การท่องบทอาขยานมิใช่เป็นการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง หากแต่เป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากกว่า

บันทึกที่ ๑๔๒ มาอ่านบทอาขยานกันเถอะ

".....ปัจจุบันไม่นิยมให้เด็กไทยท่องจำเพราะคิดว่าเป็นการให้ท่องจำอย่างนกแก้วนกขุนทอง โดยไม่รู้ความหมายและเหตุผล แต่ในความเป็นจริง การอ่านออกเสียงและการท่องจำมีประโยชน์หลายประการ เช่น การอ่านออกเสียงดังๆ จะทำให้สามารถพูดและออกเสียงได้คล่องแคล่วชัดเจน การท่องจำเป็นการลับสมองอยู่เสมอทำให้มีความจำดี การเลือกสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ให้เด็กท่องจำจะเกิดประโยชน์กับเด็กมากกว่าการให้เด็กท่องจำข้อความไร้สาระจากบทโฆษณาต่างๆ เพราะธรรมชาติของเด็กจะช่างจดจำอยู่แล้ว ถ้าให้ท่องจำในสิ่งที่เป็นความรู้หรือประโยชน์ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยครูอธิบายความหมายหมายให้เข้าใจเสียก่อนก็จะเป็นประโยชน์แก่เด็กเป็นอันมาก บทท่องจำทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองนั้น จะเป็นตัวอย่างให้เด็กนำไปใช้เพื่อการแต่งหนังสือต่อไป เด็กที่ท่องบทร้อยกรองได้แล้ว ต่อไปจะสามารถแต่งบทร้อยกรองด้วยตนเองได้ เพราะคุ้นเคยและชินกับคำคล้องจอง นอกจากนี้เด็กจะได้สำนวนภาษาที่ดีจากบทท่องจำต่างๆด้วย..."

พระราชดำรัส สมเด็จพระเทพรัตนราสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พระราชทานในการประชุมคณะกรรมการการศึกษา

โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

วันอังคารที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๘


ความหมายบทอาขยาน

อาขยาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายไว้ว่า "บทท่องจำ ;การเล่า ; การบอก ; เรื่อง , นิทาน" อ่านออกเสียงว่า อา-ขะ-หยาน หรือ อา-ขะ-ยาน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยและซาบซึ้งในความไพเราะของบทร้อยกรอง

๒. เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และข้อคิดที่เป็นประโยชน์แก่นักเรียน

๓. เพื่อเป็นสื่อส่งเสริมจิตสำนึกทางวัฒนธรรมร่วมกันของคนในชาติ

๔. เพื่อเป็นพื้นฐานและแนวทางการแต่งบทประพันธ์ของนักเรียน

ประเภทของบทอาขยาน

๑. บทหลัก

บทหลัก หมายถึง บทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนท่องจำเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วประเทศ ส่วนใหญ่คัดเลือกวรรณคดีที่กำหนดให้เรียนตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

๒. บทเลือก

บทเลือก หมายถึง บทอาขยานที่นักเรียนเลือกท่องตามความสนใจมิได้บังคับโดยอาจเลือกจากบทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการคัดเลือกไว้ หรือบทประพันธ์ที่ครูผู้สอนแนะนำเพิ่มเติม หรือบทอาขยานที่นักเรียนชอบ

กับความทรงจำและสิ่งที่ได้รับ

........ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน "การท่องบทอาขยานมิใช่เป็นการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง หากแต่เป็นการเรียนรู้ที่มีคุณค่ามากกว่า" ผู้เขียนสมัยเป็นเด็กนักเรียนผ่านการท่องบทอาขยานทั้งตอนเช้าก่อนเรียนและก่อนเลิกเรียนกลับบ้าน ทุกครั้งที่ท่องอาขยานจะรู้สึกมีความสุข ความสนุกสนาน ซาบซึ้งในความไพเราะของภาษาไทย รักภาษาไทย การจำเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นด้านการอ่านการเขียนนั้นเป็นผลพลอยได้ตามมา การท่องบทอาขยานสร้างความสามัคคี ความพร้อมเพรียงให้เกิดกับผู้เรียน ถ้าหากไม่มีความพร้อมเพรียงกันเสียงที่ท่องออกมาก็ไม่ไพเราะ เด็กๆจะให้ความร่วมมือกันโดยปริยาย ปรับตัวเองให้เข้ากับเพื่อนในขณะที่อ่าน สิ่งที่ตามมาอีก ความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ

สิ่งที่ได้รับจากการท่องบทอาขยาน

๑. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความซาบซึ้งในสุนทรียภาพทางภาษาไทย มีความเพลิดเพลิน สนุกสนาน รักและภูมิใจในภาษาไทยของเรา ซึ่งเป็นภาษาเดียวในโลกที่ออกเสียงตามวรรณยุกต์สร้างความไพเราะ เสนาะหู

๒. ช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีในตัวผู้เรียน เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ดีงาม

๓. ช่วยฝึกการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ จากบทอาขยานที่อ่าน นำไปสู่การคิดสร้างสรรค์ผู้เรียนสามารถแต่งคำประพันธ์ใหม่ได้ด้วยตนเอง

๔. ช่วยส่งเสริมรักการอ่าน การที่ผู้เรียนได้ท่องบทอาขยานเป็นประจำ จะซึมซับให้เกิดนิสัยรักการอ่าน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน เกิดนิสัยรักการอ่านแบบไม่รู้ตัว อยากอ่าน อยากค้นคว้า คำประพันธ์หรือวรรณกรรมใหม่ๆมาอ่าน

๕. ทำให้นักเรียนอ่านหนังสือออก เขียนได้คล่อง การท่องบทอาขยานเป็นประจำสร้างแรงจูงใจในการอ่าน การเขียน

........การท่องบทอาขยาน สร้างประโยชน์ให้กับบุตรหลานเราเป็นอย่างยิ่ง ขอเชิญชวนเพื่อนครู ผู้ปกครองได้ส่งเสริมสนับสนุน...เพื่อสืบสาน ดำรงภาษาไทยของเราให้คงอยู่ตลอดกาล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน .บทอาขยานภาษาไทย. กรุงเทพฯ : สพฐ. ๒๕๕๖