เร็วๆ นี้พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังกิจกรรมลดความอ้วนประเภท "คนไทยไร้พุง" ของกรมอนามัยมาแล้วไม่มากก็น้อย

 

...

เร็วๆ นี้พวกเราคงจะได้ยินได้ฟังกิจกรรมลดความอ้วนประเภท "คนไทยไร้พุง" ของกรมอนามัยมาแล้วไม่มากก็น้อย

ท่านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแห่งกรมอนามัยตีพิมพ์หนังสือ "อ้วนอันตราย...ไม่อยากตายต้องลดอ้วน" รวบรวมข้อคิดดีๆ ในการลดความอ้วนไว้อย่างดีเยี่ยม (แนะนำให้ไปหามาอ่านให้ได้) ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

...

เรื่องแรกคือ ทำไมต้องลดความอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง สถิติท่านว่าไว้อย่างนี้

  • รอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เซนติเมตร > เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน 3-5 เท่า
  • อ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง) > เพิ่มเสี่ยงเบาหวาน 3 เท่า
  • ถ้าอ้วนลงพุง+เป็นเบาหวาน > เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 5 เท่า
  • ถ้าอ้วนลงพุง > เพิ่มเสี่ยงโรคนิ่วถุงน้ำดี ข้ออักเสบเกาต์ มะเร็งเพิ่ม 3 เท่า

...

ทีนี้เมื่อไรจะถือว่า อ้วน... ให้คิดค่าดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) โดยนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง

  • ค่าปกติของคนไทยและคนเอเชีย = 18.5-22.9
  • โรคอ้วนคือ 23.0 ขึ้นไป

...

แนวคิดในการลดความอ้วนแบบเร็ว โดยเฉพาะการใช้ยาลดความอ้วนนั้น มีแนวโน้มจะเสี่ยงต่อภาวะ "กระดอนกลับ" หรือที่เรียกว่า "โยโย่เอฟเฟคท์ (yoyo effect)"

โยโย่เป็นชื่อของลูกดิ่ง ซึ่งเมื่อตกถึงจุดสุดของมันแล้ว จะเด้งดึ๋งขึ้นมาใหม่... ความอ้วนก็เหมือนกัน ถ้าลดน้ำหนักเร็วๆ และไป "กด" ความอยาก(กิน)มันไว้มากๆ ความอยาก(กิน)มันมักจะปะทุขึ้นมา ทำให้หิวและกินดุมาก

...

ถ้ามันเด้งกลับมาเท่าเดิมก็ยังดี ทว่า... ส่วนใหญ่มันจะเด้งกลับมามากกว่าเดิม อ้วนกว่าเดิม แถมมวลกล้ามเนื้อยังหายไปจากการอดอาหาร ทำให้ดูฉุ และลดความอ้วนครั้งต่อไปยากมากขึ้นเรื่อยๆ

หลักการแรกของการลดความอ้วนคือ ลดอาหารกลุ่มให้กำลังงาน ซึ่งเรามีหน่วยเป็น "แคลอรี" ไม่จำเป็นต้องจำ ขอเพียงทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ และนำหลักการไปใช้ให้เหมาะกับตัวท่านเอง

...

วิธีลดนั้นต้องลดให้ขาเข้า(กิน)น้อยกว่าขาออก(ใช้กำลังงาน)ได้แก่

  • กินน้อยลง
  • ออกแรง-ออกกำลังมากขึ้น
  • เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ (ทำได้ด้วยการยกน้ำหนัก หรือเล่นเวทในโรงยิม) เนื่องจากกล้ามเนื้อเผาผลาญอาหารได้มากกว่าไขมันตลอด 24 ชั่วโมง
  • นอนให้พอ > ถ้านอนไม่พอจะหิวมากขึ้น

...

แนวคิดของท่านอาจารย์สง่าน่าสนใจมากๆ... ท่านไม่ได้เน้นว่า จะต้อง "งดๆๆๆ" อาหารทุกอย่าง ทว่า... ให้ลดปริมาณลงมา โดยใช้สูตร "3 อ." กำกับได้แก่

  • อ.อาหาร > กินให้เป็น + กินให้น้อยลง
  • อ.ออกกำลัง
  • อ.อารมณ์ > ต้องลดความอ้วนแบบมีความสุขให้ได้ เพราะยิ่งเครียด ยิ่งหิว

...

อาจารย์ท่านว่า อาหารไทยแท้ไม่ค่อยทำให้อ้วน ทว่า... อาหารไทยเพี้ยนทำให้อ้วนคือ อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ"

เดิมอาหารไทยเป็นอาหารประเภทแกง(ไม่ใส่กะทิ) ปิ้ง ย่าง ต้ม ยำ... ต่อมามีการนำกะทะซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีพิษภัยต่อพุงของคนไทยเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้อาหารไทยมีอาหารทอดและผัดมากขึ้นเรื่อยๆ

...

อาหารทอดและผัดนี่น่ากลัวมาก เพราะมันทำให้ "น้ำมัน" จำนวนมากซึมเข้าไปในเนื้ออาหาร อร่อย และมองไม่ค่อยเห็น "น้ำมัน" กลายเป็นน้ำมันล่องหน

หลักการสำคัญมากๆ ในการลดความอ้วนคือ ให้กลับไปกินอาหารไทยเดิมแบบแกง(ไม่ใส่กะทิ) ปิ้ง ย่าง ต้ม ยำ และ "งด-ลด-ละ-เลิก" อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ"

...

หมายเหตุ                                            

  • บทความชุดนี้มี 8 ตอน
  • โปรดคลิกที่นี่ เพื่ออ่านตอนต่อไป / ตอนที่ 2
  • [ Click - Click ]

ที่มา                                                  

  • ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข > อ้วนอันตราย...ไม่อยากตายต้องลดอ้วน > สำนักพิมพ์วายนอตคอมมิวนิเคชั่น. กรุงเทพฯ. พิมพ์ครั้งที่ 1. 2550.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 10 เมษายน 2551.