วิธีปฏิบัติในการปกป้องการรบกวนสัญญาณระบบเครื่องวิทยุช่วยการเดินอากาศและเรด้าร์


สัญญาณเครื่องวิทยุช่วยการเดินอากาศนั้น สำคัญต่อการนำร่องอากาศยานเป็นอย่างมาก ดังนั้นเครื่องวิทยุที่ติดตั้งอยู่ในสนามบิน ออกอากาศแพร่กระจายสัญญาณจกบนดินสู่อากาศ จะต้องได้รับการปกป้องการรบกวน

วิธีปฏิบัติในการปกป้องการรบกวนสัญญาณระบบเครื่องวิทยุช่วยการเดินอากาศและเรด้าร์

.........สัญญาณเครื่องวิทยุช่วยการเดินอากาศนั้น สำคัญต่อการนำร่องอากาศยานเป็นอย่างมาก ดังนั้นเครื่องวิทยุที่ติดตั้งอยู่ในสนามบิน ออกอากาศแพร่กระจายสัญญาณจกบนดินสู่อากาศ จะต้องได้รับการปกป้องการรบกวน การรบกวนก็เกิดได้จากการที่มีวัตถุโลหะหรือวัตถุที่ทึมีมวลหนาๆเช่น กลุ่มต้นไม้ ไปกดบังในทิศทางการออกอากาศ เช่นรถยานพาหนะ ตัวอากาศยานเอง หรือแม้กระทั่งอาคารสิ่งปลูกสร้าง  เช่น ตึกขนาดใหญ่  หลังคาอาคารสังกะสี  โครงสร้างอาคารที่ทำจากเหล็ก บดบัง ลดทอนกำลังส่งของคลื่นสัญญาณ หรือหักเหสะท้อนสัญญาณให้เบี่ยงเบนจากแนวกระจายคลื่นไป ทางนักบินก็จะเห็นการแสดงผลผิดไปจากปกติ เช่น การเห็นเข็มบนหน้าปัดที่บอกแนวทางวิ่ง ส่ายไปส่ายมา(Localizer Deviation) ทำให้ไม่สามารถบอกแนวทางวิ่งที่จะใช้ลงสนามบินได้ก็เคยเกิดขึ้นครับ  ซึ่งเป็นเหตุผลที่พื้นที่เหล่านี้จะต้องควบคุมดูแลการเข้า-ออกพื้นที่ เพราะบริเวณพื้นที่หน้าสายอากาศ เป็นพื้นที่ๆไวต่อการรบกวน แบ่งเป็นพื้นที่วิกฤติ (Critical Area) และพื้นที่ไวต่อการรบกวน (Sensitive Area) พื้นที่เหล่านี้จึงต้องได้รับการกันบอกแนวเขตพื้นที่ไว้ให้ชัดเจนครับ  

......การปกป้องสถานีวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศและเรด้าร์ (คู่มือสนามบิน หัวข้อ 4.17)ที่ต้องมีมาตรการหรือขั้นตอนการจัดการปกป้องขึ้น  ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่า ขณะเครื่องบินกำลังรับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากสถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศและ/หรือเรด้าร์ ที่ติดตั้งบริเวณสนามบินนั้น จะต้องไม่มีวัตถุใดๆเคลื่อนที่ผ่านหรือบดบังสัญญาณ ทำให้สัญญาณได้รับการรบกวน เปลี่ยนรูปแบบผิดเพี้ยนไป มีผลให้เมื่อสัญญาณถูกรับผ่านสายอากาศที่ติดตั้งบนลำตัวเครื่องบิน เดินทางเข้าสู่เครื่องรับและประมวลผลสัญญาณ แปลและถอดรหัสผล และแสดงที่เกจ์วัดผิดพลาดตาม ทำให้นักบินได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดหรือใช้นำร่องให้เครื่องไม่ได้นั่นเอง...เห็นไหมครับว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเดินอากาศมากแค่ไหน

......ขอสรุปเป็นแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้แล้วกันนะครับ อย่าลืมนะครับว่า ในที่ตรงนี้เราจะบอกแนวทางเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำ คืออย่างน้อยต้องจัดให้มีดังนี้ ส่วนขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการ ผู้ปฏิบัติคือทางสนามบิน จะต้องนำไปประยุกต์ให้เข้ากับสถานที่ และบริเวณที่สถานีวิทยุเครื่องช่วยฯนั้นๆติดตั้งอยู่ และทางกายภาพที่สามารถทำได้ เป็นจุดที่มองเห็นได้ชัดและไม่สับสนกับผู้ปฏิบัติครับ.....

......1.กำหนดพื้นที่ที่ไวต่อการรบกวนการส่งของสถานีเครื่องช่วยการเดินอากาศ ที่ส่งสัญญาณเพื่อบอกแนวกึ่งกลางทางวิ่ง Localizer และเครื่องช่วยฯที่ส่งสัญญาณบอกมุมร่อน Glide Slope ให้กับนักบิน ใช้มาตรฐานตามที่กำหนดใน Annex 10 เรื่อง Critical & Sensitive Area ของ Localizer และ GlideSlope ซึ่งขนาดพื้นที่จะแปรเปลี่ยนตาม Type เครื่องบินและชนิดจำนวน Element ของสายอากาศ (Loc.) กำหนดลงในแบบแปลนขนาดอย่างน้อย A3 เพื่อความชัดเจนในการ Land Mark

......2.ระบุขั้นตอนการปฏิบัติในการเข้า-ออกพื้นที่ Critical Area & Sensitive Area ในระเบียบการปฏิบัติงานในเขต Airside พร้อมดำเนินการชี้แจงให้ผู้เข้าปฏิบัติงานฯเข้าใจ และทราบจุดที่จะรอหลังจากออกนอกพื้นที่ Critical และ Sensitive Area ได้แก่ การเข้าพื้นที่ เช่นการขออนุญาต(ขอระยะห่างที่ปลอดภัย หรือขอ Clearance)หอฯก่อนเข้าพื้นที่ฯ และการรายงานเมื่อออกจากเขตพื้นที่ดังกล่าว

.....3.สนามบินจะต้องประสานการดำเนินการให้เป็นไปตามที่ได้กำหนด ได้แก่บริเวณที่จะให้ ยานพาหนะขับเคลื่อนไปรอ จุดหยุดรอในแบบและสถานที่จริง กับหน่วยงานอื่นๆเช่น หอบังคับการบิน เพื่อจะได้ไม่สับสนต่อผู้ปฏิบัติ ในการหลบและจอดให้ตรงที่กำหนด

.....4.อาจจะจัดให้มีการทำเครื่องหมาย Marker เช่นการทาสีลงบนบอร์ดกระดาน ขนาดตาม Annex14 Volumn 1 ยาว 3 เมตรด้านกว้างของ 3 เหลี่ยมกว้างด้านละ 1 เมตรเท่ากันทั้ง 3 ด้าน และ/หรือใช้สัญญลักษณ์ ธง ติดปลายไม้ติดตั้งไม่สูงจากพื้นมากเกินไป ใช้วัสดุที่แข็งแรงแต่เปราะสามารถแตกหักได้โดยง่าย ก็สามารถทำเพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการที่จะบอกแนวเขตให้ผู้ปฏิบัติงานในเขต Airside ได้เห็นและป้องกันการรุกล้ำเขต Critical Area ได้ก่อนที่จะเกิดการรุกล้ำเข้าไปจริงๆ โดยกำหนดขั้นตอนในการที่จะต้องแจ้งขอเข้าพื้นที่บริเวณนั้นก่อนที่จะเข้าไปปฏิบัติงาน ก็เป็นการป้องกันที่ดี เพราะเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินเท่านั้น ที่จะทราบได้ว่าเครื่องบินที่เข้ามาใกล้จะเข้ามาในเขตส่งสัญญาณ(Coverage Area)และใกล้บริเวณที่จะเริ่มใช้สัญญาณเครื่องช่วยการเดินอากาศอยู่หรือไม่

5.ต้องมีแผนผังให้ผู้ปฏิบัติงานทราบชัดเจนในจุดที่จะต้องระวังการรุกล้ำ ผู้ที่ต้องใช้แบบแปลน Critical Area ในการทำงาน คือ เจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน ผู้ขับขี่ยานพาหนะใน Airside ผู้ขับขี่รถตัดหญ้า ผู้ที่ปฏิบัติงานใน Airfield ทั้งผู้รับเหมาภายนอก และเจ้าหน้าที่ภายในเองก็ตาม เช่น ผู้ขับรถตรวจทางวิ่งทางขับ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกู้ภัย เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาการบิน ที่ดูแล Awos เจ้าหน้าที่ บวท.ที่ดูแลระบบเครื่องช่วยฯเองก็ตาม

คำสำคัญ (Tags): #critical area#sensitive area
หมายเลขบันทึก: 575271เขียนเมื่อ 28 สิงหาคม 2014 08:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 28 สิงหาคม 2014 08:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี