พลังชีวิต จากสิ่งที่เรียกว่า น้ำ


น้ำคือพลังชีวิต หากคนเราสูญเสียน้ำในร่างกายไป 50% ก็ไม่มีใครมีชีวิตอยู่ได้

ในช่วงสงกรานต์ ปี 2552  ดิฉัน มีโอกาสพักผ่อนอยู่กับบ้านหลายวัน จึงถือโอกาสจัดชั้นหนังสือใหม่  พอดีไปพบหนังสือเล่มหนึ่ง ที่คนใกล้ชิดให้มาเมื่อตอนปีใหม่ ปี 2549  ยังอ่านไม่ทันจบ ก็มีคนยืมไป แต่เอามาคืนแล้ว และก็มีการจัดนำมาวางไว้บนชั้นหนังสือเมื่อไร ไม่ได้สังเกต เลยนำลงมาอ่านต่อ  หนังสือเล่มนั้นคือ The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto และเป็น New York Times Bestseller อีกเล่มหนึ่ง   หนังสือเล่มนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการศึกษาเรื่อง น้ำ ที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน โดยมีการแสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของน้ำ จากภาพถ่ายจากผลึกของน้ำด้วยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว สนุก น่าทึ่งจริงๆ....แต่จะจริงแค่ไหน ส่วนตัวแล้ว..ไม่ทราบ..รู้แต่ว่า อ่านแล้ว... สนุก  ..ไม่ทราบจะเป็น Pseudoscience (a methodology, belief, or practice that is claimed to be scientific) หรือเปล่า  อ่านแล้ว ส่วนตัว มีคำถามเกิดขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ที่จะไปค้นหาอะไรมากมายนัก  บันทึกนี้ มุ่งเน้น ที่จะกล่าวถึง ประโยชน์ ของน้ำ มากกว่า


ต้นกำเนิดของน้ำจริงๆ ....มาจากไหนไม่มีใครรู้อย่างแ ท้จริง....
แต่ที่แน่นอนก็คือ น้ำบนผิวโลกของเรานี้มีปริมาณคงที่ และส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำทะเลซึ่งระเหยขึ้นไปในท้องฟ้าแล้วเป็นฝนตกลงมาใน รูปของน้ำจืด    ฝนส่วนหนึ่งตกลงบนพื้นดินเป็นน้ำให้มนุษย์ สัตว์ และพืช ใช้ก่อนที่มันจะระเหยกลับไปหรือไหลกลับลงสู่ทะเลอีกครั้ง
ภาพข้างล่างนี้ hydrologic cycle  กระบวนการหมุนเวียนของ น้ำ บนโลกของเรา


จริงๆแล้ว เรื่องของ น้ำ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะตอนที่เรายังเป็นเซลล์ชีวิตเล็กๆ ที่เกิดจากการปฏิสนธิในครรภ์มารดา เรามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 99% แต่เมือลืมตามาดูโลก  น้ำในร่างกายลดลงมาที่ 90% ต่อมาก็มาอยู่ที่ 70 %ส่วนคนชรา น้ำจะลดลงเหลือเพียง 50 % กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชีวิตของคนเรากับ น้ำ มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก

ดร.มาซารุ กล่าวว่า ถ้าอยากจะมีชีวิตที่มีความสุข และมีสุขภาพดี แค่ทำน้ำที่มีอยู่ 70% ในร่างกาย ให้สะอาดก็พอ สายน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา จะทำให้น้ำสะอาด นั่นคือการไหลเวียนของเลือด ถ้าเลือดไหลเวียนไม่ดี ร่างกายจะเริ่มเน่า ถ้าเกิดกับเส้นเลือดในสมอง ก็ทำให้ถึงตายได้  น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายยิ่งกว่าสารอาหารทุกชนิดในโลก ความเสื่่อมของร่างกายและความชราภาพก่อนวัยอันควรนั้น  เชื่อว่า เกิดจากการที่เซลล์ของร่างกายขาดน้ำเรื้อรัง   ร่วมกับมีอนุมูลอิสระ มาทำลายเซลล์ภายในร่างกาย นั่นเอง

พออ่านเรื่องนี้แล้ว  ในครอบครัว ก็เกิดการตื่นตัวเรื่อง น้ำ ในบ้านเป็นการใหญ่ หันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่อง น้ำเพื่อชีวิต Water for Life กันมากขึ้น โดยมีแพทย์ประจำครอบครัว คือ ศ.นพ.ดร.วิจิตร บุณยะโหตระ   เป็นหัวหน้าทีม  เริ่มกันที่ คำถามต่างๆ ดังนี้...
1.ใน 1 วัน ควรดื่มน้ำเท่าไรดี.... แพทย์ประจำที่บ้าน แนะนำว่า  สำหรับผู้ชาย ดื่มวันละ 3 ลิตรหรือ 13 แก้ว แต่ผู้หญิง ให้ดื่ม 9 แก้ว หรือ 2.2 ลิตร ส่วนหลังการออกกำลังกายช่วงสั้นๆ  ให้เพิ่มได้อีก1-2 แก้ว แต่ถ้าออกกำลังกายช่วงยาวๆ ให้เพิ่มได้อีกเป็น 2-3 แก้ว

2.ช่วงเวลาการดื่มน้ำ แพทย์ประจำที่บ้าน ให้ดื่มหลังตื่นนอนเลย 1 แก้ว เพื่อลดความเข้มของโลหิต  และเพื่อความสดชื่นของร่างกาย  ต่อไป ช่วงสายๆอีก 2 แก้ว เพื่อช่วยชำระของเสียในร่างกาย ตอนบ่ายๆ ดื่มน้ำอีก 3 แก้ว  ตอนเย็นอีก 3 แก้ว และก่อนเข้านอน 1 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกะเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่น จะยิ่งทำให้นอนหลับดียิ่งขึ้น
พฤติกรรมการดื่มน้ำในแต่ละวัน จะเริ่มตรงไหน...1.แพทย์ประจำที่บ้าน บอกว่า พอตื่นขึ้นมา ก็ให้เริ่มดื่มน้ำเลย 1 แก้ว เพื่อความสดชื่น
2.ถ้าไปนอกบ้าน ก็ให้มีน้ำดื่มแบบขวดประจำรถไว้ด้วย แม้กระทั่งเวลา ทำงาน ก็ให้วางขวดน้ำไว้ใกล้ๆเลย
3.เพื่อไม่ให้รับประทานอาหารมากเกินไปในเวลากลางวัน ให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว  สำหรับ ผู้ที่ มีระบบการย่อยดีมาก หิวบ่อย เพื่อป้องกันไม่ให้รับประทานมากเกินไป แพทย์แนะนำให้ ดื่มน้ำเย็นๆสักหนึ่งแก้ว เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังในการทำให้น้ำเย็นๆดังกล่าว มีอุณหภูมิอุ่นขึ้นไปถึง 98.6°F.


 

สำหรับสารอาหารของน้ำ 1 แก้ว 250 mL  มีดังนี้ ::...แคลอรี่: 0.0 โปรตีน: 0.0g คาร์โบรไฮเดรต : 0.0g ไขมัน0.0g ไฟเบอร์ :0.0g
นอกจากนี้ ยังได้อ่านพบ งานวิจัยของ Alfred Goodman Gilman ซึ่งเป็น American pharmacologist และ biochemist ท่านได้รับ 1994 Nobel Prize in Physiology or Medicine  กับ  Martin Rodbell  ในการค้นพบเรื่อง G-proteins ซึ่งเป็นการค้นพบว่า น้ำ ทำหน้าที่เป็นสื่อระหว่างเซลล์ต่างๆ เชื่อมทุกระบบในร่างกายเข้าด้วยกัน เซลล์ในร่างกาย จะส่งคลื่นวิทยุติดต่อระหว่างกัน โดยที่สัญญาณวิทยุนี้นี้ จะส่งจากน้ำที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง
ในขณะเดียวกัน  ดิฉันก็คิดไปถึง  การดื่ม น้ำล้างโรค ที่เป็นส่วนหนึ่งของ โฮมีโอพาธี Homeopathy  ซึ่งคือ การรักษาแบบองค์รวม โดยมองว่า การเจ็บป่วย เป็นสัญญาณ ของความไม่สมดุลภายในร่างกาย  ดังนั้น จึงเน้นแก้ไข ปัญหาพื้นฐาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ไม่ใช่รักษาแต่อาการ ที่แสดงออกมาเท่านั้น และจะมีการ ใช้ยาจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพลัง ในการให้ร่างกาย รักษาตัวเองด้วย     การรักษาแบบนี้ เก่าแก่มาก ย้อนไปถึงศตวรรษ ที่4-5 ก่อนคริสตกาล สมัยฮิปโปเครติส
  ภาพนี้คือ ครกบดยาโบราณ ในการใช้การรักษาแบบ  homeopathic remedies



ปัจจุบัน ทราบว่า ในประเทศญี่ปุ่นก็กำลังนิยมการดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษา สุขภาพที่ดี   พฤติกรรมนี้เกิดจากข้อเท็จจริง ที่ยืนยันด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า น้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ และบำบัดรักษาโรค แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างได้ผล แต่จะ 100%หรือเปล่า ไม่แน่ใจ  โรคที่มักจะใช้วิธีดื่มน้ำล้างโรคนี้คือ  โรคความดันโลหิตสูง   โรคกระเพาะ   โรคเบาหวาน   โรคท้องผูก  โรคมะเร็ง และวัณโรค โดยแนะนำ ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) ทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้า

ภาพข้างล่างนี้ เป็นภาพโมเลกุลของน้ำ(H2O)
แม้ว่า โครงสร้างโมเลกุลของน้ำ จะดูเรียบง่าย แต่สถานะทางกายภาพและทางเคมีของน้ำ กลับเป็นเรื่องซับซ้อน และก็ไม่ใช่   รูปแบบปกติสามัญที่พบเห็นกันทั่วๆไปในพิภพ  เช่นก้อนน้ำแข็ง ที่ลอยน้ำอยู่ในแก้วน้ำ ก็มิใช่ คุณลักษณะ ทางเคมีโดยปกติ เพราะถ้าเป็นลักษณะของสารประกอบโดยทั่วไปแล้ว   สภาพที่เป็นก้อนทึบ  จะต้องหนักกว่าน้ำ  และน้ำแข็งก็ควรต้องจมอยู่ที่ก้นแก้ว หรือแม้กระทั่งก้อนน้ำแข็งใหญ่ๆ  ที่บริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นจัดต่างๆ  ก็ยังลอยอยู่เหนือน้ำได้ และยังมีชีวิตสัตว์อีกไม่น้อย  ที่อาศัยอยู่ภายใต้  ก้อนน้ำแข็งยักษ์เหล่านั้น จาก..เอนไซโคลพีเดีย Britannica
เอนไซโคลพีเดีย Britannica


ทีนี้ มาดูถึงคุณภาพของน้ำ ที่เหมาะสมที่จะดื่ม...ปกติ  ดิฉันจะไม่ดื่มน้ำจากก๊อกน้ำประปา แต่จะดื่มน้ำที่ผ่านการกรองระบบ Reverse osmosis systems เท่านั้น แต่ปัจจุบัน มีการศึกษาถึง คุณสมบัติของน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ  จากข้อเขียนของ ศ.นพ.วิจิตร บุณยะโหตระ ย่อๆ ดังนี้....
1.ควรมีฤทธิ์เป็นด่าง ( pH 7.6-8.5)  เพราะ น้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง จะช่วยล้างพิษของความเป็นกรดในร่างกาย สร้างสภาวะสมดุล ให้แก่ปฎิกิริยา ชีวเคมีที่สำคัญๆ ภายในเซลล์ รวมทั้งการสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนเป็นต้น
2.น้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง  เป็นสารละลายที่ดีที่มีแรงตึงผิวต่ำ  สามารถละลายสารอาหารได้ครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งน้ำที่เป็นด่าง สามารถดูดซับอ็อกซิเยนเข้ามาเก็บไว้ได้มากกว่าน้ำที่เป็นกรดถึง 100เท่า เป็นต้น
3.มีข้อมูลทางวิชาการ  ปรากฏอยู่  อ้างว่า ด้วย นาโนเทคโนโลยีล่าสุด เราสามารถย่อยโมเลกุลของน้ำให้เกาะกลุ่มเล็กลง และมี รูปร่างเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่ง สามารถเข้าและออกจากเซลล์ได้ดี ทั้งยังมีคุณสมบัติต่อสุขภาพหลายประการ สามารถวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ค่าความ
สามารถต้านอนุมูลอิสระ (ORP) ค่าความเป็นด่าง และค่าออกซิเจน ที่สูงกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป ( ข้อนี้ มีรายละเอียด แต่ไม่ขอกล่าวถึง เพราะไม่สามารถรับประกันความถูกต้อง ของข้อมูลได้ )

อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็ยังเชื่อว่า การดื่มน้ำ ก็ควรอยู่ในปริมาณที่พอดี  ซึ่ง ความพอดีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ ความพอดี ของแต่ละคนด้วย    เพราะผลเสียจากการดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไป ก็มีเหมือนกัน เช่น ท้องอืด ปัสสาวะบ่อย แต่ในทางกลับกัน ถ้าดื่มน้ำ น้อยเกินไป ร่าง กายก็จะเหี่ยวเฉา ผิวหนัง ผิวกายและเส้นต่างๆ ก็จะตึงเพราะเลือดข้นมาก ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น การสูบฉีดเลือด ก็จะเป็นไปอย่างลำบาก ทั้งการส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายก็จะไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

หมายเหตุ อ้างอิงจาก  :: 1.จากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ด้าน Water Treatment  และเรื่องอาชีวอนามัย มาหลายปี  ดูแลเอง อย่างใกล้ชิด โดยได้มีโอกาสทำงานกับผู้เชี่ยวชาญทั้งคนไทย และต่างประเทศ ในเรื่องนี้ด้วย
                                 2. ข้อมูล จาก
  เอนไซโคลพีเดีย Britannica
                                 3.
The Hidden Messages in Water  ของ Dr. Masaru Emoto
                                 4. จาก The US Environmental  Protection Agency
                                 5. กรมควบคุมมลพิษ

หมายเลขบันทึก: 256810เขียนเมื่อ 22 เมษายน 2009 20:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (118)

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

อากาศร้อน ๆ (แม้ข่าวว่าไม่ใช่ร้อนที่สุดตามที่คาดไว้) คุยกันเรื่อง "น้ำ" น่าจะดีค่ะ...^_^...

น้องได้ผ่านตาหนังสือเล่มนี้บ้างแล้วค่ะ .... The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto แต่ไม่ได้อ่านโดยละเอียด พลิกผ่านอย่างรวดเร็วและดูเฉพาะส่วนที่สนใจค่ะ  ได้ทราบว่ามีการแปลเป็นภาษาไทยแล้วด้วย

ที่สนใจคือ ประเด็นเกี่ยวกับ น้ำในร่างกาย ซึ่งจากการทดลองของ Dr. Masaru Emoto ได้ศึกษาผลึกของน้ำในแหล่งที่ได้รับการดูแลต่างกัน และพบว่า ผลึกของน้ำที่สวยงามที่สุดคือน้ำที่ได้รับคำกล่าวว่า "รักและขอบคุณ" ค่ะ ในขณะที่ผลึกของน้ำที่ได้รับคำกล่าวอื่น ๆ ที่ไม่ดี จะมีผลึกที่ไม่สวย ไม่มีระเบียบเลย

จึงน่าจะสรุปได้ว่า เมื่อน้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของร่างกายถึง 70 % แล้ว หากต้องการให้สุขภาพดี ก็เพียงดูแลน้ำในร่างกายให้ดี ดังที่พี่กล่าวไว้ค่ะ...

ขอบคุณบันทีกดี ๆ ทำให้อุณหภูมิลดลงค่ะ

(^___^)

2. คนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ วันนี้ ควรจะเป็นวันที่ร้อนที่สุด แต่กลับไม่ร้อนเท่าที่กลัวกัน เลยอยู่บ้านฟังการอภิปรายฯ และเขียนบันทึกใหม่ไปด้วยค่ะ เรื่อง น้ำ ทำให้รู้สึกเย็น ขึ้นจริงๆค่ะ
ดร.มซารุ เอโมโตะ เป็นแพทย์ ที่เน้นด้านแพทย์ทางเลือกค่ะ มีผลงานโด่งดัง จากการวิจัยเรื่อง น้ำ ในระดับอนุภาค ที่เล็กกว่า อะตอม นำไปสู่ความเข้าใจเรื่อง น้ำ ในมิติใหม่ ทำให้รู้ว่า ที่จริง น้ำ มีพลังชีวิต ที่สามารถรักษาโรคได้
ในบทสรุปของหนังสือนี้ กล่าวถึงความสัมพันธ์ของน้ำกับจักรวาล อ่านไป ก็ นึกว่า มันอาจจะจริงก็ได้ ที่ผู้เขียน  คิดว่า บางที ต้นกำเนิดของน้ำอาจมาจากนอกโลก...???
บางที ตำนานเรื่อง น้ำท่วมโลก สมัยโนอาห์ และอาณาจักรแอตแลนตีส ที่หายสาบสูญไป  ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นก็ได้
สำหรับข้อมูลเรื่อง น้ำดื่มสะอาด นั้น เป็นที่น่าดีใจว่า คนหันมาดื่มน้ำสะอาดธรรมดากันมากขึ้นมากนะคะ มีข้อมูลจาก The International Bottle Water Association ว่า ในปี 2007 ว่า ในสหรัฐอเมริกา ได้มียอดขายน้ำบรรจุขวดถึง 8.8 billion gallons เพิ่มขึ้น 6.9จากปี 2006 คือ เท่ากับ คนดื่มน้ำสะอาดธรรมดา ปีละมากกว่า 29 gallons ต่อคนมากกว่า การดื่ม carbonated soft drinksด้วย ต่อไป คนจะยิ่งดื่มน้ำสะอาดธรรมดามากขึ้น เพราะรักสุขภาพ มากขึ้นนั่นเองค่ะ
ไม่เฉพาะแต่คนอเมริกัน คนทั่วโลก ก็หันมาดื่มน้ำสะอาดกันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ตัวเลขจากประเทศไทย ก็มีนะคะ

มาทำงานให้น้องค่ะ อ่านเรื่องน้ำๆรู้สึกสดชื่นจังค่ะ



p'pink

 

GLOBAL BOTTLED WATER MARKET

Leading Countries' Consumption and Compound Annual Growth Rates

2002 – 2007

 

 

 

 

 

2007

 

Millions of Gallons

CAGR*

Rank

Countries

2002

2007

2002/07

1

United States

5,795.6

8,823.0

8.8%

2

Mexico

3,898.6

5,885.2

8.6%

3

China

2,138.4

4,787.8

17.5%

4

Brazil

2,541.8

3,621.1

7.3%

5

Italy

2,558.2

3,100.9

3.9%

6

Germany

2,291.5

2,743.2

3.7%

7

Indonesia

1,622.5

2,400.6

8.2%

8

France

2,225.6

2,283.2

0.5%

9

Thailand

1,277.0

1,533.1

3.7%

10

Spain

1,191.4

1,284.0

1.5%

 

   Top 10 Subtotal

25,540.7

36,462.2

7.4%

 

All Others

9,054.2

13,407.3

8.2%

 

   WORLD TOTAL

34,594.9

49,869.6

7.6%

 

 

 

 

 

* Compound annual growth rate

Source:  Beverage Marketing Corporation

คนไม่มีราก
ข้อมูล เรื่อง คนทั่วโลก ก็หันมาดื่มน้ำสะอาดกันมากยิ่งขึ้นค่ะ

GLOBAL BOTTLED WATER MARKET

Per Capita Consumption by Leading Countries

2002 – 2007

 

 

 

 

2007

 

Gallons Per Capita

Rank

Countries

2002

2007

1

United Arab Emirates

35.2

68.6

2

Mexico

37.7

54.1

3

Italy

44.2

53.3

4

Belgium-Luxembourg

32.7

39.5

5

France

37.1

35.8

6

Germany

27.8

33.3

7

Spain

29.7

31.7

8

Lebanon

24.9

29.3

9

United States

20.1

29.3

10

Hungary

13.5

28.5

11

Switzerland

24.2

28.2

12

Slovenia

18.8

25.2

13

Austria

20.9

25.0

14

Czech Republic

21.1

24.6

15

Croatia

14.9

24.3

16

Saudi Arabia

23.8

24.1

17

Cyprus

21.4

24.0

18

Thailand

20.1

23.6

19

Israel

12.4

23.2

20

Portugal

19.9

22.4

 

GLOBAL AVERAGE

5.6

7.6

 

 

 

 

Source:  Beverage Marketing Corporation

4. kpam&p'pink
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ
จำได้ว่าการประปาของประเทศเรา เคยบอกว่า น้ำประปาจากก๊อกก็ดื่มได้ แต่รู้สึกว่า คนส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าใด ซึ่งก็เหมือนกับ ในประเทศอื่นๆค่ะ เพราะประชาชน ก็มัก ดื่มน้ำบรรจุขวดเหมือนกัน ขายดีกันไปตามๆกัน
ถ้าเราจะลองดูว่า ทำไมเราถึงไม่ค่อยกล้าดื่มน้ำจากก๊อก ก็คงมีเหตุผลคล้ายๆกันคือ
1.กลัวสารตะกั่ว ที่อาจปนเปื้อนมาด้วย ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองช้า ส่วนผู้ใหญ่ ก็อาจเสี่ยงเรื่องที่เกี่ยวกับระบบไต

2. กลัวพวกสารก่อมะเ ร็งต่างๆ เช่นarsenic, asbestos, radium,benzene, trichloroethylene, radon, the pesticide atrazine, and perchlorate ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้เกิดเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์

3.กลัวพวกเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรียต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะแก่คนที่มีภูมิต้านทานไม่มากนัก เด็กเล็กๆ หรือคนสูงอายุ เป็นต้น

4. กลัวสารคลอรีน ที่ใส่ในน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดมะเร็ง การเป็นหมัน หรือ การคลอดไม่สมบูรณ์ เป็นต้น

5.กลัวพวกไนเตรท ที่อาจจะมีปนเปื้อนมา ซึ่งก็มักเป็นพวกของเสีย หรือทรากสัตว์ต่างๆ และพวกปุ๋ย ในรูปต่างๆ

6.กลัวพวกโลหะหนัก เช่น พวกแคดเมี่ยม หรือปรอท ที่อาจจะมีปนเปื้อนมา

ถ้าจะดูระบบกรองน้ำ เพื่อจะใช้ดื่ม ที่ใช้กันในปัจจุบัน น่าจะมีอยู่ แบบด้วยกัน
1. ระบบ Activated granular carbon filters  ระบบนี้ จะกรองเอาสาร พวก Atrazine, benzene, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes, และ radon ออกได้ แต่นอกจากจะมี คาร์บอนแล้ว ก็อาจยังมีตัวกรอง ตัวอื่นอีกด้วย เพื่อจะกรองเอา สารตะกั่วออก

2.ระบบ Solid block carbon filters ระบบนี้ จะกรองเอาพวก Asbestos, atrazine, benzene, lead, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes ออกได้

3 ระบบ Reverse osmosis systems ซึ่งจะกรอง  Arsenic, asbestos, atrazine, lead, mercury, nitrate, radium, Cryptosporidium, และ fluoride ออกได้

4.ระบบ Distillers  ซึ่งจะกรอง Arsenic, asbestos, lead, mercury, nitrate, trichloroethylene, trihalomethanes, radium, coliform bacteria, Cryptosporidium, และ fluoride

5. ระบบ Ion exchange systems (aka water softeners) จะกรอง Calcium และ  magnesiumออกได้ คือ สาร 2 ตัวนี้ จะเป็นตัวไปกัดกร่อน อุปกรณ์ประปา หรือ อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการทำความสะอาด ทำ ให้เกิดตะกรัน และมีอายุใช้งานที่สั้นลง และยังจะทำให้การล้างคราบสบู่ คราบน้ำยา ทำความสะอาด ให้ออกยากขึ้นด้วย

ระบบที่1-4 ติดตั้งได้ง่ายๆ ใต้ซิงค์น้ำ หรือในที่เหมาะสม แต่ระบบสุดท้าย จะเสียค่าใช้จ่ายสูงหน่อย และมักต้องใช้กับระบบน้ำทั้งบ้านเลย

สวัสดีค่ะ

  • อ่านผ่าน ๆ ๑ เที่ยว
  • เห็นว่าเป็นประโยชน์กับคนอื่น คนในชุมชน
  • จึงได้พิมพ์ออกมาจะนำไปเผยแพร่ค่ะ
  • ขอให้ได้รับอานิสงค์นะคะ
  • ขอขอบพระคุณค่ะ
  • ดีครับ..
  • น้ำหกเหลี่ยม..อร่อยดี..ไม่ยักบาดคอ..

