ตามโครงการ พัฒนาจิตปัญญาในระบบการศึกษา ใช้ชื่อว่า humanized educare ที่ทางมูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ (มสส.)ผมได้มีโอกาสในการเรียนรู้ร่วมไปกับระบบการพัฒนาการศึกษาที่เห็นอยู่และความเป็นจริงในสังคมไทย
แม้ว่าเราจะมุ่งพัฒนาการศึกษาด้วยการปฏิรูปการศึกษาเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ในช่วงหลัง ดูเหมือนว่าระบบการศึกษาของเมืองไทยต้องทบทวนสร้างใหม่อย่างขนานใหญ่ การศึกษาวิชาการระบบในโรงเรียนเป็นคำตอบของการพัฒนาคนได้ก็จริงอยู่ (ผมเองก็ผ่านระบบการศึกษาแบบโรงเรียน) แต่ก็ผ่านมาได้เรียกว่า ทุกข์พอสมควรกับการที่ต้องถูกบังคับ ถูกเข็ญให้ทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากความคุ้นชินแห่งวัย แต่ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงวันนี้ที่เป็นอยู่
ผลลัพธ์โดยรวมของประเทศพอจะเห็นคำตอบได้ว่า การศึกษาแต่วิชาการเพียงด้านเดียวเป็นการฝึกฝนทักษะ (training) ไม่ใช่การศึกษา(Education) ทำให้คนในสังคมเราขาดความคิดที่อิสระ ไม่สามารถวิเคราะห์หาเหตุผลได้
ด้วยรูปแบบการเรียนรู้แบบนี้ทำให้ไม่สามารถแก้ไขวิกฤติการณ์ต่างๆของสังคมใหญ่ได้ และไม่สามารถนำพาสังคมไปสู่สุขภาวะ เรามีคนเก่งจำนวนมาก เรามีประชากรที่คุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ตรี โท เอก มากมายแต่ สังคมไทยกลับถอยหลังไป เดินฉีกออกจากเส้นทางสุขภาวะไปเรื่อยๆ ความเป็นปัจเจกมีสูงมากขึ้น ในขณะที่ระบบวิชาการเข้มข้นขึ้น อีกด้านหนึ่งพลังของการรวมกลุ่มในสังคมน้อยลง พลังของเครือข่ายไม่เกิดขึ้นจริง เพราะอัตตาใหญ่จากความรู้ที่แบก ปัญหาใหญ่ๆของประเทศที่เป็นปัญหาซับซ้อน มีเงื่อนไขใหม่ๆ ต้องการความรู้ใหม่ ความคิดที่นอกกรอบ รวมไปถึงพลังของเครือข่ายในการทลายปัญหาก็เริ่มอ่อนแรงไปทุกที
จริงอยู่ครับ ไม่มีสังคมใดสมบูรณ์แบบและไม่มีประเทศใดที่ปราศจากความบกพร่อง แต่ถ้าคนในสังคมไม่ยอมรับความจริง ก็นำพาไปสู่ความเสียหายได้
การกลับฟื้นระบบการศึกษาของสังคม หากใช้คำใหญ่ “ปฏิรูปการศึกษา” ตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ ก็ทำกันมานานเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ แต่ทำๆกันไปตามนโยบายยังไงก็ไม่ผ่านจุดทะลุทะลวง(Break through)
พูดง่ายแต่ทำยากครับ โดยเฉพาะผมเองที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการศึกษาโดยตรงแต่ ก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากระบบการศึกษาที่เน้น training กันอย่างเต็มที่ ผมจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะขอเรียบเรียงความคิด อย่างน้อยเป็นจดหมายเหตุของตัวเอง และบันทึกความคิดของผมหากมีส่วนที่สามารถทำให้เห็นบางอย่างได้สำหรับการคิดต่อนั้นเป็นเรื่องของสังคมที่ต้องขบคิดกันต่อไปให้ถึงคุณภาพประชากรที่มีคุณธรรมและความสุข เป็นคนไทยที่ “มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง มุ่งทำงาน ชาญชีวิต คิดเป็น ทำเป็น คิดสร้างสรรค์ และรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต”
