ตูบหมูบ...ถ้าจะนอนก็เพื่อพัก...ไม่ใช่นอนรอความตาย...

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...ผมใช้ร่างกายมากเกินไป...จนร่างกายส่งสัญญาณและตักเตือนว่า...ให้ผมพักผ่อนเสียบ้าง...

พอช่วงเวลาสามทุ่มกว่าๆ ของทุกวัน ก็เริ่มหลับใหลและตื่นนอนเกือบหกโมงเช้า

เพื่อทุกๆ วันแห่งการมีชีวิต...ได้ทำงานตามภาระหน้าที่ของตนเอง

ทุกๆ วันที่ผ่านมา...ผมหลงลืมกับการตั้งคำถามว่า...”ผมกำลังทำอะไรอยู่ในโลกนี้...”




แต่ชีวิตจะดำเนินไปอย่างไร?...ผมยังคงคิดถึงการเขียนบันทึก ณ Gotoknowแห่งนี้เสมอๆ...และเฝ้าอ่านบันทึกของทุกๆ ท่าน...เพียงแต่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยไว้...เท่านั้นเอง...

ช่วงที่หายไป...ผมมีโอกาสได้ขึ้นภูเขาและขึ้นป่าที่บ้านผมเอง...ด้วยทีมงาน “วารสารสุขศาลา” มาขอสัมภาษณ์ผม...ชีวิต...และการทำงาน...จริงๆ แล้ว...ผมไม่ชอบออกสื่อ เพราะรู้สึกว่า ตนเองมีชีวิตเช่นหมออนามัยท่านอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน...คือ ดูแลสุขภาพของคนในชุมชนให้ดีที่สุด

และชีวิตของผมก็เป็นชีวิตธรรมดา...ไม่น่าสนใจหรือพิเศษอย่างใด

และ...และ...เมื่อเดือนที่แล้ว ก็มีทีมงานมาขอถ่ายทำสารคดีผมไปแล้ว...ใช้เวลาถึง 4 วันเต็มๆ...ผมรู้สึกว่า...ผมจะพูดถึงสิ่งเดิมๆ




แต่ด้วยท่านผู้ขอสัมภาษณ์...เป็นผู้มีพระคุณ...แต่ผมพยายามบ่ายเบี่ยงว่า...ผมจะหาผู้ที่น่าสนใจให้ไหม?...แต่จนแล้วจนรอด...ก็ตกมาที่ผมจนได้...กับการใช้ชีวิตด้วยกันสองวันที่น่าจดจำ...

การถ่ายทำสารคดี...หรือขอสัมภาษณ์ลงวารสาร...เป็นงานที่ไม่คุ้นเคยสำหรับผมเลย...เวลาก่อนล่วงหน้า...ต้องมีนัดสอบถามข้อมูลกันเป็นสัปดาห์...ผมประเภทไม่คุ้นเคยกับการพูดทางโทรศัพท์เลยแย่หน่อย...แต่พยายามให้ความร่วมมืออย่างดีและเต็มใจ...

ผมพยายามบอกเสมอๆ ว่า ผมไม่ได้มีอะไรดีเลย...แต่อะไรที่ผมมีอยู่...ถ้ามีประโยชน์บ้างก็เป็นเรื่องน่ายินดี

(และขอลงผมไว้ที่ "สันปก" ก็ได้นะครับ)

ประเด็นหนึ่งของทีมวารสารต้องการนำเสนอนอกจากเรื่องราวของผม...คือ การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอภูเขียว....จำนวน 3 สิ่ง ที่ผมชอบ และอยากให้นักท่องเที่ยวที่จงใจและพลัดหลงมา...มาสัมผัสและเยี่ยมเยียน...




ผมชอบเดินป่า...เดินภูเขา หนึ่งในสามที่ผมเลือก คือ...”ผาหำหด...ภูหยวก...”

ใช้เวลาขึ้นถึงเป้าหมายสามชั่วโมง...พักบ้างๆ ...ถ่ายรูปกันบ้าง...

ตอนลงภูเขา ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของขาขึ้น

เป็นการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยมาก...ผมแปลงร่างเป็น "หมาหอบ" หลายรอบ...แต่สวยและน่าไปเยือนอีกหลายครั้งจนกว่า...สังขารไม่ไหว

ผมอยากบอกว่า...สวยมากๆ ครับ...บันทึกต่อๆ ไปต้องนำมาอวด...ส่วนจะหดอย่างไร? ต้องรออ่านนะครับ



ระหว่างการเดินทาง...ความอุดมสมบูรณ์ และร่มรื่นของป่ายังมีเหลือเฟือ

และผมได้พบ...”ผักตูบหมูบ”...ตามข้างๆ ทางเดิน...ซอกหิน....ให้ผมเพ่งพิศถึงความงามของการมีชีวิตของเขา...การเหยียดใบออก...การบานของใบ...การมวนใบ...และความงดงามของดอกสีม่วงที่สวยสมค่าการค้นหา...




เป็นพืชที่เป็นอาหารตามธรรมชาติของคนอีสาน ที่ชอบใช้ใบที่บานๆ ประกอบอาหาร  คือ "หมกกะปอมใส่ผักตูบหมูบ"  และ “คั่วเนื้อ”  (วิธีทำและเครื่องปรุงครับ....)

ส่วนใบที่มวนคล้ายยาสูบมวน กินได้ทั้งสดๆ และลวกๆ กินกับน้ำพริก และแจ่ว

ตูบหมูบ มีสรรพคุณทางยา หรือเป็นสมุนไพรด้วย... (อ้างอิงจากนี้ครับ....)




 “ผักตูบหมูบ” ช่างคล้ายกับชีวิตของผม..."ชีวิตที่ตูบหมูบ" เช่นกันในช่วงเวลานี้

ชีวิตที่พอเวลาสามทุ่มกว่าๆ จะนอนหลับเป็นตาย

ไม่สามารถถางตาถึงตีหนึ่งตีสอง...หรือตื่นมาตีสามตีสี่ได้

แต่ก็เป็นชีวิตที่อยากจะนอนก็เพื่อพัก...ไม่ใช่นอนรอความตาย...






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (11)

-สวัสดีครับ

-ตามมาดูผักตูบหมูบครับ

-เมื่อเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสบันทึกเรื่องนี้

-และอาจารย์แม่ไอดินบอกว่าทางอีสานเรียกผักชนิดนี้ว่าผักตูบหมูบ"

-วันก่อนมีโอกาสจึงไดัลองทำเมนูจาก"ผักตูบหมูบ"

-เก็บภาพมาฝากครับ

โอ้ ดีใจจังหมออนามัยเป็นที่สนใจของสังคม

พี่ขอส่งกำลังใจไปให้อย่างยิ่งใหญ่และต่อเนื่องเลยนะ

เชื่อว่าน้องทิมดาบต้องถ่ายทอดได้ดีเยี่ยมเหมือนเขียนบันทึก

ส่วนผักตูบหมูบไม่เคยกินไม่แน่ใจว่าเึคยเห็นหรือเปล่าด้วย

คล้ายๆใบผักตบนะ

คนอีสานและคนเหนือเป็นนักกินผัก จนพี่เองรู้สึกว่าอยู่่ในโฃกแคบมากๆเลย

เดี๋ยวตามไปดูเมนูคุรเพชรน้ำหนึ่ง

ช่วงนี้พี่ก็หลับแต่หัววัน ตื่นสายเหมือนกัน

ออกชุมชนเกือบทุกวันเมื่อยล้าพอสมควรค่ะ

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมมากๆเลยค่ะ"พ่อน้องทิมดาบ" คงเหนื่อยกับการทำสิ่งที่ไม่ชอบนะคะ

แต่ขอให้คิดว่า.. ข้อมูลที่ให้กับวารสารฉบับนั้นๆ จะเป็นครูให้กับผู้อ่าน

เป็นประสบการณ์ในการบอกต่อเรื่องราวดีๆ

อยากไปเที่ยวแล้วค่ะ "ผาหำหด ..ภูหยวก" ขึ้นละบากรึป่าวน้อ

เขียนเมื่อ 

คนทำดี...อย่างไรก็มีคนอยากรู้จัก.....ช่วยกันเผยแพร่นะคะ ชื่นชมค่ะ

เหมือนจะเคยไป ๒๐ กว่าปีก่อน สมัยเรียน ทางขึ้นไม่ไกลจากตัวอำเภอใช่ไหมคะ

เขียนเมื่อ 

เข้ามาเชียร์ขาดใจค่ะ

ก็เป็นคนหนึ่่งค่ะ ที่ชอบเดินป่า เข้าป่า ดูภูเขาค่ะ

ระหว่างทางมีอะไรมากมายที่ได้ดู ได้เห็นค่ะ

แต่ออกจากป่าเมื่อใด ตัวลายพร้อย ไปด้วยขีด ข่วน ยุงกัด แดงไปหมด ก็ยังจะไปค่ะ

ตั้งใจไปปาลาลวันค่ะ แต่จนแล้วจนรอด งานยังไม่เสร็จทิ้งไปไม่ได้ค่ะ

อยากเห็น อยากอ่าน บทสัมภาษณ์ รูปและเรื่องราวในผืนป่า และชีวิตของหมออนามัยผู้ใกล้ชิด

และเป็นที่พึ่งจริงๆ ของชาวบ้านค่ะ

ขอบคุณบันทึกค่ะ คุณพ่อน้องทิมดาบ

เขียนเมื่อ 

นานหลายปีแล้วนะครับ ที่ผมไม่ได้ทานผักตูบหมูบอีกเลย เพราะทางเชียงใหม่ไม่ค่อยมีและไม่นิยมกินกัน

เขียนเมื่อ 

แถวบ้านคุณมะเดื่อเรียก " เปราะหอม " จ้ะ ใช้เป็นสมุนไพรไทยอย่างหนึ่ง


เขียนเมื่อ 

ที่บ้านเรียกใบเปาะเอาไปยำกับปลาทูอร่อยมากๆ

เขียนเมื่อ 

เป็นกำลังใจให้คุณหมอเสมอครับ

แถวอีสานบ้านผม ตูบหมูบ จะเกิดตามหัวไร่ปลายนา บริเวณน้ำท่วมไม่ถึง ตามคันนา ใต้ร่มไม้ เช่น ต้นสะแบง

เขียนเมื่อ 

...คงมีโอกาสได้กินนะคะ...ผักที่มีชื่อแปลกมากๆ ผักตูบหมูบ

หมายเลขบันทึก

542384

เขียน

14 Jul 2013 @ 17:44
()

แก้ไข

14 Jul 2013 @ 18:23
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 22, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก