สวัสดีครับลูกศิษย์และชาว Blog ทุกท่าน
โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 1 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน ช่วงนี้เข้าสู่ช่วงที่ 5 แล้ว ระหว่างวันที่ 28 -30สิงหาคม 2557
ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
..............................................................................................
บรรยากาศการเรียนรู้ ช่วงที่ 5
วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2557
นำเสนอบทเรียนจากหนังสือ Good to Great โดย Jim Collins ร่วมวิเคราะห์โดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี และอาจารย์จีระเดช ดิสกะประกาย
Learning Forum & Workshop เรื่อง Brand & Image Management และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร
วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2557
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย (2)
จิตวิทยาการแก้ไขอาการ วิตก กังวล กลัว
รักษ์ใจ….ไม่เครียด ด้วยหัวเราะบำบัด
ฯลฯ
โดย ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม
Panel Discussion & Workshop
หัวข้อ “ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯ มอ.”
โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
กรรมการสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
อดีตนายกสภาฯ และอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
หน่วยระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดำเนินการอภิปรายโดย อาจารย์ทำนอง ดาศรี
วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “People Management”
โดย อาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด
Learning Forum & Workshop
หัวข้อ “จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าสู่แนวทางการสร้าง“ธรรมาภิบาล” ในองค์กร”
โดย ศ. (พิเศษ) วิชา มหาคุณ


























นำเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือ
เรื่อง Good to great
28 สิงหาคม 2557
บทที่ 1
MAKE THE LEAP(ก้าวกระโดด)
AND OTHERS DO NOT
Leadership / Strategic Planning
Organizational Change/ Technological
Innovation-Management
Good to Great เป็นรายงานผลการวิจัยของบริษัทในสหรัฐที่มีผลประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ ที่ดีกว่ากลุ่มเดียวกันหลายเท่าและมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนาน
Jim Collins พบว่าบริษัทเหล่านี้มี จุดเน้นที่แน่ชัดและมีบุคลากรที่มีสมรรถนะ จึงทุ่มเททรัพยากรไปยังจุดแข็งที่มีอยู่
บทที่ 1 GOOD IS THE ENEMY OF GREAT แค่ดี...ไม่เป็นผลดีต่อความยิ่งใหญ่(อุปสรรคเกิดขึ้นเพราะคน)
เงื่อนไขในการคัดเลือกบริษัท (เพื่อทำการวิจัย)“ผลตอบแทนจากการลงทุนต้องมากกว่า 3 เท่าในระยะเวลา 15 ปี”
บริษัทที่เข้าข่าย 11 บริษัท .... ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ดังมาก
ลักษณะ LEVEL 5 LEADERSHIP
First Who……Then What
เริ่มต้นด้วยการรับคนที่ใช่ขึ้นรถก่อนตอบคำถาม ใคร จะต้องมาก่อนการตัดสินใจว่าจะทำอะไร
Confront the Brutal facts Have the discipline
คิดอย่างมีวินัยเผชิญความจริงอันโหดร้าย
Hedgehog Conceptสามมิติของการคิดอย่างเม่น ทำให้โลกที่ซับซ้อน/ยุบรวมปัญหาและความยุ่งยาก รวมเป็นแนวคิดง่ายและชัดเจนที่สุดแนวคิดเดียว
Culture of Disciplineการสร้างวัฒนธรรมความมีวินัยคนมีวินัยในตนเอง ตั้งใจจริงที่จะทำให้ดีที่สุด
Technology Accelerators
ไม่แซงหน้าด้วยเทคโนโลยีแต่จะพิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบและสร้างสรรค์อย่างเหมาะสม
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย1 จงเป็นผู้นำด้วยการตั้งคำถามไม่ใช่ด้วยการให้คำตอบ2 ให้พนักงานที่ดีที่สุดได้รับโอกาสที่ดีที่สุด ไม่ใช่ให้แก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด3 ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ไม่ใช่ เพื่อหาคนทำผิดมาลงโทษ
4 ความสำเร็จของบริษัทเปรียบเหมือนFrywheel เริ่มต้นหมุนจะช้า ความพยายามอย่างไม่ลดละ มีแรงเหวี่ยงจะหมุนได้ด้วยตัวเอง ช่วงความสำเร็จก็มาถึง5 หลักการเลือกผู้นำไม่จำเป็นต้องเป็นคนจากภายนอก (outsider leader) แต่ต้องรู้จักเลือกคนที่เป็น insider ที่ดีที่สุดอย่าเน้นเลือกคนในตระกูลหรือครอบครัวตนเองผู้นำที่ดีต้องเน้นที่งานหรือผลงานที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่มุ่งหวังผลสิ่งตอบแทน
อ.ทำนอง ดาศรี:
ขอให้ดูว่าได้ประโยชน์อะไร ที่น่าสนใจคือเรื่องวินัย ถ้ามีวินัยแล้ว ไม่ต้องดูเรื่องระเบียบ
สิ่งที่จะทำให้ยั่งยืนได้ คือ ต้องมีวินัย
คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ทำให้เร็วขึ้น แต่บริษัทจะต้องมีผู้จัดการที่ถ่อมตน เลือกคนเก่งที่สามารถทำให้เกิดผลแบบ great ให้ได้
Hedgehog เป็นสัตว์ที่คล้ายหนูและเม่น เมื่อมีภัยร้ายเข้าใกล้ตัวจะเอาตัวรอดโดยการม้วนตัว เพื่อให้เป็นตัวกลมๆมีหนาม ไม่มีสัตว์ทำร้ายได้
กลุ่ม 2
บทที่ 3
มีการประกาศรับสมัครรักวิชาการพัสดุ 1 ตำแหน่ง แต่มีผู้เข้าสมัครเป็น 100 คน ก็มีการคัดเลือกคนที่มีคุณภาพมาก หลังจากนั้นก็ฝึกอบรม แต่การที่คนเก่งไปทำงานที่อื่นก็คิดว่าก็ทำงาในประเทศไทยเหมือนกัน
First Who Then What. Get the right people on the bus, get the wrong people off the bus, get the right people in the right seat
ผู้นำที่สามารถเปลี่ยนแปลงบริษัทดีให้กลายเป็นบริษัทดีเยี่ยมได้นั้น เป็นผู้ที่เข้าใจ ความจริงง่ายๆ 3 ประการคือ
ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยการตอบคำถาม "ใคร" แทนที่จะเป็นทำ "อะไร" คุณจะปรับตัว เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
ถ้าคุณมีคนที่ "ใช่" อยู่บนรถ ปัญหาเรื่องการสร้างแรงจูงใจพนักงาน และปัญหาการควบคุมคนแทบจะไม่มี
ถ้าคุณมีแต่คนที่ "ไม่ใช่" แม้คุณจะค้นพบทิศทางที่ถูกต้องก็หามีประโยชน์อันใดไม่ เพราะคุณยังคงไม่สามารถสร้างบริษัทที่ดีเยี่ยมได้อยู่ดี เพราะการมีวิสัยทัศน์ที่ดีเยี่ยม แต่ปราศจากคนที่ยอดเยี่ยม ไม่ก่อให้เกิดผลอะไร
บริษัทที่สามารถก้าวขึ้นมาสู่ความยอดเยี่ยม
ผู้นำกล่าวว่าการพัฒนาให้เป็นบริษัทที่ดีเยี่ยมคือ ต้องมีผู้นำระดับ 5
- จะต้องเป็นผู้นำที่มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานต่อความสำเร็จขององค์กร
- มีความพากเพียรในการทำงาน ถ่อมตน ไม่เอาความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นความสำเร็จของตน แต่เป็นความร่วมมือร่วมใจของคนในองค์กรทุกฝ่าย
- ผู้นำประเภทนี้ส่วนใหญ่มาจากคนในองค์กร ไม่ใช่มาจากที่อื่น
ผู้นำคณะแพทย์ ถือเป็นผู้นำระดับ 5 เช่นกัน
บทที่ 4 ต้องกล้าเผชิญความจริงที่โหดร้าย
บริษัทที่จะก้าวไปสู่ความเป็นบริษัทยิ่งใหญ่
ทำไมต้องดูบริบท
บทที่ 3 นำเสนอบทที่ 5-6
หมาป่า
Hedgehog knows one big thing
The three circles of The Hedgehog Concept
รู้ตัวเองว่าทำอะไรให้ดีที่สุดในโลก
อะไรที่เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร
คุณสามารถทำอะไรให้ดีที่สุดในโลก
อะไรคือสิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนบริษัทของคุณอย่างแท้จริง
เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในบริษัท
§ Man
§ Money
§ Material
อะไรที่ใจรักมากที่สุด
§ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำอะไร แล้วจึงกระตุ้นให้พนักงานเกิดความรักที่จะทำสิ่งนั้น
§ แต่จะเลือกทำสิ่งที่พวกเขามีใจรักเท่านั้น เพราะความมีใจรักอาจไม่สามารถสร้างขึ้นได้ และไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการพยายามจูงใจของผู้นำ
สรุป
ขั้นตอนการสร้างแนวคิด Hedgehog
ในช่วงแรกเปรียบเหมือนอยู่ในเมฆหมอกมองไม่เห็นปลายทาง จนเมื่อเราค้นพบแนวคิดหลักขององค์กรแล้วทำให้คนในองค์กรเข้าใจและมีแรงบันดาลใจที่จะไปสู่เป้าหมายความเป็นเลิศก็เป็นการง่ายที่จะกำหนดแนวทางในการดำเนินงานโดยแนวคิดหลักจะต้องเข้าใจง่ายและผ่านการตกผลึกโดยอาศัยการตั้งคำถามจาก ทฤษฎี 3 วงกลม
บทที่ 6 การสร้างวัฒนธรรมที่มีวินัยในองค์กร
การสร้างวัฒนธรรมความคิดสร้างสรรค์ภายใต้กรอบการทำงาน
การก่อให้เกิดวัฒนธรรมในบุคลากรที่มีระเบียบวินัยในตนเอง
ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างความมีระเบียบวินัย กับความเผด็จการ
ยึดมั่นกับหลักการ Hedgehog concept
องค์กรที่จะประสบความสำเร็จ Good to Great ได้ ต้องมีวินัย 3 อย่าง คือ
ผู้นำระดับ 5 (Level 5 leadership)
การคัดเลือกบุคลากรที่มีวินัย
มีความสามารถในการหาคน (First who then what) และรักษาคน
ถ้าหากองค์กรสามารถหาคนดี คนเก่งเอาไว้ได้ คนเก่ง คนดี ก็จะทำงานที่ดีให้กับองค์กร
กลุ่ม 4
เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ
เทคโนโลยีคือตัวเร่ง
บริษัทที่ก้าวสู่บริษัทที่ดีเยี่ยมได้ คิดต่างไปจากบริษัททั่วไปในเรื่องเทคโนโลยี คือพวกเขาไม่ตามแฟชั่นหรือเห่อเทคโนโลยีใหม่
นำเทคโนโลยีมาใช้หลังจากผ่านการคิดพิจารณาเลือกสรรอย่างสุขุมรอบคอบแล้วว่าเหมาะสมกับองค์กร เพราะพวกเขาตระหนักดีว่า เทคโนโลยีเป็นได้อย่างมากแค่ตัวเร่งความเร็ว แต่ไม่ใช่ตัวสร้างการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างองค์กรที่เลือกใช้เทคโนโลยี
Philip Morris
-นำเทคโนโลยีการบรรจุหีบห่อและการผลิต ซึ่งรวมถึงการผลิต ซองบุหรี่ที่มีฝาเปิดแบบ flip top มาใช้เป็นครั้งแรก นับเป็นนวัตกรรมการบรรจุหีบห่อ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมบุหรี่ในรอบ 20 ปี
-เป็นรายแรกที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้ควบคุมการผลิต และลงทุนมหาศาลสร้างศูนย์ผลิต เพื่อให้เป็นศูนย์กลาง การทดลอง ทดสอบและปรับปรุง เทคนิคการผลิต และการควบคุมคุณภาพใหม่ๆ
องค์กร Great
-เลือกเทคโนโลยีอย่างสุขุมรอบคอบ
-รู้ว่าต้องการทำอะไร
-รู้ว่าต้องทำอย่างไร
-รู้ว่าเทคโนโลยีใดเหมาะสมกับองค์กร (Fit with strategies)
-เชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นตัวเร่งความเร็วในการพัฒนาองค์กร ไม่ใช่สร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กร
คุณ Collins : ให้ข้อคิดว่า จะเด่นจะดีจะดังด้านใดก็ตัดสินใจเลือกให้ชัด คาถาไฮเทคและเทคโนโลยีต่างๆ อาจจะสามารถจะมาเป็น”ตัวเสริม” ให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดได้ ถ้าเทคโนโลยีดังกล่าวจะเข้ามาเสริมจุดแข็งเดิม
แต่ถ้าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับจุดแข็งหรือคุณค่าเดิมได้ การจะไปหลงลงทุนในสิ่งดังกล่าว มีแต่จะเสียเวลาและล้มเหลว
บทที่ 8
Flywheel ล้อมู่เล่คือล้อหนักสำหรับหมุนถ่วงให้เครื่องยนต์เดินเรียบ มีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 30 ฟุต หนา 2 ฟุต และหนักถึง 5,000 ปอนด์ เมื่อเริ่มหมุนมันจะเคลื่อนไปช้ามาก แม้จะพยายามอย่างไม่ลดละ ก็อาจทำให้มันหมุนไปได้เพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะหมุนมันได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะมีแรงเหวี่ยงเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้มันหมุนไปได้ด้วยตัวเอง และแล้วช่วงเวลาแห่งความสำเร็จก็มาถึง เมื่อน้ำหนักอันมหาศาลของมันเอง ทำให้ มันหมุนไปได้ด้วยตัวเอง
ความสำเร็จของบริษัท/องค์กรเปรียบเสมือนการหมุนล้อมู่เล่ (Flywheel)
Doom Loop วงจรหายนะ
บริษัทที่เป็น Great
-เคยผ่านปรากฏการณ์ล้อมู่เล่ คือ ความพยายามในช่วงแรกเห็นผลช้า แต่มีเป้าหมายชัดเจน
-มีความมุ่งมั่น มีวินัย สม่ำเสมอจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง หรือวงล้อหมุนไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จ
- พยายามปรับปรุง ประสิทธิภาพและสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง
- องค์กรมีเป้าหมายเจน กัดไม่ปล่อย
วงล้อแห่งความสำเร็จ หรือวงจรหายนะ
ประเด็นสำคัญปรับใช้กับคณะแพทย์ มอ
เป้าหมาย
ติดตั้งระบบ RFID
- ติดRFIDให้ผู้ป่วย เก็บข้อมูลผู้ป่วย ติดตามผู้ป่วยได้
- บันทึกประวัติผู้ป่วย การรักษา กรณีผู้ป่วยไม่มาตามนัดระบบจะแจ้งเตือน
-ติดRFID กับวัสดุการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ /เครื่องมือแพทย์
แนวทาง
-เลือกใช้เทคโนโลยีที่ fit strategies ….RFID?