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะคุณพี่ศศินันท์

คุณพี่สบายดีนะคะ ... อากาศเริ่มร้อนขึ้น แต่ที่ใต้ฝนมักตกช่วงเย็นค่ะ

คนเมืองให้ความสำคัญเรื่องน้ำดื่มที่มีคุณภาพ สังเกตได้จากธุรกิจน้ำดื่มต่างๆ ที่ขยายตัว

ส่วนในชนบทยังมีปัญหาเรื่อง น้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำค่ะ

มาเยี่ยมบ้านบันทึกพี่ศศินันท์คราใด ได้ความรู้ใหม่ๆ ทุกที ขอบพระคุณนะคะ มีความสุขมากๆ ค่ะ

ครูคิม

ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาอ่าน ที่บ้าน จะมีหมอประจำบ้าน ที่เคร่งครัดเรื่องสุขภาพสุดๆ ทุกคนยอมแพ้ค่ะ บางทีดูเหมือนมากเกินไป   แต่คุณหมอเขา ชอบ เรื่องสุขภาพ และเป็นผู้ปฎิบัติตัวจริง ดีไม่ดี ดูที่เขา ก็จะทราบค่ะ ตัวเอง ดูแลตัวเอง ไม่ได้ครึ่งของเขาหรอกค่ะ
ตอนนี้ ก็เป็นวิทยากรรับเชิญบ่อยๆ และเป็นอาจารย์สอน การแพทย์ทางเลือกด้วยค่ะ จริงๆเขาเป็น สูติแพทย์ และศัลยแพทย์
มาก่อนค่ะ

เรื่องของการดื่มน้ำ ให้เพียงพอ ในแต่ละวันนั้น นอกจากที่ ควรจะเป็นน้ำสะอาดที่เหมาะสมแล้ว ก็ยังรวมถึงน้ำอื่นๆด้วย ที่เรากินเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำแกง น้ำผลไม้ น้ำชากาแฟ  น้ำสมุนไพร เป็นต้นด้วยนะคะ

นอกจากนี้ ที่บ้าน ยังมี น้ำสมุนไพร ที่กำลังเป็นที่นิยม  ให้ผลในการล้างพิษ อาทิ เช่น  น้ำจตุผลา-ธิกะ เป็นเครื่องดื่มในตำราพระไตรปิฎก ที่เกิดจากการรวมพลังคุณค่าผลไม้โบราณ 4 ชนิด ได้แก่   สมอไทย (Terminalia chebula) สมอภิเภก (Terminalia bellerica) สมอเทศ (Terminalia arjuna) และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica)  ซึ่งผลไม้ ข้างต้น อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) มีสรรพคุณในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเสมหะ เมือกมัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในอวัยวะหลายส่วน เช่น ปอด หลอดอาหาร หัวใจ หลอดเลือด ลำไส้
น้ำสมุนไพร ดังกล่าว ทางครอบครัวดิฉัน ได้นำมาทดลองดื่มแล้ว ยังไม่เห็นผลแน่นอน แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะเป็นสมุนไพรเก่าแก่ทั้งหมดค่ะ

สวัสดีค่ะ

เข้ามาอ่านในบันทึกค่ะ เป็นบันทึกที่น่าสนใจ ที่บ้านทานน้ำที่ซื้อมาจากร้านเป็นถังขนาดใหญ่ และตอนนี้ดิฉันเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยค่ะ และ หมอห้ามทานอาหารที่เป็นมัน และมีรสชาติจัดเกินไป ให้ดื่มน้ำเยอะ ไม่ทราบว่าน้ำที่เราซื้อ สะอาดพอ หรือเปล่า และเป็นผลทำให้เกิดนิ่วได้ หรือเปล่าค่ะ

 9. เกษตร(อยู่)จังหวัด

สวัสดีค่ะ ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ มีอารมณ์ขันเสียด้วย อิๆๆ
เรื่อง
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม
ดิฉัน นำข้อเขียน ของคุณหมอวิจิตรฯ ที่ไปบรรยาย ตามที่ต่างๆ ตัดตอนมาลงน่ะค่ะ

คือ....น้ำธรรมดาที่เราดื่มอยู่ ทุกวันนี้มีโมเลกุลกลุ่มใหญ่ 13 โมเลกุลขึ้นไปและไม่เป็นระเบียบ ทำให้ซึมผ่านผนังเซลล์ทั้งเข้าและออกได้ยาก
แต่ด้วยนาโนเทคโนโลยีล่าสุด เราสามารถย่อยโมเลกุลของน้ำให้เกาะกลุ่มเล็กลง และมี รูปร่างเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่งสามารถเข้าและออกจากเซลล์ได้ดี
ทั้งยังมีคุณสมบัติต่อสุขภาพหลายประการ สามารถวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น
ค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (ORP) ค่าความเป็นด่าง และค่าออกซิเจน ที่สูงกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป
มีงานวิจัยจากผู้มีประสบการณ์ดื่มน้ำแล้ว และข้อมูลสนับสนุนการวิจัยและทดสอบทางวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศ เช่น ในญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา  แจ้งว่า ....
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) สามารถนำพาสารอาหาร วิตามินแร่ธาตุ เข้าสู่เซลล์ได้เต็มที่ เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม สามารถล้างพิษระดับเซลล์โดยนำของเสียสารพิษที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเซลล์ ได้ง่าย
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม เป็นด่างอ่อนๆ สร้างความสมดุลกับกรดซึ่งเป็นอันตรายในร่างกาย   น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม มีออกซิเจนเพิ่มขึ้น 30% เป็นประโยชน์ต่อระบบการเผาผลาญในร่างกาย และสมอง
แรงตึงผิวของน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยมที่ต่ำลง สามารถละลายสารอาหารได้ดี และทำให้เลือดไม่ข้นเกินไป น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม   ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น มีผลดีต่อต้านอาการภูมิแพ้ ไซนัส
ปัจจุบัน ดิฉัน เห็นมีคนที่รักสุขภาพมากๆ  หาน้ำแบบนี้ มาดื่มกันมากขึ้น  ซึ่งข้อดี ที่มีการวิจัยกันมาคือ
 .greater energy
· rapid hydration
· heightened immune function
· better nutrient absorption
· longevity
· weight loss
· greater metabolic efficiency
แต่ในความเห็นส่วนตัวจริงๆคือ ดิฉันไม่ค่อยจะวุ่นวายอะไรกับ เรื่อง น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม สักเท่าใด  ซึ่งก็คงจะเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง   แต่สิ่งที่ดิฉัน ให้ความสำคัญมากที่สุดอันดับแรกเลย  ในเรื่อง น้ำดื่ม คือ ต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสม ในการดื่มจริงๆ ซึ่งคงจะต้องดูที่...
1.คือต้องเป็นน้ำสะอาด ที่ปราศจากเชื้อโรคที่จะก่อให้เกิดโรค ซึ่ง Chlorine จะเป็นตัวฆ่าเชื้อเหล่านี้ได้ ในเบื้องต้น แม้จะยังไม่ใช่ น้ำดื่มที่มีคุณภาพดีที่สุด ณ ขั้นตอนนี้
2.ไม่มีสารพิษต่างๆเจือปน
3.ไม่มีโลหะหนัก เจือปน
4.ไม่ขุ่น ไม่มีรสแปลกๆ ไม่มีสีแปลกๆ
5.ไม่มีพวกไข่พยาธิ พวกเศษทรากของสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาเจือปน เช่น มูลสัตว์ต่างๆ เป็นต้น
 

สวัสดีค่ะ

***เป็นบันทึกที่มีคุณค่า ทั้งที่รู้อยู่บ้างแต่ก็ลืมให้ความสำคัญ

***ขอบคุณค่ะ ร้อนมากเลย วันนี้ดื่มได้ 4 แก้วแล้วนะคะ

สวัสดีค่ะ

เข้ามาอ่านแล้วชอบค่ะ มีความรู้เรื่องน้ำขึ้น อยู่ต่างจังหวัดค่ะ แต่ที่บ้านใช้น้ำประปา ทานน้ำประปา แต่ก็มีเครื่องกรองเหมือนกันค่ะ ไม่ทราบว่าน้ำสะอาดพอ หรือเปล่า และอีกอย่างเป็นคนที่ไม่ชอบทานน้ำเท่าไร จะมีผล ต่อร่างกาย หรือเปล่าค่ะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาอ่านรับความรู้เพิ่มเติมค่ะ น้องเป็นคนดื่มน้ำเก่งมาก ๆ ค่ะ และชอบดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำอื่น ๆ ....

น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) นี่ คือ นำที่เขาเรียกว่า Activated water (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือไม่ แต่ได้ฟังในรายการวิทยุค่ะ) หรือเปล่าคะ

วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนะคะ....

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

(^___^)

10. poo
สวัสดีค่ะคุณปู ดีใจจังที่เข้ามาเยี่ยม ไม่ได้คุยกันนานแล้ว คิดถึงค่ะ
ที่น้องบอกว่า....
คนเมืองให้ความสำคัญเรื่องน้ำดื่มที่มีคุณภาพ สังเกตได้จากธุรกิจน้ำดื่มต่างๆ ที่ขยายตัว ส่วนในชนบทยังมีปัญหาเรื่อง น้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำค่ะ
ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งค่ะ ตามที่ได้สัมผัสมาด้วยตนเอง แต่ข้อดีส่วนหนึ่งก็คือ คนชนบทมีความต้านทานและมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าคนเมืองค่ะ ถ้าไม่เจอกับโรคภัยที่แรงๆแล้ว ดูจะไม่ค่อยมีใครค่อยป่วยเป็นอะไรค่ะ
แต่อย่างไรก็ดี เรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ว่า คนเมือง คนชนบท ก็ต้องเอาใจใส่ และให้ความสำคัญค่ะ
ปัจจุบันนี้ คนทั่วโลก ดื่มน้ำสะอาดธรรมดา มากขึ้นๆ ตามข้อมูลด้านบน แต่โลกก็กำลังจะมีปัญหาด้านขยะพลาสติกที่เกิดจากขวดน้ำเช่นกันค่ะ เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมค่ะ    ซึ่งก็ทราบว่า ทางโรงผลิตน้ำดื่มในบางประเทศ เช่น ที่อเมริกา  ก็พยายามใช้ภาชนะบรรจุ  ชนิดที่สามารถนำมาทำความสะอาด และใช้ใหม่ได้ recyclable materials  แต่สำหรับภาชนะบรรจุน้ำแบบ recyclable materials    ขนาดใหญ่ๆ ที่ใช้ตามบ้านหรือที่อ็อฟฟิตก่อนที่จะนำไปให้ โรงผลิตน้ำดื่ม ทำการรีไซเคิ่ลอีกทีนั้น  เขาสามารถใช้ใส่น้ำซ้ำๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งค่ะ
 
แต่สำหรับ ในประเทศเรา พี่ก็ไม่มั่นใจว่า  ทางผู้ผลิตเขาใช้ high quality bottled water แค่ไหนค่ะ เพราะค่าน้ำบรรจุขวด อาจจะต้องแพงขึ้นไปอีกหน่อย ก็ได้

14. กิติยา เตชะวรรณวุฒิ

สวัสดีค่ะ ดีจังนะคะ วันที่ 22 เม.ย. ไม่ร้อนมากอย่างที่คิด แต่บอกมาว่า ได้ดื่มน้ำมาหลายแก้วแล้ว ก็รู้สึกชุ่มชื่นไปด้วยค่ะ

เรื่องการเติมสารบางอย่างลงไปในน้ำ เช่น คลอรีน ก็เคยทราบว่า มีบางคนที่แพ้นะคะ บางแห่ง ทราบว่า มีการเติมสารส้มหรืออลูมิเนียมลงไปด้วย เพื่อให้น้ำใส
บางแห่งเติมฟลูออไรด์ลงไป เพื่อป้องกันฟันผุ แต่เรื่องฟลูออไรด์นี้ ยังมีข้อโต้แย้งกันมากว่า ใช้เท่าใด จึงจะอยู่ในปริมาณ ที่พอดี ไม่เป็นอันตราย
เคยอ่านพบว่า การได้รับฟลูออไรด์มากไป ทำให้พื้นผิวของฟันขรุขระค่ะ
สำหรับน้ำดื่มนั้น ดิฉัน มีความเห็นว่า เราไม่ควรจะดื่มน้ำจากท่อประปา เพราะยังมีอันตรายอยู่ เช่น อาจมีสารตะกั่ว ที่อาจเกิดจากท่อส่งน้ำจากตะกั่ว ที่อยู่ในบ้านที่เก่าหน่อย แม้ในบ้านใหม่ ก้อาจใช้ท่อทองแดง ซึ่งใช้ตะกั่วเชื่อมต่อ
เลยคิดว่า สิ่งที่จะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากที่สุด เรื่อง น้ำดื่ม คือเราควรต้องมีเครื่องกรองน้ำ ที่มีประสิทธิภาพดีพอควร และควรต้องมีการบำรุงรักษาอย่างดีด้วยค่ะ

ดิฉันเอง มีเพื่อน ที่ทำโรงผลิตน้ำดื่มขาย และได้ไปเยี่ยมที่โรงงานของเขาด้วยค่ะ ขั้นตอนการผลิตคร่าวๆ  มีดังนี้ค่ะ 1. นำน้ำ ขึ้นมาจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำ ซึ่งน้ำตอนนี้ ยังมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่
2.น้ำจะเข้าไปที่
  treatment plant ช่วงนี้มีการใส่  chemicals ที่เรียกว่า Coagulants ลงไปในน้ำ
3.ช่วงนี้ น้ำจะไหลไปอย่างช้าๆ ผ่านแท้งค์ เพื่อสิ่งสกปรกทั้งหมด จะถูก เก็บออกไป หรือตกตะกอนลงก้นถังหมด
4.น้ำจะไหลผ่านเครื่องกรองแบบละเอียด  ไปอย่างช้าๆ เพื่อกรองเอาเชื้อโรคส่วนใหญ่ออกมา โดยมีการใส่คลอรีน 
ยาฆ่าเชื้อโรค disinfectant บางอย่าง  รวมทั้ง มีactivated carbon ด้วย
5.ต่อจากนี้ อาจจะมี อุปกรณ์บางอย่าง ที่เพิ่มเข้ามาอีกตามควร เพื่อให้น้ำมีคุณภาพเหมาะสม ที่จะเป็นน้ำดื่มได้เป็นอย่างดี

 

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

นำดอกมะเฟือง...มาฝากค่ะ

12. กฤษณา
สวัสดีค่ะ คุณกฤษณา
คุณสงสัยว่า น้ำที่คุณดื่มอาจไม่สะอาดพอ  เป็นผลทำให้เกิดเป็นนิ่วหรือคะ
ดิฉันเอง เคยมีญาติเป็นโรคนี้ค่ะ แต่เป็นเพราะ เขากินอาหารมันๆ มากเกินไป จนเป็นนิสัย  แพทย์บอกว่า ที่พบบ่อยๆมี 2 ชนิดคือ
นิ่วที่เกิดจาก cholesterol และนิ่วที่เกิดจากเกลือต่างๆ

จริงๆแล้ว เรื่อง น้ำ นี้ แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เกิด แต่จริงๆแล้ว บางที เราอาจจะรู้เรื่อง น้ำ ยังไม่พอก็ได้ค่ะ
ดิฉันเอง เคยทำงานเกี่ยวกับ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร เราต้องใช้น้ำมามายมหาศาล ในโรงผลิต แต่โชคดี ที่โรงงานตั้งอยู่ริมแม่น้ำ น้ำที่ใช้ จึงเรียกว่า Surface Water ต้องดูดน้ำผ่านท่อน้ำขึ้นมา และมาเข้าเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ ในโรง Water Treatmentน้ำในแม่น้ำ แม้จะมีปริมาณมากมาย แต่เราก็ต้องระวัง สิ่งที่เรียกว่า
มลภาวะในน้ำด้วย
แหล่งก่อมลภาวะ
ที่สำคัญคือ ปุ๋ยไนเตรต ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ โคลนเลนจากการเกษตร ฟอสเฟตจากผงซักฟอก และขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น สาร ไดอ็อกซิน และสารฟอกกระดาษขาว เป็นต้น
การ Treat น้ำขั้นแรกคือ การใส่คลอรีนลงไป และพักน้ำไว้ก่อนจะลำเลียงไปผ่านการต้มและการผ่าแสง ยูวี เพื่อฆ่าเชื้อต่อไป
น้ำประปาของเรา มีคลอรีนใส่อยู่แล้ว เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้น้ำประปา มีกลิ่นและรสแปลกไปบ้าง แต่ไม่เป็นอันตราย
สำหรับโรคนิ่ว ที่คุณเป็นนั้น อาจจะไม่ได้มาจากน้ำดื่มก็ได้ค่ะ ถ้าเราดื่มน้ำ ที่สะอาดพอ มีคุณภาพที่เหมาะสม ที่จะเป็นน้ำดื่มจริงๆ  ก็ไม่น่าจะเป็นนิ่วเพราะ น้ำดื่ม
แต่ ถ้าเป็นน้ำดื่ม ที่อาจจะไม่สะอาดพอ ก็จะมีส่วนทำให้เราเกิดโรคได้  ยิ่งถ้าเป็นน้ำ  ที่ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดมาก่อน
เพราะ ตามธรรมชาติแล้ว ไม่มีน้ำธรรมชาติใด ที่สะอาด 100%
แหล่งน้ำตามธรรมชาติ
ที่ไหลอยู่ตามลำธาร ทะเลสาป ห้วยหนองคลอง บึง ต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไหลผ่าน ชั้นดิน ชั้นหิน มามาก และสสารที่มีอยู่ ตามดินและหินเหล่านั้น ก็ละลายปนเปมากับน้ำทั้งสิ้น
สสารบางอย่าง ก็ไม่มีอันตราย แต่บางอย่างก็มีอันตราย
บางคน ชอบดื่ม น้ำแร่ เพราะจะมีรสชาติแปลกๆ น่าดื่ม  และเชื่อว่า มีแร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ผสมอยู่ ซึ่ง โดยส่วนตัว  ไม่ค่อยนิยมดื่ม น้ำแร่เท่าใด  เพราะก็ไม่ค่อยจะมั่นใจ ในแร่ธาตุต่างๆที่ปนอยู่ในน้ำนั่นเอง

เรื่องน้ำดื่มมีหลายมิตินะคะ
แล้วแต่บุคคลจะนำน้ำมาใช้
แต่โบราณมาก็ดื่มน้ำฝนที่กรองด้วยผ้าขาวบาง

ที่บ้านก็ทำคะ รองใส่ตุ่มโอ่งขนาดใหญ่หลายตุ่มปิดด้วยฝาอาลูมิเนียม
แต่ต้องรอให้ฝนตกห่าใหญ่ผ่านไปเพื่อชะล้างละอองอากาศและหลังคา

ในชนบทก็ใช้น้ำจากลำธารมาต้มอีกทีหนึ่งแต่ถ้านำมาใช้อาบซักล้างก็ใช้ไดรโว่ดูดขึ้นมาเลยคะ
นี่คือวิถีชีวิตชาวบ้านที่คุ้นเคยและมีภูมิคุ้มกันโดยอัตโนมัต
ปัจจุบันมีการประปาเข้าถึงชุมชน เป็นการประปาระบบน้ำผิวดิน คือได้จากคลองชลประทานที่รับน้ำมาจากเขื่อน นี่คือวิถีธรรมชาติจริงๆคะ

ตรงกันข้ามนะคะ ดิฉันมีเพื่อนและคนรู้จักหลายท่าน
ท่านเหล่านั้นอนามัยจัดคะ จะไปไหนต้องทานน้ำโพลารีส เวลาทำแกงต้องใช้น้ำที่เขาขายชนิดถัง
ไม่ยอมใช้น้ำประปา
ออกนอกบ้านก็ระมัดระวังอาหารมาก หนที่สุดร่างกายก็ไม่มีภูมิต้านทาน
ไปทานอาหารนอกบ้านก็ท้องจะเสีย น่าสงสารคะ
พวกอนามัยมากๆเกิน มักเจ็บป่วยง่ายและอายุสั้นคะ แค่ข้อสังเกตุนะคะ
ครูน้อยเองตั้งแต่เกิดไม่เคย admit ในโรงพยาบาลเลยนะคะ พบแพทย์ที่คลินิคนับครั้งได้คะ(2-3ครั้งมั๊ง)
ขอบคุณคะ
ครูน้อยว่าเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ามีการ ลปรร. จะมี case ที่คุณไม่คาดคิดเยอะนะคะ

คนที่ไม่เคยไปพบแพทย์ตลอดชีวิตก็มีคะ

 

15. คุณประทวน
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ  คุณบอกว่า...ทานน้ำประปา แต่ก็มีเครื่องกรองเหมือนกันค่ะ ไม่ทราบว่าน้ำสะอาดพอไหม..
ดิฉันคิดว่า..ก็คงพอ ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แต่ก็ไม่ควรดื่มน้ำ ที่ไม่ได้ผ่านการกรองใดๆนะคะ
เพราะก็อย่างที่บอก คือ น้ำธรรมชาติ ไม่สะอาด 100% จะมีสิ่งปนเปื้อน ที่ไม่เป็นผลดี ต่อสุขภาพ ปนมาด้วยเสมอ อย่างที่ดิฉันเล่าว่า ดิฉันใช้น้ำ จากแม่น้ำ สูบขึ้นมาใช้ ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ก็ต้องผ่านขั้นตอนการ treat น้ำมากมาย รวมทั้งการให้น้ำ ผ่านแสงยูวีด้วย เพื่อความสะอาดจริงๆ ไม่งั้นดิฉัน ขายของไม่ได้ ลูกค้าแคร์เรื่องความสะอาดมากๆ
นอกจาก แหล่งน้ำ ที่เรียกว่า Surface Water ที่มักจะมีการปนเปื้อนแล้ว  น้ำที่ป็นแบบ Ground Water  ก็มีสิ่งปนเปื้อนบางอย่าง  ที่มาจากการกัดกร่อนของหินผาต่างๆ ที่น้ำไหลผ่าน หรือการปนเปื้อนมาจากของเสียจากคนและสัตว์เช่นกัน  ซึ่งบางแห่ง  ได้มีการระบบป้องกัน การปนเปื้อนจากน้ำใต้ดินไว้ด้วย
ส่วนความ ขุ่น ของน้ำ ก็มีผลค่ะ น้ำที่ขุ่นมากๆ มักจะเชื่อมโยงกับเชื้อโรคต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือ พวกปาราสิตต่างๆ อันเป็นเหตุให้เกิด ท้องเสีย คลื่นไส้ ตะคริว และปวดศรีษะได้ค่ะ
ถ้าคุณเห็นแหล่งน้ำ ที่ใด ที่มีความ ขุ่นมากๆ  แม้คุณจะใช้เครื่องกรองอย่างที่บอก ก็ยังไม่น่าไว้ใจอยู่ดีค่ะ แต่ถ้าผ่านระบบการ treat น้ำจากประปาส่วนภูมิภาคมาก่อนแล้ว และมากรองอีกที ก็คงจะใช้ได้ค่ะ

 

  • อ่านข้อมูลอย่างตั้งใจค่ะ เพราะเป็นคนลงทุนเรื่องน้ำดื่มบริสุทธิ์พอสมควรค่ะ ไม่ค่อยกินน้ำอื่นๆ นอกจากน้ำเปล่าเท่าไหร่ค่ะ
  • ชอบตรงน้ำช่วยชะลอความแก่จังเลยค่ะ เพราะเวลาดื่มไปรู้สึกสดชื่นเหมือนมีการชะล้างภายใน
  • ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ
  • ธุ  คุณพี่ศศินันท์ค่ะ..

วันนี้ที่เชียงใหม่อากาศร้อนมากๆๆ++ ค่ะ ^^  ต้อมดื่มน้ำไปหลายขวดด้วยกันระหว่างเข้าไปทำธุระในเมือง  

ต้อมกับพี่สาวคนสวยเคยคุยกันเรื่อง "น้ำ"   เราต่างก็ชอบ และคิดเสมอว่าน้ำช่างเป็นมวลสาร (หรืออะไรสักอย่างเนี่ย) ที่อ่อนโยน  นุ่มนวล เหลือเกิน  

 

 16. คนไม่มีราก
สวัสดี ค่ะ เมื่อวานร้อนกว่าเมื่อวันก่อนจริงๆค่ะ แสดงว่า การพยากรณ์อากาศนี่ มีคลาดเคลื่อนนะคะ แต่ก็นับว่า ใช้ได้ค่ะ เพราะร้อนอบอ้าว ใกล้เคียงกัน

ที่น้องบอกว่า น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) นี่ คือ น้ำที่เขาเรียกว่า Activated water (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือไม่ แต่ได้ฟังในรายการวิทยุค่ะ) หรือเปล่าคะ
ค่ะ ใช่ ที่มีเครื่องขายกันตอนนี้ มีคนเอามาให้พี่ 2 เครื่อง ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง พี่เน้น ดื่มน้ำสะอาดเฉยๆมากที่สุดค่ะ  มีข้อมูลบางแห่ง บอกว่า ระบบ Reverse osmosis systems  ที่พี่ใช้อยู่   แม้จะกรอง Arsenic, asbestos, atrazine, lead, mercury, nitrate, radium, Cryptosporidium, และ fluoride ออกได้เนี่ย  แต่พวกแร่ธาตุที่มีประโยชน์จะถุกขจัดออกไป ทำให้เปลืองน้ำ และยังทำให้น้ำ มีค่า pH เป็นกรดอีกด้วย

Dr.Otto Warburg  German physiologist, medical doctor and Nobel laureate ที่ได้รับรางวัลโนเบล  Physiology or Medicine (1931)เมื่อปี 1931
ได้ กล่าวว่า เซลล์มะเร็ง ชอบอยู่ในสภาวะที่เป็นกรด และไม่ชอบออกซิเจน และในทางเคมีนั้น สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ สามารถดึงออกซิเยน ไว้กับตัว ได้มากกว่า สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถีง 100 เท่า

Warburg
also wrote about oxygen's relationship to the pH of cancer cells  internal environment. Since fermentation was a major metabolic pathway of cancer cells, Warburg reported that cancer cells maintain a lower pH, as low as 6.0, due to lactic acid production and elevated CO2. He firmly believed that there was a direct relationship between pH and oxygen. Higher pH means higher concentration of oxygen molecules while lower pH means lower concentrations of oxygen

เลยตอนนี้ เราก็คงเข้าใจแล้วว่า การที่จะดื่มน้ำ ที่มีค่าใกล้เคียงกับร่างกาย น่าจะเป็นการดีกว่า หรือไม่
พี่ว่า คนที่รักสุขภาพ เช่นตัวพี่เอง  ควรต้องหาเหตุผล ที่มา ที่ไป ด้วยตนเองด้วยค่ะ  พี่เป็นคนที่เชื่ออะไรยาก  เพราะ บางที คนเขาอยากจะขายของ เขาก็พูดอะไร ให้มันเข้าทางเขาไปหมด
พี่ เอง ตอนแรก ก็ฟังหูไว้หูค่ะ แต่ตอนนี้ มีเหตุผลจริงค่ะ แต่ก็คงไม่ต้องไปซีเรียสอะไรมาก เพราะ มันก็ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมาย ที่มาเป็นส่วนประกอบ ที่จะทำให้เรา สุขภาพดีด้วยนะคะ ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว

19. คนไม่มีราก 
ขอบคุณค่ะ  ดอกมะเฟืองนี่ สวยเ หมือนกันนะคะ เคยทานลูกมะเฟือง ไม่เคยเห็นดอกค่ะ
ปัจจุบัน พวกเราทุกคน คงซื้อน้ำดื่ม  ทั้งแบบบรรจุเป็นแกลลอน และบรรจุขวดดื่มกันทั้งนั้นนะคะ ส่วนใหญ่ก็ดูปลอดภัยดี  แต่ก็ต้องคอยระวังเหมือนกันนะคะ อาจจะมี กลิ่นและสีที่แปลกๆมาบ้าง พี่เคยเจอ ที่มีกลิ่นแปลกๆค่ะ เลยคืนถังเขาไปเลย

ที่สำคัญที่สุด ก้คือ พวกสิ่งแปลกปลอม ที่เป็นพวกแบคทีเรียหรือไวรัสต่าง    จริงๆแล้ว คนที่แข็งแรง มีภูมิต้านทานดี มักไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นเด็ก คนสูงอายุหรือผู้ป่วย คงต้องระวัง และถ้า ไปดื่มน้ำที่ไม่ค่อยจะุถูกสุขอนามัย หรือมีสารปนเปื้อน เช่น disinfection by-products, solvents,  pesticides  ต่อเนื่องไปนานๆก็มีความเสี่ยง ที่จะเกิดโรค ที่ตับ ไต ได้ค่ะ
สำหรับเด็กๆ ที่บ้านพี่ ถ้ายังอายุ ไม่ถึง 3 ขวบ พี่ให้ดื่มน้ำต้มค่ะ ปลอดภัยที่สุด

23. Sila Phu-Chaya
ขอบคุณค่ะ ที่บอกว่า ....

  • เพราะเป็นคนลงทุนเรื่องน้ำดื่มบริสุทธิ์พอสมควรค่ะ ไม่ค่อยกินน้ำอื่นๆ นอกจากน้ำเปล่าเท่าไหร่ค่ะ
  • ชอบตรงน้ำช่วยชะลอความแก่จังเลยค่ะ เพราะเวลาดื่มไปรู้สึกสดชื่นเหมือนมีการชะล้างภายใน

ที่ประเทศเรา เรารู้สึกว่า Bottled Water สะอาดกว่าTap Water แต่ที่ ประเทศสหรัฐอเมริกา  U.S. Food and Drug Administration (FDA)  บอกว่า  bottled water บางยี่ห้อ คุณภาพน้ำดื่ม ดีกว่า  tap water แต่บางยี่ห้อ ก็ไม่ได้ดีกว่า  รัฐบาลเขา พยายามรณรงค์ให้คนดื่มน้ำจากก๊อกประปา เพราะ  Bottled water  มีราคาแพงกว่า  คิดตามแกลลอน เขาอยากให้ ประชาชน ซื้อ  Bottled water เฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆ และ รัฐบาล เขาเชื่อว่า ประชาชน จะมีภูมิต้านทานลดลง เพราะอาจจะสะอาดเกินไปค่ะ
ทางรัฐบาล ก้พยายามเตือน ผู้บริโภคเสมอว่า ให้อ่านฉลากให้ดีก่อนซื้อ อ่านให้เข้าใจถึง วิธีการบำบัดน้ำ มาจนกระทั่ง เป็นน้ำดื่มขวดนี้
แต่สำหรับประเทศไทย น้ำประปาเราก็ใช้ได้ค่ะ แต่อย่างน้อย ควรมีเครื่องกรองน้ำ
ระบบ Activated granular carbon filters อยู่ด้วยค่ะ

24. เนปาลี

ดีใจจริงๆ ที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ พอเอ่ยถึงคำว่า น้ำ  ก็รู้สึกถึงความ อ่อนโยน  นุ่มนวล เหลือเกิน จริงๆค่ะ เหมือนกับ คนที่ชื่อ น้ำ ยังไม่ทันรู้จักเห็นตัว เรายังรู้สึกไปล่วงหน้าแล้ว ว่า เขาคงเป็นคน เย็นๆ นิ่มนวลอ่อนโยนสมชื่อนะคะ   ยิ่งอากาศ ร้อนๆ อย่างนี้ พวกเรา คงดื่มน้ำกันไปคนละหลายขวดต่อวันเลยทีเดียว

ปกติแล้ว เรามักชอบดื่ม น้ำขวดกัน และบางคน ก็ติดน้ำดื่มบางยี่ห้อเสียด้วยนะคะ
เหตุผล คงมาจากว่า แต่ละผู้ผลิต บางทีใช้กรรมวิธีแตกต่างกัน และที่สำคัญ เกี่ยวข้องมากกับ แหล่งน้ำของเขาด้วย บางแหล่ง มีแร่ธาตุบางอย่าง ที่ให้รสชาติที่น่าดื่ม บางแห่ง แม้คุณภาพอาจเปลี่ยนไปมาได้ แต่เขา ใช้วิธี การบำบัดน้ำ และบรรจุขวดทันที ทำ ให้รสชาติของน้ำยังดีอยู่ ผิดกับน้ำประปา ที่ส่งมาตามท่อ กว่าจะเดินทาง มาถึงเราำได้ ก็ใช้เวลาพอดู รสชาติ จึงไม่ค่อยน่าดึงดูดใจนัก

และอีกเหตุผลหนึ่งคือ แต่ละโรงผลิต ใช้สารฆ่าเชื้อโรค หรือบำบัดน้ำ ไม่เหมือนกัน หรือสัดส่วนไม่เหมือนกัน
น้ำประปา ใช้ chlorine และ  chloramine เป็นหลัก เพราะ ราคาถูก แต่มีประสิทธิภาพดี ในการฆ่าเชื้อ    แต่โรงผลิตน้ำดื่ม ที่รสชาติดี เขาใช้ ozone หรือ  ultraviolet light หรือ  chlorine dioxide. Ozone เป็นที่นิยม เพราะ จะไม่มีรสชาติเฝื่อนๆแบบคลอรีน
ส่วนพวก Mineral water  ทั้งหลาย พี่ไม่ค่อยดื่ม เพราะมันแพงไป แล้วดูแล้ว ไม่ค่อยคุ้มสำหรับพี่  น้ำแร่ ก็คือ น้ำที่มี 250 หรือมากกว่า  parts per million ของแร่ธาตุ ที่ละลายอยู่ในน้ำ

มาชม

เมื่อวันวานได้ยินคนทำงานกลางแจ้ง ร้อนจัด ขาดน้ำ ล่วงลับไปแล้วละ

น่าสนใจนะครับบันทึกนี้

ช่วงนี้อากาศร้อนจริงๆค่ะ

เวลาพาลูกไปไหนมาไหนจะต้องพกกระติกน้ำไปด้วยเสมอ

ส่วนเอเวลาอยู่ที่ทำงาน ยุ่งมากๆจะไม่ค่อยได้ดื่มน้ำ

ต้องบังคับตัวเองโดยนำน้ำดื่มใส่เหยือกโตๆวางใกล้ๆ จะได้จิบได้ตลอดค่ะ

ขอบคุณค่ะ...สำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์

21. ครูน้อย
สวัสดีค่ะ คุณครูน้อย
ดีใจที่คุณเข้ามาแลกเปลี่ยนค่ะ คุณบอกว่า....แต่โบราณมาก็ดื่มน้ำฝนที่กรองด้วยผ้าขาวบาง ที่บ้านก็ทำคะ รองใส่ตุ่มโอ่งขนาดใหญ่หลายตุ่มปิดด้วยฝาอาลูมิเนียม แต่ต้องรอให้ฝนตกห่าใหญ่ผ่านไปเพื่อชะล้างละอองอากาศและหลังคา ครูน้อยว่าเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ามีการ ลปรร. จะมี case ที่คุณไม่คาดคิดเยอะนะคะ คนที่ไม่เคยไปพบแพทย์ตลอดชีวิตก็มีคะ

ปลื้มใจจัง ที่มีคุณครู มาแลกเปลี่ยนความรู้...เชื่อมากๆค่ะ เพราะทำงานอยู่ที่กาญจนบุรี มาเป็น 10 ปี และก็เพิ่งไป สังเกตชีวิตความเป็นอยู่ที่ สีคิ้ว โคราชมา ชาวบ้าน ไม่ได้อนามัยจัด แบบคนเมือง แต่ภูมิต้านทานดีมากๆ ไม่ค่อยป่วยเป็นอะไร
แต่มันก็ยากสำหรับคนเมือง ในเมื่อวิถีชีวิต ของคนเรา มีความเคยชินต่างกัน อยู่ดีๆ เราจะไปทำแบบคนชนบท เราเองคงไม่แคล้วป่วยแน่ๆ เหมือนๆกับชาวอินเดียนแดง เผ่า โมหิกัน ที่ต้องล้มตายมากมาย จากเชื้อไข้หวัด ของคนขาว ที่เข้ามาแพร่เชื้อให้พวกเขา แถวลุ่มน้ำมิสซิสซิปปี้ เมื่อนานมาแล้ว และในชีวิตประจำวันของชาวอินเดียนแดงพวกนั้น คงดื่มน้ำจากลำธาร คงไม่ได้กรองอะไร แต่เขาก็แข็งแรง สมบูรณ์ดี พอมาเจอ เชื้อโรคแปลกๆ สำหรับเขาเข้า ก็แย่เลย

สมัยที่ทำโรงงานอาหาร มีในขั้นตอน ของการ treat น้ำหลายขั้นค่ะ เพราะเป็นความต้องการของลูกค้า เราเองถึงกับต้อง ให้น้ำของเรา ผ่านแสงยูวี ด้วยเพื่อฆ่าเชื้อโรคอีกชั้นหนึ่ง มิฉะนั้น เราขายของไม่ได้ ลูกค้าที่อเมริกาและยุโรป แคร์เรื่องความสะอาดสุดๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า มันจะมากไปหรือเปล่า
โดยส่วนตัว คิดว่า มากไปค่ะ คงไม่ต้อง ถึงขนาดนั้น และจริงๆ ตัวเอง ก็ไม่ค่อยจะเจ็บป่วยเหมือนกัน คิดว่า ทำอะไร ที่พอดีๆ กับความต้องการสำหรับความปลอดภัยที่จำเป็น  ก็น่าจะดีที่สุดนะคะ พวกอนามัยมากๆเกิน มักเจ็บป่วยง่าย จริงๆค่ะ เพราะไม่ค่อยมีภูมิต้านทาน

29. umi

สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ  น่าเสียใจแทนคนที่เสียชีวิตนะคะ ก็คงอย่างที่เขียนในบันทึกนี้ค่ะว่า....น้ำคือพลังชีวิต หากคนเราสูญเสียน้ำในร่างกายไป 50% ก็ไม่มีใครมีชีวิตอยู่ได้

คำว่า น้ำ เป็นคำที่มีความหมายมากนะคะ เพราะน้ำ เป็นต้นกำเนิด ของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อารยะธรรมทั้งหลาย มัก เริ่มต้นบริเวณแหล่งน้ำ เช่นที่ตั้งของอารยะธรรมอินเดีย อยู่บริเวณแม่น้ำคงคา และแม่น้ำสินธุ   อารยะธรรมจีน เริ่มต้นที่แม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซีเกียง เช่นเดียวกับอารยะธรรมอียิปต์ ก็มีต้นกำเนิด ที่แม่น้ำไนล์
น้ำ มักจะถุกใช้ ในกิจกรรมศาสนาและสังคม รวมทั้งพื้นผิวโลก มีน้ำอยู่ถึง 70% ในขณะที่ สมอง มีน้ำอยู่ถึง 90%
ปฎิกิริยาทางเคมี ทั้งหลายในร่างกาย ต้องอาศัย
น้ำ  เป็นเหตุผลที่  อัตราส่วนของน้ำ จึงต้องคงที่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การที่ สัดส่วนที่มากของน้ำ ทั้งภายนอกและภายใน ร่างกาย จึงบ่งบอก ถึงความสำคัญของน้ำ ได้เป็นอย่างดีนะคะ

30. แม่นีโอ
สวัสดีค่ะ ที่มาเยี่ยม
เหมือนกันค่ะ เวลาพาเด็กๆไปไหนมาไหน จะต้องพกกระติกน้ำไปด้วยเสมอ ตอนนี้ แม้อยู่โรงเรียน ก่อนอนุบาล ก็ต้องมีกระติกน้ำส่วนตัวของเขาไปค่ะ
แต่ ผู้ใหญ่ บางที งานยุ่งมากๆ ก็ไม่ค่อยได้ดื่มน้ำ เห็นด้วยค่ะ ที่ควรต้องบังคับตัวเองโดยนำน้ำดื่มใส่เหยือกโตๆวางใกล้ๆ จะได้จิบได้ตลอด
ใน เรื่องน้ำดื่มที่โรงเรียน ตัวเองมีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นโรงเรียนเด็กตั้งแต่ ป.1 ขึ้นไป จะเป็นน้ำประปา ยังจำได้ ได้ให้ลูกเอากระติกน้ำของเขาไปโรงเรียนด้วย จนถึง ป.3
ส่วนโรงเรียนอนุบาล เด็กๆบางคนก็นำน้ำไปเอง บางคนก็ดื่มน้ำจากโรงเรียน แต่น่าจะเป็นน้ำที่ผ่านเครื่องกรองแล้ว

จริงๆผู้ปกครอง มีสิทธิ์ขอทราบผลการทดสอบน้ำดื่มของทางโรงเรียนได้ แต่ส่วนบุคคล คงไม่ค่อยมีใครทำ ยกเว้น สมาคมผู้ปกครอง ซึ่ง การปนเปื้อนที่อาจมี และน่ากลัว มักจะเป็นพวกตะกั่ว ยาฆ่าแมลง และสารหนู หรือ อาจเป็นแค่สาเหตุเล็กๆ เช่น ถังน้ำไม่สะอาด มีน้ำอื่นๆเข้ามาปน เช่น สารตกค้างจาก สารทำความสะอาดเอง เป็นต้น

เคยมีกรณีหนึ่ง ที่เด็กชั้นประถมแห่งหนึ่ง ป่วยบ่อย ที่ระบบทางเดินหายใจ และต้องหยุดโรงเรียนหลายๆวัน มารดาของเด็ก สงสัยว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากอะไรสักอย่างที่โรงเรียน ที่ทำให้ลูกป่วย สุดท้าย พบว่า ครูชอบสเปรย์ยา ฆ่าแมลงในห้องเรียน เรื่องนี้ ได้เป็นบทเรียนให้ รัฐ เข้ามาดูแลระบบการควบคุม การใช้ยาฆ่าแมลงในโรงเรียน โดยให้ใช้วิธีดูแลในเรื่องสุขอนามัยอย่างเข้มงวดก่อนจะให้มีการ ใช้ยาฆ่าแมลง

ถ้าในกรณี เด็กโตหน่อย และกินน้ำจากกีอกน้ำประปา เราก็อาจต้องให้ทางโรงเรียนเช็คเรื่องของสารตะกั่วด้วยนะคะ เพราะการดื่มน้ำที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ด้วยนั้น อันตรายมาก ต่อสมอง ไต ระบบประสาทและเซลล์เม็ดเลือดค่ะ

ทำไม คนเราถึงได้สะอึก (hiccups)  บันทึกของ  นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์  มีผู้อ่านชื่อ คุณมลินี มหิทธิกุล เข้ามาบอกถึงวิธีแก้สะอึก น่าสนใจ เพราะตัวเองก็ใช้วิธีนี้ ส่วนใหญ่ ก็หายค่ะ
คุณมาลินีฯ บอกว่า...ขอแนะนำวิธีแก้โรคสะอึก หายขาด ล้าน% เพียงแค่ใช้น้ำแก้วเดียว ทดสอบกับตัวเอง และทุกๆคนที่เจอ ไม่เคยมีใครที่ทำวิธีนี้แล้วไม่หาย ใช้มากว่ายี่สิบปีแล้ว
1. เตียมน้ำดื่ม 1 แก้ว
2. ให้ดื่มน้ำช้าๆ และให้ดื่มแบบต่อเนื่อง อย่าให้น้ำขาดสาย
3. ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ถ้าไม่ทำจะไม่หายภายใน 1 แก้ว คือขณะที่ดื่น้ำให้ใช้นิ้วมือบีบจมูกไว้ ตั้งแต่เริ่มดื่มน้ำ จนกระทั่งดื่มหมด (ห้ามกลั้นหายใจ เพราะจะไม่หาย)
หลังจากดื่มหมดแก้วก็จะหายทันทีค่ะ หวังว่าน้อง ๆ เพื่อนๆ คงจะได้ประโยชน์อย่างมากจากข้อแนะนำนี้นะค่ะ
ที่ขออนุญาต นำมาบอกต่อนนี้ เพราะเห็นว่า เป็นการรักษาง่ายๆด้วย  น้ำ นะคะ

  • อ่านกี่ทีกี่ทีก็เห็นว่าน่าอ่าน
  • เรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ
  • แต่น้ำที่ยิ่งใหญ่กว่า
  • คือ  น้ำใจด้วยค่ะ
  • ขอบคุณค่ะที่เอามาเล่า

สวัสดีค่ะ ครูต้อยแวะมาเรียนรู้ค่ะ 

ประทับใจบทความนี้นะคะ และข้อคิดสะกิดใจค่ะ

"น้ำ ทำหน้าที่เป็นสื่อระหว่างเซลล์ต่างๆ เชื่อมทุกระบบในร่างกายเข้าด้วยกัน เซลล์ในร่างกาย จะส่งคลื่นวิทยุติดต่อระหว่างกัน โดยที่สัญญาณวิทยุนี้นี้ จะส่งจากน้ำที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง"

ประโยคนี้ทำให้ความคิดเกิดการเชื่อมโยง ธาตุทั้ง4 ค่ะ

ขอบคุณนะคะ 

สวัสดีค่ะ คุณ 36. มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)

ดีใจที่เข้ามาอ่านนะคะ
วันนี้ มี FDA bottled water...standards Bottled Water Terms มาฝากค่ะ
เป็นชื่อเรียก น้ำบรรจุขวดแบบต่างๆ แบ่งแยกตาม แหล่งน้ำที่ใช้ วิธีการบำบัดน้ำ และลักษณะเด่นๆ เป็นต้นค่ะ
1.Artesian water, ground water, spring water, well water  
เป็น น้ำ ที่ได้มาจากน้ำใต้ดิน ซึ่งบางทีก็ยังมิได้ มีการปรับสภาพแต่อย่างใด เช่นน้ำ Well water และ Artesian water ก็เป็นน้ำที่นำขึ้นมาใช้เลย เช่นเดียวกับ Spring water ก็นำขึ้นมาใช้จากน้ำพุนั้นเลย
2. Distilled water - ได้มาจากการต้ม กลั่น และนำมาบรรจุขวด น้ำชนิดนี้ ฆ่าเชื้อโรคได้หมด รวมทั้งแร่ธาตุต่าง ก็ไม่เหลือด้วย ทั้งยัง ไม่มีรสชาติเลย
3.Drinking water ... เป็นน้ำดื่ม ที่ผ่านกรรมวิธี การทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค และบรรจุขวดปิดสนิท เพื่อเหมาะสมที่จะเป็นน้ำดื่มที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ อาจมีใส่ Fluoride ในสัดส่วนที่รํฐกำหนดไว้ได้
4. Mineral water คือ Ground water ที่มีแร่ธาตุตามธรรมชาติอยู่ประมาณ 250 หรือ มากกว่า คิดเป็นหน่วย parts per million ของสารที่ละลายอยู่ในน้ำทั้งหมด
5. Purified water คือ น้ำที่มาจากแหล่งใดก็ได้ แตต้องผ่านกรรมวิธี ตามที่  the U.S. Pharmacopeia definition of purified water กำหนด คือ เป็นน้ำที่ไม่มี chemicals ทั้งปวง หรือไม่มี สารละลายใดๆ ในน้ำ ที่มีจำนวนเกิน 10 parts per million รวมทั้งต้องไม่มีเชื้อโรคใดๆเลย โดยทางราชการอนุญาตให้ติดฉลากแสดงข้างภาชนะได้
6.Sterile water คือน้ำ ที่มาจากแหล่งใดก็ได้ แต่ต้องผ่านกรรมวิธีของ U.S. Pharmacopeia standards for sterilization.เป็นน้ำ ที่ไม่มีเชื้อโรคใดๆเลย

ส่วนพวก Carbonated water, soda water, seltzer water,sparkling water, และ tonic water ถูกจัดเป้นพวก soft drinks ไม่ได้อยู่ในจำพวก น้ำดื่มธรรมดาดังกล่าวค่ะ

ตามเข้ามาดูคำตอบค่ะ

อ่านแล้วได้ความรู้มากขึ้นเยอะเลย เรื่องน้ำเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ค่อยสนใจกันเท่าไร ในเมื่อเราใช้ชีวิตอยู่กับน้ำทุกวัน และเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เกิด แต่จริงๆแล้ว บางทีเราอาจจะรู้เรื่อง น้ำ ยังไม่พอก็ได้ค่ะ แต่คิดว่ายังมีอีกแง่มุมหลายอย่างที่เรายังไม่รู้ แต่ก็ขอขอบคุณมากค่ะ ที่ทำให้เข้าใจเรื่องน้ำมากขึ้น

สวัสดีค่ะคุณครูต้อยคะ 38. krutoi
ที่คุณครู ให้ความเห็นเรื่อง.... "น้ำ ทำ หน้าที่เป็นสื่อระหว่างเซลล์ต่างๆ เชื่อมทุกระบบในร่างกายเข้าด้วยกัน เซลล์ในร่างกาย จะส่งคลื่นวิทยุติดต่อระหว่างกัน โดยที่สัญญาณวิทยุนี้นี้ จะส่งจากน้ำที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง" ทำให้คุณครู คิดถึง การเชื่อมโยง ธาตุทั้ง4   ดิฉันว่า ใช่เลยค่ะ ปิ๊ง เหมือนคุณครูเลย

ทีนี้ เรามาคุยเรื่อง สารตะกั่วต่อนะคะ เพราะ สารนี้ อันตรายมากๆนะคะ
สารตะกั่ว จะมีการปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ที่มาตามท่อน้ำได้ง่ายๆ.... ตามที่ the Environmental Protection Agency ของประเทศ สหรัฐอเมริกา  ได้เตือนไว้นั้น จริงๆแล้ว หน่วยงานนี้บอกว่า สารตะกั่วไม่ได้มาจากแหล่งน้ำหรือ การประปาเท่าใด แต่มักเกิดจากระบบท่อน้ำในบ้านของเราเอง ดังนั้น จึงเตือนไว้อีกว่า

Only Use Cold Water for Consumption...ใช้น้ำเย็นจากก๊อก ในการทำกับข้าว การดื่มหรือ การชงนมให้เด็กเท่านั้น เพราะน้ำร้อน จะทำให้สารตะกั่ว ยิ่งละลายออกมามาก แต่ที่ประเทศเรา น้ำดื่มและน้ำใช้ในการชงนมให้เด็ก เรามักจะต้องให้ผ่านเครื่องกรอง ก่อนเสมอ
 Have Your Water Tested ...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ตามคอนโด อพาร์ทเม้นท์ สูงๆ เพราะการปล่อยน้ำออกชั่วคราวก่อนจะดื่มหรือนำมาใช้นั้น ไม่ค่อยช่วงในการลดปริมาณ สารตะกั่วเท่าใด เนื่องจาก ท่อน้ำภายในตึก จะสูงมาก
แต่ข้อนี้ คงไม่ค่อยมี ฝ่ายจัดการของคอนโดไหนทำ เพราะค่าใช้จ่าย ในการทดสอบคุณภาพน้ำ มักจะแพง ถ้าใช้บริษัท ที่เชื่อถือได้
ตะกั่ว เป็นสารที่อันตรายกับสมอง ตับ ไต ระบบประสาทและ เม็ดโลหิตแดง ของคนมาก เด็กและหญิงตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงสูง แม้จะได้รับเพียงเล็กน้อย
ยิ่งถ้าในบ้าน มีก๊อกที่ทำด้วยทองเหลือง หรือ ท่อน้ำที่บ้านทำด้วยทองเหลือง และมีการบัดกรี เชื่อมรอยต่อ โดยที่บ้านสร้างมายังไม่ถึง 5 ปี  และที่บ้านใช้น้ำอ่อนโดยธรรมชาติด้วย   (ที่บ้านของญาติ บนเขา ที่ต่างจังหวัด ใช้น้ำอ่อนชนิดนี้อยู่ แต่ไม่ทราบใช้ก๊อกแบบไหน)    
อีกอย่างหนึ่ง ที่ต้องระวัง คือ ต้องปล่อยน้ำทิ้งไปก่อนบ้าง ถ้าเราไม่ได้เปิดน้ำก๊อกใช้มาต่อเนื่องนานเกิน 6 ช.ม.
คุณครูคะ ขอแนะนำเว็บนี้ค่ะ เป็นเว็บที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ของหน่วยงานภาครัฐ ที่อเมริกาค่ะ    Environmental  Kids Club

 

แวะมาอ่านได้ความรู้ มีสาระมากคะ
แต่ระดับชาวบ้านก็มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเคยชินกันตามสภาพนะคะ
ความเคยชินทำให้เขามีภูมิคุ้มกันคะ

คนรู้จักกันเขาระมัดระวังเรื่องสุขภาพมากเกินไปคะ หลายคนมักขี้โรคคะ

สวัสดีค่ะคุณ 32. สาวสวยมวยไทย
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ  ดิฉัยได้อ่านข่าวพบว่า...

สำหรับเด็กๆนั้น   ไม่ว่า ประเทศใด ทั้งผู้ปกครองและทั้งทางโรงเรียน พยายามสนับสนุนให้เด็กดื่มน้ำมากๆหน่อย  ที่ประเทศเยอรมันนี เขาคิดค้นหาวิธี ติดตั้ง เครื่องกดน้ำ ให้มากจุด เพื่อเด็กๆชั้นประถม  จะชอบการกดน้ำดื่มเอง มากขึ้น ทั้งเป็นเรื่องสนุก ในการจะวัดความสูงของตนด้วย  และอีกอย่าง เป็นการป้องกัน ไม่ให้เด็กกินอาหารมากไป เนื่องจากจำนวนเด็กอ้วน ที่ประเทศเยอรมันนี ทวีจำนวนมากขึ้น และเมื่อเด็กๆอิ่มน้ำเปล่า จะได้ไม่ไปซื้อพวกน้ำหวานมาดื่มด้วย แต่บางโรงเรียนก็บอกว่า ไม่ได้ผล เด็กๆก็ยังชอบพวก น้ำหวานเหมือนเดิม
แต่ ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา กลับเห็นไปว่า การใช้น้ำกดแบบนี้ จะเป็นการให้เด็กมีความเสี่ยงในการได้รับสารตะกั่วที่มากับที่กดน้ำมากไป  ซึ่งจะเป็นอันตรายกับสมองค่ะ

drinking fountains may expose the kids to dangerous concentrations of lead (linked to brain damage). Studies from various states suggest that some public schools have drinking water containing lead concentrations exceeding the Environmental Protection Agency's limits.

สวัสดีค่ะ

เรื่องน้ำ

กับการรักษาโรค

จะนำความรู้ไปบอกแก่

เด็กป่วย...โดยเฉพาะมะเร็ง

40.สวัสดีค่ะคุณ กฤษณา ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมอีกครั้งนะคะ

ตัวดิฉันเอง เคยไปรับการอบรม เรื่องอาชีวอนามัย มาหลายครั้ง ได้ประกาศนียบัตรมา และก็ทำงาน เกี่ยวข้องกับ เรื่องแบบนี้ มีประสบการณ์จริง อยู่หลายปี เหมือนกัน เลยค่อนข้างระวังเรื่องที่เกี่ยวกับสุขอนามัยแบบนี้ค่ะ
ชอบที่เขาเขียนอยู่ในเว็บนี้ ดังนี้ค่ะ
Water is everywhere   -in the sky, in the ground, and in our homes-and we use it every day. Learn how to care for this important resource.
เรื่องของการปนเปื้อนในน้ำนี่ เราควรต้องระวังกัน โดยเฉพาะในน้ำดื่ม เช่น ตะกั่ว ที่เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่หลอมเหลวได้ และเป็นไอ ได้ด้วย ที่เราจะต้องเจอแน่ๆคือ เอา ตะกั่วมาทำเป็นท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้ง ทำพลาสติก ทำสีกันสนิม ทำภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา ทำแบตเตอรี่รถยนต์ บัดกรีโลหะ ทำยาฆ่าแมลงบางชนิดเป็นต้น
มีคำถาม คำตอบจาก the Environmental Protection Agencyที่ดิฉันขอเล่าย่อๆดังนี้ค่ะ
1.ทำไมตะกั่วจึง เป็นปัญหาสำหรับเรา?
ตอบ...แม้ว่า เราจะนำตะกั่วมาใช้ในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเยอะมากๆ
แต่มันก็เป็น toxic metal อยู่ดี และเป็นอันตรายกับคนมาก ถ้าไปกินหรือสูดดมเข้า (ดิฉันเคยมี คนงานไปอยู่ใกล้รถ ที่แบตเตอรี่ระเบิด ถึงกับต้องหามส่งโรงพยาบาลทันทีเลยนะคะ
) ตะกั่ว จะเป็นไอระเหยอยู่ในอากาศก็ได้ อยู่ในกล่องพลาสติกที่เราใส่อาหารก็ได้ หรืออยู่ในน้ำดื่มก็ได้ แม้กระทั่ง น้ำมันรถ ตอนนี้ เราก็ไม่ใส่สารตะกั่วกันแล้ว
ส่วนความรุนแรง จะส่งผลแค่ไหน ก็ขึ้นกับว่า คนนั้น ได้รับสารนี้ มากในระดับไหน ถ้ามากๆๆจริงๆ ก็ถึงตายได้

2. ตะกั่วจะเกิดพิษกับคนได้เท่าๆกันไหม?
กลุ่มคนที่ต้องระวัง คือ ทารกและเด็กๆ เด็กๆที่กำลังเติบโต ร่างกายจะดูดซึมตะกั่วได้อย่างรวดเร็ว ต่อมาคือ คนที่มีร่างกายที่มีขนาดเล็กหน่อย

3.ตะกั่วเข้ามาปนเปื้อน ในน้ำดื่มได้อย่างไร?
ปกติแล้ว ตะกั่วจะเข้ามาปนเปื้อนในน้ำดื่ม ตอนที่น้ำเข้ามาอยู่ในท่อน้ำบ้านเรา ที่พบมากคือ น้ำที่ผ่านท่อที่ผุกร่อน หรือ รอยเชื่อมท่อกร่อนแล้ว ซึ่งท่อจะกร่อนได้ ก็ต้องมีอ็อกซิเย็นที่ละลายน้ำ มาทำปฎิกิริยากับน้ำที่มีลักษณะเป็นกรดมากหน่อย และที่ไม่ค่อยมีแร่ธาตุอะไรอยู่ในน้ำนั้น

4.ยิ่งบ้านเก่า ยิ่งมีความเสี่ยง ที่จะมีสารตะกั่วมาปนเปื้อนไหม?
บ้านที่เก่ามาก กับใหม่มาก คือ ความเสี่ยง
ในสมัยก่อน ประมาณ ปีค.ศ. 1900 ที่อเมริกา คนนิยมใช้ท่อตะกั่วต่อน้ำมาจากท่อประปาใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ คนจะไม่ใช้แบบนี้กันแล้ว หันมาใช้ ท่อทองแดงแทน แต่ก็ยังใช้ตะกั่วบัดกรี
และนี่คือสาเหตุ ที่น้ำดื่มในบ้าน มักมีสารตะกั่วมาปนเปื้อนได้
พวก brass faucets และ fittings ก็ยังมีตะกั่ว แม้จะโฆษณาว่า "lead-free." ยิ่งบ้านที่สร้างใหม่ ยิ่งมีตะกั่วอยู่มาก
แต่พอเวลาผ่านไป พวกแร่ธาตุในน้ำ จะช่วยเคลือบผิวของท่อน้ำ (ถ้าน้ำนั้น มิใช่น้ำกระด้างมาก) ป้องกันมิให้ตะกั่วจากการเชื่อมต่อท่อ ละลายปนมากับน้ำได้ แต่ต้องบ้านเก่า 5 ปีขึ้นไป จึงจะเกิดปฎิกิริยาแบบนี้
สรุปว่า บ้าน ถ้าเก่าน้อยกว่า 5 ปี มักจะมีตะกั่ว ปนเปื้อนมากับน้ำในท่อได้ มากกว่า บ้านที่เก่าเกิน 5 ปี ขึ้นไป 

สวัสดีค่ะ

คุณกฤษณา แนะนำจึงเข้ามาอ่าน ได้ความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ทุกคนใช้น้ำกันแต่ไม่รู้ว่าน้ำนั้นมีประโยชน์ และมีโทษอย่างไรบ้าง แต่น้ำก็มีสารอันตรายในน้ำดื่มเหมือนกัน ก็น่ากลัวเหมือนกันค่ะ ต่อไปต้องระวังเรื่องการกินน้ำแล้วค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์ 41. นภาพร พีระ

แวะไปอ่านบันทึก ของอาจารย์มา ชื่นชมค่ะ ที่เขียนไว้ในประวัติว่า...
ด้วย ความเชื่อในการใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหา ผสมรวมกับโชคชะตา ทำให้เข้ามาทำงานอย่างถวายชีวิตให้กับการแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชน และคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย ที่ถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ง่ายต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด
เป็น ลักษณะของคนทำงานอย่างมีอุดมคติ ทีเดียว น่าชื่นชมมากค่ะ
ส่วนบันทึกนี้ อาจารย์ บอกว่า... วิถีชีวิตเรียบง่ายอย่างธรรมดาๆ จะทำให้มีภูมิต้านทานมากกว่า ซึ่งดิฉันก็ เห็นด้วยอย่างมากๆค่ะ

แต่เราคงจะไม่คำนึงถึง สุขอนามัย หรือสาธารณสุขขั้นพื้นฐานไป ก็คงไม่ได้นะคะ อย่างเรื่อง ของสารพิษต่างๆที่อาจจะปนเปื้อนลงไปในน้ำดื่ม อย่างเช่น ตะกั่ว...
ตะกั่ว คือ โลหะหนักชนิดหนึ่ง ที่หลอมเหลวได้ และเป็นไอ ได้ด้วย ที่เราจะต้องเจอแน่ๆคือ เอา ตะกั่วมาทำเป็นท่อน้ำประปา ท่อน้ำทิ้ง ทำพลาสติก ทำสีกันสนิม ทำภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา ทำแบตเตอรี่รถยนต์ บัดกรีโลหะ ทำยาฆ่าแมลงบางชนิดเป็นต้น

ตัวดิฉันเอง เคยไปรับการอบรม เรื่องอาชีวอนามัย มาหลายครั้ง ได้ประกาศนียบัตรมา และก็ทำงาน เกี่ยวข้องกับ เรื่องแบบนี้ มีประสบการณ์จริง อยู่หลายปี เหมือนกัน
เลยค่อนข้างระวังเรื่องแบบนี้ไปหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่ได้มากเกินไป คงจะอยู่ในทางสายกลางเสียมากกว่าค่ะ
วันนี้ 27-04-2552 ได้ฟังข่าว ตอนเย็น เรื่อง climate change on water resources and freshwater ecosystems ซึ่งออกข่าวโดย Asian Development Bank ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าต้องระวังมากๆ เกี่ยว กับเรื่องแหล่งน้ำ ทั้งปริมาณ คุณภาพน้ำ และความเสี่ยงในเรื่อง น้ำท่วมด้วย ซึ่งแนวโน้ม ที่น่ากังวลนี้ มีสาเหตุมาจาก ทั้ง climatic and non-climatic factors.

การ ประเมินสถานการณ์ เกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำ มาจากเรื่องของ อุณหภูมิความร้อน ที่น่าจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ภายในศตวรรษนี้ หรือ ภายใน ปีพ.ศ. 2643
ถ้ายังไม่มีการตื่นตัวกัน จะกระทบต่อการเกษตร ต่อพื้นที่ทำกิน ต่อปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำ และประเทศ ที่อาจได้รับผลกระทบ ต่อ climate change นี้ ก็คือ...Indonesia, Philippines, Thailand and Viet Nam

เมื่อ พื้นที่การเกษตร ได้รับผลกระทบ ข้าวที่ไทยและเวียดนามเคยผลิตได้มากๆ ก็จะผลิตได้ น้อยลง ถึง 50 %  นอกจากนี้ น้ำทะเล ก็จะมีระดับสูงขึ้น จนต้องมีการอพยพคนไปอยู่ที่ใหม่ จะมีคนล้มตายจากความร้อน จากไข้มาเลเรีย ไข้เลือดออกและ โรคภัยใหม่ๆมากขึ้น
ภายในปี 2643 อุณหภูมิของประเทศ ดังกล่าว อาจสูงขึ้นถึง 4.8 องศา เมื่อเทียบกับปี 2533
หากยังมีการปล่อยแกสเรือนกระจกเพิ่มขึ้น  และไม่มีแผนป้องกันเนิ่นๆ ประเทศ ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ลดลงถึง 6.7 % ในปี พ.ศ. 2643
สิ่งที่พอจะแก้ไขได้คือ การปลูกป่า ให้มากขึ้นมากๆ ซึ่งต้องมีเทคโนโลยีใหม่ๆ และการจัดการที่ดี เข้ามาช่วย  การหาพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็น ลม แสงอาทิตย์ ชีวภาพ และพลังงานใต้พื้นพิภพ  เพื่อลดการปล่อยแกสคาร์บอน

สรุปว่า พอฟังข่าวแล้ว ก็ใจไม่ดีเหมือนกัน แต่ก็คิดว่า รัฐบาล คงนำเรื่องนี้ เป็นวาระแห่งชาติ ที่จะต้องแก้ไขกันโดยไม่ช้านะคะ

 สวัสดีค่ะคุณ 45. กนกกาญจน์
ยินดีที่เข้ามาอ่านค่ะ
ตอนนี้ เรื่องโลกร้อน เป็นที่กล่าวขานกันมาก  ยิ่งมีข่าว เรื่อง climate change on water resources and freshwater ecosystems ซึ่งออกข่าวโดย Asian Development Bank  27-04-2552  ก็ยิ่งจินตนาการไปไกลๆ และเกิดความรู้สึก ใจไม่ดีเหมือนกัน

น้ำดูเหมือนจะมีอยู่ทั่วไป จนคนส่วนใหญ่มักคิดว่า ทรัพยากรอันมีค่าสูงยิ่งต่อชีวิตนี้มีไม่จำกัด แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่   นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า ตอนนี้โลกของเรามีปัญหาหนักหนาสาหัส เรื่องการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ จนตกอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว พวกเขาจึงพยายามนำเรื่องวิกฤตน้ำมาตีแผ่ หนึ่งในจำนวนนั้นได้แก่ Marc de Villiers ซึ่งพิมพ์หนังสือชื่อ Water : The Fate of Our Most Precious Resource ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2542 และพิมพ์ซ้ำอีกในเวลาต่อมา
หนังสือเล่มนี้ มีชื่อเสียงค่ะ...

ผู้เขียนหนังสือ เติบโตในทวีปแอฟริกาและได้สัมผัสกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอันเนื่องมา จากความแห้งแล้งโดยตรง   ต่อมา เขาจะย้ายไปอยู่ในประเทศแคนาดาซึ่งมีน้ำเหลือเฟือ แต่ประสบการณ์ช่วยให้เขาบรรยายปัญหา อันเกิดจากการขาดแคลนน้ำ ได้อย่างชวนอ่าน  เขานำชีวิตจริงของเขามาเล่าผสมผสานกับประเด็นสำคัญๆ ของหนังสือ เช่น การช่วงชิงน้ำอันอาจวิวัฒน์ไปเป็นชนวนสงครามระหว่างประเทศ
ปัจจัยที่ทำให้แหล่งน้ำสกปรกจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ทางเลือกของสังคมต่างๆ และทางแก้ปัญหา  ในหนังสือ  เขาแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 ภาคเพื่อวางกรอบของปัญหา ทบทวนที่มาและสภาพของแหล่งน้ำต่างๆ เล่าประเด็นการเมืองเกี่ยวกับเรื่องน้ำ และเสนอข้อชี้แนะ

มีนักวิทยาศาสตร์เคย คำนวณว่า โลกมีน้ำอยู่ประมาณ 1,400 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร นั่นหมายความว่าถ้าเราเกลี่ยน้ำให้เสมอกันทั่วโลก ระดับของน้ำจะมีความลึกถึง 2.7 กิโลเมตร แต่ทั้งหมดนี้มีเพียง 2.5% เท่านั้นที่เป็นน้ำจืดซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำแข็ง และหิมะที่สะสมอยู่ตามขั้วโลกทำให้ปริมาณน้ำที่เราใช้ได้มีอยู่ไม่มากนัก

รูปข้างล่างนี้ ก็เป็นอีกรูปหนึ่ง ที่แสดง ระบบการไหลเวียนของน้ำบนผิวโลก  ซึ่งมีปริมาณคงที่ และส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำทะเลซึ่งระเหยขึ้นไปในท้องฟ้าแล้วเป็นฝนตกลงมา  ในรูปของน้ำจืด ฝนส่วนหนึ่งตกลงบนพื้นดินเป็นน้ำให้มนุษย์ สัตว์ และพืช ใช้ก่อนที่มันจะระเหยกลับไปหรือไหลกลับลงสู่ทะเลอีกครั้ง

สวัสดีค่ะคุณ 43. แดง
ที่คุณแดง กล่าวถึง เรื่องน้ำกับการรักษาโรค ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันค่ะ
การดื่ม น้ำล้างโรค ที่เป็นส่วนหนึ่งของ โฮมีโอพาธี Homeopathy  ซึ่งคือ การรักษาแบบองค์รวม โดยมองว่า การเจ็บป่วย เป็นสัญญาณ ของความไม่สมดุลภายในร่างกาย  ดังนั้น จึงเน้นแก้ไข ปัญหาพื้นฐาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ไม่ใช่รักษาแต่อาการ ที่แสดงออกมาเท่านั้น และจะมีการ ใช้ยาจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพลัง ในการให้ร่างกาย รักษาตัวเองด้วย     การรักษาแบบนี้ เก่าแก่มาก ย้อนไปถึงศตวรรษ ที่4-5 ก่อนคริสตกาล สมัยฮิปโปเครติส

ปัจจุบัน ทราบมาว่า ในประเทศญี่ปุ่นก็กำลังนิยมการดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษา สุขภาพที่ดี   พฤติกรรมนี้เกิดจากข้อเท็จจริง ที่ยืนยันด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า น้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ และบำบัดรักษาโรค แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างได้ผล แต่จะ 100%หรือเปล่า ไม่แน่ใจ  โรคที่มักจะใช้วิธีดื่มน้ำล้างโรคนี้คือ  โรคความดันโลหิตสูง   โรคกระเพาะ   โรคเบาหวาน   โรคท้องผูก  โรคมะเร็ง และวัณโรค โดยแนะนำ ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) ทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้า

แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัว ดิฉันก็ไม่ค่อยเชื่อว่า น้ำ จะมีพลังเป็นการเฉพาะเจาะจง ในการทำหน้าที่เหมือน ยารักษาโรคตรงๆ  แต่น้ำ  เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้การเจ็บไข้ได้ป่วยหายเร็วขึ้นแน่นอน เช่น เวลาเราเป็นหวัด  สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ ให้ร่างกายได้พักและสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง และถ้าในชีวิตประจำวัน เราดื่มน้ำเพียงพอ  ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้แน่ค่ะ

ขอยก ข้อความจาก วิกิพีเดียมาดังนี้นะคะ..... 
Modern homeopaths   have proposed that water has a memory that allows homeopathic preparations to work without any of the original substance, but the physics of water is well-understood, and no known mechanisms would allow any memory to last more than about 1 picosecond.[3]

Water memory  
While some studies, including Benveniste's, have claimed such an effect, double-blind repetitions of the experiments involved have failed to reproduce the results, and the concept is not accepted by the scientific community.   Recent results indicate that water loses memory of its structure within a small fraction of a nanosecon.

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ช่วงนี้ยุ่ง ๆ ค่ะ ไม่ค่อยได้เข้ามาทักทายพี่ แต่ได้อ่านหนังสือของอิโมโตะจบแล้ว น่าสนใจมาก ๆ และมีอีกหลายประเด็นที่อยากนำมาแลกเปลี่ยนกับพี่ค่ะ  แต่ได้เห็นว่าพี่ทะยอยนำเนื้อหามาไว้ในบันทึกนี้แล้ว...

อ่านเรื่อง น้ำ ทำให้น้องเกิดความคิดว่า....เราควรที่จะอ่อนโยนต่อตนเองทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ และยังควรที่จะ อ่อนน้อมต่อธรรมชาติและผู้คนรอบข้างด้วย

ฝนตกหนักเมื่อคืน อากาศสดชื่นมากเลย คลายร้อนลงไปได้มากเลยค่ะ..^_^..

ระลึกถึงพี่ค่ะ

รู้มากก็กลัวมาก บางครั้งการรู้มากเกินไปก็ทำให้ไม่ต้องทำอะไรเลยนะคะ

มองในแง่ "ระดับโมเลกุล" ไปหรือเปล่าคะ

ท่อปะปาสิบยี่สิบปีที่ผ่านมานี้ไม่มีใครใช้การเชื่อมท่อด้วยตะกั่วหรอกคะ

เขามีข้อต่อ ทุกขนาด เป็นข้อต่อทองเหลือง ท่อเหล็กชุบสังกะสี บุพีอี และท่อ พีวีซี

เวลาจะต่อข้อต่อจะพันด้วยผ้าหรือเทปพันเกลียว(teflon tape) ถ้าเป็นท่อขนาดใหญ่ขึ้น เช่น 3" หรือ 4" ขึ้น ต้องใช้ป่านและสีจาดคะ

ข้อมูลว่าเชื่อมด้วยตะกั่วเอามาจากไหนคะ ไม่มีจริงๆนะคะ

ขอบคุณคะ

 

สวัสดีค่ะ น้อง 49. คนไม่มีราก 

พี่เองอ่านจบแล้ว และก็เห็นด้วยอย่างน้องที่บอกว่า  เราควรที่จะอ่อนโยนต่อตนเองทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ และยังควรที่จะ อ่อนน้อมต่อธรรมชาติและผู้คนรอบข้างด้วย
แต่จะจริงแค่ไหน ส่วนตัวแล้ว..ไม่ทราบค่ะ..รู้แต่ว่า อ่านแล้ว... สนุก  ..ลึกๆคิดว่า  ไม่ทราบจะเป็น Pseudoscience (a methodology, belief, or practice that is claimed to be scientific) หรือเปล่า  อ่านแล้ว ส่วนตัว มีคำถามเกิดขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ที่จะไปค้นหาอะไรมากมายนัก  บันทึกนี้ มุ่งเน้น ที่จะกล่าวถึง ประโยชน์ ของน้ำ มากกว่าค่ะ
และบันทึกนี้ ก็พูดถึงเรื่อง น้ำ ในส่วนที่เป็น น้ำดื่ม และสารปนเปื้อน ที่อาจจะมี ในน้ำดื่ม  ก็ขึ้นกับ การพิจารณา ของผู้อ่านค่ะ ว่า จะดูแลสุขภาพ ของตนเองในระดับไหน  ส่วนตัวพี่เอง พี่เดินสายกลางค่ะ ไม่ได้เคร่งครัดจนเกร็งกลัวไปเสียหมด    แต่ก็ไม่ใช่จะไม่คำนึง   ถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพเสียเลยค่ะ
วันนี้ ชวนน้องดื่มน้ำชาจีนค่ะ ทำให้สดชื่นดีมาก พีชอบดื่มค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ 50. นาวสาว วลัยลักษณ์ หญิง งามวิไล

ยินดีที่คุณเข้ามาอ่านและกรุณาให้ข้อคิดเห็นแลกเปลี่ยนนะคะ เรื่องสารปนเปื้อนที่อาจปนมากับน้ำดื่ม น้ำใช้ มีได้หลายทางค่ะ...
ดิฉัน เคยทำโรงงานอุตสาหกรรมอาหารมา และเราส่งออก เกือบ 100% มีการต่อท่อน้ำมาจากแม่น้ำ ที่เราดึงน้ำมาใช้  มีโรงบำบัดน้ำเอง มีห้องLab สำหรับตรวจสอบน้ำทุกวัน และยังต้องส่งไปตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ  และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วย เป็นประจำ เพราะลูกค้าต้องการความมั่นใจ ในเรื่องน้ำ เป็นพิเศษ พอส่งอาหารไปขาย เราก็ต้องถูกตรวจสอบ ที่ ด่าน US FDA ทุกล็อต เพราะความเสี่ยง มีอยู่หลายขั้นตอนด้วยกัน และที่สำคัญ ท่อส่งน้ำเรายาวมาก จะมีบางส่วนที่อาจต้องใช้การบัดกรี  แต่เราก็ไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด

ทีนี้ มาถึงเรื่องน้ำดื่ม ภายในบ้าน... น้ำประปาทั่วๆไปจะไม่มีสารตะกั่ว แต่สารตะกั่วที่มีในน้ำประปามาจากอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน แม้จะใช้ท่อพี วีซี ท่อแบบนี้ ก็มีการทาสี  แหล่งใหญ่ของสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมคือ มาจากสี  รวมทั้งภาชนะต่างๆ เช่น ถ้วยชามเซรามิค  ถ้วยชามเซรามิคจะเป็นแหล่งของสารตะกั่ว
สำหรับข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในน้ำดื่ม ดิฉัน ได้มาหลายทาง ทั้งจากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ทำอุตสาหกรรมอาหาร  ตอนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องอาชีวอนามัย และข้อมูลจาก
the US Environmental Protection Agency    กรมควบคุมมลพิษ เรื่องมาตรฐานคุณภาพน้ำ เพื่อการบริโภค
ที่ ประเทศ สหรัฐอเมริกาเอง เรื่องความปลอดภัย ในเรื่อง น้ำดื่มนี้ เขาก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ มีมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง แม้แต่เครื่องทำน้ำกดสวยๆ ทันสมัย แบบนี้  เขากลับเห็นไปว่า การใช้น้ำกดแบบนี้   จะเป็นการให้เด็กมีความเสี่ยงในการได้รับสารตะกั่วที่มากับที่กดน้ำมากไป  ซึ่งจะเป็นอันตรายกับสมองค่ะ

drinking fountains may expose the kids to dangerous concentrations of lead (linked to brain damage). Studies from various states suggest that some public schools have drinking water containing lead concentrations exceeding the Environmental Protection Agency's limits.
พอดี ไปพบเว็บนี้ เป็นเว็บสุขภาพ เขามีพูดถึงสารตะกั่วไว้พอควร ดีเหมือนกันค่ะ ข้อมูล ใกล้เคียงกับที่ดิฉันได้กล่าวถึง

มีการกล่าวถึง สารตะกั่ว ไว้มากพอควรจาก
the Environmental Protection Agency ค่ะ ลองอ่านดูนะคะ ล่าสุดเลยค่ะ

Lead, a metal found in natural deposits, is commonly used in household plumbing materials and water service lines. The greatest exposure to lead is swallowing or breathing in lead paint chips and dust.

