“ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทย
กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯ มอ.”
โดย ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์
หน่วยระบาดวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา
29 สิงหาคม 2557
ศ.นพ.วีระศักดิ์: ต้องเรียนรู้อดีตเพื่อเป็นกำลังใจ ไปสู่อนาคต
Dan Beach Bradley: ปี 1835 รัชกาลที่ 10
John D Rockefeller: ผลงานคือสร้างผลกระทบต่อสาธารณสุขทั่วโลก เป็นนักศาสนา มีแนวคิดช่วยเหลือมนุษย์ตั้งองค์กรนี้ซึ่งมีธรรมาภิบาลสูง
สมเด็จพระราชบิดา: ศึกษาที่ Harvard สาขา Public health มีเชื้อพระวงศ์ที่ดูแลรพ.ศิริราช ไปเจรจาความกับRockefeller
รพ.ศิริราช ตั้งขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโครงสร้างพื้นฐาน
- -สร้างรพ.ใหม่ครบทุกจังหวัดปี 1960
- -สร้างรพ.ชุมชนทุกอำเภอ สถานีอนามัยทุกตำบลปี 1980
- -ทศวรรษพัฒนาสถานีอนามัยปี 1990
- -สร้างรพ.ส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล
การมีส่วนร่วมของประชาชน
- -ปี 1960 ดูงานหมอเท้าเปล่าในประเทศจีน กลับมาสร้างผสส.อสม.ในประเทไทย
- -1970 Primary Health care concept
- -1980 แนวคิดด้านข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานดูแลกันเองในหมู่บ้าน
- ปี 1990 เป็นช่วงเศรษฐกิจดี มีการกระจายอำนาจในรัฐบาลประชาธิปัตย์
- -ลดอำนาจส่วนกลางลง
- ปี 2000 ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการปฏิรูปสุขภาพ
- -Equity, Quality, Efficiency and Social Accountability
- -มีเรื่องประกันสุขภาพ
- -การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
- ปี 2002 เรื่อง Universal Health coverage
- -ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน
- -หากทำอะไรใหญ่ ๆต้นทุนก็จะลดลง
- -ใช้เรื่องเครื่องมือทางการเงินสำหรับ Health regulation
- ปี 2005-ปัจจุบัน
- -การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ประเทศไทยมีคนแก่มาก และมีการเกิดน้อย ทำให้ขาดแคลนแรงงานในระยะยาว ส่วนใหญ่แรงงานสาธารณะสุขมาเป็นประเทศยากจน
- -นอกจากจะแก่แล้ว เปลี่ยนจากโรคติดเชื้อ กลายเป็นไม่ตาย แต่แก่
- -Middle income trap ประเทศไทยติดกับดักนี้ เพราะไทยไม่สามรถขายแรงงานราคาถูกได้ และได้สามารถหานวัตกรรมใหม่ๆได้ ประเทศที่พ้นคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และประเทศไทยยังต้องซื้อยาจากต่างประเทศมาก
- -การแยกพวกของนักการเมือง
ศ.นพ.จรัส: หัวข้อนี้เป็นโจทย์ใหญ่มาก ทุกคนต้องคิดเรื่องนี้เอง แต่วันนี้จะมาให้คำตอบในสิ่งที่ทุกคนอยากรู้
โอกาสใหม่ของการแพทย์
- -พลังการจัดการ
- -พลังวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
- -พลัง ICT
- เป็นโอกาสใหม่เพื่อพัฒนาการความรู้และเทคโนโลยีในบริการทางการแพทย์
- การเปลี่ยนของภาระโรคNCDs, Emerging infections
- กระแสทุนนิยมการแพทย์พาณิชย์
- เทคโนโลยีก้าวหน้า Predictive, Molecular
- การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรผู้สูงอายุ
- กระแสประชาธิปไตยสิทธิประชาชนในการมีสุขภาพดี
- ASEAN Community Opportunities & Threats
- ระบบความรู้และเทคโนโลยี
- เครือข่ายสุขภาพ
- ระบบการส่งเสริมสุขภาพ
- การแพทย์ไทยพยายามปรับตามการเปลี่ยนแปลง
- จริงหรือไม่ที่ปรับไม่ทัน และปรับไม่พอดี
- คณะแพทย์ มอ. เป็นความใฝ่ฝันและที่หวังพึ่งของประชาชนใต้
- ความหวัง หรือความคาดหวังของประชาชนมีเยอะ เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะตอบสนองประชาชนได้
- คณะแพทย์ มอ. ต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงพัฒนา
- -การพัฒนาวิชาการ
- -การปฏิรูปบริการทางการแพทย์
- -การปฏิรูปการศึกษาแพทยศาสตร์
- ความจำเป็นเพิ่มมากจำนวนคนเพิ่มโอกาสในการแก้ไขเพิ่มโรคเรื้อรัง ดูแลตลอดชีวิต
- ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมาก ใช้เทคโนโลยีราคาแพง ใช้บุคลากรมาก ใช้ความเชี่ยวชาญสูง
- การเข้าถึงบริการถดถอย บริการเพิ่มไม่ทัน การกระจายไม่ดีพอ กฎไม่เอื้อ
- สิ่งเหล่านี้เป็นวิกฤติบริการสุขภาพ
- รพ.ลักษณะเดียวกับมอ.มีแห่งเดียวในภาคใต้
- วิกฤติบริการสุขภาพ
- วิกฤต 1 เลือกใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะ ค่าใช้จ่ายเพิ่มทวีคูณ มีส่วนไม่คุ้มค่าวิกฤติ 2 บริการไม่เพียงพอ กระจายไม่ดี ระบบบริการขาดประสิทธิภาพ ไม่ทำงานเป็นทีม
- วิกฤติ 3 ความเหลื่อมล้ำ เข้าไม่ถึงบริการความไม่ยุติธรรมในสังคม
- สาเหตุที่ 1 ความรู้ปรับเปลี่ยน
ความรู้ที่ไม่ทันสมัย หรือตายไปแล้ว เท่ากับ ความไม่รู้ หรือรู้ผิด โดยเฉพาะความรู้ทางการแพทย์ที่เปลี่ยนไปเร็วมาก
คุณภาพบริการทางการแพทย์ อาศัย การติดตามความรู้ให้ทันและเลือกมาใช้ อย่างถูกต้อง / คุ้มค่า
จริยธรรมของวิชาชีพ
ต้องไม่หาประโยชน์จากวิชาชีพ เพื่อแสวงหาประโยชน์
สาเหตุที่ 2 บริการด้อยประสิทธิภาพ
ปัจจัยเสี่ยง : เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันแปรปรวน อ้วน กลุ่มอาการเมตาบอลิก
ถ้าเป็นโรคคัดกรองพบระยะแรก รักษาหายได้
ถ้าระยะเป็นมาก รักษายากและแพง
มะเร็ง ต้องมีปัจจัยเสี่ยง ตับอักเสบเรื้อรัง HBV HCVติดเชื้อ HPVพยาธิใบไม้ในตับ
การป้องกันปฐมภูมิ ต้องใช้วัคซีน
การป้องกันทุติยภูมิ เช่น รักษาอาการติดเชื้อ หากพบในระยะที่เป็นยากรักษายาก แพง
บริการสุขภาพเป็นบริการแบบตั้งรับ พบโรคระยะเป็นมาก รักษายาก และแพง
บริการเชิงรุกในครอบครัว / ชุมชนป้องกันก่อนเป็นโรคหรือ พบโรคระยะแรก รักษาง่าย & หายได้
- ปัจจัยเสี่ยง
- -ประวัติครอบครัว พันธุกรรม
- -พฤติกรรม
- -สิ่งแวดล้อม สังคม ค่านิยม กฎหมาย กฎเกณฑ์ มลภาวะ
- ต้องเปลี่ยน ล
- คณะแพทย์มอ. ต้องเป็นผู้นำในการชี้นำพฤติกรรมเหล่านี้อย่างไร
- วิกฤตการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ
- การศึกษาทางสุขภาพ ติดอยู่ในพื้นฐานของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี แต่ปัจจุบันไม่พอ ต้องปฏิรูประบบการศึกษา เพื่อให้ความจำเป็นของนักวิชาชีพสุขภาพในอนาคต
- ปี 2011 WHO รายงานว่ามีการเปลี่ยนการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ เพื่อสร้างให้เปลี่ยนเป็นอีกคน เน้นปริมาณ คุณภาพ และตรงประเด็น โดยการใช้เครื่องมือ ICT
วิกฤตการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ
Transformative Learning for Health Equity
Prince Mahidol Award Conference 2014
- -สร้างค่านิยมหลักภายในตน เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคม
- -สามารถค้นหา แปลความและนำหลักฐานมาใช้ในงานทางคลินิก และสาธารณสุข
- -สร้างสมรรถนะทั้งในงานคลินิก และงานสาธารณสุข
- -สามารถสื่อสารและทำงานร่วมกับนักวิชาชีพอื่นๆ ครอบครัว และชุมชนได้
