สวัสดีครับชาว Blog
ผมได้รับเกียรติอย่างสูงจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติให้ทำงานต่อเนื่องในเรื่องการพัฒนาบุคลากรของสำนักข่าวกรอง หลักสูตร“พัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติสำหรับบุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติระดับ 6-7” รุ่น 2 หรือ Talented Capital Development Program หลักสูตรประมาณ 80 ชั่วโมง ซึ่งมีกำหนดการจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน – 24 พฤศจิกายน 2553
ผมรู้สึกชื่นชมที่ผู้นำ / ผู้บริหารของสำนักข่าวกรองฯ นำโดย ท่านสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เห็นคุณค่าในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ และให้การสนับสนุนผลักดันให้เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง การทำงานในครั้งนี้นับว่าเป็นงานที่ต่อเนื่อง ครั้งที่ 5 แล้ว เริ่มจาก..
- ครั้งที่ 1 การบรรยายเรื่อง HR for Non-HR ให้แก่ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการส่วน และข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ จำนวน 41 คน (วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องประชุม สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ)
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/241167
- ครั้งที่ 2 หลักสูตรพัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ
สำหรับบุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติระดับ 6-7 รุ่นที่ 1
(Talented Capital Development Program) ระหว่างวันที่ 5 – 27 พฤศจิกายน 2552 (http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/310964)
- ครั้งที่ 3 "พัฒนาภาวะผู้นำ" ระดับผู้อำนวยการส่วน / หัวหน้าฝ่ายอาวุโสระดับ 7 – 8 ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จำนวน 45 คน โดยจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้รวม 18 ชั่วโมง (วันที่ 4 – 9 กุมภาพันธ์ 2553)
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/333589
- ครั้งที่ 4 (ต่อยอดการเรียนรู้สำหรับ Talent รุ่น 1) “Knowledge Auditing: How?.. Why?.. Execution & Success 2 - 4 สิงหาคม 2553 ณ ศูนย์ฝึกอบรมฯ ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
http://gotoknow.org/blog/chiraacademy/380480
- และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 หลักสูตรพัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติ
สำหรับบุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติระดับ 6-7 รุ่นที่ 2
(Talented Capital Development Program) ระหว่างวันที่ 3 – 24 พฤศจิกายน 2553
ที่ผ่านมาผมรู้สึกประทับใจลูกศิษย์ของผมทุกรุ่นที่นี่ บุคลากรของสำนักข่าวกรองฯ มีศักยภาพ ความรู้ความสามารถมาก มีความตื่นตัวในการแสวงหาความรู้ ใผ่รู้ และพร้อมที่จะเปิดรับความคิดใหม่ ๆ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งน่าภาคภูมิใจแทนคนไทยทุกคนครับ อย่างน้อยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เรายังมีข้าราชการที่มีประสิทธิภาพและมีจุดยืนเพื่อประโยชน์ของประเทศ
สุดท้ายผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกศิษย์ของผมรุ่นนี้ก็คงจะไม่แพ้ทุกรุ่นที่ผ่านมา เราคงจะได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาให้สำนักข่าวกรองฯ ขับเคลื่อนผลงานที่เป็นเลิศสู่สังคมไทย..ผมขอเป็นกำลังใจ และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศ







สวัสดีค่ะอาจารย์
หลักสูตรน่าสนใจมากค่ะ แต่ไม่ได้ทำงานของสำนักข่าวกรอง มีโอกาสจะแวะมาอ่านอีกนะค่ะ ขอบคุณค่ะ
แนวคิดที่ได้จากการอ่านบทความ Xi jinping
1. การปลูกฝังภาวะผู้นำประเทศ ต้องใช้เวลา และมีความต่อเนื่อง เช่น การเป็นลูกหลานของผู้นำในอดีต ซึ่งจะช่วยให้ผู้นำรุ่นใหม่มีความจงรักภักดีต่อระบบการปกครอง
2. การปลูกฝังภาวะผู้นำ ซึ่งหมายถึงการศึกษา ควรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมโลก เช่น Xi jinping จะต้องเก่งเรื่องประชาธิปไตยที่โลกต้องการ และมีสิทธิมนุษยนชนมากขึ้น
3. ระบบการปกครองที่เป็นพรรคเดียวอาจทำให้เกิดการรวมอำนาจ ไม่มีกลุ่มใดคัดค้านหรือถ่วงดุลอำนาจเหมือนประเทศไทย
บทเรียนที่จะนำมาใช้กับสำนักข่าวกรองฯ
1. การปลูกฝังภาวะผู้นำของสำนักข่าวกรองฯ ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และคงต้องใช้บุคคลที่ทำงานกับสำนักข่าวกรองมาระยะเวลานาน เพื่อให้มีความรู้สึกผูกพันกับองค์กร
