้กู้แก่ชาวบ้านที่ยากจน เลือกจากการวิเคราะห์จากความจริงคือ มหาวิทยาลัยท้องถิ่น อยู่ในส่วนภูมิภาค คนที่มาเรียนเป็นรากหญ้า เป็นลูกหลานเกษตรกรเป็นหลัก เวลาสอนจึงคิดว่าเขาต้องมีโอกาส และต้องให้การสนับสนุนเขา ต้องให้โอกาสเขาในการเติบโตขึ้นมา ทำให้การศึกษาสมบูรณ์ ทำให้การศึกษาทำให้ชีวิตเขาดีกว่า
  • Mark Zuckerberg มีการเลือก Vote กับ Steve Job แต่ไม่ Vote Steve Job เพราะใช้ชีวิตไม่สมดุล Mark Zuckerberg ได้มองว่าใบปริญญาไม่สำคัญ แต่มีแนวคิดที่จะเปิดโลกให้กว้างขวาง ได้ศึกษาจาก Facebook แสดงให้เห็นถึงการคิดนอกกรอบ อย่าง ม.ทักษิณ อยู่ท่ามกลางการแข่งขัน มีลักษณะเฉพาะ ถ้าเราไปทำอย่างคนอื่น เที่ยวบินหรือช่องว่างห่างกันมากจึงทำให้เราต้องมีความคิดนอกกรอบคือสร้างความแตกต่างและสะเทือนท้องถิ่น และประเทศ
  • Jack Ma จากนิตยสาร Folk ระบุว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุด แต่ที่เลือกไม่ใช่เพราะเขาร่ำรวย ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงวัย ดังนั้นน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ มหาวิทยาลัยหาวิธีการว่าเราจะเสนอการเรียนการสอนแบบที่เหมาะสมกับประชากรผู้สูงอายุอย่างไร เช่น Degree online อย่าง Jack Ma บอกว่าเราควรจะเรียนจากคู่แข่ง แต่ไม่ลอกเขา เพราะถ้าลอกเขาเราจะแย่ เราต้องไม่ดูว่าเขาเก่งกาจสามารถอะไร แต่ดูว่าเขาทำอะไร แล้วคิดแบบวิธีการของเรา คือ ท้องถิ่น วัฒนธรรมเข้มแข็ง และมีทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ยินดีที่ในห้องมี แนวคิด Globalization และมองถึงความสมดุล คือเป็นทั้งแนวกว้างและลึก และมีการ Balance อย่างดี

กลุ่มที่ 5

1.ภาวะผู้นำกับการจัดการทุนมนุษย์ เรื่อง ปลูก เก็บเกี่ยว และ Execution จะประยุกต์กับมหาวิทยาลัยทักษิณอย่างไร?

เรื่อง Context , Competency , Motivation ที่ใช้กับองค์กรอย่างไร

ใช้ในการแก้ปัญหาและผลักดันองค์กร

การดึงประเด็นของอาจารย์เลือกในส่วนที่เป็นปัญหาปัจจุบันคือเรื่องการวิจัย มีเรื่องสัดส่วนคือผลงานทางวิชาการน้อยคือประมาณ 20% คือองค์กรที่เป็นบุคคลมีผลงานวิจัยน้อย ก็ไปกำหนดส่วนเป้าหมายปลายทางว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร

Output คือจะแก้ไขปัญหาวิชาการที่ตกต่ำ มีสัดส่วนวิชาการเพิ่มจาก 30% องค์กรต้องทำให้เกิดให้ได้ และทำให้สำเร็จให้ได้

การพัฒนาศักยภาพตัวบุคคลหรือองค์กร จะพัฒนาศักยภาพของตัวบุคคลในมหาวิทยาลัยของเรา การปลูกต้นไม้ต้องอาศัยบุคลากรของเรา การพัฒนาทุนมนุษย์ต้องให้ความรู้ ความสามารถ เทคนิค ให้มีทักษะความสามารถยิ่งขึ้น

การพัฒนาจริยธรรมในการทำผลงาน ประเด็นใหญ่คือเราไม่รู้ว่าอะไรขาวหรือดำ อยากให้มีการพัฒนาที่ถูกต้องได้

ใช้ทุนในการพัฒนา IT เนื่องจากมีบทบาทในการแสวงหาความรู้ ต้องมีทุนทาง IT ในการเข้าถึง ให้มีการพัฒนาทุนแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต

อย่างไรก็ตามการพัฒนา หรือปลูกต้นไม้ไม่สามารถปลูกได้เอง ต้องมีบริบท หรือตัวขับเคลื่อนในองค์กร ต้องมี Happiness มีการจัดบรรยากาศทางวิชาการ การสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ การจัดเวทีสัมมนาที่ต้องมีความต่อเนื่องเป็นประจำ อาจเป็นสัปดาห์ หรือเดือนเพื่อสร้างความต่อเนื่อง

การสร้างความยกย่อง เชิดชู ให้เกียรติ บุคลากรดีเด่น ให้บุคลากรตระหนักทางวิชาการให้เกิดความต่อเนื่อง

ตัวขับเคลื่อนองค์กรที่เหมาะสม เมื่อมีการพัฒนาเหมาะสมจะก่อให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ปลูก คือ HRD เรียกว่าการสร้างสมรรถนะ แต่เราต้องอยู่ในองค์กรคือ Context

Culture แต่ละองค์กรขึ้นอยู่กับเกิดมาเมื่อไหร่ เกิดมาอย่างไร และทำอะไร สิ่งที่ต้องทำคือต้องพยายามทำให้รอด Survive และปรับปรุง ๆ ให้ชนะเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยไปชนะใหญ่ ๆ ในอนาคต

การสร้าง Value Chain ของ Knowledge เกิดขึ้นแล้วในตอนแรก

อยากให้รู้ว่าปลูกอย่างเดียวไม่พอ จะหาทางเก็บเกี่ยวได้อย่างไร ยกตัวอย่างในการเกษตร เมื่อปลูกต้องใส่ปุ๋ย และดูแลอย่างดี อย่างในวงกลมที่ 3 วิชาการยุคใหม่คือความสุข Inside การมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ยอมรับซึ่งกันและกัน และต้องไปสู่จุดที่ชนะให้ได้ Networking Skill หรือ Social Capital ต้อง Base on Social Benefit

ปัญญาไม่ได้อยู่ที่ประกาศนียบัตรที่ได้ แต่ปัญญาอยู่ที่การ Debate ในห้อง

Motivation ในยุคต่อไปคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความมีอิสระ ความมีเกียรติ การมีความสุข

Creativity Innovation ต้องมากับ Ethics ต้องผสมกับ IT และการตลาดถึงจะข้ามศาสตร์

หลักสูตรนี้ช่วยมหาวิทยาลัยและคณะอย่างไร ช่วยมี Project วิทยาศาสตร์ ระหว่างสงขลา กับพัทลุง แต่อย่าลืมว่าการสร้าง Networking ต้นทุนต้องต่ำด้วย ขอให้ใช้ประโยชน์แบบนี้ให้มากที่สุด

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

Process ใน Chira Way คือ Learn Share Care

การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดี เกิดความเข้าใจ และเกิด Wisdom องค์ความรู้ใหม่ อย่างการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ แนวคิดใหม่ วิสัยทัศน์ ได้มาจากแรงบันดาลใจ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ ทักษะ และขณะนี้ได้เกิดสิ่งที่อาจารย์จีระเรียกว่า Capture ไว้แล้ว

งานที่ต้องทำคือการพัฒนาตามแนวรพระดำริฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึงถึงไม่มีความคิดสร้างสรรค์แต่ก็จะได้ Value Added แน่นอน



สรุปการบรรยายวันที่ 23 มกราคม 2559

วิชาที่ 3

วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของมหาวิทยาลัยทักษิณ

โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ปัจจัยทั้งโอกาสและความเสี่ยงในอนาคตในช่วงเช้าจะเป็นลักษณะ Interaction Plenary ในเช้าวันนี้จะเป็นการมองจากคนข้างนอก ถ้าธุรกิจอยากทำเรื่องคนต้องมี Inter Media

Moment ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในระยะยาว อยากให้นึกถึงบรรยากาศที่เรียนรู้และสร้างเป็น Value Chain ให้ได้

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ดูแผนพัฒนาของม.ทักษิณ และศึกษาจากคนในพื้นที่ที่อยู่ในพัทลุง สิ่งแรกที่เข้าใจจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน (Current Situation) คือ

  • Distance doesn’t matter - ระยะทางไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว อย่างในกรุงเทพฯ สมัยก่อนอาจจะมาก
  • History doesn’t matter - ตัวอย่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพิ่งได้เปิดตามมติ ค.ร.ม. ในขณะที่มหาวิทยาลัยทักษิณ มีประวัติศาสตร์ ได้ร่วมกับวิทยาเขตและ มศว. อย่าง ม.นเรศวร ม.บูรพา และวิทยาเขตที่ภาคใต้สงขลาเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณ จึงขอถามว่า คนจะรู้จักประวัติหรือไม่ว่า ม.ทักษิณเกิดเมื่อไหร่
  • Autonomy doesn’t matter – เมื่อทุกมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ไปเอกชนตามใจชอบไม่ได้ แต่ ม.บูรพาเอาเงินมาจ่ายให้บริษัทบูพา ประกันภัย เข้าได้ทุกโรงพยาบาลเอกชน เป็นตัวอย่างออกนอกระบบอย่างแท้จริง และได้ใจบุคลากร ดังนั้นจะทำอย่างไรเมื่อทุกคนออกนอกระบบหมดแล้ว
  • Over supply – We do too วันนี้เกิดปัญหาขึ้น ทุกมหาวิทยาลัยไปเปิดคณะที่ทำเงิน ทุกคณะเกิดการแข่งขันสูงมาก สิ่งที่ต้องทำคือ What’s different และ What make up different

คำถามคือ การมีมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ไม่ใช่ปัญหาเรื่อง Logistics อีกต่อไป คือถ้ามี Supply Low cost เยอะขนาดนี้และค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานถูกลง จะง่ายในการเดินทางจากใต้ขึ้นกรุงเทพฯ เมื่อเป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ โลกจะแคบลง โดยเฉพาะ Low cost Airline กับรถไฟรางสูง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้มาก ๆ มหาวิทยาลัยภูมิภาคจะหมดความหมาย เพราะคนมีความต้องการที่จะไปเรียนในกรุงเทพฯ หรือ มหาวิทยาลัยชั้นนำมากขึ้น

การเปิดมหาวิทยาลัยขึ้นมา ขอถามว่าจะได้เด็กเป็นหัวกระทิหรือไม่ เนื่องจากโลกแคบลง

คืออยากให้เลิกคิดเรื่องตำแหน่งที่ตั้งอีกต่อไป ถ้าคนข้างนอกไม่เรียนแล้วคนในพื้นที่จะมาหรือไม่

ตราบใดที่ไม่คิดป้องกันสนามหน้าบ้านได้ อย่าคิดเลยว่าจะเป็นพื้นที่ของเรา ยกตัวอย่างการเรียนที่ ไอโอวา ได้มีการศึกษาว่านักเรียน Top 100 อยู่ที่ไหน แล้วเขาต้องเข้ามาเรียนที่เขาให้ได้ มหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จอยู่ที่คนไม่ได้อยู่ที่ตึก

ลองเปรียบเทียบบางครั้งคนส่วนใหญ่เลือกจะไปเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะมีโอกาสที่จะได้

มีอาชีพ มีงานทำด้วย

วันนี้สิ่งที่มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยทักษิณ คือ เรื่องการศึกษา คือ คณะศึกษาศาสตร์ ดังนั้น วันนี้การพัฒนามหาวิทยาลัยของเราอาจจะต้องดูประวัติศาสตร์และความเก่งของเราด้วย เพราะการที่เราไปเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่เบสิกของเราเลยมันยากมาก

การได้เงินส่งเสริมและสนับสนุนจะสูง สิ่งที่ตามมาคืออะไรให้ใช้ทรัพยากรมุ่งสู่ตรงนั้น คณะศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ – Life Cycle จะถูกของมัน

ประเด็นความท้าทาย

  • การสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันหรือความได้เปรียบ
  • รายได้ส่วนใหญ่หรือบุคลากรส่วนใหญ่อยู่ใน S-Curve เดิมคือสังคมศาสตร์ แต่ที่จะสร้างใหม่คือทางด้านวิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
  • แบรนด์สำคัญมาก ให้ดูว่าคน Recognize มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่จะวาง Positioning จะวางอย่างไร ในระดับ Regional คือภาคใต้ National ระดับประเทศ International ระดับนานาชาติ ก็ว่าไป ยกเว้นว่าคิดแบบแม่ฟ้าหลวงคือเป็น International ทั้งหมดคนก็จะวิ่งเข้ามาเป็น International ทั้งหมด แต่ถ้าคิดแบบบางมดคือ มีบางโปรแกรมเป็น International ถามว่าจะ Work หรือไม่

Rely on the own case curve – เกิด โต แก่ เจ็บ ตาย ดูตัวเลขแล้วจะเห็นว่าจำนวนนักศึกษาลดลงอย่างมีนัยยะ คือตัว S Curve จะอยู่ช่วง Maturity และอีกอันอยู่ที่ Declining , Why the new S-Curve Being Stage 1

สภาพของ ม.ทักษิณ เหมือน Middle income Trap และตัวใหม่จะทันหรือไม่

ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ นับที่ Gap Student

ดูตัวเลขจำนวนนักศึกษาปี 2552 – 2558 ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ แต่พัฒนาการจะตกลง ไม่มีเชิงพลวัตร ในการเห็นนักศึกษาที่มากพอ

จำนวนนักศึกษาไม่เพิ่มขึ้น

ถ้าจะเป็นเลิศทางด้านวิชาการจำนวน Gap Student จะต้องเพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนนักศึกษาโดยรวม คือ Output ที่เป็นเด็กขึ้นมาไม่ Significant ปริญญาตรี Drop ลงมา

ความท้าทายอยู่ที่ว่าเราจะหยุดเลือกไหลได้อย่างไร งบประมาณก็จะต่ำลงมา

อยากขอให้อาจารย์ทุกท่านพิจารณาว่าช่วงนี้โตหรือไม่ หรือเป็นช่วงเจ็บ ตก ต่ำหรือไม่ ยาวิเศษที่รอไว้ไม่ออกมาจริง ๆ สิ่งนี้เป็นภาพของนักศึกษาที่ลดลงอย่างมีนัยยะ จากด้านสังคมศาสตร์ 3,700 คนเหลือ 3,000 คน อย่างวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก็ลดลง สิ่งที่อยากจะบอกคือ S- Curveตัวใหม่ ไม่ได้ช่วยนักศึกษาตัวเก่าเลย

คณะด้านสังคมศาสตร์ต้นทุนอาจไม่เยอะเท่านั้น เปรียบเทียบด้านบัณฑิตศึกษาก็ลดลง ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการจะได้อย่างไร อาศัย GAP Student ช่วยทำ ต้องหา Loop ที่จะหมุนขึ้นไม่ใช่เป็น Loop ที่หมุนลงเหมือนพวกเรา

ปริญญาโทลดลง ปริญญาตรีลดลง ปริญญาเอกไม่เพิ่ม แสดงถึงภาพรวมลดลงทุกขณะ มหาวิทยาลัยในภาพรวม Declining เป็นลักษณะทรงแต่ไม่ Growth