ขอบคุณมากๆ ครับคุณพี่ Sasinand สำหรับข้อมูลดีๆ เรื่องน้ำๆ

ผมเองก็เคยติดตามข้อมูลมาค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังสับสน กับข้อมูลหลายๆ แหล่งที่มักจะขัดแย้งกันเอง

เช่นเรื่องน้ำ RO เคยมีหมอบางท่านบอกว่ามันบริสุทธิ์เกินไป ทานแล้วไม่ดี แร่ธาตุในตัวเรา โดยเฉพาะธาตุบางชนิดที่อยู่ในกล้ามเนื้อสำคัญๆ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจ จะละลายกลับออกมาในน้ำ RO

บ้างก็ว่าทานไปนานๆ แคลเซียมในกระดูกจะละลายกลับออกมาทำให้กระดูกพรุนได้

แต่ก็เป็นการกล่าวอ้างตามตรรกะ ที่อาจเป็นไปได้ แต่ยังขาดหลักฐานที่มารองรับ

ทั้งนี้ ความกลัว (ที่ไม่มีเหตุผล) ก็ยังทำให้ผมหวาดๆ กับน้ำ RO แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่กินเลยครับ

ทุกวันนี้ที่บ้านยังใช้ แค่กรองคาร์บอนอัดละเอียด กับเซรามิค 2 ขั้นตอน

แต่คิดว่ากำลังจะเปลี่ยน เพราะไม่มั่นใจว่า อาจมีโลหะหนัก ปะปนมาได้

เคยฟังเรื่องน้ำไมโครคลัสเตอร์ ที่ต้องทำการ Activated ด้วยแสงอินฟราเรด ก็เคลิบเคลิ้มไปพักนึง แต่ก็ชั่งใจไว้ได้ เพราะราคาแพงมากๆ

....

บ่นมาเสียยาวครับ

เพราะอัดอั้นเรื่องน้ำมานาน

คุยกับใครมากไม่ค่อยได้

เพราะส่วนใหญ่จะมี Hidden Agenda กับผลิตภัณฑ์ตัวเองแทบทั้งนั้น

วันนี้จึงได้โอกาสดี ขอคุยระบายความอัดอั้นกับคุณพี่ก็แล้วกันครับ

หวังว่าวันหน้าคงได้แลกเปลี่ยนเรื่องน้ำกันอีกนะครับ

สวัสดีค่ะคุณ 53ซวง ณ ชุมแสง 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันค่ะ
ระบบการกรองน้ำปัจจุบันนี้ อ้างอิงจาก...ที่นี่...   The US Environmental  Protection Agency

ระบบกรองน้ำ เพื่อจะใช้ดื่ม ที่ใช้กันในปัจจุบัน น่าจะมีอยู่ 5 แบบด้วยกัน
1. ระบบ Activated granular carbon filters  ระบบนี้ จะกรองเอาสาร พวก Atrazine, benzene, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes, และ radon ออกได้ แต่นอกจากจะมี คาร์บอนแล้ว ก็อาจยังมีตัวกรอง ตัวอื่นอีกด้วย เพื่อจะกรองเอา สารตะกั่วออก

2.ระบบ Solid block carbon filters ระบบนี้ จะกรองเอาพวก Asbestos, atrazine, benzene, lead, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes ออกได้

3 ระบบ Reverse osmosis systems ซึ่งจะกรอง  Arsenic, asbestos, atrazine, lead, mercury, nitrate, radium, Cryptosporidium, และ fluoride ออกได้
Reverse Osmosis (RO)
RO systems are compact, simple to operate, and
require minimal labor, making them suitable for
small systems.
 They are also suitable for systems
where there is a high degree of seasonal fluctuation
in water demand.
RO can effectively remove nearly all inorganic
contaminants from water
. RO can also effectively
remove radium, natural organic substances,
pesticides, cysts, bacteria, and viruses. (See
Figure 2 and Table 1.) RO is particularly effective
when used in series. Water passing through
multiple units can achieve near zero effluent
contaminant concentrations. Disinfection is also
recommended to ensure the safety of water.
Some of the advantages of RO are:
• Removes nearly all contaminant ions and
most dissolved non-ions.

4.ระบบ Distillers  ซึ่งจะกรอง Arsenic, asbestos, lead, mercury, nitrate, trichloroethylene, trihalomethanes, radium, coliform bacteria, Cryptosporidium, และ fluoride

5. ระบบ Ion exchange systems (aka water softeners) จะกรอง Calcium และ  magnesiumออกได้ คือ สาร 2 ตัวนี้ จะเป็นตัวไปกัดกร่อน อุปกรณ์ประปา หรือ อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการทำความสะอาด ทำ ให้เกิดตะกรัน และมีอายุใช้งานที่สั้นลง และยังจะทำให้การล้างคราบสบู่ คราบน้ำยา ทำความสะอาด ให้ออกยากขึ้นด้วย

ระบบที่1-4 ติดตั้งได้ง่ายๆ ใต้ซิงค์น้ำ หรือในที่เหมาะสม แต่ระบบสุดท้าย จะเสียค่าใช้จ่ายสูงหน่อย และมักต้องใช้กับระบบน้ำทั้งบ้านเลย

ระบบ Reverse osmosis systems นี้ การประปาส่วนภูมิภาคก็ใช้อยู่

มีข่าวจาก อย. ....น.พ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย ศ.น.พ. เกรียง ตั้งสง่า นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับน้ำอาร์โอ ขอชี้แจงให้ทราบว่าโครงการผลิตตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ผ่านกระบวนการรีเวิร์ส ออสโมซิส หรือน้ำอาร์โอ จะรับผิดชอบโดยการประปาส่วนภูมิภาค ไม่อยู่ในข่ายต้องขออนุญาตจาก อย. 

ข่าวจาก กทม....เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 52 สำนักงานเขตพระนคร พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบกิจการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญในพื้นที่เขตพระนคร ซึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบายในการควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประเภทตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข  ให้สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ ปราศจากการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันมิให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารกับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร...พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย จำนวน 215 ตัวอย่าง จากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ จำนวน 997 ตัวอย่าง หรือคิดเป็น 21.56%

ศ.น.พ. เกรียง ตั้งสง่า   อดีต นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า น้ำดื่มอาร์โอ ดื่มได้ ปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในห้องไตเทียมกว่า 80%
กล่าวต่อไปว่า ความกังวลที่ว่าน้ำดื่มในลักษณะนี้จะทำให้เป็นโรคกระดูกผุ โรคไทรอยด์ หรือกระทั่งโรคหัวใจ นั้น ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ยืนยันได้
ส่วนแร่แคลเซียม แมกนีเซียม ไอโอดีน และสารอาหารอื่นๆ
 ก็มีอยู่พอเพียงในอาหารที่ประชาชนบริโภคประจำวัน สิ่งที่ควรระมัดระวังเพิ่มเติม คือ ภาชนะที่มารองรับน้ำ จะต้องสะอาดไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อน จึงจะได้รับน้ำที่ปลอดภัยในการบริโภค

คุณหมอเกรียงบอกว่า ใช้น้ำบริสุทธิ์ลักษณะนี้กับผู้ป่วยมาหลายสิบปี โดยโรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นแห่งแรกของประเทศที่ใช้ระบบน้ำอาร์โอ และปัจจุบันมีการใช้น้ำอาร์โอในลักษณะตู้หยอดเหรียญ 
"หลักการกรองน้ำบริสุทธิ์เพื่อผู้ป่วย ไม่ต่างจากน้ำในอุตสาหกรรม น้ำดื่ม น้ำกลั่นผสมยา น้ำที่นำมาใช้แต่ละระดับมีความบริสุทธิ์ต่างกัน"  นิยามของคุณภาพน้ำบริสุทธิ์มี 3 ลักษณะคือ ด้านกายภาพ อาทิ ไม่มี สี กลิ่น รส (อาจมีรสความเป็นน้ำ แต่ไม่ใช่น้ำที่มีสนิมเหล็ก) ด้านเคมี พวกสารปนเปื้อนในน้ำ และด้านชีวภาพ การปนเปื้อนทางเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย จุลินทรีย์ 
แบคทีเรียในร่างกายและน้ำจะต่างกัน
   ในเลือดมนุษย์มีทั้งโปรตีนและกลูโคส จะเป็นเชื้อคนละอย่างกับน้ำ หากน้ำไม่สะอาด พวกน้ำครำจะมีเชื้อแบคทีเรีย ส่วนน้ำกลั่นบริสุทธิ์มีความละเอียดอ่อน ไม่มีอะไรเลย นอกจากอณูของไฮโดรเจนกับอะตอมออกซิเจน

เอาล่ะค่ะ ข้อมูลมากพอควรแล้ว คงพอมีประโยชน์บ้างนะคะ
ความเห็นส่วนตัวคือ...ถ้าถามว่า  จำเป็นต้องดื่มน้ำอาร์โอหรือไม่
  คิดว่า ไม่ค่ะ  ใครจะเลือกดื่มน้ำต้ม น้ำประปากรองแบบหยาบๆ ผ่านการฆ่าเชื้อโรคก็ได้ 
และน้ำแร่จริงๆแล้ว   ดิฉันว่า  ก็ไม่จำเป็นต่อร่างกายเท่าไร   แต่ถ้าจะดื่มก็ได้   ไม่เป็นไร
แต่ดิฉันชอบดื่ม  น้ำบริสุทธิ์ตามมาตรฐานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การอนามัยโลกมากที่สุด    สมัยก่อน สังคมไทยในอดีตดื่มน้ำฝน ในยุคนั้นน้ำฝนไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีมลภาวะ  ถ้าเรากินอาหารที่เป็นประโยชน์  ร่างกายจะมีกระบวนการเก็บสารมีประโยชน์ไว้  สารไม่มีประโยชน์ก็จะกรองทิ้ง คิดว่า แต่ละวันเราน่าจะได้สารอาหารและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ เช่น แคลเซียมกว่า 1,000 มิลลิกรัม   แมกนีเซียม 300 มิลลิกรัม จากอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว 
บันทึกนี้ อ่านแล้ว  ก็แล้วแต่คุณ ซวง ณ ชุมแสง จะพิจารณาตามที่เห็นควรเองนะคะ

ขอบคุณมากๆ ครับ คุณพี่ Sasinand

สำหรับข้อมูลดีๆ ที่กรุณาหามาให้เพิ่มเติม

คิดว่าบันทึกนี้เป็นบันทึกที่ทรงคุณค่าแก่การอ่าน

และมีคุณประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตจริงๆ ครับ

ดูจาก google มา ขอบคุณ บันทึกนี้ ให้ข้อมูลดีมากครับ เรื่องร้อนๆพักนี้คงเป็น เรื่องภาวะโลกร้อนอันเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ทำให้น้ำตามแหล่งต่างๆ ระเหยรวดเร็วขึ้น จนแหล่งน้ำบางแห่งแห้งเหือดลง ผมว่า เรื่องนี้ รัฐบาลต้องรีบแก้ไขด่วนเลยนะครับ

สวัสดีค่ะ

  • มาอ่านหลายเที่ยวแล้วนะคะ
  • วันนี้มาอ่านอีก  และได้อ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆด้วย
  • จัดเก็บไว้สำหรับนักเรียนแล้วค่ะ
  • ขอขอบคุณมากนนะคะ
  • มาชวนไปอ่านกฏหมายครอบครัว..ในฐานะพลเมืองดีค่ะ
  • http://gotoknow.org/blog/islandpk/258080

สวัสดีค่ะคุณ 55. ซวง ณ ชุมแสง
ขอบ คุณมากๆค่ะ ที่ให้เกียรติมาอ่าน และให้กำลังใจ จริงๆ เป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆเหมือนกันค่ะ จึงต้องความรู้ไว้บ้าง จะได้ไม่หลงเชื่อการโฆษณาชวนเชื่อง่ายๆ

เรื่องน้ำนี้ มีเรื่องเล่าให้ฟัง แปลกๆ  ถ้าจะดูว่า เป็นความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆก็ได้นะคะ     ลองดูนิดนึงค่ะ...มีการประชาสัมพันธ์ว่า...

หากจะใฝ่หาน้ำดื่มที่ได้ชื่อว่าบริสุทธิ์สดใส ที่สุดในโลก ต้อง Tasmanian Rain
น้ำดื่มจะถูกักเก็บมาจาก น้ำฝนแรกหลั่งจากดินแดน  ที่ได้ชื่อว่ามีคุณภาพ อากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทาสเมเนีย ออสเตรเลีย ซึ่งน้ำฝนที่เดินทางผ่านบรรยากาศ มาขนาดนี้มีส่วนผสมของแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพหลายสิบชนิด และน้ำดื่ม Tasmanian Rain นี้  มีการประชาสัมพันธ์ว่า  ว่าไม่เคยสัมผัสพื้นดินเลยแม้แต่นิดเดียว

The Tasmanian temperate rain forests are part of the Australasia ecozone, which includes Tasmania and Australia, New Zealand, New Guinea, New Caledonia, and adjacent islands.

มีการ ศึกษาสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของ เกาะแทสเมเนีย จากข้อมูลของ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) ที่ทดสอบคุณภาพอากาศและจัดอันดับให้ เกาะแทสเมเนียทางตอนใต้ของออสเตรเลียเป็นสถานที่ที่มีอากาศสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดในโลก
เนื่องจากมีประชากรและจำนวนอุตสาห กรรมน้อย
ที่ สำคัญลมที่พัดอยู่เหนือเกาะแทสเมเนียฝั่งตะวันตกยังเป็นลมจากทวีปแอนตาร์ กติกาที่ปราศจากผู้คนและพัดผ่าน 3 มหาสมุทรคิดเป็นระยะทางกว่าหมื่นไมล์

ดัง นั้นลมที่ก่อให้เกิดน้ำฝนจึงปราศจากสารปนเปื้อนใดๆ   ดังนั้นผู้ผลิตจึงคิดตั้งโรงงานโดยออกแบบอาคารดักน้ำฝนกลางอากาศก่อนนำไป เก็บพักไว้ในแท็งก์เก็บน้ำฝน เพื่อรอการทดสอบคุณภาพก่อนบรรจุลงในขวดแก้ว ปัจจุบัน ราคาขายของขวดบรรจุ 750 ml. อยู่ที่ราว 200 บาท และมีเสิร์ฟเฉพาะ ในโรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน เดอะ ทรัมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล และโฟร์ซีซันส์เท่านั้น

สวัสดีอีกรอบครับ คุณพี่ Sasinand

อ่านเรื่อง Tasmanian Rain ของคุณพี่แล้วทำให้นึกไปถึงโฆษณาของ

เครื่อง MRET ที่เป็นเครื่องสำหรับการ Activated ให้น้ำกลายเป็นน้ำไมโครคลัสเตอร์

ข้อมูลที่กล่าวอ้างก็มีนัยยะคล้ายๆ กันครับ

เขาบอกว่า

มีข้อมูลพบว่า ผู้คนแถบเทือกเขาคอเคซัส ส่วนใหญ่มีอายุยืนยาว และมีสุขภาพดี  จึงได้ไปศึกษาวิจัย แหล่งน้ำที่คนแถวนั้นใช้ดื่มกิน (ทำไมถึงศึกษาแต่น้ำอย่างเดียวก็ไม่ทราบได้ครับ)

พบว่า...

น้ำแถวนั้น มีคุณสมบัติพิเศษ ที่ไม่เหมือนที่อื่น (รายละเอียดจำไม่ค่อยได้) แต่สรุปว่า เจ้าเครื่อง MRET นี้ จะทำให้น้ำมีคุณสมบัติคล้ายๆ กับน้ำจากเทือกเขาคอเคซัส

แล้วก็มีการกล่าวอ้างข้อมูลการวิจัยต่างๆ ว่า ดื่มแล้วมีผลดีต่อสุขภาพหลายประการ

เครื่องนี้ขายในราคาเครื่องละหลายหมื่นบาท

ก็ว่ากันไปครับ

ส่วนตัวผมในตอนนี้มองว่า ชีวิตนี้เป็นองค์รวม ที่มีปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกำลังกาย  น้ำ  และอื่นๆ อีกมากมาย

ยังมีอีกหลายอย่าง หลายวิถี ที่จะนำเราไปสู่การมีสุขภาพที่ดี

น้ำก็เป็นปัจจัยหนึ่ง

แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

จุดตัดสินใจของผมจึงมีอยู่ว่า

เรามีข้อพิสูจน์ หรือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเพียงพอหรือไม่

และที่สำคัญ มันคุ้มค่าหรือไม่กับการที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่ง "คุณค่า" ที่ยากต่อการพิสูจน์

ถ้าใครมีเงินเยอะก็ไม่ว่ากันครับ

สำหรับเครื่องนี้ผมขอบาย

น้ำมีคุณค่ามากมาย..ในการหล่อเลี้ยงชีวิต

น้ำใจ..ก็เช่นกัน...ที่ต่อเติมพลังใจให้กันและกัน เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตให้ดำเนินต่อไป

แวะมาทักทายนะคะ

มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ

 

สวัสดีค่ะคุณ 56. ทัชชกร
ขอบคุณที่สนใจในบันทึกนี้ค่ะ

จริงๆแล้ว นอกจากน้ำดื่มสะอาดๆ ที่เราต้องดื่มกันทุกวัน     ร่างกายก็ยังสามารถได้น้ำจากแหล่งอื่นได้อีก ทั้งอาหารที่เป็นน้ำๆ เครื่องดื่มสมุนไพร เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำชากาแฟ และเครื่องดื่มจำพวก Soft drinks ที่ไม่มีแอลกอฮอล และก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีฟองก็ได้ค่ะ โดยปกติ มักมีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม  กลิ่น รสธรรมชาติหรือสังเคราะห์ หรือ มีน้ำผลไม้เป็นส่วนผสมอยู่ก็ได้
แต่หมายเหตุค่ะว่า ...กาแฟ ชา โกโก้ น้ำผลไม้เข้มข้น และน้ำผัก ไม่อยู่ ในจำพวก soft drinks  นะคะ
ที่มา ที่ไป คือ มีการบัญญัติ คำนี้ขึ้นมาเพื่อ ให้ต่างจากเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลนั่นเอง เพื่อพยายามให้คนรักสุขภาพมากขึ้น    พอมาสมัยนี้ เครื่องดื่มชนิดนี้ ยิ่งมาปรับปรุง  เน้น เรื่อง แคลอรี่ต่ำ มีโซเดียมน้อยๆ ไม่มีคาเฟอีน และให้ส่วนผสมทุกอย่าง มาจากธรรมชาติทั้งหมด
พวกน้ำแร่ ก็อยู่ในเครื่องดื่มแบบนี้เหมือนกัน นิยมกันมากในอเมริกา ยุโรป และลาตินอเมริกา ที่คิวบา นิยมดื่มน้ำอ้อย แต่อัดแกส ให้เป็นฟอง บางประเทศนิยมใส่แป้งถั่วเหลืองใน soft drink เพื่อเพิ่มโปรตีน ที่ประเทศอิสราเอล นิยมดื่ม น้ำผึ้ง กับน้ำผลไม้มาก
ประวัติย่อๆ ของ soft drinks  Encyclopedia Britannica
เครื่องดื่มจำพวกนี้ มีวางขายตามตลาดเมื่อ ประมาณ ศตวรรษที่ 17 มาแล้ว แรกสุด เป็นพวก น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ต่อมา เมื่อปี 1676  มีบริษัท the Compagnie de Limonadiers เกิดขึ้นที่นครปารีส และได้รับสัมปทานให้ขาย  เครื่องดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาวนี้เจ้าเดียว มีคนแบกถังเครื่องดื่มนี้ เดินขายไปทั่ว
ต่อมา มีพวกน้ำแร่ ออกมา ตั้งแต่ศตวรรษ ที่ 17 นี้เหมือนกัน และมักจะโฆษณาว่า เป็นเครื่องดื่มสุขภาพ ต่อมามีการอัดแกสลงไปด้วย ให้น่าดื่มขึ้น

ในโลกนี้  เครื่องดื่มพวก sparkling soda จะมียอดขายมากกว่า 34 พันล้านแกลลอนต่อปี
ส่วนที่อเมริกา  เครื่องดื่มประเภท  soft drinks  ทุกชนิด  จะมีส่วนแบ่งตลาด ปัจจุบัน ประมาณ25% ของยอดขายเครื่องดื่มทั้งหมดค่ะ
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวกับ น้ำ ที่เอามาเล่าสู่กันฟังนะคะ

สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณ 59. ซวง ณ ชุมแสง

พี่ว่าเรื่อง น้ำ นี้เป็นเรื่องใหญ่ และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของทุกคน เลยมีเรื่องให้คุยเยอะ...
แต่พี่ก็มีความคิดคล้ายๆคุณที่ว่า...ชีวิตนี้เป็นองค์รวม ที่มีปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร อากาศ อารมณ์ ออกกำลังกาย น้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย ยังมีอีกหลายอย่าง หลายวิถี ที่จะนำเราไปสู่การมีสุขภาพที่ดี  น้ำก็เป็นปัจจัยหนึ่ง  แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
เครื่อง MRET ที่เป็นเครื่องที่สามารถ ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำไมโครคลัสเตอร์ ที่บ้านลูก รู้สึกจะมี มีคนเอามาให้ค่ะ เขาก็ใช้บ้าง ไม่ได้ใช้บ้าง

พี่เคยทำอุตสาหกรรมอาหารมาก่อน คุ้นเคยกับการทำน้ำผลไม้ดี แต่ละปี จะไปออกร้านแสดงสินค้า และดูงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอๆ  พอมาเขียนเรื่อง น้ำ เลยนึกถึง น้ำผลไม้ ขึ้นมา  เลยขอเล่านิดหน่อยนะคะ
นอกจากการกินผลไม้สดๆแล้ว คนก็นึกถึง น้ำผลไม้มากที่สุด น้ำผลไม้มีหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งที่เป็นรูปน้ำปนเนื้อ น้ำจะขุ่นๆ   น้ำผลไม้ที่กรองแล้ว ใสๆ    น้ำผลไม้แบบที่เรียกว่า "nectar" จะมีชิ้นผลไม้ละเอียดๆ บางๆ ลอยหน้าอยู่ด้วย  น้ำผลไม้เข้มข้น  และในรูปแบบ fruit drinks ที่ทางร้านที่เราไปดื่ม เขาจะคิดค้นขึ้นมาค่ะ

ส่วนตัว ชอบน้ำส้ม มากที่สุดค่ะ  ซึ่งตั้งแต่ก่อนปี  1920 คนยังไม่นิยมกินน้ำส้มสดกัน  แต่พอคนเริ่มหันมาชอบดื่มน้ำส้มสด ก็ปรากฏว่า   มีการเพิ่มปริมาณ การปลูกส้มขึ้นอย่างมากๆ   ซึ่งความจริง  น้ำส้ม มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่ก็ถูกนำไปเป็นเครื่องมือของการทำการตลาด จนเรียกว่า ได้ผลอย่างมโหฬารเลยค่ะ ซึ่งก็ดีกับ คนทำสวนส้ม  มีตัวเลขว่า ผลผลิต ส้ม ของทั้งโลก มีประมาณ 70,000,000 metric tons ต่อปีค่ะ
(ข้อมูลจาก เอนไซโคลพีเดีย บริเทนนิกา 2008 ค่ะ)
 

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาอ่านคำตอบเรื่องน้ำและสารปนเปื้อนในน้ำ ซึ่งน้องคิดว่าเราควร "ใส่ใจ" กันมากขึ้น เพราะด้วยเหตุที่ว่า น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกายของเรา...

ส่วนที่พี่ตั้งข้อสังเกตว่าหนังสือ The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto จะเป็น Pseudoscience (a methodology, belief, or practice that is claimed to be scientific)

เท่าที่อ่านพบว่า  Dr.Emoto ก็สามารถอธิบายเรื่องของผลึกของน้ำ และสิ่งที่ปรากฎ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีขั้นตอน บอกวิธีการและระบุชัดถึงเครื่องมือที่ใช้ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ปรากฎอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นดังที่เราเข้าใจทั้งหมด สมัยก่อนเราก็อาจต้องหัวเราะและเกิดคำถามได้ว่า จะทำให้น้ำเดือดได้อย่างไร ถ้าไม่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการทำให้ร้อน ซึ่งในปัจจุบัน แค่เครื่องคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม (เครื่องไมโครเวฟ) ก็ทำให้น้ำเดือดได้ภายใน1-2 นาทีแล้ว...

ก็เลยทำให้น้องคิดเองว่า...ที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่น่าจะจริง ก็อาจมีเหตุมีปัจจัยบางประการที่ทำให้เป็นไปได้ในอนาคตค่ะ

ระลึกถึงพี่ด้วยความสุขใจและรู้สึกถึงความงอกงามทางปัญญาทุกครั้งที่ได้มาทักทายพี่ค่ะ

(^___^)

มาอีกครั้งค่ะ ดอกนี้สวยงามมากค่ะ น่าจะเป้นไม้ล้มลุก

ชื่ออะไรคะ...^_^....