แนวความคิด “ครูเพื่อศิษย์” ที่ทาง ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ท่านได้เขียนแนวคิด และกำลังมีแนวโน้มว่า จะมีหน่วยงานดำเนินการประเด็นนี้ เป็นความพยายามที่จะปฏิรูปการศึกษา ที่ไม่ได้มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการศึกษา แต่เป็นความพยายามที่จะมองในเรื่องสำคัญที่คนส่วนใหญ่มองข้ามและไม่มีการพูดถึงนักคือ “ผู้สอนและกระบวนการเรียนการสอน”
Humanized educare กับ “ครูเพื่อศิษย์” จึงเป็นแนวคิดในการขับเคลื่อนเชิงประเด็นสำคัญนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากมองในแง่ของการจัดการความรู้ เราจะได้คุณครูที่เป็น “ครูเพื่อศิษย์” ที่มีพื้นที่ในการนำเสนอตัวตนมากขึ้น เราจะมี บทเรียนที่ดีของคุณครูในฐานะผู้บริหารจัดการสังคมที่สำคัญมานำเสนอออกไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น “จากการจัดการความรู้ มุ่งไปสู่การจัดการกำลังใจ” ให้กับคนทำงาน ยกระดับวัฒนธรรมแห่งศักดิ์ศรี คุณค่า ความดีงามของคุณครู ให้สังคมใหญ่ได้เรียนรู้และร่วมภาคภูมิใจของคนทำทางที่ท่านได้ชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ
ร่วมด้วยช่วยกันครับ...ประเด็น “ครูเพื่อศิษย์”ที่กำลังขับเคลื่อน ผมคิดว่า Blog gotoknow เป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยกันค้นหา ในรูปแบบของHuman mapping, School Mapping จากโรงเรียนและ “ครูเพื่อศิษย์”ทั่วประเทศ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ศาลายา,นครปฐม
๘ กย.๕๒

มาทักทายก่อนไปทำงานนะคะ
สบายดีแล้วนะคะ ยินดีด้วยงานสำเร็จ
พี่ประกาย~natachoei ที่~natadee
ยังดำเนินการอยู่ครับ แต่ก็เก็บเกี่ยวความสำเร็จรายทางไปเรื่อยๆครับ
มาร่วมสนับสนุนค่ะน้องเอก แต่อยากให้ทำทุกระดับ โดยเฉพาะระดับอุดมศึกษา อยากให้เลิกมองแต่ตัวเงินที่จะได้แต่อยากให้มองที่ผลผลิตที่จะป้อนออกไปนะคะ
พี่naree suwan ในระดับอุดมศึกษาคิดว่าจะมีการขับเคลื่อนประเด็นนี้อยู่ครับ แต่อยู่ในรูปแบบแบบไหนนั้น ผมคิดว่าเป็นรูปแบบเฉพาะ เข้าใจว่าทำยากด้วยนะครับ...
ตอนนี้ที่ผมดำเนินการอยู่ในฐานะคนทำงานกระบวนการให้กับมูลนิธิฯ ก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่เปิดพื้นที่ให้กับครูเพื่อศิษย์กลุ่มเเรกๆที่นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมเเรง เสริมกำลังใจกัน ผ่าน experiential learning จากนั้นก็สังเคราะห์องค์ความรู้ พัฒนาจิตปัญญาในระบบการศึกษา เพิ่งทำในเวทีเเรกครับ...