วิทยาศาสตร์สุขภาพ และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไม่เพิ่มอย่างมีนัยยะ มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนักศึกษาปริญญาตรีเป็นหลัก

ผลทางด้านวิชาการก็จะลดลงอย่างมีนัยยะ

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

มนุษย์เมื่อมีวิกฤติ จะต้องแก้ แต่เราจะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

การมาที่นี่จะเป็น Partner และพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง

ในอนาคตอาจารย์จีระจะมีส่วนช่วยให้มหาวิทยาลัยก้าวไปข้างหน้า

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ม.ทักษิณ สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันคือไม่ค่อยมีคนรู้จัก และลดลงเรื่อย ๆ ดูได้จากจำนวนนักศึกษาที่ลดลง และการปั้นงานทางวิชาการยังไม่เป็นนัยยะ

ร่วมระดมความคิดเห็นชี้แจงประเด็นท้าทาย

กลุ่มที่ 5

ทุก ๆ อย่างที่อาจารย์พูดมาเห็นด้วยทุกเรื่องและยอมรับว่าเราอยู่ใน Stage ที่ Decline เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้อยู่รอดในข้างหน้า

จำนวนนิสิต มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ในกระบวนการผลิตครู มีอะไรบางอย่างที่เข้ามาบีบไม่ให้เพิ่มจำนวนนิสิตในระดับปริญญาตรีได้ ถ้าจะเพิ่มจำนวนห้องต้องเพิ่มจำนวนอาจารย์ได้เช่นคณะศึกษาศาสตร์มีการจำกัดครูต่อนิสิต

ตัวเลขที่คนอยากเรียนคือบริหารการศึกษาสมัคร 400-450 คนแต่รับได้แค่ 100-120 เท่านั้น ด้วยอาจารย์ที่จำกัด คือถ้าจะเพิ่มจำนวนต้องเพิ่มอะไรอีกหลายอย่าง

ประวัติศาสตร์มาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การศึกษา อยากให้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์เติบโตไปพร้อมกัน แต่อาจเห็นได้ไม่รอบทิศอาจเห็นแค่มิติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี แต่ต้องมองที่คณะมนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ ต้องปรับตัวเองอะไรให้โดดเด่นให้ได้

การออกนอกระบบมีอะไรที่เป็นกติกาที่ดีเยอะ แต่บางสิ่งบางอย่างยังออกมาไม่ได้ ต้องมีการคุยกันในเชิงลึกอีกที

ในส่วน Over Supply จะบริหารอย่างไรให้มี วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีก้าวหน้าเพิ่ม แต่ทางด้านสังคมศาสตร์ยังติดปัญหาอยู่จะทำอย่างไรให้ก้าวหน้าไปได้

Growth Supply สถานการณ์คือมีมหาวิทยาลัยมากขึ้นแต่จำนวนนักศึกษาลดลง สิ่งที่เป็นห่วงคือม.ทักษิณคล้ายการบินไทย แต่พระจอมเกล้าพระนครเหนือคล้ายสิงคโปร์แอร์ไลน์

กลุ่มที่ 3

นักศึกษาทางใต้ถ้ามีโอกาสหรือฐานะดีจะเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ปัญหาเรื่องนิสิตทางใต้จะเลือกไปกรุงเทพฯ หรือบางแห่งไปเชียงใหม่ ทุก ๆ มหาวิทยาลัยจะเจอเหมือนกันหมด รวมถึง ม.อ. และ ม.นราธิวาส แต่เราจะดึงคนเก่งได้อย่างไร

คณะใหม่ Impact ยังไม่เกิด คือ S-Curveตัวใหม่จริง ๆ ยังไม่ได้ช่วยตัวเดิมมากนัก กำลังจะเปิดสาขาด้านยาง และพลังงานซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ภาคใต้ แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปีถึงเดินต่อไปได้

มีบ่อยครั้งที่เห็นตัวเลขสถิติแต่มองผ่าน ขอบคุณที่ดึงสถิติเข้ามาสะกิดใจเราอีกครั้ง ตัวเลขนักศึกษาที่ลดลง ได้ลดลงจริงมีการเพิ่มนักศึกษาจากปี 48 4,000 คน เป็นปี 50 จำนวน 8,000 คนแบบก้าวกระโดด มีตัวเลขนักศึกษาอยู่กว่า 15,000 คน แต่ถ้าดูสัดส่วนระหว่างนิสิตกับอาจารย์

เด็กมัธยมหรือวัยที่เข้าอยู่ช่วงอุดมศึกษา ได้ถูกกรองเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย

ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพด้วยข้อจำกัดวิชาชีพ ต้องมีการจำกัดจำนวนคนเนื่องจากต้องสอดคล้องกับครูที่มีในมหาวิทยาลัย

จำนวนในภาพรวมพอดี แต่ถ้าดูที่บางศาสตร์อาจมีน้อยกว่าอีกบางศาสตร์

กลุ่มที่ 4

สิ่งที่ผศ.พงศ์ชัยเสนอตัวเลขเห็นด้วย แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า Small is Beautiful ทำเล็ก ๆ แต่ดี ๆ อยากให้มีคณะที่เก่ง และมีคณะที่สอดคล้องต่อการพัฒนาประเทศ ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่มีคนยอมรับ

ปัญหาที่ม.ทักษิณ คือเรื่องค่านิยม และมีการงานทำ จึงต้องทำให้นิสิตเชื่อได้ว่ามาเรียนและมีงานทำ เน้นการฝึกงาน วิสาหกิจศึกษา ไม่ต้องรับเด็กเยอะ แต่จะมีการฝึกงานต่างประเทศ มีการเรียนร่วมกับต่างชาติ อาจไม่รับเยอะ แต่เด็กมีคุณภาพ และทำงานทุกคน

อาจารย์ที่จบมาส่วนใหญ่จะอยู่ที่สาขาตัวเอง ไม่ได้สร้างสาขาใหม่ แต่เป้าหมายคือนิสิตมีงานทำ อาจารย์ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และมีการรวมเครือข่ายให้มีจุดเด่นทำอะไรสักอย่าง

ดร.จีระ เสริมว่า ต้องเป็น Small ที่มี Brand ด้วย

กลุ่มที่ 1

คณะเทคโนโลยีเปิดได้ 10 ปี จำนวนนิสิตมีน้อย ช่วง 10 ปีที่ผ่านมานิสิตมีเพิ่มในช่วงหลัง ๆ นิสิตเพิ่มมา 120 ประเด็นหลักคือการรับนิสิตมีการเริ่มไปปักธงใน Betagro และ CP ในช่วง 10 ปี สร้างตัวเองขึ้นมา ด้วยความได้เปรียบของพื้นที่ด้วยการจัดการศึกษา มีประเด็นเรื่องกระบวนการรับนิสิตของมหาวิทยาลัยเรายังไม่ Flexible ดังนั้นการรับนิสิตควรมีการยืดหยุ่นมากกว่านี้

เราต้องมองว่านิสิตที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นนิสิตที่มีรายได้น้อย ส่วนคนที่มีฐานะจะขึ้นไปที่กรุงเทพฯ อีกสิ่งหนึ่งคือ ถ้าเศรษฐกิจทางบ้านไม่เอื้อ ถ้าอยากเรียนอย่างหนึ่งก็ไปไม่ได้ นิสิตที่มาเรียนที่นี่คือมีฐานะพอเข้ามาเรียนได้ มีการกู้เงิน กยส.มาเรียน และบางรายก็มีการผ่อนผัน บางรายอาจต้องออก

อยากให้ในระหว่างเรียนหารายได้ด้วย อยากให้กลับมาดูค่าเทอมนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่นิสิตมีฐานะทางการเงินพอส่งค่าเรียนได้

มหาวิทยาลัยมีข้อจำกัด เราจะต้องสามารถแก้ข้อจำกัดไปทีละเรื่องที่ทำได้ ต้องทำไปบนข้อเท็จจริง

ข้อมูลเป็นความจริงทั้งนั้น แต่ทำอย่างไรให้แก้ปัญหาวิกฤติเหล่านี้ให้ได้ บุคลากรพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าหรือไม่ ทุกคนเก่ง แต่ต้องมีแรงกระตุ้น แรงผลัก แรงดันที่เขาก้าวไปข้างหน้า

เรารู้ What แต่เราไม่รู้ How

กลุ่มที่ 2

ด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นจุดเด่นของมหาวิทยาลัยทักษิณ ไม่ใช่แค่ภาคใต้แต่เป็นระดับภูมิภาคและประเทศ เช่นจะมีการจดลิขสิทธิ์โนราห์ได้นำทักษิณไปจดสิทธิบัตรโลโก้

การปรับตัวยังไม่ได้มีการเพิ่มเท่าที่ควร

ระบบการศึกษาของชาติ กระแสหลักคืออะไร ถ้าเราทำตามคนอื่น จะเป็นอย่างไร การเคลื่อนของกระแสหลักของโลกเร็วมาก ถ้าอยู่ในกระแสหลักคือผลิตบัณฑิตเข้าสู่วิชาชีพ แต่เขาจะมีพื้นที่นอกทำงานหรือไม่ เราต้องสร้างพื้นที่ให้เขาทำ เกิดอาชีพนอกกระแส คือสิ่งที่ ม.ทักษิณต้องทำ เราต้องมองให้ลึก เราต้องมองศิลปวัฒนธรรม ชีวิตของคน ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ที่จะสร้างความยั่งยืนในอนาคต

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ให้ดูจากการทำปริญญาเอกสาขาด้านวัฒนธรรมที่ม.มหาสารคาม

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

ต้องมีมาตรฐานครู แต่ติดใจที่มีบางสาขาคือ มีคนต้องการเลือกเราเยอะ แต่เรารับได้ไม่มากในขณะที่บางสาขาลดลง การดำเนินการจะทำอย่างไร

ชอบที่อาจารย์บางท่านพูดว่าเราจะกระโดดข้ามได้อย่างไร ตัวอย่างในเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีอาจารย์คณะวิศวะไม่ช่วยตั้ง IT และอุตสาหกรรม แต่ที่ม.ทักษิณ พี่ใหญ่คือคณะศึกษาศาสตร์ แต่อาจไม่ได้ In line กับสาขาอื่น

Small is Beautiful ที่ ม.ทักษิณอาจยากกว่าของ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

บุคลากรทำมากกว่า 1 Domain ต้องทำลายกำแพง เช่นบอกว่ามีคนรับได้เยอะแต่รับไม่ได้ บางคณะรับได้น้อยลง แสดงว่าเราแยกผังในการรับ แต่ที่เป็นประเด็น

ถ้าไม่ทำ Market Survey ดี ๆ การเปิดหลักสูตรอย่างไรก็ไม่ตรงเป้า ผิดกับ ม.ขอนแก่น และม.เชียงใหม่ ที่มีคนกรุงเทพฯ ไปเติม

ตอนเริ่มแรกการเปิดสาขาโลจิสติกส์ยังไม่มีคนเรียน ต้องมีการขับรถไปสอนในหลาย ๆ ที่แต่ตอนหลังได้เริ่มเป็นที่สนใจ และถ้าวันนี้เราเปิดสาขาที่คนอื่นไม่มี (Differentiate) เราจะไปได้ แต่เราจะทำอย่างไร

ในวันนี้ GAP คืออะไร ม.ทักษิณ ที่จะส่งคนไปเรียนต่อเมืองนอกหรือที่อื่น แต่ถามว่าเราจะต่อยอดอะไรใหม่ ๆ หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการอิงกระแสหลัก แต่ไม่สามารถต่อยอดได้

สรุปคือขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ใช่รู้ What แต่ไม่รู้ How to แต่ก็ต้องรู้ What ให้ชัดก่อนถึง How to ไปได้

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

ชอบประเด็นเรื่องอาชีพนอกกระแส ที่ไม่ทำเหมือนคนอื่นเขา เพราะเป็นสิ่งที่ทำอยู่ จบปุ๊บแล้วรวย แล้วให้ชาวบ้านสร้างความมั่งคั่งทั้งหมู่บ้าน แล้วต่อยอดไปประเทศ ใช้ทุนทางวัฒนธรรมต่อยอดเรื่องผักกาด เรื่องนกกระเต็น เรื่องสัตว์วิทยา มีการต่อยอด โยงเรื่องเศรษฐกิจการเมือง การปกครอง เป็นเรื่องความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม

ที่ชอบสงขลาคือ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และได้ลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำโครงการในพระราชเสาวนีย์ต่อยอด มีการทำเรื่องกอแระ และความงดงามตามวิถีประมง เรื่องสิ่งทอ และการต่อยอดต่าง ๆ

บนฐานความเชื่อทางทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นทุนสูงสุดของชาติ เป็นโครงสร้างการป้องกันการล่มสลาย เป็นศูนย์กลางทางตะวันออกกลางโดยมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์

การเปรียบเทียบที่พลาดที่สุดคือ Labor Intensive ไปแข่งขันกับเขาทั้ง ๆ ที่เรามีทุนอยู่ ทั่วโลกที่ไปต่างประเทศเขาชื่นชมสุด ๆ

ยิ่งนานวันวัฒนธรรมยิ่งเพิ่มมูลค่า แต่สิ่งที่เราไม่ได้ไปแต่คือการต่อยอดหรือ Benefit

ชอบเรื่อง Less is more และอาชีพนอกกระแสที่มีผู้แทนกลุ่มในห้องเสนอ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่อยอดทุนปัญญาเดิม มีการทำบาติกบนผ้าไหมทำให้ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสยอม (เมดิเตอเรเนียน)ยอมจ่ายเงินบาติกบนผ้าไหม 2,000 บาท ไทยเดินตามกระแสหลักอาจไปไม่รอด เพราะคนเริ่มเดินตามสัญลักษณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ

พูดถึงม.ทักษิณที่เป็นแหล่งหลอมรวมวิทยาการ ต้องมีการศึกษาเรียนรู้ตนเอง และป้องกันเพื่อให้ก้าวหน้าต่อไปได้

Landscape ของโลกเปลี่ยนไป ทฤษฎีที่สำคัญคือต่อรองกับ Center ถ้ามองจากภาพใหญ่ในฐานะผู้ผลิตบุคลากรของประเทศ ถ้า Landscape เปลี่ยนเราต้องเปลี่ยนตาม เราหลงไปกับ Labor Intensive เรื่องแรงงานราคาถูก อุตฯในยุโรปโตสุดขีดเขาจึงต้องเตรียมคนในการ Move เกิดการพัฒนาเป็นเขตอุตสาหกรรมทั้งหลาย เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายมหาศาล จากวิกฤติเป็น Land Lock ทุกอย่างต้องผ่านลาว เรียกว่าการวาง Positioning ที่ถูกต้อง ต้องมีการปรับตัวในตำแหน่งที่ถูกต้อง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือโครงสร้างประชากรศาสตร์เปลี่ยนแปลงไป ผู้สูงอายุมากขึ้น คนหนุ่มสาวน้อยลง อาจเป็นเหตุให้ทำไมคนเข้าศึกษาน้อยลง มีการศึกษาทำ Medical Hub ญี่ปุ่นเต็มเมือง

ความรู้ต้องสหวิทยาการ

ให้ลองศึกษาว่าเราเก่งอะไร ถ้าเราไม่รู้ว่าเราเก่งอะไรจะเทียบคนอื่นไม่ได้ ให้ปรับตัวเองว่าเก่งอะไรและต่อยอดให้ได้

ปัญหาที่เชียงใหม่คือ ชาวตะวันออกกลางต้องการพำนักระยะยาว แต่ไม่มีบุคลากรอิสลามที่รู้เพียงพอ