วิเคราะห์องค์กร
2R’S = Reality / Relevance
-Where are we?
-Where do we want to go?
-How to do it?
-How to do it successfully
-ตอบคำถาม3V
-แนวคิดวงจรแห่งความสำเร็จ(Flywheel)
ทำตามแผนที่วางไว้ มีวินัย และต่อเนื่อง
กลุ่ม 5
บทที่ 9 FROM GOOD TO GREAT TO BUILT TO LAST
ผลงานอันเป็นเลิศ เกิดจากองค์กรมีคนที่ถูกต้องเหมาะสม
ผู้บริหารทุกระดับมีภาวะผู้นำอย่างแท้จริง
FROM GOOD TO GREAT TO BUILT TO LAST ดี สู่ ยิ่งใหญ่ ยั่งยืน : งานวิจัย เรื่อง สร้างให้ยั่งยืน (Built to Last)Jim Collins + Jerry I Porras : Stanford Business School ปี 1990
คัดบริษัทชั้นหัวกะทิ 11 บริษัท
ปี 1800
ปี 1945 อายุน้อยที่สุด : Wal-Mart และ Sony
ข้อสรุป 4 ข้อ จากงานวิจัย
บริษัทเหล่านั้น คำนึงถึงความยั่งยืน BTL และความยิ่งใหญ่ GTG ตั้งแต่ตั้งบริษัท
BTL ไม่ได้ส่งผลให้เกิด GTG แต่ ความคิดเรื่อง GTG ทำให้เกิด BTL ดังนี้
ตั้งบริษัท – concept เรื่อง From GTG – รักษาผลประกอบการที่จะไปสู่ความยิ่งใหญ่ให้ต่อเนื่อง – BTL concept
การเปลี่ยนจากบริษัทที่มีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่อง มาเป็น บริษัทที่ยิ่งใหญ่ (From GTG ) ต้องใช้ concept ของ BTL คือ ค้นหาคุณค่าที่เป็นแก่นแท้ของตน หากต้องการก้าวหน้า ก็ต้องก้าวไปพร้อมๆ กับการรักษาแก่นนี้
Discover your core values and purpose beyond just making money.
From GTG ตอบคำถามที่เป็นพื้นฐานสำคัญได้ แต่ไม่ตอบคำถาม BTL
บริษัท Wal mart
Sam Walton began with a single store in 1945 , didn’t open his second store until 7 years later.
Built incrementally, turn by turn of the flywheel.
Hedgehog concept of discount marts popped out as a natural evolutionary step in the mid 60’s.
Breakthrough came in the 70’s.
บริษัท HP
Bill Hewlett, David Packard met in grad school, founded HP in 1937.
Mission, “design, manufacture, and sell products in the electrical engineering field.”
ยังไม่คิดว่าจะผลิตอะไร แต่จะร่วมงานกับคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รับคนเก่งมากมาย จากหน่วยงานที่เลิกไป
-Recall Packard’s Law-” No company can grow revenues consistently faster than its ability to get enough of the right people to implement that growth and still become a great company”
-HP lived and breathed this concept and obtained a surplus of great people whenever the opportunity presented itself
-Level 5 leadership: Modesty / Humility / Vision / Passion
เป็นผู้นำที่สามารถผสมผสานคุณสมบัติ 2 ประการ ได้อย่างแนบเนียนคือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน+ความเป็นมืออาชีพ
การปลูกฝังอุดมการณ์หลัก
Core Values ค่านิยม
Core Purpose วัตถุประสงค์ของการดำรงอยู่ ของบริษัทคืออะไร
บริษัท MERCK
-ก่อตั้ง ปี 1891 (123 ปี)
-ปี1980 เกิดโรคระบาดที่แอฟริกา RiverBlindness หรือ Onchocerciasis เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อพาราสิต โดยมีแมลงวันดำเป็นพาหะของโรค ผู้ป่วยกว่า 18 ล้านคนที่กำลังป่วย และมีโอกาสที่จะตาบอดทุกราย
-Merck มียาตัวหนึ่งที่สามารถฆ่าเชื้อพาราสิตนี้ได้ ยังไม่มีขนาดของยาที่เหมาะกับคน
-“Merck ตั้งขึ้นมาและดำรงอยู่ต่อไปเพื่ออะไร?” คำตอบที่ชัดเจนจากคณะผู้บริหารทุกคนคือ “เพื่อรักษาและพัฒนาชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้น (Preserving and Improving Human Life)” ซึ่งสื่อว่าไม่ได้มุ่งเรื่องกำไรเพียงอย่างเดียว
-ใช้งบประมาณกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการผลิตและกระจายยา
-คุณค่าหลัก (Core Values) ที่ Merck ยึดถือปฏิบัติอย่างเหนียวแน่นและเข้มแข็งมาโดยตลอดคือ “Medicine is not for profit, It’s for the people” ยาไม่ได้มีไว้เพื่อทำกำไร แต่มีไว้เพื่อประชาชน
ไอเดีย 4 ข้อ ที่จะรักษาความยั่งยืน
อ.จีระเดช: สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยฉาบฉวยมาก เพราะชอบเอาตามแบบฝรั่ง ต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ ส่วนเรื่องความยั่งยืนในหนังสือเล่มนี้ไม่มีความยั่งยืน อย่างเช่น บริษัท Wal mart ก็ไม่ได้มีความยั่งยืน
เรื่องความยั่งยืน ถ้าจะ Great ต้อง Great by sustainability ตัวอย่างที่ดีคือท่านพระราชบิดา
“Brand Management”
โดย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ
28 สิงหาคม 2557
ดร.พจน์: หน่วยงานภาครัฐ จะพูดเรื่อง Brand และ image ควบคู่กันไป ได้มีโอกาสไปประชุมที่แพทย์รามา ซึ่งคิดว่าคล้ายคลึงกันสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกันได้
วันนี้เหมือนเป็นการแลกเปลี่ยนกัน สามารถเข้าไปคุยในเวปส่วนตัวของอาจารย์ได้ และหากใครที่คำถามก็สามารถถามได้ในทุกช่องทาง
ถามว่ามีใครเรียนหรือจบทางนิเทศศาสตร์ หรือวารสารศาสตร์บ้าง ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าทุกท่านมีความรู้เรื่องนี้มามากหรือน้อยแค่ไหน
Brand เป็นต้นทุนที่สำคัญมาก คน สิ่งของ มหาวิทยาลัย ทุกอย่างมีภาพลักษณ์เฉพาะตัว สามารถกำหนดคุณลักษณะ มีการประเมินเบื้องต้นได้ ศรัทธาหรือไม่ศรัทธา อิทธิพลของภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญ
ช่วงแรก ขอพูดถึงว่า Brand เป็นสิ่งแรกที่ผู้บริหารสนใจ แต่เรื่องสื่อสารเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะสนใจ ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมาระบบสื่อสารแตกต่างไปมากมาย ทุกวันนี้เปลี่ยนไปมากตอนนี้เรื่องสื่อสารทุกคนให้ความสำคัญมาก
สิ่งที่ตามมาคือเรื่องยุทธศาสตร์การสื่อสาร จะเห็นว่า เมื่อก่อน 20 ปี เรียน กระบวนการสื่อสาร มีผู้ส่ง เนื้อหา ช่องทางหรือผู้รับ ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานที่ให้ลุล่วงไป จนต้องการให้เห็น Feedback ทำให้การทำงานขององค์กรประสบความสำเร็จ ไปที่กระบวนการกระจายงานในแต่ละเรื่อง
Brand ต้องจะรับรู้และจดจำคุณสมบุติได้ทันที
สภาพแวดล้อม สภาพการแข่งขัน การใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า
การแข่งขัน: เนื่องจากมีปัญหาการแข่งขันสูง ทำให้องค์กรต้องบริหารทุกส่วนอย่างคุ้มค่า มีทิศทางที่ชัดเจนไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใดก็ตาม
ทำอย่างไรให้เห็นว่าเรามีประสิทธิภาพดีกว่าคนอื่น
วัดว่าเราจำอะไร เช่น รพ.ใดเป็นสิ่งที่ท่านนึกถึงก่อนเป็นชื่อแรก
เมื่อเรานึกถึงภาคใต้ รพ.อะไรเป็นรพ.ที่เรานึกถึงก่อนเป็นชื่อแรก
เพราะชื่อแรก เป็นชื่อที่มูลค่าสูงมาก
หากต่ำกว่า 5 อยู่ในพื้นที่ลำบาก จะอยู่ในพื้นที่ที่โลกลืม เพราะคนไม่จำ
เราบริหารจัดการสื่อสารเรื่องราวเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่หรือไม่
ปัญหาขององค์กร ว่าทำไมต้องสร้าง Brand ให้แข็งแรง
วิธีการมองเรื่อง Brand ให้เดินออกมาข้างนอกและมองเข้ามาข้างใน และเดินเป็นวงกลม
Corporate Image ภาพลักษณ์องค์กร ทุกสิ่งทุกอย่างในองค์กร เกี่ยวข้องกับวิธีการดำเนินงานของเรา มีความเป็นมาอย่างไร มีความโปร่งใส
ตกลงกันว่าอะไรเป็นจุดแข็ง
Business Image ภาพลักษณ์ทางด้านหน้าที่ สินค้า และ บริการ
อย่างภาพลักษณ์ของคณะแพทย์มอ. คือ การรักษา และ ความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ รวมถึงภาพลักษณ์ทางด้านสังคมด้วย
ต้องดันให้เป็นแคมเปญพิเศษในช่วงนั้นๆ
ทั้ง 2 เรื่อง จะต้องเอื้อกันเสมอ
ในที่สุดแล้วเกิดเป็น Brand Image ภาพลักษณ์ด้านชื่อเสียงขององค์กร
ในแต่ละช่วง Brand หลักต้องมี และต้องมีการสื่อสารของ Brand ที่ปรับไปในแต่ละช่วง เช่น ปัจจุบันมีโรคอีโบล่า ก็ต้องจัดศูนย์ตอบข้อสงสัยของประชาชน
Brand เป็นเรื่องความรู้สึก ที่ต้องบริหารความรู้สึกของคน
วัตถุประสงค์ของการทำ Brand เพื่ออะไร
Stakeholders
การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ หวังผลให้เกิดประสิทธิภาพการสื่อสารที่ชัดเจนไปยังกลุ่มเป้าหมายองค์กรที่ประสบความสำเร็จ ต้องเรียนรู้กระบวนการสื่อสาร การจัดเครื่องมือภายนอกภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Stakeholder Inside
การจัดการสื่อสาร ต้องการทั้ง relation และ Connection
สิ่งที่ผู้บริหารต้องดู คือ ต้องรู้ Life style ของคนที่ไปติดต่อด้วย
Brand Image, Reputation Importance Processing ชื่อเสียงเกียรติภูมิขององค์กร คุณค่าและความสำคัญขององค์กร ทิศทางความก้าวหน้า
ภาพลักษณ์เกิดขึ้นโดยลำพังไม่ได้ ต้องมีการได้รับแสดงความสนใจ การมีส่วนร่วม สัมพันธภาพ Interest Participating Relations
อ.ทำนอง: person brand สร้างอย่างไร โดยใช้เวลาไม่นาน มีปัจจัยอะไร
อ.พจน์: ดูว่า Brand นั้นจะอยู่นานได้เท่าไหร่ ทุกวันนี้มีฮีโร่ใหม่ขึ้นทุกวัน ส่วนหนึ่งที่เห็นคือ สร้างแก่นของความสามารถ สร้างความเป็นจริงให้ปรากฏ
สิ่งที่ท้าทาย คือ ไม่ได้มาจากความสามารถที่แท้จริง และไม่สม่ำเสมอ
ประเทศต้องการบรรยากาศการลงทุน ให้ต่างชาติเกิดความเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
ต้องดูว่าในความเชี่ยวชาญจะให้อะไรแก่สังคมได้บ้าง
คำถาม: วิธีการปรับแบรนด์คนว่าดีหรือไม่ดีดูอย่างไร
อ.พจน์: ต้องดูว่า ทำให้เด่นชัดได้อย่างไร ต้องดูว่าแบรนด์ที่มีปัญหา คือ มีปัญหาอะไร แบรนด์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าปัญหานั้นยังอยู่
