วัฒนธรรมการกินเมี่ยงของชาวล้านนายังปรากฏอยู่ในงานบุญต่างๆ ของหมู่บ้านทางภาคเหนือของไทย ตราบจนทุกวันนี้
เมี่ยง เป็นอาหารว่างของชาวล้านนาในอดีต ทุกบ้านจะมีเมี่ยงไว้เป็นของกิน และใช้ต้อนรับแขกหรือญาติที่มาเยี่ยมเยือน โดยมีห่อเมี่ยงคู่กับขันหมากและโป้ยาขื่น(กระป๋องยาสูบ) โดยแขกจะแกะห่อเมี่ยงแล้วกินเมี่ยงที่เจ้าของบ้านต้อนรับแล้วจึงพูดคุยปรึกษาเรื่องราวต่างๆ
ชาวล้านนาจะกินเมี่ยง คู่กับสูบปูรี(บุหรี่)หลังอาหาร บางคนที่ไม่สูบบุหรี่ก็กินเมี่ยงอย่างเดียว วิธีกินเมี่ยงคือแกะห่อเมี่ยงออก นำใบเมี่ยงมาแผ่ใส่เกลือเม็ดและขิง ม้วนเป็นคำแล้วใช้อม ที่เรียกกันว่าอมเมี้ยง แล้วจึงออกไปทำงานในสวนหรือไร่นา
ปัจจุบันเมี่ยงยังมีความสำคัญในการจัดงานบุญหรือพิธีกรรมทางพุทธศาสนาทุกอย่างในภาคเหนือ เช่นงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานบวช งานฉลององค์ผ้าป่าและ กฐิน หรืองานศพ ชาวบ้านที่ไปช่วยงานนอกจากช่วยเตรียมสถานที่ เตรียมดอกไม้ในพิธีสงฆ์ เตรียมอาหาร ฯลฯแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือช่วยกันแป๋งเมี่ยง(ทำเมี่ยง) สำหรับต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน ...
โดยมีขั้นตอนคือ
ซื้อเมี่ยงเป็นกำจากตลาด
เตรียมเมี่ยงพร้อมทั้งน้ำเมี่ยงและขิงดอง
ก่อนปรุงรส
แกะเมี่ยงออกและปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำตาล เกลือป่น
แบ่งใส่ถาดเพื่อห่อ
เมี่ยงที่ห่อแล้ว พร้อมสำหรับจัดใส่จาน
วางบนโต๊ะ เพื่อต้อนรับแขก

จานเมี่ยงที่ใช้ต้อนรับแขก
ที่งานบุญทุกงานจะขาดไม่ได้
จะเห็นว่าวัฒนธรรมการกินเมี่ยงของชาวล้านนายังคงมีปรากฏอยู่งานบุญต่างๆของหมู่บ้านทางภาคเหนือของไทย ตราบจนทุกวันนี้ แม้ว่าเยาวชนรุ่นใหม่จะไม่รู้จักคุ้นเคยกับคำว่า"เมี่ยง" และการกินเมี่ยง แต่กลับไปรู้จักในรูปแบบของ"ชา" และให้คุณค่าของ"ชา"สูงกว่าเมี่ยงก็ตาม
เมี่ยง หรือ ชา
ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Clamellia sinensis (o.Kuntz วงค์ Theaceae)
ในใบเมี่ยงหรือชา มีคาเฟอีน 3-4% แทนนิน 7-15% และมีน้ำมันหอมระเหย
ลักษณะลำต้น เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ (หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก) ดอกสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกเป็นช่อคล้ายดอกส้ม
ถิ่นที่ปลูก ปลูกตามป่าดิบเชิงเขาทางภาคเหนือ เช่นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน
ผลิตภัณฑ์จากเมี่ยงอีกอย่างหนึ่ง เป็นอาหารในขันโตกที่คนเมืองหากินได้ยากที่นิยมกินคู่กับแคบหมู คือ "น้ำเมี่ยง" ใส่ขิงและตะไคร้ซอย...เคยชิมหรือยังคะ

สวัสดีค่ะ
อยากกินเมี่ยงอีกแล้ว แถวบ้าน หายาก เสียด้วย ;-)
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
สวัสดีค่ะ คุณ Sr.
สวัสดีค่ะ KRUDALA
*** เคยอยู่เชียงใหม่หลายปี
*** งานศพเกือบทุกงานจะมีเมี่ยง กินเมี่ยงจนเพื่อนเรียก....ยัยขี้เมี่ยง
*** เป็นบันทึกของชอบเลยค่ะ ขอขอบคุณ
สวัสดีครับ คุณครูดาหลา
ขอชื่นชมคุณครูดาหลาแต๊ๆ ไหว้สา เน้อ...หมู่เฮา...
ขอบคุณน่ะค่ะ คนปักษ์ใต้อย่างหนูยังเคยได้สัมผัสค่ะ รสชาติเป็นอย่างไร?ต่างจากโอเอชิมั๊ย^__^
สวัสดีค่ะ คุณกิติยา
สวัสดีเจ้า ป้อครูสนั่น
สวัสดีค่ะ คุณหนูรี
สวัสดีค่ะ คุณสิงห์ป่าสัก
สวัสดีครับ KRUDALA
สวัสดีค่ะ'KRUDALA'
แวะมาอ่านบันทึกดีๆ'เมี่ยงกับวัฒนธรรมล้านนา' ค่ะ
เคยกินเมี่ยงบ้านเพื่อนเป็น'คนกำแพงเพชร'
เขาจะใส่ขวดโหลตั้งไว้ที่โต๊ะรับแขกเวลานั่งคุยกันก็จะหยิบกินเล่นเหมือนขนม
เป็นห่อเล็กๆเกือบกลมสีค่อนข้างดำ ...ไม่รู้ว่าเป็น'เมี่ยง'อย่างเดียวกันหรือเปล่า...
สม้ย ที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เข้ารับราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
เจ้าดาราฯ ท่านก็สั่งให้ เจ้าพ่อ ส่งเมี่ยง ไปที่ สยาม เพื่อ เสวย อยู่เป็นประจำ อีกทั้ง ยังแจกจ่ายไปให้ บรรดาเจ้าจอมองค์อื่น ๆ ได้ ลิ้มลอง กัน
แต่ .. อาหารเมนูนนี้ กลับได้รับการตีตราว่า "สกปรก" เลยไม่ค่อยมีเจ้าจอมหม่อมห้ามองค์ใด คนใด รับไปบริโภคนัก
แต่ พระสวามี กลับโปรดปรานอยู่ไม่น้อย
- - ในวิถี เมี่ยง หมาก ปูลี เป็น สำรับต้องรับขับสู้แขกบ้านแขกเมือง ของ คนในล้านนาประเทศ หากเมี่ยงบ้านใครหวานหอม ก็จะได้รับการร่ำลือไป ที่สำคัญต้องจัดเอาไว้ให้ เหลือกิน ห้ามหมดก่อนแขกกลับ
เมี่ยงหวาน เติมน้ำเชื่อมน้ำหวามลงไป มีขิง หวาน - เผ็ดขิง
เมี่ยงส้ม (เปรี้ยว) หมักธรรมดา เวลากิน ก็ใส่เม็ดเกลือ และ ขิง ไปนิดหน่อย เค็ม ..เปรี้ยว .. เผ็ดขิง
Thank you kindly Krudala,
I live in Dreamland, some 4 hour ahead of Thailand's Time Zone.
You know the land of the Rainbow Serpent.
Nowadays, it is a land full of mining holes ;-)
สวัสดีค่ะ คุณสันติสุข
สวัดีค่ะ ศน.ลำดวน