ถ้าหางานไม่ได้ว่าทำงานอะไร ต้องเป็นอาชีพนอกกระแส อย่างเช่นอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ขายของที่ต่างประเทศ

โอกาสผู้สูงวัยมากขึ้น ล้วนเต็มไปด้วยโอกาส ต้องมีการปรับตัวโอกาสใหม่ ๆ เหล่านี้

เสนอให้อาจารย์ที่อยู่ที่ภาควิชาท่องเที่ยวไปสิงคโปร์ ที่พบว่ามีรายได้จากการท่องเที่ยวต่างกันมาก

Why they buy? เราต้องถามว่าเขาซื้อเพราะอะไร กลยุทธ์ 4P’s เป็นแค่กลยุทธ์ เกิดตอน Mass Production ใครผลิตมากกว่ากัน ยิ่งผลิตมาต้นทุนถูกลง ควรเลิกด้วยแล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งน้อยยิ่งแพง ปัจจุบันต้องใช้ Why they buy? เมนูในหาดใหญ่เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง มีเรื่องราวอย่างใดสามารถรู้ได้หรือไม่ แต่ที่ฝรั่งเศสการจิบไวน์ รู้หมดเลยว่าผลิตปีอะไร ที่มาอย่างไร จึงทำให้ฝรั่งเศสเป็นที่หนึ่งด้านไวน์

ให้ลองถามตัวเองว่า Academic รับใช้สังคมอยู่หรือไม่

Tourism Academy at Sentosa มี Concept 3 ประโยค คือ

  • Real Action คือเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
  • Real People คือเรียนจากผู้รู้จริง เรียนจากมืออาชีพที่สำเร็จในสาขานั้น ๆ มาสอน ทำไมไม่จุดประเด็นแบบเชียงราย

สามารถทำสงขลาให้เป็น Southern Gateway to AEC พัฒนาผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม ทุนทางวัฒนธรรมเป็นจุดเริ่มต้น การสร้างความต่างทางวัฒนธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นคือความภาคภูมิใจจากวัฒนธรรมจากทุนเดิม

ฝากให้กับสายศึกษาศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ คือการพัฒนาให้เกิดความร่วมสมัยและสิ่งนั้นจะยั่งยืนในอนาคต ทุนทางศิลปวัฒนธรรมมากแล้วแต่จะพัฒนาได้อย่างไร ถ้าวิทยาลัยผู้ประกอบการวัฒนธรรมเปิด อยากให้เชิญดีไซน์เนอร์คนนี้มาช่วยเพราะสามารถนำวัฒนธรรมไปแพร่ทั่วโลก

ทุนทางเทคโนโลยีใหม่ตลอด แต่ทุนทางวัฒนธรรมยิ่งเก่าแก่ ยิ่งมีคุณค่าเอามาต่อยอดได้

โลจิสติกส์ ถ้าถามว่าผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่ไหนคือสิงคโปร์ เนื่องจากระบบโลจิสติกส์และ Information อย่างจีนที่จะซื้อคือจะยินดีจ่ายค่าความสด เป็นต้น คนจีนชอบใต้มาก ๆ แต่เข้าได้แค่ภูเก็ตแต่ไปต่อไม่ได้ ลองคิดดูแค่ทำ Map แผนที่ Food

ด้านความคิดสร้างสรรค์ มีทุนหลายพันปีแล้วแต่จะจุดเมื่อไหร่

Value Exploration คุณค่าแท้ของสังคมคืออะไร ที่ต้องทำมาก ๆ คือ ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีทั่วไปคือการลืมสร้างสิ่งใหม่ เอาความรู้เดิมมาขาย เช่นหนุนหมอนยางพาราจีนเชย ต้องหนุนหมอนยางพาราไทยเป็นต้น

ไทยโดนรุกทางด้านศิลปวัฒนธรรม จนรุกคาดไปแล้ว เรื่องที่โดนรุกมากที่สุดคือรุกทางด้านวัฒนธรรม

กระแสโลกกำลังกลับมาหาเรา ดังนั้นนิยามคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของผลผลิตเรา เราต้องนิยามให้ชัด ๆ ถ้านิยามผิดจะผิดเลย

ตัวอย่างหมู่บ้านแม่กำปองยั่งยืนแล้ว เด็กในหมู่บ้านนี้เรียนจนจบปริญญาเอกฟรี พึ่งพาตนเองโดยใช้ฐานทุนของตัวเอง วิธีการคือเอาความรู้ฝั่ง Academic ไปช่วย อย่างในยุคนั้นเป็นหมู่บ้านปาล์มเมี่ยง แต่พอเริ่มเลิกเคี้ยวเมี่ยง หนุ่มสาวออกจากหมู่บ้านขายเมี่ยงไม่ได้ เลยเอาความรู้ที่ถูกต้อง มีการส่งคณาจารย์ไปวิจัยให้ถูกต้องก่อนว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เช่นความมั่งคั่งระยะยาว หนุ่มสาวอยู่ได้ เลยคิดว่าถ้าไม่ปลูกใบเมี่ยงปลูกอะไรได้บ้าง เลยตั้งคอนเซปต์ใหม่ปลูกกาแฟ ห้ามถางป่า แต่ให้ปลูกป่า สิ่งที่ได้รับจากมูลนิธิโครงการหลวง คือ Objective วัตถุประสงค์ โครงการหลวงตั้งมาจากปัญหายาเสพติด ภัยที่ถูกคุกคามสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร เอาด้านตลาดไปด้วยไปทำแผนระยะยาว พอป่ากลับมา น้ำจะกลับมา ดินดี น้ำไหลในลำธาร เราต้องดู Why they buy? เกิดสหกรณ์กาแฟ และเมื่อนิ่งแล้วก็เกิดศิลปวัฒนธรรม

หมู่บ้านแม่กำปองได้ที่ 1 ของการท่องเที่ยวอวอร์ดของพาต้า ว่าเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

คุณค่าที่ให้ค่าคืออะไรที่เป็นคุณค่าแท้ที่เขายินดีจ่าย ได้กลับมาหาตัวการให้ความหมายได้

โลกเปลี่ยนความหมายสังคมพลวัตรไปมากแล้ว ถ้าแน่จริงทำสงขลาให้เป็น Global City

สิ่งที่อยากฝากไว้คือ Demand Management, Value Exploration, Value Creation ที่เป็นคุณค่าแท้ที่นำมาต่อยอดจริง ๆ และสู่ Value Delivery จะส่งมอบอย่างไร

เป็นการมองด้านวัฒนธรรมเดิมสู่การสร้างสิ่งใหม่

ในม.ทักษิณ Core Competency คือความเก่งเดิมคืออะไร และความเก่งใหม่คืออะไร และถ้าให้ดีนำมาไขว้กันได้หรือไม่ อย่างการทำ IT Information ทางการแพทย์ ทำ Software เกี่ยวกับการ Run ทั้งหมด

สรุปคือเราต้องจับประเด็นให้ถูกต้องและจะทำให้เราเติบโตได้

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

กล่าวว่าที่อาจารย์ณรงค์ศักดิ์พูดจะ Apply กับ ม.ทักษิณอย่างไร การกระตุ้นให้ห้องนี้เป็นเลิศต้องอยู่ที่ความมุ่งมั่น และการนำความรู้เหล่านี้ไปต่อยอด อย่างไรก็ตามตัว Demand Side สำคัญที่สุดเพราะให้ผลิตในสิ่งที่ต้องการ

ใน Sense ของมหาวิทยาลัยถ้าจะเสนอ Workshop เสนอให้เป็น Practical Information ให้อดทน บ้าคลั่ง

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

สรุป แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 2 ประเด็นสำคัญอยู่ที่ Talent เช่นถ้าทางคณะแพทยศาสตร์จะต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้สูงวัย จะจ้างLap วิจัยดีหรือไม่ ทางการแพทย์สำหรับผู้สูงวัยไปช้ามาก แต่โชคดีที่เชียงใหม่เริ่มขยับแล้ว ได้ไปสู่ต่างประเทศ และผู้ประกอบการต่อยอดเรียบร้อยแล้ว ในด้านอาหารมีคณะแพทยศาสตร์จับกับ Food Science สร้างอาหารสำหรับผู้สูงวัย สู่การสร้างความมั่งคั่งให้เกิดการเติบโตต่อไปในอนาคต อย่างเช่น หมู่บ้านแม่กำปองมีสหกรณ์ในหมู่บ้าน 4 สหกรณ์ มีเด็กจบปริญญาเอก ไม่ต้องตัดป่า มีความยั่งยืน รายได้ต่อคนมากกว่าปริญญาเอก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ Information Technology

อันไหนที่ไม่เก่งให้ไป Network มา วิทยาลัยด้านออกแบบมีความชัดเจนมากขึ้น เราอยู่ภาคการศึกษาให้ภาคเอกชนไปจับมือเป็น Design for Tourism

Information Technology as a enable

Creative Driven Economy ประกอบด้วย Talents ,Value Creation, Wealth, Constructive Environment

Competitive Networking ประกอบด้วย เอกชน รัฐบาล การศึกษา

วิชาที่ 4

Case Studies and Intensive Management Workshop (1)1

TSU : Vision-Opportunities and Risks Management

โดย รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

1.สูญเสียขีดความสามารถทางการแข่งขัน

2. การใส่Program ลงไปอยู่ในช่วง Declining

3. เรื่อง Brand หรืออัตลักษณ์ที่ทุกคนได้เห็นอย่างโดดเด่น อย่างอ.ณรงค์ศักดิ์เห็นถึงอัตลักษณ์เชิงศิลปวัฒนธรรม แต่ ผศ.พงศ์ชัยเห็นเรื่องความเป็น มศว.เก่า

สิ่งที่อยากพูดในครั้งนี้จะมีทั้ง Quantity และ Quality ต้องมีการเปลี่ยน Paradigm โครงการสร้างอาจารย์ต้องจบที่สูงขึ้นอีก ถ้ามีคนน้อยต้องใช้คนที่เป็นเหมือน Super man ถึงทำได้ ไม่อย่างนั้นต้องเป็นทีมใหญ่ ที่เป็นพี่ใหญ่ยังอยู่ที่คณะศึกษาศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ น้ำหนักยังตกอยู่ที่ Paradigm เยอะ จึงไม่สามารถตอบโจทย์ได้ แต่ถ้าปล่อยเป็นแท่ง ๆ และข้ามแท่งก็ยังเติมไม่ได้ มีหลักด้าน Quantity และ Quality ที่ต้องดู

ด้าน Finance มีปีนึง 1,400 ล้านบาท

เราได้เงินส่วนใหญ่จากรัฐบาล ไปลงโครงสร้างพื้นฐานกับ Campus ที่สร้างลงไป เป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถเลี้ยงเงินด้วยตัวเอง จึงอยากไปเติมปิรามิดข้างล่างมากกว่า ส่วนยอด
ปิรามิดก็ไปแข่งกัน

เรื่องลงทางด้านการศึกษารัฐบาลยังไม่ได้ไปพูดเรื่องการปรับโครงสร้างพื้นฐานการศึกษาจะทำอย่างไร ส่วนใหญ่ไปลงในด้านเศรษฐกิจ

เรื่องการเงินได้จากงบประมาณแผ่นดินและค่าการศึกษาเป็นหลัก

เรื่อง Imbalance Situation คือความเป็นวิทยาเขต ตัวแม่อยู่ที่สงขลามีพื้นที่ 140 ไร่ แต่พื้นที่ที่กว้างอยู่ที่พัทลุงมี 4,000 ไร่ แต่ใช้จริงน้อยมีชาวบ้านลุกล้ำเข้ามา และบุคลากรส่วนใหญ่อยู่ที่ Main Campus สงขลา แต่เงินงบประมาณที่ใส่ลงไป ถามว่าจะลงเท่าไหร่เพื่อให้ออกดอกออกผล

สรุปคือ งบประมาณและค่าใช้จ่าย Imbalance ได้ลงไปเยอะ แต่สิ่งที่ย้อนกลับมายังไม่เท่าที่ควร มีมหาวิทยาลัยใหม่ที่เกิดการควบรวมก็เป็นประเด็น

ทีมงานอยู่ที่นักวิจัยเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นทำอย่างไรที่จะแสดงให้เห็นว่าม.ทักษิณ คือมหาวิทยาลัยคุณภาพและมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างที่ตั้งไว้

บุคลากรยังกระจุกตัวที่คณะสังคมศาสตร์อยู่ 300 ท่าน เงินงบประมาณที่ได้อุดหนุนจากภาครัฐประมาณ 58.8 % สรุปวันนี้ค่าใช้จ่ายคนหมดไป 55 % แต่คนลงทุน Growth 24% ใช้เงินวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี 818 ล้าน ด้านศึกษาศาสตร์ 400 กว่าล้าน ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ 500 กว่าล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่ Balance

งบประมาณทุกหมวดจาก ปี 56-58 ต่ำลงมาแสดงว่าการหารายได้ต่ำลง ไม่ว่าจะว่าอย่างไรจะรับนักศึกษาหรือไม่ งบประมาณตกลง และสิ่งที่สะท้อนอีกเรื่องคือประสิทธิภาพการใช้เงิน ไม่ทำให้เกิด Output เป็นหลักการบริหารเศรษฐศาสตร์เป็นหลัก หมายถึงไม่ทำให้เกิดกิจกรรมที่ควรจะเกิด

คนก็เหมือนกันเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่รักองค์กร จะมีลักษณะคือเฉาไปหรือยกไปอยู่ที่อื่น

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

สิ่งที่อาจารย์ทั้งหลายต้องตระหนัก ประเด็นท้าทายหลักคืองบประมาณที่เท่าเดิมหรือต่ำกว่าจะบริหารจัดการอย่างไร

รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ

การบริหารความเสี่ยง : ประสบการณ์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์

Business Management

เวลาพูดถึงองค์กรใหญ่มีอะไรบ้าง เรื่อง Risk

  • Market / Reputation R. การศึกษาปัจจุบันชัดเจนว่าเรายุ่งอยู่กับ 20-30 ปี แต่ถามว่าจบเอกแล้วสามารถไปทำได้หรือไม่ เราเตรียมความพร้อมลูกค้าของเราในอนาคตอย่างไร
  • Financial R.
  • Operational R.การสร้างโอกาสจากความแข็งทางการศึกษา การสร้างคนเป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย
  • Strategic R. ประเทศไทยยังไม่รู้ว่าอุดมศึกษาของประเทศไทยควรจะทำอย่างไรถึงไปสู้กับคนสิงคโปร์ได้ สร้างผู้นำสู่การเปลี่ยนแปลงของโลก ถามว่าสติปัญญาของไทยสู้สิงคโปร์ได้หรือไม่อย่างไร
  • Technology R. เราสอนผิด ถ้าตามไม่ทันเราจะ Out Date
  • People/ Culture R. คนของเรามี Culture ของราชการเยอะ อยู่ในกรอบ ในบล็อก ทำถูกกฎระเบียบหมดแต่องค์กรเสียงหาย และเน้นการมองเข้าหาตัว การมีหลักสูตรเช่นนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจาก Culture
  • Fraud R. คือการโกง ธุรกิจโกงง่ายจากการจัดซื้อ ฯลฯ สถาบันไหนที่มีเรื่องโกงออก Public และเสียชื่อเสียง

การศึกษาเป็นด้าน Human อยู่แล้วค่าตอบแทนบุคคลสูงขึ้น

ความรุนแรงทางสุขภาพ ความเสี่ยงมีจากน้อยไปถึงมาก โอกาสเกิดเท่าไหร่

ทางการแพทย์จะไปดูที่ระดับ 1:1 1:100 1:1,000 1:1,000,000 เป็นต้น

หลักการบริหารความเสี่ยง (Higher Safety Culture)

  • วัวหายก็ยังไม่รู้
  • วัวหายแล้วต่อว่ากัน
  • วัวหายจึงล้อมคอก
  • ล้อมคอกก่อนวัวหาย
  • คอกที่ดี (ทำเลที่ตั้ง การออกแบบ ระบบงานปิดจุดเสี่ยง คนทำงานดีมีประสิทธิภาพ มีการเรียนรู้ ป้องกันและปิดจุดอ่อน)

หลักการบริหารความเสี่ยง

ในทางปฏิบัติต้องศึกษาให้เห็นสภาพความเสี่ยงก่อน แล้วจัดระบบป้องกันการเกิด และถ้าเกิดจะได้ไม่ต้องแรง และไม่ให้เกิดซ้ำ

R.M. = Safety Culture

  • ล้อมคอกก่อนวัวหาย
  • แก้ไขที่ระบบมากกว่าจ้องจับผิดที่ผู้ปฏิบัติงาน
  • สร้างวัฒนธรรมการรายงานอุบัติการณ์ การตรวจสอบ และการร่วมกันเรียนรู้เพื่อร่วมกันแก้ไขและพัฒนาระบบความปลอดภัย

Risk Indentification

วิธีเฝ้าระวังและผู้เฝ้าระวัง

  • ระบบรายงานอุบัติการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
  • การทบทวนเมื่อมีจุดสงสัย (Trigger Tools) โดย Peer Group

2. ระบบรับเรื่องร้องเรียนจากผู้รับบริการหรอืสังคม

3. การทบทวนผลการรักษาไม่ดี (M/M)โดย Peer Group

4. การเฝ้าระวังตัวชี้วัดความเสี่ยง โดยหน่วยปฏิบัติ และศูนย์คุณภาพกลาง

Risk Identification

ประเด็นเฝ้าระวังตามเกณฑ์สากล

1.WHO : Nine Patient Safety Goal

2.SIMPLEHO

  • ยามีชื่อคล้ายกัน ทำให้เวลาเภสัชกรอ่านยาผิด

2. ชื่อคนไข้คล้ายกัน

3. การให้น้ำเกลือ เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า

4. Performance of Correct Procedure at Correct Body site

5. Control of Concentrated Electrolyte Solutions

6. Assuring Medication Accuracy at Transitions in Care

7. Avoiding Catheter and Tubing Mis-Connections

8. Single Use of Injection Devices

9. Improved Hand Hygiene to Prevent Health Care Associated Infection

SIMPLE

ป้องกันการติดเชื้อและ Safety

S : Safe surgery

I : Infection Control

M : Medication Safety

P : Patient Care Process

L : Line, Tube, Catheter

E : Emergency Response

Risk Profile

ใคร ,อะไร,ที่ไหน, เมื่อไหร่, อย่างไร

อะไรดีเขียว ไม่ดีแดง ไม่แน่ใจเหลือง

ทำให้รู้ว่าอะไรต้องจัดการ อะไรไม่ต้องจัดการ

Risk (Quality) Monitoring ระบบเฝ้าระวัง

- IP voice / OP voice

- เวลารอ แล้วแต่อาการ

- การบาดเจ็บ / การติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ รพ.

- ความคลาดเคลื่อนการให้ยา ต้องถามว่าคนไข้เคยแพ้ยาอะไร การสั่งยาคู่กันต้องดูปฏิกิริยาของยาที่มีต่อกันด้วย

- Down time ระบบเสีย อะไรที่เสียหายเร็วที่สุดในชีวิตประจำวัน เรามีน้ำสำรองใช้ การเติมออกซีเจน แต่ตัวที่หน้าห่วงที่สุดคือ ไฟสำรองที่ใช้ในการผ่าตัด อย่างใน ม.อ. ถ้าระบบไอ.ทีเสียหรือดำ การรักษาผู้ป่วยเป็นอัมพาตหมดเลย

- Birth asphyxia

- Mortality / Morbidity

Risk Analysis :สาเหตุของปัญหา

การค้นหาสาเหตุรากฐานเพื่อการจัดการแก้ไขให้ตรงประเด็น

- Fish bone diagram

- RCA (Root course analysis)

- FMEA

Risk Reduction

  • HRD. Training, Orientation CM
  • ระบบดูแลการคาดเคลื่อนทางยาและเคมีบำบัด

2. กำหนดขั้นตอนการทำงานที่เป็นมาตรฐาน WP, WI, CPG

3. ออกแบบระบบเน้นความปลอดภัย เช่น ขั้นตอนสั้น เข้าใจง่าย พร้อมใช้งาน , Set default, just in time warning

4. ระบบประกันคุณภาพ เช่นระยะเวลารอคอย ความพึงพอใจ และความคลาดเคลื่อนของขั้นตอนสำคัญ

5. Preventive Maintenance ระบบสาธารณูปโภค เครื่องมือแพทย์ และระบบการสื่อสาร

6. การจัดสถานที่และสิ่งแวดล้อม

7. ระบบ Informed consent และการสื่อความเข้าใจ

8. แผนป้องกันระงับอัคคีภัย

Personal and Organization Learning

1.เราเรียนรู้จากความผิดพลาดได้มากกว่าความสำเร็จ

2. สร้างค่านิยมเปิดใจกว้าง หาวิธีลดความผิดพลาด โดยไม่กล่าวโทษกันและกัน

3. มีวิธีการบันทึกและเผยแพร่ประสบการณ์ที่แยบยล หลีกเลี่ยงคำพูดเชิงลบ

4. สร้างวิญญาณ ไม่ยอมให้ผิดพลาดซ้ำ

5. การเรียนรู้จากหน่วยงานอื่นหรือองค์กรภายนอกทั้งจากข้อผิดพลาดและวิธีการแก้ปัญหาที่เป็น Best Practice

Workshop

ให้ระบุความเสี่ยงของ ม.ทักษิณ แต่ละด้าน

  • Market/Reputation R.
  • Fraud R.

2. Financial R.

3. Operational R.

4. Strategic R.

5. Technology R.

6. People / Culture R.

ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

บางเรื่องเอาไป Apply ได้เลย บางเรื่องเป็นความเสี่ยงด้านความตาย ถ้าเอาความเสี่ยงคือความตาย กับความไร้ประสิทธิภาพทางการเงิน การหาลูกค้าเป็นสิ่งเดียวกันก็จะช่วยอธิการบดีได้อย่างดีในการบริหารงานมหาวิทยาลัยทักษิณ

หลักสูตรที่อยากฝากไว้คือเรื่อง Entrepreneurial Spirit กล้าที่จะระดมทุน Rest Fund จากข้างนอก

เราต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแม้ว่า Skill เรื่อง Finance ไม่เก่งแต่เราต้อง Aware ก่อน เรื่องโอกาสที่ม.อ.จะ Rest Fund มีป้องกันแล้ว อย่าคิดว่า Product มีแค่ปริญญาตรี โท เอก แต่ให้คิดโปรแกรมที่จบแล้วมาเรียน

ปัญญากับปริญญาต่าง ๆ คนละตัว สถาบันต่าง ๆ ที่ตั้งไว้อย่าให้เขาทำตัวเป็นราชการอย่างเดียว ให้มี Sense of networking และ Certificate มีคุณค่าต่อคุณ ต้องมี Entrepreneurial Spirit

Workshop 3

  • ในประเด็นท้าทาย...วิเคราะห์เรื่อง Positioning ของมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมอธิบายเหตุผล
  • วิเคราะห์โอกาสของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่องและฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร

2. วิเคราะห์ความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่อง และจะจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

สรุปที่ท่าน รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ พูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษาต้องเน้นเรื่องการพัฒนาคน สร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเครื่องมือคือการเลือกสิ่งที่ใช่ และต้องทำได้ด้วย และชนะเล็ก ๆ ไป

เครื่องมือด้านการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ด้าน IT วัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมลูกค้า แสดงเรื่องการลดความเสี่ยงผ่านตัวอย่างวัวหาย

ประเด็นอีกอย่างคือการบริการทางวิชาการ ทำอย่างไรถึงมีคุณภาพและสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย

วัวสร้างคอกที่ดีและมีมาก

มาตรฐานเป็นตัวคุณธรรมจริยธรรมตัวหนึ่งว่าแค่ไหนถึงจะพอ

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

Risk Management of Design Facility สิ่งที่ต้องทำคือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการออกแบบ เช่นผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก

การให้ยาทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดการวินิจฉัยและช่วยทางการแพทย์ให้มี Real Time มากขึ้น เอา IT Technology + ทางการแพทย์เป็นเรื่องใหม่และสิ่งใหม่

เห็นด้วยกับเรื่องงบประมาณ เงินเป็นเรื่องสุดท้าย ถูกปลูกฝังว่าสิ่งแรกที่เริ่มต้นก่อนคือปัญญา

Member 1ล้านเหรียญ จำนวน 2,000 ราย การเรียนการสอนจะเป็นการสอนแบบ Lab คือลงมือทำเลย

ดังนั้นเรื่องงบประมาณน่าคิดมาก อย่างตัวอย่างของ MIT ทำ Funding ได้นำประโยชน์จากงานวิจัยที่ผลิตบนเวที

การร่วมกันออกแบบ Design แล้วเก็บค่า Design 3% โดยเชิญชาวบ้านมาทำก่อน

สิ่งที่ไม่เคยพอเพียงในประเทศไทยคือ สินค้าและบริการในประเทศยังไม่เคยพอเพียงเลย ให้มีการเอาองค์ความรู้มาต่อเติม

แผน 12 เราจะไปสู่เรื่องของ Creative Economy ไม่ได้ ถ้าไม่ผ่าน Knowledge Based Economy ก่อน

C4

1. Connection มีอะไรบ้าง

2. Creation คือคิดสร้างสรรค์ได้ ต่อชุมชนต่อนักเรียน ต่อวิทยาลัยเรา

3. Communication ถ้าสื่อสารผิดเจ๊งได้

4. Competitiveness ขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบ


Workshop 3

1. ในประเด็นท้าทาย...วิเคราะห์เรื่อง Positioning ของมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมอธิบายเหตุผล

2. วิเคราะห์ความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่อง และจะจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร

3. วิเคราะห์โอกาสของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่องและฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

สรุปที่ท่าน รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ พูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษาต้องเน้นเรื่องการพัฒนาคน สร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเครื่องมือคือการเลือกสิ่งที่ใช่ และต้องทำได้ด้วย และชนะเล็ก ๆ ไป

เครื่องมือด้านการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ด้าน IT วัฒนธรรมองค์กร และวัฒนธรรมลูกค้า แสดงเรื่องการลดความเสี่ยงผ่านตัวอย่างวัวหาย

ประเด็นอีกอย่างคือการบริการทางวิชาการ ทำอย่างไรถึงมีคุณภาพและสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย

วัวสร้างคอกที่ดีและมีมาก

มาตรฐานเป็นตัวคุณธรรมจริยธรรมตัวหนึ่งว่าแค่ไหนถึงจะพอ

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

Risk Management of Design Facility สิ่งที่ต้องทำคือการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการออกแบบ เช่นผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝก

การให้ยาทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดการวินิจฉัยและช่วยทางการแพทย์ให้มี Real Time มากขึ้น เอา IT Technology + ทางการแพทย์เป็นเรื่องใหม่และสิ่งใหม่

เห็นด้วยกับเรื่องงบประมาณ เงินเป็นเรื่องสุดท้าย ถูกปลูกฝังว่าสิ่งแรกที่เริ่มต้นก่อนคือปัญญา

Member 1ล้านเหรียญ จำนวน 2,000 ราย การเรียนการสอนจะเป็นการสอนแบบ Lab คือลงมือทำเลย

ดังนั้นเรื่องงบประมาณน่าคิดมาก อย่างตัวอย่างของ MIT ทำ Funding ได้นำประโยชน์จากงานวิจัยที่ผลิตบนเวที

การร่วมกันออกแบบ Design แล้วเก็บค่า Design 3% โดยเชิญชาวบ้านมาทำก่อน

สิ่งที่ไม่เคยพอเพียงในประเทศไทยคือ สินค้าและบริการในประเทศยังไม่เคยพอเพียงเลย ให้มีการเอาองค์ความรู้มาต่อเติม

แผน 12 เราจะไปสู่เรื่องของ Creative Economy ไม่ได้ ถ้าไม่ผ่าน Knowledge Based Economy ก่อน

C4

  • Connection มีอะไรบ้าง
  • Competitiveness ขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบ

2. Creation คือคิดสร้างสรรค์ได้ ต่อชุมชนต่อนักเรียน ต่อวิทยาลัยเรา

3. Communication ถ้าสื่อสารผิดเจ๊งได้

Workshop 3

  • ในประเด็นท้าทาย...วิเคราะห์เรื่อง Positioning ของมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมอธิบายเหตุผล
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่อง และจะจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร
  • วิเคราะห์โอกาสของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่องและฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร

กลุ่มที่ 5

2.วิเคราะห์ความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่อง และจะจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร

1.คนเป็นหัวใจที่สำคัญขององค์กร อาจารย์เรื่องความไม่สมดุลในคุณภาพและปริมาณ ในเรื่องวุฒิการศึกษาปริญญาเอกน้อย ในขณะที่สายสนับสนุนมีการทำงานเยอะและเป็นระบบราชการ ทำให้การทำงานสนับสนุนไม่เต็มที่ และสัดส่วนของสายสนับสนุนกับอาจารย์ไม่สอดคล้องกันเช่นคณะมนุษย์สายสนับสนุนน้อยมาก

กลุ่ม Talent มีประเด็นเรื่องเหนี่ยวรั้งไม่ได้ มีการวิเคราะห์ตัวงานหรือ Job Analysis มีการวิเคราะห์สเป็คงานและคนจะเป็นอย่างไร ต่อเนื่องไปสู่การวางแผนกำลังคน ไม่ได้มุ่งไปเชิงปริมาณอย่างเดียวต้องมุ่งที่เชิงคุณภาพ และการพัฒนา ต้องลงที่ระดับมหาวิทยาลัย คณะ บุคลากร และทำแผน IPP ให้อาจารย์สายสนับสนุนแต่ละฝั่งพิจารณาตัวเองว่าจะมีความก้าวหน้าอย่างไร

ในกลุ่ม Talent มีช่องทางก้าวหน้า Fast Track และการให้ทุน ให้ศึกษาและทำวิจัยร่วมกับต่างประเทศ

2.Market Risk เป็นเรื่องการปรับปรุงหลักสูตร แต่ยังไม่ตอบสนองต่อสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้ แม้มี Core Competency แต่ขาดความสามารถในการนำไปจับเป็นกลยุทธ์เอาชนะคู่แข่งได้ อาจเริ่มจากการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภายนอก ระหว่างคณะ หลักสูตรและองค์กรที่พิจารณาอยู่ พิจารณาจุดเด่น การบูรณาการร่วมกันระหว่างอาจารย์ มีการทำหลักสูตรออนไลน์ และให้ประกาศนียบัตร มีการปรับรูปแบบการเรียน ใช้ทฤษฎีบูรณาการกับภาคปฏิบัติจริง ๆ

3. Financial Risk การพึ่งจากค่าลงทะเบียนและงบประมาณ ต้องมีการสะสมความคิดปรับทัศนคติ สะสมความรู้ใหม่ ฝึกการเป็นผู้ประกอบการที่ดีคือการคิดใหม่ทำอะไรใหม่ ๆ เข้ามา ให้คิดว่าทำไมเขาถึงมาซื้อของเรา ทำไมเด็กเหล่านั้นต้องมาเรียนที่ ม.ทักษิณ ซึ่งจะทำให้เป็นจุดขายของเราได้ค่ะ

กลุ่มที่ 4

2.วิเคราะห์ความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่อง และจะจัดการความเสี่ยงนั้นอย่างไร

1.ความเสี่ยงเรื่องเงิน เนื่องจากพึ่งพางบประมาณแผ่นดินเป็นหลักและความไม่แน่นอนของรายรับ วิธีการบริหารความเสี่ยงคือเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย จากทรัพยากรที่เรามี เช่นหอประชุมอาจให้บริการเช่างานเลี้ยง แต่งงาน Complex ด้านกีฬา บริการวิชาการทำหลักสูตรระยะสั้นและ Non Degree ที่หารายได้ และลดรายจ่ายการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่นอาคารเรียนรวม การแสวงหาแหล่งทุนจากทุนภายนอก ทุนวิจัย และหาความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น

2. ลืม เช่นครู ในอนาคตอาจทำให้มหาวิทยาลัยถูกลืม ต้องหาจุดขาย จุดเด่นและอัตลักษณ์ของม.ทักษิณให้เจอ เพื่อสร้างคุณภาพ

3. การประชาสัมพันธ์องค์กรให้คนรู้จักองค์กรมากขึ้น ทำอย่างไรเช่นกุญแจ เสื้อกั๊ก ทำอย่างไรให้คนใส่แล้วรู้สึกภูมิใจขึ้นมา เรื่องประวัติศาสตร์องค์กร เข้าใจที่มาและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เน้นเรื่องการพัฒนาให้ดีกว่านี้

4. คน เป็นเรื่องสำคัญมากจึงทำให้ท่านอธิการบดีและอาจารย์จีระ สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นมา ทำอย่างไรให้คนเก่งอยู่กับเราได้ ต้องมีการพัฒนา สนับสนุน พัฒนาทักษะตั้งแต่การเรียนการสอน ผลงานทางวิชาการ ทำอย่างไรถึงรักษาให้อยู่กับเราได้นาน ๆ บางคนเลือกเป็นอาจารย์ 3 มากกว่าเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

กลุ่มที่ 3

1.ในประเด็นท้าทาย...วิเคราะห์เรื่อง Positioning ของมหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมอธิบายเหตุผล

Positioning เป็นเรื่องวิธีคิดไปสู่อนาคต ในวันนี้คิดภายใต้ประสบการณ์และที่เรียนรู้จากวิทยากร เป็นPositioning เล็ก ๆ

การมอง 2 Shot จากต้นทุนที่มีอยู่

  • น่าจะเป็นสถาบันการศึกษาเพื่ออาชีพและการมีงานทำ ได้โจทย์ว่า Why they buy ? เด็กที่เข้ามาไม่ใช่ลูกเศรษฐี แต่หวังว่ามีงานทำ เราเชื่อว่าจะผลิตครูเป็นอันดับ 1 ของประเทศได้ และถ้าเด็กที่เข้ามาแล้วได้งาน 100 % จะตอบโจทย์แน่ ๆ ประเด็นอยู่ที่ครูเก่งหรือไม่และเข้ามาดีหรือไม่
  • ด้านวิศวะ ด้านประกอบการทางสังคมต้องตอบโจทย์ภายใต้สาขาวิชา น่าจะเป็นสูตรต่อเนื่อง ที่สามารถตอบโจทย์ขององค์กรและชุมชน
  • น่าจะเป็นศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมอาเซียนภายใต้ศูนยวัฒนธรรมที่มีอยู่
  • น่าจะเป็นศูนย์กลางการจัดการเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุ ทำอย่างไรผู้สูงอายุจะพึ่งพาตัวเองได้ เราเพียงแค่เชื่อมโยงเครือข่ายเหล่านั้น อีก

กลุ่มที่ 2

วิเคราะห์โอกาสของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่องและฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร

ฟูมฟักวัฒนธรรมจะเป็นต้นทุนและโอกาสของเรา ตอบสนองทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจและศิลปวัฒนธรรม

ที่ตั้งของม.ทักษิณเป็นที่ตั้งใน Gateway ที่จะตั้งประเทศไทยเชื่อมต่อประชาคมอาเซียน เขตเศรษฐกิจภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจที่จะเชื่อมโยงถึงความสำคัญที่จะเปิดหลักสูตรในเรื่องการจัดการโลจิสติกส์อาศัยการบูรณาการหลักสูตรจาก 3 คณะใหญ่ ๆ เพื่อบูรณาการศาสตร์ และมองในแง่ของ Demand ว่าหลักสูตรนี้มีความสำคัญอย่างไร นิสิตมีโอกาสจะได้งานทำ นิสิตมีโอกาสมีรายได้เท่าไหร่ มีผู้เรียนเข้าหลักสูตรนี้ชัดเจน มีพื้นที่ Social Lab ให้นิสิต นักศึกษาทดลองจริง จบไปแล้วนิสิตเข้าสู่แรงงานได้

ไม่ต้องการให้นิสิตมีทางเลือกเดียว นิสิตสามารถเป็นผู้ประกอบการได้

หลักสูตรด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรม มีฐานทางวัฒนธรรมที่ดีเยอะ โอกาสทางหลักสูตรมีบทบาทที่เกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรมอยู่ สิ่งหนึ่งคือหลักสูตรในระบบน่าจะสร้างเรื่องการจัดการหลักสูตรทางวัฒนธรรม และผู้ประกอบการทางสังคม

อีกหลักสูตรน่าจะเป็นหลักสูตรที่รองรับการเปลี่ยนแปลง หลักสูตรการประกอบการด้านอาหาร ผู้ประกอบการด้านอาหาร ธุรกิจปักษ์ใต้ มีที่ไม่ได้มีมาตรฐาน อย่างภูเก็ต สุราษฎร์ อันดามัน มีพื้นที่ที่ยอมรับได้ มีด้านอาหารและการดูแลสุขภาพ

เรื่องกฎหมายทางวัฒนธรรมระดับโลก น่าจะจัดได้ อาหารปักษ์ใต้น่าจะมีฝั่งเรื่องของพัทลุงและหาดใหญ่ ยังคงมีความเฉพาะของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่สามารถต่อยอดได้ ถ้าวางกฎหมายด้านวัฒนธรรม มีเรื่องโนราห์ที่จดโดยประเทศไทย สู่การสร้าง Festival ในพื้นที่ระดับโลกได้

ตัวแทนจากวิศวะ ส่วนหนึ่งในภาคใต้ที่หนีไม่พ้นคือเรื่องของยางพารา ราคายางทำไมถึงมองวิกฤติอย่างนั้น ถามว่ามีหน่วยงานไหนบ้างที่ Support เปลี่ยนจากยางดิบเป็นแปรรูป จุดเด่นคือสร้างโรงงานต้นแบบที่แปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง

หลักสูตรสันติสุขมหาบัณฑิตชายแดนใต้เป็นการร่วมกันระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สามารถทำได้แต่ทำยากเนื่องจากสร้างขึ้นมาใหม่และต้องตอบสนองความต้องการ เน้นการพัฒนาคนทำงานใน สอบต. ใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นชุมชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งในช่วงนี้ทำมาเป็นช่วงที่ 2 แล้ว การคุยกับคณะมนุษยศาสตร์ที่ต่อยอดไว้ให้เด็กที่จบเรียนอีก 1 ปี จากเดิมปีแรกที่เปิดหลักสูตร มีคนสมัครเข้ามา 60 กว่าคนที่อยู่ในการดูแลของสอบต. ที่เป็นตัวอย่างของสหวิทยาการ

กลุ่มที่ 1

วิเคราะห์โอกาสของมหาวิทยาลัยทักษิณในอนาคต 3 เรื่องและฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร

โอกาสคือมีความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม มีทักษิณศึกษารวมทั้งเลือกในการฟังผู้บริหารทุกคน มีทรัพยากรธรรมชาติ มีวิสาหกิจชุมชนอีก 400 กว่ากลุ่มยังไม่ได้ดึงออกมาเป็นที่ประจักษ์

เรื่อง Network ยังเป็นพื้นบ้านไม่สามารถส่งออกได้ พบว่าทำไมถึงขายได้ทางอินเตอร์เน็ต มีการส่งเสริมในการลดโลกร้อนอย่างไร แต่ละหมู่บ้านปลูกตะไคร้เอง ทุกบ้านต้องปลูกสมุนไพรในแต่ละที่ ถูกปากคนไทยพบว่ารถชาติแตกต่างกัน ตัวอย่างแกงไตปลาพบว่ามีความกลมกล่อมไม่เผ็ดและถึงเครื่อง

การฉกฉวยโอกาสต้องใช้ด้านการท่องเที่ยว ใช้ภาษาอังกฤษ ไม่อย่างนั้นจะลำบาก

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีการสนใจเรื่องภูมิปัญญา พบว่าผู้สูงอายุเยอะมาก เราต้องขายผู้สูงอายุ และคนมีงานทำ

สุขภาพที่พบเรื่องการทำเครื่องแกงของพัทลุงทำอย่างไร มีโปรเจคร่วมกันกับ Network

ลอนดอนเป็นจุดขายที่ทำให้ ม.ทักษิณเติบโตเป็น Fast track คิดว่าน่าจะผลักดันให้เกิดธุรกิจให้ได้

Gate way วันจันทร์นี้จะคุยกับเถ้าแก่เรื่องส่งยางพาราของไทย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ ผ้าเจริญ

เห็นแนวคิดคือ 5 กลุ่มเริ่มจากพื้นฐาน และไปสร้างสิ่งใหม่ในอนาคต ผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม ถ้าม.ทักษิณปักธงตรงนี้ว่าเป็นคนพัฒนาผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม SMEs ถ้าอยู่กันหลายกลุ่มเป็น Cluster จะทำเป็น Cluster ของฝูงความเก่งด้านวัฒนธรรม มีการเชื่อมต่อกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หรือกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ เห็นภาพเป็น Network เกิดขึ้นได้ และจะขายให้ใคร ตั้งทีมวิจัยด่วน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยปีละ 5 ล้านบาทเป็นการช้อปปิ้ง เรื่องของ Jewelry เรื่อง ผ้า ทำอย่างไรให้มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวรวมกัน

ผู้ประกอบการเวลาเอาของมาใช้จะนำมาใช้ผิด ๆ โดยไม่รู้ตัวซึ่งเป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่ต้องบวกกับผู้ประกอบการถึงการนำไปใช้อย่างถูกต้อง หรือการเล่าเรื่อง Story อย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยน ถ้าทำหลักสูตรดี ๆ ขึ้นมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยกระดับด้วย เป็นสิ่งที่น่าจะทำ แต่จะทำอย่างไร เป็นการสอน Mindset ให้กับพวกเราก่อน และถ้าจะสอนวิชาเหล่านี้ได้ ต้องขายของเองด้วย

สร้าง Life Exhibition เราต้องการสร้างคนเหล่านี้เป็นครูวิสาหกิจชุมชน เมื่อ Land Scape เปลี่ยน เราผลิตครูชุมชนหรือปราชญ์ชาวบ้านได้หรือไม่ ภูมิปัญญาพื้นถิ่นถือว่าอันดับหนึ่ง เป็นสิ่งที่บวกกันเป็นองค์ความรู้ที่แท้จริงที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล

คำว่าทักษิณ เป็นคำต้องห้ามทางอินเตอร์เน็ตแยกไม่ออกระหว่างชื่อกับนามสกุล อาจใช้มหาวิทยาลัยทักษิณ อาจเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย “ปักษ์ใต้” แต่เราติดกับดักที่ชื่อเราแล้ว ทำให้ชื่อติดไปที่กลุ่มหนึ่ง

การใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาเซียน เชื่อมระหว่างสิงคโปร์และมาเลเซีย

แต่ถ้าคิดใหม่เป็นมหาวิทยาลัย “ปักษ์ใต้-มลายู” อาเซียน เราอาจเป็นศูนย์ภาษาบาฮาซา ดังนั้นคณะมนุษย์ศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สังคมศาสตร์น่าจะเน้นเรื่องภาษามากขึ้น เราไม่สามารถแยกระหว่างภาษากับวิถีชีวิตเขา มหาวิทยาลัยทักษิณน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย ถ้ามี Intelligent ก็น่าจะอยู่ที่เรา

มี IMT คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เราจะได้ประโยชน์จากการ Exchange Student หรือไม่ แต่ถ้าวันนี้จะเริ่มทำอะไรก็จะไป Set MOU กับพาณิชย์นาวีที่อินโดนีเซีย เป็นศูนย์ระดับโลก

คำว่าสหกิจศึกษาออกไปในแนวสอนหนังสือจึงควรทำเรื่องทางวิชาการและวิจัยด้วย เรียกว่า Winning Project for all และ Do it together we care

จุดแข็งของภาคใต้คืออะไร ปาล์ม น้ำมัน ยางพารา อาหารพื้นเมือง ศิลปวัฒนธรรมปักษ์ใต้ ทุกอย่างสามารถทำวิจัยได้หมด อยากเปิดอบรมเรื่องมัคคุเทศก์ เพราะต้องมี License แต่ต้องมีความรู้ ความสามารถ อย่าจำกัดว่าเป็นคนไทย แต่ต้องสามารถสอนทั้งภาษาไทย บาฮาซา ภาษาอังกฤษ และ Quick win ได้ระยะยาว ในความหมายต้องหาตัวช่วย อย่าคิดว่าทำคนเดียว หาคนอื่นมาช่วยทำให้เส้นกราฟเร็วขึ้น ชันขึ้นได้หรือไม่

คณะวิศว ไม่เชื่อว่าจะทำได้ เพราะ ปัญญาภิวัตน์ ปตท. เปิด ถ้าจะเล่นเรื่องวิศวะ เล่นเรื่องวิศวะสิ่งแวดล้อมและทำเรื่อง Taste น้ำอย่างเดียวอาจจะพอให้เน้นที่ Technical และ Professional Lab ที่สามารถได้เงินได้เลย ก็อาจไปตอบโจทย์ Green ของอาจารย์

รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ

เห็นบรรยากาศการตื่นตัวที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดทั้งแนวคิด เรื่องพื้นฐาน เรื่องที่จะทำในอนาคต

สิ่งที่จะทำคือดูวิสัยทัศน์คืออะไรและไปด้วยจุดแข็งของเรา ถ้ารากฐานการศึกษาเป็นครู การสร้างคนจะเป็นความต้องการที่ไม่รู้จบ เพียงแต่ว่าจะเป็นแบบใดในอนาคต

โจทย์คือจะสร้างคนรุ่นถัดไปให้เก่งกว่าได้อย่างไร

ความรู้ต้องมีการประสมประสานกัน การมีโรงพยาบาลจะเป็นตัวช่วย คือต้องให้หมอและพยาบาลรุ่นถัดไปเก่งที่สุด ต้องมีกระบวนการวิจัยและพัฒนาร่วมกับลูกศิษย์

