เมื่อไม่นานมานี้ น้องดินตัดสินใจบวชเป็นสามเณรอีกครั้ง และคราวนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะบวชให้นานที่สุด ถ้าเป็นไปได้ก็จะนุ่งเหลืองห่มเหลืองเป็นสามเณรไปจนกว่าจะเปิดเทอมเลยทีเดียว
เราต่างชื่นใจและพลอยสุขใจเป็นที่สุด ลูกเณรก็ดูจะมีความมุ่งมั่นกว่าปีที่แล้ว คราวนี้ห่มจีวรได้ด้วยตนเอง สามารถบิณฑบาตด้วยเท้าเปล่าเป็นระยะทางไกล ๆ ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ครั้นมีชาวบ้านมานิมนต์ไปในกิจต่าง ๆ เจ้าอาวาสก็ไม่ลืมที่จะให้ลูกเณรติดตามไปด้วย ...สร้างความแช่มชื่นให้กับญาติโยมอย่างถ้วนหน้า

ปีนี้, สามเณรภาคฤดูร้อนจำนวนลดน้อยถอยลงกว่าปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปเรียนพิเศษ, กวดวิชาในตัวเมือง ส่วนหนึ่งผู้ปกครองมารับไปใช้ชีวิตที่กรุงเทพ ฯ เป็นการเปิดหูเปิดตา ... และส่วนหนึ่งก็ดูจะชื่นชอบที่จะท่องทะยานเป็นหนุ่มนักแสวงหาตามประสาคนหนุ่ม คอยเทียวตะเวนลัดเลาะสัญจรไปยังที่ต่าง ๆ อย่างแสนสำราญ โดยไม่แยแสว่า สิ่งเหล่านั้นจะเป็นโล้เป็นพายอะไรกับตนเอง
ขณะที่ส่วนหนึ่งก็จำต้องละวางการบวชเป็นสามเณรไปอย่างน่าเห็นใจ เพราะต้องลงแรงช่วยเหลือคนที่บ้านของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการงานเล็ก ๆ ที่จำกัดอยู่ในบริเวณรอบรั้วบ้าน หรือยาวไกลขยายเขตไปถึงห้วย,หนอง และท้องทุ่ง รวมถึงการงานใหญ่ ๆ ที่ชี้วัดด้วยเงินตรา อันเป็นค่าแรงจากการรับจ้างต่าง ๆ เคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้ปกครองอย่างไม่น่ายกย่อง


การบวชเณรภาคฤดูร้อนปีนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าลูกเณรจะเรียนรู้อะไรได้มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การพยายามที่จะทำอะไรต่อมิอะไรด้วยจนเอง ไม่พยายามเป็นภาระของเณรพี่เลี้ยง พับจีวรด้วยตนเอง ล้างบาตรด้วยตนเอง รวมถึงการบอกกล่าวกับคุณปู่ว่าไม่ให้มานอนค้างเป็นเพื่อน ...

การพาลูก ๆ กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดของตนเอง ถือเป็นความตั้งใจอันแรงกล้าที่ผมและเพื่อนชีวิตได้วางแผนระยะยาวไว้ล่วงหน้า โดยถือว่านี่เป็นกระบวนการหนึ่งของการให้ลูกได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชน ได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้บริบทของเครือญาติในครอบครัวใหญ่ ... ได้สัมผัสถึง “งานบุญ” หรือพิธีกรรมอันหลากหลายในหมู่บ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันยากยิ่งที่จะสัมผัสได้ในวิถีวัฒนธรรมของชุมชนมหาวิทยาลัยที่เนืองแน่นไปด้วยคนหนุ่มสาวที่ส่วนหนึ่งมักกรีดกรายไปมาอย่างไร้แก่นสาร
และนี่ก็คือส่วนหนึ่งของคำพูดที่ผมเคยพูดว่า “ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก”


ปีนี้, ไม่เพียงสามเณรแผ่นดินเท่านั้นที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในวัดประจำหมู่บ้าน แต่ “น้องแดนไท” นักเลงลูกทุ่งผู้ห้าวห้วนก็พลอยได้เข้า ๆ ออก ๆ ระหว่างวัดกับบ้านอย่างสม่ำเสมอ และมีอยู่หลายครั้งหลายคืนที่หอบผ้าหอบผ่อนไปค้างที่วัดกับเณรผู้พี่ ... เช่นเดียวกับการขันอาสาทำหน้าที่เป็น “สังกะลีวัด” คอยดูแลถวายสิ่งของและภัตตาหารให้กับพระสงฆ์และสามเณรอย่างคล่องแคล่ว บางครั้งก็สะพายย่ามและถือจีวรอย่างนิ่งสงบ รวมถึงบางครั้งก็รบเร้าขอห่มจีวรสวมบทบาทเป็นสามเณรไปด้วยก็มีเหมือนกัน ...
