Trend
ของเรื่องการบริโภคอาาหารของหลายภาคส่วนในโลก
เช่นในสหรัฐอเมริกา ในช่วง 20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 1990
จนถึงปัจจุบัน เป็นไปในแนวที่ พยายามให้อาหารมาจากธรรมชาติหรือ
เป็นธรรมชาติมากที่สุด
ที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์
เป็นระบบการเกษตรที่เน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์
แต่กลับไปพยายามประยุกต์กลไกและวัฐจักรธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต
และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืชและสัตว์เลี้ยง
ตัวอย่างที่ี่ สหรัฐอเมริกา
การเกษตรแบบนี้ มีการเติบโตที่เร็วมาก
ประมาณเกือบร้อยละ 20%ต่อปี ในช่วงปี 1997-2007 และจากปี
2007-2010 ก็จะโต 18%ต่อปี
ส่วนยอดขายปลีกอาหารอินทรีย์ทุกชนิดรวมกัน ในปี 2007 ก็ขึ้นถึง 20
พันล้านดอลล่าร์ต่อปี ข้อมูลจาก Organic Trade
Association's 2007 Manufacturer Survey


ที่มีการเติบโตมากเช่นนี้
เพราะผู้บริโภค มีความเชื่อมั่นว่าทั้งปลอดภัย
มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และอร่อยกว่า
รวมทั้งวิธีการผลิตไม่ทำลาย หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อเทียบกับการผลิตแบบดั้งเดิม เหตุผลหลักที่มีผู้นิยม
อาหารเกษตรอินทรีย์มากขึ้น
เพราะต้องการหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง
แต่บางครั้ง
ก่อนปลูกพืชผักผลไม้ ชาวไร่จะพรวนดินแล้วทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน
ซึ่งช่วงนี้ ชาวไร่บางคน จะให้หญ้าขึ้น
จากนั้นจึงใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดลงไป
เมื่อวัชพืชตายจะกลายเป็นปุ๋ยไปในตัว จากนั้นจึงโรยเมล็ดพันธุ์ผัก
เมื่อพันธุ์ผักเจริญเติบโตจะไม่มีปัญหาเรื่องวัชพืชขึ้นมาแย่งอาหาร
พอมาถึงการใช้ปุ๋ย
อาหารปลอดสารพิษรวมถึงผักผลไม้ จะมีการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ
ที่ได้มาจากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ และมูลสัตว์
ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี บางทีก็ใช้ Rotenone ยาฆ่าแมลง
ที่ทำมาจากพืช ซึ่งก็มีฤทธิ์แรงเหมือนกัน.....recent study linking rotenone
- a pesticide with a ‘natural' image, commonly used in organic
farming and gardening - to Parkinson's .
นอกจากนี้ ถ้าพิจารณาให้ลึกๆลงไป
ปุ๋ยธรรมชาติทั้งหลาย ก็เป็นพาหะของเชื้อ
ที่ก่อให้เกิดโรคหลายๆชนิดในคน ซึ่งปกติแล้ว เชื้อเหล่านี้
จะอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์ เช่น วัว ควาย เป็ด ไก่ เป็นต้น
เชื้อเหล่านี้ ไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์
แต่จะเกิดโรคในคน
ที่กินผักและผลไม้ที่ปนเปื้อนเหล่านี้เข้าไป ที่เรียกว่า อาหารเป็นพิษ
โดยความรุนแรงจะต่างกัน
ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและภูมิต้านทานของผู้บริโภค
เชื้อโรคบางชนิด มีความรุนแรงมาก ก่อให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง
ถ่ายเป็นเลือด (severe bloody
diarrhea ) บางที ทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ มูลสัตว์เหล่านี้
ยังจะกระจายไปในแหล่งอื่นๆอีก เช่น แหล่งน้ำที่ใช้ปลูกพืชผัก
หรือ สัตว์ป่าเป็นตัวช่วยกระจายเชื้อโรคจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง
ตลอดจนน้ำที่ใช้ล้างผัก และกระบวนการขั้นตอนการผลิต การเก็บ
ที่มีคนเป็นผู้ดำเนินการ จะแน่ใจได้อย่างไรว่า
จะมีสุขลักษณะที่ดี ในการผลิต
ส่วนผักผลไม้สดบรรจุถุง
แม้จะมีการล้างก่อนทำการบรรจุ
แต่จุลินทรีย์บางชนิดก็ไม่สามารถถูกกำจัดออกไปได้
หรือถูกกำจัดออกไปได้น้อยมาก ด้วยขั้นตอนดังกล่าว
แถมบางชนิดยังสามารถเพิ่มปริมาณและเติบโตได้อีกด้วย ดังนั้น
การล้างและถูผักผลไม้มากๆ
ก่อนรับประทานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ตัวอย่างผักที่ ต้องมีการล้างให้สะอาดเป็นพิเศษ เช่น
ถั่วงอกของอัลฟาฟา ผักกาดเขียว ผักกาดขาว ผักชี มะเขือเทศ
เป็นต้น
ที่สหรัฐอเมริกา
คนชอบกินผักสดผลไม้สดบรรจุถุงมาก แต่เคยมีรายงานว่า
มีคนเสียชีวิตจากการรับประทานผักสดผลไม้ที่บรรจุถุงดังกล่าว
แต่สาเหตุที่แท้จริง
ยังไม่สามารถเจาะลงไปในรายละเอียดได้ในขณะนี้ แม้จะสงสัยว่า
เชื้อโรคมาจากน้ำ
ที่เป็นแหล่งน้ำปลูกผักผลไม้นั่นเอง


พออาหารธรรมชาติ อาหารสดๆ
เป็นที่นิยมมากขึ้น คนก็เลยละเลย หลักการด้าน food
technology และมองว่า
เป็นการมาทำให้คุณค่าอาหารดีๆตามธรรมชาติ ต้องสูญเสียไป
แม้กระทั่งทางFDA ที่อเมริกาเองก็ มุ่งเน้นเรื่อง
อาหารธรรมชาติเช่นกัน
ไม่ได้เข้มกับความปลอดภัยของอาหารเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซึ่ง
ข้อดีของขั้นตอนการใช้ความร้อนฆ่าเชื้อ
จะสามารถทำลายได้ทั้งเชื้อ
E.coli O157:H7 ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่จะสร้างสารพิษที่มีผลทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุผนังลำไส้
และ
Salmonella spp เชื้อ Salmonella มีหลายชนิด
แต่ละชนิดมีลักษณะความเป็นอยู่หรีอการดำรงชีวิตที่ต่างกันไป
เช่น เชื้อ typhi
เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารที่เรียกว่า
ไข้ไทฟอยด์
ในอุณหภูมิที่ 72 องศาเซลเซียส
ก็จะทำลายเชื้อทั้งสองนี้ได้
ซึ่งเชื้อทั้งสองชนิดนี้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 90
วันในฟาร์มและในผักผลไม้ ถ้าจะให้ปลอดภัยจากเชื้อทั้งสองนี้
ก็ต้องรอการเก็บเกี่ยวหลัง 90 วันนับจากวันที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์
แต่เราก็ไม่สามารถจะตามไปดูได้ ว่า เขาเก็บมาก่อน 90 วัน
หรือเปล่า

ซึ่งแม้แต่ที่สหรัฐอเมริกา Organic Trade
Association ซึ่งดูแลเรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์อยู่
ก็ยังไม่สามารถจะรับประกันได้อย่างแน่อนว่า
อาหารเกษตรอินทรีย์ทั้งหลาย
จะปลอดสารพิษอย่างแน่นอนโดยสิ้นเชิง
Organic agriculture practices cannot ensure that products are
completely free of residues; however, methods are used to minimize
pollution from air, soil and water.
การกินผักสดๆ ในปริมาณที่พอดี เป็นของดีต่อสุขภาพแน่นอน ผักสดๆ หลายๆชนิด เมื่อกินดิบๆ อาจมีสารที่ไม่พึงประสงค์บางตัว อยู่ในผักเอง เช่น แครอท แครอท นี่ ต้องลวกก่อน ไม่ควรกินดิบๆ เพราะมีสารชนิดหนึ่ง เรียกว่า Carotatoxin ที่ถ้ากินบ่อยๆ และมากๆ จะมีผลไม่ดีต่อระบบประสาท..
A substance has been isolated from extracts of the common carrot, Daucus carota, which is toxic to the bioassay organism Daphnia magna and to mice.
ไม่เหมือนผลไม้สุก กินมากไม่เป็นไร แต่ก็ไม่ควรมากเกิน เพราะจะมีน้ำตาล มากไปหน่อย ดังนั้น การกินผักดิบ กับการกินผลไม้ ในปริมาณมากๆ จึงไม่เหมือนกัน
แต่สำหรับเรื่องผักปลอดสารพิษ อาจจะไม่ปลอดสารพิษจริงๆ เพราะมิใช่มีแต่สารเคมีเท่านั้น ที่เราควรระวัง แต่มีเชื้อโรคที่ร้ายแรง ที่มาจากดิน หรือสิ่งปนเปื้อนต่างๆ ติดมาด้วย ต้องล้างให้สะอาดมากๆ
และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องของโรคลำไส้ การกินผักดิบยิ่งต้องระวัง ต้องล้างผักให้สะอาดจริงๆ หรือ ลวกเสียหน่อยก็ได้
สวัสดีค่ะ
การทานผักสด ๆ ทำให้ย่อยยากค่ะ ก็เลยชอบลวกน้ำร้อน ๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไปเยี่ยมคุณแม่ ปัจจุบันท่านอายุ 70 ปี แล้วค่ะ ได้พูดคุยกันถึงเรื่องการทานผักเยอะจะมีประโยชน์ แต่ท่านก็ได้บอกว่าผักสดมีประโยชน์ แต่ก็มีเชื้อโรคน่ะ ต้องล้างหรือแช่น้ำให้สะอาด และท่านก็บอกว่าควรลวกน้ำร้อนก่อนดีกว่าค่ะ ปัจจุบันท่านก็แข็งแรงดีค่ะ ชอบปลูกผักสวนครัวที่บ้าน และได้แจกจ่ายบ้าง และบางครั้งก็มีคนมาขอซื้อที่บ้านค่ะ
ทำไมอะไรๆ ดูเป็นพิษไปหมดนะคะ น่ากลัวจัง แล้วถ้าเราหลีกเลี่ยงสารพิษทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้อย่างไหนปลอดภัยกว่ากันคะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
ชอบบันทึกนี้เป็นพิเศษค่ะ...^_^...
อาจเป็นเพราะน้องชอบทานผักสด ผลไม้ และยิ่งในปัจจุบันกระแสการรับประทานผักสด ของสดต่าง ๆ กลายเป็น "เทรนด์" ที่ใครไม่ทำตามก็จะกลายเป็นตกสมัยไปเลยค่ะ
อ่านแล้ว ทำให้ต้องคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีทั้งด้านดีและด้านด้อย และจะทำอะไร ต้องอยู่ในทางสายกลางพร้อมทั้งใช้สติปัญญาในการเลือกบริโภคด้วย เพราะคนกทม.อาจไม่สามารถปลูกพืชผักเองได้ จึงต้องมีวิธีการในการระมัดระวัง ดังที่พี่ได้ให้ข้อมูลไว้ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
(^___^)
น้องเพียงชอบทานผัก เป็นเด็กน้อย อายุ 2 ปี ครึ่งที่ทานผัก เก่งมาก ทานผักทุกอย่าง สด นึ่ง ลวก แบบว่าคงทาน เผื่อ พี่พอ เจ้า
สบายดี เน้อ เจ้า
ในวัย 3 พ.แรกไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากนัก พอเข้าสู่ พ.ที่4 สิ่งเหล่าจะมีอิทธิพลกับสุขภาพร่างกายอย่างชัดเจน ขอบพระคุณท่านที่มีสิ่งดีดีที่งดงามมาฝากพวกเราเสมอ ขอให้ท่านและครอบครัวมีความสุขครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้ว รู้สึกว่า อะไรๆก็ไม่สมบูรณ์แบบนะคะ ต่อไปต้องระวังให้มากขึ้น ตอนนี้ ใช้โซดาทำขนมล้างผักอยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณกฤษณา แนะนำมาค่ะ เป็นคนชอบทานผักมาก แต่ไม่ได้ปลูกเอง เป็นผักตามตลาด คงต้องอาศัยล้างให้สะอาดมากๆ อยากให้แนะนำให้มากๆเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณสุนันทา
แสดงว่า คุณแม่ท่านเป็นคนทันสมัย และรอบคอบมากนะคะ
การกินผักสด เป็นของดี แต่ต้องล้างอย่างสะอาดมากๆค่ะ เพราะเชื้อโรคที่อาจติดมา อาจจะทำให้เราเป็นโรคได้ค่ะ อย่างอ่อนๆ คือ ท้องเสีย อย่างแรงหน่อยคือ ท้องร่วง อาหารเป็นพิษไปเลย เชื้อที่ร้ายแรง คือ Salmonella spp เชื้อ Salmonella มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะความเป็นอยู่หรือการดำรงชีวิตที่ต่างกันไป เช่น เชื้อ typhi เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารที่เรียกว่า ไข้ไทฟอยด์
คนจะรับเชื้อนี้ จากการกินอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
คนที่เป็นโรคจะขับถ่ายเชื้ออกทางอุจาระ เชื้อนี้อาจจะปนเปื้อนในน้ำตามธรรมชาติ หรืออาจจะปนเปื้อนอาหารค่ะ
ข้อมูลจากกองควบคุมโรคติดต่อ บอกอาการคร่าวๆคือ....
หลัง จากได้รับเชื้อนี้1-2 สัปดาห์ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดตามตัว มีไข้สูง 40.5 องศา มีอาการท้องร่วง บางรายอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัว บางรายอาจจะมีอาการแน่นท้อง หากไม่รักษาผู้ป่วยบางรายหายเองได้ใน3-4 สัปดาห์
การวินิจฉัย
สามารถเพาะเชื้อจากเลือดในสัปดาห์แรก การวินิจฉัยอย่างอื่นไม่บ่งจำเพาะ
การรักษา
ก่อน ที่จะมียาปฏิชีวนะอัตราการตายประมาณร้อยละ 10 แต่หลังจากมียาปฏิชีวนะอัตราการตายลดลงผู้ป่วยอาจจะตายจากปอดบวม ลำไส้ทะลุถ้าผู้ป่วยเพลียมากก็ให้น้ำเกลือ และยาปฏิชีวนะ
โรคแทรกซ้อน
* เลือดออกทางเดินอาหาร
* ลำไส้ทะลุ
* ไตวาย
* ช่องท้องอักเสบ
การป้องกัน
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเชื้อโรค
* ให้ดื่นน้ำต้มสุกทุกครั้ง
* น้ำขวดจะมีความปลอดภัยสูงกว่าน้ำดื่มทั่วไป
* เวลาดื่มน้ำไม่ต้องใส่น้ำแข็ง
* รับประทานอาหารที่ทำให้สุกใหม่ๆ
* ผักหรือผลไม่ต้องล้างให้สะอาดจริงๆเพราะปนเปื้อนเชื้อได้ง่าย
* ผลไม้ที่มีเปลือกให้ปลอกเปลือกออก
* ล้างมือก่นรับประทานอาหารทุกครั้ง
* หลีกเลี่ยงอาหารจากร้านค้าข้างถนน
2. การได้รับวัคซีน
สวัสดีค่ะ คุณpeang
ดีใจจริงที่มาเยี่ยมนะคะ
เรื่องผักผลไม้ จะให้ปลูกด้วยวิธีที่ดีอย่างไร ก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่า จะสะอาด ไม่ไม่อะไรมาปนเปื้อนเลย อาจจะมีบ้าง ในบางขั้นตอน แต่อย่างไรก็ยังดีกว่า พืชผักที่ใส่ปุ๋ยเคมี และใช้ยาฆ่าแมลง ชนิดที่เป็นสารเคมีล้วนๆ และแถมบางที คนเก็บๆมาก่อนเวลาที่กำหนดว่า จะให้เก็บได้ด้วยนะคะ
พวก ผลไม้สดหรือผักสดที่ใช้ปุ๋ยอุจจาระรด หรือนมและผลิตภัณฑ์นมที่มีการปนเปื้อน(โดยทั่วไปจะปนเปื้อนเชื้อโรคมาจากมือ ของคนที่เป็นพาหะ)
ตลอดจนแมลงวันอาจทำให้อาหารอาหารปน เปื้อนเชื้อโรคแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนถึงขนาดที่ทำให้เกิดโรคได้ค่ะ
ทราบจากแพทย์ค่ะว่า คนทั่วไปมีความไวต่อเชื้อนี้ และจะรับเชื้อได้ง่ายในคนที่ไม่มีกรดในกระเพาะอาหาร (gastric achlorhydria) หรือ ภูมิต้านทานที่ค่อนข้างต่ำ แพทย์พบว่า ไข้ทัยฟอยด์มักจะเป็นกับเด็กก่อนวัยเรียนเรียนและเด็กวัยเรียนค่ะ เคยเห็นเด็กๆ เป็นโรคนี้ด้วยค่ะ
มีการใช้วัคซีนนะคะ แต่อาจไม่ป้องกันไข้ทัยฟอยด์ได้ ถ้าได้รับวัคซีนหลังจากได้รับเชื้อเป็นจำนวนมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครู . อิงจันทร์
พี่ก็ชอบทานผักสดๆค่ะ สลัดงี้ ชอบมาก เราคงไม่กลัวการปนเปื้อนจนกลัวไปหมดนะคะ เพียงแต่ควรระวังหน่อยเท่านั้น
แม้แต่ ผักสวนครัว ที่เราปลูกเอง ก็ต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะเราก็ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักที่ทำเอง และอาจจะใช้น้ำคลองรดด้วยค่ะ
ที่ประเทศอเมริกา คนเขานิยมพวกอาหารอินทรีย์กันมาก โดยเฉพาะพวกผัก ผลไม้ เกือบ หนึ่งในสาม ของพลเมืองที่ยอมเสียเงินมากขึ้นอีกนิด แต่ได้ซื้อ ผักผลไม้อินทรีย์ไปกินกัน เพื่อความปลอดภัย ความสด รสชาติที่ดีกว่า
จากการวิจัยของ The Hartman Group... a market research firm และข้อมูลจาก Food Navigator อาหาร อินทรีย์ ที่คนชอบซื้อกันมากที่สุดคือ ผัก ตามด้วย ผลไม้ และพวกธัญญพืช ตามลำดับค่ะ ถึงแม้ว่า ราคา จะต่างจาก ผักผลไม้ธรรมดาถึง 50%
สวัสดีค่ะ ภูมิใจที่ประเทศไทยมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชผัก ผลไม้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ ครูคิม
จริงๆ แล้ว ผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากสำหรับเราค่ะ ผักผลไม้ให้สารเส้นใยที่ให้ประโยน์แก่ร่างกาย มากกว่าที่เราเคยคิดกันเสียอีกนะคะ สารเส้นใยจากพืช มีทั้งละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ที่ไม่ละลายน้ำ มันจะอุ้มน้ำไว้เฉยๆ ทำให้เราไม่ท้องผูก แต่ที่ละลายน้ำ เช่น เปกติน กัมและมิวซิเลจ จะพบในผัก ผลไม้ ข้าวโอ๊ตเป็นต้น ช่วยลดไขมันในเลือด และน้ำตาลในเลือดได้ดีค่ะ
ส่วนแครอท ก็อย่างที่ได้ศึกษามา ควรกินสุกมากกว่าค่ะ และแครอท หากกินมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอไม่ทัน จนสะสมตามชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเป็นสีเหลือง เรียกว่า "โรคแคโรทีนีเมีย" แต่ก็ไม่เป็นอะไร หยุดสักพัก ก็จะกลับมาเป็นปกติค่ะควรหยุดกินแครอทสักพัก สีผิวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ที่บ้านปลูกสวนครัวหลายอย่างค่ะ อย่างช่วงนี้ ไม่น่าเชื่อว่า ผักบุ้งจีนจะงามมากๆ กินไม่ทันเลย ตอนนี้ก็ปลูกผักกวางตุ้งด้วย เอามาผัดน้ำมันหอยอร่อยนัก แต่ผักกวางตุ้งนี้ เวลาถูกความร้อน ไม่ว่าต้มหรือผัด จะเกิดสารพิษอ่อนๆชนิดหนึ่งคือ ไทโอไซยาเนต (ไทโอไซยาเนต (Thiocyanate) เป็นสารประกอบที่มีไทโอไซยาเนตไอออน, SCN- เกี่ยวข้องกับ ไทโอไซยาโนเจน)(thiocyanogen-SCN)2.
อาจทำให้ท้อง เสีย เวียนหัว ได้ ดังนั้น ควรกินกวางตุ้งสด ถ้าจะผัดหรือแกง ต้องเปิดฝาหม้อทิ้งไว้ ให้สารนี้ระเหยออกไปก่อน คนโบราณก็ทำอย่างนี้ค่ะ
แต่อย่าคิดมาก พี่เองกินกวางตุ้ง เป็นประจำค่ะ แต่ถ้าจะกินผักกวางตุ้งสด ก็ต้องแน่ใจว่า ปลอดสารพิษด้วย..

สวัสดีค่ะ
*** ตามมาดูยามดึกค่ะ ได้ความรู้และเพลิดเพลิน
*** ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
อาหารอินทรีย์เกิดขึ้นจากผู้บริโภคตระหนักถึงภัยจากสารเคมี แต่ "อาหารอินทรีย์" ไม่หมายความว่าจะปลอดภัยจากสิ่งปนเปื้อน หรือสิ่งตกค้างในผลผลิต
รวมถึงอาหารอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากองค์กรต่างๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าผลผลิตอินทรีย์นั้นจะปลอดภัย เพราะว่าเป็นการรับรองเฉพาะ "กระบวนการผลิต" ตั้งแต่เริ่มปลูก ดูแลรักษาจนกระทั่งถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว เก็บรักษาผลผลิตและการขนส่ง
ทำให้วางใจ-เชื่อได้ว่าอาหารอินทรีย์มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง การปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ก็มีความเป็นไปได้ตลอดเวลา แม้แต่ขณะเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะครูใหม่ บ้านน้ำจุน 7
ดี จังนะคะ ที่เด็กรู้จักกินผักกันดี แสดงว่า คุณครู ดูแลลูกๆดีมากค่ะ เพราะเด็กๆกส่วนใหญ่ ก็ยังชอบของหวานๆ ของกรุบกรอบ ยิ่งกว่าผักอยู่เสมอค่ะ
เคยมีงานวิจัยค่ะ ว่า ถ้าคนเรา ไม่กินผักผลไม้ ภายใน 20 ปี มักเป็นโรคมะเร็งค่ะ คือ ความเสื่อมอย่างใด อย่างหนึ่ง จะเกิดกับคนๆนั้น อย่างใด อย่างหนึ่งเสมอ เนื่องจาก เซลล์ร่างกาย ไม่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซี คอยป้องกันอนุมูลอิสระค่ะ
วิตามินซี เป็นวิตามิน ที่คนเรารู็จักกันมาเก่าแก่มาก รู้สึกจะเป็นตัวแรกเลย
ส้ม เป็นผลไม้ที่เราคุ้นเคยกันมาก เป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีมาก แต่ไร่ส้มในปัจจุบันนี้ มีการฉีดยา ฆ่าแมลงกันมากเหลือเกิน เวลาจะให้ลูกกินส้ม ควร ล้าง ขัด เปลือกอย่างดีเลยนะคะ และอย่าให้ลูกเอาปากไปกัด ที่เปลือกส้ม เพราะจะอันตรายค่ะ เราไม่แน่ใจว่า จะมีสารเคมีหลงเหลืออยู่ที่เปลือกหรือเปล่า
เดี๋ยวนี้ ผักผลไม้อะไรๆ ก็โฆษณาว่า ปลอดสารพิษกันหมด จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง หรือแม้แต่ ยี่ห้อที่ได้รับการรับประกัน ก็ยังมั่นใจเต็มที่ไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่า การไม่มีการควบคุมดูแล
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย พวกผลไม้ พี่จะให้เด็กๆกินผลไม้มีเปลือกหนา เป็นส่วนใหญ่ค่ะ แต่ถ้าพวกเปลือกบางๆ ก็จะลอกเปลือกออกก่อน เพื่อความปลอดภัย
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
ไม่ได้มาทักทายพี่หลายวัน....คิดถึงจังค่ะ...ไม่ทราบทำไม...^_^...
ไม่ได้มาทักทายพี่เพราะมัวฉุกละหุกกับการกำหนดเวลาที่ใช้ใน G2K ค่ะ รีบอ่าน รีบตอบ รีบออกเกรงจะผิดกฏที่ให้ไว้กับตัวเอง เพราะต้องใช้เวลาในงานอื่นที่เร่งด่วนมากค่ะ
วันนี้ไม่มีเวลาอ่านคอมเม้นท์อื่น ๆ อ่านแต่ที่พี่ตอบเท่านั้น...
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ที่ช่วยให้ตระหนักและระมัดระวังค่ะ
ทุกอย่างเมื่อมีคุณอนันต์มักมีโทษมหันต์...ด้วย
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะน้อง คนไม่มีราก
ขอบคุณที่ให้กำลังใจ จริงค่ะ ที่่ในปัจจุบันกระแสการรับประทานผักสด ของสดต่าง ๆ กลายเป็น "เทรนด์" ที่ใครไม่ทำตามก็จะกลายเป็นตกสมัยไปเลยค่ะ
แต่ทุกอย่างมีทั้งด้านดีและ ด้านด้อย และจะทำอะไร ต้องอยู่ในทางสายกลางพร้อมทั้งใช้สติปัญญาในการเลือกบริโภคด้วย นั่นคือ สิ่งที่ดีที่สุดค่ะ
อย่างพวก กะหล่ำปลี บรอกโคลี ก็มีสารกอยโทรเจน (goitrogen) ขัดขวางการทำงานของต่อไทรอยด์ ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนในเลือดไปใช้ได้น้อยและเกิดโรคคอพอกได้ ถ้าทานในปริมาณมากๆ และต่อเนื่อง แต่ผลระยะสั้น การกินกะหล่ำปลีดิบบ่อยๆ อาจทำให้ท้องอืดเพราะอาหารไม่ย่อยได้
ส่วนเมื่อเราซื้อผักที่มีกาบซ้อนๆ กันหลายชั้นมาจากตลาด ก่อนจะทำอาหารคงต้องแกะกาบออกล้างให้ดี เผื่อมียาฆ่าแมลง หรือ ปุ๋ยสด หลงเหลืออยู่ในกาบต่างๆค่ะ
แต่ข้อดีมากๆของผักตระกูลกะหล่ำคือ มีสารต้านมะเร็ง และสารเสริมภูมิต้านทานอยู่มากค่ะ เช่น อินดอล โพลีฟีนอล ไดไทโอไทโอน เป็นต้น (ข่าวกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (2550)
นอกจากผัก ก็มีผลไม้ ซึ่งเราจำเป็นต้องกินทุกวัน เพราะเราจะได้ธาตุอาหารที่สำคัญๆ เช่น Vitamin C ซึ่งจำเป็นต่อผิวพรรณและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังช่วยในการ ดูดซึมธาตุเหล็กด้วย

Carotenes / Folate / Fibre / Carbohydrate และPhytochemicals เป็นต้น
ผู้ใหญ่ควรรับประทานใยอาหาร ปริมาณ 20-35 กรัมต่อวัน เราก็ทราบกันอยู่ ว่า ปกติแพทย์จะแนะนำให้ ดื่มน้ำผลไม้ ดื่มน้ำผัก ผลไม้บางชนิดมีใยอาหารสูง เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง ชมพู่ พีช พลัม แตงกวา ก้านคะน้า เป็นต้น จึงควรรับประทานทั้งเปลือก เพราะนอกจากอาหารที่มีเส้นใยสูงจะช่วยในการลดน้ำหนักแล้วยังช่วยควบคุมโรค เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองตีบอีกด้วย
แต่พี่เอง ทำใจไม่ได้ค่ะ ต้องปอกเปลือกก่อนทุกทีเลย ยอมเสียประโยชน์บางอย่าง แลกกับการที่ลดความเสี่ยงด้าน สารแปลกปลอมต่างๆค่ะ
สำหรับผลไม้สดๆ ที่มีประโยชน์มากชนิดหนึ่งคือ แอปเปิ้ล สมาคมโภชนาการอังกฤษกล่าวว่า การดื่มน้ำแอปเปิ้ลข้นๆ จะได้สารต้านอนุมูลอิสระมากเป็น 2 เท่า แต่ถ้าทานแอปเปิ้ลสดๆ จะได้โพลีฟีนอลแล้วยังได้ไฟเบอร์อีกด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เราอยู่ทางเมืองไทย คงไม่ได้ของสดเท่าใด มัก เป็นแอปเปิ้ล ที่เขาแช่เย็นอยู่แล้วนานพอควร ไม่แน่ใจว่า คุณค่าอาหารจะลดไปเท่าใด
จึงคิดว่า แม้แอปเปิ้ล จะมีประโยชน์เพียงใด แต่เราคงไม่ได้แอปเปิ้ลสดๆ แบบที่เรากินผลไม้สดๆจากบ้านเราเอง ดังนั้น เราจึงน่าจะ เน้นการกินผลไม้ของเมืองเราดีกว่านะคะ