จุดแข็งของ ม.ทักษิณ มีดีเยอะมากและวิสัยทัศน์เก่าของ ม.ทักษิณ เก่งมากแล้ว และถ้าเรียนร่วมกับอิสลาม การเรียนภาษาบาฮาซาจะเรียนที่ไหน ถ้าเรียนเรื่องความขัดแย้ง เรื่องการป้องกันการก่อการร้ายจะเรียนที่ไหน อะไรที่เหมือนเป็นจุดอ่อนกับกลายเป็นจุดแข็งได้ วิกฤติเป็นโอกาสได้ เรื่องการเจรจาต่อรอง ทำไมไม่ทำให้เราเป็นจุดขาย เรื่องการอยู่ร่วมกันของคนที่มีความเชื่อต่างกันให้ได้ ทำอย่างไรกลไกเหล่านี้จะมีการเรียนรู้ มีกระบวนการวิชาการในการถ่ายทอดให้ได้ ขอฝากให้ทุกท่านช่วยคิดให้ดี

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อติดตามข่าวโครงการ

https://www.youtube.com/watch?v=O108zJoJphA

ที่มา: รายการ คิดเป็น…ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ”. ตอน : กรณีศึกษาการพัฒนา “ทุนมนุษย์” เพื่อความยั่งยืน ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2559

http://www.naewna.com/politic/columnist/22587

ที่มา: คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ.แนวหน้า.วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559 หน้า 5

http://www.gotoknow.org/posts/603295

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์. ประจำวันที่ 12-26 มีนาคม 2559

http://www.gotoknow.org/posts/604250

ที่มา:FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์. ประจำวันที่ 29 มีนาคม-12 เมษายน 2559

http://mcot-web.mcot.net/fm965/site/streaming/id/56a4825693816312198b45da#.VqYFVJqLSt8

ที่มา: รายการวิทยุ Human Talk. ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2559 ทาง 96.5 MHz

https://www.facebook.com/ChiraHongladarom/posts/1294798647212255

https://www.facebook.com/ChiraHongladarom/posts/1294890463869740

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Chira Academy



ความเห็น (25)

วิวัฒน์ ฤทธิมา
IP: xxx.101.52.89
เขียนเมื่อ 

การเป็นผู้นำกับการเป็นผู้บริหารที่จะนำพาองค์การไปสู่ความสำเร็จนั้นจะต้องมีเข้าใจถึงพื้นฐานขององค์กรและมีความกล้าหาญที่จะก้าวข้ามปัญหาเพื่อกำหนดทิศทางและเป้าหมายขององค์กรที่มีความท้าทาย พร้อมทั้งก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ

ทั้งนี้สำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณนั้น เราควรจะต้องย้อนมองถึงความเป็นตัวตนและพัฒนาสิ่งเดิมที่มีให้โดดเด่น และสร้างสิ่งใหม่ที่เป็นนวัตกรรม

วีณา ลีลาประเสริฐศิลป์
IP: xxx.53.16.9
เขียนเมื่อ 

สรุป ประเด็นที่โดนใจ

การพัฒนาทุนมนุษย์สู่ความเป็นเลิศจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคำนึงถึงหลัก 2 R’s คือ

1. Reality จะต้องมองความจริงบนข้อเท็จจริง

2. Relevance ตรงประเด็น

การสร้างหรือกระตุ้นความคิดที่สำคัญที่สุดคือ การตั้งโจทย์

คุณสมบัติของผู้นำที่ประทับใจคือ Dalai Lama’s Leadership Principles

1. อย่าสั่งการ ต้องเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน – การเป็นผู้นำจะต้องมีศิลปะในการพูด เจรจา กระตุ้นให้ผู้ร่วมงานได้พัฒนางานที่รับผิดชอบ ร่วมแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมในการทำงานพร้อมๆ กับการสนับสนุนและส่งเสริมในด้านต่างๆ ที่จำเป็น ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม

2. ถ้าต้องการเรียนรู้อะไรบางอย่าง ต้องฟังและค้นคว้าหาข้อมูล – ผู้นำจะต้องใฝ่รู้ ค้นคว้าหาข้อมูล ตั้งโจทย์ที่ตรงประเด็น หาสาเหตุให้เจอ คิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลบนข้อเท็จจริงไม่เฟ้อฝัน

3. อย่าคิดว่าตัวเราคิดถูกทุกเรื่อง หากมีคนที่คิดไม่เหมือนเราซึ่งคุณคิดว่าไม่ถูกต้อง ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ – ผู้นำต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานช่วยคิดเสนอแนวทางและนำไปคิดวิเคราะห์บนข้อเท็จจริง ถึงแม้ว่าการแสดงความคิดเห็นนั้นอาจจะแตกต่างจากความคิดของเราก็ควรได้นำไปคิดวิเคราะห์ก่อน รวมทั้งต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดี

4. มีอารมณ์ขัน อย่าโกรธง่าย รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น – ผู้นำต้องมีความเมตตากรุณา มองเห็นถึงทุกข์ สุขของเพื่อนร่วมงาน สร้างบรรยากาศในการทำงานที่มีความสุข

5.สอนให้คนรู้จักคิด หาคำตอบได้ด้วยตัวเอง อย่าบอกคำตอบหรือหาทางออกให้ทุกเรื่อง – ผู้นำจะต้องกระตุ้นให้เพื่อนร่วมงานสามารถตั้งโจทย์ปัญหาที่ตรงประเด็น หาสาเหตุของปัญหา วิธีแก้ปัญหา ประเมินทางเลือก โดยผ่านการสนับสนุนให้ผู้ร่วมงานได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม พัฒนาตนเอง และการชี้แนะของผู้นำ

6.มีความรับผิดชอบ – ผู้นำจะต้องมีความรับผิดชอบในคำพูดและการกระทำ เป็นแบบอย่างที่ดี รวมทั้งไม่ประมาท

วิเคราะห์ประเด็นท้าทาย สำหรับการทำงานของม.ทักษิณ

จะต้องหาให้เจอว่า ม.ทักษิณเก่งหรือชำนาญในเรื่องใด…..

สิ่งที่ชำนาญนั้นมาต่อยอดบนความคิดสร้างสรรค์ให้มีมูลค่าเพิ่มและสื่อสารอย่างกว้างขวาง…………

ปรับตัวให้เข้ากับโอกาสใหม่ๆ มีเครื่อข่ายที่เข้มแข็ง...........

Diyaporn Wisamitanan
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

ประเด็นโดนใจ: ด้านภาวะผู้นำ

ได้เรียนรู้ว่าการจะเป็นผู้นำที่ดี ต้องมีหลายบุคลิก และสวมหมวกหลายใบในการปฎิบัติงานกับคนแต่ละสาขาอาชีพ ผู้นำที่ดีจะรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตาม ผู้นำสามารถโน้มน้าวให้คนอื่นทำงานที่มอบหมายได้สำเร็จลุล่วง ทุกคนล้วนสามารถเป็นผู้นำได้ทั้งนั้น ถ้าฝึกฝนและใฝ่รู้


ANIWAT KAEWJOMNONG
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

สรุปภาวะผู้นำของบุคคลในองค์การจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นพนักงานระดับล่างหรือผู้บริหารก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อจะได้มีคุณลักษณะภาวะผู้นำที่ดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ การพัฒนาพฤติกรรมภาวะผู้นำที่เหมาะสมกับองค์กรก็เป็นอีกเรื่องที่จะต้องเป็นแบบเดียวกันซึ่งพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นและเป็นแบบอย่างที่ดีนอกจากจะเป็นพฤติกรรมที่สังคมยอมรับแล้วจะต้องเป็นไปตามหลักค่านิยมที่องค์กรกำหนดขึ้นเพื่อให้บุคคลเป็นกลุ่ม/ทีมหรือพวกเดียวกันด้วย ซึ่งบุคคลจะมีภาวะผู้นำได้ต้องเข้าใจว่าภาวะผู้นำมีความสำคัญและสร้างประโยชน์ได้อย่างไร การหมั่นฝึกฝนและการได้รับโอกาสให้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้บุคคลผูกพันกับองค์การและเห็นชอบที่จะดึงสมรรถนะด้านภาวะผู้นำที่แฝงในตนเองออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรได้มากขึ้น โดยทั้งคุณลักษณะและพฤติกรรมภาวะผู้นำสามารถคิดด้วยตนเองได้ อาจศึกษาและลอกเลียนแบบจากตัวแบบที่่ดีที่มีอยู่มากมาย เช่น จากบุคคลสำคัญที่ประสบความสำเร็จที่ได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพในการพัฒนาองค์กรจนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับ จากนักธุรกิจหรือนักบริหารในองค์การต่าง ๆ

ปิยาภรณ์ ภาษิตกุล
IP: xxx.7.248.95
เขียนเมื่อ 

สรุป ประเด็นที่ได้

การมององค์กรด้วยข้อเท็จจริงและจากมุมมองของบุคคลที่หลากหลาย จะช่วยให้เห็นภาพขององค์กรที่ชัดเจนมากกว่า และการกำหนดทิศทางขององค์กร หากไม่ทำความเข้าใจให้บุคคลในองค์กรได้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ การกำหนดทิศทาง ก็จะมีแต่กลุ่มผู้บริหารที่มองเห็นและเข้าใจ แต่การขับเคลื่อนจะทำได้ยากมาก เพราะคนในองค์กรยังเห็นต่าง ทำให้คำตอบที่ได้มักจะขัดแย้งกันเอง การสื่อสารในองค์กรจึงสำคัญมาก นอกจากการมององค์กรด้วยสมาชิกขององค์กรแล้ว การได้ฟังคนนอก วิพากษ์เกี่ยวกับองค์กร ตามมุมมองและความคิดที่แตกต่าง ก็ทำให้เกิดมุมมองที่กว้างเห็น มองเห็นช่องทางที่เป็นโอกาศมากขึ้น ชอบการนำเสนอของวิทยากรทั้งสองท่าน ท่านหนึ่งสะท้อนมุมมองจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ อีกท่านสร้างสะพานเดินไปยังช่องว่างที่มองเห็น..

ชัชวาล ชุมรักษา
IP: xxx.53.75.212
เขียนเมื่อ 

ประเด็นโดนใจ : Learn Share Care ”

Learn คือการใฝ่รู้ เรียนรู้ พัฒนาตนเอง มองหาโอกาสในการปรับปรุงตัว ปรับปรุงงานอยู่ตลอดเวลา

Care คือการที่ไม่ใช่เอาแต่เรียนรู้เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่นอกจากจะ Care งาน ต้องการจะทำงานให้ได้ดีแล้วยังมีความสนใจในผู้อื่นด้วย ไม่ใช่ Care เฉพาะแค่งานเท่านั้น แต่ต้อง Care คนอื่น มีใจให้กัน มีสัมพันธภาพที่ดี และมีความเป็นกัลยาณมิตร

Share คือ ผลที่ต่อเนื่องมากจาก Care ซึ่ง Care อยู่แต่ในใจไม่ได้ จะต้องนำไปสู่การเป็นผู้ให้ ซึ่งถ้าทำได้เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่เรียกว่าธรรมะจัดสรรก็จะมาเองตามธรรมชาติ เพราะผู้ที่ให้โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน มักจะได้รับอะไร ๆ กลับมาเสมอ และนี่คือความหมายของคำว่า Share คือมีทั้งการให้และการรับอยู่ในตัว ซึ่งเป็นกระบวนการ Give and Take

ข้อคิด ผู้นำและผู้ตามพึงประพฤติ ปฏิบัติ แล้วทุกคนในองค์การจะศรัทธาท่าน ภาวะผู้นำ สามารถเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อองค์กรได้ ผู้นำไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งเท่านั้นแต่จะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเป็นผู้นำ ผู้นำต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และผลักดันให้เกิดเครือข่ายเพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันและแก้ปัญหาร่วมกัน

ธีรพร ทองขะโชค
IP: xxx.7.251.13
เขียนเมื่อ 

หลักสูตรนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาอาจารย์ ม.ทักษิณ เพื่อเตรียมพร้อมต่อการพัฒนาการทำงานในอนาคต สิ่งที่ชื่นชอบจากการเข้าร่วมอบรม

  • กลไกในการสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ที่ต้องมาจากการสะสมทุน8 K’s และ 5 K’s ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและต้องใช้เวลาในการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง
  • การวิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน (Current Situation) ของมหาวิทยาลัยทำให้เห็นชัดเจนถึงจุดแข็ง จุดอ่อนของมหาวิทยาลัย โอกาส อุปสรรค แนวโน้มปัญหาในอนาคต ทำให้มหาวิทยาลัยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การดำเนินงานที่รอบคอบตามหลักการบริหารความเสี่ยงจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ
Preecha Kunton
IP: xxx.53.17.191
เขียนเมื่อ 

การบริหารงานองค์กร คน เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่าเรื่องอื่น สิ่งที่ผู้นำต้องมี คือคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นมืออาชีพ นอกจากการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้นำต้องมองเห็น คือ ความจริง ความเป็นจริงของหน่วยงานเกี่ยวกับจุดเด่น จุดแข็งของตนเอง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อมองเห็นจุดแข็งก็ตามสามารถพัฒนาหน่วยงานให้ก้าวหน้าได้ การพัฒนาหน่วยงานจำเป็นต้องทำเรื่องใหญ่ๆ แต่เราสามารถทำเรื่องที่เล็ก แต่ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

การมองและวิเคราะห์มหาวิทยาลัยจากบุคคลภายนอกเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ ได้มองเห็นภาพที่ชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยมีโอกาสและความเสี่ยงเรื่องต่างๆ อยู่มากมาย การนำพาให้มหาวิทยาลัยเจริญก้าวหน้าต่อไปในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

ระวีวัฒน์ ไทยเจริญ
IP: xxx.88.77.86
เขียนเมื่อ 

การสร้างมูลค่าจากทฤษฎี 3V

Value Added, Value Creation, Value Diversity

ในอนาคตมหาวิทยาลัยมีแนวโน้มได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาลน้อยลง ส่วนงานต้องตระหนักและมีเป้าหมายในการหารายได้เพื่อมาบริหารส่วนงานเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างมีคุณค่า

แนวคิดนี้อาจนำไปปรับใช้ในการสร้างรายได้จากการบริการวิชาการของส่วนงาน เช่นการแปลงบทเรียนเป็นหลักสูตรระยะสั้นให้บุคคลทั่วไปได้มาลงทะเบียนเรียน การเปิดหลักสูตรแบบ Pre-Degree/ การให้บริการวิชาการสู่ชุมชนโดยโดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่น ดึงงบประมาณจากองค์กรหน่วยงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน

Visit Boonchom
IP: xxx.28.64.250
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นโดนใจ

ผู้นำขององค์กรสามารถอยู่บนหลักการคิด 2R คือ Reality อยู่กับข้อมูลจริงขององค์กร ยอมรับสภาพจริงที่เป็นอยู่ และ Relevance คือการมองไปยังเป้าหมายปลายทางอย่างถูกทาง ตรงประเด็น มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน สอดคล้องกันในทุกระดับ โดยมีการแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ มีความทะเยอทะยานที่จะชนะเล็กๆ เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายใหญ่อย่างสำเร็จ โดยพึ่งพาเครื่องมือการบริหารความเสี่ยง ที่จะทำให้ S-Curve ตัวเดิม สามารถดำรงอยู่ได้ องค์กรมีความยั่งยืน ในขณะที่มีการสร้าง S-Curve ตัวใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก และดำเนินการให้ S-Curve ตัวใหม่เติบโต เห็นผลอย่างมั่นคงและรวดเร็ว เพื่อช่วยเสริมให้องค์กรยืนอยู่ได้ นอกจากนี้ยังใช้โครงข่ายความร่วมมือกันอย่างจริงใจและจริงจังทั้งเครือข่ายภายในองค์กรและเครือข่ายภายนอกองค์กร

