คุณประกิจ โพธิอาศน์ จาก สสจ.อยุธยา เล่าให้ฟังถึง KM ของอยุธยา ที่เกิดขึ้นมาด้วยกระบวนการที่เรียกว่า ได้พลิกวัฒนธรรมดั้งเดิม จากการคุยสไตล์วิชาการ มาเป็นสไตล์ KM ... ซึ่งสุดท้ายก็เกิดขึ้นมาได้ ... อย่างเริ่มเนียนในเนื้องานค่ะ

ดิฉันขอนำส่วนหัวใจที่เกิด KM ในอยุธยา ที่คุณประกิจได้เล่าถึง และแรงกระตุ้นจากอาจารย์วิจารณ์ ... วันนี้ อาจารย์แสดงบทบาทเป็น Fa จับภาพของเรื่องเล่านี้ ... มาเล่าสู่กันฟัง ณ ที่นี้นะคะ

"ในเรื่องการเปลี่ยนวิธีการเล่าของกลุ่มคนที่พูดคุยกันจากเดิม เล่าแต่สิ่งที่ดีดี เป็นมาเล่าเพื่อการแลกเปลี่ยน ผมคิดว่า CKO มีความสำคัญ เพราะว่าเรามี ทั้ง HA HPH และอะไรต่างๆ ในภาพของอยุธยา แต่ละ CUP ทำงานประสานกันทั้งอำเภอ เพราะฉะนั้นจาก HA บางที่ CKO พยายามทำให้ HA ผ่านในกระบวนการ คือพยายามเตรียมเจ้าหน้าที่ หรืออื่นๆ แต่ว่าพอไม่ผ่านก็มีการล้มลุกคลุกคลาน มันมีความผิดหวัง อะไรกัน ก็ล้มไปสักพักหนึ่ง และก็หันมาให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พอมันมีเรื่อง KM เข้ามาก็มาประจวบเหมาะ คือ ไม่สนใจ ว่า HA จะผ่านหรือไม่ แต่ให้ทำงานกันอย่างมีความสุข คุณแลกเปลี่ยนกันจริงๆ เอาเนื้อจริงๆ มาแลกเปลี่ยน คือ ได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ตรงนี้ก็มีผลมากจาก CKO เพราะว่าทำให้ลูกน้องเกิดความรู้สึกแบบนี้ และก็ทำให้ลูกน้องไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่นได้ด้วย

และอีกอย่างคือ โครงการที่เราจัดอบรม เราเห็นความสำคัญของ CKO เป็นอันดับหนึ่ง ถ้า CKO เข้าใจกระบวนการ และเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ บางครั้งอาจไม่สัมฤทธิผลในวันสองวัน ในการจัดอบรมแต่ละครั้ง มันต้องเข้าใจว่าสภาพความเป็นจริงไม่ได้สำเร็จทุกอย่าง CKO ก็ต้องทำหน้าที่ให้กำลังใจ และให้การสนับสนุน ไม่ว่าเราจะสัญจรไปตรงไหน CKO ก็ให้การตอบรับ และอยู่ในการเป็นเหมือนผู้นำจริงๆ ในการแลกเปลี่ยน และจังหวัดไปแต่ละครั้ง จังหวัดก็จะบอกว่า ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน มาหาเอาข้างหน้าเหมือนกัน เพราะฉะนั้นความเป็นตัวตนว่า เราอยู่ระดับงานตรงไหนก็ไม่ชัดอีกอย่าง และก็คุยกันไม่ได้เน้นรูปแบบ ไม่ได้เน้นรูปกลุ่มย่อยอย่างที่เคยอบรม เราทำในกลุ่มคนคงไม่คุยกันในสิ่งที่ไม่ดี ก็เหมือนกับผู้น้อยคุยกับผู้ใหญ่ก็ไม่กล้าละ เราก็ต้องเปลี่ยนเป็นที่ประชุมกลุ่มย่อย เราไปฝึกทำกับ PCU ก่อน ซึ่งเราคิดว่ามันง่ายกว่า ส่วนกลุ่ม CoP ถ้าเราทำให้บรรยากาศให้มันเล็กลง เขาจะคุยกันมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ไมค์ ก็หาคนที่พอเข้าใจ เป็น Fa ก็คือคนที่เป็น Fa HA ที่อบรมไปแล้ว และเราช่วยบ้าง ทำบรรยากาศให้เหมือนการประชุมธรรมดา ไม่เป็นทางการ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้น้องๆ ที่เขาปฏิบัติงานจริง กล้าพูด

ประกอบกับ จว.อยุธยา ก็ได้นำงบประมาณจากพื้นที่ที่มารวมกองไว้ที่ส่วนกลาง ดังนั้นเมื่อจังหวัดทำงาน พื้นที่ก็ได้ผลงาน ผู้บริหารก็เห็นชอบกันอยู่แล้ว ทำให้เราทำงานอย่างต่อเนื่องได้ และผู้บริหารก็เห็นความสำคัญ CKO จึงค่อนข้างมี activity สูง บางคนก็เข้ามาร่วมทำด้วย

และพอเรามาทำ zone ย่อย คือ นำ KM มาใช้ในกระบวนการพูดคุยกัน เรื่อง งานเยี่ยมบ้านใน PCU ทำให้เห็นรูปธรรมชัดขึ้นว่า ... KM นั้น ควรทำของแต่ละกลุ่ม กลุ่มแผนนั่งคุยเรื่องแผน กลุ่มอะไรก็นั่งคุยเรื่องนั้น แล้วก็สรุปออกมาเป็นคลังความรู้ และมานำเสนอกัน KM จึงมีหลายบรรยากาศ ตามทัศนะของคนๆ นั้น"

และตอนนี้ก็เป็นช่วงต่อเนื่อง ที่จังหวัดอยุธยากำลังดำเนินการต่อละค่ะ