- -สนองตอบและรับผิดชอบต่อความจำเป็นด้านสุขภาพของประชากร
- ช่วงแสดงความคิดเห็นและคำถาม
- กลุ่ม 5
- คำถาม: เน้นการรักษาแบบตติยภูมิ จนลืมแบบปฐมภูมิหรือไม่ มีวิธีอย่างไรให้ทุกคนในองค์กรเห็นว่าตติยภูมิปฐมภูมิ สำคัญกว่าการรักษาแบบปลายเหตุ
- ศ.นพ.วีระศักดิ์ : ทำเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเองดีกว่า ควรทำโมเดลของตัวเองได้ก่อนไปสอนคนอื่น
- กิจกรรมทางกาย
- -Work activity
- -Transformation activity
- -ควรหาความรู้เอง ทำเรื่อง Genome
- -การแก้ปัญหา Public health แก้ด้วยการวางระบบ แก้ทางการเงิน
ศ.นพ.จรัส: มีความคิดเห็นต่างจากศ.นพ.วีระศักดิ์ คำว่าปฐมภูมิ ตติยภูมิ แบ่งตามวิชาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับประชาชนหรือคนไข้ เคยเข้าไปหมู่บ้านชนบท เป็นโรคหนักมาก ขาลีบ พิการ แต่ไม่ได้รักษา ซึ่งหมอดูว่าเป็นตติยภูมิ แต่ชาวบ้านไม่รู้ว่ามันเป็นแบบไหน ความจริงต้องปรับตามชาวบ้านว่าเป็นอย่างไร หัวใจคือ อัตตาของเรา แล้วเราคิดเองว่าเราเป็นอัตตา เราต้องลดอัตตาของเรา ซึงจริงๆต้องคิดว่าชาวบ้านต้องการอะไร
เราคือเรา แต่ควรขยายคำว่าเราของคณะแพทย์มอ.ให้มากกว่านี้
ต้องเปลี่ยนครูบาอาจารย์ก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น
ผลที่ออกมาว่า ประชาชนสามารถทำงานวิจัยได้ดี ต้องมีการศรัทธาในคน ให้กระบวนการ Empowerment แต่เราต้องสอนว่าเขามีปัญหาอะไร และไปแสดงให้เขาดู ซึ่งเป็นคนที่เสริมให้คนอื่นทำ
กลุ่ม 5 ขอบเขต บทบาทหน้าที่ในการไปทำและดูแลของชุมชนของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างไร
เรื่องหน้าที่ค่อนข้างชัด ตัวปัญหาคือ คณะแพทย์ มอ. ให้ทุกคนลงชุมชนก็เจ๊ง ต้องรื้อรั้วมหาวิทยาลัยออก คือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนอื่น แต่เราอยู่เบื้องหลัง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้จะได้มากมาย
กลุ่ม 3
เมื่อวานเรียนหัวข้อ Branding ได้คำตอบคือ จะเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านภาคใต้ แต่ปัญหา คือ มองว่าประชาชนมองว่าเราอยู่สูง ขณะนี้มีการปรับการเรียนการสอน ปรับวิสัยทัศน์ เพื่อสังคมไทย จึงมองว่าเราจะพัฒนาไปเรื่อยๆให้สอดคล้องกับนโยบายสาธารณะสุข การมองเรื่องถูก Positioning เรื่องตติยภูมิ ต้องหาความสมดุล
ศ.นพ.วีระศักดิ์ : ยุคต่างๆของคณะแพทย์
- ยุคก่อตั้ง
- ยุคยืนหยัด
- ยุคคุณภาพ
- ยุควิจัยและนวภาพ ยังไปไม่ถึง ทำอย่างไรคณะจึงจะไปจุดนี้ได้ ขอฝากให้ทุกคนไปคิด
กลุ่ม 1 : ปัญหาเรื่องอุบัติเหตุเป็นต้นทุนที่เสียเยอะ แพทย์ใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาลบาลมากด้วยเรื่องอุบัติเหตุ
ศ.นพ.วีระศักดิ์ :ต้องการเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆที่เป็นทางเลือกให้ลดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากทุกวันนี้มีอุบัติเหตุบนท้องถนนมาก หรืออาจจะเป็นการแก้ทางวิศวกรรมเชิงระบบ
ศ.นพ.จรัส: ต้องมีการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์หรือคนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายฉุกเฉิน และที่สำคัญ ต้องให้พลังกับชุมชนและต้องฝึกอบรมให้กับชุมชนก่อนที่จะมาถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล นี่คือสิ่งที่จะสร้างแบรนด์ของมอ.อย่างแท้จริง