เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  มีโทรศัพท์หมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย 02 -.....โทรเข้ามาหาฉัน  เป็นเสียงของผู้ชายคล้าย ๆ ผู้ชายประเภทสาม  ฉันจำได้ประโยคแรกว่า  "สวัสดีครับคุณนพวรรณ พงษ์เจริญใช่ไหมครับ" แล้วก็ร่ายยาวแบบทำให้เราตั้งตัวไม่ติด  และไม่ยอมให้จังหวะเราพูด  ฉันได้สติว่าคงถูกหลอกและรู้สึกรำคาญจึงวางหู  แต่ไม่ปิดโทรศัพท์  เมื่อไม่มีคู่สนทนาเขาก็คงวางหู  จับใจความย่อ ๆ ได้ว่าขอข้อมูลจากการใช้บัตรเครดิต  ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงทำนองนี้และเสนอให้ของรางวัลเป็นกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใส่เงิน พร้อมทั้งการปลอดดอกเบี้ยสำหรับการจับจ่าย ฯลฯ

        อีกไม่นานสายเดิมได้โทรเข้ามาอีก   บอกว่าจะขยายวงเงิน  ทำบัตรเสริม แต่ฉันต้องบอกหมายเลยท้ายหลังบัตร  อันเป็นเลขสำคัญ คราวนี้ก็เหมือนเดิมร่ายยาวแบบเสนอเงื่อนไข  และเตือนว่าอย่างเพิ่งวางหู  ฉันบอกไปว่ายังไม่ว่างขอวางหูก่อน ต่อมาประมาณ ๑ ชั่วโมงได้โทรเข้ามาอีกติด ๆ กัน ๔ ครั้งโดยที่ฉันไม่รับ   ฉันลองโทรกลับไป  ปรากฏว่า ...  หมายเลขที่ท่านเรียกยังไม่เปิดให้บริการ  

         ตอนเย็นขณะขับรถกลับบ้านได้โทรเข้ามาอีกครั้ง  คราวนี้ฉันรับและเป็นเสียงเดิม  เขาบอกว่าใกล้จะหมดเวลาเสนอเงื่อนไขแล้ว  และฉันเป็นผู้โชคดีรายสุดท้ายที่ธนาคารขยายวงเงินให้  ฉันจึงบอกไปว่าไม่ต้องการขยายวงเงิน  แต่ปลายสายบอกว่าไม่ได้เพราะอนุมัติแล้ว  และพูดอย่างไม่มีจังหวะเหมือนเดิม  ฉันจึงบอกไปว่า "ฉันรู้แต่แรกว่าพวกคุณตั้งใจมาหลอกฉัน  ขอให้เลิกวิธีการทำร้ายคนอื่นแบบนี้ได้ไหม  ฉันต้องการอะไรจะไปติดต่อที่ธนาคารเอง "  เขาจึงวางหูไปทันที

       ฉันจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปที่ศูนย์บริการบัตรเครดิต  เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่มีการติดต่อทางโทรศัพท์แบบนี้จากธนาคาร  นอกจากส่งไปเป็นแบบเอกสารถึงลูกค้า  และมีผู้ถูกหลอกแบบนี้มาแล้ว 

        หมายเลขท้ายของบัตรเครดิตมีความสำคัญ  อย่างเช่นการสั่งซื้อสินค้าทาง  Intenet  หากระบุหมายเลขท้ายผิด  ก็ไม่สามารถซื้อสินค้าหรือการรับบริการนั้น ๆ ได้

       เมื่อสังคมเป็นแบบนี้  คนในสังคมก็เหมือนเป็นเหยื่ออันโอชะของมิจฉาชีพ  ไม่มีความปลอดภัยแม้กระทั่งสิ่งที่ว่าปลอดภัยต่อการใช้เงินเช่นบัตรเครดิต  นำพกติดตัวเพื่อความสะดวกสบาย  เมื่อเรามีสติไม่อยากได้ในสิ่งที่เขาเสนอ  และสิ่งที่ได้โดยง่ายดาย แม้ว่าจะมีข้อแลกเปลี่ยนหรือเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์สำหรับเรา  ก็ไม่ควรหลงเชื่อหรือลืมตัว