หลุมพรางทางความคิด

ยามที่อยู่คนเดียว ยามว่่างที่ไม่ต้องทำอะไร   บางทีการปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไป มันอาจทำให้เราตกหลุมพรางทางความคิดได้  หากคิดเรื่องดีมันก็ทำให้หัวใจแช่มชื่น มีความสุข นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว  หากคิดถึงเรื่องแย่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต หัวใจของเราย่อมเศร้าหมอง เป็นทุกข์ วิตกกังวล  แล้วเราอยากเป็นอะไรล่ะ? อยากมีความสุข หรืออยากเศร้าหมอง  ทุกอย่่างล้วนเกิดจากความคิดของเราเองทั้งสิ้น...!

อย่า!.. ตกหลุมพรางทางความคิดนะคะ

            นักจิตวิทยาได้ศึกษาและจำแนกความคิดที่เอื้อประโยชน์ในการจัดการสถานการณ์ต่างๆ โดยจำแนกความคิดอาจทำให้จิตใจพองโตฮึกเหิมมีพลังที่จะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ หรือเหี่ยวเฉาหมดสิ้นกำลังใจ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ช่วยถนอมจิตใจและยังเอื้อประโยชน์ให้จัดการสถานการณ์ที่พบเจอได้อย่างเต็มที่ ความคิดประเภทหลังนี้เป็นเสมือนหลุมพราง ทำให้เส้นทางการทำงานยุ่งยากลำบากในการก้าวไปยังเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งหลุมพรางความคิดที่มักพบเจอกันได้ทั่วไป

1. การคิดขยายความเกินจริง
             การคิดขยายความเกินจริง หรือที่เรียกกันว่า “คิดฟุ้ง” เป็นลักษณะการคิดขยายความคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยยึดติดกับเรื่องราวที่เคยพบเจอในอดีต หรือการคิดอนุมานเหมารวมขยายความจากเหตุการณ์หนึ่งไปยังเหตุการณ์หนึ่งไปยังเหตุการณ์อื่น จนอาจหลงลืมว่าเหตุการณ์ต่างๆมีความแตกต่างกัน ล้วนแต่ลักษณะเฉพาะตัว ไม่มีทางที่เหตุการณ์หนึ่งจะเหมือนกันโดยสิ้นเชิงกับเหตุการณ์อื่นๆ 

2. ความคิดแบบขาว-ดำ
             ความคิดแบบขาว-ดำ เป็นลักษณะการคิดที่ขาดความยืดหยุ่น มองว่าชีวิตหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีสองขั้ว สุดโต่ง ไม่ขาวสะอาดถูกใจไร้มลทินก็ดำทะมึนสกปรกเลวร้ายไปเลย   หากมีความคิดแบบขาว-ดำ และพยายามหาทางทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบปราศจากข้อบกพร่องโดยสิ้นเชิง เราจะเกิดความวิตกกังวล ไม่กล้าลงมือทำอะไรเนื่องจากกลัวความล้มเหลว หรืออาจทำให้พยายามประวิงเวลาในการลงมือทำให้ช้าที่สุด อันเป็นที่มาของการผัดวันประกันพรุ่ง หรืองดเว้นไม่ทำเสียเลย

3. ความคิดตีตราตนเอง
             ความคิดตีตราตนเอง หรือการสรุปความจากประสบการณ์หนึ่งประสบการณ์ใดว่าเป็นตัวแทนของตัวตนของเราเอง ซึ่งมีความซับซ้อนหลากหลายมาก มักจะเน้นสรุปความจากข้อจำกัดหรือความล้มเหลวที่พบเจอ หากแต่นำเอาความผิดพลาดมาสรุปเป็นตราประทับของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการตีตราตนเองว่า “เรามันไม่เก่ง” “เรามันห่วย” “เรามันไม่ดี” 

เพราะฉะนั้น  จงอย่าตกหลุมพรางทางความคิด  จงอยู่กับปัจจุบัน ตั้งสติให้มั่น แล้วบอกตัวเองว่า "ฉันจะทำทุกวันให้ดีที่สุด"


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงแค่ใจ...เรารักกัน



ความเห็น (0)