สุธี โง้วศิริ
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

การบ้าน ครั้งที่ 1 ช่วงที่ 1 วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2559-วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559

สรุปประเด็นสำคัญจากการอบรมและการนำไปปรับใช้

วิชาที่ 1ทฤษฎีที่สำคัญเพื่อการเรียนรู้

กระผมได้รับวิธีการเรียนรู้จากท่านวิทยากร โดยศึกษาเรียนรู้จากข้อมูล สารสนเทศต่างๆอย่างเข้าใจแล้วทำให้เกิดความรู้ใหม่หรือความรู้แบบบูรณาการและเพิ่มพูนภูมิปัญญาของตนเอง ซึ่งจะทำให้เพิ่มความสามารถในการคิดอย่างสร้างสรรค์ที่จะนำไปสู่ความสามารถในการวางแผน การกำหนดวิธีการ และการปฏิบัติ แล้วทำให้เกิดนวัตกรรม ซึ่งกระผมจะนำไปปรับใช้การทำงานของสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ของสาขาฯที่เชื่อมโยงกับสังคมแห่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยทั้งนี้ต้องใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ ของ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สร้างวิธีการกระตุ้นและผลักดันแรงบันดาลใจให้แก่คณาจารย์ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ให้เห็นถึงประโยชน์และคุณค่าที่มีต่อตนเองและส่วนรวมในความกระตือรือร้น มุมานะพยายามที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีการแบ่งปันความรู้อย่างมีมิตรจิตมิตรใจที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเรียนรู้ภายใต้ความเป็นจริง ข้อเท็จจริง และตรงประเด็น ทั้งนี้จะทำให้ทุกคนเกิดการพัฒนาในความคิดอย่างสร้างสรรค์ที่จะเพิ่มความสามารถในการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะทำให้ได้ กระบวนการทำงานแบบใหม่ บริการรูปแบบใหม่ที่ตรงตามความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

วิชาที่ 2 ภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำนักบริหารของมหาวิทยาลัยทักษิณ

กระผมได้เรียนรู้จาก Quotations ของบุคคลสำคัญหลายท่าน ที่ได้ให้ความสำคัญต่อ ทรัพยากรมนุษย์ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้กล่าวว่า “Cultivating is necessary but harvesting is more important” ซึ่งจะเห็นได้ว่า ท่านอาจารย์จีระ เมื่อได้มีการสร้างบ่มเพาะเพิ่มมูลค่าทุนมนุษย์แล้ว ต้องเก็บเกี่ยวผลงานของทุนมนุษย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคมด้วย และเมื่อได้ศึกษาทฤษฎี 3 วงกลมเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ พอสรุปได้ดังนี้

วงกลมที่ 1 context ขององค์กร ในการบริหารด้านต่างๆขององค์กร รวมถึงการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องทำให้สภาพแวดล้อมขององค์กรเอื้ออำนวยต่อการทำงาน การจัดโครงสร้างองค์กรและหน่วยงานต่างๆมีความเหมาะสม ระบบและกลไกต่างๆที่มีประสิทธิภาพ

วงกลมที่ 2 competencies องค์กรจะต้องพัฒนา ทักษะ ความรู้ ความสามารถของบุคลากรที่ทำงานให้องค์กรอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยต้องให้ความสำคัญต่อการเพิ่มทุน 8K’s ในตัวบุคลากรซึ่งเป็นทุนพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และต้องเพิ่มทุน 5K’s ในตัวบุคลากรซึ่งเป็นทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในความเท่าทันสถานการณ์ของโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ แล้วจะทำให้ทุนมนุษย์ของบุคลากรในองค์กรเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า หายาก ลอกเลียนแบบไม่ได้ นอกจากนี้ความสามารถของบุคลากรที่มีทุนมนุษย์สูงของหลายคนก็จะกลายเป็นความสามารถขององค์กรที่สามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมในด้านต่างๆของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัตร

วงกลมที่ 3 Motivation เมื่อบุคลากรในองค์กร มีทุน 8K’sและ 5K’s ที่เพิ่มขึ้น ย่อมทำให้บุคลากรท่านั้น มีทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญชำนาญ ความสามารถในการทำงานที่เพิ่มขึ้น องค์กรก็ต้องสร้างสิ่งจูงใจให้บุคลากรอยากทำงานให้องค์กรด้วยความเต็มใจและอย่างทุ่มเท เพื่อองค์กรได้เก็บเกี่ยวผลงานของบุคลากรที่ได้ปลูกหรือลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ของกลุ่มคนเหล่านี้ โดยต้องอาศัยภาวะผู้นำขององค์กรคอยผลักดันและมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HRD) อย่างมีประสิทธิภาพ ในการสร้างความสุขให้แก่บุคลากร สร้างสภาวะในการยอมรับนับถือในตัวบุคลากร ทำการยกย่องให้เกียรติสร้างความภาคภูมิใจให้แก่บุคลากร และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนในการทำงานให้แก่บุคลากร

เมื่อเนื้อที่วงกลมทั้ง 3 ทับซ้อน เป็นส่วนที่แสดงถึงการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมีความสมดุลทั้งบริบทขององค์กร ความสามารถของทุนมนุษย์ในตัวบุคลากร และสิ่งจูงใจที่สนับสนุนการทำงานก็จะทำให้เกิดความสำเร็จขององค์กรที่บรรลุตามเป้าหมาย

โดยทั้งนี้ขอเพิ่มเติมในความคิดเห็นของกระผมในการให้ความสำคัญต่อทฤษฎี 3 วงกลมดังนี้

1. ต้องเพิ่มเนื้อที่วงกลมทั้ง 3 ทับซ้อนให้มีเนื้อที่มากยิ่งขึ้น ถ้ายิ่งเพิ่มเนื้อที่ได้มากยิ่งขึ้นก็จะทำให้การบริหารทรัพยากรของมนุษย์ขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วก็จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานขององค์กรที่ดียิ่งขึ้น

2. ต้องขยายขนาดวงกลมทั้ง 3 วงให้มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น โดยทำการเพิ่มความเป็นองค์กรที่น่าอยู่ให้มากยิ่งขึ้น มีความคล่องตัว ทันสมัย ทำการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรให้ เก่งงาน เก่งคน เก่งคิด เก่งเรียน ประพฤติดี มีน้ำใจ ใฝ่ความรู้ มีคุณธรรม และเพิ่มแรงจูงใจให้บุคลากรทำงานอย่างมีความสุข มีความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเองและเพื่อนร่วมงาน แล้วเขาก็อยากจะทำงานอย่างเต็มใจและเต็มกำลังความสามารถ เมื่อทั้ง 3 วงมีขนาดใหญ่ก็ต้องบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เกิดความสมดุลมีเนื้อที่ทับซ้อนทั้ง 3 วงให้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันและมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

เมื่อนำทฤษฎี 3 วงกลมมาปรับใช้กับมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นพอสังเขป

วงกลมที่ 1 context

-ทำการ job analysis ใหม่ จัดสมดุลปริมาณคนกับงานในแต่ละหน่วยงานให้มีความเหมาะสม

-ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ สายการบังคับบัญชาให้เป็นแนวราบมากขึ้น ลดการมีคณะกรรมการหลาย

ชุดในการกำหนดนโยบายกำกับดูแล และกระจายอำนาจในการตัดสินใจลงสู่ระดับล่างมากขึ้น

- พัฒนาระบบและกลไกในการทำงาน ลดขั้นตอน ให้กระชับ รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัยและแม่นยำ

วงกลมที่ 2 competencies

- จัดทำแผน HRD ที่มีความเหมาะสมเป็นรายบุคคลโดยคำนึงถึง career path ของแต่ละบุคคล

- เพิ่มทุนในตัวบุคลากรทั้ง 8K’sและ 5K’s และมีการวัด human capital ratio ในแต่ละ K เพื่อนำมา

วิเคราะห์หาแนวทางการเพิ่มทุนในตัวบุคลากร

- เพิ่มความสามารถของบุคลากรในทุกระดับ โดยต้องเพิ่ม

ความสามารถในงานที่ปฏิบัติ เช่น รู้จริง เชี่ยวชาญ และมีความทันสมัยในงานที่ทำ

ความสามารถในระดับองค์กร เช่น การบริหารการเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมองค์กร TQM ความสามารถการเป็นผู้นำ เช่น การรู้จักคนอื่น วิสัยทัศน์ การสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ

ความสามารถการเป็นผู้ประกอบการ เช่น มีความคิดที่ดี การค้นหาโอกาสความสำเร็จ

ความกล้าเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง

ความสามารถในระดับมหภาคหรือในระดับโลก เช่น การมองผลกระทบในระดับโลก

การค้นหาโอกาสและหลีกเลี่ยงอันตราย

วงกลมที่ 3 Motivation

-การจัดสรรทรัพยากรต่างๆที่มีความเหมาะสมของสถาพการทำงานที่แท้จริง

-การสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

-การจ่ายผลตอบแทนตาม performance และ rare competencies

โดยทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญต่อการเพิ่มเนื้อที่วงกลมทั้ง 3 ทับซ้อนและการขยายขนาดเนื้อที่ของแต่ละวงกลมตามที่ผมได้เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมไว้แล้วครับ

วิชาที่ 3 วิเคราะห์ประเด็นท้าทายสำหรับการทำงานของมหาวิทยาลัยทักษิณ

กระผมได้รับความรู้ในเทคนิค การตรวจสอบตรวจทานข้อมูลสารสนเทศที่ได้สืบค้นด้วยตนเองอย่างมืออาชีพ ได้รับรู้มุมมองจากบุคคลภายนอกที่มีต่อมหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มีต่อ วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์ในระดับมหาวิทยาลัย คณะ หลักสูตร การค้นหาความสามารถหลักในการแข่งขัน ความไม่สมดุลในการจัดสรรทรัพยากรให้แก่หน่วยงานต่างๆ สายผลิตภัณฑ์ที่ไม่เอื้อต่อสมรรถนะขององค์กร ซึ่งยังต้องปรับปรุงพัฒนาอีกหลายด้าน

วิชาที่ 4 TSU: Vision-Opportunities and Risks Management

ได้เรียนรู้ organization risk การวิเคราะห์ความเสี่ยงและระดับความรุนแรงของความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อมหาวิทยาลัย และการตัดสินใจในวิธีการของการจัดการความเสี่ยง เช่น การบริหารความเสี่ยงด้วยตนเอง การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หรือการถ่ายโอนความเสี่ยงให้กับผู้อื่น โดยทั้งนี้ต้องจัดหาหรือสร้างเครื่องมือในการวัดระดับความรุนแรงของความเสี่ยงในแต่ละประเภทเพื่อสร้างความตระหนักในการจัดการความเสี่ยง และต้องมีวิธีการในการจัดการความเสี่ยงในแต่ละประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ

สุธาสินี บุญญาพิทักษ์
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่เรียนรู้

เรียนรู้ว่า....แนวคิดในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความก้าวหน้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจเท่านั้น แต่ความสำเร็จที่สำคัญขึ้นอยู่กับเจตคติของคนในองค์กรเป็นกลไกสำคัญ ที่จะต้องมองให้เห็นความจริงร่วมกัน (reality) และมุ่งไปที่ปลายทางของเป้าหมาย(relevance)ด้วยกัน วิธีการที่น่าสนใจคือ ม.ทักษิณควรคำนึงถึง "การสร้างมูลค่าเพิ่ม" "การบูรณาการคุณค่าทางปัญญา" และ"สร้างคุณค่าจากความหลากหลาย" (value added,value creation, value diversity) ความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 ประการ 1.ค้นหาตนเองอย่างซื่อสัตย์ 2.สร้างเครือข่าย 3.มีวิธีการ กระบวนการที่เป็นไปได้ที่ทำให้เกิดความสำเร็จ 4. ทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นอย่างเข้มแข็งและต่อเนือง

อมลวรรณ วีระธรรมโม
IP: xxx.55.32.250
เขียนเมื่อ 

จากการได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อนาคตใหม่ ม ทักษิณ กับท่านศ ดร จิระ และทีม ในช่วงที่1

เริ่มตั้งแต่การพรีแพลนนิ่ง ปฐมนิเทศ สิ่งที่ได้รับคือการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่พวกเราชาว ม ทักษิณ การให้ผู้เข้าร่วมคิด ทำเพื่อมหาวิทยาลัยของเรา มีโค้ชที่มากด้วยความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา

พอเริ่มเรียนรู้วิชาที่ 1 ทฤผษฎีที่สำคัญในการเรียนรู้วิทยากร กระบวนกรทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทุนมนุษย์ วิทยากรให้รับรู้และทำความเข้าใจ โดยผ่านกระบวนการที่เน้นกระบวนการแบบactive learning ชี้ประเด็นบริบทที่เปลี่ยนแปลงกับการปรับตัวในโลกยุคใหม่ ทำอย่างไรที่จะอยู่รอดได้อย่างดีในสภาพต่างๆ ฝึกคิด เรียนรู้กับสมาชิกในกลุ่ม นอกกลุ่ม และได้ข้อเสนอแนะดีๆจากท่านจิระ และทีม ที่ให้เรียนรู้จากสภาพที่เป็นจริง ตามข้อเท็จจริง และทำอะไรที่ตรงประเด็น เพื่อสร้างสรรค์งานที่ดี สอดคล้องกับยุคสังคมแห่งการเรียนรู้

วิชาที่ 2 ภาวะผู้นำและการสร้างผู้นำ มทษ ได้เห็นความเชื่อมโยงทฤษฎีที่เป็นรูปธรรมมาก และสามารถออกแบบได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ทฤษฎีวงกลม ที่จุดประเด็นตั้งแต่ ความสอดคล้องของ context competency and motivation นี่คือความจริงที่สุดผู้นำต้องวิเคราะห์ เจ้าใจเรื่องราวเหล่านี้ ที่สำคัญคือไม่ได้มองข้ามคุณค่าของทุนมนุษย์ซึ่งเป็นการคิดแบบpositive thinking เพื่อสร้างอนาคตที่ดีของมหาวิทยาลัยเรา ทุกอย่างต้องจัดระบบ และมีแผนที่ชัดเจน ผู้นำต้อองกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง กล้าเสี่ยงถ้าสิ่งที่ทำไปมีความเป็นไปได้สูง ถ้าผู้นำคิดแบบนี้ความผิดพลาดน่าจะเกิดขึ้นน้อย โอกาสน่าจะมีมากขึ้น ภายใต้บรรยากาศที่ดี ความสุขที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เรียนรู้จากสมาชิกกลุ่มอื่นด้วยดีมากมาก

วิชาที่ 3 การวิเคราะห์ความท้าทาย เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ชอบมาก ชอบความฉลาด ความกล้าหาญของวิทยากร สุดยอดมากมาก เป็นการสะท้อนที่เป็นประโยชน์สำหรับพวกเราชาว ม ทษ ทุกคน ที่สำคัญยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ต้องสมดุลในทุกๆเรื่องของการดำเนินงาน สิ่งสำคัญที่ได้คือ คิดแบบไมหลอกตัวเอง เอาความจริงของเราเป็นตัวตั้ง เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และสมดุลชอบคำว่า สมดุลเพราะกินใจมาก เพื่อสร้างคุณค่าที่หลากหลาย (value diversity /added / creation )

วิชาที่ 4 TSU vision and Risk management ได้เรียนรู้ความเสี่ยงและกลวิธีการจัดการความเสี่ยง จากทฤษฎี 5K 8K น่าสนใจมากเพราะการที่เราจะวิเคราะห์ความเสี่ยงเราต้องรู้เราจากหน่วยต้นๆที่เรียนรู้ไป และเรากำลังจะรู้เขา เพื่อให้ชนะวิเคราะห์อย่างไรตรงจุด น่าสนใจ ได้ตัวอย่างดีๆ จากทีมวิทยากรให้ ชาว ม ทษ.ได้เรียนรู้ คิดถึงสิ่งต่างๆ ใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

โดยสรุป การเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้รับเพียงฝ่ายเดียวแต่ให้ผู้เข้าร่วมได้คิด สะท้อนคิด ร่วมกันเพื่อหาจุดสมดุลในการเดินไปข้างหน้าของ ม ทษ. สิ่งที่ดีใจ ประทับใจอีกประการคือ การได้เรียนรู้ร่วมกันของทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าของ มทษ.โดยผ่านกระบวนกรที่มีประสบการณ์


ศาสตรา แก้วแพง
IP: xxx.183.26.108
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นโดนใจในภาพรวม

ขออนุญาติเรียนว่ารู้สึกเป็นเกียรติและรู้สึกขอบพระคุณที่ได้รับโอกาสในการเข้ารับการอบรมใน

"โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณ รุ่นที่ 1"

(Tsu Executives and Leader Development Program for The Future)

(ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2559)

โดย ศ. ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์ และคณะทำงาานและยินดีที่ได้รู้จักผู้เข้ารับการอบรมทุกท่าน

หลักสูตรนี้จะเป็นหลักสูตรที่จะสร้างความรักความสามัคคีระหว่างบุคคลากรมหาวิทยาลัยทักษิณ ให้ตื่นตัวและกระหายที่จะเห็นมหาวิทยาลัยทักษิณมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติในอานาคตอันใกล้นี้

โดยในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำนั้น นอกจากจะต้องมีบุคคลากรที่มีศักยภาพเป็นกลไกสำคัญ Professionalism แล้ว บุคคลาการจำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น กฎหมาย ภาษาต่างประเทศ วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำในการเปลี่ยนแปลง คุณธรรม จริยธรรม ความรู้ ทักษะ ทัศนคติในการทำงานเชิงรุกและการทำงานเป็นทีม รวมทั้งการพัฒนาเครือข่าย Global Standard ฯลฯ ให้สามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย

ฉะนั้น เชื่อว่าการได้เข้ารับอบรมในหลักสูตรนี้จะทำให้เห็นภาพใหญ่ Macro เพื่อเข้าใจถึง Global Competency ให้บุคลลากรของเราทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถร่วมคิดร่วมหายุทธวิธีในการนำพามหาวิทยาลัยทักษิณของเราให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในระดับนานาชาติและมีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติได้เป็นอย่างดี

"คิดดี ทำดี มีเมตตา นำพาองค์กร ประเทศชาติเจริญ"

ธนวิทย์ บุญสิทธิ์
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

ประเด็นสำคัญโดนใจ

"คุณธรรมต้องมาก่อน หากไม่มีคุณธรรมแล้วทุกอย่างก็จบ"

ขอบคุณมากครับ ศ.ดร.จีระ

นวลพรรณท วรรณสุธี
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะสมาชิกทุกท่าน

สำหรับตัวเองคิดว่าสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้รับโอกาสจากทางมหาวิทยาลัยในฐานะอาจารย์ให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพฯในครั้งนี้ เพราะมีความเชื่อว่าการทำงานทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมี "ทีม" และโครงการนี้เป็นการสร้างทีมที่ผสมผสานจากทุกคณะและส่วนงานต่างๆในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ทีมวิทยากรซึ่งมาให้ความรู้เป็นผู้ที่มีองค์ความรู้ชัดเจนในเรื่องที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆให้ตัวเอง ความรู้และประสบการณ์จากทางวิทยากรและผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้ได้รู้จักและเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่ไม่ต้องลองผิดลองถูกเพราะมีผู้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ปฏิบัติมาแล้ว ผ่านการพิสูจน์ทดลองมาแล้ว เพียงแต่เราจะนำสิ่งที่เรียนรู้นั้นมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับการทำงานของแต่ละบริบทที่เรารับผิดชอบอย่างไร ประเด็นที่โดนใจสุดๆคือ การวิเคราะห์ตนเองให้ชัดเจนแล้วนำประเด็นนั้นๆมาปรับปรุงและพัฒนา โดยผสมผสานกับสิ่งที่เอื้ออำนวยและไม่ซ้ำแบบใครๆ ค่ะ

ขอขอบคุณทีมบริหารของมหาวิทยาลัยและทีมวิทยากรของท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ค่ะ

ธีรยุทธ ปักษา
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นในภาพรวม

หลักสูตรนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้ ความทะเยอทะยานอยากเรียนรู้ ความรักความสามัคคีระหว่างบุคคลากรมหาวิทยาลัยทักษิณ ให้ตื่นตัวที่จะเห็นมหาวิทยาลัยทักษิณมีบทบาทสำคัญนอานาคตอันใกล้นี้โดยในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำนั้น นอกจากจะต้องมีบุคคลากรที่มีศักยภาพเป็นกลไกสำคัญ บุคคลาการจำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องครับ

ศรุต จุ๋ยมณี
IP: xxx.46.167.109
เขียนเมื่อ 

สรุปประเด็นโดนใจและการนำไปปรับใช้ในการทำงาน

จากการเข้ารับการอบมรม

"โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณ รุ่นที่ 1"

(Tsu Executives and Leader Development Program for The Future)

ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2559

การพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณนั้น เราควรจะต้องมองย้อนสถานการณ์และสภาพปัญหาตามสภาพความเป็นจริง (Reality & Current Situation) และมองลึกให้เห็นถึงความเป็นตัวตน ความท้าทายและทิศทางในการสร้างวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัยทักษิณ ( Relevance, Challenging & Higher Safety Culture)

เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกาใช้พื้นฐานขององค์ในการพัฒนาสิ่งที่มีให้โดดเด่น (Value Added) และสร้างนวัตกรรม (Value Creation & Value Diversity) ที่มีความหลากหลายให้มหาวิทยาลัยทักษิณนั้นมีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับนานาชาติ (Brand Recognition)

โดยการสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกาย (Passions & Creativity) ให้บุคคลากรรุ่นใหม่มีศักยภาพสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงยั่งยืนและสามารถก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วและไม่สามารถพยากรณ์ได้ (Feeling Strong When Jump Over Something)

พินิจ ดวงจินดา
IP: xxx.28.66.1
เขียนเมื่อ 

ทรัพยากรที่สำคัญที่สุุดในปัจจุุบัน ไม่ใช่เงิน สิ่งของหรือเครื่องจักร แต่เป็นคน และจากบริบทที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้น องค์กร ที่มีผู้นำ นับได้ว่ามีทรัพยากรที่มีคุณค่า เพราะสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ไม่แน่นอน ทายไม่ได้

เยาวลักษณ์ สุวรรณแข (Yaowaluk Suwannakhae)
IP: xxx.7.248.165
เขียนเมื่อ 

Reflection#1

การได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้นับเป็นการอบรมการเป็นผู้นำเป็นครั้งที่ 2 คือ ครั้งที่แรกเเป็นการเข้าเรียนตามหลักสูตรปริญญาเอก เมื่อประมาณปี 2006 โดยมีเพื่อนร่วมชั้นเป็นผู้บริหารโรงเรียนของเขตการศึกษาต่างๆหรือ District ต่างๆใน Dallas,Texas ท่านศาสรจารย์ ดร.โจแอน บาร์เบอร์ ซึ่งสำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัย Stanford เป็นการเรียนที่เน้นทฤษฎีภาวะผู้เป็นสำคัญต้องอ่านตำราเล่มใหญ่ความหนาประมาณ 400 หน้า(ซึ่งต้องสารภาพว่าพอสอบเสร็จก็คืนวิชาความรู้แบบท่องจำนั้นคืนท่านศาสตราจารย์ไปเกือบทั้งหมด เพราะแม้กระทั่งชื่อหนังสือเล่มนั้นก็จำไม่ได้) แต่หนังสือที่อาจารย์มอบหมายให้อ่านและมักจะหยิบมาอ่านเสมอคือหนังสือชื่อ "The character of leadership: Political realism and public virtue in nonprofit organizations" by Michael Jinkins & Deborah Bradshaw Jinkins. การเรียนในครั้งนั้นดูเหมือนว่าจะเรียนโดยมีเป้าหมายระยะสั้นคือเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษาแต่ไม่ได้นำทฤษฎีต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติ และในการอบรมครั้งที่สองนี้เป็นการเรียนวิชาผู้นำโดยการปฏิบัติหรือมีเป้าหมายเพื่่อการพัฒนามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นการเรียนที่เป็นประโยชน์ ท้าทายมากกว่าเพราะเป็นการเรียนรู้จากสภาพจริง และเป็นพันธกิจที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีความสามารถหลากหลายมีร่วมในการร่วมคิดร่วมพัฒนา เป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลง (Change agent) และที่สำคัญห้องเรียนนี้ของเราคงเป็นที่เดียวในมหาวิทยาลัยทักษิณที่ทุกคนถอดหมวกใบอื่นๆวางลง แล้วสวมใบเดียวกันคือการเป็นผู้เรียน นักคิด นักวางแผน และคาดหวังว่าโครงการพัฒนาที่ถูกเขียนขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้จะถูกนำไปใช้ประโยชน์และปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

สาระสำคัญที่ได้รับจากการเข้าร่วมการอบรมในช่วงแรก คือการได้เรียนรู้และทบทวนตนเองในสองลักษณะคือ ประการแรกเป็นการทบทวนตนเองของปัจเจกบุคคลเป็นเบื้องต้น กล่าวคือการได้มีโอกาสได้ค้นหาตัวตนเอง และได้รับการกระตุ้นให้ค้นหาศักยภาพที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตนเอง ให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จ และในขณะเดียวกันจุดอ่อนที่เรามีอยู่ก็สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นจุดแข็งโดยการได้รับการพัฒนาจากผู้เชียวชาญต่างๆ กลยุทธ์และเทคนิควิธีการต่างๆ ประการที่สองเป็นการทบทวนในภาพรวมขององค์กร ในเรื่องโอกาส ความเสี่ยง และแนวทางการแก้ไขจากสภาพความจริงของมหาวิทยาลัยทักษิณ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะก่อนที่มหาวิทยาลัยจะไปสู่การพัฒนายั่งยืน มีศักยภาพในการแข่งขัน เราจำเป็นจะต้องรู้สภาพของมหาวิทยาลัยอย่างถ่องแท้เสียก่อนว่า "เรา" มีอะไรดีที่จะต้องรักษาและทำให้ดีขึ้นไป อะไรที่ดีแต่กำลังจะสูญเสียไป อะไรที่ต้องสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ที่สามารถนำพามหาวิทยาลัยก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค ชาติ และนานาชาติ

ขอขอบพระคุณ อธิการบดี อาจารย์สายพิณ วิไลรัตน์ ท่านศาสตราจารย์จีระ และทีมงาน ที่ให้โอกาส ได้สละเวลาในการให้ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ของท่าน และความเชื่อมั่นของท่านว่าพวกเราคือเมล็ดพันธุ์ที่ดีของการเปลี่ยนแปลง

..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/599764

อรจันทร์ ศิริโชติ
IP: xxx.207.39.232
เขียนเมื่อ 

ประทับใจแนวคิด 4 Cs ได้แก่ Connection Competitiveness Creation Communication ซึ่งสั้น กระชับ จำง่าย และสามารถประยุกต์กับการบริหารองค์การหรือการจัดการธุรกิจในยุคปัจจุบัน


ทวนธง ครุฑจ้อน
IP: xxx.158.166.160
เขียนเมื่อ 

สิ่งที่ได้รับและสามารถนำไปพัฒนาระบบงานได้เป็นอย่างดีมี 2 แนวคิด คือ

1. แนวคิด 2R ที่มุ่งเน้นความจริง (Reality) และ ความเชื่อมโยงสัมพันธ์ (Relevance) ซึ่งการที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 มหาวิทยาลัยจะต้องยอมรับความจริงว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในตำแหน่งใดในสถานการณ์อุดมศึกษา และเมื่อรู้ความจริงแล้วก็จำเป็นต้องเชื่อมโยงสิ่งที่ตนเองมีเข้ากับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด

2. ทฤษฎี 3 V ที่มุ่งเน้นประเด็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) การสร้างสรรค์มูลค่า (Value Creation) และความหลากหลายมูลค่า (Value Diversity) ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวเหมาะสำหรับการพัฒนามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์อุดมศึกษา

จิดาภา สุวรรณฤกษ์
IP: xxx.158.166.142
เขียนเมื่อ 

"โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณ รุ่นที่ 1"

(Tsu Executives and Leader Development Program for The Future)

ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2559

ได้แนวคิด 2R ที่มุ่งเน้นความจริง (Reality) และ ความเชื่อมโยงสัมพันธ์ (Relevance) ซึ่งการที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21.และทฤษฎี 3 V ที่มุ่งเน้นประเด็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) การสร้างสรรค์มูลค่า (Value Creation) และความหลากหลายมูลค่า (Value Diversity และได้เรียนรู้รวมถึงการได้รับโอกาสและเพิ่มศักยภาพ ให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน และกำจัดจุดอ่อนที่เรามี ให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

Noppadon Sukrakanchana
IP: xxx.158.166.142
เขียนเมื่อ 

"โครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณ รุ่นที่ 1"

(TSU Executives and Leader Development Program for The Future)

สรุปบทเรียน ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2559

ได้แนวคิดสำคัญสำหรับผู้ที่จะนำองค์กร จะต้องเป็นผู้ที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น และได้รับการยอมรับจากคนในองค์กร ด้วยศรัทธาในความมุ่งมั่น เสียสละ และมีคุณธรรมของผู้นำ และสามารถทำให้ทุกคนในองค์กรมองเห็นอนาคตร่วมกัน ไม่ภาคภูมิใจกับอดีตจนมองไม่เห็นอนาคต

ประทับใจกลยุทธ์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงของ John Kotter

  • สร้างความรู้สึกถึงตระหนักถึงความจำเป็น สร้างความรู้สึกกระตือรือร้น และเร่งด่วนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร (Establishing a sense of urgency)
  • การรวมกลุ่มที่มีพลังมากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Forming a powerful guiding coalition)
  • สร้างวิสัยทัศน์ (Creating a vision)
  • การสื่อสารและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ (Communicating the vision)
  • การให้อำนาจ และทำให้คนในองค์กรดำเนินการตามวิสัยทัศน์ (Empowering others to act on the vision)
  • การวางแผนเพื่อให้เกิดความสำเร็จในระยะสั้น (Planning for and creating short-term wins)
  • ประมวลการปรับปรุงเหล่านี้ให้ครบถ้วน (Consolidating Improvements and Producing Still More Change)
  • ปลูกฝังวิธีใหม่ในองค์การให้คงอยู่ (Institutionalizing new approaches)
เขียนเมื่อ 

ได้เรียนรู้ทักษะการบริหารจัดการ