การเยี่ยมบ้านได้ผ่านไปเมื่อวันศุกร์ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๒ ฉันไม่อยากจบลงเพื่อแค่ทำหน้าที่เท่านั้น  ฉันได้นำนักเรียนมานั่งล้อมวงคุยกัน  เพื่อให้นักเรียนบอกรายละเอียด เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวตนเองอีกครั้ง  และให้นักเรียนบอกครูกับเพื่อน ๆว่าตนเองทำงานอะไรบ้าง ทำอย่างไร เวลาใด เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน 

     น้องทิพย์ได้เล่าว่าตื่นตี ๔ ซักผ้าวันละ ๓ ถังให้กับคนทั้งบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้านและหุงข้าว ถ้าเป็นวันหยุดจะไปทำงานที่สวนยางกับตาและยาย  ดายหญ้าขุดดิน และงานทุกอย่างที่ตายายทำเธอต้องช่วย ส่วนงานประจำที่กล่าวมาก็ต้องทำไม่มีละเว้น  การบ้านจะรีบทำยามว่างที่โรงเรียน

     น้องทิพย์มีแม่เป็นชาวพม่า พ่อและแม่แยกทางกันเมื่อเธออายุได้ประมาณ ๒ ขวบ  พ่อเป็นชาวระนองมีอาชีพประกอบตู้คอนเทนเน่อร์ หลังจากที่พ่อและแม่แยกทางกันพ่อได้นำเธอมาฝากเพื่อนเลี้ยงที่อำเภอบางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อสองปีที่ผ่านมาพ่อของเธอแต่งงานใหม่ จึงนำเธอมาอยู่ที่บ้านแม่เลี้ยง  เธอจึงเรียกพ่อและแม่ของแม่เลี้ยงว่าตาและยาย 

      ในขณะที่เธอเล่า..เพื่อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และรุ่นพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ รู้สึกสงสารและเห็นใจได้ร้องไห้ไปตาม ๆ กัน ... เธอเล่าว่าหลายครั้งเธอทำงานทำไม่ไหวเหนื่อยและหิวเธอได้แอบร้องไห้บ่อย ๆ ส่วนแม่เลี้ยงจะไม่ทำงานอะไรเลยนอนอยู่กับบ้านและดูโทรทัศน์เท่านั้น ยายจะทำตารางการทำงานติดไว้เหมือนตารางสอน หมายเหตุ  ถ้าบกพร่องตีไม่เลี้ยง

     ครูทุกคนรู้จัก...น้องทิพย์เป็นเด็กเรียนดี มีความสามารถในการร้องเพลงและกล้าแสดงออก ครูทั้งโรงเรียนชื่นชมว่าน้องทิพย์โชคดีที่ตายายและแม่เลี้ยงรัก  แม้ว่าไม่ใช่สายเลือดแต่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างอบอุ่น  การเยี่ยมบ้านอย่างเดียวไม่อาจได้ข้อมูลที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้คุณครูทุกท่านของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ได้ทำการสแกนเด็กอีกครั้งหนึ่ง พบกับความรู้สึกที่อึ้งกันทุกท่าน 

     บรรยากาศที่ควรจัดให้กับการสแกนเด็กควรเป็นแบบสบาย ๆ ให้เด็กทำสมาธิ ผ่อนคลาย ไว้วางใจเพื่อน ๆ และครู  และที่สำคัญครูควรเลือกวิธีการถามหรือชวนคุยที่อ่อนโยนอบอุ่น การที่เด็กได้ร้องไห้เขาบอกว่าสบายใจขึ้นมาก... โปรดติดตาม...