2. ผู้นำรุ่นใหม่ของสขช.ต้องมีทัศนคติ วิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน เช่น อาจจะมาจากสาขาวิชาที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องจบจากด้านการปกครองอย่างเดียว
อ่านบทความนี้แล้วได้อะไร
1. ได้รู้ถึงแนวคิดการวางแผนการบริหารประเทศอย่างเป็นระบบมีการกำหนดผู้นำอย่างชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอนของประเทศจีน แม้ประเทศจีนจะเป็นประเทศที่ใช้ระบบการปกครองแบบสังคมนิยม ซึ่งตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ปกครองแบบประชาธิปไตยแต่ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นขั้นตอนเหมือนจีน แต่มุ่งหวังผลประโยชน์เป็นหลัก
2. จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อพัฒนาประเทศ ให้โลกยอมรับและมีสิทธิมนุษยชนมากขึ้น รวมทั้งดูแลการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจไปทุกภูมิภาคไม่ เหลื่อมล้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการที่จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ เนื่องจากผู้นำมีวิสัยทัศน์ มองการไกลและมีการวางแผนล่วงหน้า
จากบทความนี้นำมาวิเคราะห์การสร้างผู้นำใน สขช.ได้อย่างไร
การให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ในองค์กร มีการพัฒนาให้ความรู้กับบุคลากร และจัดอบรมหลักสูตรที่ตรงกับบุคลากรในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับในหลักสูตร Talent รุ่น 1 และรุ่น 2 และหลักสูตรภาวะผู้นำต่าง ๆ ที่ทาง สขช.จัดอบรมให้ จนท.ก็เป็นการพัฒนาบุคลากรและสร้างทุนทางความรู้ ซึ่งเป็นเป็นการเริ่มต้นในการวางแผนการสร้างผู้นำของ สขช.ต่อไปใน โดยการเห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคลของผู้นำในยุคปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการอบรมไม่ได้จัดอบรมให้เพียงระดับสูงเท่านั้นแต่ยังจัดอบรมให้กับ จนท.ระดับปฏิบัติและจะพัฒนาเป็นผู้นำในอนาคตด้วย ในลักษณะกระจายอำนาจ กระจายความรับผิดชอบ ให้ผู้นำทุกรุ่นมีภารกิจความรับผิดชอบของตนเอง ทำให้ จนท.ที่เข้ารับการอบรมเกิดขวัญกำลังใจที่ผู้นำเห็นความสำคัญ
--------------------------------------
(นุชนารถ)
จากบทความเรื่อง X jinping แล้วทำให้รู้ว่า
1) ระบบพรรคการเมืองของจีน มีจุดดีและจุดด้อย ซึ่งหากเลือกผู้นำมีความรู้
ความสามารถ และมีคุณธรรมจะทำให้ประเทศพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง แต่จุดด้อยคือขาดเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่จะทำให้ประเทศมีความมั่นคงทางการเมืองสูง
2) ระบบพรรคการเมืองของจีนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การทำประเทศเข้าสู่ 1 ประเทศ 2 ระบบ เพื่อนำประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก เป็นก้าวเข้าสู่โลกภายนอก รวมทั้งการนำประชาธิปไตยมาปรับใช้ให้เข้ากับสังคมแบบจีน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมเศรษฐกิจ
3) การพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้ความรู้ความพร้อมในการเป็นผู้นำรุ่นต่อไป
จากบทความดังกล่าว สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ สขช.ได้กล่าวคือ การพัฒนาองค์กร จะต้องมีการวางแผน การเตรียมความพร้อม การปรับเปลี่ยนทัศนคติ รวมทั้งประยุกต์การทำงานให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบด้านเพื่อพัฒนาทั้งตัวบุคคลและองค์กรไปพร้อมๆ กัน การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ขององค์กรต้องสร้างทั้งคนเก่งและคนดีให้อยู่คนเดียวกัน
------------------------
มาลินี
แนวคิดที่ได้จากการอ่านบทความ Xi Jinping
จีนมีการวางแผนกำหนดตัวผู้นำไว้ล่วงหน้าเพื่อนำประเทศไปสู่ความสำเร็จ มีความมั่นคงทางการเมือง กำหนดคุณสมบัติผู้ที่เป็นผู้นำ สาขาวิชาและอาชีพที่สำคัญในอนาคต ทำให้ประชาชนจีนสามารถวางแผนอนาคตของลูกหลาน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นนโยบายที่ดีที่ทำให้ประชากรจีนสามารถกำหนดเป้าหมายในชีวิตของตนเองและครอบครัวได้ เมื่อหันมาดูปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในบ้านเราขณะนี้ เห็นได้ว่าไม่ได้มีการวางแผนเตรียมรับปัญหา ผู้นำท้องถิ่นไม่เป็นผู้นำในการแก้ปัญหา ระดับท้องถิ่นควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยหันมาศึกษาวิชาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นความจริง และกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม
แนวคิดจากบทความฯ นำมาวิเคราะห์การสร้างผู้นำในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.)
1. การวางแผนอนาคตด้านบุคลากรของ สขช. ควรมีการกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการกำหนดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำในอนาคต และวางแผนระยะยาวเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
2. การพัฒนาทุนมนุษย์ของ สขช. ควรกำหนดหลักสูตรที่เน้นความจริง ตรงประเด็น
สอดคล้องกับเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม และทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่
จากการอ่านบทความวิเคราะห์เกี่ยวกับผู้นำจีน Xi jinping ทำให้ได้มุมมองและข้อคิดที่น่าสนใจและมีความสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนกำหนดตัวผู้นำของประเทศ ทั้งนี้ การเลือกผู้นำของจีนแต่ละยุคแต่ละสมัยสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนของเป้าหมายด้านความมั่นคงของประเทศ และคุณสมบัติผู้นำที่ต้องการ สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวผู้นำที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ และเมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำแล้วจะสามารถนำประเทศให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
จากแนวคิดนี้น่าจะได้นำมาปรับใช้กับการวางแผนกำหนดตัวผู้นำขององค์กรในอนาคต ซึ่งการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กรเกี่ยวกับการวางแผนกำลังคน และการเตรียมพร้อมสร้างและพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ขององค์กรในอนาคตจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มจากการมองเป้าหมายในอนาคตว่าเราต้องการให้องค์กรของเราเป็นเช่นไร และผู้นำของเราควรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ควรต้องมีการจัดทำแผนการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาด้านความรู้ทักษะความสามารถรอบด้านเกี่ยวกับภารกิจหลักขององค์กร การพัฒนาภาวะผู้นำ ทักษะการบริหารในทุกด้าน และสิ่งที่สำคัญที่ต้องมีควบคู่กันไปคือคุณธรรมและจริยธรรม
1. จีนมีการวางแผนเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะการกำหนดตัวผู้นำของประเทศในระยะยาว ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะมีคุณธรรม และมีความรู้ความสามารถดีจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง
2. ผู้นำของจีนในแต่ละรุ่นจะมีความสามารถแตกต่างกันไป ผู้นำในรุ่นแรกๆ จะเน้นการด้านปกครองเป็นส่วนใหญ่ ผู้นำในรุ่นหลังๆ จะเน้นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ พัฒนาด้านการปกครอง การติดต่อกับประชาคมโลก จะให้ความสำคัญกับระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยและ สิทธิมนุษยชน เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับของประเทศอื่นๆ
3. การเลือกผู้นำของจีนจะเป็นแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จจากพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งถ้าได้ผู้นำที่ไม่ดีก็จะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง
4. ประเทศไทยยังไม่มีแผนระยะยาวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆ ซึ่งถ้าเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และนำหลักการวางแผนระยะยาวอย่างประเทศจีนมาใช้ ประเทศไทยก็จะพัฒนาได้เร็วและก้าวไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว
การสร้างผู้นำในข่าวกรองต้องยึดหลัก กำหนดตัวบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม โดยบุคคลดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในภาวะผู้นำและหลักการบริหารงานบุคคลเป็นอย่างดี แต่การเป็นผู้นำในสำนักข่าวกรองยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่เป็นตัวกำหนด ปัจจัยที่สำคัญคือ ปัจจัยจากนักการเมือง
1.สิ่งที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้
ได้เห็นจุดเด่นด้านการวางนโยบายผู้นำของจีน โดยจีนกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งเอาไว้ชัดเจน กำหนดตัวบุคคลที่ จะขึ้นมาเป็นผู้นำไว้ล่วงหน้า ประเด็นที่น่าสนใจ คือ 1) เมื่อกำหนดตัวผู้นำไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็เป็นไปตามนั้นเสมอ ไม่มีพลิกล็อก 2) จีนกำหนดตัวผู้นำได้ได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายรุ่น โดย Xi Jinping เป็นผู้นำรุ่นที่ 5 แล้ว 3) ผู้นำจีนแต่ละรุ่นจะมีความรู้ความสามารถในการนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าตามสภาวะแวดล้อมของยุคสมัยนั้นๆ ซึ่งระยะหลังจะเห็นได้ว่าจีนหันมาเน้นบทบาทสู่โลกภายนอกที่เน้นด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เห็นได้จากผู้นำจีนรุ่นหลังๆ มักมีพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเงิน การบริหารธุรกิจ
