อ่านหลายรอบ พยายามจับประเด็นหนังสือ วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21 ของ ศาสตราจารย์ นพ. วิจารณ์ พานิช เพื่อนำไปเขียนรายงานการค้นคว้าด้วยตนเองในการเข้าอบรมครูเชี่ยวชาญ
ตื่นตัวกันมากทั้งวงการศึกษาไทย จะทนอยู่เฉยๆได้อย่างไรกัน.....เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การศึกษาเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข ที่อ่านในเล่ม"วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21" ของท่าน ศาสตราจารย์ นพ. วิจารณ์ พานิช

ดังนั้นจึงอยากคาดหวังไว้กับการจัดการศึกษาในอุ้งมือครู และผู้เกี่ยวข้องได้ตระหนักและรีบลงมือ เพื่อใน คศ. 2020 คนไทยจะพบกับความสงบร่มเย็น
ขอนำเอาสาระใจความที่สำคัญในเล่มนี้มาเพียงคำนิยม และคำนำ ของท่านมาแชร์อ่านกันอีกครั้งค่ะ
อ่านคำนิยมของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ท่านกล่าวไว้ว่า...
การศึกษาของไทยถึงทางตันแล้ว เมื่อถึงทางตันไม่เพียงแต่ไปต่อไม่ได้ลำพังการหยุดนิ่งอยู่กับที่แปลว่า ก้าวถอยหลัง นานาประเทศจะแซงหน้าเราขึ้นไป แล้วเยาวชนของเราก็จะอยู่ข้างหลัง ในโลกไร้พรมแดนที่วัดกันด้วยความสามารถในการทำงาน มิใช่วามสามารถในการท่องจำ ก็พอทำนายได้ว่า เยาวชนของเราก็จะได้งานที่ใช้ความสามารถต่ำกว่านานาประเทศความสามารถในการทำงานมิได้ขึ้นกับรู้มากหรือรู้น้อย แต่ขึ้นกับทักษะการเรียนรู้ พร้อมเรียนรู้ ใฝ่เรียนรู้ อยากเรียนรู้ สนุกกับการเรียนรู้เรียนรู้ได้ตลอดเวลาจากทุกสถานที่ มีทักษะชีวิตที่ดีปรับตัวได้ทุกครั้งเมื่อพบอุปสรรค ยืดหยุ่นตัวเองได้ทุกรูปแบบเมื่อพบปัญหาชีวิต นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่แห่งศตวรรษที่ ๒๑เด็กและเยาวชนในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องการทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑เพื่อจะดำรงชีวิตได้ในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งการศึกษาไทยปัจจุบันไม่ได้ให้และให้ไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร เพียงเท่านี้ ...ครูทุกท่านอ่านแล้วจะรู้สึกเหมือนดิฉันไหมว่า " ท่านได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบของครูที่จะต้องรีบขวนขวาย หาความรู้ เพิ่มทักษะกระบวนการสอนที่เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน
ดิฉันอ่านแต่คำนิยมของท่าน ของ ผอ. วิเชียร ไชยบัง โรงเรียนลำปลายมาศ กล่าวว่า
เมื่อองค์ความรู้ของโลกขยายขอบเขตเพิ่มพูนขึ้นแบบเท่าทวีคูณกอปรกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้เหล่านั้นได้ในเวลาเพียงลัดมือเดียว ทำให้ใครหลายคนเชื่อว่า “ครู” กลายเป็นอาชีพที่อาจจะหมดความจำเป็นลงในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ผมกลับไม่เชื่ออย่างนั้น ยิ่งทั้งสองปัจจัยข้างต้นก้าวล่วงไปมากเท่าใด ความจำเป็นที่ต้องมีครูยิ่งมากขึ้น อย่างน้อยก็ด้วยสองเหตุผลนี้ อย่างแรก ความรู้ที่มีอยู่อันมากมายนั้นจะไม่สามารถนำมาใช้ตามความจำเป็นหรือความต้องการได้ทั้งหมด ทั้งนี้เพราะเหตุปัจจัยและบริบทของเหตุการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ความรู้สำหรับแก้ปัญหาของวันพรุ่งนี้จะไม่ใช่ชุดความรู้ที่มีอยู่ เราจึงจำเป็นต้องมีครูที่เก่งในการจัดสรรองค์ประกอบให้ผู้เรียนได้กลายเป็นนักเรียนรู้คือ มีเครื่องมือหรือทักษะจำเป็นต่อการเรียนรู้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสวงหาหรือสร้างองค์ความรู้สดใหม่ขึ้นมาใช้ได้ทันท่วงที ความจำเป็นในการสร้างอารยธรรมมนุษย์ยุคต่อไปจึงตกอยู่ที่มือครูนั่นเพราะ “มนุษย์เท่านั้นที่จะสอนความเป็นมนุษย์ได้” แต่ทั้งหมดนั้นครูเองจำเป็น ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด และเปลี่ยน กระบวนทัศน์ที่เป็นอยู่อย่างสิ้นเชิง
คำนำของท่าน นายแพทย์วิจารณ์ พานิช
ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนเป้าหมายการเรียนรู้ของศิษย์จากเน้นเรียนวิชาเพื่อได้ความรู้ ให้เลยไปสู่การพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อชีวิตในยุคใหม่ย้ำว่า การเรียนรู้ยุคใหม่ต้องเรียนให้เกิดทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ หน้าที่ของครูเพื่อศิษย์จึงต้องเปลี่ยนจากเน้น “สอน” หรือสั่งสอนไปทำหน้าที่จุดประกายความสนใจใฝ่รู้ (inspire) แก่ศิษย์ ให้ศิษย์ได้เรียนจากการลงมือปฏิบัติ (learning by doing) และศิษย์งอกงามทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ นี้จากการลงมือปฏิบัติของตนเป็นทีมร่วมกับเพื่อนนักเรียน เน้นการงอกงามทักษะในการเรียนรู้ และค้นคว้าหาความรู้มากกว่าตัวความรู้ ครูเพื่อศิษย์ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากทำโดดเดี่ยวคนเดียว เป็นทำงานและเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครูเป็นทีมคือ รวมตัวกันเป็น ชร. คศ. นั่นเอง
ขอสรุปและตั้งความหวังกับการทำหน้าที่ครูต่อไปในวันนี้และวันหน้าว่าจะพยายามหาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ต้องทำงานเป็นทีม การจัดการสาระเป็นสาระหลักและสาระรวมที่เน้นทักษะกระบวนการ การปฏิบัติโครงงานที่บูรณาการองค์รวม (ที่จริงก็ทำมาแล้วแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนที่แท้จริง) หวังว่าครูกับชุมชนคงจะมีการทำงานที่สอดคล้องกันต่อไป เพื่อพัฒนาลูกหลานของชุมชนของท่านนะคะ
พยายามทำความเข้าใจกับคำว่า " วิถี " ไม่ใช่ วิธี อยากทำอะไรก็เรียนรู้วิธีทำ วิธีปฏิบัติ แต่ วิถี คือ แนวปฏิบัติ ระเบียบ แบบแผนการทำในแนวทางที่ดี ที่ถูกต้อง น่าเชือถือ ทำได้แล้วต้องยึดไว้ในตนเอง ปฏิบัติต่อๆกันไปอย่างยั่งยืน ดิฉันขอเพิ่มเติมจากท่านผู้รู้ด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ้
ค่ะพี่ครูอิง ที่มาให้กำลังใจ และเยี่ยมมากเลยค่ะ"พัฒนาตนเองอยู่เสมอ" ก็เห็นเช่นนี้ด้วยกับพี่นะคะ นำหน้าเสมอในการเรียนรู้ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากค่ะที่มาให้กำลังใจ อยากเปลี่ยนแปลง แต่บางครั้งก็สะดุดกับระบบระเบียบที่มีอยู่เดิมนะคะ
ศิษย์โชคดี มีคุณครูดี คิด อ่าน วางแผน พัฒนา องค์ความรู้ ใหม่ๆ มาให้นะคะ
ขอบคุณมาก สำหรับบทความดีดีนี้นะคะ
บันทึก "สีสัน" ที่มี "สีสัน" มากมายก๊าบ คุณครูตุ่ม ;)...
เห็นด้วยค่ะ เพื่อประเทศไทยจะอุดมด้วย >> คนดี + คนเก่ง + คนมีความสุข
ความจำเป็น ที่ต้องมีครู ยังมีอยู่ คงไม่ตกงาน เพราะเทคโนโลยี ใหม่ ๆ มา แทนครู...ครูต้องพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ให้มีทักษะ ชีวิตอย่างสมบูรณ์ สวัสดีครับ
จะพยายามกลับมาทำหน้าที่ของครู สว.ครับ
เยี่ยมชมบันทึกดีดี
โลกหมุนไป การศึกษาปรับเปลี่ยนไป
ต้องพัฒนาทั้งตนเองและลูกศิษย์
เป็นงานที่หนักมากคะ เพื่อจะได้ตามทันโลก
ในทุกทิศทาง ขอเป็นกำลังใจคะครู
วันนี้อบรมกลยุทธ์การวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนค่ะ เรียกว่ายุทธศาสตร์ให้ครูอบรมนำไปสร้างเครือข่าย และเผยแพร่เป็นแกนนำประมาณนั้นแหละค่ะ แล้วก็ให้ครูคิดกระบวนการเรียนรู้สู่ผู้เรียนที่เป็นเรื่องทันสมัยเข้ายุคเหตุการณ์และทันกับเด็กในยุคนี้ค่ะ
วันนี้การอบรมเพื่อพัฒนาตนเองของครูที่จะขอเลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญเป็นวันสุดท้ายได้นำเสนอผลงานระดมสมอง
ได้สะกิดใจตรง "วิถี" กับ "วิธี" “มนุษย์เท่านั้นที่จะสอนความเป็นมนุษย์ได้” ยอดเยี่ยมและขอบคุณมากค่ะ
เป็นบทบาทหน้าที่ที่ท้าทายและน่าสนใจมากค่ะ
"หน้าที่ของครูเพื่อศิษย์จึงต้องเปลี่ยนจากเน้น “สอน”หรือสั่งสอนไปทำหน้าที่จุดประกายความสนใจใฝ่รู้ (inspire) แก่ศิษย์ ให้ศิษย์ได้เรียนจากการลงมือปฏิบัติ (learning by doing)และศิษย์งอกงามทักษะเพื่อการดำรงชีวิต"