คุณครู ก็หมายถึงครูทั้งระบบตั้งแต่ ปฐมวัย จนถึงมหาวิทยาลัย ครับ...เพียงแต่ว่ารูปแบบอาจต่างกันในการสร้างพื้นที่ที่เหมาะสม พี่ naree suwan มีรูปแบบไหนที่คิดว่าน่าสนใจ เเลกเปลี่ยนได้ครับ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงระดมความคิดอยู่ด้วยครับ
อ่านเพิ่มเติมในบันทึกของ “ครูเพื่อศิษย์” ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้ครับ
อ.ดร. ขจิต ฝอยทอง เป็นผู้เชื่อมประสานคนสำคัญมากๆสำหรับประเด็น “ครูเพื่อศิษย์” ครับ
ให้กำลังใจอาจารย์ในการขับเคลื่อนนะครับ จะรูปแบบไหนนั้น ผมคิดว่าลองๆทำไป ผมคิดในที่สุดหากมีเวทีระดมความเห็นประเด็นนี้ ก็จะมีการพูดคุยกันนะครับ
สวัสดี ยามเช้า เจ้า น้องเอก
*** ใช่เลยนะคะ มีเด็ก จำนวนมาก ที่ ทุกข์ กับการที่ต้องถูกบังคับ ให้ทำ ให้เรียน
***ทั้งๆที่ เปลี่ยนการใช้คำ จากการสอน หรือการให้ความรู้ เป็นการจัดการเรียนรู้
***เป้าหมายการจัดการเรียนรู้ ของครู คือ ต้องการให้ ผู้เรียน เป็น คนเก่ง คนดี มีความสุข บรรลุผลตามมาตรฐานการจัดการเรียนรู้
***เด็ก ไม่สามารถคิดวิเคราะห์ได้ อาจเป็นเพราะ คำถาม แบบสอบถาม แบบทดสอบของครู เป็นแบบท่องจำ ไม่สนับสนุน และส่งเสริมการคิดวิเคราะห์
***ครู ต้องคิดวิเคราะห์ ให้เป็นเสียก่อน จัดการความรู้ จัดการกำลังใจ และมีการจัดการชีวิตตนเองเสียก่อน
*** จะว่าไป น้องพอ เป็นเด็กกึ่ง ๆระหว่าง การจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเด็ก home school ที่แม่ เอามาเลี้ยงในชั้นเรียนตั้งแต่ 3 ขวบ ( โชคดี ที่ผู้บริหาร เข้าใจ)
กรณี น้องพอ เรียนแบบตามใจ ฉัน ( แต่ถ้ามีเด็กแบบนี้ ในโรงเรียน ก็ต้องมีการจัดการเรียนที่เป็นพิเศษ)
ตามใจฉัน ของน้องพอ
****คือ อยาก เรียนก็เรียน
****อยากเขียนก็เขียน
****อยากไปอ่านนิทาน
****อยากไปเล่านิทาน ให้ น้อง(เพื่อน)ชั้นอนุบาล ก็ไป
****อยากไปเรียน ภาษาอังกฤษ ร่วมกับพี่ ป.4-6 มีอาสาสมัคร ก็ ไป Happy ๆๆ
น้องพอ จัดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง
หรือ ว่า น้องพอ เป็นหนู ทดลอง
แล้วทำไม
*******น้องพอ มีพัฒนาการด้านการอ่าน เขียน มีแนวโน้มไปในทางที่ดี
*******น้องพออ่านได้ เมื่อ 3 ขวบ และอ่านได้คล่อง สรุปความจากการอ่านในใจ ได้ เมื่อ อายุ 5ปี
*******และ ชอบการอ่านๆๆๆๆ และก็อ่าน โดยไม่ต้อง ชักชวน ให้อ่าน
พอ แย้ว วววว
ปล. ว่าจะโทร หา น้อง
ไปเชียงใหม่ แวะ มอ ชอ ก่อ ?
ภาพถ่าย ความสุข และ ความงาม ณ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ของน้องเอก มี ก่อ เจ้า
ปล.แถม ขออนุญาต นำภาพหลาน ฝีมือ น้อง ประกาศไว้ หัวบล็อก เน้อ อออ
กึ๊ดเติง หา สบายดี เดินทางปลอดภัย เน้อ
สวัสดีค่ะพี่ จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
มาขอเรียนรู้ "ครูเพื่อศิษย์" ด้วยคนค่ะ ยิ่งพึ่งผ่านการประเมินความดีความชอบมามาดๆ "ครูเพื่อศิษย์" ดูเหมือนได้หล่นหายไปจากจิตวิญาณของใครหลายคน...ตอนนี้ ขณะนี้ ครูเพื่ออะไร...เพื่อใคร...
ถ้ามี "ครูเพื่อศิษย์" เยอะๆก็ดีสินะคะ ^_^ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเอก
วันนี้มาแนวบ่นนะคะคุณเอก ไม่ได้พูดคุยตั้งนาน ขอโทษจริงๆค่ะ
สู้ ๆ ครับพี่เอก
ให้กำลังใจครับ
เท่าที่ติดตามดูบันทึกของคุณจัตุพร พบว่ามีภาพของ ร.ร.วิทยสัมพันธ์น้อยมากนะคะ
ถ้าไปสัมผัสจริง ๆโรงเรียนนี้น่าทึ่ง เด็ก ๆ กราบไหว้ มารยาทสวยงามอย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน น่าจะมีรูปภาพของโรงเรียนมาลงให้ดูกันมาก ๆกว่านี้นะคะ ภาพที่ลงมาให้เห็นในบันทึกนี้ยังไม่จุใจค่ะ และที่สำคัญครูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างหาได้ยาก
เด็กมีกิจกรรมจิตสาธารณะและกระบวนการธรรมาภิบาลในตัวเอง ทำงานแทนครู และเข้าไปจัดกิจกรรมจิตสาธารณะในชุมชน บรรยากาศโรงเรียนสวย ไม่มีขยะให้เห็น ครูอ่อนหวานมาก ๆ นีหละคือแบบอย่างของศิษย์
มีการเรียนรู้เพื่อชุมชนและท้องถิ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ดิฉันไปสัมผัสด้วยตนเอง อาจจะเวลาน้อยกว่าคุณจัตุพร แต่ก็ได้พบความจริงเหลือเกิน
ทราบว่าเร็ว ๆนี้ได้มีสื่อหลายช่องเข้าไปทำข่าวและให้ความช่วยเหลือมากมาย ร.ร.กำลังเตรียมการเพื่อสื่อการเผยแพร่เด็กดีที่มาจากกระบวนการของการแก้ปัญหาโดยใช้วินัยเชิงบวก
สวัสดีครับ
มาร่วมชื่นชมและสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการ"ครูเพื่อศิษย์"ให้เกิดขึ้นเต็มแผ่นดินครับ
เป็นกำลังใจให้คณะทำงานทุกท่านครับ
แวะมาเป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
สวัสดีค่ะ พี่เอก
เรื่องนี้ Blogger ใน GotoKnow สามารถร่วมด้วยช่วยกันในการทำให้โครงการนี้ขับเคลื่อนประเทศไทยได้ค่ะ ช่น การสกัดความรู้จากบันทึกที่ทุกท่านร่วมกันบอกเล่า ออกมาเป็นบทความเหมือนกับที่ทางทีมงานสกัดความรู้จาก ประการณ์เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 ของสมาชิก และ GotoKnow ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายของคุณครูได้ด้วยนะคะ
นอกจากนี้หากสามารถเฟ้นหาแบบอย่างของครูเพื่อศิษย์ได้ ก็สามารถนำไปเรื่องราวของครูเพื่อศิษย์ไปบอกเล่าไว้ในเว็บไซต์ Healthy.in.th ในส่วนของบทความ คนดี ซึ่งเป็นเว็บไซต์ในเครือข่ายของ GotoKnow ได้เช่นกัน
เรามาช่วยกันขับเคลื่อนนะคะ พี่เอก
“มองกว้าง คิดไกล ใฝ่สูง มุ่งทำงาน ชาญชีวิต คิดเป็น ทำเป็น คิดสร้างสรรค์ และรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต”
และ สร้างสุขตามอัตภาพให้ตัวเองด้วย
นำบันทึก เล่าประสบการณ์ตรง ... ครูดี "ครูเพื่อศิษย์" แบบนี้ดีไหม ? นี้ ... มาเก็บไว้ในบันทึกนี้ด้วยคน ;)
เขียนไว้นานแสนนาน ... แต่คำว่า "ปฏิรูปการศึกษา" ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
นอกจากกระทรวงฯ บอกว่า ครูมีหนี้สินมากมาย กระทรวงฯ ต้องจัดการศึกษาหนี้สินก่อน ส่วนเด็ก ๆ หากครูไม่เป็นหนี้สินที่ก่อไว้แล้ว ครูจะตั้งใจสอนเด็กมากขึ้น (ไม่ได้หมายถึง สอนแล้วเด็กจะเก่งขึ้น ดีขึ้น)
คิดไม่ค่อยออก ต่อประเด็นไปค่อยได้ หายไปดีกว่า แว่บ ...
ครูใหม่ บ้านน้ำจุน ครับ
ผมโชคดีที่ได้ไปนั่งพูดคุยกับครูแบบเห็นตัวเป็นๆมาเเล้ว นึกชื่นชมที่ครูจบจาก การศึกษานอกระบบที่ มช. หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรคุณภาพครับ วิทยานิพนธ์จากสำนักนี้ เรียกได้ว่าเปี่ยมคุณภาพมาก
พี่ครูใหม่เลี้ยงหลานควบคู่ไปกับการเรียนในระบบเถอะครับ เพราะเราเองก็เห็นผลลัพธ์ของโรงเรียนอยู่แล้ว เราเห็นจุดที่ต้องเติมชัดเพราะคลุกคลีกับงานสอน ดังนั้นผมคิดว่า การเลี้ยงหลานสองคนที่น่ารัก ครูใหม่ถอดบทเรียนเหล่านั้นมาให้มวลมิตรที่ gotoknow ได้เรียนรู้ร่วมบ้างนะครับ
ผมจะกลับวันเสาร์นี้ครับ กะว่าอยู่เชียงใหม่สักครึ่งวัน เพื่อจิบกาแฟกับ อ.วสัตดีมาร ก่อนกลับปาย จากนั้นสองวันก็กลับมาที่เชียงใหม่ เพื่อเข้าร่วมงานของ สำนักสันติวิธ๊และธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้าอีกครับ
มีโอกาสได้เจอกันครับครูใหม่ครับ
พูดง่ายแต่ทำยาก ดังที่พี่ว่าจริงๆ แม้จะมีการถกเถียงกันหลายครั้ง ประชุม สัมมนา หรือกระบวนการอื่นๆ แก่นของปัญหาก็ยังคาราคาซัง ไม่สามารถทะลุ Break through ไปได้
...
ทำไงดีครับ เริ่มที่อะไรดี แล้วทำอะไรต่อดี
คนที่เริ่มไปแล้วจะต้องหันหลังกลับหรือไม่ แล้วจะเดินต่อไปอย่างไร
....
อยากรุ้จังเลยครับ โครงการนี้ นวัตกรรมนี้ จะได้ผลอย่างไร
จะเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน
นับเป็นความหวังได้อย่างหนึ่งในชีวิตเลยครับพี่เอก
ต่อไปน่าจะมีศิษย์เพื่อครูบ้าง จะได้เกื้อหนุนกัน
เข้าท่าดีนะคะ เวทีนี้มีให้แสวงหา แต่จะพบหรือไม่ หรือถ้าพบ จะพบอะไร เส้นทางสู่ฝัน ไม่ไกลเกินฝัน หากชีวิตนี้ยังมีฝัน ยังมีหวัง ขอเพียงครูยังไม่หยุดฝัน ยังไม่หมดหวัง ฝันนั้นย่อมเป็นจริงได้
ขอให้ครูทุกท่านมีกำลังใจเข้มแข็งสุดๆ ไม่ท้อแท้ (อาจท้อปลอมๆได้บ้าง)
20 กันยานี้ คนรักษ์เด็กไม่ควรพลาด !!เวทีเยาวชนที่ปาย มี วงเสวนาที่นำโดยครอบครัววงโฮป มี หลายคนบอกว่าให้เชิญ อ.เอกมาให้ได้??? มี โปรแกรมไว้ให้ อ.เอกช่วยเก็บและถอด....บทเรียนให้ มี ของแถมถ้ามาเป็น Faหรือ Mod.ให้ด้วยจะสุดยอด
"8 กันยา วัน กศน."