2. จะนำมาปรับใช้กับการวางตัวผู้นำขององค์กรได้อย่างไร
- องค์กรควรมองแผนยุทธศาสตร์ในระยะยาวว่าผู้นำองค์กรรุ่นต่อๆ ไปควรจะต้องมีความรู้ความสามารถในสาขาใดบ้าง ที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการบริหารองค์กร โดยประเมินว่าโลกในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และวางแนวทางการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรตามแนวทางดังกล่าว นอกจากนี้ กระบวนการคัดสรรเป็นไปอย่างมีระบบเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและคุณธรรมมาเป็นผู้นำ
จากบทความเกี่ยวกับ Xi jinping ผู้นำประเทศของจีน ทำให้ทราบว่า 1) การวางแผนระยะยาวและการเตรียมการอย่างเป็นขั้นตอน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนได้ผู้นำที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญ จนสามารถนำจีนไปสู่การพัฒนาทุกๆ ด้านอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถผลักดันให้จีนมีอิทธิพลอย่างมากในเวทีโลกและกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต 2) การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องมีทั้งความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม ซึ่งเป็นหลักประกันที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาความแตกแยกในประเทศ 3) การกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างศักยภาพของทุนมนุษย์อย่างรอบด้าน
สำหรับการสร้างผู้นำใน สขช. จำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่จะเป็นผู้บริหารสูงสุด มีการกำหนดตัวบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในทางการข่าว ควบคู่กับการเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำที่ทรงความรู้และมีคุณธรรม เพื่อเตรียมการสร้างผู้นำ นอกจากนี้ ผู้นำของ สขช.ต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ทั้งในด้านการข่าวกรองและด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคคลากรโดยรวมขององค์กร และใช้หลักคุณธรรม จริยธรรรม ในการวางแผนเตรียมการเพื่อสร้างผู้นำรุ่นต่อไป
อ่านแล้วได้อะไรจาก xi jinping
1. ทำให้ได้ทราบจุดดีและจุดด้อยของพรรคการเมืองและระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งทั้งจุดดีและจุดด้อยที่มีทั้งคุณธรรม ความรู้ และความสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับผู้นำของประเทศจีน
2. การพัฒนาของระบบพรรคการเมืองของจีนที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำประเทศมีวิสัยทัศน์ในการเป็นภาวะผู้นำสู่ในสังคมภายนอก ให้ทันกับเปลี่ยนแปลง การเปิดโลกทัศน์ของจีนเพื่อนำไปสู่โลกภายนอก นำมาซึ่งการพัฒนาทั้งด้านการเมือง และเศรษฐกิจ
3. การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ของจีนที่มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน และ มีการวางแผนทั้งในเรื่องวิชาที่หลากหลาย ทำให้ประเทศพัฒนาสู่ความเจริญทางเศรษฐกิจสมดุลอย่างยั่งยืนทั่วทุกกลุ่มและภูมิภาคของจีน
จากบทความดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้กับ สขช.ได้กล่าวคือ การพัฒนาภาวะผู้นำ การสร้างทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรต้องมีความพร้อม และมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จะทำให้องค์กรของเรามีความเป็นเอกภาพ
ยิ่งขึ้น
จากการอ่าน สรุปได้ดังนี้
วิธีการเลือกผู้นำประเทศจีน จะมีการวางแผนการดำเนินการล่วงหน้าและทำเป็นขั้นตอน จะกำหนดว่าใครจะดำรงตำแหน่งอะไรเมื่อพ้นวาระไปแล้ว เช่น ตำแหน่งประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
จุดเด่น คือ ผู้นำจะถูกกำหนดโดยพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างเป็นระบบและมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ
จุดอ่อน คือ จีนไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง กล่าวคือ เป็นการกำหนดโดยคน
ส่วนน้อยของประเทศ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีโอกาสในการเลือกผู้นำ
ของตนเอง ทำให้มีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของจีนได้
จากบทความข้างต้นสามารถนำมาวิเคราะห์สร้างผู้นำในสำนักข่าวกรองได้ ดังนี้
วิธีการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่สำคัญของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอแห่งชาติ รองผู้อำนวยการ
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ควรสรรหาอย่างโปร่งใส เป็นระบบ มีคุณธรรมและต้องสามารถตรวจสอบได้ และไม่ควรมีการเมืองเข้ามา
แทรกแซง
จากบทวิเคราะห์ของท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคยทำนายบุคคลที่จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของจีนคือ Xi jinping นั้น เห็นได้ว่า
1.การทำนายของอาจารย์อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ โดยดูจากประวัติศาสตร์ของจีนในการเลือกผู้นำประเทศ ที่มีการถ่ายทอดอำนาจผ่านบุคคลในรุ่นต่อมาอย่างชัดเจน และมีรูปแบบการครองตำแหน่งให้ใกล้เคียงโลกตะวันตก อาทิ การครองตำแหน่ง 2 วาระ รวม 10 ปี ซึ่งต่างจากสมัยเริ่มต้นที่มีกาครองตำแหน่งจนเสียชีวิตหรือลาออกจากตำแหน่งไป
2.การเลือกผู้นำของจีน เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยไม่มีปัจจัยกระทบทั้งจากภายในและต่างประเทศ กล่าวคือ ประชาชนในประเทศเห็นด้วย เพราะเชื่อว่าการเลือกจากพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องสนใจสายตานานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ ที่ต้องการเข้ามามีบทบาทหรือมีอิทธิพลเหนือประเทศจีนด้วย
ส่วนการวิเคราะห์หรือพิจารณาเปรียบเทียบกับการสร้างผู้นำของข่าวกรองกับการแต่งตั้งผู้นำของจีน พบว่า มีความใกล้เคียงและต่างกันในบางประเด็น กล่าวคือ
1.ความใกล้เคียงกัน คือ มีการถ่ายทอดการเป็นผู้นำจากรุ่นสู่รุ่น โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูง จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้นำในแต่ละระดับหรือแต่ละรุ่น ที่เน้นผู้ที่มีความสามารถ และคุณธรรม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสายงานหลัก หรือที่เคยมีผลงานเด่นชัด ซึ่งบุคคลากรในองค์กรจะเห็นความเป็นผู้นำหรือเส้นทางของกลุ่มที่จะเป็นผู้นำค่อนข้างชัดเจน
2.ส่วนความแตกต่างกัน คือ การที่องค์กรข่าวกรองจะถูกปัจจัยแวดล้อมจากภายนอก คือ ฝ่ายการเมือง เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งผู้นำองค์กรข่าวกรอง โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกมาเป็นผู้นำองค์กร
----------------
Athiphong D.5
1. อ่านบทความแล้วได้อะไร
-ประเทศจีนมีการวางแผนการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์ และมีเป้าหมายอย่างชัดเจน
-เมื่อมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจนแล้วจึงคัดเลือกผู้นำที่มีคุณสมบัติให้ตรงตามเป้าหมาย โดยเน้นผู้นำที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถรอยด้าน
-และมีการพัฒนาประเทศต่อยอดจากรุ่นก่อนๆ อย่างต่อเนื่อง
2. วิเคราะห์การสร้างผู้นำสำนักข่าวกรองได้อย่างไร
สำนักข่าวกรองต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์ และเป้าหมายขององค์กร อย่างชัดเจน แล้วจึงพัฒนาบุคลากรขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ตามวัตถุประสงค์ขององค์กรที่กำหนดไว้ เพื่อให้บุคลากรขององค์กรสามารถนำความรู้ความสามารถมาใช้พัฒนาต่อยอดงานขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง
กราบเรียนท่าน ดร.จีระ
จากการอ่านบทความ/บทเรียนดังกล่าวแล้ว กระผม นายอิทธินันท์ ของตอบคำถามใน สอง ประเด็นดังนี้
๑. ในบทความแสดงให้เห็นว่าจีนมีการวางแผนและกำหนดตัวผู้นำที่จะมาบริหารประเทศไว้ล่วงหน้าและมีความชัดเจน เป็นระบบ โดยจะมีการคัดผู้นำที่มีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งจะเป็นที่ยอมรับในองค์กรระดับนำหรือส่วนใหญ่ของประเทศ และจะทำให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นหนึ่งเดียวกัน นำพาประเทศเจริญรุ่งเรืองต่อไป
๒. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับหน่วยงานของเรา ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกันแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เล็กลงมาก็ตาม แต่ การสร้างผู้นำหรือกำหนดตัวผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม ย่อมก่อให้เกิดผลดีต่อองค์กรอย่างแน่นอน และอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อภายในองค์กร ทราบล่วงหน้าว่า ใครคนไหนจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำย่อมจะลดกระแสการต่อต้านได้ระดับหนึ่ง หรือไม่ต้องมีการแย่งชิงกัน ซึ่งจะทำให้องค์เกิดความเสียหายมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นจะต้องสามารถทำบนพื้นฐานของความจริง ความยุติธรรม ไม่ลำเอียงเอาพวกพ้องตัวเอง ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเป็นหลัก
บทความ Xi jinping ผู้นำประเทศจีน
อ่านบทความของอาจารย์เรื่องผู้นำของจีนแล้วได้เรียนรู้ถึง
๐การเตรียมพร้อมต่อการวางตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำประเทศ ทำให้จีนมีการพัฒนาประเทศได้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งเป็นความได้เปรียบต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ
การนำมาวิเคราะห์กับ สขช.
๐สขช.เป็นองค์กรที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง ดังนั้นการสร้างผู้นำที่มาจากการพร้อมด้านความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม โดยมองการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างมีระบบ จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและก้าวย่างไปได้พร้อมกับกระแสโลกาภิวัฒน์
๐การสร้างทุนมนุษย์มีความจำเป็นต่อความก้าวหน้าขององค์กร ที่จะรองรับกับภารกิจที่หลากหลายเพื่อความมั่นคงของชาติ
สรุป โครงการฝึกอบรมหลักสูตร
“พัฒนาทุนทางความรู้ ทักษะและทัศนคติสำหรับบุคลากรของสำนักข่าวกรองแห่งชาติระดับ 6-7” รุ่น 2
(Talented Capital Development Program)
3 พ.ย. 53
พิธีเปิด โดย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
หลักสูตรนี้เข้ามามีบทบาทพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
เราต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ยุ่งยากมากขึ้น ความรู้ เงิน ก็สู้ทุนมนุษย์ไม่ได้
เราจะได้มีการส่วนร่วมเรียนรู้แบบใหม่ๆ และเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด
ต้องนำเสนอสิ่งที่ศึกษาให้คนอื่นรับทราบ
การสอนวันนี้จะมีความสำคัญยิ่ง
หวังว่า เราจะใช้เวลาทั้งหมดกับการเรียนการศึกษาอย่างเต็มที่
อยากเห็นการมีส่วนร่วม การสร้างทักษะ
ผมถูกปลูกฝังจากคนรุ่นเก่าๆ ทำให้เกิดการพัฒนาด้านจิตใจและความรู้สึก มีความภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้เป็นข้าราชการข่าวกรอง ทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ถูก
ต้องรับความรู้ใหม่ๆเข้ามาเสมอ มาเติมกับความรู้ที่เรามี
ความรู้ทำให้เราทำงานได้ดีขึ้น
ทัศนคติสร้างจิตใจของเรา โดยเฉพาะทัศนคติทางบวก มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในสังคม ทัศนคติอยู่ที่เรามาสภาพแวดล้อม
การโยกย้ายตำแหน่ง สวัสดิการมันเกี่ยวข้องกับทัศนคติ
การสร้างทัศนคติเชิงบวก ไม่ใช่การยอมแพ้
ต้องมองทั้งด้านบวกและลบ นำด้านบวกมาปรับแก้ส่วนที่เป็นด้านลบ ต้องฟังคนอื่นพูดในห้องเรียน การประชุม การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น
เราไม่ได้อยู่ด้วยความรู้และทักษะวิชาชีพ
ผมต้องปรับปรุงด้านการสื่อสาร โดยฟังคนอื่นให้มากขึ้น ไม่แย่งคนอื่นพูดก่อน
การเข้าร่วมประชุมทำให้รู้จักตนเองและได้พัฒนาตนเอง
อยากให้เรามีทัศนคติเชิงบวก
Learning Forum หัวข้อ ปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ในยุคที่โลกเปลี่ยน
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ขอเพิ่มเติมแนวคิดที่ได้จากการอ่านบทความ Xi jinping จากที่มีผู้เสนอมาแล้วด้วยคน
๑. การวางตัวหรือการสรรหาผู้นำของจีนทำกันอย่างเป็นระบบและระยะเวลาที่นานและต่อเนื่องพอสมควร แต่ก็ยังมีการผูกขาด
ในเรื่องของการสืบทอดอำนาจแฝงอยู่บ้าง เช่น คุณสมบัติของการลูกหลานผู้นำในอดีต จึงทำให้เห็นได้ว่าถึงแม้จะมีการวาง
ระบบที่ดี แต่ก็ยังมีเรื่องของอำนาจแฝงอยู่ด้วย
๒. เห็นด้วยว่าการวางแผนการบริหารประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมีการกำหนด Spec ของผู้นำอย่างชัดเจน และแนวทางในการ
คัดเลือกตัวบุคคลที่เหมาะสมอย่างเป็นขั้นเป็นตอนของประเทศจีนนั้น เป็นการให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างมาก
ที่ผิดกับประเทศไทยในปัจจุบันที่เห็นแต่ผลประโยชน์เป็นหลัก แต่วิธีการดังกล่าวอาจจะกลายเป็นดาบสองคมก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กับสถานการณ์ วิสัยทัศน์ การคาดการณ์ในอนาคต หรือ ความรู้สึกนึกนึกคิดของผู้มีอำนาจในช่วงเวลานั้น
สำหรับ สขช.
การให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ควรทำอย่างจริงจังและเป็นระบบที่แน่นอน ไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามแนวทาง
ของผู้บริหารแต่ละยุคสมัย และควรให้ความสำคัญกับทุกสายงานโดยเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มองเพียงแต่สายงานที่เป็นสายงานหลัก
เท่านั้น เพราะเรื่องของการปกครองและการบริหารเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ผู้นำที่ดีจะต้องมีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล มีความ
เป็นธรรม เห็นความสำคัญของกลไกทุกส่วนโดยเท่าเทียมกัน มีการวางแผนล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสิ่งที่อยากจะให้เป็น และจะ
ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย เพื่อจะได้เป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ข้าราชการที่จะนำไปปฏิบัติตาม
3 พ.ย. 53
Learning Forum หัวข้อ ปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ในยุคที่โลกเปลี่ยน
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
