ศาสตราจารย์นายแพทย์จอห์น โฟเรต วิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์กล่าวว่า ความเครียดทำให้คนเราอยากกินอาหารที่ชื่นชอบในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่มีความเครียดน้อยที่สุด

Hiker

เราๆ ท่านๆ คงจะมีวิธีตอบสนองต่อความเครียดต่างกัน... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว(ประมาณปี 2524)...

นักศึกษาวิศวกรรมท่านหนึ่งเล่าว่า ถ้าคุณแม่ของท่านไม่พอใจคุณพ่อ

 

คุณแม่จะเข้าครัว... หุงข้าว 1 หม้อ และกินจนหมดหม้อ เรื่องนี้คล้ายกับบทความในวารสารสรรสาระฉบับเดือนธันวาคม 2549

ศาสตราจารย์นายแพทย์จอห์น โฟเรต วิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์กล่าวว่า ความเครียดทำให้คนเราอยากกินอาหารที่ชื่นชอบในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่มีความเครียดน้อยที่สุด

อาหารหอมมันเข้มข้น เช่น ช็อกโกแลต ฯลฯ มีฤทธิ์กระตุ้นให้สมองเกิดปฏิกริยาเคมีแห่งความพึงพอใจคล้ายๆ กับการเสพยาเสพติด

อาจารย์พอลลา ดรานอฟแนะนำวิธีควบคุมความอยากอาหาร 10 วิธีดังต่อไปนี้… <ol>

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่อยากกิน:                   
    การเปลี่ยนชนิดอาหารจากของโปรดเป็นอาหารอื่นจะทำให้ความอยากอาหารเดิมลดลง ช่วง 2-3 วันแรกเป็นช่วงเวลาที่ลำบากหน่อย ทว่า... ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ การเปลี่ยนอาหารขยะเป็นอาหารสุขภาพจะมีโอกาสประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้น
  • ทำลายความอยาก:                              
    อาจารย์แพทย์หญิงแคโรลี อะโปเวียนแนะนำว่า โยนขนมหวานทิ้งไปอย่างเดียวไม่พอ... ให้ทำลายมัน จนสิ้นสภาพ เช่น ทุบ ถอง กระทืบ ฯลฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
  • กินถั่ว:                                             
    ดื่มน้ำ 2 แก้วแล้วตามด้วยถั่ว เช่น ถั่วลิสง ฯลฯ ประมาณ 1 กำมือ ถั่วมีเส้นใย(ไฟเบอร์)ชนิดละลายน้ำช่วยให้อิ่มได้นาน น้ำมันพืชชนิดดีในถั่วมีส่วนช่วยให้อิ่มได้นานเช่นกัน(ผู้เขียนเพิ่มเติม)
  • กาแฟหรือโกโก้:                                
    ถ้าอยากกินขนม... ให้เปลี่ยนเป็นกาแฟทำเอง ผสมนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน และน้ำตาลเทียม ถ้าไม่ชอบกาแฟจะใช้ผงโกโก้ผสมนมแทนกาแฟก็ได้(ผู้เขียนเพิ่มเติม) กาแฟหรือโกโก้ทำเองสูตรนี้ให้กำลังงาน (แคลอรี) น้อยกว่าขนม
  • ฝึกคลายเครียด:                                
    ลองฝึกคลายเครียด เช่น หายใจช้าๆ เข้านับ 1 ออกนับ 1 เข้านับ 2 ออกนับ 2 เข้านับ 3 ออกนับ 3... จนถึง 5,6,7,8,9,10 แล้วกลับไป 5,6,7,8,9,10 อย่างน้อยวันละ 15-20 นาที ฯลฯ (ผู้เขียนเพิ่มเติม) หรือออกกำลัง เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ฯลฯ (ผู้เขียนเพิ่มเติม)
  • งีบหน่อย:                                       
    ถ้าง่วง เพลีย เหนื่อย ล้า... ให้งีบ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า อย่าปล่อยให้เพลียต่อเนื่องกันนานนัก เพราะอาจจะเริ่มหิว และเริ่มกินชดเชยยกใหม่
  • รักษาช่องปาก:                                
    อาจารย์แพทย์หญิงมอลลี กี แห่งวิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์แนะนำว่า หลังอาหารให้แปรงฟัน และบ้วนปากให้สะอาดทุกครั้ง... เมื่อปากสะอาด เรามักอยากให้มันสะอาดไปนานๆ ความอยากกินจะลดลง
     
  • เบี่ยงเบนความสนใจ:                         
    ความอยากมักจะรุนแรงใน 10 นาทีแรก... อาจารย์นายแพทย์จอห์น โฟเรต วิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์แนะนำให้รีบหาอะไรทำ เบี่ยงเบนความสนใจให้ได้ 10 นาที เช่น โทรฯ หาคนที่มักให้กำลังใจเรา ฟังเพลง เดินเล่น ทำสมาธิ ออกกำลัง เดินเร็วทันที ฯลฯ หลัง 10 นาที... ความอยากจะลดลง
  • ตามใจอย่างมีขอบเขต:                    
    ถ้าความอยากกินมีมากจริงๆ จนทนไม่ไหว... ให้ตามใจอย่างมีขอบเขต เช่น กินไอศกรีม 1 ลูก แต่อย่ากินจนถึง 1 ชาม ฯลฯ และเตือนตัวเองเสมอว่า การได้รับอาหารเพิ่มขึ้น 100 แคลอรี ต้องเดินเร็วชดเชยให้ได้อย่างน้อย 15 นาที
  • หลีกเลี่ยงดีกว่าต้านทาน:                   
    ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านร้านอาหาร หรือมุมโปรดที่ชอบกินของอร่อยๆ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ไหวจริงๆ... ให้ลดอาหารในมื้อต่อไปอย่างน้อย 1 มื้อ หรือเพิ่มสัดส่วนผัก   หรือถั่วในอาหารมื้อต่อไปสัก 2-3 วัน (ผู้เขียนเพิ่มเติม)
  • </ol><p>    ดาวน์โหลดฟรี...                               </p>

    • เชิญดาวน์โหลดแฟ้ม (MSword) ฟรีที่นี่...
    • "สูตรลดความอ้วนฟรี (สูตรคุณสุภา)" พัฒนาสูตรโดยคุณสุภา เกียรติก้องแก้ว นักโภชนาการ ศูนย์มะเร็งลำปาง (www.lampangcancer.com - ขอขอบพระคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี - webmaster ประจำเว็บไซต์)
    • [ Click - คลิก - Click ]
    • เชิญดาวน์โหลด "สูตรลดความอ้วนฟรี" สูตรจากเว็บไซต์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง
    • [ Click - คลิก - Click ]

        รวมบทความ "ลดความอ้วน"...            

    </span></span>    แหล่งที่มา:                                   <ul>

  • ขอขอบคุณ > พอลลา ดรานอฟ. กินได้(คำเล็กๆ) และไม่อ้วนด้วย 10 วิธีพิชิตน้ำหนัก. สรรสาระ (Reader’s Digest ธันวาคม 2549 > www.readersdigest.co.th). หน้า 54-59.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ > ปรับปรุงแก้ไข 24 เมษายน 50 > 30 เมษายน 2550.
  • </ul><ul><li><div class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 18.0pt"> เชิญอ่าน “บ้านสาระ” > http://gotoknow.org/blog/talk2u
    </div></li></ul>