ผมเฝ้าดูพฤติกรรมอากัปกริยาของนักเลงลูกทุ่งอย่างอิ่มสุข น้องแดนดูจะสนใจกับภารกิจเหล่านั้นมาก จนถึงขั้นบอกกับเณรผู้พี่ว่าให้ไปช่วยเป็นธุระบอกเจ้าอาวาสให้จัดแจงบวชเณรให้ด้วย แต่มีข้อแม้ว่า “ต้องไม่ตัดจุก” ของตัวเขาเอง และหลายครั้งที่เห็นพี่เณรได้รับปัจจัยอย่างหลากหลาย ก็อดที่จะเปรยบ่นเสียงดังอย่างใสซื่อกลางศาลาวัดว่า “บ่เห็น มีผู้ได๋ให้เงินสังกะลีวัดเลย... “

ล่าสุดก่อนมหาสงกรานต์เดินทางมาทักทาย ผมและคนในครอบครัวนิมนต์ลูกเณรเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพของย่าทวดที่จังหวัดอำนาจเจริญ เราเดินทางด้วยรถยนต์อย่างค่อนเป็นค่อยไป เหนื่อยนักก็พัก ..มีอะไรน่าสนใจก็แวะเข้าไปชื่นชมและเก็บเกี่ยวอย่างไม่รีบร้อน ซึ่งมีอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันที่ลูกเณรมักจะถามคุณปู่เสมอว่า “ได้เวลาฉันเพลหรือยัง..?” ซึ่งผมเองก็เข้าใจว่าลูกเณรวิตกเรื่องวินัยในการฉันเพลอยู่มาก เพราะหารู้ว่าเลยเวลาไปแล้วกลัวจะเป็น “บาป..”
การรับรู้และยึดมั่นในเรื่องดังกล่าวของลูกเณร ... เดือดร้อนคุณปู่ต้องอธิบายให้ฟังอยู่หลายห้วงตอนว่าสามารถที่จะฉันเพลล่วงเวลาได้ เพราะถือว่าอยู่ระหว่างการ “เดินทางไกล...ไปทางเรือ” การฉันเพลจึงเลื่อนไหลเวลาได้โดยไม่ถือว่าผิดวินัยสงฆ์
คุณปู่ใช้เวลาไม่น้อยเหมือนกันกับการทำความเข้าใจและชักจูงใจให้ลูกเณรปลงใจที่จะฉันเพลตามปกติ พอทุกอย่างลงตัว ผมก็จอดรถและเลือกเอาร่มไม้ริมทางหลวงสายหนึ่งเป็นที่ถวายเพลแก่ลูกเณร ซึ่งนั่นก็คือเวลาเที่ยงเศษ ๆ เลยก็ว่าได้

การมีโอกาสได้นั่งดูลูกเณรฉันเพลอยู่ริมถนนเช่นนี้ กลายเป็นความสุขอันเรียบง่ายที่ชีวิตสัมผัสได้อย่างไม่ซับซ้อน
ร่มเงาเล็ก ๆ ของไม้ยืนต้นไม่อาจแผ่ร่มเงาได้อย่างใจหวังก็จริง แต่ลมทุ่งก็พัดโบกให้ชื่นเย็นอยู่อย่างไม่ขาดห้วง ขณะที่รถราน้อยใหญ่จำนวนมากก็ยังคงควบตะบึงไปสู่จุดหมายของตนเองอย่างไม่ขาดสาย แต่บางคัน เมื่อแล่นเข้าใกล้จุดที่เรากำลังนั่งอยู่นั้น ก็เห็นได้ชัดว่าได้ชะลอความเร็วลงอย่างชัดเจน
และนี่ก็เป็นอีกวันหนึ่งของชีวิตที่ผมรู้สึกว่าชีวิตของผมดูจะมีความสุขอย่างเต็มล้นเลยทีเดียว ... ขณะที่ลูกเณรก็ได้ความรู้เพิ่มมาบ้างกระมังกับคำว่า ““เดินทางไกล...ไปทางเรือ”
นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เกิดขึ้นกับผมและลูก ๆ ในห้วงเวลาที่ผม ... ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก !
การบวชได้ถือเป็นวิริยอุสาหะอย่างสูง เพราะพี่เคยไปปฏิบัติธรรม 3 วัน ยังต้องใช้ความตั้งใจ ความอดทน เมื่อผ่านมาได้ เราภาคภูมิใจมาก
ดังนั้นเณรน้อยสามารถบวชได้อีกเป็นครั้งที่ 2 น่าภาคภูมิใจมากค่ะ
ขอให้ครอบครับของน้องแผ่นดิน จงมีแต่ความสุข ความเจริญ สมหวังทุกประการ เทอญ
เณรน้อยน่ารักจังครับ แต่ทำหน้ามุ่ยไปหน่อย เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเองตอนพ่อถ่ายรูปให้ ตอนเด็กผมก็ทำหน้ามุ่ยแบบนี้ล่ะครับ ไม่ชอบเพราะแสงแฟลชเข้าตา
น่าปลื้มใจแทนค่ะ
ปลื้มใจแทนพ่อแม่
เณรน้อยน่ารัก น่าศรัทธามาก
ชื่นชมในวิธีคิดของอาจารย์ค่ะที่ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอกจริงๆ
สามเณรดิน..ดูเคร่งครัดในวินัยสงฆ์เหลือเกิน...น่าปลื้มใจแทน
และเณรน้อยน่ารักจริงดังใครต่อใครว่า
ว่าแต่น้องแดนไทหนุ่มน้อยลูกทุ่งของเราก็คงได้ซึมซับรับอานิสงฆ์หลายอย่างจากพี่เณรด้วยเช่นกันนี่คะ
ชื่นชมด้วยใจจริงในกิจกรรมของครอบครัวนี้ค่ะ...ครอบครัวมีสุข...
สวัสดีครับ ...พี่แก้ว อุบล จ๋วงพานิช
ปีนี้ลูกเณร ตั้งใจเหลือเกินว่าจะบวชให้นานที่สุด แต่ปัญหาหลักก็อยู่ที่ว่คุณปู่ไม่มีเวลาไปนอนเป็นเพื่อน ท่านห่วงหลานเหลือเกิน ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้าน...
การตื่นนอนในตอนตี 5 เพื่อทำวัตรเช้าได้สอนให้ลูกเณรตื่นตัวและรับผิดชอบตนเองเป็นอย่างมาก ผมมีโอกาสได้ไปค้างที่วัด 1 คืนก็พลอยได้ตื่นในตอนตี 5 ด้วยเช่นกัน
ปีหน้า, ดีไม่ดี น้อนแดนไท น่าจะเป็นอีกคนกระมังครับที่จะบวชเณรในภาคฤดูร้อน
- น่าปลาบปลื้มใจกับครอบครัวอาจารย์มาก
- เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมจริงๆ...
ก้ามปู
สวัสดีคะ ได้อ่าน และเห็น แล้วยิ้มคะ ยิ้มอย่างสุขใจ กับครอบครัวที่เป็นสุขคะ
สวัสดีครับ พี่สมนึก สะมะนึก แซ่เฮ
ผมเองก็สุขใจมากที่เห็นลูกบวช และดีใจเป็นที่สุดที่เห็นว่าน้องดินมุ่งมั่นและจริงจังกับการบวชเณรในครั้งที่สอง ซึ่งครั้งนี้สามารถเทศน์ได้มากกว่าที่ผ่านมา ... และเช่นเคยก็คือการไม่ทานอะไรเลยช่วงกลางคืน ซึ่งถือว่าแค่นี้ทำได้แค่นี้ก้ถือว่าเก่งมากแล้ว
...ขอบคุณครับ -
ขออนุโมทนาบุญ ที่หลานเณรได้เพียรประพฤติปฏิบัติ กุศลผลบุญย่อมยิ่งใหญ่คุ้มครอง พ่อ แม่ ปู่ย่าตายาย ยิ่งนัก
... ลูกเณรน้อยน้องดิน น่ารักมากเลยค่ะ
* ดูแล้วอวบอั๋น มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว แก้มน่าหยิกมากๆ หมั่นเขี้ยวแล้วค่ะ ฝากจุ๊บ อุ๊ย ไม่ได้สินะคะ ลืมตัว อิ อิ
* ครอบครัวคุณแผ่นดินน่ารักมากเลยนะคะ ถือเป็นครอบครัวตัวอย่างได้เลย
... ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น ...
* ขออนุโมทนาสาธุ ค่ะ อยากฟังเณรน้อยเทศน์จังค่ะ
คุณแผ่นดินอัดเสียงไว้ แล้วนำมาออกอากาศหน่อยสิคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์แผ่นดิน
น่าอิ่มเอมใจแทนคุณพ่อคุณแม่จังค่ะ..(เณรน้อยน่าเอ็นดูจัง..^___^)
"แวะมาทักทายค่ะ..คุณแผ่นดิน..สบายดีมั๊ยคะ.."
สา-หวาด-ดี ค่ะ คุณพี่ พา-นาส- อิอิอิ
สวัสดีครับพี่แผ่นดิน
ดีใจกับพี่ ๆ ด้วยครับ เณรลูกชายเคร่งคลัดทีเดียว อนุโมทนาด้วยครับ แต่ที่น่ายินดีมาก ๆ คือการได้ไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกครับ รากฐาน ความเป็นมาของพี่ จะถ่ายทอดให้ลูก ได้อย่างกลมกลืนและกลมเกลียว ความภูมิใจหนึ่งที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ทำอย่างพี่น่ะครับ
รู้สึกได้บุญ และเย็นใจมาก ๆ กับบันทึกแห่งวิถีชีวิตครอบครัวอบอุ่นครอบครัวนี้ เยี่ยมมากครับพี่
หวัดดีค่ะ
การบวชเณรภาคฤดูร้อนปีนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าลูกเณรจะเรียนรู้อะไรได้มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ การพยายามที่จะทำอะไรต่อมิอะไรด้วยจนเอง ไม่พยายามเป็นภาระของเณรพี่เลี้ยง พับจีวรด้วยตนเอง ล้างบาตรด้วยตนเอง รวมถึงการบอกกล่าวกับคุณปู่ว่าไม่ให้มานอนค้างเป็นเพื่อน ...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สุข..ชื่นใจไปด้วย
ศรัทธาช่วยส่งผลบุญ
กำลังใจเป็นต้นทุน
กุศโลบายหนุนส่งเสริม
พ่อแม่เมื่อแก่วัย
ลูกไซร้ได้พลังเติม
ความรู้วัฒนธรรมเดิม
"แผ่นดิน"เพิ่มพลเมืองดี
ขอเอาไปเลียนแบบ..ค่ะ