• ท่านสุวพันธ์ได้เรียนรู้เรื่องคนตั้งแต่เริ่มทำงานที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตอนนี้ท่านเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติแล้ว
• จะมีรุ่น 1 มาถ่ายทอดประสบการณ์
• การสร้างผู้นำต้องใช้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น
• รุ่น 1 มียอดเข้าชมบล็อกหมื่นกว่า เรียนจบแล้วมีการใฝ่รู้ตลอดชีวิต
• สำนักข่าวกรองแห่งชาติต้องมีแนวร่วม
• ควร Outsource การพัฒนา Talents เพราะจะได้ดีกว่าเดิม
• ต้องเขียน Blog ให้คนอยากอ่าน
• สำนักข่าวกรองแห่งชาติต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ขอให้ฝึกนิสัยการเรียนรู้
• เก่งในงานของตัวคุณเองไม่พอ ต้องมีความเป็นเลิศที่เกิดมาจากข้างในตัวคุณเอง
• ควรคิดถึงสิ่งที่มองไม่เห็นให้มากขึ้น ต้องพัฒนาศักยภาพที่อยู่ข้างในตัวคน การมองโลกในแง่ดี การทำงานร่วมกัน การค้นหาตนเอง
• ต้องฝึกความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความยั่งยืน
• ต้องมี Job Enrichment และ Passion ในการทำงาน และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
• ต้องสนุกในการเรียน แต่มุ่งมั่นและมีสมาธิ นึกถึงการบ้านผม 1 ชั่วโมงก่อนนอน
• ต้องปรึกษากันในการทำการบ้าน ทำให้ตัวเราดีขึ้นและเป็นการฝึกการเรียนรู้
• วิธีการเรียนคือ
• จะกระตุ้นให้คุณคิดเยอะๆและมีส่วนร่วม
• สร้างบรรยากาศการเรียนให้สนุก
• ปะทะกันทางปัญญาใน workshop และ comment
• มีความใฝ่รู้หลังเรียนจบ เหมือนรุ่น 1 ที่สร้างชุมชนการเรียนรู้ มี Lifelong Learning
• ในการสร้างความยั่งยืนให้ชีวิต ต้องมีสุขภาพดีและมีนิสัยในการแสวงหาความรู้ตลอดเวลา
• การเรียนต้องมาเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
• ต้องทิ้งความรู้บางอย่าง เช่นที่ล้าสมัยแล้วออกไปแล้วนำความรู้บางอย่างกลับเข้ามา
• เวลาเป็นผู้บริหาร ต้องเน้นคุณภาพเรื่องคนด้วย ไม่ใช่แค่ทำหลักสูตร
• หลักสูตรนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ
• ต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวด
• ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ โชคดีที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติมีมาก
• ต้องเรียนรู้จากการฟัง
• สำนักข่าวกรองแห่งชาติต้องมีความคิด จินตนาการ คิดนอกกรอบ
• ลอกความคิด 20% เข้าใจ 30% ใช้ให้เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่ม 50%
• ไม่มีคนเก่งที่ทำงานน้อย แต่ต้องทำงานที่เราชอบและขยายมาจากความสามารถของเรา
• เราจะทดสอบ Creativity และ Innovation ทำงานแบบ Routine ไม่ได้แล้ว
• จะมีกรณีศึกษา อยากให้รุ่น 2 เขียนกรณีศึกษามากขึ้น
• จะมีการเลือกประธานรุ่น และอยากให้ประธานรุ่นเลือกกรรมการวิชาการ 3-4 คน
• ต้องมีการจัด public seminar ด้วย
• อ่านแล้วคิดว่าเกี่ยวอะไรกับข่าวกรอง
• ถามคำถามมากๆ
• ต้องมี Cross-functional team ควรเสนอกิจกรรมที่อยากทำแบบ Cross-functional team
• หลักสูตรนี้จะมีการสอนวิธีการใช้ชีวิต Life Skill
• ขอให้ยกตัวอย่างนวัตกรรมงานของข่าวกรอง
• คิดแบบ Mind Mapping
การถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่น 1
• รุ่น 1 นำนวัตกรรมมาปรับใช้
• หลักสูตรรุ่น 1นำอาจารย์แขนงต่างๆมาบรรยายให้ฟัง
• รุ่น 1 ได้เรียนรู้และรับทราบจุดอ่อน
• รุ่น 1 มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ใช้ blog แลกเปลี่ยนความรู้
• เมื่อสิ้นสุดหลักสูตร ควรนำความรู้มาพัฒนาตนเอง และการทำงาน
• ประธานติ่งก็แนะนำการบ้าน รุ่น 2 ก็ต้องทำให้ได้ดีด้วย
• อาจารย์ฝึกให้เราอ่าน ตีความ
• ถ้าช่วยกันอ่านภาษาอังกฤษ ก็พอทำได้
• อยากให้สนใจ Mind Map ใช้ในงานข่าวกรอง เช่น จดบันทึก
•
Learning Forum หัวข้อ ปฐมนิเทศและแนะนำทฤษฎีสำคัญของการเรียนรู้ในยุคที่โลกเปลี่ยน
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ (ต่อ)
• ผมอยากจะเรียนรู้จากท่าน
• Team learning ต้องมีนอกห้อง ปรึกษาเพื่อนแต่ต่างคนต่างเขียน เพราะทำให้ได้ความคิดหลากหลาย
• ถ้าทำงานภาษาอังกฤษ จะให้ส่งเป็นกลุ่ม
Workshop
สรุป
1. ฟังแล้วได้อะไร
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
กลุ่ม 1
1. ฟังแล้วได้อะไร
• แลกเปลี่ยนเรียนรู้
• คิดนอกกรอบ ยอมรับสิ่งที่ดีมาใช้
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• จะเพิ่มทักษะตนเองหลังจบ
• จะรักการอ่าน ใฝ่รู้ตลอดเวลา
ดร.จีระ
• จับประเด็นได้ดี
• ตัวเราควรจะนำสิ่งที่ดีออกมาและทิ้งสิ่งที่เสียออกไป
• เราใช้จุดความเป็นเลิศน้อยเกินไป
กลุ่ม 2
1. ฟังแล้วได้อะไร
• ทรัพยากรมนุษย์สำคัญสุด ควรจะรักษาและพัฒนาให้เกิดศักยภาพให้ทำประโยชน์
• เปิดใจรับความรู้และนวัตกรรม นำไปใช้ทำงาน
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• ต้องการพัฒนาตนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น
ดร.จีระ
