งานใหญ่อย่างนี้คงแก้ไขในวันเดียวไม่ได้แน่ ๆ แต่เราต้องร่วมมือกัน ด้วยพลังของครูเล็ก ๆ ในโรงเรียนของแต่ละหมู่บ้านอันจะเป็นกำลังสำคัญให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายได้

               วันอาทิตย์ที่  6  กันยายน 2552     เป็นวันที่หลายคนบอกว่าขอให้เวลาอยู่กับครอบครัว  แต่คณะของเราได้เดินทางไป  "สร้างสุข" ให้กับครอบครัวที่โรงเรียนห้วยมะเกลือวิทยา     อ.แม่ทะ   จ.ลำปาง   

         เราเดินทางไปโดยรถตู้ของโรงเรียนผดุงวิทย์ (วัดศรีบุญเรือง)ด้วยความเมตตาจากพระอาจารย์ คณะครูผู้ก่อการดีที่ไปด้วยกันครั้งนี้มีครูแมว ครูวิกรม ครูสุดสวาท น้องป้อม  และคุณครูผดุงวิทย์อีก  7  ท่าน มีครูปิ๋ว ครูมน  ครูท๊อป ครูฝน  ครูหนิง  ครูมิว และครูธเนศ  ครูนิรมลแห่งโรงเรียนต้นธงชัยตามไปสมทบทีหลัง 

          เราเดินทางไม่ถึงโรงเรียนห้วยมะเกลือ แต่ไปที่โรงเรียนแม่ทะประชาสามัคคี เพราะท่านผอ.เห็นว่าสะดวกในการเดินทาง และสถานที่พร้อมกว่า  วันนี้ผู้เข้าร่วมเวทีจำนวน  52 ครอบครัว  มีทั้ง พ่อ  แม่  และลูก ๆ นักเรียนหญิง ชาย ชั้นม.1-3 (52 คน)  และมีคุณครูของโรงเรียนห้อยมะเกลือทั้งหมด  15 ท่าน  นำโดย ท่าน ผอ.วรพันธ์  กัญญาเทพ  และคุณครูแทน ซึ่งเป็นครูแนะแนวของโรงเรียนห้วยมะเกลือวิทยา 

                                       

            การจัดกิจกรรม ได้ใช้กระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม  การสร้างสุขด้วยการบีดนวดให้แก่กัน  การกอดรัดสัมผัสกันของพ่อ แม่ลูก  การค้นหาความสุข-ความทุกข์ในบ้านและในโรงเรียนด้วยกัน  ใช้ศิลปะบำบัด  โดยให้พ่อแม่ลูกร่วมกันวาดภาพระบายสีบ้านที่มีความสุขด้วยกัน  

                        

             ในช่วงของการค้นหาทุกข์  หรือความไม่สบายใจของครอบครัว เราพบว่า ครอบครัวทุกข์เรื่องภาวะการเงิน ชาวบ้านยากจนมาก  ต้องออกไปหารายได้จากการรับจ้างทำงานในเมืองซึ่งไกลออกไปถึง  30  ก.ม. บางคนก็ไม่มีงานทำ  พ่อแม่บ่นว่าลูกใช้จ่ายเงินมาก  ส่วนลูก ๆ จะบอกแม่ว่าเงินไม่พอใช้  เด็กบางคนไปทำงานร้านอาหารในเมืองตอนกลางคืนโดยมีรถมารับไปทำงานซึ่งพอจะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ครูก็ทุกข์อีกคือเป็นห่วงเด็ก ๆ ในเรื่องความปลอดภัยจากการเดินทาง  การถูกล่อลวง  ฯลฯ   ปัญหานี้แก้ยากมาก เป็นปัญหาทุกข์ร้อนของแผ่นดิน  ที่จะต้องร่วมกันขจัดทุกข์  บำรุงสุข แก่ชาติบ้านเมือง  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย  ๆ  ฝ่าย  องค์การส่วนท้องถิ่น  อบต.  พมจ.  ถึงระดับจังหวัด  ต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแลพวกเขา 

             พวกเราเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยที่ทำงานเล็ก ๆ เพื่อจุดประกายให้เห็นปัญหา  และร่วมกันแก้ไข จากวงเล็ก ๆ และส่งแรงกระเพื่อมสู่ระดับที่ใหญ่    การที่ครูจัดกิจกรรมครอบครัวอย่างนี้ขึ้นมา  ทำให้ได้ค้นพบความทุกข์ยาก  วาระที่ซ่อนเร้น   และคงจะต้องเป็นตัวจักรสำคัญในการแก้ปัญหาต่อไป

            งานใหญ่อย่างนี้คงแก้ไขในวันเดียวไม่ได้แน่ ๆ  แต่เราต้องร่วมมือกัน  ด้วยพลังของครูเล็ก ๆ ในโรงเรียนของแต่ละหมู่บ้านอันจะเป็นกำลังสำคัญให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายได้  

             ขอให้กำลังใจครูของแผ่นดินทุกคนค่ะ    

 

เครือข่ายครอบครัวสุขภาวะในสถานศึกษา