ดิฉันได้รับการติดต่อจากคุณอาทิตยา วังวนสินธุ์ นิสิตปริญญาเอก หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนเมษายน 2555 ว่าจะทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาเครื่องมือประเมินการดูแลผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้รูปแบบการดูแลโรคเรื้อรังในมุมมองของผู้ให้บริการและผู้รับบริการ” เครื่องมือดังกล่าวนี้จะนำไปใช้ในการประเมินการดูแลผู้เป็นเบาหวานเพื่อการปรับปรุงบริการต่อไป
การสร้างเครื่องมือชุดนี้จะสร้างขึ้นบนนิยามที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ และขอให้ดิฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งในการให้นิยามประเด็นการดูแลผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หลังจากนั้นผู้วิจัยจะนำนิยามที่ได้ไปสร้างข้อคำถามในเครื่องมือประเมินฯ
คุณอาทิตยาบอกว่าจะใช้เทคนิค Nominal group (NGT) เพื่อให้ได้ประเด็นนิยาม โดยผู้เชี่ยวชาญจะเข้าร่วมประชุมเพื่อการอภิปรายประเด็นนิยาม 1 ครั้งใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงและลงความเห็นด้วยตนเองโดยการให้คะแนน กำหนดวันเวลาการประชุมคือวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 เวลา 09.00-12.00 น. ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง
คุณอาทิตยาส่งเอกสารโครงร่างวิทยานิพนธ์ เอกสารชี้แจงวิธีการขั้นตอนการอภิปรายกลุ่ม และข้อความประเด็นนิยามฯ ที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม มาให้ศึกษาก่อนล่วงหน้า
ดิฉันอ่านโครงร่างวิทยานิพนธ์ของคุณอาทิตยาด้วยความสนใจ พบว่ามีการ review เรื่องของ Chronic Care Model อย่างละเอียด ตั้งแต่ CCM ของ Wagner, Expanded CCM และ ICC Framework ของ WHO อ่านแล้วรู้เรื่องเข้าใจ รู้จุดแข็งและข้อจำกัดของแต่ละโมเดล ส่วนขั้นตอนในการประชุมอ่านแล้วยังไม่รู้ชัดนักเพราะไม่เคยศึกษาวิธีการนี้มาก่อน แต่รู้สึกว่าเป็นขั้นตอนที่น่าจะดีกว่าสร้างเครื่องมือเสร็จแล้วเอามาให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทีหลัง
พอถึงวันประชุมมีทีมเพื่อน ๆ นิสิตปริญญาเอกของคุณอาทิตยามาช่วยกันทำงาน ทีมผู้เชี่ยวชาญที่มาประชุมถ้านับไม่ผิดมี 11 คน ที่ดิฉันคุ้นเคยอยู่แล้วก็มี นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ อ้อเล็ก รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์ อ้อใหญ่ เปรมสุรีณ์ แสนสม ที่มาพร้อมกับ นพ.วีรทรรศน์ เกื้อกูล และผู้เป็นเบาหวาน ที่เดินทางจากพิษณุโลก ตั้งแต่ 03.00 น.
|
จากซ้าย คุณอาทิตยา หมอ ป. ดิฉัน และคุณมอญ
|
เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันผ่าน GotoKnow แล้วคือหมอ ป. พญ.ปัทมา โกมุทบุตร จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังมีทีมจากจังหวัดสุโขทัย คือคุณมอญ จากสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย คุณพยาบาลที่มาในฐานะคนทำงาน (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) และ นพ. ภาณุวัฒน์ ปานเกตุ ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
ผู้เชี่ยวชาญอีกท่านคือ พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่สามารถมาประชุมในวันนี้ได้ แต่ได้ให้คุณอาทิตยาเข้าพบแล้วก่อนหน้านี้
การประชุมเริ่มต้นตรงตามเวลาที่นัดหมาย คุณอาทิตยาแนะนำตัวเอง ทีมช่วยงาน และผู้เข้าประชุมทุกคน สรุปแนวคิดและที่มาของการทำวิจัยเรื่องนี้ บอกขั้นตอนการหาฉันทามติว่าเป็นขั้นตอนแรกของการสร้างเครื่องมือ มีทั้งหมด 8 ขั้นตอน เวลาที่จะใช้ในแต่ละองค์ประกอบ ถ้านิยามที่ได้มีความตรง เครื่องมือจะมีความตรงสูง…ขออนุญาตผู้เข้าประชุมบันทึกภาพและเสียงเพื่อผู้วิจัยจะเอากลับไปทบทวนซ้ำ ให้ผู้เข้าประชุมอ่าน Consent form และลงชื่อแสดงความยินยอม
|
วงประชุมในโต๊ะรูปตัว U
|
ประเด็นที่นำมาหาฉันทามติในการนิยามในวันนี้คือองค์ประกอบ 6 เรื่องใน Expanded CCM ก่อนที่จะดำเนินการไปตามขั้นตอนที่กำหนด เราได้ทำความเข้าใจให้ตรงกันในเรื่องโมเดล CCM ที่ใช้ มุมมองที่จะให้คำนิยามว่าเป็นมุมมองในระดับใด นิยามควรเป็นอย่างไร จะให้ใช้คำนิยามที่เขียนมาหรือกำหนดใหม่ Clarify การจัดองค์ประกอบโมเดล
เวลา 3 ชั่วโมงสำหรับการให้คำนิยาม 6 ประกอบ ดูจะน้อยเกินไป เพราะแม้จะมีการปรับวิธีการทำงานเพื่อกระชับเวลาแล้ว เราก็ยังทำได้เฉพาะการให้คำนิยามตัวองค์ประกอบ กำหนด keywords ในแต่ละองค์ประกอบ ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย และอภิปราย กว่าจะแล้วเสร็จก็เวลา 12.20 น. แล้ว ยังไม่ได้ ranking
คุณอาทิตยาจะนำข้อมูลที่ได้ไปทบทวน สรุป และส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและ rank ทาง email ยังมีงานที่คุณอาทิตยาจะต้องทำอีกมากกว่าจะได้เครื่องมือที่ต้องการ
|
ภาพหมู่ หลังจบการประชุม
|
ดิฉัน AAR กับตัวเองหลังการประชุมครั้งนี้ว่าได้เรียนรู้เทคนิควิธีการสร้างเครื่องมือที่ดีมากวิธีหนึ่ง มีความคิดที่จะเผยแพร่เครื่องมือชุดนี้ให้เครือข่ายเบาหวานและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเอาไปใช้ต่อ หากจะจัดการประชุมแบบนี้อีกควรจะต้องมีเวลาให้มากกว่านี้ อย่างน้อยควรจะเป็น 1 วัน และควรมีกิจกรรมสร้างบรรยากาศการประชุมให้ทุกคนรู้สึกเป็นกันเอง มีอิสระที่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นอย่างไม่ต้องกังวลเรื่องผิดหรือถูก
และสุดท้ายขอชื่นชมการทำงานของคุณอาทิตยาและเพื่อน ๆ นิสิตปริญญาเอก รู้สึกภูมิใจแทนคณะสาธารณสุขศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร
วัลลา ตันตโยทัย
ขอขอบคุณและให้กำลังใจ คุณอาทิตยา ในวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ค่ะ ที่ทำให้ได้พบ ได้เรียนรู้จากท่าน ผศ.ดร.วัลลา และผู้ทรงคุณวุฒิ ประทับใจบุคลิก อาจารย์วัลลา ที่มีทั้งความลุ่มลึกและเชื่อมโยง ช่วยให้กระบวนการขับเคลื่อนอย่างมีพลังบวกค่ะ ... เห็นด้วยกับท่านว่า เวลา 3 ชั่วโมงสำหรับ 6 ประเด็นที่คำตอบเป็นนามธรรม ค่อนข้างน้อยไป ประเด็นแรก ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง เพราะต้องทำความเข้าใจ scope กันพอสมควร แต่คุณอาทิตยาและคณะ ก็แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างน่าชื่นชมค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์วัลลา และอ.หมอ ป.มากค่ะ และขอบพระคุณท่านผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่อาจารย์วัลลากล่าวถึง ทุกท่านช่วยให้กระบวนการดำเนินไปได้ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดยังต้องดำเนินการต่อ สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ ทุกท่านที่มาเป็นผู้ที่สนใจและทำงานเกี่ยวกับเบาหวาน ตามหลักการเลือกคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญ กำหนดไว้ว่าต้องเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเบาหวาน วันนี้ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมต่างคนต่างมีคุณสมบัติเฉพาะทั้งในระดับนโยบาย ระดับวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และมีผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เห็นภาพว่าทุกท่านมุ่งมั่น ตั้งใจแสดงความเห็นอย่างสร้างสรร ไม่มีการ dominant กัน มีเป้าหมายเดียวกันคือร่วมแสดงความเห็นว่านิยามแต่ละองค์ประกอบตามบริบทไทยเราควรเป็นอย่างไร อย่างตั้งใจ ประทับใจในความกรุณาของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านค่ะ
ความดีของโครงร่างวิทยานิพนธ์ ขอยกนิ้วให้ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ท่านคณบดี คณสาธารณสุขศาสตร์ ม.นเรศวร ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และรศ.ดร.ดวงฤดี ลาศุขะ จากคณะพยาบาลศาสตร์ มช. อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม ที่ร่วมขัดเกลาวิทยานิพนธ์นี้
ขอบคุณทีมงาน น้อง ป.เอก คุณรัตน์สุดา ทนันปา คุณจักรพันธ์ เพชรภูมิ คุณวันเพ๊ญ ยอดคง ที่ช่วยกันเสมือนเป็นงานของตัวเอง ขอบคุณคุณสามี คุณณรงค์ วังวนสินธุ์ ที่เป็นธุระให้ทุกอย่างแยงช่วยบันทึกภาพด้วย
ขอบคุณ อ.หมอ ป.คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดกระบวนการ NGT นำมาใช้อย่างได้ผล สุดท้าย dynamic นำพาให้เกิดผลที่เราคาดหวังอย่างที่อาจารย์บอกไว้
ถือว่าเป็นโอกาส เป็นเกียรติในชีวิตที่ได้เจอผู้เชี่ยวชาญเบาหวานทุกๆท่าน ขอบคุณค่ะ
ขอบพระคุณพี่ๆ และน้องสาวที่ให้โอกาสร่วมเรียนรู้....ได้ความรู้ ได้สุนทรียสนทนาทั้งกับทีมงานและครูบาอาจารย์จนเกิดเป็นปัญญา ได้เครือข่ายการทำงานที่ขยายกว้างออกไป (อีก) และที่สำคัญได้มิตรภาพที่ท่วมท้น
บทเรียน (ชีวิต)
ผู้ทรงคุณวุฒิในระดับประเทศ (ที่แม้จะพบกันในครั้งแรก) มีความเมตตาและเข้าถึงได้ง่าย (กว่าที่คิด) ...และท่านเหล่านั้นไม่ได้มาในฐานะของผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น แต่มาในฐานะ "ครู" ด้วย
