วันก่อนลูกศิษย์อยากเรียน KM วันต่อมาเลยจัดกิจกรรม KM แบบง่ายๆ ให้ คือวันนี้ตั้งใจสอนเรื่อง Loyalty Pyramid หรือปิรามิดแห่งความภักดี วัตถุประสงค์ก็คือเราต้องการทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ วิธีการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า ให้สามารถสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นบอกต่อ ตามทฤษฎีมีดังนี้  เราต้องทำให้คนไม่รู้จัก มารู้จักเรา คนในกลุ่มนี้มีกว่า 6,000 ล้านคนทั่วโลก ผมเลยยกตัวอย่างว่าทำได้ไง เช่น Facebook เปิดให้คนใช้ฟรี คนเลยรู้จักเป็นพันล้าน ที่เหลือก็สามารถพัฒนาโอกาสต่างๆ จากคนที่เรารู้จักได้ เมื่อรู้จักแล้วขั้นที่สอง ต้องทำให้เขาสอบถามว่า เราขายอะไร สอบถามแล้วก็ ทำให้เขาซื้อครั้งแรก ซื้อครั้งแรกไม่พอต้องซื้อครั้งที่สอง ต่อมาก็ซื้อซ้ำ ซื้อซ้ำแล้วก็ซื้อประจำ และที่สุดคือ สุดยอดของปีรามิด หรือ “การบอกต่อ” นั่นเอง 

                       


พออธิบายแล้วก็ให้จัดวงแบบ World Cafe แบ่งออกเป็น 12 คาเฟ่ แล้วให้มีผู้จดหนึ่งคนเรียกว่า Host ผมเอง แล้วให้แต่ละวงตั้งคำถามแบบ Appreciative Inquiry (AI) เพื่อดึงประสบการณ์ที่ดีที่สุด ที่สมาชิกแต่ละคนเคยพบมา ในแต่ละขั้นของปีรามิด จริงๆ มีหกขั้น แต่เนื่องจากชั้นเรียนมีคนเยอะ เลยขยายเป็นสองวง พอแต่ละวงพูดเสร็จ ผมก็จะสุ่มหาคนออกมาเล่าเรื่อง ให้ทั้งชั้นฟัง โดยผมอาจเล่าเรื่องต่อยอดเพิ่มเติม เมื่อจบก็วนไปเรื่อยๆ จนครบหกขั้น แล้วก็พากันสรุป น่าสนใจครับว่า  ที่สุดแล้วผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรก็ตาม ที่สามารถขยับจากการที่คนรู้จัก จนเกิดการซื้อซ้ำ จนถึงขั้นไปบอกต่อให้คนอื่นมาซื้อ มีองค์ประกอบง่ายๆ คือ “จริงใจ” โดยมีกระบวนการที่แสดงได้ชัดเจนผ่านการ “เอาใจใส่”  นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญคือคำว่า “รู้จริง” 

นี่แหละครับการทำ KM โดยใชกระบวนการกลุ่มแบบ World Cafe โดยใช้การดึงประสบการณ์ ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) ด้วยกระบวนการการตั้งคำถามเชิงบวกแบบ AI 

                        

แต่นี่แค่ดึง Tacit Knowledge เท่านั้น เราต้องจัดการต่อให้มันเปิดเผยมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การต่อยอดมากขึ้น ผมเลยให้ลูกศิษย์แต่ละคน เขียนเรื่องที่เล่าไปในวันนี้ลง Blog ของผม แล้วบอกเขาว่า เวลาทำกลยุทธ์ก็สามารถกลับมาใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาบันทึกไว้ที่นี่ได้ ส่วนลูกศิษย์ผมอีกหลายคนก็ได้แนวคิดกลับเอาไปใช้จริงๆ ตรงนี้ก็จะติดตามผลกันต่อไป  

สำหรับท่านที่อ่านบทความนี้ มันยังไม่จบครับ ติดตามดูสิ่งที่นักศึกษาของผมได้บันทึกไว้  คุณจะเห็นความเป็นไปได้ในชีวิตครับ เพราะทั้งหมดคือเรื่องของทัศนคติครับ จริงใจ เอาใจใส่ รู้จริง เพราะอะไร แค่จริงใจ นี่ก็จะทำให้คุณเอาใจใส่ แล้ว เอาใจใส่คนอื่น คุณจะได้เรียนรู้ความต้องการของเขา ว่าลูกค้าต้องการอะไร นี่คือเรียนรู้ลูกค้าเลย ที่สุดเนื่องจากจริงใจ เลยต้องพยายามหาทางดูแลลูกค้า นั้นนำไปสู่การเรียนรู้ การสั่งสมเทคนิค วิธีการที่สร้างสรรค์ จนกระทั่งคุณจะรู้ลึกไปเลย ทั้งลูกค้าและเทคนิค

                       

เอาง่ายๆ Dtac ประทับใจมากๆ ถือ Iphone เข้าไป เพราะอยู่ดีๆ เครื่องดับ เปิดไม่ติด ไปหาเจ้าอื่นๆ นี่ก็เรียกว่าไม่บริการ และพิธีการมาก พอไป Dtac พนักงานก็กดปุ่มสองปุ่มค้างไว้ มันก็ติดขึ้นมาเอง... “พี่ครับ นี่อาการเสียปรกติ วันหลังเจอแบบนี้ก็ทำอย่างผมสอนนะครับ”.... ตอนนั้น Dtac คลื่นไม่ดี ในขอนแก่น... ช้ามาก (ตอนนี้ดีมากๆ) ตอนแรกๆ ก็อยากเปลี่ยนไปใช้เจ้าอื่นๆ ที่สุดก็คงไว้เบอร์นึง ..

เป็นไงครับ บริการที่ทำให้คนอื่นๆบอกต่อ อย่างที่ผมเล่าให้คนไม่รู้กี่ร้อยคนฟังมาแล้ว.. ใช้เงินมากไหม..ไม่เลย..ใช้หัวคิดมากไหม ไม่เลย  ต้องจบ MBA ถึงทำได้... ไม่ต้องครับ... ใช้ใจล้วนๆ... เรื่องเงินแทบไม่เห็นต้องครับ...

เอาหล่ะอดใจรอหน่อย เดี๋ยวลูกศิษย์ราวๆ 80 คนจะมาเล่าเรื่องราวๆดีๆ ให้คนละ 6 เรื่อง รวมๆ คงได้ Explicit Knowledge กว่า 480 เรื่องครับ จากทุกอุตสาหกรรมเลย... 

Reference:

Picture 1: www.aithailand.org

Picture 2: http://www.digitlab.co.za/2012/08/how-loyal-are-you-in-eyes-your-customers/   

Picture 3: http://www.largescaleinterventions.com/english%20version/methods%20World%20Cafe.htm