• ต้องให้ตัวเราเองมีคุณค่าก่อนไม่ว่าเราจะตำแหน่งเราเล็กก็ตาม
กลุ่ม 3
1. ฟังแล้วได้อะไร
• ความรู้เราสร้างได้โดยตั้งคำถาม ตื่นรู้ ใฝ่รู้
• เปิดรับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามา คิดแง่บวก
• พัฒนาตนเอง ค้นคว้าตลอดเวลา เตรียมความพร้อมและสร้างความต่อเนื่อง
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• สามารถนำความรู้ไปใช้ทำงาน เตรียมความพร้อมศักยภาพ นำไปใช้ในชีวิต
ดร.จีระ
• สุดยอด
กลุ่ม 4
1. ฟังแล้วได้อะไร
• ธรรมชาติแต่ละตนต่างกัน ความคิดต่างกัน ปรับทัศนคติเข้าหากันสำคัญต่อการอยู่ร่วมกัน
• ประสบการณ์ดำรงชีวิตของดร.จีระ ทำให้ทราบว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด
• อาจารย์ทำให้เห็นว่า เราต้องมีเป้าหมายในชีวิต
• ควรรู้จักเป้าชีวิต
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• นำความรู้มาใช้ทำงาน
• ปรับทัศนคติ
ดร.จีระ
• คนเราต้องมีอุดมการณ์ในการทำงาน
• สำนักข่าวกรองต้องมี social trust และแบรนด์ ต้องเปิดตัวมากขึ้น
• ถ้าคิดเรื่องเงิน ก็จะบ้าวัตถุนิยมมากขึ้น
• ไม่ควรพูดจารุนแรงในการโต้เถียง
กลุ่ม 5
1. ฟังแล้วได้อะไร
• แนวคิดพัฒนาบุคลากร
• วิธีการที่จะเรียนรู้ร่วมกัน ต้องเปิดในรับความคิดเห็น มีทัศนคติแง่บวก
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• นำความรู้ ทัศนคติมาใช้ให้องค์กรก้าวหน้า
• เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เข้ารับการอบรม นำไปสู่การเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น
กลุ่ม 6
1. ฟังแล้วได้อะไร
• ต้องสำรวจตนเองก่อนเรียน ต้องมี Reality และRelevance
• การทำงานเป็นทีม Trust, Team, Tomorrow
2. คาดหวังอะไรจากโครงการนี้
• นำสิ่งที่เรียนไปใช้ในการทำงาน
• เครือข่ายสมาชิกผ่าน blog
ดร.จีระ
• ถ้าเรียนไม่ตรงความจริงมาเรียน ก็ไม่ควรเรียน
• อยากให้นำ Case 2R’s มาวิเคราะห์
ม.ล.ชาญโชติ
• ยินดีมากที่ดร.จีระให้ผมมาเป็นผู้ช่วย
• เราอาจจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกัน
การบ้านอ่านบทความ Xi Jinping แสดงความคิดเห็นผ่าน blog ส่งคืนนี้ก่อน 2 ยาม
การบ้านรายบุคคล อ่านหนังสือ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้วสรุปว่าดีต่อสำนักข่างกรองอย่างไรและแสดงความคิดเห็นความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษผ่าน blog ส่งก่อนเช้าวันอาทิตย์นี้
ความรู้ที่ได้รับจากบทความ Xi jinping
1. ผู้นำจีนกำหนดระยะเวลาและเป้าหมายหลักที่ชัดเจนในการพัฒนาประเทศ
2. ผู้นำจีนรุ่นต่อมาดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายหลักได้สำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนด โดยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะแรก และก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วพร้อมกันในทุกด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาความพร้อมด้านสาธานณูปโภค
3. ผู้นำจีนทุกๆ รุ่นสานต่อเป้าหมายหลักอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง โดยไม่เปลี่ยนแปลง แต่เพิ่มเป้าหมายรอง ตามกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เลือกแล้วว่าเหมาะสมกับศักยภาพ เพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ และความเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก
การนำแนวคิดของผู้นำจีนมาปรับใช้ภายในองค์กร
1. องค์กรต้องกำหนดระยะเวลา และเป้าหมายหลักที่ชัดเจน และคงเป้าหมายหลักไว้อย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนแปลง
2. ผู้บริหารเปลี่ยน เป้าหมายหลักต้องไม่เปลี่ยน ควรถือเป็นหน้าที่หลักที่ผู้บริหารรุ่นต่อมาต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด และต้องเห็นผลที่เป็นรูปธรรม
3. ผู้บริหารทุก ๆ รุ่นต้องสานต่อเป้าหมายหลักอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง เพื่อคงไว้ซึ่งความสามัคคี และความน่าเชื่อถือขององค์กร
1. จีนมีการรวางแผนสำหรับผู้นำที่จะมาบริหารประเทศในแต่ละรุ่น มีการกำหนดกรอบ และยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
เน้นผู้นำที่มีคุณธรรม
2. มีการปฏิบัติตามแผนที่กำหนดคือคัดเลือกผู้นำที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ และผู้นำสามารถบริหารประเทศจนครบวาระ
3. กระทำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
การสร้างผู้นำของ สขช.ควรมีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ในอนาคตว่าต้องการสร้างผู้นำในลักษณะใด สขช.ขาดแคลนบุคคลากร
ด้านใด เตรียมความพร้อมด้วยการแสวงหาเพิ่มเติม หรือเพิ่มพูนความรู้ให้กับกับบุคคลากรในองค์กร เพื่อที่จะสามารถรองรับยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง