ขอต้อนรับเข้าสู่โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยทักษิณ (ช่วงที่ 3: วันที่ 1 สิงหาคม 2560)
ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาผู้นำและนักบริหารเพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยทักษิณรุ่นที่ 1 เมื่อปีที่แล้ว
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากมหาวิทยาลัยทักษิณจัดโครงการให้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 51 คน จากทั้งวิทยาเขตสงขลาและพัทลุง
และขอใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ที่เราจะเรียนร่วมกันสำหรับช่วงที่ 3 ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
# โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยทักษิณ
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/631254
โครงการพัฒนาผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาสายสนับสนุน
.. สร้างพลังในการขับเคลื่อนความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย
สรุปการบรรยาย
วันที่ 1 สิงหาคม 2560
ณ ชั้น 2 สำนักห้องสมุด มหาวิทยาลัยทักษิณ
(สรุปบรรยายโดย เขมิกา ถึงแก้วธนกุล ทีมงานวิชาการ Chira Academy)
วิชาที่ 10
หัวข้อ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
คำถามที่อยากรู้
1. ในมุมมองของ อ.ศรัณย์ ที่ประสบความสำเร็จในปี 2556 สิ่งไหนที่ภูมิใจในชีวิต
ตอบ การประสบความสำเร็จไม่ได้หมายถึง มีเงิน มีชื่อเสียงมากหรือไม่ แต่ได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และผู้อื่น ตามความถนัด ตามพรสวรรค์ที่มี แต่เป็นความสำเร็จสูงสุดหรือยังคือ ยังสามารถพัฒนาพรแสวงได้เพิ่มเติม พัฒนาเพิ่มเติม ปัจจุบันกำลังพัฒนาการโค้ชผู้บริหาร
2. กระบวนการคิดนอกกรอบ เวลาคิดเชิงสร้างสรรค์จะพูดถึงซีกซ้าย ซีกขวา ในฐานะผู้นำ การคิดคร่อมกรอบจำเป็นต้องเป็นศิลปะหรือวิทยาศาสตร์อย่างไร
ตอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปะหรือวิทยาศาสตร์
3. มีความคิดอย่างไรที่นั่งลักษณะนี้ในการเป็นวิทยากร
ตอบ การนั่งกับโต๊ะวิทยากรจะรู้สึกเหมือนไกล หรือถ้านั่งกับโต๊ะจะรู้สึกว่าไม่สุภาพ จึงอยากนั่งเก้าอี้สูง ๆ เนื่องจากเห็นทุกคนใกล้ชิด เห็นหน้าทุกคน เห็นสีหน้าทุกคนเวลาเรียน และถือว่าไม่ใช่เป็นการนั่งที่ไม่สุภาพเนื่องจากนั่งที่เก้าอี้
4. บริษัทกบเหลาดินสอทำอะไร และทำไมเป็นกบเหลาดินสอ
ตอบ วิทยากร และโค้ชผู้บริหาร คือคนเราเวลาทำงานทุกวันจะเหมือนดินสอ มีขีด เขียน ไปก็ย่อมทู่เป็นธรรมดา ก็ต้องถึงเวลาที่ลับคมเลื่อยตนเอง และเหลาดินสอให้ตนเองบ้าง
มึความเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพ มีความคิดยอดเยี่ยม มีทักษะสื่อสารที่ดีอยู่แล้วในตัว เราเป็นเพียงเหลาไส้ดินสอให้แหลม เสมือนเป็นไส้ดินสอที่อยู่ในดินสอที่เหลาให้แหลมคมเพื่อให้เกิด Performance
5. อยากรู้วิธีกำจัดความเครียดที่เกิดจากงาน และดูแลตัวเองอย่างไรให้ดูดีอย่างนี้
ตอบ การกำจัดความเครียดจะใช้คำว่า ช่าง.... และ .... ว่าแล้ว จะได้ไม่ยึดติด ไม่ต้องไปรับอารมณ์นั้น เป็นเหมือนไม่ให้ไปรับอารมณ์โลภ โกรธ หลง สิ่งนั้น
การที่ไม่แก่ เพราะชอบออกกำลังกาย และเมื่อเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีจะออกกำลังกายโดยไม่มีข้อแม้ ดังพระราชดำรัสของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตรัสว่า “เมื่อได้รับโอกาสให้การทำงาน ให้ทำงานโดยไม่มีข้อแม้” คิดโดยไม่มีข้อแม้และทำโดยไม่มีข้อแม้
และโชคดีที่มีแฟนที่ดี คือ ไม่งี่เง่า ไม่เครียด ไม่บ่น ไม่น้อยใจ
6. การคิดนอกกรอบจะทำอย่างไรให้เป็นเชิงบวก อย่างโลโก้ของบริษัทกบเหลาดินสอ เป็นไส้ดินสอ ไม่ใช่เป็นกบ
7. ปกติทุกคนจะมี Idolปกติ อ.ศรัณย์ มี Idol คือใครบ้าง และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ตอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที 9 นึกถึงโครงการฝนหลวง ใครจะไปรู้ว่ามนุษย์จะทำฝนได้ ใครจะไปรู้ว่าต้องใช้ระยะเวลาในการทดลองกว่า 10 ปี พระองค์ท่านทรงคิดและทดลองไปเรื่อย ๆ
ความคิดสร้างสรรค์
ให้แต่ละกลุ่มช่วยแสดงความคิดเห็น
ถ้าพูดถึงความคิดสร้างสรรค์จะรู้สึกถึง ไอน์สไตล์ กล่าวว่า “Insenity is doing the same thing over and over again” หมายถึงอะไร
กลุ่มที่ 2
แปลความหมาย คือ ทำสิ่งซ้ำ ๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำอีกแต่คาดหวังได้ผลที่แตกต่าง หมายถึง ทำไปเรื่อย ๆ แล้วในที่สุดจะเริ่มแตกต่าง
อ.ศรัณย์ สรุปว่า ความจริงแล้วลืมคำว่า “Insenity” คือแปลว่า ความบ้าไป
การทำสิ่งเดิมแล้วคาดหวังว่าผลจะแตกต่างไปจากเดิมคือความบ้า ดังนั้น ถ้าอยากมีผลลัพธ์การทำงานที่แตกต่างจากเดิม มีผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิมคือเราฟั่นเฟือน ดังนั้นเพื่อไม่ให้ฟั่นเฟือน เราต้องคิดต่อว่าทำอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม
กิจกรรม เพื่อให้ทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิม
1. พูดภาษาใต้ระหว่างเรียน
2. ให้ทุกคนยืน และจับกลุ่มเรียงตามวันเกิด และให้จับกลุ่มตามวัน พูดถึงทัศนคติในการดำรงชีวิตของฉัน
3. ให้ทุกคนจับกลุ่มตามเดือน และเรียงย้อนกลับ ให้ทำความรู้จักกับคนที่เกิดเดือนเดียวกับเราว่า อาหารโปรดของเราคืออะไร
4. จับกลุ่มเรียงตามวันที่เกิด
5. จับกลุ่มเรียงตาม ปี พ.ศ. คุยเรื่องสนุก ๆ
สรุป คือ เราต้องไม่เผลอทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ได้ผลต่างไปจากเดิม เช่น การแนะนำที่ให้ทำกิจกรรมจึงไม่เหมือนเดิม
1. ผลลัพธ์ต่างไปจากเดิมคือจุดกำเนิดของการคิดสร้างสรรค์
2. การเห็นผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิม คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดต่างไปจากเดิม เช่น จับกลุ่มแนะนำตัวตาม วัน เดือน วันที่ พ.ศ. และให้มีการแนะนำทำความรู้จักกันมากขึ้น สามารถรู้ว่าใครอาวุโสกว่าใคร มีอะไรที่เหมือนกัน
3. ความคิดแตกต่างเหล่านี้มาได้อย่างไร .... มาจากการตั้งคำถาม แล้วนำไปทำ
4. การคิดใหม่คือคิดไปเรื่อย ๆ คิดและให้ออกมาดี และทุกครั้งที่ได้นำสิ่งใหม่ไปทำจะเกิดความตื่นเต้น การนำความคิดใหม่ไปลงมือทำ เป็นของเป็น