ความไหลลื่นของกระบวนการ....ส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมความพร้อมที่ดี แต่ส่วนสำคัญ! กลับอยู่ที่ความเท่าทันการเปลี่ยนแปลง (คือมีจินตการล่วงหน้าในเวลาฉับพลัน) โดยมีความยืดหยุ่นในระบบคิดเพื่อให้เกิดความไว (พอ) ที่จะ"สร้างสรรค์"การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้สามารถปรับกระบวนการให้เข้าสู่ภาวะสมดุลใหม่อย่างรวดเร็ว
ทุกๆเทคนิคล้วนมี core of value ดังนั้นความอิสระของการออกแบบจึงดำเนินไปได้อย่างไม่จำกัดหากยังสามารถดำรงไว้ซึ่งคุณค่าที่แท้จริง อย่าเสียเวลากับ 1 2 3....... (มากนัก)
เป้าหมายร่วม ภาระหน้าที่ที่ชัดเจน และมิตรภาพเชิงลึกของทีมงานนี้ช่างสำคัญนัก :)
ยินดีที่ได้รู้จักหมอ ป. ดีใจที่หมอหนุ่มสาวสนใจทำงานเรื่องการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังและมองกว้างกว่าเรื่องการรักษา
ลืมบอกไปว่าเพื่อน ๆ นิสิตปริญญาเอกชื่นชมว่าคุณอาทิตยาเป็นคนที่ทำงานละเอียด และ นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ ก็ชื่นชมด้วยว่า review literature มาได้ดีมากและเห็นพ้องว่าเป็นคนทำงานละเอียดจริง เพราะโครงร่างวิทยานิพนธ์และงานที่ส่งมาให้อ่านล่วงหน้า แทบจะไม่มีคำผิดเลย
ขอเป็นกำลังใจให้คุณอาทิตยาทำงานได้ประสบความสำเร็จ
วัลลา
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ จะพยายามให้ผลงานนี้เป็นสิ่งที่มีค่า ที่สามารถนำไปเป็นเครื่องมือหนึ่งที่เสริมให้การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิตยา
ขอบคุณ คุณจักรพันธ์ที่ช่วยให้งานไหลลื่น ดีใจที่นอกจากเหนื่อยแล้วยังได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นค่ะ
NGT เป็นกระบวนการ consensusที่นิยมใช้ในวงการแพทย์และสาธารณสุข ที่ใช้วิธีการทั้งคุณภาพและปริมาณ เหตุผลในการใช้เนื่องจากวิธีการการอื่น เช่น focus group ควบคุมการ dominant กันยาก วิธีการ delphi ผู้เชี่ยวชาญไม่เจอกัน ป้องกันการ dominant ได้ แต่ขาดโอกาสในการพูดการอธิบายความคิดเห็นให้ผู้อื่นเข้าใจ วิธีการ NGT จึงไปแก้ปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ในช่วง disscusion ก็อาจมีการdominant กันบ้าง ขึ้นอยู้กับ facilitator ที่ต้องแก้ไขความขัดแย้งอย่างบัวไม่ให่ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น โดยเสนอว่าให้ตัดสินว่า ความเห็นที่ขัดแย้งทั้งสองจะยังคงไว้ แต่จะให้ลงความเห็นโดยการ vote แล้วกัน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านเห็นด้วยกันความคิดเห็นใดมาก เนื่องจากเป็นการ vote by individual การ vote ก็เป็นการป้องกัน dominant เนื่องจากตัดสินใจจากการฟังและทบทวนความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทุกท่านแล้วสรุปผลการตัดสินใจของตนเองโดยการ vote จึงเป็นการผสมผสานทั้งวิธีการเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในเทคนิคเดียวกัน
ขออนุญาต อ.หมอ ป.นำการเขียน NGT ที่อาจารย์เคยเขียนไว้ใน blog gotoknow ชัดเจนและน่าสนใจมาให้ท่านที่สนใจใช้เทคนิคนี้ ดังนี้
์์Nominal Group Technique เป็นเทคนิคการหา consensus ที่ป้องกัน dominant ดังที่เกิดใน focus groups แต่ก็ยังให้โอกาสชี้แจงทำความเข้าใจ ซึ่งขาดไปในวิธี Delphi วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดี แห่งการปิดฉาก การเป็นนักเรียนหลักสูตร APHN palliative care (อย่างน้อยก็ชั่วคราว) หลังจากได้ส่ง assignment ชิ้นสุดท้ายคือ Practicum paper ที่ติดค้างอาจารย์มายาวนาน..นับจากวันที่ได้รับ comment ให้มาแก้..เมื่อเห็นสีแดงพรึบ ฉันก็มีปฎิกริยาตั้งแต่ denial (มองผ่านๆ แต่ไม่กล้าอ่าน)..anger (ทำไมอาจารย์เข้มจัง!)...bargain(เอาไว้ก่อนน่า ตอนนี้ยังไม่มีเวลา)..depression (ไม่ไหวแล้ววว) และ acceptance (เอาเถอะทำเท่าที่ทำได้ไปละกัน) ในที่สุด
หัวข้อที่ส่งคือ "How to efficient discuss goal of care with terminal illness patient's family? A modified nominal group technique in palliative care team." โดยเป็นการหา consensus เรื่อง priority ของคำพูด ที่ทีมรักษาควรบอกกับญาติของผู้ป่วยระยะสุดท้ายในการหา goal of care โดยเฉพาะในระยะเวลาอันจำกัด... ข้อบกพร่องในตอนแรก ก็คือ review liturature เฉพาะ Nominal Group technique (NGT) เท่านั้น ซึ่งที่สมบูรณ์ ควรเปรียบเทียบกับวิธีการหา consensus แบบอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ตอบคำถามว่า ทำไมถึงเลือก NGT มาใช้ในการศึกษานี้... บอกตามตรง..ฉันมีพื้นความรู้เกี่ยวกับ Qualitative research ในระดับ 3/10 เท่านั้นเอง
ดังนั้นจึงขอเอาตามที่เข้าใจจาก review มาแชร์ เผื่อท่านใดช่วยเพิ่มเติม ได้คะ Group technique ในการให้ได้ Consensus ที่รู้จักกันดี มี 4 อย่างใหญ่ๆ คือ โดยแต่ละเทคนิค ให้น้ำหนักคุณค่าของผลลัพธ์ด้าน ปฎิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (social interaction) หรือ การให้ได้ข้อสรุป (consensus) ต่างกัน
Social interaction Consensus
1. Brainstorming +++ +
2. Focus groups ++ ++
3. Nominal Group technique + +++
4.Delphi technique - ++++
Brainstorming : ตัวอย่าง น่าจะเป็นกิจกรรมกลุ่ม group discussion ที่ไม่จำเป็นต้องมี facilitator ก็ได้ สมาชิกกลุ่มสามารถแสดง idea กันได้เต็มที่ ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจกันไปก็ไม่มีปัญหา โดยไม่เคร่งเครียดเรื่องให้ได้ผลสรุปมากนัก
Focus group : เป็นลัำกษณะมีแบบแผนขึ้นมา สมาชิกกลุ่มมักมี 8-12 คนภายใต้การดูแลของ modurator ให้การ discuss อยู่ในประเด็นที่ต้องการ เนื่องจากมี dynamic สูง รวมทั้งอาจมี dominant (เช่น คนที่มีตำแหน่งวิชาการสูงกว่า) การทำ focus group ไม่ให้เกิด "false consensus" ต้องอาศัยความสามารถของ modurator อย่างมาก
Delphi technique : เป็นวิธีการที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องของ consensus สูงสุด คำว่า Delphi มาจาก Oracles of Delphi ซึ่งเป็นสถานที่ในการพยากรณ์อนาคตของชาวกรีก กลุ่มที่เข้าร่วมมักเป็นระดับ Expert ตัวจริง ที่อาจอยู่ไกล ติดต่อกันยาก ทั้งจึงไม่สามารถมาพบกันแบบ face to face ได้ทั้งหมด
ดังนั้นจึงต้องมีคณะพิจารณา (panel) เป็นผู้ส่งแบบสอบถามไปยังเหล่า Expert ด้วยไปรษณีย์ เมื่อได้ตอบรับรอบแรก panel ก็จะพิจารณาปรับแบบสอบถามใหม่ แล้วส่งให้ Expert ตอบใหม่ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนได้ consensus ออกมา
์Nominal Group Technique : มาถึงพระเอกของเราในงานนี้..ที่นักคิดนาม Van de Van and Delbecq คิดขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหา dominant ที่เกิดกับ focus group และเพื่อแก้ปัญหา การขาดโอกาสพูดอธิบาย สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยสิ้นเชิง ที่เกิดกับ Delphi
Nominal Group Technique มีระเบียบขั้นตอนที่ค่อนข้างชัดเจน ประกอบด้วย
1. Introduction เป็นช่วงที่ modurator แนะนำกฎ กติกา มารยาท ในการเข้ากลุ่ม
รวมทั้งอธิบาย คำถามให้ชัดเจน...ตรงจุดนี้สำคัญมาก เพราะ Delbecq กล่าวไว้ว่า
NGT เปรียบเสมือนกล้องจุลทรรศน์..หากโฟกัสประเด็นคำถามไม่ถูกจุด ไม่ชัด ก็จะ
หลงไปเลย
2. Silent generating ให้เวลาผู้เข้ากลุ่ม มีเวลาเขียน idea เพื่อตอบคำถามของใครของมัน ห้ามลอกกัน คล้ายทำข้อสอบอัตนัย
3. Listing of ideas " Round robin basis" โดยให้ผู้เข้ากลุ่มแต่ละคน เสนอ idea
ของตนเองมา 1 อย่างในแต่ละรอบ modurator จะจดไว้บนกระดาน
แล้ววนไปคนอื่นกันไปเรื่อยๆ ระหว่างที่ใครกำลังเสนอ idea ของเขานั้นห้ามผู้อื่น
วิพากษ์วิจารณ์ออกมา ข้อนี้เองที่ลดการ dominant และช่วยสร้าง พื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความเห็น
4. Discussion the ideas เมื่อ idea ทั้งหมดได้รับการจดบนกระดานหมดแล้ว จึงจะเปิดโอกาสให้ ผู้เข้าร่วมกลุ่ม สามารถอภิปรายได้ โดยไล่จาก idea ทีละข้อๆ ไป
5. Ranking to select top ten idea หากความเห็นมีจำนวนมาก ก็ต้องคัดเลือกก่อนนำไปจัด top-ten priority คล้ายประกวดนางงามที่ต้องคัด ผู้เข้ารอบก่อน
6. Voting the top ten : วิธีการให้คะแนน และ vote นั้น คือ หาก idea ใดที่ผู้ให้คะแนนเห็นว่าสำคัญที่สุด ก็ให้คะแนนเต็ม 10 ส่วนข้ออื่นๆ ก็ให้ลดหลั่นกันลงมา
โดยหลักการ Nominal Group Technique ที่สมบูรณ์จะใช้เวลารวมกลุ่มประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง โดยช่วง discussion กับ ranking ควรให้เวลาไม่ต่ำกว่า 30-45 นาที..เหตุนี้เมื่อฉันนำไปใช้กับ Practicum ในช่วงก่อน morning round จึงต้อง "modified" ให้กระบวนการทั้งหมดไม่เกิน 30 นาที..แต่ผลตอบรับจาก ผู้เข้าร่วมกลุ่มก็เป็นไปด้วยดี
รายละเอียดเกี่ยวกับ NGT สามารถอ่านได้ที่นี่คะ
Gallagher M, Hares T, Spencer J, Bradshaw C and Webb I. The nominal group technique: a research tool for general practice? Family Practice 1993; 10: 76-81
หากอยากอ่านเพิ่ม Van de Van, A. and Dellbecq, A.L. (1972). The nominal group as a research instrument
และ Dellbecq, A.L.,Van de Van, A.,Gustafson D.H.(1986). Group techniques for program planing: a guide to nominal group and delphi processes. มีรายละเอียด วิธีการ ชัดเจนดีค่ะ
to Ms.Artittaya thank for every thing .I hope you achieve and help everyone for this disease.