การสอบไล่ของกระบวนวิชา 1213-734 (1)

  การสอบที่เหมาะสม และมีความสุข?  

 

 

คำถามแรกสำหรับนักศึกษาลงทะเบียนเรียนกระบวนวิชา 1213-734

สอบปลายภาคการศึกษาเพื่อวัดความรู้แบบไหนดี ในเวลา ๓ ชั่วโมง วันอาทิตย์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๙?

๑. ด้วยความรู้ของตนเอง ไม่อนุญาตให้นำเอกสารคำสอน หนังสือ สมุดบันทึก และ คอมพิวเตอร์ เข้าห้องสอบด้วย (Closed-book examination)

๒. ด้วยความรู้ของตนเอง และอนุญาตให้นำกระดาษบันทึกขนาด A4 เข้าห้องสอบด้วย (Open-note examination)

๓. ด้วยความรู้ของตนเอง และอนุญาตให้นำเอกสารคำสอน หนังสือ สมุดบันทึก และ คอมพิวเตอร์ เข้าห้องสอบด้วย (Open-book examination)

๔. ด้วยความรู้ของตนเอง ให้สร้างแบบจำลองระบบตามที่อาจารย์กำหนด โดยใช้โปรแกรม SIMILE และ/หรือ EXCEL  (Open-book examination)

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อรรถชัย จินตะเวช

เชียงใหม่

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เกี่ยวกับแบบจำลองระบบเกษตร

คำสำคัญ (Tags)#uncategorized

หมายเลขบันทึก: 31597, เขียน: 28 May 2006 @ 23:58, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 15:03, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 25, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (25)

จอย
IP: xxx.28.48.133
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 15:37

เห็นด้วยกับข้อ 3  Open-book examination

ITAR3
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 15:41

ข้อ 3 ครับอาจารย์

DA DA
IP: xxx.203.163.69
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 17:39

ข้อ 3 ครับอาจารย์

Itar3
IP: xxx.147.40.58
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 18:17

ข้อ 3 ค่ะ รวมข้อ 4 อีกนิดหน่อยแบบง่าย ๆ (ถ้าอาจารย์ไม่เห็นด้วย ก็ข้อ 3 ข้อเดียวค่ะ)

วิเชียร
IP: xxx.47.247.135
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 19:14

ข้อ 3  และ ข้อ 4 ครับ เพื่อแสดงความรู้ ความเข้าใจ การประยุกต์ใช้เครื่องมือในการสร้างแบบจำลองระบบ

อรรถชัย จินตะเวช
IP: xxx.136.96.27
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 20:57

ขอบคุณครับ รอให้มีความเห็นถึง ๔๐ คน แล้วอาจารย์จะลองประมวลและพิจารณาสนับสนุนครับ

ท่านที่แสดงความเห็น ขอความกรุณาลงชื่อ+นามสกุลด้วยครับ

 

 

 

วัชราวุธ พรวาปี
IP: xxx.19.214.228
เขียนเมื่อ 29 May 2006 @ 23:30

ข้อ 1.ครับอาจารย์

คำว่า"อนุญาต"ไม่มีสระ "อิ"ครับ

อรรถชัย จินตะเวช
IP: xxx.136.96.27
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 04:15

ขอบคุณครับ รอให้มีความเห็นถึง ๔๐ คน แล้วอาจารย์จะลองประมวลและพิจารณาสนับสนุนครับ

ท่านที่แสดงความเห็น ขอความกรุณาลงชื่อ+นามสกุลด้วยครับ

 

 

 

มหิศธร ชุมแสง
IP: xxx.172.255.146
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 08:09
ข้อ 4 ครับ
บุญสม
IP: xxx.147.0.48
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 08:59

...ถ้าข้อสอบต้องการวัดว่านักศึกษาเรียนมาแล้วจำได้มั้ย ต้อง Closed-Book...

...ถ้าข้อสอบต้องการวัดว่าเรียนแล้วจำมาปฏิบัติใช้งานได้มั้ย ก็ต้อง Close ในภาคทฤษฎีและ Open ในภาคปฏิบัติ ครับ ข้อสอบต้องมี 2 แบบ...

 

สุเมธ
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 10:18

ถ้าข้อสอบแบบ T F ผมคิดว่าควร Closed-book examination เพื่อทดสอบความเข้าใจในวิชาครับ

ถ้าสอบแบบการปฏิบัติผมเห็นด้วยกับข้อ 4 ครับอาจารย์

ก้องกุล
IP: xxx.172.184.16
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 10:22

เห็นด้วยกับข้อ 3 ครับ เพราะผมคิดว่าการเรียนเพื่อรู้แล้วนำมาจัดเรียบเรียง เป็นองค์ความรู้ของตนเอง ไม่ได้เรียนเพื่อท่องจำครับ

ก้องกุล
IP: xxx.172.184.16
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 10:46

เห็นด้วยกับข้อ 3 ครับ เพราะผมคิดว่าการเรียนเพื่อรู้แล้วนำมาจัดเรียบเรียง เป็นองค์ความรู้ของตนเอง ไม่ได้เรียนเพื่อท่องจำครับ

ขนิษฐา
IP: xxx.28.50.6
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 10:58
ข้อ 3 ค่ะ
พีระพงศ์ ทองแสน
IP: xxx.28.48.133
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 11:34

           

        อยากสอบแบบ Open-note examination ครับ

        เพราะเวลาอ่านหนังสือ ก็ Note ไปด้วยอยู่แล้ว และถ้าเป็นแบบ Open-book examination ผมคิดว่าข้อสอบจะยากตามสมดุลย์ ซึ่งจะทำให้หลงทางได้ง่าย

                   

          สอนให้รู้จริง ทำได้จริง และประยุกต์ใช้ได้จริง

                   

พีระพงศ์ ทองแสน
IP: xxx.28.48.133
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 12:34

           

        อยากสอบแบบ Open-note examination ครับ

        เพราะเวลาอ่านหนังสือ ก็ Note ไปด้วยอยู่แล้ว และถ้าเป็นแบบ Open-book examination ผมคิดว่าข้อสอบจะยากตามสมดุลย์ ซึ่งจะทำให้หลงทางได้ง่าย

                   

          สอนให้รู้จริง ทำได้จริง และประยุกต์ใช้ได้จริง

                   

kosit
IP: xxx.129.10.204
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 12:44

เห็นด้วยกับ  ข้อ 3  ครับอาจารย์  เป็นการพัฒนาองค์ความรู้และเกิดนวัตกรรมด้วย ครับ

กัลยา
IP: xxx.28.48.133
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 16:52
ข้อ3 ค่ะ เพราะอย่างน้อยคนที่มาสอบก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่ไปเปิดอ่านตอนทำข้อสอบคงทำข้อสอบไม่ทัน และในการนำความรู้มาปฏิบัติเราก้ต้องดูเอกสารเพื่อความมั่นใจและป้องกันการผิดพลาดค่ะ  (๐^_^๐)
ชายชนท์ บุษยานุรักษ์ 4912300126
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 30 May 2006 @ 17:52

ข้อ 4 ครับ เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจในการนำความรู้ไปปฏิบัติได้จริง  "สอนให้รู้จริงๆ ทำได้จริงๆ และประยุกต์ใช้ได้จริงๆ"

นายวิชัย กระมุทกาญจน์
IP: xxx.172.255.146
เขียนเมื่อ 31 May 2006 @ 15:11

ผมวาคือสิยากสูแนวละครับ คันอาจารย์สิเอาคักๆ ผมวาเอาหมอ่งอาจารย์ภูมิใจแล้วสุมผมกะมีแฮงพอเฮียนต่อไปได้อีกซะเนาะครับ

          ขอบพระคุณครับ

พักตร์นิภา
IP: xxx.203.163.69
เขียนเมื่อ 01 Jun 2006 @ 13:19

ข้อ 2 ค่ะอาจารย์

ข้อดีของ open book คือ ผู้สอบจะตอบทฤษฎี สูตร คำนวณได้ เพราะมีในหนังสือ ส่วนข้อเสียของ open book จากประสบการณ์ คือ ทำไม่ทัน(มัวแต่เปิดหนังสือ) ข้อสอบยากมาก ข้อสอบไม่มีในหนังสือ คำถามกว้างมาก ส่วนใหญ่เป็นข้อสอบแบบบรรยาย

ภาวิดา
IP: xxx.203.163.69
เขียนเมื่อ 01 Jun 2006 @ 16:59
ข้อ 2 ค่ะอาจารย์
อรรถชัย จินตะเวช
IP: xxx.136.103.254
เขียนเมื่อ 01 Jun 2006 @ 18:12

 

อาจารย์คิดว่าอาจจะไม่มีใครเข้ามาตอบเพิ่มขึ้นอีกแล้วตามหลักของ Discrete events

สรุปน่าจะเป็นการสอบแบบ Open-book examination และให้สร้างแบบจำลองโดยใช้โปรแกรม SIMILE อาจารย์กำหนดแบบจำลองน่ะครับ ตามแนวคิดของ รศ. ดร. ณรงค์ หุตานุวัตร และผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างมีความสุขมาก ๆ เลย ครับ

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ก็ ตามเดิมคือทำโครงงานส่ง และมีการเตรียมตัวสอบ ครับ

สอบแบบสบาย ๆ และมีความสุข

------------------------

อรรถชัย จินตะเวช, เชียงใหม่

๑ มิ.ย. ๒๕๔๙

ปรีดา
IP: xxx.113.60.7
เขียนเมื่อ 01 Jun 2006 @ 22:50

เอาไงเอากันครับอาจารย์

พวกเรา ITAR 3 หน้าที่สอบให้ดีที่สุดครับ

ขอให้กำลังใจทุกคน สอบให้ผ่านทุกคน โชคดีครับ !

 

น้องเบียร์สิงห์โต
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 02 Jun 2006 @ 11:01
พี่ตู่ทำไมพูดลาวหละ อาจารย์ฟังไม่รู้เรื่องนะสงสารอาจารย์มั่งสิ 555+ ลาวแต้ๆ เลยจะแม่นเราคัก