ตัวอย่างของนามบัตร เกิดจาก มีธงว่านามบัตรมีหน้าที่ทำให้คนรู้จักกัน แต่ผลคือรู้จักกันไม่เยอะ เลยคิดตัวอย่างว่าจะใส่อะไรในนามบัตรข้างหลังให้คนรู้จักมากขึ้น
1. ทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม เริ่มจากอยากเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิม จึงคิดว่าจะใส่อะไรหลังนามบัตร อาทิ บอกนิสัย คนจะได้รู้จักเราลึกซึ้งมากขึ้น
2. ให้ความคิดนั้นออกมา แม้ความคิดนั้นเป็นความคิดไม่เข้าท่า สิ่งที่ตามมาคือ จะมีความคิดไม่ดีมาขวางทันที เช่น เรามีนิสัยไม่ดีเยอะ เมื่อมีความคิดขัดแย้งนี้ให้เราโยนความคิดขัดแย้งนี้ทิ้งทันที
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนี้ เมื่อเราคิดไม่ออก ให้มองว่าเรากำลังคิดไม่ออก หรือไม่ยอมให้ความคิดนี้ออกมา เช่น ถ้าใส่นิสัยในนามบัตร จะทำให้รู้จักลึกซึ้งมากขึ้น รู้จักนิสัยดีขึ้น นามบัตรน่าสนใจไม่เหมือนใคร แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ธรรมดา เราจะเริ่มชอบไอเดียแปลก ๆ
ข้อดีที่ว่านี้จะเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และให้ลองหาข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป ข้อดีในอนาคต คนที่เราให้นามบัตรไป อาจจำเราได้มากกว่าคนอื่น รู้ว่าเราชอบอะไร อาจมีของขวัญให้เรา รู้ว่าเราชอบอะไร หรืออยู่ห่าง ๆ ก็ดี ทำให้เรากรองคนที่ใกล้ชิดหรือคนที่อยากอยู่ห่าง ๆ
4. ติดอะไร ไม่ดีอะไร เป็นกังวลอะไรเกี่ยวกับไอเดียนี้ เช่น นิสัยไม่ดี บางทีคนไม่อยากรู้ ดูรกรุงรัง
5. หาทางปรับความคิด แปลงความคิดเพื่อไม่ให้เราติดความกังวลในข้อ 4. เช่น
- มีนิสัยไม่ดี ให้เคลียร์อย่างไร เช่น ให้ใส่เฉพาะนิสัยดี
- บางทีคนไม่อยากรู้นิสัยเราอย่างเดียว ก็ใส่อย่างอื่นด้วย เช่น ใส่วุฒิการศึกษา อายุ รูปถ่าย ช่องทางการติดต่อ พิกัดบ้าน งานอดิเรก
- ทำอย่างไรไม่ให้รก เช่น ใส่เป็นลายน้ำ
6. เมื่อนำไปใช้งานแล้วปรับปรุงไอเดียเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง
- ใช้ครั้งแรกแล้วเกิดไอเดียอะไรปรับ
- ใช้ครั้งแรกแล้วมีอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
กิจกรรม : มี 6 กลุ่ม 6 ธง เขียนว่า
1. ทำงานได้เร็วขึ้น
2. ทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น
3. ทำงานได้ผลลัพธ์มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ทำงานมีการประสานงานกันได้ดีขึ้น
5. ความขัดแย้งลดน้อยลง
6. ทำงานได้ประหยัดมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 : ให้หาธงให้เจอ
วิธีการ : - เอากระดาษที่เขียนธงไว้คว่ำไว้ที่ทั้ง 6 โต๊ะ
- ให้คนเลือกนั่งตามโต๊ะที่มีธง แต่ถ้าไม่ใช่ธงที่ตัวเองต้องการให้ย้ายโต๊ะ
- ห้ามยึดโต๊ะ ให้ยึดธงที่ชอบ โดยมีเงื่อนไขคือห้ามนั่งโต๊ะที่นั่งเดิม
ขั้นตอนที่ 2 : คิดให้ออก
- เขียนความคิดนั้นลงมาในทีม
- ความคิดนี้เรียกว่าความคิดนอกกรอบ อะไรที่เคยคิดเดิมมาแล้วอย่าใส่ ให้ใส่สิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน ผิดระเบียบ ผิดกฎเกณฑ์ ผิดกฎหมายได้ เพ้อเจ้อ ฝันเฟื่องได้ โดยให้ยึดว่าความคิดนี้เป็นความคิดดิบ ๆ เพราะขั้นตอนที่ 3,4,5,6 จะถูกปรับให้ตามระเบียบมหาวิทยาลัย
- หมุนกระดาษ 90 องศาตามเข็มนาฬิกา ให้เขียนในเหลี่ยมมุมของตัวเอง (ไอเดียจะไม่เรียบร้อย ต่างคนต่างเขียนในมุมตัวเอง
- หมุดกระดาษอีก 90 องศาตามเข็มนาฬิกา จะเจอเหลี่ยมใหม่
- เวียนไปกลุ่มอื่น เจอไอเดียอะไรให้ใส่ไป
ขั้นตอนที่ 3 : เขียนข้อดีของไอเดีย
- เขียนชื่อที่ไม่เคยใช้มาก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเราใช้ชื่อนี้ ไว้บนหัวกระดาษ พับไว้ไม่ให้ใครเห็น
- เอาปากกาไปจิ้มไอเดียบนโต๊ะ จิ้มโดนไอเดียไหนให้เอาไอเดียนั้นมาเขียนไว้บนกระดาษของเรา
- ในกระดาษของเรา ใส่โจทย์เรื่องธง (วงเล็บไว้ด้วย)
- เขียนข้อดีที่อาจเกิดขึ้นแล้วเป็นไอเดียที่อาจเกิดขึ้นมาได้
- ใครเขียนไอเดียเสร็จแล้วให้ยืน
ขั้นตอนที่ 4 : เขียนความกังวลเกี่ยวกับไอเดียนี้
- มีปัญหาอะไร ที่ติดขัด
- เขียนเสร็จแล้วลุกขึ้นยืน
ขั้นตอนที่ 5 : ปรับความคิดแปลงความคิดเพื่อไม่ให้ติดที่ขั้นตอนที่ 4
- ยืนเขียน
- ถ้าเขียนเสร็จแล้วให้นั่ง
สรุป ขั้นตอนที่ 5 เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด ต้องใช้ความคิดในการบ่มให้สุก ให้ใช้เวลาคิดไปเรื่อย ๆ จนบ่มให้สุก
วิชาที่ 11
หัวข้อ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
โดย อาจารย์ศรัณย์ จันทพลาบูรณ์
กิจกรรม
1. เปิดเพลง ส่งตัวแทนมาทำท่างานบ้านต่าง ๆ แล้วให้เพื่อน ๆ ในห้องทำท่าตาม
กิจกรรมต่อเนื่อง
1. นำกระดาษที่ทำเมื่อเช้า แลกกับเพื่อนในกลุ่ม และ ไปจับคู่กับเพื่อนอีกกลุ่ม ร่วมกันให้คะแนนระดับ 1-7 (2 แผ่นรวมไม่เกิน 7) แบ่งตามความเจ๋ง ความดี ความชอบ เขียนคะแนนข้างหลังกระดาษ
2. นำกระดาษที่เราแลกเมื่อสักครู่ไปจับคู่กับคนอื่นต่อ รวมทั้งหมดเป็น 3 รอบ (คะแนนเต็ม 21 คะแนน)
3. รวมคะแนนจากคนให้ 3 คน ดูว่าใครได้คะแนนมากที่สุด
สรุป การนำเสนอให้นำไอเดียที่สุกแล้วมานำเสนอ ไม่ใช่เอาไอเดียดิบ ๆ มาเสนอ เพราะไอเดียดิบจะเสมือนเป็นกระบวนการคิด แล้วอาจทำให้ปฏิเสธเมื่อเห็นไอเดียดิบ ๆ
ปัญหาที่พบ ส่วนใหญ่หัวหน้ามักปฏิเสธความคิดใหม่ลูกน้อง เพราะเมื่อหัวหน้ากลัวเสียฟอร์ม แต่ถ้าไม่ไหวว่าต้องรับไอเดียนั้น ก็รับอย่างหน้าชา เนื่องจากหัวหน้ามี Mindset ว่าหัวหน้าต้องฉลาดกว่าลูกน้อง ถ้ารับไอเดียจะเหมือนหัวหน้าคิดไม่ได้ แต่ลูกน้องคิดได้ บ้างจึงหาทางปฏิเสธไปก่อน ค่อยยอมรับที่หลัง
- การเสนอไอเดียใหม่แบบทะเล่อทะล่าจึงเสมือนเป็นการโจมตี Ego ของหัวหน้า เมื่อมนุษย์ถูกโจมตี Ego จะปัดป้องไอเดียตนเอง
วิธีการนำเสนอไอเดียใหม่โดยไม่โจมตีอัตตาของหัวหน้า
ปรับให้เสมือนเป็นการให้อาหารกับอัตตาของหัวหน้า ให้รู้สึกดี รู้สึกเก่ง ฉลาดมากขึ้น
1. ทำให้รู้สึกว่าหัวหน้าสั่งให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” ถ่อมตน
3. ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่มตามที่หัวหน้า “สั่ง” “สอน”
กิจกรรม : จับกลุ่ม 3 คนที่มาจากคนละกลุ่ม แล้วนั่งเก้าอี้คุยกัน
1. แบ่งเป็นคนชื่อเนียน ชื่อพริ้ว ชื่อลื่น
- เนียนแสดงเป็นลูกน้อง ให้นำเสนอความคิดที่คิดไว้ โดยเนียนปฏิบัติการเสนอไอเดียตาม 5 ขั้นตอน
- พริ้วแสดงเป็นหัวหน้า
- ลื่นแสดงเป็นพรายกระซิบเนียน และแก้ไขเนียนเวลาเนียนผิดพลาด
2. ให้ ลื่น ให้ Feedback กับเนียน ใน 5 ขั้นตอนว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง
3. เนียน ขอบคุณ ลื่นโดยกราบงาม ๆ ที่ไหล่ ที่ให้คำแนะนำดี ๆ
4. สลับให้พริ้วเป็นลูกน้อง เสนอไอเดียให้กับลื่นที่เป็นหัวหน้า และให้เนียนเป็นพรายกระซิบพริ้ว
5. ให้ เนียน ให้ Feedback กับพริ้ว ใน 5 ขั้นตอนว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง
6. พริ้ว ขอบคุณ เนียนโดยกราบงาม ๆ ที่ตัก ที่ให้คำแนะนำดี ๆ
7. สลับให้ลื่นเป็นลูกน้อง เสนอไอเดียให้เนียนที่เป็นหัวหน้า และให้พริ้วเป็นพรายกระซิบลื่น
8. ให้พริ้ว ให้ Feedback กับลื่น ใน 5 ขั้นตอนว่าควรปรับปรุงอะไรบ้าง
9. ให้ลื่น ขอบคุณพริ้วโดยกอดแน่น ๆ แก้มชิดซ้ายขวา
การสื่อสารจากข้างล่างมาหาเรา ให้เราสื่อสารกลับไปด้วย วิธี 3 ช.
วิธี 3 ช.
1. ชื่นชมที่เสนอความคิด
- ชื่นชมที่กล้า ให้มองไปที่ยาว ๆ ว่าอยากให้เสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่ามองเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียว
- ชื่นชมที่ตัวบุคคล เช่น ชื่นชมที่กล้าเสนอความคิด
2. เชิงบวก
- ชื่นชมที่ความคิด เช่น ไอเดียนี้ก็ดีนะ ถ้าทำได้จะทำให้เดินทางไกลไม่ลำบากเกินไปนัก
3. ชวนคิดต่อ ให้สามารถเอาชนะในสิ่งที่ไม่เห็นด้วยได้
ไอเดียไปต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราไปฆ่าความคิดเขาหรือไม่ เขาอาจถอนความคิดเองโดยเราไม่ต้องไปฆ่าความคิดเขา ให้เขาคิดเอง เช่น ทำอย่างไรถึงอยู่ในงบประมาณได้ สามารถจัดการกับอาคารที่ไม่เอื้อได้
กิจกรรม 1.ให้ลองเขียนไอเดียที่ลูกน้องเสนอมา 1 ไอเดียแล้วเราไม่เห็นด้วยกับไอเดียนั้น
บริการที่คาดหวัง (Expected)
1. ปากต่อปาก
2. ความต้องการส่วนบุคคล
3. ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา
กลยุทธ์การบริหารลูกค้าสายสนับสนุน
ดูช่องว่างที่ทำให้บริการที่คาดหวังของลูกค้าไม่ตรงกับบริการที่ให้ไป
สิ่งที่ควรทำคือ
- ความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้า
- การส่งมอบบริการ ถ้าเจอกับสิ่งที่ผู้รับบริการคาดหวัง จะทำให้ตรงกัน แต่ถ้าไม่ตรงกัน ต้องมีการวิเคราะห์กลยุทธ์คือ มีการผิดเพี้ยน ไม่ตรง เช่น ลูกค้าต้องการได้รายงานภายใน 3 ชั่วโมง แต่ไปคาดเดาเป็น 4 ชั่วโมง Process เลยแปลงผิด หรือ การแปลงนโยบายเป๋ไปมาทำให้เพี้ยน หรือ นโยบายดีแต่คนรับบริการไม่ทำตามนโยบาย
2. แปลงเป็นนโยบายการบริการ
3. สื่อสารกับลูกค้า ทำให้ความคาดหวังเป็นไปตามนั้น
กิจกรรม : ให้แต่ละกลุ่ม ยกตัวอย่างสิ่งที่ผิดเพี้ยนแล้วทำให้ลูกค้าไม่พอใจ เช่น ฝ่ายบริหารเข้าใจผิดเพี้ยน แปลงนโยบายผิดเพี้ยน สื่อสารผิดเพี้ยน หรือทำผิดเพี้ยน เพราะเหตุใดและหาทางแก้ไขปัญหานั้น
Feedbackอาจารย์ศรัณย์
1. ได้รับความประทับใจอะไรบ้างในวันนี้
2. สิ่งที่จะแนะนำเพื่อเพิ่มหรือลดมีอะไรบ้างเพื่อให้ดีขึ้น
3. ถ้ามีประโยคใดที่อยากบอกคนไม่ได้รับการสัมมนาในวันนี้อยากจะบอกว่าอะไร
โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่อติดตามข่าวโครงการhttp://www.naewna.com/politic/columnist/30450
ที่มา: คอลัมน์บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ. แนวหน้า. วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560 หน้า 5http://www.thinkingradio.net/view/5974a70ce3f8e40ad163b41f
ที่มา: รายการวิทยุ Human Talk. ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560 เวลา 6.00-6.30 น. ทาง FM 96.5 MHz. http://www.gotoknow.org/posts/631673
ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์. ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2560
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ (ช่วงที่ 3)
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ
1. ได้เรียนรู้ว่า "การนำความคิดใหม่ๆ มาใช้ เราไม่สามารถรู้ได้ว่าผลลัพธ์จะดีหรือไม่ดี แต่ผลลัพธ์แตกต่างไปจากเดิมแน่นอน (ผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิมคือจุดสำคัญของความคิดสร้างสรรค์) ถ้าผลลัพธ์ไม่ดี เราก็สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการ ปรับปรุงวิธีคิดให้ดีขึ้นได้"
2. ได้เรียนรู้เทคนิคการหาความคิดสร้างสรรค์ เพื่อมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น โดยมีวิธีการง่ายๆ คือ 2.1) มุ่งผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม 2.2) คิด ให้ความคิดนั้นออกมา หยุดความคิดเชิงลบไว้ก่อน 2.3) ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนั้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2.4) คิดหาอุปสรรค เรื่องที่กังวล 2.5) หาทางปรับอุปสรรคและเรื่องที่กังวล 2.6) นำไปปฏิบัติและปรับปรุง idea เพิ่มเติม
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
1. ได้เรียนรู้เทคนิคการเสนอแนวคิดใหม่ต่อผู้บริหาร
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
1. ได้เรียนรู้เทคนิคการเสนอแนวคิดใหม่ต่อผู้บริหาร มีวิธีการคือ 1.1) ทำให้หัวหน้า "สั่ง" ให้เราคิด 1.2) เสนอ idea ตามที่หัวหน้าสั่ง (จ้องถ่อมตน) 1.3) ถามหัวหน้าถึงข้อดี 1.4) ขอให้หัวหน้า "แนะนำ สอน" เพิ่มเติม 1.5) เสนอ idea เพื่อเติมตามที่หัวหน้าแนะนำ
2. ได้เรียนรู้เทคนิคการบริหารจัดการความคิดใหม่ๆ จากลูกน้อง หรือผู้เกี่ยวข้องอื่น (bottom up) มีวิธีการคือ ชื่นชม เชิงบวก และชวนคิดต่อ
3. ได้เรียนรู้วิธีบริหารจัดการจากช่องว่างที่ทำให้ลูกค้าไม่ได้รับบริการตามที่คาดหวัง โดยอาจมีสาเหตุหลัก 3.1) ฝ่ายบริหารเข้าใจความคาดหวังผิด 3.2) เขียนนโยบายเพี้ยนไปจากความคาดหวัง 3.3) ผู้บริการไม่ทำตามนโยบาย 3.4) สื่อสารกับลูกค้าผิดพลาด
นางจันทิมา คงคาลัย กลุ่มที่ 4
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2560
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ
1. ผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม
2. ให้ความคิดนั้นออกมาถึงแม้จะไม่เข้าท่า
2.5 ความคิดเชิงลบ หยุดมันไว้
3. ต้องตั้งใจหาข้อดีของความคิดนี้
3.5 ตั้งใจหาข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
4. คิดหาอุปสรรค ความกังวลที่อยู่ในไอเดีย
5. หาทางปรับความคิด เพื่อเคลียร์/ไม่ให้ติดความกังวลข้อ 4.
6. เมื่อนำ idea ไปใช้แล้ว ให้ปรับปรุงเพิ่มเติม
กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่
1. ทำให้ หัวหน้า “สั่ง” ให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่ หัวหน้า สั่ง (อย่างถ่อมตน)
3. “ถาม” หัวหน้า ว่าข้อดีอย่างไร
4. ขอให้หัวหน้า “สอน” เพิ่มเติม
5. เสนอไอเดีย (เพิ่ม) ตามที่หัวหน้า “สั่ง” & “สอน”
วิชาที่10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและค่อมกรอบ
การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบมีขั้นตอน ดังนี้
1. คิดนอกกรอบต้องการผลลัพธ์ที่ต่างออกไปจากเดิมต้องมาจากการคิดที่ต่างไปจากเดิม คือความคิดสร้างสรรค์
2.คิดให้ออก ตระหนักรู้สิ่งที่คิดออกมาเป็นข้อมูลดิบ ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น
2.5 หยุดความคิดเชิงลบ
3.คิดหาข้อดีในปัจจุบัน
3.5 คิดหาข้อดีในอนาคต
4.คิดหาอุปสรรค ความกังวล ใน สิ่งที่คิด (Idea)
5. หาทางแก้ไขปัญญาข้อ 4
5. ขั้นตอนในการเสนอความคิดใหม่
1.ทำให้หัวหน้าสั่งให้เราคิด
2.เสนอไอเดียตามที่หัวหน้าสั่ง (ถ่อมตน)
3. ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ทำให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5.เสนอไอเดียเพิ่ม ตาม 4. ตามที่หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
3 ช.
1. ชื่นชม ที่มีความกล้าในการเสนอความคิด
2. เชิงบวก ไอเดียดีอย่างไร
3. ชวนคิดต่อในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย
การนำไปปรับใช้ นำไปพัฒนาตนเองในงานเมื่อต้องมีการเสนอความคิดต่อหัวหน้าและเมื่อต้องการปฏิบัติความคิดของลูกน้อง
วิชาที่11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ360 องศา
บริการที่คาดหวัง (Expected)
1. ปากต่อปาก
2.ความต้องการส่วนบุคคล
3.ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา
การนำไปปรับใช้ นำไปวิเคราะห์ว่าปัญหาของการบริการที่ไม่เป็นไปตามคาดหวังเกิดจากอะไรเช่น 1) ฝ่ายบริหารคาดเดาความต้องการของลูกค้าผิด 2) แปลงเป็นนโยบายผิด 3) ไม่ทำตามนโยบาย หรือ 4) การสื่อสารกับลูกค้า
วิชาที่10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและค่อมกรอบ
ความคิดและผลงานที่ดีต้องมาจากความคิดสร้างสรรค์ มักจะเกิดจากการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ แทนที่แบบเดิมเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มาประสิทธิภาพ ต่างไปจากเดิมคือจุดกำเนิดของการคิดสร้างสรรค์ องค์กรหรือหน่วยงานก็เช่นกัน ต้องการแนวคิดใหม่ๆ เพื่อพัฒนารูปแบบและวิธีการ ของผลงาน โดยอาศัยความแปลกใหม่ภายใต้การสกัดจากความคิดที่เคยสิ้นเปลืองเพื่อไม่ให้แนวความคิดที่ตัวเองไม่เห็นความสำคัญต้องสูญเปล่า หาข้อดีเพิ่มจากความคิดที่เคยเป็นเชิงลบเพราะการคิดนอกกรอบทำให้เห็นวงจรใหม่ๆ ของความคิดเป็นประโยชน์ที่ดีสำหรับองค์กร
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กร Process การคิดมุมกลับของการสื่อสารแบบเดิมๆ โดยการจำลองเรื่องราวของการสื่อสารล่วงหน้าจะทำให้เรารู้เขารู้เราเพื่อหาวิธีการแก้ไขกระบวนการสื่อสารให้กลับมามีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักการ วิธี 3 ช. เข้ามาช่วยในการสื่อสาร
1. ชื่นชมที่เสนอความคิด
- ชื่นชมที่กล้า ให้มองไปที่ยาว ๆ ว่าอยากให้เสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อย่ามองเฉพาะครั้งนี้ครั้งเดียว
- ชื่นชมที่ตัวบุคคล เช่น ชื่นชมที่กล้าเสนอความคิด
2. เชิงบวก
- ชื่นชมที่ความคิด เช่น ไอเดียนี้ก็ดีนะ ถ้าทำได้จะทำให้เดินทางไกลไม่ลำบากเกินไปนัก
3. ชวนคิดต่อ ให้สามารถเอาชนะในสิ่งที่ไม่เห็นด้วย
หากนำมาปรับใช้ในการทำงานหรือบริหารจัดการในองค์กรก็จะเป็นประโยชน์ในเชิงบวกต่อตัวเองและองค์กร
สรุปประเด็นประทับใจ
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
1. ไอน์สไตล์ กล่าวว่า “Insanity is doing the same thing over and over again and expecting different results” หมายถึง “มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง”
2. วิธีคิด
1. เราอยากเห็นผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม
2. คิดให้ความคิดนั้นออกมาแม้จะเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเข้าทาง
2.5 ความคิดลบ หยุดมันไว้
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนั้น
3.5 ตั้งใจหาข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
4. ติดอะไร กังวลอะไรกับไอเดียนี้
5. หาทางปรับความคิด แปลงความคิดเพื่อไม่ให้ติดความกังวลในข้อ 4
6. เมื่อนำไปใช้งานแล้ว ปรับปรุงไอเดียเพิ่มเติม เมื่อเห็นโอกาสอะไรใหม่ ๆ
สรุปประเด็นประทับใจ
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
1. 5+ ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่ ๆ
1. ทำให้หัวหน้าสั่งให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” (ถ่อมตน)
3. “ถาม” หัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้า “สอน” เพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่ม (4) ตามที่หน้า “สั่ง” + “สอน”
2. การสื่อสาร วิธี 3 ช
1. ชื่นชม : เพื่อให้มีการเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ชื่นชมที่คิดต่าง ชื่นชมที่มีความกล้า (ชื่นชมที่ตัวคน)
2. เชิงบวก : เช่น ขอบใจที่กล้าคิดต่าง ไอเดียนี้ดีนะ ถ้าทำได้จะทำให้......
3. ชวนคิดต่อ : เพื่อให้สามารถเอาชนะสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยได้ อย่าไปฆ่าความคิดของเขา ให้เขาช่วยคิด อาจจะคิดต่อได้หรือคิดต่อไม่ได้ก็ได้ เช่น ช่วยคิดต่อให้หน่อยนะว่าทำอย่างไรจึงจะไม่กระทบกับคนอื่น ทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่จำกัด
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำไปใช้ในการทำงาน คือ เราต้องไม่เผลอทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ได้ผลต่างไปจากเดิม โดย ผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม คือ จุดกำเนิดของการคิดสร้างสรรค์ ที่ทำให้คิดต่างไปจากเดิม ความคิดแตกต่างเหล่านี้มาได้ มาจากการตั้งคำถาม คิด ให้ความคิดนั้นออกมา หยุดความคิดเชิงลบไว้ก่อน ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนั้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต คิดหาอุปสรรค เรื่องที่กังวล หาทางปรับอุปสรรคและเรื่องที่กังวล นำไปปฏิบัติและปรับปรุง idea เพิ่มเติม การคิดใหม่คือคิดไปเรื่อย ๆ คิดและให้ออกมาดี และทุกครั้งที่ได้นำสิ่งใหม่ไปทำจะเกิดความตื่นเต้น
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
เรียนรู้วิธีการนำเสนอไอเดียใหม่โดยไม่โจมตีอัตตาของหัวหน้า เพราะส่วนใหญ่หัวหน้ามักปฏิเสธความคิดใหม่ลูกน้อง โดยทำให้หัวหน้า ให้รู้สึกดี รู้สึกเก่ง ฉลาดมากขึ้น ได้แก่
1. ทำให้รู้สึกว่าหัวหน้าสั่งให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” ถ่อมตน
3. ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่มตามที่หัวหน้า “สั่ง” “สอน”
การสื่อสารโดย วิธี 3 ช. ได้แก่ 1. การชื่นชมที่เสนอความคิด 2.เชิงบวก 3.ชวนคิดต่อ
การนำกลยุทธ์การบริหารลูกค้าสายสนับสนุนไปใช้ในการทำงาน โดยดูช่องว่างที่ทำให้บริการที่คาดหวังของลูกค้าไม่ตรงกับบริการที่ให้ไป สิ่งที่ควรทำคือ ความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าการส่งมอบบริการ ถ้าเจอกับสิ่งที่ผู้รับบริการคาดหวัง จะทำให้ตรงกัน แต่ถ้าไม่ตรงกัน ต้องมีการวิเคราะห์กลยุทธ์คือ มีการผิดเพี้ยน ไม่ตรง แล้วนำมาแปลงเป็นนโยบายการบริการ สื่อสารกับลูกค้า ทำให้ความคาดหวังเป็นไปตามนั้น
สิ่งที่ได้เรียนรู้และจะนำไปปฏิบัติจริงในการทำงาน
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
คำพูดโดนใจ "คนบ้าเท่านั้นที่คิดว่าการทำอะไรซ้ำๆ แล้วจะได้ผลลัทธ์ที่ต่างไปจากเดิม" "ออกกำลังกายโดยไม่มีข้อแม้ ถ้าเราไม่ให้ความสนใจแสดงว่ามันไม่สำคัญกับเรา แต่ถ้าอะไรสำคัญกับเราเราจะต้องให้ความสำคัญกับมัน"
หลักการคิดนอกกรอบ
1. เราอยากเห็นผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม
2.ให้ความคิดนั้นออกมาถึงแม้จะไม่เข้าท่า
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนั้น
4. เป็นกังวลอะไรในไอเดียนี้
5. แปลความคิดตัดความคิดที่เรามีในข้อ 4
6. เมื่อนำไปใช้งานสามารถปรับปรุงไอเดียได้ตลอด
เราต้องพยายามคิดอะไรที่มันต่างไปจากเดิม ถ้าทำแบบเดิมมันก็จะได้แบบเดิม จะไม่มีอะไรตื่นเต้น ความคิดใหม่ๆ อย่าไปคาดหวังว่าในครั้งแรกมันประสบความสำเร็จ ปรับปรุงได้ตลอดเวลา
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
5 ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่ๆให้หัวหน้า
1. ทำให้หน้า "สั่ง" ให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า "สั่ง" (แบบถ่อมตน)
3. "ถาม" หัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้า "สอน" เพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่ม (4) ตามที่หัวหน้า "สั่ง" และ "สอน"
กรณีที่มีคนเสนอไอเดียที่ไม่เข้าท่า
1. ชื่นชม : ชื่นชมในตัวคนที่เสนอ
2. เชิงบวก : ชื่นชมในไอเดีย
3. ชวนคิดต่อ
นางสาวธิดา จิตต์ล้ำเลิศกุล กลุ่ม 3
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
เป็นการกระตุ้นให้คิดสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งต้องเริ่มด้วยความต้องการผลลัพธ์ที่ต่าง เพื่อหาแนวทางที่แตกต่างให้ไปถึงจุดหมายที่วางไว้
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
กลยุทธ์การบริหารลูกค้าช่วยเป็นกรอบในการวิเคราะห์การบริการให้ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ และอุดช่องโหว่ของสาเหตุที่ทำให้การบริการไม่ตรงจุด
ในเรื่องการสื่อสารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องเลือกรูปแบบการสื่อสารให้ตรงกับผู้ที่เราสื่อสารด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับหัวหน้าในการนำเสนอไอเดีย การสื่อสารกับลูกน้องก็มีเทคนิคที่ต่างกัน ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ
วิชาที่10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและค่อมกรอบ
การคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบเกิดจากเราต้องการผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิมดังนั้นวิธีการจะต้องต่างไปจากเดิมด้วย เปรียบกับการทำงานถ้าต้องการงานที่ดีขึ้นฉะนั้นกระบวนการดำเนินงานจะต้องต่างไปจากเดิม โดยใช้กระบวนการดังนี้
1. วางเป้าหมายที่ต้องการให้ผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม
2. ตั้งคำถามใช้ความคิดไปเรื่อย ๆ
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดในปัจจุบันและข้อดีในความคิดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
4. ข้อกังวลต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
5. แปลงความคิดเพื่อไม่ให้เราติดข้อกังวลต่างๆ จากข้อ 4
6. เมื่อนำไปใช้งานแล้วปรับปรุงเพิ่มเติม
วิชาที่ 11กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
การทำงานที่มีประสิทธิภาพคือการทำงานที่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกันอาจจะไม่ต้องรู้ใจกันไปเสียทุกเรื่อง แต่เมื่อต้องทำงานร่วมกันลูกน้องก็ต้องสื่อสารหรือการนำเสนอผลงานให้หัวหน้าเข้าใจในทางกลับกันหัวหน้าก็ต้องรู้วิธีการสื่อสารกับลูกน้องให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการทำงานที่มีศักยภาพมากขึ้นและสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี โดยใช้ทฤษฎี 5 ขั้นตอนในการนำเสนอไอเดียใหม่ๆ และ 3 ช (ชื่นชม เชิงบวก ชวนคิดต่อ)
มาณี แก้วชนิด กลุ่ม 2
สิ่งที่ได้เรียนรู้ และการนำไปใช้ประโยชน์
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอก และคร่อมกรอบ
การลงมือทำในสิ่งที่คิดจะทำให้ผลงานที่ออกมาต่างไปจากเดิมหากได้มีการปฏิบัติและนำมาปรับปรุงเพิ่มเติมไอเดียใหม่ๆลงไปก็จะเป็นความคิดสร้างสรรค์
ดังนั้นการจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้จะต้อง
1. อยากเห็นผลลัพธ์ต่างไปจากเดิม
2. คิดแล้วลงมือทำโดยเอาความคิดเดิมมาใส่ความคิดใหม่ที่ผิดเกณฑ์ เป็นความคิดดิบ ๆ แล้วลงมือทำ แต่ถ้าเป็นความคิดลบให้หยุดไว้ก่อน
3. หาข้อดีของความคิดใหม่ที่เป็นบวก
4. ติดอะไร กังวลอะไรเกี่ยวกับไอเดียที่คิดลบทำให้มันออกมา
5. หาทางปรับ เปลี่ยนความคิดเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล
6. ลงมือทำ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโดยเอาไอเดียใหม่ๆ ที่บ่มแล้วนำหัวหน้าเสนอด้วยปัญหาก่อน แล้วนำเสนอไอเดียใหม่ๆเพื่อแก้ไข
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 350 องศา
กิจกรรมที่ได้เรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง " คือเทคนิคการเสนอไอเดีย 5 ขั้นตอนในการเสนอไอเดียใหม่ๆคือ
1. ทำให้หัวหน้า "สั่ง" ให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า "สั่ง" (ถ่อมตน)
3. ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียข้อ 4 เพิ่มเติมตามที่หัวหน้าสั่ง "สอน"
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้และสิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงานทุกรายวิชาในช่วงที่ 2
รายวิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดด้วยการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
ลองคิดอะไรใหม่ๆ ในงาน มองอะไรที่ทำซ้ำซาก จำเจ ทำให้เสียเวลา มีแนวทางที่จะหาวิธีใหม่ที่จะทำให้ทำได้ดีขึ้นหรือไม่ เช่น หาตัวช่วย ได้แก่เทคโนโลยีต่างๆ ลดการทำงานซ้ำซ้อน แต่ที่สำคัญคือการนำเสนอไอเดียเพื่อสร้างการยอมรับ เพราะบางคนก็ไม่ค่อยยอมรับการเปลี่ยนแปลง และเคยชินกับสิ่งที่ตนทำ ว่าดีอยู่แล้ว ไม่อยากเปลี่ยนแปลง
รายวิชาที่ 11
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
ปฏิบัติการ 5 ขั้นตอนในการนำเสนอความคิดใหม่ๆ ต่อหัวหน้า
การสื่อสารลงล่างด้วยวิธี 3 ช
การบริหารลูกค้า
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงาน
เข้าใจการบริหารลูกค้ามากขึ้น และปรับการสื่อสารแบบ 360 องศา เพราะการสื่อสารแต่ละกลุ่มเป้าหมายมีวิธีการที่แตกต่างกัน เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จ
ช่วงที่ 3สรุป
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ
การคิดนอกกรอบ คร่อมกรอบ คือการหาผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม เป็นการหาความคิดใหม่ๆ ตลอดเวลาและไม่หยุดคิดในสิ่งที่คิดนั้นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เราเรียกว่า “ความคิดสร้างสรรค์” จะต้องไม่ปิดกั้นความคิดของตนเอง ต้องคิดให้ออก หยิบมาใช้ ให้หยุดความคิดให้เชิงลบ คิดหาข้อดีของความคิดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วนำความคิดนั้นๆ นำมาต่อยอดงานให้มีความสร้างสรรค์และแตกต่าง เพื่อสามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันได้ ซึ่งปัจจุบันมีเกิดการแข่งขันกันสูง ซึ่งหากองค์กรไม่มีความต่างจากหน่วยงานอื่นก็จะไม่เป็นทางเลือกหรือได้รับความสนใจลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น สามารถนำแนวความคิดนี้ไปปรับใช้กับการทำงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
การสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ เป็นการเสนอความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง อาจมีการสื่อสารจากระดับบนลงล่าง หรือจากระดับล่างขึ้นบน จะต้องไม่มีการปิดกั้นความคิดของบุคคลที่มาเสนอแต่ต้องมีหลัก 3 ประการคือ 1.ชื่นชม เป็นการชื่นชมที่ตัวบุคคลที่มีการเสนอความคิดใหม่ๆ 2.เชิงบวกให้โฟกัสที่ความคิด และพูดในเชิงบวกในส่งที่เป็นไปไม่ได้ 3.ชวนคิดต่อ คือ การไม่คิดแบบอุปสรรคแต่ชวนให้คิดในสิ่งที่ทำได้ ซึ่งหากมีการนำ 3 ข้อนี้มาใช้ในการทำงาน ก็จะเกิดแนวคิดดีๆ และสามารถนำความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดงานได้โดยนำไปวิเคราะห์ว่ามีช่องว่างอะไร แล้วปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงช่องว่างและแก้สาเหตุนั้นๆ ในการนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เราสามารถรับรู้ในสิ่งที่ลูกค้าหรือผู้รับการคาดหวังจากการบริการ และเราในฐานะผู้บริการ ก็จะเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าหรือผู้รับบริการ
สรุปช่วงที่ 3
ข้อคิดที่ได้จากการอบรมช่วงที่ 3 ทำให้ทราบทฤษฎีวิธีการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ ซึ่งประกอบด้วย
1. เราอยากเห็นผลลัพธ์อะไรที่ต่างไปจากเดิม
2. คิดให้ความคิดออกมา (ไม่ว่าจะความคิดดีหรือไม่ดี
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนี้
4. หาข้อดีของความคิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
5. ปรับความคิด เปลี่ยนความคิด เพื่อขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคออกจากข้อ 4
ซึ่งทฤษฎีนี้ทำให้ได้รับเทคนิคและกลยุทธ์ที่ทำให้ความคิดของเรากว้างและลึก ขจัดอุปสรรคอย่างละเอียด ส่งผลให้การทำงานของเชิงสร้างสรรค์ของเรามีคุณภาพและมั่นใจได้ว่าจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาอย่างมีความเจิดจรัสได้ และในการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้จริง นั่นคือ กระบวนการกลยุทธ์ของการบริหารลูกค้าสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา นั่นคือ หลักการใช้ทฤษฎี
3 ช. คือ ชื่นชม เชิงบวก และชวนคิดต่อ ผลของการใช้ทฤษฎีนี้ไปปรับใช้ในการทำงานจะช่วยให้ความเข้าใจ มั่นใจ เชื่อใจ ระหว่างการทำงานร่วมกันของทีมงานจะยิ่งสานความผูกพันมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการทำงานที่มีความสามัคคีมากขึ้นและส่งผลให้งานมีประสิทธิภาพได้
วิชาที่ 10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
การทำอะไรที่ซ้ำๆๆๆ กันทุกวัน ทำไปเรื่อยๆแล้วในที่สุดย่อมได้ผลลัพธ์แตกต่างไปจากเดิมแน่นอน การคิดสร้างสรรค์นั้นอาจมีความคิดเชิงบวกและเชิงลบเมื่อความคิดเชิงลบนั้นออกมาให้ออกมาและหาวิธีหยุดความคิดเชิงลบ ตั้งใจหาข้อดีทั้งในปัจจุบันและอนาคต คิดหาอุปสรรคเรื่องที่กังวล หาทางปรับอุปสรรคและเรื่องที่กังวล นำไปปฏิบัติและปรับปรุง idea เพิ่มเติม
สิ่งที่จะนำไปใช้กับการการทำงาน
การทำสิ่งเดิมซ้ำๆๆๆ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างเสมอและการทำโดยไม่มีข้อแม้ เมื่อได้รับโอกาสนั้นเช่นกันกับการพัฒนาตัวเองทำสิ่งใดซ้ำๆ ให้เชี่ยวชาญและพัฒนาผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างไปจากเดิมและเมื่อองค์กรให้โอกาสเราควรรับโอกาสนั้นและทำให้ดีที่สุดโดยไม่มีข้อแม้เพื่อตนเองและความสำเร็จขององค์กร
วิชาที่ 11 กลยุทธ์การบริหารลูกค้าสายสนับสนุนและกาสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
เรียนรู้ขั้นตอนการนำเสนอความคิดให้หัวหน้า ได้แก่
1. ทำให้รู้สึกว่าหัวหน้าสั่งให้คิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” ถ่อมตน
3. ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียเพิ่มเติมตามที่หัวหน้า “สั่ง” “สอน”
การสื่อสารโดยใช้วิธี 3 ช. ได้แก่
1. การชื่นชมที่เสนอความคิด เพื่อให้มีการเสนอไอเดียใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ชื่นชมที่คิดต่าง ชื่นชมที่มีความกล้า (ชื่นชมที่ตัวคน)
2. เชิงบวก เช่น ขอบคุณที่กล้าคิด
3. ชวนคิดต่อ เพื่อให้สามารถเอาชนะสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยได้ อย่าไปฆ่าความคิดของเขา
สิ่งที่จะนำไปใช้กับการการทำงาน
เรียนรู้และปรับวิธีการเสนองานให้หัวหน้าโดยใช้ 5 ขั้นตอนและการสื่อสารโดยใช้วิธี 3 ช. มาปรับใช้ในการทำงานและการนำบริการหรือปัญหาหรือความคาดหวังของลูกค้าที่ไม่ตรงกันมาวิเคราะห์หาปัญหาหรือบริการที่ไม่ตรงกันและนำมาแปลงเป็นนโยบาย สื่อสารกับลูกค้า เพื่อได้รับบริการหรือความคาดหวังที่ตรงกัน
วิชาที่10 การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
ขั้นตอนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
1. ทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมเริ่มจากอยากเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิม งานทุกงานสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ได้ทุกงาน
2. ให้ความคิดนั้นออกมา แม้ความคิดนั้นเป็นความคิดไม่เข้าท่าสิ่งที่ตามมาคือ จะมีความคิดไม่ดีมาขวางทันที เช่น เรามีนิสัยไม่ดีเยอะเมื่อมีความคิดขัดแย้งนี้ให้เราโยนความคิดขัดแย้งนี้ทิ้งทันที
3. ตั้งใจหาข้อดีของความคิดนี้ เมื่อเราคิดไม่ออกให้มองว่าเรากำลังคิดไม่ออก หรือไม่ยอมให้ความคิดนี้ออกมา ข้อดีที่ว่านี้จะเป็นข้อดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและให้ลองหาข้อดีที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป
4. ติดอะไร ไม่ดีอะไร ยังมีความกังวลอะไรเกี่ยวกับไอเดียนี้
5. หาทางปรับความคิด แปลงความคิดเพื่อไม่ให้เราติดความกังวลในข้อ 4
สิ่งที่นำไปปรับใช้ในการทำงาน
1.คนเราเวลาทำงานทุกวันจะเหมือนดินสอมีขีด เขียน ไปก็ย่อมทู่เป็นธรรมดา ก็ต้องถึงเวลาที่ลับคมเลื่อยตนเองและเหลาดินสอให้ตนเองบ้าง มีความเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพมีความคิดยอดเยี่ยม มีทักษะสื่อสารที่ดีอยู่แล้วในตัวเราเป็นเพียงเหลาไส้ดินสอให้แหลม เสมือนเป็นไส้ดินสอที่อยู่ในดินสอที่เหลาให้แหลมคมเพื่อให้เกิดPerformance
2.เมื่อมีโอกาสได้ทำอะไรให้ทำโดยไม่มีข้อแม้ สิ่งที่ได้ในวันนี้คือต้องปรับวินัยตนเองให้ใส่ใจรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยให้มีวินัยในการออกกำลังกาย
หัวข้อ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ360 องศา
เทคนิควิธีการนำเสนอไอเดียใหม่ให้หัวหน้า
1.ทำให้รู้สึกว่าหัวหน้าสั่งให้เราคิด
2.เสนอไอเดียตามที่หัวหน้า “สั่ง” ถ่อมตน
3.ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4.ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5.เสนอไอเดียเพิ่มตามที่หัวหน้า “สั่ง” “สอน”
เทคนิคการสื่อสารด้วยวิธี 3 ช
1. ชื่นชม : เพื่อให้มีการเสนอไอเดียใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องชื่นชมที่คิดต่าง ชื่นชมที่มีความกล้า (ชื่นชมที่ตัวคน)
2. เชิงบวก : เช่น ขอบใจที่กล้าคิดต่าง ไอเดียนี้ดีนะถ้าทำได้จะทำให้......
3. ชวนคิดต่อ : เพื่อให้สามารถเอาชนะสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยได้อย่าไปฆ่าความคิดของเขา ให้เขาช่วยคิด อาจจะคิดต่อได้หรือคิดต่อไม่ได้ก็ได้ เช่นช่วยคิดต่อให้หน่อยนะว่าทำอย่างไรจึงจะไม่กระทบกับคนอื่นทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่จำกัด
สิ่งที่นำไปปรับใช้ในการทำงาน
การสื่อสารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ต้องเลือกรูปแบบการสื่อสารให้ตรงกับบุคคลที่เราจะสื่อสารด้วยไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับหัวหน้าในการนำเสนอไอเดีย หรือการสื่อสารกับลูกน้อง ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดการสื่อสารกับทีมงานและการนำเสนองานกับผู้บริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายธีระ จันทิปะ กลุ่ม ๔ post/630618
สรุปสาระจากการเรียนรู้ และสิ่งที่จะนำไปใช้ (วิชาที่ ๑๐-๑๑)
วิชาที่ ๑๐ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกกรอบและคร่อมกรอบ
เป้าหมายที่ผู้นำหรือผู้บริหารต้องการให้เกิดขึ้นในองค์กร คือ บุคลากรทำงานได้เร็วขึ้น ได้ผลลัพธ์มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสานงานกันได้ดีขึ้น ความขัดแย้งลดน้อยลง ทำงานมีความสุขมากขึ้น มีแนวทางการสร้างสรรค์หรือการคิดนอกกรอบอย่างเป็นขั้นตอน คือ เราต้องตั้งเป้าหมายในการทำงาน แล้วเริ่มคิดหรือระบุไอเดียแรกๆที่อยากให้เกิดขึ้น โดยควรเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน ความคิดแรกนี้อาจจะผิดระเบียบหรือกฎเกณฑ์ อาจเป็นความเพ้อฝัน ถือเป็นความคิดดิบ หาข้อดีของไอเดียนั้นว่ามีอะไรบ้าง ระบุความกังวลเกี่ยวกับไอเดีย แล้วปรับความคิดให้ข้ามความกังวล เพื่อให้ได้ความคิดที่เหมาะในการนำไปใช้
สิ่งที่จะนำไปใช้ นำขั้นตอนการคิดนอกกรอบไปใช้ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์กับบุคลากร ส่งเสริมให้คิดและทำงานร่วมกันเป็นทีม เพิ่มความสัมพันธ์ในองค์กรด้วยกระบวนการที่ใหม่และแตกต่าง
วิชาที่ ๑๑ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
ค้นหาความต้องการส่วนรวมอันดับแรกจากความคิดสร้างสรรค์ที่มีในแต่ละคน นำเสนอแนวความคิดต่อกลุ่ม แล้วก้าวข้าม Mindset ของผู้บริหาร เพื่อการเสนอความคิดสร้างสรรค์ให้ได้รับการยอมรับหรือตอบสนอง โดยนำแนวทางการนำเสนอเป็นขั้นตอน คือ ควรตอบสนองความต้องการของผู้บริหาร นำเสนออย่างถ่อมตน สอบทานถึงทัศนะของผู้บริหารในข้อดีของความคิดนั้น ขอคำแนะนำเพื่อนำไปปรับปรุง แล้วนำผลนั้นมาเสนออีกครั้ง และสิ่งที่ผู้บริหารควรปฏิบัติต่อสมาชิกในองค์กร คือ ควรชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์และความกล้าเสนอแนวคิด ชื่นชมในตัวบุคคล มองความคิดในเชิงบวก แล้วสนับสนุนให้พัฒนาความคิดต่อ
สิ่งที่จะนำไปใช้ กระบวนการของการเสนอความคิดสร้างสรรค์ แต่ละขั้นตอนสามารถเห็นผลการตอบรับจากผู้บริหาร สามารถลดข้อขัดแย้งหรือทัศนคติเชิงลบที่มีต่อผู้บริหาร เปิดโอกาสให้สมาชิกในองค์กรได้ช่วยขัดเกลาทักษะและปรับข้อบกพร่องกันเอง
สรุปช่วงที่ 3 วันที่ 1 สค.2560
วิธีคิด การที่เราต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่างในการดำเนินงานที่ต่างออกไปจากเดิมให้เราคิดต่าง หรือหาวิธีการดำเนินงานที่ต่างออกไปจากเดิม อย่าหยุดความคิดลบแต่เราควรปล่อยให้ความคิดนั้นออกมาแม้เราจะคิดว่า ความคิดนั้นมันไม่เข้าท่า แต่ให้เราหาข้อดีของความคิดนั้นแทน และปล่อยให้มีความคิดสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นเรื่อยๆ
ขั้นตอนการเสนอไอเดียใหม่ ในการนำเสนอไอเดียใหม่ให้นำเสนอไอเดียที่สุกแล้ว
1. ทำให้หัวหน้ารู้สึกว่าหัวหน้าสั่งให้เราคิด
2. เสนอไอเดียตามที่หัวหน้าสั่ง โดยถ่อมตน
3.ถามหัวหน้าถึงข้อดี
4. ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
5. เสนอไอเดียพิ่มตามที่หัวหน้าสั่งสอน
วิธีการ 3 ช. คือ 1)ชื่นชมที่เสนอความคิด 2)เชิงบวกเช่นไอเดียนี้ดีนะ 3) ชวนคิดต่อให้สามารถเอาชนะสิ่งที่ไม่เห็นด้วย
บริการที่คาดหวัง คือ 1) ปากต่อปาก 2) ความต้องการส่วนบุคคล 3) ประสบการณ์ที่เคยได้รับ
สามารถนำไปใช้ในการทำงาน คือ 1)วิธีการนำเสนอความคิดใหม่ๆต่อหัวหน้าว่าต้องทำอย่างไรให้หัวหน้ายอมรับความคิดที่เราเสนอ 2)วิธีคิดที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง 3)นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในที่ทำงานโดยใช้หลัก 3 ช.ซึ่งทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อที่ทำงานได
ประโยชน์ที่ได้รับ
วิชาที่ 10 หัวข้อ การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้วยการคิดนอกและคร่อมกรอบ
การคิดนอกกรอบหรือคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการพัฒนาองค์กรในทุกระดับ เพราะความคิดสร้างสรรค์จะทำให้เกิดนวัตกรรมหรือการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ ที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อการทำงานขององค์กร โดยการคิดนอกกรอบหรือคิดสร้างสรรค์ ต้องเริ่มจากความต้องการในการพัฒนางานหรือกระบวนการทำงานของบุคลากรให้มีผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเดิม โดยต้องเปลี่ยนวิธีทำใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม และคิดวิเคราะห์ให้ผลลัพธ์ใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่เราต้องการออกมา หยุดความคิดเชิงลบที่เกิดจากแนวทางใหม่ที่เราตั้งใจจะทำ เพื่อไม่ให้บั่นทอนกำลังใจ แต่ต้องหาข้อดีของแนวทางใหม่ที่เราคิดและตั้งใจจะทำ รวมไปถึงข้อดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เพื่อสร้างพลังในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้ง ต้องสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบว่ามีอะไรที่เป็นอุปสรรคขวางทางแนวคิดใหม่นี้หรือไม่ ถ้ามีต้องปรับ แปลง เปลี่ยน ความคิดเพื่อขจัดอุปสรรคนั้นให้หมดไป สุดท้ายต้องนำแนวทางใหม่ที่คิดไปทดลองปฏิบัติจริง และปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้ในการทำงาน
การพัฒนาองค์กรหรือบุคลากรให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นนั้น ต้องสนับสนุนบุคลากรให้คิดวิเคราะห์งานอย่างสร้างสรรค์หรือคิดนอกกรอบตามขั้นตอน เพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ที่ดีกว่าให้เกิดขึ้น ภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
วิชาที่ 11 หัวข้อ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าของสายสนับสนุนและการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพแบบ 360 องศา
การสื่อสารต่อผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับมีรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป สำหรับการสื่อสารกับผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องให้เกียรติและไม่โจมตีความคิดหรืออีโก้ของหัวหน้า โดยใช้ขั้นตอนการสื่อสารแบบ 5+ ซึ่งเริ่มจาก
· ทำให้หัวหน้าสั่งให้เราคิด
· เสนอไอเดียตามที่หัวหน้าสั่งให้คิดด้วยความถ่อนตน
· ถามถึงข้อดีของไอเดียดังกล่าวจากหัวหน้า
· ขอให้หัวหน้าสอนเพิ่มเติม
· นำไอเดียไปปรับปรุงตามที่หัวหน้าสั่งและสอน พร้อมทั้งขอระยะเวลาในการทดลองใช้ไอเดียนั้นและนำมารายงานหัวหน้าเป็นระยะ
โดยรูปแบบดังกล่าวนอกจากจะเป็นการให้เกียรติหัวหน้าแล้ว ยังทำให้เราได้ไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้า เกิดทั้งความชื่นชอบ และเชื่อใจจากผู้บังคับบัญชาอีกด้วย
ในส่วนของการสื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องใช้หลัก 3 ช คือ
· ชื่นชมคน (ชมในตัวบุคคล) ที่มาเสนอไอเดีย เพื่อสนับสนุนให้บุคลากรกล้าเข้ามานำเสนอไอเดียใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง
· เชิงบวก คือ การชื่นชมความคิดของผู้ใต้บังคับบัญชาว่าไอเดียที่นำเสนอมีข้อดีอย่างไรบ้าง
· ชวนคิดต่อ คือ การชวนให้คนที่มาเสนอไอเดียคิดว่าสิ่งที่เขานำเสนอสามารถทำได้หรือไม่ด้วยหลักการของเหตุและผล หากเขาไม่สามารถคิดต่อได้เขาก็จะเลิกเสนอความคิดนั้นไปเอง แต่หากไอเดียนั้นสามารถขยายผลต่อได้เราก็จะได้ไอเดียใหม่ที่สามารถนำมาใช้สนับมาสนับสนุนการทำงานขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น
การบริหารเชิงกลยุทธ์ จะทำให้เข้าใจความผิดพลาดที่เกิดระหว่างการบริการที่คาดหวัง กับการส่งมอบบริการ ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะเกิดได้ใน 4 กรณี คือ
· ความผิดพลาดในเรื่องความเข้าใจของลูกค้า
· ความผิดพลาดในการแปลงความคาดหวังของลูกค้าเป็นนโยบายหรือกลยุทธ์ผิด
· ความผิดพลาดในการส่งมอบบริการที่ผิด
· ความผิดพลาดจากการสื่อสารที่ผิดเพี้ยน
ทั้งนี้ หากเราทราบว่าการบริการที่คาดหวังกับการส่งมอบบริการมีความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีใดก็จะทำให้เราสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด
สิ่งที่จะนำไปปรับใช้ในการทำงาน
การสื่อสารในองค์กรถือเป็นสิ่งที่สำคัญหากผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชามีรูปแบบการสื่อสารตาม 5+ และ 3 ช จะส่งผลให้การสื่อสารในองค์กรมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น การทำงานเกิดความลื่นไหล และกลมเกลียวกันมากขึ้น เนื่องจากทุกคนในองค์กรให้เกียรติและรับฟังความเห็นซึ่งกันและกันอย่างเข้าใจ นอกจากนี้ การบริหารงานเชิงกลยุทธ์จะทำให้เราเข้าใจลูกค้าที่มารับบริการจากเราเพิ่มมากขึ้น หน่วยงานจะมีการพัฒนาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในแต่ละกรณีเพื่อให้มีการส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้ตรงตามความคาดหวัง สร้างความสุขและความประทับใจจากการให้บริการของสายสนับสนุน