อาหารปลอดสารพิษรวมถึงผักผลไม้ มีการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ที่ได้มาจากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ และมูลสัตว์ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี ฟังดูแล้วดี แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกๆลงไป ปุ๋ยธรรมชาติทั้งหลาย ก็เป็นพาหะของเชื้อ ที่ก่อให้เกิดโรคหลายๆชนิดในคน

Trend ของเรื่องการบริโภคอาาหารของหลายภาคส่วนในโลก เช่นในสหรัฐอเมริกา ในช่วง 20 ปี  เริ่มตั้งแต่ปี 1990  จนถึงปัจจุบัน  เป็นไปในแนวที่ พยายามให้อาหารมาจากธรรมชาติหรือ เป็นธรรมชาติมากที่สุด
ที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์ เป็นระบบการเกษตรที่เน้นหลักที่การปรับปรุงบำรุงดิน  หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์
แต่กลับไปพยายามประยุกต์กลไกและวัฐจักรธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต   และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืชและสัตว์เลี้ยง 
ตัวอย่างที่ี่ สหรัฐอเมริกา
  การเกษตรแบบนี้  มีการเติบโตที่เร็วมาก ประมาณเกือบร้อยละ 20%ต่อปี ในช่วงปี 1997-2007  และจากปี 2007-2010 ก็จะโต 18%ต่อปี   ส่วนยอดขายปลีกอาหารอินทรีย์ทุกชนิดรวมกัน ในปี 2007 ก็ขึ้นถึง 20 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี  ข้อมูลจาก
Organic Trade Association's 2007 Manufacturer Survey





ที่มีการเติบโตมากเช่นนี้ เพราะผู้บริโภค มีความเชื่อมั่นว่าทั้งปลอดภัย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และอร่อยกว่า รวมทั้งวิธีการผลิตไม่ทำลาย หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับการผลิตแบบดั้งเดิม เหตุผลหลักที่มีผู้นิยม อาหารเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เพราะต้องการหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลง

แต่บางครั้ง ก่อนปลูกพืชผักผลไม้ 
ชาวไร่จะพรวนดินแล้วทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ซึ่งช่วงนี้ ชาวไร่บางคน  จะให้หญ้าขึ้น จากนั้นจึงใช้ยากำจัดวัชพืชฉีดลงไป เมื่อวัชพืชตายจะกลายเป็นปุ๋ยไปในตัว จากนั้นจึงโรยเมล็ดพันธุ์ผัก เมื่อพันธุ์ผักเจริญเติบโตจะไม่มีปัญหาเรื่องวัชพืชขึ้นมาแย่งอาหาร

พอมาถึงการใช้ปุ๋ย อาหารปลอดสารพิษรวมถึงผักผลไม้ จะมีการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ที่ได้มาจากการย่อยสลายของซากพืช ซากสัตว์ และมูลสัตว์ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี  บางทีก็ใช้ Rotenone ยาฆ่าแมลง ที่ทำมาจากพืช ซึ่งก็มีฤทธิ์แรงเหมือนกัน.....recent study linking rotenone - a pesticide with a ‘natural' image, commonly used in organic farming and gardening - to Parkinson's .

นอกจากนี้   ถ้าพิจารณาให้ลึกๆลงไป ปุ๋ยธรรมชาติทั้งหลาย ก็เป็นพาหะของเชื้อ  ที่ก่อให้เกิดโรคหลายๆชนิดในคน ซึ่งปกติแล้ว เชื้อเหล่านี้ จะอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์ เช่น วัว ควาย เป็ด ไก่ เป็นต้น เชื้อเหล่านี้ ไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์ แต่จะเกิดโรคในคน ที่กินผักและผลไม้ที่ปนเปื้อนเหล่านี้เข้าไป ที่เรียกว่า อาหารเป็นพิษ โดยความรุนแรงจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคและภูมิต้านทานของผู้บริโภค เชื้อโรคบางชนิด มีความรุนแรงมาก ก่อให้เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด (severe bloody diarrhea ) บางที ทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ มูลสัตว์เหล่านี้ ยังจะกระจายไปในแหล่งอื่นๆอีก เช่น แหล่งน้ำที่ใช้ปลูกพืชผัก หรือ สัตว์ป่าเป็นตัวช่วยกระจายเชื้อโรคจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ตลอดจนน้ำที่ใช้ล้างผัก และกระบวนการขั้นตอนการผลิต การเก็บ ที่มีคนเป็นผู้ดำเนินการ จะแน่ใจได้อย่างไรว่า จะมีสุขลักษณะที่ดี ในการผลิต

ส่วนผักผลไม้สดบรรจุถุง แม้จะมีการล้างก่อนทำการบรรจุ แต่จุลินทรีย์บางชนิดก็ไม่สามารถถูกกำจัดออกไปได้ หรือถูกกำจัดออกไปได้น้อยมาก ด้วยขั้นตอนดังกล่าว แถมบางชนิดยังสามารถเพิ่มปริมาณและเติบโตได้อีกด้วย ดังนั้น การล้างและถูผักผลไม้มากๆ ก่อนรับประทานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง      ตัวอย่างผักที่ ต้องมีการล้างให้สะอาดเป็นพิเศษ เช่น ถั่วงอกของอัลฟาฟา ผักกาดเขียว ผักกาดขาว ผักชี มะเขือเทศ เป็นต้น
ที่สหรัฐอเมริกา คนชอบกินผักสดผลไม้สดบรรจุถุงมาก แต่เคยมีรายงานว่า มีคนเสียชีวิตจากการรับประทานผักสดผลไม้ที่บรรจุถุงดังกล่าว  แต่สาเหตุที่แท้จริง ยังไม่สามารถเจาะลงไปในรายละเอียดได้ในขณะนี้ แม้จะสงสัยว่า เชื้อโรคมาจากน้ำ ที่เป็นแหล่งน้ำปลูกผักผลไม้นั่นเอง

พออาหารธรรมชาติ อาหารสดๆ เป็นที่นิยมมากขึ้น คนก็เลยละเลย หลักการด้าน food technology  และมองว่า เป็นการมาทำให้คุณค่าอาหารดีๆตามธรรมชาติ ต้องสูญเสียไป
แม้กระทั่งทางFDA ที่อเมริกาเองก็ มุ่งเน้นเรื่อง อาหารธรรมชาติเช่นกัน ไม่ได้เข้มกับความปลอดภัยของอาหารเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ซึ่ง ข้อดีของขั้นตอนการใช้ความร้อนฆ่าเชื้อ จะสามารถทำลายได้ทั้งเชื้อ E.coli O157:H7 ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่จะสร้างสารพิษที่มีผลทำให้เกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุผนังลำไส้      และ Salmonella spp   เชื้อ Salmonella มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะความเป็นอยู่หรีอการดำรงชีวิตที่ต่างกันไป  เช่น เชื้อ  typhi เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารที่เรียกว่า ไข้ไทฟอยด์   
ในอุณหภูมิที่ 72 องศาเซลเซียส ก็จะทำลายเชื้อทั้งสองนี้ได้   ซึ่งเชื้อทั้งสองชนิดนี้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 90 วันในฟาร์มและในผักผลไม้  ถ้าจะให้ปลอดภัยจากเชื้อทั้งสองนี้ ก็ต้องรอการเก็บเกี่ยวหลัง 90 วันนับจากวันที่มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ แต่เราก็ไม่สามารถจะตามไปดูได้ ว่า เขาเก็บมาก่อน 90 วัน หรือเปล่า



ซึ่งแม้แต่ที่สหรัฐอเมริกา  Organic Trade Association  ซึ่งดูแลเรื่อง การทำเกษตรอินทรีย์อยู่ ก็ยังไม่สามารถจะรับประกันได้อย่างแน่อนว่า อาหารเกษตรอินทรีย์ทั้งหลาย  จะปลอดสารพิษอย่างแน่นอนโดยสิ้นเชิง
Organic agriculture practices cannot ensure that products are completely free of residues; however, methods are used to minimize pollution from air, soil and water.