คำถาม : ความแตกต่างระหว่าง Corporate image กับ Brand image
อ.พจน์ : Corporate image ความรู้สึก หรือการจดจำเป็นภาพรวมของบริษัท หรือองค์กรนั้นๆ จากคนทั่วไปที่มองเห็นได้ด้วยวิธีต่างๆ
Brand image ภาพลักษณ์ของตัวองค์กร ภาพโดยรวมของแบรนด์ ในใจของผู้บริโภค
วันที่ 28 สิงหาคม 2557
ในช่วงเช้าถอดบทเรียนจากหนังสือGood to Great สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ อุปสรรคเกิดขึ้นเพราะคน ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหาหรือแก้ไขก็ต้องแก้ที่คน ต้องมีการสร้างวัฒนธรรมความมีวินัย การเป็นผู้นำต้องรู้จักตั้งคำถาม การได้เรียนรู้ทฤษฎี Hedgehog
การสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร การสร้างBrandที่ดีเราต้องคิดว่าสิ่งที่เรามีและสิ่งที่stakeholdersต้องการนั้นต้องตรงกัน Brandเราถึงจะประสบความสำเร็จและคนจะจำได้ ชอบที่อาจารย์พจร์ กล่าวว่า "ถ้าสร้างความแตกต่างไม่ได้ก็ไปตายซะเถอะ"
การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพคือการสื่อสารที่สร้างความชัดเจนให้กับองค์กรและทำให้องค์กรเกิดประโยชน์สูงสุด
ในช่วงสุดท้าย อ.จีระได้ให้พวกเราฟังบทสนทนาของดร.โจเซฟ ซึ่งฟังแล้วเห็นด้วยกับเรื่องการศึกษาของคนไทยที่ไม่เน้นเรื่องการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเน้นแต่ปริญญาทำให้เมื่อทำงานเจอปัญหาการไม่กล้าแสดงความคิดเห็นจนก่อให้เกิดปัญหาในการทำงาน เพราะฉะนั้นถ้าเราเจอภาวะคับขันให้เราตั้งสติก่อนและคิดก่อนว่าถ้าเราไม่พูดจะทำให้เกิดปัญหาใดตามมาบ้างและถ้าเราพูดจะเกิดประโยชน์ใดบ้างสิ่งเหล่านี้ถ้าเรารู้จักคิดก็จะทำให้เรากล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นมากยิ่งขึ้น
28 สิงหาคม 2557
ช่วงเช้ากับการวิเคราะห์สรุปบทความจากหนังสือ Good to Great ประทับใจเกร็ดความคิดที่ว่าจงเป็นผู้นำด้วยการตั้งคำถามไม่ใช่ด้วยการให้คำตอบ และควรให้พนักงานที่ดีที่สุดได้รับโอกาสที่ดีที่สุด ไม่ใช่ให้แก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อหาคนทำผิดมาลงโทษ
สำหรับการบรรยายภาคเช้า เรื่่อง Brand management : ดร. พจน์ ใจชาญสุขกิจ ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขัน องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มีการปรับตัวให้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ง่ายเลยหากต้องการรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร ภายใต้ข้อแรงกดดันเหล่านี้
: High Competition มีการแข่งขันสูง ทำอย่างไรให้เค้ารู้จักเรา โดยการบริหารทรัพยากรให้คุ้มค่ามากที่สุด
: High Expectation สังคมสมัยนี้มีความคาดหวังและความต้องการมากขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้วิธีการ รูปแบบที่มีอยู่หรือการดำเนินการแบบเดิมไม่เพียงพอ ที่จะรองรับความต้องการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการไม่มีที่สิ้นสุดและมีข้อเปรียบเทียบ
: No the Condition รูปแบบการบริหารทำงาน แบบเดิมอาจใช้ไม่ได้ ไม่มีเงื่อนไข - เรื่องบางเรื่องไม่สามารถใช้ตัวแบบหรือกฎระเบียบมาอธิบายได้
: All Innovation เกิดนวัตกรรมในทุกภาคส่วนอยู่ตลอดเวลา
: Communication change การสือสารขององค์กร ท่ามกลางความหลากหลาย การสื่อสารที่หลากหลายจะกระทบกับแบรนด์ ในองค์กรใหญ่ ๆ จะมีการสำรวจ ติดตาม กระแสการวิพากษ์วิจารณ์แบรนด์ หรือชื่อเสียงขององค์กร มีการตรวจสอบอย่างรวดเร็วและแก้ไขให้ทันสถานการณ์
ดังนั้นการสร้างแบรนด์ต้องมาจากแก่นลึก และความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญที่แท้จริง ต้องสร้างความเป็นจริงให้ปรากฎให้คนรับรู้อย่างลึกซึ้ง โดยหลักการสำคัญ คือ
1. สร้างความเป็นจริงให้ปรากฎ
2. อย่าหยุดการสื่อสาร ต้องมีความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวากับหน้าที่ของตนเอง ตอบรับโอกาสทางสังคม
ภาคบ่าย กับหัวข้อบรรยาย การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร ซึ่งพบว่านอกจากการสื่อสารภายในองค์กรนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายและชุมชน รวมทั้งvStakeholder และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ควรจะตอบภาระกิจหลักขององค์กรด้วย และควรสร้างให้คนในองค์กรมีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงผู้ที่มีหน้าที่หรือบางกลุ่มเท่านั้น นอกจากการสื่อสารหรือสื่อความในภาวะปรกติหรือสถานการณ์ปรกติขององค์กรแล้ว ในภาวะวิกฤตขององค์กรก็ควรมีแผนรับมือกับภาวะวิกฤตนั้นคือ Crisis Communication Plan (การสื่อความในภาวะการเกิดวิกฤตขึ้นกับองค์กร) ด้วย
สำหรับช่วงของการร้ับชมบทสัมภาษณ์ ดร.โจเซฟ การสื่อสารในองค์กรมีความสำคัญมาก ปัญหามากมายเกิดจากการไม่พูด ไม่กล้า ปิดบังความจริง และการไม่ยอมรับฟังของผู้บริหาร การทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมเปิดใจบอกเล่าเรื่องราวปัญหา หรืออุปสรรคในการทำงาน ถือเป็นการสร้างโอกาสแห่งการพัฒนาองค์กรที่สำคัญ ซึ่งการทำให้คนในองค์กรมีวัฒนธรรมแห่งการเปิดใจรับฟัง และกล้าแสดงความเห็นนั้นก็เป็นสิ่งที่คนในองค์กรต้องเรียนรู้และร่วมสร้างให้เกิดขึ้นต่อไป
ทิชากร เพชรณรงค์
28 ส.ค. 2557
การเลือกคนเก่งไปทำให้องค์กรเป็นgreat ไม่ได้เลือกคนเก่งไปแก้ปัญหา ผู้นำระดับ 5 คือผู้นำที่มีความมุ่งมั่นทะเยอทะยานต่อความสำเร็จขององค์กร มีความพากเพียร มองว่าความสำเร็จขององค์กรเกิดจากความร่วมมือของทุกคน กล้าเผชิญความจริง
เป็นผู้นำต้องผู้ที่ถามไม่ใช่ให้คำตอบ กระตุ้นให้มีการโต้แย้ง ถกเถียงอย่าสร้างสรร ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดไม่ใช่มัวแต่หาคนทำผิด กล้ารับผิด
สรุปผู้นำต้องเก่งคน เก่งคิดและเก่งงาน
Brand เป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ รู้สึกได้จากความจริงที่ปรากฏ ฉะนั้นเราจะบริหาร ความรู้สึกให้คนรับรู้ได้อย่างไร การสื่อสารขององค์กรทำให้ Brand แข็งแรง ถ้าคนอื่นทำ /มี เหมือนเราทุกอย่าง คนจะไม่จดจำ ทำอย่างไรที่ไม่เหมือนใครให้เป็น Brand ของเรา และต้องทำสม่ำเสมอคงเส้นคงวา
นอกจากนั้นได้เรียนรู้การสร้าง BrandImage ถ้ามี Brandvalue จะมีแนวร่วมไม่จำกัดจำนวน
15 ส.ค. 57 กับกิจกรรม CSR Corporate social responsibility กิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม ที่โรงเรียนเกาะแต้วพิทยาคม รู้สึกดีมากค่ะ ได้เห็นรอยยิ้มของเด็ก ๆ ในช่วงแรกน้อง ๆ อาจยังไม่กล้าเปิดใจ ดูเคอะเขิน และยังระแวงอยู่มาก แต่เมื่อพี่ ๆ ให้ความเป็นกันเอง กิจกรรมกลุ่มสนุกสนาน ช่วยให้เด็ก ๆ กล้าที่จะมีส่วนร่วมมากขึ้น พยายามมีส่วนร่วมในกิจกรรมกันทุกคน
เป็นคนสงขลาเองแท้ ๆ ยังไม่เคยไปโรงเรียนแห่งนี้ ประทับใจกับขนาดเนื้อที่ และอนาบริเวณที่กว้างขวาง ร่มรื่น มีพันธ์ุไม้หายากมากมาย ครูและนักเรียน รวมทั้งผู้ปกครองในชุมชนเป็นมิตรมาก ๆ เป็นโรงเรียนที่ต้องปรบมือให้กับความร่วมมือของผู้ใหญ่ใจดีที่ร่วมกันผลักดัน ให้โรงเรียนคงอยู๋และพร้อมก้าวสู่การเป็นโรงเรียนด้านส่งเสริมกิจกรรมกีฬาต่อไป
ทิชากร เพชรณรงค์
สรุปบทเรียน วันที่ 28/8/57
Present good to great
จากงานวิจัยของ Jim พบว่าบริษัทที่ก้าวกระโดดเพราะมีการเน้นจุดที่เป็นจุดแข็งของทรัพยากรบุคคล จากการวิเคราะห์โดยใช้วิธี deep analysis พบว่า CEO ส่วนใหญ่มาจากคนภายในของบริษัท สิ่งไหนที่ไม่ควรทำต้องตัดเลย และเทคโนโลยีเป็นตัวสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
บริษัทที่ดีเยี่ยมต้องมีผู้นำเบอร์ 5 ซึ่งเป็นคนที่อ่อนนอก คืออ่อนน้อมถ่อมตน แต่แข็งใน คือมีความเด็ดขาด มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนบริษัทจาก good to great ยอมรับในการกระทำของตัวเองไม่ตำหนิผู้อื่น มีวิธีคิด คือ first who….then what คือรับคนเข้ามาก่อนแล้วใส่งานเข้าไปแล้วเก็บคนที่ใช่ไว้ถ้าไม่ใช่คัดออก มีความคิดอย่างมีวินัย ตั้งใจสร้างวัฒนธรรมความมีวินัยเพราะวินัยทำให้องค์กรยั่งยืน สามารถเผชิญความจริงที่โหดร้ายได้ มีแนวคิดแบบ hedge hog ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมเพื่อการสนับสนุนการทำงาน แต่สิ่งที่สำคัญกว่า good to great คือ built to last คือการสร้างให้ยั่งยืน โดยการกำหนดวิธีหรือมาตรฐานการทำงาน การทำงานต้องมีและ..ไม่ใช่หรือ.. ปลูกฝังค่านิยมหลักขององค์กรให้ได้ และธำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์หลักและสร้างควบคู่ไปมีการพัฒนาเป็น CQI
Brand Management
เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จทางการตลาด เพราะช่วยให้สามารถแยกแยะการบริการของตนออกจากผู้อื่น ช่วยให้ผู้รับบริการประทับใจในบริการของเราได้ ซึ่งจะมีผลต่อการมาใช้บริการซ้ำ ทำไมเราต้องมี brand ที่แข็งแรง ก็เพราะว่าสภาพปัจจุบันมีการแข่งขันกันเยอะ ทำให้เราต้องบริหารทุกส่วนอย่างคุ้มค่ามีทิศทางที่ชัดเจน นอกจากนี้ความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้น ทำให้วิธีการ รูปแบบที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการได้ นอกจากนี้มีนวัตกรรมใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา มีการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ
brand ต้องมีการปรับให้เข้ากับแต่ละช่วงเพื่อความทันสมัย และต้องมีการสื่อสารเผยแพร่ข้อมูล ที่รวดเร็ว เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ส่งผลอย่างยิ่งต่อการสร้างภาพลักษณ์การเผยแพร่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการสื่อสารลักษณะอื่นๆการสร้างความแตกต่างสาหรับการรับรู้ที่ชัดเจนโดยนอกจากจะมุ่งให้คนรู้จักองค์กรและใช้บริการแล้วต้องมีความชื่นชอบเชื่อถือศรัทธาและมีความผูกพันกันในระยะยาวด้วย ดังนั้นการที่ชื่อเสียงขององค์กรจะเติบโตได้มีข้อได้เปรียบคือด้านความเชี่ยวชาญชำนาญในการสื่อความการเลือกช่องทางการคิดค้นกิจกรรมการสื่อสารที่โดดเด่นและโดนใจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อจูงใจหรือโน้มน้าวกลุ่มเป้าหมายและนำผลการวิจัยมาช่วยในการสื่อสารทำให้การสร้างภาพลักษณ์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สรุปการสื่อสารต้องเน้นเนื้อหาเป็นหลัก ตามด้วยการใช้ช่องทางสื่อ รูปแบบที่เข้าถึงและจดจำได้ง่าย
Crucial Conversation
คนที่จะประสบความสำเร็จในการสนทนาให้ได้เนื้อความที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาควรมีคุณสมบัติสองประการ คือ สามารถพูดความจริงได้อย่างนิ่มนวลแบบไทยและจริงใจแบบฝรั่ง แต่จริงๆแล้วเรื่องนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้มาแล้วกว่า 2600 ปี พระพุทธเจ้ารู้ว่าเมื่อเราเกิดทุกข์ เราจะมีหนทางแห่งการดับทุกข์ได้อย่างไร ก็คือ การใช้มรรคมีองค์แปด หนึ่งในแปด ก็คือ สัมมาวาจา การพูดจาชอบ นั่นคือเราพูดด้วยจิตว่าง คือจิตที่ไม่มีกิเลสตัณหา ผลที่ตามมาก็จะทำให้การสนทนานั้นๆเป็นไปได้ด้วยดี
28 สิงหาคม 2557
การที่คณะแพทย์ของเราจะเป็นองค์กรที่ Good to Great นั้น ถ้าวิเคราะห์ตามแนวคิด Disciplined People Disciplined Thought และ Disciplined Action ในหนังสือเล่มนี้ฉันคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ เพราะเรามีผู้นำระดับ5มาทุกยุคทุกสมัย มีความมุ่งมั่นที่จะนำพาองค์กรของเราไปสู่มาตรฐานที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา บุคลากรของเราส่วนใหญ่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี มีความรู้ความสามารถเฉพาะตัวสูง มีเทคโนโลยีที่ดีช่วยในการทำงาน บุคลากรถูกปลูกฝังค่านิยมด้านคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดในวันนี้ แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไปก็จะมีสิ่งที่ดีที่สุดขึ้นมาได้อีก แต่เนื่องจากเราไม่ใช่เป็นองค์กรด้านธุรกิจที่วัดกันด้วยผลกำไรหรือจำนวนของสาขาที่เพิ่มขึ้น แต่เราวัดกันที่ความไว้วางใจ และความศรัทธา ของประชาชน อย่างไรก็ตามการที่องค์กรของเราผ่านการประเมินจากองค์กรภายนอกเช่น HA TQA หรือการได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ก็ย่อมจะแสดงให้เห็นว่าเราก็มีสิทธิเป็นGreat ได้แน่นอน
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ถูกกำหนดแบรนด์มาตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งว่า เราจะเป็นรพ.ที่รักษาโรคยากและซับซ้อน มีคุณภาพสูงและเป็นที่พึ่งของชาวใต้ ซึ่งตลอดเวลา30กว่าปีที่ผ่านมาบุคลากรก็ช่วยกันส่งเสริมให้แบรนด์นี้เป็นสิ่งที่จดจำของชาวใต้เสมอมา ถ้าถามคนภาคใต้ว่า ถ้าป่วยหนักเขานึกถึงรพ.อะไร ฉันเชื่อว่าคำตอบคือรพ.ม.อ. ขอบคุณบุคลากรรุ่นบุกเบิก ขอบคุณผู้นำทุกสมัย ที่มุ่งมั่นทุ่มเททำงานอย่างไม่ย่อท้อจนทำให้รพ.ของเรามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและศรัทธาของประชาชน ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของพวกเรารุ่นปัจจุบันและรุ่นถัดๆไปที่จะมาสานต่อในการร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาคุณภาพ ให้รพ.ของเราเป็นรพ.ที่หนึ่งในใจของประชาชนชาวใต้อย่างยั่งยืน
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย
โดย ดร.วัลลภ ปิยะ มโนธรรม
29 สิงหาคม 2557
สิ่งที่ทำให้คนยุคนี้เครียดที่สุด เพราะต้องดิ้นรนอยากได้สิ่งเหล่านี้กันมากที่สุด
1. มั่งมี มีเงินทอง (wealthy) : ไม่เคยหยุด ต้องคอยหาเพิ่ม
2. มีชื่อเสียง คนรู้จัก (famous) ไม่เคยหยุดต้องสร้างภาพ
3. ได้เลื่อนยศ ตำแหน่งสูง (prestige) ไม่เคยหยุดต้องดิ้นรน
โรคBipolar เวลาอยู่ในสังคมจะแสดงอารมณ์มากไป พอกลับมาอยู่คนเดียวพลังหมด
เพราะฉะนั้นต้องมีการบริหารความเครียด
บุคลิกภาพมนุษย์
แบ่งเป็น พลังชีวิต พลังจิต 10 หน่วย
บุคลิกภาพที่สมดุล แบ่งเป็น
แต่เวลาเครียด จะความรู้สึกหวั่นไหวง่าย ต้องฝึกอารมณ์ให้หนักแน่นขึ้น
-พลังความคิด 6
-พลังความรู้สึก 1
-พลังการกระทำ 3
ทำมากไป ความรู้สึกนึกคิดน้อยลง ต้องฝึกใช้เหตุผลและรู้สึกมากขึ้น
-พลังความคิด 2
-พลังความรู้สึก 2
-พลังการกระทำ 6
ปัจจุบันประเทศที่เครียด มีโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย มากที่สุดในโลก คือ สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ อันดับ 2 รัสเซีย อันดับ 3 ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเจริญด้านเศรษฐกิจ การเมืองนิ่ง แต่ฆ่าตัวตายมากที่สุดเพราะสภาพภูมิอากาศที่หนาวมาก ทำให้เลือดลมไม่ไหลเวียน ไม่เจอแดด ไม่มีชีวิตชีวา ความหนาวทรมานมากที่สุด
สมองเป็นส่วนที่เย็นที่สุด ห้ามให้แอร์ลงหัว ไม่สบาย
ท้อง เป็นส่วนที่ร้อนที่สุด ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนต้องกินน้ำอุ่นๆ ไม่ใช่น้ำเย็น จะทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้
สมองสามส่วน (ส่วนนอก ส่วนกลาง ส่วนใน)
สมองส่วนนึกคิด (Neocortex)
การนึกคิด การทรงจำ ภาษาพูด สัญลักษณ์
สมองส่วนอารมณ์ความรู้สึก (Limbic Brain)
การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์
สมองส่วนสัญชาตญาณ (Reptilian Brain)
ระบบการหายใจ การพักผ่อน การนอนหลับ การย่อยอาหาร การขับถ่าย การไหลเวียนของโลหิต การเจริญพันธุ์ และสัญชาตญาณการต่อสู้ (สู้ หนี นิ่ง)
ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดอย่างอัตโนมัติ ( รักษาอาการโรคด้วยตัวมันเองได้ ) ศูนย์รวมชีวิตของการอยู่รอด การอยู่ได้ การอยู่ร่วม การอยู่ดี การอยู่ต่อ ( ไร้สิ่งคาใจ )
แก้ความเครียดได้ด้วยตัวเอง โดยที่เราไม่ต้องรู้ตัว ในคลาสนี้จะเน้นเรื่องการใช้สมองส่วนสัญชาตญาณ
สมองจะรับรู้ เรียนรู้ได้ดีที่สุดและโตเต็มที่ที่สุด 2-6 ปีแรก ของชีวิตที่เรียกว่า Golden year ความจำที่ติดแน่นที่สุด เป็นจิตใต้สำนึก ถึง 80% แต่อีก 20% คือ ส่วนที่ต้องใช้เวลาในการรับรู้ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเติมเข้าไปอยู่เสมอ จึงทำให้กระบวนการเรียนรู้ในชีวิตเราไม่เคยหยุด
เซลล์ทั่วรายกายของมนุษย์ 100 ล้านล้านล้าน เซลล์จะปรับเปลี่ยนใหม่หมดทุกๆ6ปี
การรับรู้ เรียนรู้
เซลล์งอกเงยจากเท้า ค่อยๆขึ้นมาถึงศีรษะ
ท่าผ่อนคลายเส้นใยประสาทสมอง ให้หายใจเข้าแรงๆลึกๆแอ่นไปด้านหลังแล้วหายใจยาวๆดังๆออกทางปาก จึงค่อยๆแอ่นตัวโค้งไปด้านขวาครั้ง ด้านซ้ายครั้ง ให้วงจรสทองทั้ง 3 ส่วนสมดุล
สิ่งที่ทำให้เกิดความหงุดหงิดมากที่สุด คือ การสื่อสารกันอย่างไม่รู้เรื่อง พูดกันคนละเรื่อง เวลาที่พูดคุยกันต้องมองหน้า มองตา ต้องมีอวัจนภาษา ภาษากายมีความสำคัญกว่าภาษาพูด
ผู้นำระดับโลก ใช้ภาษากายมากกว่าภาษาพูด
จิบหรือดื่มน้ำบ่อยๆ ในแต่ละวันควรจิบดื่มน้ำ วันละ 8 แก้วขึ้นไป ช่วยให้เลือดลมไหลเวียน โดยเฉพาะในสมองต้องมีเลือดอยู่ 80%
เส้นประสาทนิ้วเท้าที่เชื่อมโยงกับระบบสมอง-ปอด-หัวใจ-ท้องช่วงหัวเราะ ให้ฝ่าเท้าทั้งหมดแนบสนิทกับพื้น สุขภาพแข็งแกร่ง-ดี
ตื่นเช้าควรขยับจากส้นเท้าขึ้น แนบเต็มฝ่าเท้า แล้วจึงยกปลายเท้าขึ้นลงๆ 10 ครั้ง ช่วยให้สมองดี มีพลัง
เวลาเดิน ให้ฝ่าเท้าแนบแน่นกับพื้น แล้วแขนกับเท้าต้องสลับข้างกัน
บริหาร ไตทั้งสองข้าง ให้ดี และยังช่วยเพิ่มพลังสมอง การบริหารไต เริ่มจากหายใจลึกๆออกช้าๆ 2-3 ครั้ง แล้วยักหรือยืด
สะโพก ยักสะโพกหนักแน่นไปข้างซ้ายที ข้างขวาที
โยกท้อง กระเพาะ ลำไส้ โยกท้องบนท้องล่างเป็นวงรี หมุนรอบเป็นเลข 8
ใบหน้า สมอง ยิ้มกว้างจนแก้มปริ(บาน) สลับกับ เลิกหน้าผากขึ้นบน(เบิก)
เวลานอนไม่หลับ ให้เอาเท้าแช่น้ำอุ่น จะคลายเครียดได้ดี และจะทำให้นอนหลับง่ายขึ้น
ทั้งนิ้วมือ และนิ้วเท้าสำคัญ ต้องขยับบ่อยๆ คลายเครียดได้
การนวดด้วยพลังจิต ต้องเพ่ง ต้องมีสมาธิ
บริหารนิ้วมือโป้งและนิ้วก้อย สลับขึ้นลงทีละข้างพร้อมกันเพื่อพัฒนาสมอง
บริหารนิ้วหัวแม่โป้งทั้งสอง เพื่อพัฒนาสมองคิดด้านบวก
สมองซีกซ้าย
กิจกรรม ให้ขีดเส้น 2 เส้น ลงกระดาษ
นักกีฬาเก่งๆ ส่วนใหญ่ถนัดมือซ้าย เพราะเวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ จะเข้าสมองซีกขวา จึงถนัดมือซ้าย
สุขภาพดีคิดสร้างสรรค์ใช้สมอง 2 ซีก
สมองที่เครียดมาก คือ สมองที่ไม่เชื่อมโยง จะทำให้ไหล่ติด ข้อศอกตอด สะโพกติด หัวเข่าติด เจ็บข้อไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น ก้าวขาไม่ออก
วิตกจริต เมื่อความคิดกระโดดจากปัจจุบันไปยังอนาคตแต่เรื่องร้ายๆ กระทบกับเส้นประสาท ทำให้เป็นโรคประสาท ใจสั่น ปวดหัว ท้องมวน วิธีแก้ คือ ความคิดต้องไม่กระโดดไปล่วงหน้าว่าต้องทำอะไรต่อจากที่กำลังทำอยู่ ซึ่งมักจะเป็นเรื่องป้องกันตัว เป็นเรื่องลบๆเกิดเป็นอาการวิตกจริตกันได้ จึงต้องรู้จักฝึกให้คิดอยู่กับปัจจุบันขณะเป็นฐานชีวิตไว้ แล้วจะคิดอนาคตนึกอดีตก็ไม่เป็นไร
เวลาอาบน้ำ ให้อาบจากล่างสู่บน ต่อมน้ำเหลือง 3 ส่วน ที่ ขาหนีบ รักแร้ ข้อพับ เวลาล้างหน้าให้ถูจากล้างสู่บน
รูรั่วทางจิต ก็จะผุดขึ้นมาเป็น ความกังวล
ผู้ที่หายใจไม่เต็มแน่นลึก มักจะมีปัญหาจากเคยสะเทือนขวัญ หรือความเครียดเรื้องรัง
ความคิดสงบ
ความคิดคนเราสงบนิ่งลงได้เมื่อ
1. ช่วงการหายใจแรงๆให้เต็ม แน่น ลึก
2. ช่วงเปล่งเสียงออกไปยาวๆอย่างหนักแน่น
3. ช่วงออกกำลังกายทั่วตัวอย่างเป็นจังหวะ
4. ช่วงมีเพศสัมพันธ์
เซลล์ในร่างการจะเชื่อตามที่นึกคิดซ้ำๆพูดบ่อยๆรู้สึกเสมอๆหรือทำประจำๆ เซลล์ก็จะงอก เงย งาม ตามที่เราบรรจุเข้าไปกลายเป็นนิสัย เป็นบุคลิกภาพ
เพลงของ Mozarts symphony no.40 in G minor เป็นเพลงที่มีส่วนในการช่วยรักษาจิตใจของผู้ฟัง
การหายใจที่เกิดเป็นพลังปราณให้หายใจเข้า-กลั้น-ออก แบบ 1-4-2
ฝึกหายใจเข้าจากจมูกปาก ขึ้นโพรงจมูก ลงคอ ลงเต็มอก เต็มท้อง 5 จังหวะ แล้วกลั้นไว้เต็มอก เต็มท้องบน แล้วดันลึกลงถึงท้องน้อยให้พองออก 20 จังหวะ จึงค่อยปล่อยลมหายใจออกจากท้องน้อย ท้องบน อก
เวลาเครียดให้นวดหน้าด้วย 7 อารมณ์ใบหน้าความรู้สึก ถ้าเปล่งเป็นภาษาพูดWhat shall I do for today
ท่าแกว่งแขน ด้วยจังหวะการหายใจเข้า-กลั้น-ออก (1-4-2) ช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองดี กระเพาะ ลำไส้ดี สุขภาพดี และสมองดี
ความรัก เริ่มจากการโอบกอดมาตั้งแต่เด็ก จะได้รับฮอร์โมน Oxytoxin โตขึ้นจะเกิดความมั่นใจ ไม่ใจสั่น ไม่ว้าเหว่ โดดเดี่ยว หงอยเหงา ไม่ต้องคอยกระตุ้นร่างกายตัวเอง ไม่เป็นโรคซึมเศร้า
ความสุขในชีวิต คือ ได้ทำในสิ่งที่รัก
โรคร้ายไขมันทรานส์
โรคเรื้อรัง อาทิ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองเสื่อม โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กำลังเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก
ปีพ.ศ.2548 องค์การอนามัยโลกประกาศว่า โรคเรื้อรังได้คร่าชีวิตคนทั่วโลกถึง35 ล้านคน และคาดว่าอีก10ปีข้างหน้าจะคร่าชีวิตคนทั่วโลกถึง400ล้านคน โดยร้อยละ80อยู่ที่ประเทศกำลังพัฒนา
ในประเทศไทยขณะนี้ พบว่าประมาณ25 ล้านคน กำลังเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และ โรคหลอดเลือดสมองเสื่อม
โรคกรดไหลย้อน : เกิดจากความเครียด กินไม่เป็นเวลา กินแล้วลงนอน เคี้ยวไม่ละเอียด หายใจไม่เต็ม-แน่น-ลึก จะมีอาการ กลืนจุก เหมือนมีก้อนติดในลำคอไอบ่อย แสบระคายคอ มีเสมหะ สำรอก อาเจียน
พลังสัมผัส
ใช้ฝ่ามือ แตะ บนเซลล์กายที่เป็นอาการเครียด หรืออาการ
โรคที่รู้ตัว หรือยังไม่รู้ตัว เป็นอาการที่กำลังจะเป็นโรค คือ
อวัยวะกายส่วนที่กำลังสั่นอยู่ รู้สึกมันอ่อนแอ อ่อนไหว ชา
กระตุก ปวด ตึง เกร็ง หนาวเหน็บ หรือรู้สึกร้อนวูบๆวาบ ฯ
เพื่อให้พลังชีวิต(Life energy) หรือความอุ่นร้อนจากฝ่ามือ
ตนเองในขณะนั้น ส่งผ่านเข้าไปเพิ่มพลังเซลล์ส่วนนั้นๆให้
เกิดการงอกเงยอย่างแข็งแกร่ง แข็งแรงดีขึ้นมาใหม่ ละลาย
สารชีวเคมีที่ไม่ดีทั้งหลายให้จางหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
มันเป็นการแผ่พลังเข้าไปให้เซลล์กายเริ่มรักษาตัวมันเองได้
การลบล้างสิ่งที่ค้างฝังอยู่ในเซลล์สมอง แล้วช่วยให้เซลล์สมองทั้งสามส่วนเจริญแข็งแกร่ง (Brain Tweaking)
1. ใช้นิ้วโป้งทั้งสองค้างเคาะ แตะๆ นวดๆ ตรงจุดเซลล์ประสาทตรงกกหู ด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง นาน 20 วินาที
2. ใช้นิ้วชี้ ทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นมาเคาะตรงหางตาทั้ง 2 ข้าง 10 วินาที
3. ใช้นิ้วที่ทั้ง 2 ข้าง เลื่อนขึ้นมาเคาะ นวดๆ ตรงเซลล์ประสาท ส่วนความนึกคิดตรงขมับทั้ง 2 ข้าง นาน 10 วินาที
“ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทย
กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯ มอ.”
โดย ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
หน่วยระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
29 สิงหาคม 2557
ศ.นพ.วีระศักดิ์: ต้องเรียนรู้อดีตเพื่อเป็นกำลังใจ ไปสู่อนาคต
Dan Beach Bradley: ปี 1835 รัชกาลที่ 10
John D Rockefeller: ผลงานคือสร้างผลกระทบต่อสาธารณสุขทั่วโลก เป็นนักศาสนา มีแนวคิดช่วยเหลือมนุษย์ตั้งองค์กรนี้ซึ่งมีธรรมาภิบาลสูง
สมเด็จพระราชบิดา: ศึกษาที่ Harvard สาขา Public health มีเชื้อพระวงศ์ที่ดูแลรพ.ศิริราช ไปเจรจาความกับRockefeller
รพ.ศิริราช ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโครงสร้างพื้นฐาน
การมีส่วนร่วมของประชาชน
ศ.นพ.จรัส: หัวข้อนี้เป็นโจทย์ใหญ่มาก ทุกคนต้องคิดเรื่องนี้เอง แต่วันนี้จะมาให้คำตอบในสิ่งที่ทุกคนอยากรู้
โอกาสใหม่ของการแพทย์
ความรู้ที่ไม่ทันสมัย หรือตายไปแล้ว เท่ากับ ความไม่รู้ หรือรู้ผิด โดยเฉพาะความรู้ทางการแพทย์ที่เปลี่ยนไปเร็วมาก
คุณภาพบริการทางการแพทย์ อาศัย การติดตามความรู้ให้ทันและเลือกมาใช้ อย่างถูกต้อง / คุ้มค่า
จริยธรรมของวิชาชีพ
ต้องไม่หาประโยชน์จากวิชาชีพ เพื่อแสวงหาประโยชน์
สาเหตุที่ 2 บริการด้อยประสิทธิภาพ
ปัจจัยเสี่ยง : เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันแปรปรวน อ้วน กลุ่มอาการเมตาบอลิก
ถ้าเป็นโรคคัดกรองพบระยะแรก รักษาหายได้
ถ้าระยะเป็นมาก รักษายากและแพง
มะเร็ง ต้องมีปัจจัยเสี่ยง ตับอักเสบเรื้อรัง HBV HCVติดเชื้อ HPVพยาธิใบไม้ในตับ
การป้องกันปฐมภูมิ ต้องใช้วัคซีน
การป้องกันทุติยภูมิ เช่น รักษาอาการติดเชื้อ หากพบในระยะที่เป็นยากรักษายาก แพง
บริการสุขภาพเป็นบริการแบบตั้งรับ พบโรคระยะเป็นมาก รักษายาก และแพง
บริการเชิงรุกในครอบครัว / ชุมชนป้องกันก่อนเป็นโรคหรือ พบโรคระยะแรก รักษาง่าย & หายได้
วิกฤตการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ
Transformative Learning for Health Equity
Prince Mahidol Award Conference 2014
ศ.นพ.จรัส: มีความคิดเห็นต่างจากศ.นพ.วีระศักดิ์ คำว่าปฐมภูมิ ตติยภูมิ แบ่งตามวิชาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประชาชนหรือคนไข้ เคยเข้าไปหมู่บ้านชนบท เป็นโรคหนักมาก ขาลีบ พิการ แต่ไม่ได้รักษา ซึ่งหมอดูว่าเป็นตติยภูมิ แต่ชาวบ้านไม่รู้ว่ามันเป็นแบบไหน ความจริงต้องปรับตามชาวบ้านว่าเป็นอย่างไร หัวใจคือ อัตตาของเรา แล้วเราคิดเองว่าเราเป็นอัตตา เราต้องลดอัตตาของเรา ซึงจริงๆต้องคิดว่าชาวบ้านต้องการอะไร
เราคือเรา แต่ควรขยายคำว่าเราของคณะแพทย์มอ.ให้มากกว่านี้
ต้องเปลี่ยนครูบาอาจารย์ก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น
ผลที่ออกมาว่า ประชาชนสามารถทำงานวิจัยได้ดี ต้องมีการศรัทธาในคน ให้กระบวนการ Empowerment แต่เราต้องสอนว่าเขามีปัญหาอะไร และไปแสดงให้เขาดู ซึ่งเป็นคนที่เสริมให้คนอื่นทำ
กลุ่ม 5 ขอบเขต บทบาทหน้าที่ในการไปทำและดูแลของชุมชนของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างไร
เรื่องหน้าที่ค่อนข้างชัด ตัวปัญหาคือ คณะแพทย์ มอ. ให้ทุกคนลงชุมชนก็เจ๊ง ต้องรื้อรั้วมหาวิทยาลัยออก คือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่น แต่เราอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้จะได้มากมาย
กลุ่ม 3
เมื่อวานเรียนหัวข้อ Branding ได้คำตอบคือ จะเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านภาคใต้ แต่ปัญหา คือ มองว่าประชาชนมองว่าเราอยู่สูง ขณะนี้มีการปรับการเรียนการสอน ปรับวิสัยทัศน์ เพื่อสังคมไทย จึงมองว่าเราจะพัฒนาไปเรื่อยๆให้สอดคล้องกับนโยบายสาธารณะสุข การมองเรื่องถูก Positioning เรื่องตติยภูมิ ต้องหาความสมดุล
ศ.นพ.วีระศักดิ์ : ยุคต่างๆของคณะแพทย์
- ยุคก่อตั้ง
- ยุคยืนหยัด
- ยุคคุณภาพ
- ยุควิจัยและนวภาพ ยังไปไม่ถึง ทำอย่างไรคณะจึงจะไปจุดนี้ได้ ขอฝากให้ทุกคนไปคิด
กลุ่ม 1 : ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุเป็นต้นทุนที่เสียเยอะ แพทย์ใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาลบาลมากด้วยเรื่องอุบัติเหตุ
ศ.นพ.วีระศักดิ์ :ต้องการเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นทางเลือกให้ลดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากทุกวันนี้มีอุบัติเหตุบนท้องถนนมาก หรืออาจจะเป็นการแก้ทางวิศวกรรมเชิงระบบ
ศ.นพ.จรัส: ต้องมีการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์หรือคนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายฉุกเฉิน และที่สำคัญ ต้องให้พลังกับชุมชนและต้องฝึกอบรมให้กับชุมชนก่อนที่จะมาถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล นี่คือสิ่งที่จะสร้างแบรนด์ของมอ.อย่างแท้จริง
สรุปบทเรียน วันที่ 29/8/57
กิจกรรมรักษ์ใจ – รักษ์กาย
อ.วัลลภ ได้ชี้แนะวิธีการฝึกการใช้สมองฝั่งซ้ายฝั่งขวาด้วยกิจกรรมที่ง่ายๆ(แต่ทำยาก)เช่น การใช้นิ้วแต่ละนิ้ว ที่สามารถทำได้ตลอดเวลา ให้บริหารจัดการกับความเครียด ด้วยการปรับอารมณ์ ให้มีสติอยู่กับตัว และใช้หลักจากล่างขึ้นบน อาจารย์ได้บอกเคล็ดลับในการทำให้ความคิดสงบ และใช้วิธีคลายเครียดด้วยการหัวเราะบำบัด ทำให้ทุกคนได้ปล่อยอารมณ์กันอย่างเต็มที่ และทุกคนคงนำไปปฏิบัติ ถ้าไม่มีความเครียด คนเราคงมีความสุขขึ้นอีกมาก และจะนำไปสู่ความรักความผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น
ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯมอ.
ระบบการสาธารณสุขไทยได้เริ่มต้นมาเป็นเวลานานและมีการพัฒนามาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันที่มีเรื่องท้าทายหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร สภาวะสุขภาพของคนที่มีการเจ็บป่วยเรื้อรังมากขึ้น การแยกขั้วของนักการเมือง กระแสทุนนิยม เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ASEAN community
สภาพปัจจุบันที่การสาธารณสุขไทยเผชิญอยู่คือ ความจำเป็นที่เพิ่มมากขึ้น จำนวนคนเพิ่ม โอกาสในการแก้ไขเพิ่ม โรคเรื้อรัง ต้องดูแลตลอดชีวิต มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ใช้เทคโนโลยีราคาแพง ใช้บุคลากรมาก ใช้ความเชี่ยวชาญสูง การเข้าถึงบริการถดถอย บริการไม่ทัน การกระจายไม่ดีพอ กฎกลไกไม่เอื้อ นำไปสู่การเกิดวิกฤตบริการสุขภาพและวิกฤติการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ มอ.จะให้การช่วยเหลือ ดูแล แก้ไข อย่างไร ในฐานะที่เราเป็นที่ใฝ่ฝันและที่หวังพึ่งของประชาชนในภาคใต้ เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพัฒนา ทั้งในด้านวิชาการ บริการ และการศึกษา ซึ่งเป็นคำถามที่วิทยากรได้ฝากไว้สำหรับผู้เข้าอบรมทุกท่าน
วันที่ 29 สิงหาคม 2557
"ผ่อนคลาย สนุก" ยินดีต้อนรับอีกครั้งสำหรับเรื่องดีดีในวันนี้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารความเครียดด้วยการปรับสมดุล การจะทำอะไรต้องมีความรู้สึก มีสติ จะได้ไม่เป็นคนย้ำคิดย้ำทำเพราะมันจะทำให้เสียเวลามากยิ่งขึ้น ความเครียดของมนุษย์มาจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน การสื่อสารที่ดีควรมีท่าทางประกอบทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้น และยังได้รู้อีกว่าการนอนตะแคงขวาดีที่สุดจะทำให้ไม่เครียดเพราะสมองซีกขวาเกี่ยวข้องกับการใช้อารมณ์ความรู้สึก ดนตรี เพลง มีจินตนาการ ส่วนซีกซ้ายเกี่ยวกับการวางแผนการใช้เหตุผล คณิต วิทยา การผ่อนคลายทุกอย่างให้เริ่มจากข้างล่างไปสู่ข้างบน เวลานั่งให้หายใจเข้า เวลายืนให้หายใจออก และให้หายใจเข้าทางจมูก หายใจออกทางจมูกและปาก การได้ขยับร่างกาย การหัวเราะเป็นการเอาสารพิษออกจากร่างกาย สิ่งเหล่านี้เราต้องฝึกฝนและใช้สติทุกครั้งที่ทำ จะทำให้เรามีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น
29 ส.ค.2557
เรียนรู้จากดร.วัลลภ ได้หลายอย่างมากในเรื่องการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน ความรักเริ่มจากเรารักตนเองเป็นอันดับแรกก่อน เราจะจัดการกับภาวะเครียดอย่างไร เราจะฝึกบริหารสมองทั้ง 2 ซีกทำอย่างไม่ให้สมองเสื่อมเร็ว สาเหตุที่เราวิตกกังวล เนื่องจากเราคิดไปในอนาคตแล้ว ไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้ การฝึกการหายใจเข้าออกที่ถูกวิธี การดื่มน้ำที่ถูกวิธีเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามเราได้ความรู้ไปแล้วที่สำคัญที่สุดคือการนำไปฝึกฝนปฏิบัติเป็นประจำจึงจะได้ผลและนำไปสอนหรือแนะนำผู้อื่นได้ต่อไป
ช่วงเย็นเรื่องทิศทางการแพทย์ สาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์มอ.ได้มุมมองจากอ.ผู้มีประสบการณ์ทั้ง 2 ท่านทั้งศ.นพ.วีระศักดิ์และศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นหัวข้อที่ดีมากมีตั้งแต่เรื่องความท้าทายในปี 2015 วิกฤตบริการสุขภาพ วิกฤตการศึกษาวิชาชีพด้านสุขภาพ นอกจากนี้ได้รับความรู้ในแง่มุมของการปลูกฝังนักศึกษาแพทย์ทำอย่างไรจึงทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ทุกสาขาวิชาชีพ ระบบการควบคุมดูแล การเปิดช่องทางให้เป็นที่ปรึกษาจาก ร.ร.แพทย์ได้ตลอดเป็นที่พึ่งของเขาได้ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็เพื่อดูแลประชาชนภาคใต้ของเรา
29 สิงหาคม 2557
กิจกรรมรักษ์ใจ –รักษ์กาย
วิทยาการแก้ไขอาการ วิตก กังวัล กลัว รักษ์ใจไม่เครียด ด้วยหัวเราะบำบัด
โดย ดร.วัลลภ ปิยะ มโนธรรม
พบว่าการหายใจ วิธีการหายใจที่ถูกต้องสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความสำคัญมากต่อสมองและกลไกการทำงานของร่างกาย สามารถบ่งบอก และตรวจจับความเครียดของคนเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อาจารย์บรรยายได้สนุกสนานและชวนติดตามตลอดเวลา กิจกรรมหัวเราะบำบัดมีประโยชน์อย่างมากต่อการปรับสมดุลของร่างกาย ปลดปล่อยของเสียในร่างกาย และการบำบัดโรค
วันนี้ได้เรียนรู้ศาสตร์ทางจิตวิทยาและการสะกดจิตที่น่าทึ่งมาก กิจกรรมการฝึกใช้สมองซีกซ้ายและซีกขวา ทำให้เราค้นพบได้ว่าการบังคับจิตและเอาชนะการสั่งงานของร่างกายคนเราไม่ง่าย แต่ก็ฝึกฝนกันได้เช่นกัน คิดว่าจะนำกิจกรรมที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดและฝีกให้ในวันนี้ไปใช้กับชีวิตประจำวันต่อไปค่ะ
ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ มอ.
โดย ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา กรรมการสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทย ในปี 2015 จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างมาก เพราะการเกิดจะน้อยลง เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในระยะยาว ลักษณะโรคภัยกลายเป็นไม่ตาย แต่เป็นโรคแก่ หลงลืม เป็นโรคตั้งแต่อายุยังน้อยในขณะทีบางโรคสมัยก่อนเกิดตอนอายุมาก ประเทศเราขยับไปเป็น middle income trap เราไม่สามารถขายแรงงานถูกได้แล้ว รายได้ของคนไม่พอกับรายจ่ายที่มากขึ้น รวมทั้งการแยกพวกของพรรคการเมือง
เราต้องพัฒนาทางความรู้และเทคโนโลยีที่จะช่วยสนับสนุนการบริการทางการแพทย์
- พลังการจัดการ
- พลังวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
- พลัง ICT
คณะแพทย์ควรมองเห็นความคาดหวังของผู้รับบริการ และตอบสนองความคาดหวังนั้น
- ความจำเป็นเพิ่มมาก ประชากรเพิ่ม โอกาสในการแก้ไขเพิ่ม โรคเรื้อรัง ดูแลตลอดชีวิต
- การเข้าถึงบริการถดถอย บริการเพิ่มไม่ทัน การกระจายไม่ดีพอ กฏ กลไกไม่เอื้อ
- ค่าใช้จ่ายสูงมาก ใช้เทคโนโลยีราคาแพง บุคลากรมาก ใช้ความเชียวชาญสูง
29 สิงหาคม 2557
กิจกรรมรักษ์ใจ รักษ์กายในวันนี้ ทำให้ฉันได้ย้อนกลับไปทบทวนตัวเองอีกครั้ง ว่าการปฏิบัติตัวที่ผ่านมามีเร่ืองอะไรบ้างที่ฉันปฏิบัติได้ถูกต้องอย่างคนที่รักตัวเองและตั้งใจดูแลสุขภาพตัวเอง ฉันพบว่าคำตอบก็ยังเหมือนเดิมก็คือมีอยู่เรื่องเดียวที่ฉันยังทำไม่ได้ นั่นคือเรื่องการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าปีนี้ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ฉันเริ่มไปฝึกโยคะ แต่ก็ยังไม่สม่ำเสมออยู่ดี วันนี้ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ได้แนะนำการผ่อนคลายอวัยวะต่างๆตั้งแต่ตื่นนอน ท่าบริหารต่างๆก่อนลุกจากเตียงนอน ซึ่งเป็นท่าที่ไม่ยาก สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เวลาไม่นานด้วย รวมทั้งการหายใจอย่างถูกวิธี คล้ายๆกับโยคะที่ฉันพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง แต่ที่สนุกสนานมากก็ช่วง การหัวเราะบำบัด ทั้งๆที่ใช้เวลาแป๊บเดียว แต่ฉันก็รู้สึกมีเหงื่อซึมทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์ ถ้าใช้เวลานานกว่านี้ก็น่าจะเทียบเท่าได้กับการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ และมีจุดเด่นคือไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายอย่างฉัน
ช่วงเย็น ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา และ ศ.นพ. วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ได้อภิปรายเรื่องทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ เป็นความจริงที่ว่าผู้ป่วยเขาไม่สนใจหรอกว่าเราจะเป็นรพ.ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ หรือ ตติยภูมิ ตามที่เราแบ่งกัน สิ่งที่เขาต้องการคือถ้าเขาเจ็บป่วยเขาก็อยากจะหาย คำถามก็คือเรารู้มั้ยว่าประชาชนต้องการอะไร แล้วเราได้ให้สิ่งที่เขาต้องการหรือเปล่า ถ้าเรามีปัญหาเรื่องเตียงเต็ม เราจะempowermentอย่างไรให้เขามีความรู้ในการดูแลตนเอง ช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นได้ และมารพ.เมื่อจำเป็น บทบาทเชิงรุกของเรามีอะไรบ้าง เฮ้อ... ยังมีคำถามอีกเยอะที่ต้องการคำตอบอยู่ บางเรื่องก็ตอบได้ บางเรื่องก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้ฉันคิดถึงคำถาม where are we? where do we want to go ? ขึ้นมาอีก
เขียนวันที่ 28 สิงหาคม 2557
Good to great
Good to great เป็นหนังสือที่เขียนโดย Jim Collin ซึ่งเขาวิเคราะห์บริษัทที่ประสบความสำเร็จ ทั้งหลายของโลกว่าบริษัทเหล่านั้นก้าวจากบริษัทที่ดีสู่ความเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไร เกณฑ์ในการประเมินว่าบริษัทใดประสบความสำเร็จในหนังสือเล่มนี้ Collins และทีมวิจัยของเขากำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดหลายประการ ในการคัดสรรบริษัทที่สามารถเลื่อนชั้นจากบริษัทที่ดีสู่บริษัทที่ดีเยี่ยม จนคัดมาได้ทั้งหมด 11 บริษัท ซึ่งไม่เพียงแค่ประสบความสำเร็จแต่ยังสามารถรักษาความสำเร็จนั้นไว้ได้อีกเป็นเวลาอย่างน้อยถึง 15 ปี เนื้อหาของหนังสือมุ่งไปที่ผลประกอบการของธุรกิจ และผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทเมื่อเทียบกับระดับเฉลี่ยของกิจการในตลาดหลักทรัพย์
หลักคิดในยุคปัจจุบันเราไม่ควรมองแค่ผลประกอบการที่เป็นเลิศ (High Performance Organization) แต่อยากให้มองเรื่องของความดีงาม (Good) ด้วย โดยต้องให้มีเรื่องความดีงามอยู่ในนโยบายและกระบวนการผลิต และการจัดการทุกส่วนงาน ต้องคำนึงถึงการไม่สร้างผลเสียต่อสังคม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คณะแพทย์ ฯ ของเราการที่จะพัฒนาสู่ความยิ่งใหญ่ได้ ต้องมีความยั่งยืนด้วยความดี ซึ่งจะเป็นทั้งพลังขับดันความเชื่อถือ และภูมิคุ้มกัน
หัวข้อ Effective Brand Image & Corporate Communications Strategics ของ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ
ความท้าทายในปัจจุบันของคณะแพทย์ ฯ คงมิใช่มีเพียงการเติบโตเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการและดูแลสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลของคนไทย (มีความพร้อมรับกับการเปิดเสรีการค้าและการบริการในภูมิภาคอาเซียนในปี 2558 เราต้องสร้างให้ Brand มีความแข็งแรง เพราะสังคมมีความคาดหวังและความต้องการสูงมาก Brand ที่เรามีอยู่ ต้องมีจุดเด่น จุดขาย ไม่เหมือนใคร น่าสนใจ และไม่คิดติดยึดกับอะไร Brand ต้องมาจากแก่นลึก การสร้างแบรนด์ไม่ใช่การสร้างภาพที่หลอกลวง แต่ต้องสร้างจากสิ่งที่เป็นจริงให้ปรากฏ ต้องทำสม่ำเสมอ คงเส้นคงวา โปร่งใสเป็นธรรม ตอบสนองต่อสังคม และทำแล้วอย่าหยุดการสื่อสาร
“Crucial Conversation”
ปัญหาในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ที่เรามักพบกัน ได้แก่เรื่องการสื่อสารสั่งการที่กำกวม ไม่ชัดเจน พูดไม่ตรงกับใจ โดยเฉพาะกับวัฒนธรรมเกรงอกเกรงใจแบบไทยแท้ ยิ่งทำให้ปัญหาสะสมมากจนลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ Mr.Joseph Grenny นักจิตวิทยาผู้เขียน หนังสือระดับ Best Seller ชื่อ “Crucial Conversation” ขายดิบขายดีเป็นที่นิยมทั่วโลก ซึ่งได้นำเสนอวิธีการสนทนาอย่างเปิดกว้างตรงไปตรงมา เพื่อความชัดเจน และตรงประเด็น ได้แก่
1.ในวงสนทนาควรผ่อนคลาย ปลอดภัย และไม่อึดอัด
2.ผู้บริหารต้องลดอีโก้ ฟังลูกน้องให้มากขึ้น สร้างบรรยากาศและทำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าเราเปิดกว้าง และยอมรับฟังเหตุผลตั้งแต่เริ่มแรก คู่สนทนาจะรู้สึกกล้าที่จะเปิดใจกว้าง ยอมรับฟังซึ่งกันและกัน การสนทนาราบรื่น ประเด็นตรงไปตรงมา และชัดเจน
3.นำเสนอข้อเท็จจริง ก่อนการสรุปผล
28 สิงหาคม 2557
Good to Great
พนักงานที่ดีที่สุด ที่เก่งที่สุด ต้องได้รับโอกาสที่ดีที่สุด ในการพัฒนา และทำงาน ซึ่งหมายถึงให้โอกาสในการสร้างความเปลี่ยนแปลงขององค์กรโดยคนเหล่านี้ ไม่ใช่เอาไปมช้ รับภาระ ให้แก้ปัญหา
การทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อหาคนทำผิดมาลงโทษ
Brand management : ดร. พจน์ ใจชาญสุขกิจ
เคยรับรู้มาบ้างว่า การสร้างแบรนด์ โดยไปประกาศโฆษณา นั้นเป็นสิ่งไม่จำเป็น (อาจารย์ ผู้ใหญ่บางท่าน มองเป็นเรื่องไร้สาระ และสิ้นเปลือง) ขอให้ทำงานที่ดีที่สุดเป็นพอแล้ว พอได้รับฟังก็ประติดประต่ออะไรได้มากขึ้น ว่า สิ่งที่เคยได้รับฟังมา ก็มีส่วนถูก แต่ เรื่องการมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม ควบคู่ไปกับการทำงานที่ดีด้วย อาจต้องมีระบบหรือ กลุ่มคนที่เข้ามาระบุชี้ชัด และแสดงออก (ช่วยเผยแพร่) ในสิ่งที่เป็นอยู่ โดยไม่เกินคำโฆษณา เป็นเรื่องที่จำเป็น ต่อการทำงานในปัจจุบัน ให้ราบรื่น ต่อเนื่อง และส่งเสริมประสิทธิภาพได้
นำเสนองานกลุ่ม Good to great 28 สค. 57
จากดีสู่ยิ่งใหญ่
ถ้่าคิดว่า แค่นี้ก็ดีแล้วจะเป็น Great ไม่ได้
ถ้ามีวินัยแล้วไม่ต้องดูเรื่องระเบียบ วินัยทำให้องค์กรยั่งยืน
การเลือกเทคโนโลยีต้องเลือกให้เหมาะกับองค์กรเรา ต้องเลือกเทคโนโลยีที่เสริมจุดแข็งของเรา
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจคือ
1. จงเป็นผู้นำด้วยการตั้งคำถาม ไม่ใช่ด้วยการให้คำตอบ
2. ให้พนักงานที่ดีที่สุดได้รับโอกาสที่ดีที่สุดไม่ใช่ให้แก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด
3. ทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้ไม่ใช่เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ
4. ความสำเร็จของบริษัทเปรียบเหมือน Frywheel เริ่มต้นหมุนจะช้า ความพยายามอย่างไม่ลดละ
มีแรงเหวี่ยง จะหมุนได้ด้วยตัวเอง ความสำเร็จจะมาถึง
5. หลักการเลือกผู้นำไม่จำเป็นต้องมาจากภายนอก
กลยุทธ์การสื่อสารภาพลักษณ์เพื่อประสิทธิภาพขององค์กร
Effective Brand Image & Corporate Communication Strategies
Image แบ่งได้ 3 อย่างคือ
Corporate Image ภาพลักษณ์องค์กร ทุกสิ่งทุกอย่างในองค์กรเรา
Business image ภาพลักษณ์สินค้่/บริการ ภาระหน้าที่
Brand image เกี่ยวข้องกับชื่อเสียง คุณค่า เกียรติภูมิขององค์กร ความสำคัญขององค์กร
ภาพลักษณ์เกิดขึ้นได้เมื่อได้รับความสนใจ การมีส่วนร่วม สัมพันธภาพ
การสร้าง Brand บุคคลมาจากแก่นลึกของบุคคลนั้น สร้างความเป็นจริงให้ปรากฏ มาจากคุณสมบัติ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ
การทำ workshop เรื่อง brand image วันนี้ ทำให้กลุ่มอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึง
Brand image ขององค์กร ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการสร้าง Brand image
วิธีการ แนวทางในการแก้ไขสิ่งที่เป็นภาพลบ ซึ่งทำให้มองจุดดีและปัญหาร่วมกันเพื่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น และทำให้เห็นว่าปัญหาอุปสรรคบางอย่างแม้หลายคนจะรู้ แต่ก็แก้ได้ยากต้องอาศัยทักษะขั้นสูงในการบริหารการเปลี่ยนแปลง
การบริหารจัดการความเครียด ( stress management) 29 สค. 57
จิตวิทยาการแก้ไขอาการวิตกกังวล กลัว
รักษ์ใจไม่เครียดด้วยหัวเราะบำบัด
มีความสุขและชอบมากในการอบรมวันนี้ ได้เรียนรู้ใหม่ๆที่เป็นประโยชน์มากในการบริหารจัดการความเครียดที่เป็นรูปธรรม สามารถใช้กับตนเอง ครอบครัว และจะนำไป share กับเพื่อนๆและผู้ร่วมงาน
ได้เรียนรู้การบริหารอวัยวะทั้งภายในและภายนอก การผ่อนคลายเส้นใยประสาทสมอง
วิธีการคลายเครียดโดยการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
การขยับเท้าจากส้นเท้าขึ้น แนบเต็มฝ่าเท้าแล้วจึงยกปลายเท้าขึ้นลงสัก 10 ครั้ง ช่วยให้สมองดีมีพลัง การนวดใบหน้าเพื่อผ่อนคลาย การฝึกการหัวเราะบำบัด
ท่าผ่อนคลายเส้นประสาททำโดยหายใจเข้าแรงๆลึกๆแอ่นไปด้านหลังแล้วหายใจออกยาวๆดังๆออกทางปากจึงค่อยๆแอ่นตัวโค้งไปด้านขวาครั้งด้านซ้ายครั้ง ให้วงจรประสาททั้ง 3 ส่วนสมดุล
นอกจากนี้ยังมีเกร็ดความรู้อีกหลายเรื่องเช่น เรียนรู้ความสำคัญของลายเซ็นต์ที่เพิ่มความเชื่อมั่น ต้องเซ็นต์นามสกุลด้วย เซ็นต์ให้อ่านไม่ออก และไม่ให้ตัวสุดท้ายชี้ลง
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ให้นั่ง 130 องศาเป็นท่าที่ถูกต้องช่วยให้ผ่อนคลาย
การมีอาการวิตกจริต แก้ไขโดยให้อยู่กับปัจจุบัน
วิธีที่ช่วยให้หลับง่ายโดยการขยับเท้าบ่อยๆและแช่เท้าด้วยนำ้อุ่น
วันนี้เป็นวันที่มีคุณค่าอีกวันหนึ่งในการเรียนรู้ที่ได้รับประโยชน์ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองเกินความคาดหมาย เห็นความสำคัญของการรักษ์กาย รักษ์ใจเพื่อให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดีและมีความสุข
ขอบคุณดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรมเป็นอย่างสูงค่ะ
ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ.
ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
อ.ทำนอง ผู้ดำเนินการอภิปราย
อาจารย์ทั้ง 2 ท่านได้ให้แนวคิดและมุมมองของทิศทางทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทย มีประเด็นที่ทำให้ต้องกลับมามององค์กรเราหลายประการในการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทยศาสตร์ มอ.เช่น เราเป็นที่พึ่งของประชาชนภาคใต้ครอบคลุมหรือไม่
เราสอนให้คนมีความรู้ในการดูแลกันเองทั้งการส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูสภาพ การดูแลในกรณีฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ การช่วยคนฉุกเฉินไม่ใช่เฉพาะที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเท่านั้น ต้องเสริมพลังอำนาจประชาชน ปรับวิธีคิด มุมมองจึงจะเกิด brand ได้ ซึ่ง brand จริงๆประชาชนต้องมองเห็นและรู้สึกว่าเราช่วยเขาได้
หัวข้อ “People Management”
โดย อาจารย์พจนารถ ซีบังเกิด
วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2557
อาจารย์พจนารถ: เรารู้จักคนๆนึ่งด้วย ท่าทาง หน้าตา แต่เวลาเราจะทำงานร่วมกันเราต้องรู้จักมากกว่านั้น และยิ่งถ้าเราเป็นคนบริหาร Job description ต้องทำอย่างไร
มนุษย์อยู่ในองค์กรต้องการประสบความสำเร็จ แต่หากไม่ Fulfill ก็ถือว่าล้มเหลว เช่น งานดี แต่ครอบครัวล้มเหลว หรือ ครอบครัวดีแต่งานล้มเหลว
กิจกรรม ให้สมมติว่าปัจจุบันประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วแบบสุดยอด จะทำท่าทางและเสียงอย่างไร
ชีวิตที่สุดยอด น่าจะมีคะแนนเท่าไหร่
ขอถามทุกคนว่าจะให้คะแนนความรักหมายถึงชีวิตคู่กี่คะแนน
จากcaseที่เคยเกิดขึ้น ภรรยายกมือว่าให้คะแนนระดับสอง แต่สามียกมือว่าไม่มีความสุขเลย เนื่องจากมีความสุขในการทำงาน
Six core needs
โค้ช มีหน้าที่เปิดช่องทางในทางบวกให้กับเขา มีจิตเมตตาเติมทรัพยากรที่มีอยู่ในตัวตนของเขา เพราะเขามีแต่ใช้ไม่เป็น
เช่น ถ้าคนโกงชาติ สามารถเปลี่ยนเป้าหมายได้ โดยนำคุณสมบัติที่ดีมาใช้ ก็จะสร้างความเจริญให้ชาติได้
สมการที่จะสารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต คือ
E + R = O
Events ไม่สามารถควบคุมได้
Response ควบคุมได้
Outcome ควบคุมได้ คือ เป้าหมายของเราเอง ชีวิตควรตั้งเป้าหมาย
คนเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ขึ้นอยู่กับชีวิตคืออะไร และคุณคือใคร
ถ้าตอบว่าชีวิต คือ การต่อสู้ ชีวิตเราก็จะเหนื่อย เพราะฉะนั้น ต้องระวังความเชื่อของเราให้มาก
ถ้าเชื่อว่าผู้หญิงในโลกไว้ใจไม่ได้ ตอบ เราจะระแวง เห็นข้อเสียของผู้หญิงมากมาย
ความสามารถของสมอง เก็บความจำได้น้อยกว่าสิ่งที่เรารับรู้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เราจะเลือกรับรู้ในสิ่งที่เราเชื่อ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 จะเก็บตามความเชื่อของเรา เช่น ถ้าเชื่อว่าจะไม่มีที่จอดรถ เราไปไหนก็จะไม่สามารถเห็นที่จะสามารถจอดรถได้เลย
เชื่อว่าความกตัญญูนำมาซึ่งความสุขและการยอมรับ ดังนั้นพฤติกรรมเราก็จะทำแบบนี้ ก็จะทำให้เรามีความสุข
มี Case ว่าผู้บริหารคนหนึ่งเชื่อว่าตัวเอง Present หน้างานไม่ได้ ตอบคำถามไม่ได้เลย เพราะเชื่อว่า Present งานไม่ได้ ซึ่งเป็นจิตใต้สำนึกของเราที่คิดแบบนี้
วิธีแก้ คือ ต้องบอกตัวเองว่า outcome ของเราคืออะไร ค่อยปรับความเชื่อ ก็จะทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้
ข้อมูลข่าวสาร เก็บจากข้อมูลพื้นฐานที่เรามีอยู่ ต้องดูว่า outcome เราต้องการอะไร จาก Six core needs ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกว่าเติบโตทางจิตใจ และมี Significant
Six core needs ทำให้สามารถอ่านพฤติกรรมของคนได้
ถ้าลูกน้องคนไหนเป็น Talent อยากให้เขาทุ่มเท อยากให้เขามาแทนตำแหน่งเราได้อนาคต Response ของเรา ก็ต้อง serve สิ่งที่เราต้องการได้ คือ ต้อง React ตาม Event
ถ้าอยากเอาพฤติกรรมอะไรออกจากคนๆนั้น ก็ต้องหาพฤติกรรมอะไรที่ควรทำมาแทน
เช่น อยากเลิกสูบบุหรี่ ก็แค่อ้าปาก
เป้าหมายของชีวิต คือ รู้ว่าเราต้องการอะไร
เด็กที่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กในวันเด็ก ก็จะแสดงพฤติกรรมแบบเด็กเมื่อโตขึ้น เช่น วัยเด็กไม่ได้นั่งตักพ่อ โตขึ้นก็ชอบไปนั่งตักใครก็ได้
ถ้าเราไม่ได้ใช้ศักยภาพของเราอย่างเต็มที่ ก็ไม่มีทางว่าจะมีความสุขได้
จะเป็น Coach ได้ ต้องรู้ว่า Who am I? รู้ว่าเรามีต้นทุนอะไร มีอะไรติดตัวมา
สุข ขั้นแรก คือ ฐานคิด
มโนธรรม เป็นความรู้จักคุณงามความดี เป็นสิ่งที่เรารู้สึกได้ด้วยการสัมผัสของเรา
“ความสำเร็จ ที่ไม่เติมเต็ม แปลว่าความล้มเหลว”
เมื่อเดือนที่แล้วไปสอนที่ปปช. ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำการชี้มูล และต้องไปอยู่ในสังคมนั้นที่เขาชี้มูลว่าผิด แต่ในชุมชนนั้นก็ยังดีกับเขา เลยมาปรึกษาว่าเขาควรทำอย่างไร
Coach ต้องนิ่งกับสถานการณ์ไม่ว่าจะเครียด หรือ ร้ายแรงแค่ไหน เพราะฉะนั้นผู้นำ ต้องอยู่กับความเป็นจริงของโลกนี้ให้ได้
กลยุทธ์ของงานศพของคนไทย คือ ไม่ให้ญาติของผู้เสียชีวิตเหงา
ศาสตร์การดูแลคน เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ต้องดูแลลูกน้องของตัวเองด้วย ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
ถ้าคนดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ผิดหวัง สิ่งที่รู้สกผิด สิ่งที่เสียใจ ตลอดชีวิต ก็จะไม่ Fulfill
มีพี่น้อง เชื่อว่าความรักไม่มีในโลก เลยไม่มีคู่ และอยู่ด้วยกัน 2 คน เพราะเห็นความจริงจากครอบครัวที่เลิกกัน 2 คนนี้มีความคิดกับผู้ชายที่มาจีบว่า เพราะฉันรวย มีชื่อเสียงเป็นนักกีฬา ดังนั้น การมีชีวิตคู่จึงล้มเหลวเพราะไม่มีความเชื่อใจกับผู้ชาย
Cause มากกว่า Effect
คือ ควรเป็นผู้ลิขิต ไม่ใช่ ผู้ติดอยู่เป็นเหยื่อ
เพราะชีวิตเราเลือกได้ ลูกน้องก็เช่นกัน มีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง
ถ้าจะแก้พฤติกรรม ต้องแก้มาจากข้างใน
การตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับค่านิยม และความเชื่อ ต่อให้เกิดความสูญเสียยิ่งใหญ่ก็อยู่กับมันได้
ในฐานะที่เป็นผู้นำ บ่อยครั้งต้องตัดสินใจบนความยาก ไม่มีกฎ นโยบาย เขียนไว้ให้เราตัดสินใจ อยู่ที่เราฝึกและรู้จักตัวเองดีหรือไม่
“การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร”
โดย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ
28 สิงหาคม 2557
กระบวนการการสื่อสาร
1. Publicity
- New release
- Photo release
- Press conference
- Interview
- Executive Interview
- Company profile
- Video Documentary
- Press Documentary
- Supplement
-Business News
Service excellent ทุกคนในองค์กรต้องมีส่วนช่วยเหลือ ซึ่งสามารถจะ Support brand ได้
2. Media Strategies
- Press meeting Press tour/Media audit
-Press Relation Thank press/Media Mapping
-Press Conference Press data
เราต้อง Monitor สื่อว่าสื่อเข้าใจถูกหรือไม่
3. Community relations ชุมชนสัมพันธ์
จนเป็นเพื่อนบ้านที่ดี อยู่ที่ไหนก็ต้องดูว่าเพื่อนบ้านของเราเป็นอย่างไร ต้องให้ Value กับเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน
เช่น มีห้างขึ้นที่ชานเมือง มีความคาดหวังว่าคนต้องตื่นเต้น แต่บางคนไม่ดีใจ เพราะคิดว่ารถติด เมื่อเปิด 1 เดือน มีคนไปร้องเรียนต่างๆมากมาย หมายถึง ชุมชนไม่ยอมรับ เพราะฉะนั้นต้องไปเดินสายทำความเข้าใจ ขอโทษ และต้องแก้ปัญหาในการทำให้ชีวิตของเขาเดือดร้อน เปิดห้างเร็วขึ้น
ต้องทำประโยชน์ให้ชุมชนมากที่สุด brand เป็นเรื่องของความรู้สึก
4. Corporate Social Responsibility เอาสิ่งที่มี่อยู่มาสร้างประโยชน์กับสังคมสูงสุด
คิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์กับสังคมมากที่สุด
5. Government Relations การบูรณาการทรัพยากรต่างๆระหว่างเรากับองค์กรพันธมิตร
6. Special Event เช่น วันเกษียณ วันมอบรางวัล ต้องดูว่าโอกาสพิเศษนี้จะสะท้อน Brand หรือไม่
7. Internal Communication
8. Issue Management
9. Crisis Management ทุกครั้งของการเกิดเหตุ การสื่อความต้องตามมา
10. Branding เช่น สี โลโก้ ความเด่นชัดของบุคลากร แบรนด์ เหมือนวงดนตรี เล่นเครื่องดนตรีแต่ละชนิด แต่เล่นเพลงเดียวกัน
11. New media การใช้ในสื่อนวัตกรรม
Workshop
กลุ่ม 1
Corporate Image
การรักษาโรคระดับตติยภูมิ
Business Image
ทีมสุขภาพมีความเชี่ยวชาญ
Brand Image
เข้าถึงการรักษายาก”
“มาเป็นหนูทดลอง”
“ตายที่ มอ.”
เหตุผลสนับสนุน
1.ผู้ป่วยมีเป็นจำนวนมาก
2.จากคำบ่น ของผู้รับบริการ
3.ข้อร้องเรียน
4.การ Refer ผู้ป่วย
ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการสร้าง Brand Image
1.อัตรากำลัง
2.สถานที่
3.การเบิกจ่ายตามสิทธิ์
วิธีการ แนวทาง เครื่องมือ สื่อสาร Brand Image ให้เด่นชัด
1.การให้ข้อมูลในสิทธิการรักษาของตนเอง เช่น บัตร 30 บาท บัตรประกันสังคม
2.หาอัตรากำลังให้เพียงพอตามเกณฑ์
3.สร้างเครือข่าย
สิ่งที่เป็นภาพเชิงลบ แนวทางแก้ไข
1.สร้าง premium service
2.มีแพทย์เคลื่อนที่
กลุ่ม 2
สิ่งที่เป็นภาพเชิงลบ แนวทางแก้ไข /
การเข้าถึงบริการยาก จำนวนเตียงจำกัด บุคลากรขาดแคลน/สร้างเครือข่ายกับโรงพยาบาลรอบนอก มีระบบ teleconference ในการรับปรึกษาผู้ป่วย จัดทำระบบส่งส่งเสริมสุขภาพ
กลุ่ม 3
กลุ่ม4
Corporate Image
ด้านบวก
Business Image
Brand Image
Brand Image ขององค์กร
เหตุผลสนับสนุน
ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการสร้าง Brand Image
วิธีการ แนวทาง เครื่องมือ สื่อสาร Brand Image ให้เด่นชัด
สิ่งที่เป็นภาพเชิงลบ แนวทางแก้ไข
กลุ่ม 5
Corporate Image
Business Image
Brand Image
เหตุผลสนับสนุน
ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการสร้าง Brand Image
วิธีการ แนวทาง เครื่องมือ สื่อสาร Brand Image ให้เด่นชัด
สิ่งที่เป็นภาพเชิงลบ แนวทางแก้ไข
ดร.พจน์: จุดแข็งของมอ.คือ การเป็นโรงเรียนแพทย์ การเป็นรพ. และงานวิจัย
เมื่อพูดถึง Brand คือ ความจริง ต้องสัมพันธ์กับความรู้สึกเสมอ
ต้องจัดกระบวนการใหม่เพื่อให้เกิดภาพที่ดี
Brand image ที่สำคัญ คือ เป็นที่พึ่งทางด้านสุขภาพที่มีคุณภาพของภาคใต้
ปัญหาและอุปสรรค บางอย่างแก้ไม่ได้โดยทันที บางครั้งต้องมาบริหารความรู้สึก
สิ่งที่ทำให้ Brand image ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรคือ Brand image ที่เป็นภาพเชิงลบ ดังนั้นจึงต้องมีแนวทางแก้ไขให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน
Brand Image เป็นความพยายามในการที่จะสื่อสารให้เกิดความรู้สึกที่ดีกับตัวเราและสาธารณะ ให้รู้สึก
10 win-win codes with target
ข้อเสนอแนะ
กรณีมีญาติผู้ป่วยถ่ายภาพ และออกสื่อให้เราเสียหาย เราควรทำอย่างไร
อ.พจน์: ถ้าเราไม่มีอะไรผิด หรือ น่าอาย หรือ ไม่มีข้อจำกัดที่ทำให้สังคมทำร้ายเราก็เฉยๆ แต่หากสิ่งนั้นไปละเมิดสิทธิ์ ก็ต้องหาวิธีการจัดการที่เหมาะสม
อาจจะต้องมีการรับมือกับโลกsocial media เพราะสมัยนี้มีการเผยแพร่ตลอดเวลา ต้องบอกให้บุคลากรทุกคนระวังตัว เพราะการปิดกั้นทำได้ยาก แต่หากถ่ายภาพผู้ป่วย ก็สามารถฟ้องร้องตามสิทธิ์ได้
อ.พจน์: โลโก้ที่ดีที่สุด คือ เวลาเห็นแล้วนึกถึงอะไร สำคัญที่สุด