 

พูดถึงเรื่องน้ำก็อยากแจม ลปรร. ผมพอมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องน้ำจากการปฏิบัติ แต่มิได้ลงทฤษฎีระดับ molecular level

ความรู้เรื่องน้ำโดยทั่วไปเชิงทฤษฎีก็ยอมรับในระดับหนึ่ง

แต่ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องอีกระดับหนึ่งซึ่งบางครั้งก็มีข้อยกเว้นโดยไม่คำนึงเรื่องทฤษฎี เพราะไม่มีความจำเป็นขนาดนั้น

การอุปโภคบริโภคของผมก็ไม่เคยคิดเรื่องที่จะดื่มน้ำที่ผ่านการกรองระบบ Reverse osmosis systems

ไม่เคยคิดว่าน้ำที่จะบริโภค ควรมีฤทธิ์เป็นด่าง ( pH 7.6-8.5)

ไม่เคยคิดเรื่องนานาเทคโนโลยี่ เรื่องการย่อยโมเลกุลน้ำ จนสามารถวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (ORP) ค่าความเป็นด่าง และค่าออกซิเจน ที่สูงกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป

ทั้งๆที่ช่วงหนึ่งเคยผูกพันกับการสรรหาน้ำให้โรงงานอุตสาหกรรมและมีใบรับประกันคุณภาพน้ำจากหน่วยงานของรัฐ

ผมเคยไปสอบเป็นช่างเจาะบ่อน้ำบาดาลจากกองบาดาล กรมทรัพยากรธรณีจนได้รับใบอนุญาตทำได้ทั่วราชอาณาจักร

ช่วงชีวิตหนึ่งเคยรับงานเจาะบ่อบาดาลให้กับองค์กรโรงงานและหมู่บ้านในกทม.และเขตปริมณฑล

ด้วยหลักวิชาการนำน้ำไปวิเคราะห์ที่กองวิเคราะห์น้ำบาดาล และที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข

การวิเคราะห์ทางกายภาพและเคมี ได้แก่ ความเป็นกรด-ด่าง การนำไฟฟ้า ความขุ่น ความกระด้าง ... ปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายน้ำ (Total Dissolved Solids

 

น้ำบาดาลระดับความลึกที่เหมาะสมมักผ่านเกณฑ์ของกองวิเคราะห์น้ำบาดาล

แต่ถ้าน้ำน้ำไปวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน จะมีความเข้มงวดในค่าต่างๆที่ตรวจพบมากขึ้น

ทั้งหมดข้างต้นนี้คือเรื่องราวที่เกี่ยวกับน้ำบาดาลที่โรงงานและหมู่บ้านต่างๆในเขตปริมณฑลใน กทม. ใช้ในการอุปโภคและบริโภค

 

แต่สำหรับเรื่องการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพนั้น

ผมไม่เคยให้ความสำคัญเป็นกฎตายตัวตามที่แพทย์ต่างๆออกมาแนะนำว่าต้องทานกี่แก้ว เลยคือไม่ใส่ใจ

รอบๆตัวผมก็มีเพื่อนที่เป็นแพทย์หลายระดับชั้น

เมื่อวานก็คุยกับเพื่อนแพทย์อยู่นานสองนาน

มีคนไข้จำนวนหนึ่งที่มาปรึกษากับผมด้วยอาการต่างๆหลังจากไปพบแพทย์แล้วอาการไม่หาย

หลังจากการพูดคุยก็พบพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม

ผมมักแนะนำให้ทานน้ำน้อยแต่พอเหมาะ มิใช่ดื่มน้ำวันละหลายๆแก้วตามที่แพทย์เจ้าของไข้แนะนำ

เพราะพื้นฐานสุขภาพแต่ละคนไม่เหมือนกัน

แล้วแนะนำพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม คนไข้ส่วนใหญ่ก็หาย

บางครั้งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยมากขึ้น

จึงไม่เป็นกฎตายตัวว่าจะต้องดื่มน้ำตามที่แพทย์ออกมาบอก

เพียงแต่เรามีเวลาพูดคุยกับคนไข้เพื่อสืบค้นให้มากกว่านี้

ลืมไปค่ะคุณ 56. ทัชชกร คุณพูดถึง ภาวะโลกร้อนอันเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง ทำให้น้ำตามแหล่งต่างๆ ระเหยรวดเร็วขึ้น จนแหล่งน้ำบางแห่งแห้งเหือดลง

ที่ติดตามข่าว....สภาวะเรือนกระจกทำให้บรรยากาศของโลกเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดความผันผวนของภูมิอากาศในขอบเขตทั่วโลก  ยิ่งมาได้ฟังข่าวเมื่อ วันที่ 27-04-2552   เรื่อง climate change on water resources and freshwater ecosystems ซึ่งออกข่าวโดย Asian Development Bank ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าต้องระวังมากๆ เกี่ยว กับเรื่องแหล่งน้ำ ทั้งปริมาณ คุณภาพน้ำ และความเสี่ยงในเรื่อง น้ำท่วมด้วย ซึ่งแนวโน้ม ที่น่ากังวลนี้ มีสาเหตุมาจาก ทั้ง climatic and non-climatic factors.
และประเทศ ที่อาจได้รับผลกระทบ ต่อ climate change ในภูมิภาคนี้ ี้ ก็คือ...Indonesia, Philippines, Thailand and Viet Nam
ถ้ายังแ ก้ไขไม่ได้  ภายในศตวรรรษนี้ หรือ พ.ศ.2463  พื้นที่การเกษตร จะได้รับผลกระทบ ข้าวที่ไทยและเวียดนามเคยผลิตได้มากๆ ก็จะผลิตได้ น้อยลง นอกจากนี้ น้ำทะเล ก็จะมีระดับสูงขึ้น จนต้องมีการอพยพคนไปอยู่ที่ใหม่ จะมีคนล้มตายจากความร้อน จากไข้มาเลเรีย ไข้เลือดออกและ โรคภัยใหม่ๆมากขึ้น เช่น ตอนนี้ เราก็กำลังหวาดๆกันเรื่อง ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกอยู่นะคะ

และดิฉันคิดว่า...
จากการเผาผลาญเชื้อเพลิงให้เกิด ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของ เรื่อง Climate Change ในปัจจุบันและอนาคต  จะส่งผลถึงแหล่งน้ำแน่นอนค่ะ
เราจะมีน้ำสะอาดจากธรรมชาติน้อยลง เพราะความสกปรกจากมลพิษและปฏิกูลทั้งหลาย ในระดับโลก 
มีการศึกษาพบว่า กว่า 50% ของแม่น้ำทั้งหมดมีสารเจือปนจนเป็นอันตรายแก่สุขภาพของมนุษย์ รวมทั้ง ปลาต่างๆ ก็มีสารเคมีต่างๆ ตกค้างอยู่มาก เช่น ปรอท พีซีบี คลอเดน ไดออกซิน และดีดีที เป็นต้น
และอ้างอิงจาก  Science Daily  มีการศึกษาจาก Ohio State University ว่า เมื่อ น้ำทะเล มีปริมาณมากขึ้นๆ   จะทำให้ชาวโลกสูญเสียแหล่งน้ำจืด ไปถึง 50%  

กรีนเฮาส์เอฟเฟกต์ (Greenhouse Effect)
แปลตามความหมายของศัพท์ว่า
"ผลที่เกิดในเรือนกระจก" เรือนกระจกหรือกรีนเฮาส์ (greenhouse) ก็คืออาคารที่ทำด้วยกระจกทั้งหลังเพื่อใช้ปลูกต้นไม้ในฤดูหนาวในประเทศที่มีอากาศหนาวจัด เช่น เนเธอร์แลนด์ ภายในเรือนกระจกมีเครื่องทำความร้อน กระจกนั้นเป็นฉนวนกั้นความร้อนจึงกั้นไม่ให้ความร้อนภายในแผ่ออกไปได้ ด้วยสมบัติโปร่งแสงของกระจกแสงอาทิตย์จึงส่องเข้ามาภายในได้ ผลก็คือภายในเรือนกระจกจะมีอากาศอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา"

แต่ ในวงการวิทยาศาสตร์ หมายถึง ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิของโลกมีค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมลพิษที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้เข้าสู่บรรยากาศของโลกเป็นจำนวนมาก เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ เช่น เผาไม้ทำเชื้อเพลิง เผาป่าเพื่อนำที่ดินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น พืชพรรณไม้ในป่าต้องอาศัยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์แสงก็ถูกทำลายไปด้วย ดังนั้น ปริมาณของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จึงเพิ่มมากขึ้น

สวัสดีค่ะคุณ 60. @..สายธาร..@
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียน และบอกว่า ที่เราต้องลืมไม่ได้ คือ น้ำใจค่ะ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ดูเมื่อคราว สึนามิ ซีคะ คลื่นพลังน้ำใจได้ไหลบ่าใหญ่กว่าคลื่นสึนามิอีก  ความรู้สึกเมตตา ความกรุณาปรานี อยากช่วยผ่อนคลายความทุกข์ยากด้วยประการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ เป็นคุณธรรมประจำ ของคนไทยค่ะ   ความแตกต่างขัดแย้งทุกชนิด ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา ลัทธิการเมือง ยากดีมีจน จะกลายเป็นเรื่องเล็ก  เพราะพลังน้ำใจนั้นสูงใหญ่  ทำให้จิตเล็ก กลายเป็นจิตใหญ่ได้

มีรายงานล่าสุด  เรื่องน้ำของ Unesco ได้ชี้ให้เห็นปัญหาและข้อเสนอแนะที่จะช่วยให้โลกหลุดพ้นจากสภาพที่ไม่น่าจะเห็น ในอนาคตอันใกล้ นั่นก็คือการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง

สถานการณ์ของน้ำในโลกเราคือ.... ร้อยละ 97.5 เป็นน้ำเค็ม ที่เหลือร้อยละ 2.5 เป็นน้ำจืด และสองในสามของปริมาณนี้อยู่ในสภาพของน้ำแข็ง ส่วนที่ไม่ใช่น้ำแข็งส่วนใหญ่ก็อยู่ใต้ดิน น้ำบนดินในแม่น้ำ คูคลอง ห้วย ลำธาร ที่เราเห็นกันนั้น เป็นส่วนน้อยอย่างยิ่งของน้ำในโลก

ในรายงานนี้ กล่าวอีกว่า ความต้องการน้ำจืด ไม่เคยมีมากขนาดนี้มาก่อน สาเหตุเป็นเพราะ จำนวนประชากร ในโลก ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากจำนวนประชากร 6.6 พันล้านคนในปัจจุบัน จะเพิ่มเป็น 9.1 พันล้านคนก่อน ค.ศ.2050
โดยการเพิ่มส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งหลายพื้นที่ (แอฟริกาเหนือ, ตะวันออกกลาง) มีการขาดแคลนน้ำอยู่แล้วจึงต้องการ อาหาร น้ำ และพลังงานเพิ่มขึ้นไปด้วย

รายงานล่าสุดนี้ ชื่อว่า.. "Water in a changing world". ซึ่งเน้น ความสำคัญของ น้ำ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาและต่อเศรษฐกิจ  และระบุว่าในปี 2030 หรือ 21 ปีจากนี้ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใน "หลายเรื่อง" ที่เกี่ยวกับน้ำ ประชาชนครึ่งโลกจะมีชีวิตอยู่ด้วยการขาดแคลนน้ำอย่างยิ่ง
อัตราการเติบโตของประชากรเช่นนี้   หมายถึงความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยแต่ละปีจะมีความต้องการน้ำจืดเพิ่มขึ้นปีละ 64,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

อ่านดูแล้ว ก็น่ากลัวนะคะ แต่พี่คิดว่า ภาครัฐฯ เขาทราบแล้ว และคงกำลังเร่งดำเนินการพัฒนา ในเรื่องแหล่ง น้ำ กันอยู่ เป็นแน่แท้

เข้ามาอ่านเรื่องเล่าจากทฤษฎีและเรื่องเล่าจากปากผู้ปฏิบัติ

ได้แง่มุมที่มีประโยชน์ทั้งสองฝ่ายครับ

สวัสดีอีกครั้งค่ะ 57. ครูคิม
ขอบคุณ ที่เห็นว่า บันทึกนี้ น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้างค่ะ

พี่เห็นว่า เรื่อง น้ำ ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ในกิจการต่างๆ เป็นเรื่อง ที่สำคัญมาก บ้านเมืองเรา เวลา น้ำมากก็ท่วม น้ำน้อย ก็แล้งไป ในบางจังหวัด ดังนั้น การจัดการอย่างเหมาะสม ในภาครัฐ จึงเป็นความจำเป็นอย่างรีบด่วนค่ะ
การขาดการจัดการที่ดีในเรื่องน้ำ ตลอดจนการขาดการลงทุนอย่างเพียงพอในด้านน้ำ ไม่ว่าการบุกเบิกหาแหล่งน้ำหรือดูแลรักษาแหล่งน้ำ

สำหรับ บางประเทศ การขาดแคลนน้ำจะยิ่งทำให้ความยากจนในบางประเทศรุนแรงยิ่งขึ้น ด้วยปัญหาสุขภาพ   ปัญหาสิ่งแวดล้อมเลวร้ายลง  ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง ตลอดจนจะมี ความเสี่ยงจากการติดโรคที่เกี่ยวพันกับการขาดแคลนน้ำสะอาด มากยิ่งขึ้น

มีประเด็น ในเรื่องผู้ใช้ "น้ำเสมือน" (virtual water)  คือ เมื่อสินค้าเกษตรต้องใช้น้ำในการเติบโตและพืชเหล่านี้เติบโต ต้องการใช้น้ำมาก  แต่เมื่อ มีอีกประเทศซื้อผลิตผลไปบริโภคในประเทศอื่น การซื้อผลผลิตการเกษตรเหล่านี้ไปบริโภค จึงเสมือนกับการบริโภคน้ำจากประเทศผู้ปลูกทางอ้อมนั่นเอง
ญี่ปุ่นนำเข้าธัญพืชและเนื้อสัตว์จากโลกเป็นปริมาณมากเพื่อเป็นอาหารในแต่ละปี ดังนั้น จึงเท่ากับว่าเป็นผู้ใช้ "น้ำเสมือน" ของประเทศอื่นอย่างมหาศาลไปด้วย มีการคำนวณว่าปีหนึ่งๆ ญี่ปุ่นใช้ "น้ำเสมือน" ประมาณ 64,000 ล้านตันต่อปี ถ้าญี่ปุ่นต้องผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้เองเชื่อว่าจะเกิดการขาดแคลนน้ำขึ้นในประเทศเป็นแน่

ไทยเราเอง เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก จึงต้องใช้น้ำเป็นปริมาณมหาศาลในแต่ละปี ดังนั้น การเป็นครัวโลกของไทยภายใต้สภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตจึงมีต้นทุนสูง  ดังนั้น การขายของทางการเกษตร ก็ควร ขายให้ได้ราคาดีๆ เพื่อให้คุ้มทุนด้วย

แต่ ก็ยังไม่หมดหวังเสียทีเดียว  ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า  เป็นที่น่าทึ่งมาก  ก็คือมีการแปรรูปน้ำเค็มซึ่งมีอยู่มหาศาลเป็นน้ำจืดอย่างกว้างขวางกว่าเดิมเป็นอันมาก     เทคโนโลยีสมัยใหม่ดังกล่าว   มีการริเริ่มกันในอิสราเอล สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย ปากีสถาน ฯลฯแล้วค่ะ

แต่อย่างไรก็ดี พี่เห็นว่า  สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เรามีน้ำใช้อย่างไม่ขาดแคลนได้นานที่สุดก็คือการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ให้ได้สมประโยชน์ ใช้อย่างมีเหตุมีผลและพึงรู้ว่า น้ำ มีต้นทุนเสมอนะคะ 

สวัสดีค่ะ น้อง63. คนไม่มีราก

ที่พี่ บอกว่า พี่มีคำถามหลายประเด็น ไม่ใช่ไม่เชื่อที่เขาถ่ายภาพผลึกของน้ำได้นะคะ เพราะนั่น พี่เชื่อ 100%ค่ะ แต่ในบางอย่าง พี่ยังไม่ปักใจเท่านั้นเอง ซึ่งก็ตรงกับที่ มีความเห็นทางวิทยาศาสตร์อยู่หลายยสำนัก ก็ยังมีคำถามอยู่ เช่น เรื่องการดื่มน้ำศักดิ์บางที่แล้ว หายป่วย เรื่องอย่างนี้ อยู่ที่ศรัทธาและความเชื่อ ที่บางทีก็พิสูจน์ ยาก ค่ะ
แต่เรื่อง คุณประโยชน์ ของน้ำ และการที่เราต้องทำน้ำในตัวให้สะอาดและไหลเวียนดี นอกจากจะสุขภาพกายดีแล้ว สุขภาพจิต ยังดีด้วย นี่เป็นสัจธรรมเลยค่ะ    
และก็เห็นด้วยกับน้องค่ะว่า  ...ที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้ ไม่น่าจะจริง ก็อาจมีเหตุมีปัจจัยบางประการที่ทำให้เป็นไปได้ในอนาคตค่ะ

เรื่องของการใช้ น้ำ ในประเทศเรา  ทราบว่าทางราชการ คงเข้ามาดูแลใกล้ชิดมากขึ้น ตอนนี้  ก็มีการส่งเสริม ให้มีการผลิตพืชพลังงาน (Biofuels) ทดแทนการใช้พลังงาน Hydrocarbons (น้ำมัน, ก๊าซ)
นั่น หมายถึงการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีกมาก   เพราะธัญพืช เช่น   ข้าวโพด   หรืออ้อยที่ใช้เป็นวัสดุหลักในการผลิต Ethanol เติบโตได้เพราะน้ำ   ได้เคยอ่านข้อมูล  จากที่คุณหมอที่บ้านนำมาจากที่ประชุมพลังงาน ( จะหาตอนนี้ ไม่ทราบอยู่กองไหนแล้ว ที่บ้าน หนังสือ ไม่ค่อยได้จัดบ่อย)   ชี้ให้เห็นว่าทุกๆ 1 ลิตร ของ Biofuels ต้องใช้น้ำเพื่อการผลิตถึง 2,500 ลิตรแน่ะค่ะ
ตอนนี้ ประเทศเรา คงต้องมามุ่งเน้น เรื่องการจัดการที่ดีในเรื่องน้ำ ตลอดจนต้องลงทุนในด้านน้ำเพิ่มขึ้น  ไม่ว่าการบุกเบิกหาแหล่งน้ำหรือดูแลรักษาแหล่งน้ำ นะคะ

อ้อ ดอกไม้ ที่นำไปฝากนั้น ชื่อดอกฮอลลี่ออคค่ะไม้ดอกล้มลุก สีขาว ชมพู แดง เหลือง  ส้มม่วง มีทั้งพันธุ์ต้นเตี้ยและต้นสูง มีขนระคายปกคลุมอยู่ทั่วทั้งต้นและใบ  ออกเป็นช่อแบบช่อกระจะตามซอกใบ  ดอกบานเป็นรูปถ้วย
มีทั้งกลีบดอกเดี่ยวและกลีบดอกซ้อน กลีบดอก 5 กลีบ นิยมปลูกประดับสวนโดยปลูกลงแปลง ให้ดอกสวยงามดีค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณ 65. สุวัฒน์ กอไพศาล (ไม่มีชื่อกลาง)

ยินดีอย่างยิ่ง ที่คุณสุวัฒน์ฯ เข้ามาอ่านและร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นไว้ด้วย
ในเรื่องของ น้ำ ที่ดิฉันคุ้นเคยมา จะเป็นน้ำจากแม่น้ำ Surface Water  มีเคยเจาะบ่อบาดาลบ้าง แต่ คุณภาพ ไปไม่ค่อยได้ กับการทำอุตสาหกรรมอาหาร เพราะ น้ำกระด้างมาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเจาะและการ บำบัดน้ำมาก
บ่อน้ำบาดาล  ที่มีเลยไม่ค่อยได้ใช้ แต่มีไว้ เป็นทางเลือกเผื่อ น้ำในแม่น้ำมีปัญหา ในหน้าน้ำหลาก ซึ่ง มักจะมีความขุ่นสูงมากๆ  แต่ต่อมา ดิฉัน ใช้การขุดบ่อ เก็บกักน้ำไว้ หลายๆบ่อ ก็มีพอใช้ ตลอดช่วงที่คุณภาพน้ำมีปัญหาค่ะ

ส่วนเรื่องของการดื่มน้ำ วันละกี่แก้ว คงแล้ว แต่พื้นฐานสุขภาพ ของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน เราจะรู้ตัวเรา ดีที่สุดว่า ดื่มน้ำเท่าไรพอ และสุขภาพดี 
แต่ที่ดิฉันและครอบครัว ดื่มน้ำกัน วันละหลายๆแก้ว เพราะเชื่อว่า ดีกับสุขภาพของเรา  เป็นการรักษาน้ำในร่างกายให้สะอาด และให้มีการไหลเวียนดี
ส่วนเรื่อง  การดื่มน้ำ ที่ควรมีฤทธิ์เป็นด่าง  ก็เช่นกัน ก็เช่นกัน เราคงไม่ต้องไปเข้มงวดขนาดนั้นก็ได้
แต่ถ้า เราเชื่อตามที่  Dr.Otto Warburg German physiologist, medical doctor and Nobel laureate ที่ได้รับรางวัลโนเบล Physiology or Medicine (1931)เมื่อปี 1931ได้พบว่า เซลล์มะเร็ง ชอบอยู่ในสภาวะที่เป็นกรด และไม่ชอบออกซิเจน  และในทางเคมีนั้น สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ สามารถดึงออกซิเยน ไว้กับตัว ได้มากกว่า สารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ถีง 100 เท่า

Warburg also wrote about oxygen's relationship to the pH of cancer cells internal environment. Since fermentation was a major metabolic pathway of cancer cells, Warburg reported that cancer cells maintain a lower pH, as low as 6.0, due to lactic acid production and elevated CO2. He firmly believed that there was a direct relationship between pH and oxygen. Higher pH means higher concentration of oxygen molecules while lower pH means lower concentrations of oxygen

ในทางวิชาการ 
ค่าความเป็นด่าง ของน้ำ pH 7.6-8.5 น่าจะช่วยสร้างสภาวะสมดุลย์ ให้แก่ร่างกายได้ คือ ให้อยู่ในค่าประมาณ pH 7.4  

หรือ ถ้าเราไม่สนใจตรงนี้ บางครั้ง ถ้าเราหลีกเลี่ยง น้ำที่เป็นกรด เสียหน่อยได้ ก็ดีเหมือนกัน เช่น น้ำแร่ ที่มีการอัดแก๊สเข้าไป ก็ไม่ให้ผลดีต่อร่างกาย
ดิฉันเอง ก็คิดว่า เราไม่ต้องเข้มงวดอะไร กับตัวเราหรอกค่ะ แค่น้ำสะอาดๆ ก็เพียงพอ สำหรับ ที่จะเป็นน้ำดื่ม ที่ดีแล้ว ไม่ต้องเป็นน้ำ RO ก็ได้  ปฎิบัติตัว ในทางสายกลาง น่าจะดีที่สุดค่ะ   และที่เขียนมาทั้งหมด  ก็ไม่มี hidden agenda อะไรค่ะ

สวัสดีค่ะ

  • มาอ่านหลายเที่ยวแล้วค่ะ
  • แต่ละครั้งได้ความรู้เพิ่มขึ้น
  • เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับสื่อในการเรียนรู้
  • ขออนุญาตจัดเก็บเพื่อนักเรียนด้วยนะคะ
  • ขอขอบพระคุณค่ะ

ขอบพระคุณ คุณพี่จริง ๆ ครับที่กรุณาเข้าไปอ่านผลงานของผมคลอดมา

และให้คอมเม้นต์ดี ๆ เสมอมา

ผมสิแทบไม่มีโอกาศได้เข้ามาอ่านงานของคุณพี่เลย

ขอบขอบพระคุณจากใจริงครับ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ดอกไม้สวย ๆ นี้ชื่อ "ฮอลลี่ฮอค" นี่เอง  ขอบคุณค่ะ

ส่งดอกไม้เล็ก ๆ หอมอ่อน ๆ มาให้พี่ชม ไม่แน่ใจว่าชื่ออะไรค่ะ

(^___^)

สวัสดีค่ะคุณ 68.  ชาคริต เอกมะโน 

ขอบคุณที่บอกว่า อ่านแล้ว ได้ประโยชน์ค่ะ

มีผู้แต่งที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ Marc de Villiers พิมพ์หนังสือชื่อ Water : The Fate of Our Most Precious Resource ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2542 และพิมพ์ซ้ำอีกในเวลาต่อมา
In his award-winning book WATER, Marq de Villiers provides an eye-opening account of how we are using, misusing, and abusing our planet's most vital resource.
ผู้เขียนเติบโตในทวีปแอฟริกา และได้สัมผัสกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอันเนื่องมาจากความแห้งแล้งโดยตรง แม้เมื่อเขาย้ายไปอยู่ในประเทศแคนาดาซึ่งมีน้ำมากมาย แต่ประสบการณ์ในทวีปอัฟริกา ช่วยให้เขาบรรยายปัญหา อันเกิดจากการขาดแคลนน้ำ ได้อย่างน่าอ่านค่ะ.....เช่น..

"น้ำมีอยู่ทั่วไป แต่ไฉนจึงไม่มีอะไรจะดื่ม" (Water, water everywhere, but nothing to drink.) เป็นคำเปรยของชาวกายอานา (Guyana) ประเทศยากจนเล็กๆ ในทวีปอเมริกาใต้ โดยหวังจะให้สื่อความหมายในเชิงขบขันด้วย
แต่ในภาวะปัจจุบัน ก็ไม่มีความขบขันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อคำเปรยนั้นถูกนำมาใช้
เพราะแม้ประเทศกายอานาจะมีแหล่งน้ำจำนวนมาก ตามชื่อของประเทศก็จริง แต่น้ำส่วนใหญ่ไม่เหมาะสำหรับนำมาบริโภค เนื่องจากความสกปรก เชื้อโรคและการเจือปนด้วยปรอท และสารหนูซึ่งตกค้างมาจากกระบวนการค้นหาและแยกแร่ทองคำ

ผู้เขียนเล่า ถึงปัจจัยที่ทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำร้ายแรง นอกเหนือจากปริมาณของน้ำ ที่กระจายอย่างไม่ทั่วถึงกัน นั่นคือ ภาวะโลกร้อนอันเกิดจากก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงโดยเฉพาะถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปิโตรเลียม
อากาศร้อนทำให้น้ำตามแหล่งต่างๆ ระเหยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว จนแหล่งน้ำบางแห่งแห้งเหือดลง พื้นที่ซึ่งตามปกติมีน้ำเพียงจำกัดอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับปัญหาที่สาหัสยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

อ่านดูแล้ว ก็น่ากลัวไปล่วงหน้า ภาวนา ขออย่าให้เหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ เกิดขึ้นในประเทศของเราเลยนะ

สวัสดีค่ะ คุณ 73. วาทิน ศานติ์ สันติ

ขอบคุณที่หาเวลามาเยี่ยมค่ะ พอดีเมื่อเย็นวาน มีเวลาหน่อยเลยอ่านบันทึกใหม่ของคุณเสียทุกบันทึกเลย ได้ความรู้มากนะคะ บางเรื่อง เคยเรียน แต่ความรู้ คืนอาจารย์ไปหมดแล้วค่ะ

พี่เห็นว่า เรื่อง น้ำ นี้เป็นเรื่องสำคัญ ตัวเองก็เคยเผชิญปัญหาเรื่องนี้ มาอย่างมากแล้ว และต่อไป คิดว่า เรื่อง น้ำ จะมีปัญหาแน่ เลยได้เขียนบันทึก ขึ้นมา แต่เน้น เรื่อง น้ำดื่ม มากที่สุดค่ะ

พี่เคยมีประสบการณ์  ในการดึงน้ำ ในแม่น้ำมาใช้ และต่อสายเคเบิ้ลใต้น้ำ ไปยังอีกเกาะหนึ่งใกล้ๆกัน เพื่อ ต่อนน้ำมาใช้ด้วย ซึ่งเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีกว่า  และก็ยังมีน้ำบาดาลไว้สำรองด้วย
ต่อมา พี่ ทำกิจการอีกอย่าง ใช้น้ำบาดาล 100 %  ขุดลึกลงไปใต้ดิน  จนต่อมาแผ่นดินทรุดลงไปเรื่อยๆ ให้เห็นได้ชัดๆเลย

ส่วน ในบางพื้นที่  จะมีขุมน้ำ  ที่มีปริมาณมากคล้ายมีทะเลสาบอยู่ใต้ดิน  แต่ต้องมี มีเครื่องจักรกลพลังสูงที่สามารถ สูบน้ำขึ้นมาได้จากความลึกหลายๆ ร้อยเมตร  เนื่องจากขุมน้ำบาดาลสะสมน้ำได้ช้าและต้องใช้เวลานาน การสูบน้ำขึ้นมาใช้ในอัตราสูง จะทำให้น้ำหมดไปอย่างรวดเร็ว
ขุมน้ำบางแห่งซึ่งอยู่ใกล้ทะเลถูกทำลาย  เมื่อน้ำจืดถูกสูบออกไปแล้วน้ำทะเลไหลเข้ามาแทนที่

พี่เคย ไปเที่ยวที่ รัฐอริโซนา ที่อเมริกา ก็ไปทราบว่า  แม้สหรัฐอเมริกาดูจะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทุกอย่าง  แต่บางส่วนของประเทศแห้งแล้งมากจนเป็นทะเลทราย
มีการแย่งน้ำกันใช้ระหว่างรัฐต่างๆด้วย   บางครั้งเป็นไปอย่างเข้มข้นถึงขนาดจะจับอาวุธขึ้นปะทะกัน เช่น ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐแอริโซนาส่งทหารประมาณร้อยนายเข้าไปขัดขวางการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโคโลราโดของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอ้างว่าการสร้างเขื่อนนั้นเป็นการขโมยน้ำของแอริโซนา
แต่ก่อนที่จะมีการยิงกันรัฐบาลกลางเข้าไปไกล่เกลี่ยสำเร็จ  นั่นเป็นตัวอย่างของการแย่งน้ำบนดินแห่งหนึ่ง ที่ไปพบและฟัง ผู้คนที่นั่นเล่ามา
ดังนั้น การที่ต่อไป ถ้าเราไม่มีการแก้ไข ลงทุน หรือ จัดการในเรื่องแหล่งน้ำ ในแต่ละประเทศกันแล้ว อาจมีการแย่งน้ำกัน ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศได้นะคะ

สวัสดีครับ

ตามคุณคนไม่มีรากมาอ่านครับ เห็นเข้ามาอ่านบันทึกของคุณศศินันท์บ่อย ๆ

ต่อไปในระยะไม่เกิน 10 ปี นักวิทยาศาสตร์บางคน ทำนายไว้ว่า น้ำ อาจจะกลายเป็นทรัพยากรที่ต้องสงวนและดูแลเป็นพิเศษ

ใครจะรู้ว่าต่อไป เราอาจต้องมีการจดทะเบียนเพื่อแจ้งสิทธิ์ในการใช้แหล่งน้ำสะอาดก็ได้

ขอบคุณข้อมูลและแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับน้ำครับ

สวัสดีอีกครั้งค่ะ 72. คุณ ครูคิม 

ครั้งนี้ ขอนำภาพ น้ำดื่มชนิดต่างๆ ทั้งน้ำสะอาดธรรมดา จนถึงน้ำผลไม้รสต่างๆ กับน้ำสมุนไพร ด้วยค่ะ
มีข้อมูลาฝากคุณครูนิดนึง ว่า...มีนักวิจัยจาก
 Louisiana State University, and the Children's Nutrition Research CenterBaylor College of Medicine ได้ทำการวิจัยจากกรณีศึกษา 21 กรณีแล้ว ไม่พบว่า การดื่มน้ำผลไม้ 100% คือ ไม่มีน้ำตาลมาละลายปนอีก   ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่อ้วนมากขึ้นค่ะ แต่ต้องไม่กินมากเกินไป
คือ สรุปว่า  ทางที่ดี กินผลไม้และดื่มน้ำผลไม้สด ไม่ีมีน้ำตาลเจือปน  ในปริมาณที่พอเหมาะ  ไม่มีโทษนะคะ

For good nutrition, 100% fruit juice, like orange juice, is the best choice.

สวัสดีค่ะ คุณ คนตัดไม้ (78)
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ บันทึกนี้ เป็นบันทึก ที่มีทั้งประสบการณ์ส่วนตัว และข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง และที่อยากจะบันทึกไว้ค่ะ
มีความเป็นไปได้สูง ที่ ต่อไป  เราอาจต้องมีการจดทะเบียนเพื่อแจ้งสิทธิ์ในการใช้แหล่งน้ำสะอาดก็ได้ค่ะ
ณ วันนี้  ตามข้อมูล จากหลายแหล่ง เห็นตรงกันว่า ปริมาณน้ำ  ที่เราใช้ได้นั้นยังมีเพียงพอเพราะโดยเฉลี่ยประชากรโลกจะมี น้ำใช้คนละราว 8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
แต่ ปัญหาจริงๆ อยู่ที่การกระจายน้ำอันไม่เท่ากัน   โดยรวมทวีปยุโรปมีน้ำจำนวนมากและกระจายออกไปอย่างทั่วถึง ที่นั่นจึงไม่ค่อยมีใครขาดน้ำ
ทวีปอเมริกาทั้งเหนือและใต้ก็มีน้ำจำนวนมาก แต่การกระจายไม่ค่อยทั่วถึงนัก
บราซิลและแคนาดามีเหลือใช้  ในขณะที่เม็กซิโกและเปรูขาดแคลน
แอฟริกามีปัญหาร้ายแรงเพราะนอกจากปริมาณน้ำจะมีน้อยแล้ว การกระจายยังไม่ทั่วถึงกันอีกด้วย  ทวีปเอเชียและออสเตรเลียมีน้ำเหลือใช้ในบางประเทศ เช่น ลาว แต่ประเทศใหญ่ๆ เช่น จีน อินเดีย ปากีสถาน และประเทศในตะวันออกกลาง ขาดน้ำถึงขั้นวิกฤต   Water : The Fate of Our Most Precious Resource  Marc de Villiers
เท่าที่ทราบ  สังคมโลกยังไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอนสำหรับการปันน้ำให้ประเทศที่สายน้ำไหลผ่านค่ะ

สวัสดีและขอบคุณ ดอกไม้สวยน่ารักช่อนี้นะคะ คุณ  คนไม่มีราก.74

เมื่อวาน เด็กมาบอกว่า ปั๊มน้ำ ที่ใช้ดึงน้ำคลองมารดน้ำเสีย  เมื่อเช้า  มาบอกว่า ปั๊มน้ำที่ใช้ในบ้านเเสียไปอีก 1 ตัว ( Centrifugal Pumps)  เลยเดือดร้อน ต้องตามช่างมาแก้ไข แต่เช้า สรุปว่า ปั๊มน้ำ คือ ปั๊มน้ำจุ่ม สำหรับรดน้ำต้นไม้ ยกไปซ่อม 1 วัน แต่อีกปั๊มหนึ่ง จะซ่อมก็ไม่คุ้มแล้ว เลยต้องซิ้อใหม่
ทุกบ้าน ต้องมี ปั๊มน้ำ นะคะ ส่วนใหญ่เป็น ปั๊มน้ำอัตโนมัติ
จริงๆ ปั๊มบ้านพี่ ก็ไม่เสียบ่อย เพราะคอยดูแล ไม่ให้เครื่องร้อนจัด หรือ ไม่ให้หมุนฟรี โดยไม่มีน้ำ เป็นต้น ถ้าน้องสนใจ เรื่องปั๊มน้ำ พี่มีรายละเอียดมาฝากค่ะ ที่นี่

มีน้ำทับทิม กับน้ำส้มสดๆมาฝากค่ะ ไม่ีใส่ีน้ำตาลเลยค่ะ มีประโยชน์มากนะคะ

สวัสดีอีกรอบนะครับ คุณพี่ Sasinand

เห็นคุณพี่เขียนพาดพิงหลายตอนถึงน้ำผลไม้ ผมเลยอยากแสดงความเห็นเรื่องนี้บ้าง แม้จะหลุดไปไกล แต่ก็ยังคงมี "น้ำ" เป็นส่วนประกอบอยู่นะครับ

ปกติแล้ว ผมจะชอบดื่มน้ำผลไม้กล่อง (เพราะสดๆ หาทานยาก) เมื่อก่อนนี้ก็ไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ จะสังเกตพบว่ามี 2 แบบ คือแบบผสม น้ำผลไม้แค่30-50 % ถ้ากล่องเล็ก 200 cc ก็จะราคาประมาณ 10 บาทต้นๆ 

แต่ถ้าเป็นพวก 100 % ก็จะกระโดดไปที่ 18 บาทเป็นอย่างต่ำ

กินไปๆ อยู่นาน ชักรู้สึกยังไงๆ ตอนที่ไปอ่านแถวๆ ข้างกล่องของพวกที่บอกว่าเป็น น้ำผลไม้ 100 %  แต่กลับพบข้อความเล็กๆ และมักเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอจะแปลเป็นไทยได้ว่า

น้ำผลไม้ 100 % (จากน้ำผลไม้เข้มข้น)

ผมเข้าใจเอาเองนะครับว่า มันคือการเอาหัวเชื้อของน้ำผลไม้ที่เข้มข้น  มาผสมให้เจือจางลง แล้วก็นำมาใส่กล่องขาย  และก็เข้าใจเอาเองว่า แบบ 100 % ก็คงใส่น้ำน้อยหน่อย  ส่วนแบบ 40 % ก็คงผสมน้ำเยอะหน่อย

เท่าที่ผมได้ลองหยิบๆ ขึ้นมาดู แทบทุกยี่ห้อในท้องตลาด ที่บอกว่าเป็นน้ำผลไม้ 100 % จะเป็นลักษณะนี้ทั้งนั้น

มียกเว้นอยู่ยี่ห้อเดียวครับ ที่ทำน้ำผลไม้ 100 % โดยไม่ได้บอกว่าผสมจากน้ำผลไม้เข้มข้น และน่าจะมั่นใจได้ว่าทำจากผลไม้สดแน่นอนก็คือยี่ห้อ "ดอยคำ"

หลังจากนั้น ผมก็จะพยายามเลือกทานจากยี่ห้อ ดอยคำ เพียงอย่างเดียว ส่วนยี่ห้ออื่นๆ นั้น  ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ทานเลย  เพราะรู้สึกเหมือนว่าเราถูกหลอกยังไงก็ไม่รู้

บอกว่าน้ำผลไม้ 100 % แต่ผสมจากหัวเชื้อ แล้วก็มาขายแพงเสียด้วยสิ

เฮ้อ...ผู้บริโภคในเมืองไทยคงต้องถูกหลอกไปอีกนาน

ขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆ จากโครงการหลวงดอยคำ ที่ทำให้ผมหูตาสว่างขึ้นครับ

แต่ยังไงของสดก็น่าจะดีที่สุดใช่ไหมครับ

...

อีกเรื่องนึงนะครับ ขอกลับมาที่เรื่อง "น้ำ"

อ่านบันทึกนี้ของคุณพี่ แล้วทำให้ผมนึกไปถึงหนังสือในสต๊อกของผมหนึ่งเล่มที่ซื้อไว้นานแล้ว ชื่อหนังสือ Water fo Life เขียนโดย ศ.ดร.นพ สมศักดิ์ วรคามิน  รู้สึกว่าเนื้อหาจะแนวๆ เดียวกับในบันทึกของคุณพี่เลยครับ  มีเจาะลึกในเรื่องของ ORP ด้วยครับ  ราคาแพงมาก จำได้ว่าประมาณ 500 กว่าบาท  เล่มนี้ไม่เคยเห็นวางขาย  พอดีผมเคยตามไปฟังบรรยายจากท่านที่กระทรวงสาธารณสุข เลยซื้อติดมือกลับมา

ขอกลับไปอ่านรื้อฟื้นความจำอีกที เผื่อจะมีอะไรได้แลกเปลี่ยนกันอีกครับ

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะคุณ ซวง ณ ชุมแสง 81.

ดีจังเลยค่ะ ที่คุณเข้ามาแลกเปลี่ยนอีกรอบหนึ่ง ชอบมากนะคะ
เรื่องหนังสือ ของท่านศ.ดร.นพ สมศักดิ์ วรคามิน ที่เกี่ยวกับ น้ำ นี่ พี่ไม่เคยเห็นเลยค่ะ เห็นแต่เรื่องอื่นๆของท่าน
จริงๆแล้วเรื่อง น้ำ นี้ ข้อมูลควรต้องคล้ายกัน เพราะเป็น ข้อมูลที่เป็น fact เป็นส่วนใหญ่ แต่พี่เอง จะมีประสบการณ์การทำงานที่กี่ยวข้องกับด้าน น้ำ มาเล่าด้วย รวมทั้งพฤติกรรมการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ก็ปฎิบัติอยู่ทุกวัน ทั้งครอบครัวเลย

ทีนี้ เรื่อง น้ำส้ม ความที่เคยทำงานด้านอุตสาหกรรมอาหารมาก่อน ก็พอทราบค่ะ แม้มิได้ทำเกี่ยวกับเรื่อง น้ำผลไม้โดยตรง เพราะเวลาไปออกร้าน ในงานแสดงสินค้า ที่ประเทศต่างๆ เราก็ต้องไปชมงานเขาอยู่แล้ว
งานสดงอาหารโลก ที่ใหญ่ที่สุดคือ ที่Anuga Fair เยอรมันนี 2 ปี จัดครั้งหนึ่ง เดินกัน 3วัน-4 วันถึงจะหมดทุกร้าน อยู่ในงาน แค่ชิมก็อิ่มแล้วค่ะ ไม่ต้องเสียเงินไปกินอาหารใดอีก ที่ใหญ่เป็นที่ 2 คือ งานที่ปารีส ฝรั่งเศส จัดสลับกัน

น้ำส้มสดๆ เราต้องไปดื่มตามร้านอาหารหรือที่บ้านค่ะ ถ้าทำเป็นกล่องหรือกระป๋อง มันก็ไม่สดจริงเท่าไร การผลิตในรูปแบบสดๆจริงๆจะยากมาก
ปกติ น้ำส้มที่ขายในเชิงการค้ามี 3 รุปแบบคือ ...1. frozen concentrate ซึ่งต้องมาทำให้เจือจางอีกที
2.หัวน้ำส้มเข้มข้น  และมาเจือจางอีกทีก่อนขาย 3. น้ำส้ม ที่ไม่เข้มข้น เรียกว่า NFC or Not From Concentrate   แบบ2 และ 3  เรียกอีกอย่างว่า
Ready To Drink (RTD) juices
ถ้าคุณซวง ชอบดื่มน้ำส้มสดๆ ทำดื่มเอง ดีที่สุดค่ะ
พวกน้ำผลไม้รสเปรี้ยว อย่าง น้ำส้มนี่ มีมานานมาก เป็น 4,000 ปีแล้วนะคะ
เริ่มๆปลูกใน จีนตอนใต้ และตามประเทศแถบ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีพ่อค้า นำไปเผยแพร่ถึงตะวันออกกลางและยุโรปตอนใต้ จนถึงฟลอริดาโน่นแน่ะค่ะ ตั้งแต่ประมาณศตวรรษที่ 16 พอขึ้น   ศตวรรษที่ 18 ก็ยิ่งเป็นที่นิยมใหญ่เลย ตามที่เคยเล่าแล้ว ข้อมูลจาก เอนไซโคลพีเดียบริเทนนิก้า 20008 ค่ะ
แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไปไกลไปหน่อย รู้สึกคุณซวง เป็นคนที่เอาใจใส่สุขภาพ และเป็นคนละเอียดรอบคอบไม่น้อย ดีจังค่ะ

ผมลองนำภาพปก กับสารบัญมาให้ชมนะครับ เผื่อคุณพี่จะสนใจ เห็นว่ามีวางขายในศูนย์หนังสือจุฬาครับ

 

 

สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณซวง
ขอบคุณค่ะ ที่นำหน้าปกหนังสือ มาให้ดู ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่คงไม่ไปหามา เพราะพี่ก็มีข้อมูลของ น้ำ อยู่พอแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ  ข้อมูลก็ซ้ำๆกันค่ะ 

จุดแรกที่จะเขียนเรื่องนี้ เพราะอ่านเรื่อง ผลึกน้ำจาก
หนังสือ  The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto 
ประกอบกับ ตัวเองก็เคยมีประสบการณ์เรื่อง การบำบัดน้ำอย่างเข้ม   มาเป็น 10 ปี   และเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว  ยังได้รับเครื่องทำน้ำแร่  มา 1 เครื่อง  กับเครื่อง PiMag TM  Optimizer II  มาอีก 1 เครื่อง รวมเป็น 2 เครื่อง  เครื่องที่สองนี้  เป็นเครื่องทำน้ำดื่มที่มีสภาวะเป็นด่างอ่อนๆ  มีโครงสร้างโมเลกุล ที่เล็กลง พร้อมกับมีเกลือแร่ที่จำเป็นด้วย แต่ไม่ได้พูดถึงเครื่องนี้ จะเป็นการไปโฆษณาให้เขา
แต่ส่วนตัว ก็ใช้เครื่องทั้งสองนี้บ้าง ไม่ได้ใช้บ้าง ชอบดื่มน้ำสะอาดธรรมดามากที่สุด ไม่อยากถ่ายรูปให้ดูค่ะ   มีขายอยู่พร้อมมีข้อมูลสนับสนุนการขายเพียบเลยค่ะ   ส่วนข้อมูลเรื่อง สารพิษต่างๆกับเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่ อ้างอิงจาก
The US Environmental  Protection Agency
และ กรมควบคุมมลพิษ
  เป็นต้นค่ะ คือ เมื่อสนใจประเด็นนี้ ก็มีข้อมูลมาประกอบพอควรเท่านั้นเอง  ไม่ได้ต้องการลงลึกมากกว่านี้ ขอบคุณมากเลยนะคะ

สวัสดีครับ คุณพี่ Sasinand

ขออนุญาตกลับมาอีกรอบนะครับ

เพราะหลงไหลในเสน่ห์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบันทึกของคุณพี่น่ะครับ

....

เครื่อง PiMag Optimizer II นี่น่าจะเป็นของ Nikken หรือเปล่าครับ ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นการปั่นน้ำเพื่อให้กลายเป็นน้ำแม่เหล็ก 

ในขณะที่เครื่อง MRET จะใช้รังสีอินฟราเรด เพื่อให้ได้น้ำไมโครคลัสเตอร์

ก็ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่านะครับ

...

จำได้ว่า เมื่อสองสามปีก่อน ตอนที่กำลังอินกับสรรพคุณของน้ำ MRET ผมเคยทดลองเอาน้ำ 3 ชนิดคือ น้ำ MRET  น้ำ RO  และ น้ำกรองเซรามิค-คาร์บอน มาทดสอบแบบง่ายๆ ด้วยการนำน้ำไป

"ปลูกถั่วงอก" 

ครั้งนั้นผมก็ทดลองแบบง่ายๆ เลยครับ ว่าแบ่งถั่วเขียวเป็น 3 ถาด จำนวนเท่าๆ กัน แล้วก็นำไปรดในปริมาณที่เท่าๆ กัน เปรียบเทียบกันดู

หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน

ก็พบว่า น้ำกรองธรรมดา (เซรามิค-คาร์บอน) ดูจะเจริญเติบโตดีที่สุด  ส่วนน้ำ MRET กับ RO นั้น รู้สึกว่าจะสู้ไม่ได้

ผมสรุปเอาเองว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำ RO ไม่มีแร่ธาตุ ที่จำเป็นต่อพืช  จึงสู้น้ำกรองธรรมดาไม่ได้  ส่วนน้ำ MRET ดูแล้วก็ไม่แตกต่างจาก RO เท่าไหร่   ผมเดาว่า น้ำ MRET นั้นน่าจะได้จากการนำน้ำ RO มาก Activated อีกที จึงไม่มีสารอาหาร  (ลืมบอกไปว่า น้ำ MRET นั้นผมได้ตัวอย่างเป็นขวดสำเร็จมาจากบริษัทที่เขาให้มา ไม่ได้ทำเองเพราะไม่มีเครื่องครับ)

ถ้าหากได้มีโอกาส มีอุปกรณ์พร้อม ผมก็อยากจะทดลองอีกครั้ง ให้เห็นไปเลยว่า มันจะแตกต่างกันซักแค่ไหน

แต่ผมคิดว่าน่าจะต้องควบคุมตัวแปรเรื่องแหล่งน้ำ ให้เป็นแหล่งเดียวกัน เช่นจะใช้น้ำกรอง หรือ RO ก็ใช้ให้เหมือนกันหมด

ผมอยากจะลองเทียบเลยครับว่า น้ำธรรมดา (จะ RO หรือกรองธรรมดาก็ตาม) กับน้ำแม่เหล็ก  น้ำ MRET รวมทั้งอาจหาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จากวัดดังๆ มาทำการปลูกถั่วงอกเปรียบเทียบกัน แล้วก็บันทึกผล ถ่ายรูปให้เห็นกันจะๆ  จะได้ทราบกันไปเลยว่า

น้ำแต่ละอย่างนั้น จะให้ผลในเชิงประจักษ์ เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ขนาดไหน

ผมคิดแบบคนไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจในเรื่องของชีววิทยาของถั่วมากนักนะครับ แต่ก็คิดว่า ถ้ามันดีจริง มันมีพลัง หรือมีคุณสมบัติในการผ่านเข้าออกเซลล์ ได้ดีกว่าน้ำธรรมดาจริง  มันควรจะให้ผลที่เราพอสังเกตได้บ้าง

หรือถ้าหากคุณพี่มีเวลา (เห็นคุณพี่บอกว่าที่บ้านมีเครื่องกรองหลายประเภทอยู่)  และหากนึกสนุกขึ้นมา จะลองทดลองดูก็ได้นะครับ ผมเองน่ะอยากรู้ผลมากๆ ทีเดียว

ขออนุญาตแลกเปลี่ยนกันแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่ทราบว่าคุณพี่ หรือท่านอื่นๆ มีความเห็นอย่างไร ที่ผมเอาน้ำต่างๆ กันมาทดลองปลูกถั่วงอก เพื่อดูความแตกต่าง

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

ขอบคุณข้อมูลเรื่องปั้มน้ำค่ะ ...

ที่บ้านใช้ปั้มน้ำเพื่อดึงน้ำขึ้นไปเก็บไว้ที่ดาดฟ้า ชั้น 5 เพื่อให้ชั้น4-3-2 ของบ้านจะได้มีน้ำไหลใช้ได้ตามสะดวกค่ะ

จะว่าไปก็น่าแปลกใจว่าเหตุใดคนกรุงเทพฯ เกือบทุกบ้านต้องใช้ปั้มน้ำไฟฟ้า เป็นการใช้น้ำที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น(จากค่าไฟฟ้าที่เครื่องปั้มใช้) พี่เขยบอกว่า หากไม่ติดปั้มน้ำ น้ำจะไหลช้ามาก ๆ และชั้นบนของบ้านก็จะไม่มีน้ำใช้ เนื่องจากแรงดันของน้ำประปาไม่พอค่ะ

มาอ่านตามที่คุณซวงเล่าเรื่องน้ำด้วยค่ะ น่าสนใจที่จะลองทดลอง แต่ดังที่ว่า อาจต้องมีการควบคุม "ตัวแปร" เช่น ชนิดของถั่ว อายุของถั่ว แหล่งของถั่ว อากาศ ภาชนะ  ฯลฯ  เผื่อว่าเราจะได้ความชัดเจนของคุณภาพน้ำที่ควรดื่ม ใช้ จริง ๆ และอาจส่งผลไปถึงเรื่องการดูแลจัดการทรัพยากรน้ำ (ดังที่พี่คนตัดไม้ให้ความเห็นไว้) ค่ะ

มาส่งความรักและระลึกถึงพี่ค่ะ

ไม่แน่ใจว่าดอกนี้คือดอกนนทรีย์หรือเปล่าค่ะ ... ถ่ายมาจาก อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรีค่ะ....^___^....

สวัสดีค่ะคุณซวง ซวง ณ ชุมแสง 85.

ขอโทษค่ะ ตอบช้าไปหน่อย พอดี ไปธุระตลอดเลยค่ะ...
เรื่อง เครื่อง PiMag Optimizer II ก็ใช่อย่างคุณซวงบอกค่ะ ส่วนเครื่อง เครื่อง MRETไม่เคยใช้เลยค่ะ
เรื่องการ"ปลูกถั่วงอก" 

พอดีเคยมีประสบการณ์อยู่นิดหน่อย นานมากๆแล้ว จำไม่ค่อยจะได้ คือ เคยคิดจะปลูกอย่างเป็นล่ำเป็นสันอยู่ทีหนึ่ง แต่พอมาดู ต้นทุนค่าน้ำแล้ว สู้ไม่ไหวค่ะ
เลยไปจ้างชาวบ้านปลูกแทน เขาปลูกริมแม่น้ำ มีกาละมังครอบ ให้มืดๆ  ค่าน้ำไม่ต้องเสีย เพราะใช้น้ำแม่น้ำ เรียกว่า ปลูกเป็นอาชีพ แสดงว่า น้ำอะไรก็ปลูกได้ ไม่ต้อง น้ำมีแร่ธาตุอะไร เพียงแต่ อย่าให้น้ำสกปรกเท่านั้น และต้องรดน้ำ เป็นจังหวะๆตามกำหนด รู้สึกว่า จะ 4 ช.ม.ครั้ง ให้สว่าง ในช่วงรดน้ำ นอกนั้น ต้องมืดๆ ประมาณไม่เกิน 1 อาทิตย์ ถั่วงอกก็ขึ้นแล้ว แสงนีออน หรือ Fluorescent bulbs ก็ใช้ได้

เคย จ้างคนปลูกแบบนี้ หลายเดือน ต่อการผลิต 1 ครั้ง เพราะเราต้องใช้มากๆ ในการผลิตหลายคอนเทนเน่อร์  พี่พยายามไม่รับผลิต เพราะไม่อยากใส่สารเคมีลงไปเท่าไร
ที่เห็นถั่วงอกขาวๆน่ะ มีสารทำให้ขาวทั้งนั้นนะคะ ถ้าปลูกเองสะดวก ก็ปลูกเองก็ดีค่ะ ไม่ต้องใช้น้ำพิเศษค่ะ น้ำธรรมดาๆ ก็ใช้ได้ เป็นผักที่มีประโยชน์ค่ะ ประโยชน์น่าจะมาจากถั่วเขียวมากกว่านะคะ
 ปกติแล้ว พี่ไม่กินถั่วงอกดิบค่ะ กลัวล้างไม่สะอาด หรือ มีสารฟอกขาวติดอยู่
แต่ถ้าคุณซวง จะทดลอง นำน้ำชนิดต่างๆ มาทดลองปลูกดู ก็ดีเหมือนกัน ได้ผลอย่างไร อย่าลืมบอกบ้างค่ะ หรือ ลองอ่านดูที่นี่ค่ เขาใช้น้ำประปาธรรมดาค่ะ   ประโยชน์ของถั่วงอกสุก.. .boiled mung beans

Nutritional value per 100 g (3.5 oz)
Energy 110 kcal 440 kJ Carbohydrates 19.15 g
- Sugars 2.00 g  - Dietary fiber 7.6 g
Fat 0.38 g   Protein7.02 g   Vitamin C 1.0 mg 2%
Calcium 27 mg 3%  Magnesium 0.298 mg 0%   Phosphorus 99 mg14%
Potassium 266 mg 6%  Sodium 2 mg 0%

Percentages are relative to US
recommendations for adults.
Source: USDA Nutrient database

สวัสดีค่ะน้อง  คนไม่มีราก 86
น้องบอกว่า...ที่บ้านใช้ปั้มน้ำเพื่อดึงน้ำขึ้นไปเก็บไว้ที่ดาดฟ้า ชั้น 5 เพื่อให้ชั้น4-3-2 ของบ้านจะได้มีน้ำไหลใช้ได้ตามสะดวกค่ะ

เรื่องติดปั๊มน่ะ ต้องติดค่ะ หากไม่ติดปั้มน้ำ น้ำจะไหลช้ามาก ๆ  และถ้าอยากให้ชั้นบน ของบ้าน น้ำไหลดี ใกล้ๆชั้นล่าง ต้องติดปั๊มอีกตัวค่ะ เขาเรียกทั่วๆไปว่า ปั๊มอัด  เป็น ปั๊มตัวเล็กกว่า ที่อยู่ชั้นล่าง  อัดน้ำจากแท้งค์น้ำชั้นบนสุด   ให้บ้านชั้นบนๆ มีน้ำใช้แรงๆด้วย  รับรอง น้ำชั้นบนไหลดีเลย แต่ต้องมีหลังคา กันแดด กันฝน หรือทำกล่องใหญ่ๆคลุม  ต้องให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และยกเข้า- ออกได้ ให้ปั๊มด้วยค่ะ  พี่ก็ใช้อยู่ทุกวันนี้ ที่ตึกอีกแห่งหนึ่งค่ะ แต่ที่บ้านไม่ได้ใช้ เพราะมีแค่ 2 ชั้น
ที่นี่ เขาก็อธิบายดีนะคะ
ดอกไม้ที่เห็น คือ ดอกนนทรี ค่ะ  Copper Pod  ชื่อพื้นเมือง คือ ราง อะราง นนทรี  อกสีเหลืองเข้ม กลีบดอกบางและย่น เมื่อดอกโรยแล้วจะติดฝัก ให้ดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม เป็นไม้พื้นถิ่นจากประเทศ อินโดนีเซีย นิยมปลูกและเจริญเติบโตดี  ใบกรองฝุ่นได้ดี ปลูกเป็นฉากหลังก็ดูสวยงามดีค่ะ

น้ำที่ทำให้ชีวิตชุ่มฉ่ำ คือ น้ำใจครับ

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ JJ  89
ขอบคุณที่อาจารย์ แวะมาเยี่ยมค่ะ คิดเหมือนอาจารย์ค่ะ  น้ำ อะไรๆ ก็สู้น้ำใจไม่ได้
นึกถึงการ ขับรถในกรุงเทพฯ ที่คุ้นเคยอยู่ทุกวัน  เราต้องเคารพกฏจราจร และต้องมีน้ำใจด้วย   คนไทยมักใจดี  ใครให้สัญญาณก็ชะลอเปิดที่ว่างให้แทรกเข้ามาได้ คนไทย ยังมีน้ำใจอยู่ค่ะ
เช้านี้ มีน้ำมะเขือเทศ มาฝากอาจารย์ด้วยค่ะ ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ค่ะ

สวัสดีค่ะ หยุดวันนี้ตั้งใจมารับความรู้เรื่อง น้ำอย่างเต็มที่ค่ะ (เข้ามาหลายรอบแต่รอเวลาที่จะอ่านในความเห็นเพิ่มเติมทั้งสามหน้า เลยมาช้ามากๆ เลยนะคะ)

ขอบพระคุณความรู้เรื่องน้ำ ที่ได้รับไม่เฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ยังได้เพิ่มครบทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เชื่อว่าตรงนี้นักเรียนนักศึกษาที่สืบค้นเข้ามาเจอจะได้ความรู้เพิ่มเติมกลับไปมาก แต่ก็ไม่อยากให้เกิดระบบ Copy and Paste เลยนะคะ

สมัยเด็กๆ เคยได้ไปสัมผัสน้ำซับที่ออกมาจากภูเขาที่โป่งแยง (เจ้าของตั้งชื่อวังน้ำซับ) ค่ะ แปลกใจว่าจุดที่น้ำซับออกมาเล็กนิดเดียวแต่ออกมาได้เรื่อยๆ จำได้ว่าได้ลองดื่มสดๆ ด้วยนะคะ ปัจจุบันเป็นแหล่งผลิตน้ำแร่ออร่า

เมื่อต้นปีได้ไปทางอำเภอแม่อาย แวะซื้อน้ำดื่มไปถวายพระที่วัดท่าตอนค่ะ เจอน้ำดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์โครงการหลวง เลยได้สอบถามเจ้าของร้านที่จำหน่าย เพราะตอนนั้นยังไม่เห็นวางขายในเมืองเชียงใหม่ค่ะ ทราบว่าเป็นพระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ ให้ชาวอำเภอแถบนั้นมีรายได้ จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่เมืองเชียงใหม่เมื่อสามสี่ปีที่ผ่านมาค่ะ

อีกนิดนะคะ เด็กที่บ้านชื่อขึ้นต้นว่า "น้ำ" แตใจไม่เย็นเลยค่ะ แถม "ขี้ร้อน" น่าดู นึกสงสัยว่า การที่เด็กติดความเย็น ต้องอยู่กับเครื่องปรับอากาศโดยตลอด ไม่เช่นนั้น "เหงื่อออกหัวเปียกตั้งแต่ยังแบเบาะ" เกิดจาก พ่อแม่ทำตั้งแต่เขาอยู่ในท้องหรือเปล่าค่ะ...

มาแวะรับความรู้เรื่องน้ำค่ะ..ขอบคุณนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี 91.

ขอโทษค่ะ ตอบช้าไปนิด บังเอิญไม่ได้อยู่บ้าน ตอนนี้กลับมาแล้วค่ะ...ดีใจที่คุณมาเยี่ยมนะคะ...
เรื่อง น้ำ พี่ก็เขียนไปตามความรู้ประสบการณ์ ที่มี บวกกับที่ไปค้นคว้ามาด้วยค่ะ เพราะจริงๆ ตัวเองก็ชอบอยากรู้เพิ่มขึ้นอีกหน่อย แต่ไม่ถึงขั้น ต้องรู้ลึกมากๆอะไรนัก พอรู้ ที่มา ที่ไปน่ะค่ะ

เรื่อง น้ำซับ (Capillary water) น้ำที่ถูกยึดโดยอนุภาคของดิน อยู่ถัดน้ำเยื่อออกมา อยู่ระหว่างช่องว่างขนาดเล็กของดิน ซึ่งพืชไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ....ญาติพี่มีที่ดินบนเขาลูกหนึ่ง พี่เคยไปเที่ยว เห็นมีน้ำซับ หลายแห่ง มีน้ำตลอดปี แต่ไหลมาไม่มากนัก ที่กาญจนบุรี ก็มี น้ำซับในป่า ค่อนข้างมากค่ะ   แต่ก็ยังไม่เคยไปที่โป่งแยงเลยสักที  เคยดื่มแต่ น้ำแร่ออร่า ค่ะ วันหลัง มีโอกาศ จะไปเที่ยวสักที

ส่วนน้ำดื่ม ของ โครงการหลวง คงยังไม่แพร่หลายนะคะ พี่เคยเห็นแต่ที่เขามาออกร้าน โครงการหลวง มีผลิตภัณฑ์เยอะมากจริงๆค่ะ

เรื่อง เด็กขี้ร้อน ตอนแรก พี่ก็คิดว่า เป็นเพราะเราเลี้ยงเขาให้สบายๆเย็นๆตลอด เลยทำให้ติดอากาศเย็นๆ แต่จริงๆแล้ว ตั้งแต่มีหลานตัวน้อย พี่ก็ทราบจากหมอเด็กเลยค่ะ  ว่า เด็กทุกคน ขี้ร้อน หมอ ให้เปิดแอร์ 24 องศา ลมปานกลาง ไม่งั้นเขานอนไม่ทน และจะเหงื่ออกตลอด เนื่องจากเด็กๆอ่อนๆ ที่เรียกว่า Infants....
0-3 months:  Heart rate=100-150bpm
Respiratory Rate=35-55  Blood Pressure=65-85/45-55

3-6 months: Heart Rate=90-120bpm
Respiratory Rate=30-45
Blood Pressure=70-90/50-65

Adult Normal heart rate (beats per minute):  50-100

คือ เด็กอ่อนๆ จะหัวใจเต้นเร็วมากกว่าผู้ใหญ่เยอะมากค่ะ และจะค่อยๆลดลงตามลำดับ จนเท่าผู้ใหญ่  แต่ความเคยชินน่ะนะคะ แม้ว่า จะหัวใจเต้นช้าลง ก็ยังขี้ร้อนอยู่ดีค่ะ เคยชินกับอากาศ เย็นๆค่ะ แหม ก็มันสบายดีนี่คะ พวกเรายังชอบเลย อิๆๆๆๆ

สวัสดีค่ะ คุณ add 92

ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ พอดีไปเจอเว็บของ WHO  เรื่่องแหล่งน้ำดื่มในบ้าน รีบอ่านว่า จะดูว่า ประเทศเรา จะมีปัญหาเรื่องสาธารณสุขในเรื่องน้ำดื่มในบ้าน ไหม โล่งอก ไปที ไม่มีค่ะ

ปัจจุบัน คนนิยมซื้อน้ำมาดื่มกันมาก ที่เรียกว่า
bottled water จริงๆแล้ว ทาง WHO บอกว่า ไม่ถุกต้องเท่าไร น่าจะเรียกว่า  packaged water  เพราะน้ำดื่มจะบรรจุอยู่ใน ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋อง หรือถุงพลาสติกก็ได้
แต่น้ำดื่มบรรจุขวด ก็ยังไว้ใจไม่ได้เต็มที่    เพราะก็ยังมีโอกาสที่จะมี  micro-organisms บางอย่างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้เหมือนกัน

สำหรับเด็กทารก  เด็กเล็กๆ ผู้ป่วย  เรายังต้องระวังอยู่ เพราะน้ำดื่มบรรจุขวด ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ จึงยังมีโอกาส ที่จะมีเชื้อโรคหลงเข้ามาได้ค่ะ สำหรับเด็กทารก  ควรนำไปต้มก่อนที่จะให้ดื่ม หรือนำไปชงนม จะดีกว่า

ผมลองกลับไปค้นดูรูปผลการทดลองปลูกต้นถั่วเขียว ด้วยน้ำ 3 ชนิดมาให้คุณพี่ Sasinand ช่วยดูครับ

ผมปลูกถั่วเขียวด้วยการใช้สำลี แบ่งถั่วจำนวนเท่าๆ กัน ลดน้ำครั้งละเท่าๆ กันโดยใช้เข็มฉีดยาวัดปริมาณ

ซ้ายสุดคือน้ำพลังแม่เหล็กจากเครื่อง Japin น้ำอันนี้ผมได้มาจากเครื่องกรองจากบ้านของ อาจารย์หม่อมหลวง อัคนี  ที่ท่านศึกษาค้นคว้าเรื่องของพลังจากหิน แร่ และแม่เหล็กครับ

อันตรงกลางใช้น้ำจากเครื่องกรองที่บ้านผมเอง เป็นแบบ 2 ท่อ เซรามิค-คาร์บอนอัด

ส่วนอันขวาใช้น้ำจากเครื่อง MRET ที่ผมขอจากทางบริษัท ตอนที่ไปฟังบรรยายที่บริษัทผู้ขายจัดที่โรงแรมครับ

ผลที่ออกมาผมก็ยังงง อยู่

แต่ผมสันนิษฐานว่า น้ำ MRET นี้น่าจะมาจากการนำน้ำ RO มา Activated อีกที

ผมคิดว่าที่ต้นไม้ดูเหี่ยวเฉามาก เมื่อเทียบกับน้ำอื่นๆ น่าจะเป็นเพราะ ในน้ำ RO ไม่มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช  

ในกรณีของต้นถั่วเขียว ที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินนี้จะค่อนข้างเห็นชัดเจน

ข้อสรุปเบื้องต้นของผมก็คือ

สำหรับพืชนั้น "แร่ธาตุ" ที่ละลายอยู่ในน้ำ อาจจำเป็นมากกว่า "พลัง" ที่มองไม่เห็นครับ

แต่สำหรับคนล่ะ น่าค้นหาคำตอบนะครับ  แต่มันคงไม่ง่ายเหมือนปลูกถั่วเขียวแน่ๆ

คำถามที่ผมสงสัยก็คือ แล้วกับคนเราล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น ระหว่างเซลล์มนุษย์ที่ได้รับน้ำที่มีแร่ธาตุ กับการได้รับน้ำ RO  ที่ปราศจากแร่ธาตุ

แต่ความรู้ก็ยังไม่พอที่จะสรุปครับ และไม่กล้าที่จะสรุปด้วย  เพราะว่ามันมีแตกต่างกันมากระหว่างระบบเซลล์อันซับซ้อนของคน กับของพืชครับ

ไม่ทราบว่าดูรูปแล้วคุณพี่มีความเห็นใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่ครับ

จริงๆ หากมีโอกาส และมีตัวอย่างน้ำ ที่หลากหลาย

ผมอยากจะทดลองอีกครั้งนึงครับ

คราวนี้จะขอทำให้รัดกุม และควบคุมตัวแปรเรื่องแหล่งที่มาของน้ำให้มากขึ้นครับ

สวัสดีค่ะคุณซวง  ซวง ณ ชุมแสง 95.

คุณซวงเป็นนักทดลองจริงๆนะคะ เมื่อสงสัย ก็ไม่ปล่อยผ่าน น่านับถือจริงๆ
ขอบคุณที่นำ
ผลการทดลองปลูกต้นถั่วเขียว ด้วยน้ำ 3 ชนิดมาให้ดูค่ะ

อย่างที่พี่เล่าไงคะ ชาวบ้านที่จ.ว.กาญจนบุรี ที่อยู่ริมแม่น้ำ เขาเพาะถั่วงอกขาย และส่งโรงงานพี่ เขาก็เอาน้ำในแม่น้ำนั่นละค่ะ  เพาะ ไม่ได้เอาน้ำที่ไหนหรอก
แล้วพี่ นำมาใส่กรรมวิธีเฉพาะของพี่อีกที
ถั่วงอกที่เขาเอามาส่ง ก็งามดี แต่บางทีไม่ค่อยขาวสวย เพราะบางที น้ำไม่ใสนัก ถ้าจะให้ดี ต้องเป็นน้ำสะอาด ก็น้ำประปานี่ก็ได้ค่ะ ที่อเมริกา พี่เห็น คนเขาเพาะถั่วงอกขาย จากน้ำประปา ที่คุณซวงส่งรูปมา เพาะจากน้ำกรองธรรมดา   งามที่สุด
ส่วนที่เพาะจากน้ำ MRET เหี่ยวเลย น่าจะเป็นเพราะ ไม่มีแร่ธาตุอะไรเลยก็ได้ ส่วนตัวพี่เอง พี่เน้นอยู่เสมอว่า พี่ชอบน้ำสะอาดธรรมดา ที่ผ่านเครื่องกรองแล้วมากที่สุด   ที่พี่ดื่มปกติคือ น้ำRO น้ำอย่างอื่น นอกจากนี้ ดื่มบ้าง ไม่ดื่มบ้าง คือจริงๆ เหมือน ไม่ค่อยเชื่อพลังอะไรมากนักน่ะค่ะ  แต่ก็ไม่ถึงกับ คิดว่า ไม่จริง
สาเหตุที่ ระวังเรื่องการดื่มน้ำ หรือ การกินอาหารทั่วไป เพราะ ทางเดินอาหารของเรานี้ เป็นอวัยวะ ที่มีโอกาสจะมีความเสี่ยง ที่จะติดเชื้อ bacteria, viruses, parasites, และ toxins ต่างๆได้ง่ายที่สุด จึงคิดว่า ควรระวังไว้ดีกว่า...
 
ส่วนเรื่องแร่ธาตุในน้ำ พี่คิดว่า พี่ขอดื่มน้ำสะอาดก่อน แล้วค่อยมาเติมแร่ธาตุจากอาหารเพิ่มได้  เพราะ อย่างไร พี่ก็เชื่อเรื่อง อนามัยพื้นฐานค่ะ
นอกจากนี้ อากาศบริสุทธิ์ แสงแดด ออกกำลังกายพอเหมาะ มีงานอดิเรกที่ชอบ สิ่งแวดล้อมที่มลภาวะน้อยๆ   จิตใจที่ปลอดโปร่งแจ่มใส  ยึดในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ทำผิดศีล ผิดธรรม มีหิริโอตตัปปะ เป็นต้น เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีตามควรนะคะ

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

มาทักทายพี่ด้วยความระลึกถึงค่ะ...

เข้ามาบันทึกของพี่ทุกครั้ง มักได้ทั้งสุทรียะและความรู้กลับไปด้วยเสมอค่ะ...

อ่านเรื่องการทดลองของคุณซวงแล้ว ... ยิ้มเลยค่ะ...และเห็นด้วยและชอบที่พี่กล่าวไว้ว่า....ส่วนเรื่องแร่ธาตุในน้ำ พี่คิดว่า พี่ขอดื่มน้ำสะอาดก่อน แล้วค่อยมาเติมแร่ธาตุจากอาหารเพิ่มได้  เพราะ อย่างไร พี่ก็เชื่อเรื่อง อนามัยพื้นฐานค่ะ
นอกจากนี้ อากาศบริสุทธิ์ แสงแดด ออกกำลังกายพอเหมาะ มีงานอดิเรกที่ชอบ สิ่งแวดล้อมที่มลภาวะน้อยๆ   จิตใจที่ปลอดโปร่งแจ่มใส  ยึดในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ทำผิดศีล ผิดธรรม มีหิริโอตตัปปะ เป็นต้น เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีตามควรนะคะ

ทางสายกลางคงดีที่สุดค่ะ....

พี่สาวน้องกำลังจะเข้าผ่าตัดต้อกระจก (อายุ 66 ปีแล้ว) พี่กังวลมาก เกรงว่าจะนอนไม่หลับ หมอจะพลาดหรือเปล่า ต้องทานยาเม็ดเมลาโทนินเพื่อให้หลับสบาย....ฯลฯ

น้องได้แต่ปลอบว่า ... หากเราคิดถึงสิ่งดี ๆ สิ่งต่าง ๆ จะผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไรรุนแรง และไม่เห็นด้วยกับการใช้ "สารเคมี" ใด ๆ เลย เพราะทำให้กลไกธรรมชาติที่วิเศษมาก ๆ นั้น ไม่ได้ใช้ น่าเสียดายค่ะ...

สรุปว่า...ธรรมชาติที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุดน่าจะเหมาะสมกับเรา มากว่าการสังเคราะห์ ปรุงแต่งมากเกินไป ... เพียงระวัง การปนเปื้อน (contaminated) จากสารพิษต่าง ๆ ตามสมควร ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

อ้อ...อีกประการหนึ่ง น้องเห็นว่า เรื่องน้ำที่คุณซวงทดลองนั้น สำหรับคน สัตว์ พืช อาจมีความต้องการ ความเหมาะสมที่ต่างกัน อาจจะสรุปไม่ได้ว่า น้ำที่ทำให้ถั่วเขียวเติบโตมากกว่าจะเหมาะสมกับคนมากกว่าค่ะ

(^___^)

ส่งดอกนี้มาให้พี่ชมค่ะ ... ดอกอะไรเอ่ย...^__^...

สวัสดีค่ะ คุณ คนไม่มีราก

ชอบจังเลย ที่แวะมาคุยด้วยค่ะ  ขอให้พี่สาวน้อง ปลอดภัยจาการผ่าตัดตานะคะ เดี๋ยวนี้ แพทย์เก่งมากค่ะ คงไม่มีปัญหาแน่นอน
ส่วน ยาเม็ดเมลาโทนินเพื่อให้หลับสบายนั้น ต้องให้ห้องนอนมืดมากๆนะคะ ถึงจะได้ผล เรื่อง เมลาโทนินนี้ บางคนก็ได้ผล บางคน ก็ไม่ได้ผลค่ะ  ส่วนใหญ่ คนที่เป็น Jet lag จะได้ผลมากทีสุดแต่ก็ไม่มีอันตรายอะไรหรอกค่ะ
เห็นด้วยค่ะ...... ธรรมชาติที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุดน่าจะเหมาะสมกับเรา มากว่าการสังเคราะห์ ปรุงแต่งมากเกินไป ... เพียงระวัง การปนเปื้อน (contaminated) จากสารพิษต่าง ๆ ตามสมควร ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ดอกที่ส่งให้ดู พี่ไม่ทราบจริงๆค่ะ ไม่เคยเห็นเลย สงสัยต้องเฉลยเสียแล้ว อิๆๆๆ

สวัสดีวันวิสาขบูชาค่ะ

(^___^)

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรให้พี่สาวปลอดภัยจากการผ่าตัดค่ะ เช้านี้พี่สาวเดินทางไปรพ.รามคำแหงแล้วค่ะ...บ่ายสองโมงจึงจะได้ผ่าตัดค่ะ

มาเฉลยชื่อ ดอกไม้ที่นำมาฝากพี่ค่ะ

ดอก (หรือจะเรียกว่าผล) ของ ไม้โกงกาง ซึ่งเป็นไม้ชายเลน ที่อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรีค่ะ

ขณะกำลังเดินย่ำโคลนเท้าเปล่า ก็เหลือบไปเห็น รีบคว้ากล้องคู่ใจถ่ายภาพนี้มาได้อย่างทุลักทุเล พี่ที่ไปด้วยหัวเราะว่า...เออนะ บ้าถ่ายรูปจริง ๆ เลย....^_^...

ตามมาชิมน้ำมะเขือเทศ วันพระครับ อิ่มใจ อะ ท่าน

สวัสดีค่ะ อาจารย์  JJ 100. ขอบคุณที่อาจารย์ แวะมาเยี่ยมค่ะ

วันนี้  เป็นวันพระ วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสูงสุดของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ชาวพุทธว่า เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมาพ้องตรงกันในวันเดียวอย่างน่าอัศจรรย์ นะคะ
และแม้แต่ประชาคมโลก โดยองค์การสหประชาชาติ ยังได้ประกาศยกย่องให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก ดังนั้น การบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นการเกิดขึ้นของเอกบุรุษ อย่างแท้จริงค่ะ

สวัสดีค่ะ คนไม่มีราก  99.
ขอให้คุณพี่สาว ปลอดภัยและแข็งแรงดีค่ะ
ส่วนดอกโกงกางนี่ คงไม่มีวันทายถูก เพราะไม่เคยเห็นเลย จริงๆ  มีบ้านอยู่ที่ริมแม่น้ำบางปะกง  ตอนเด็กๆ ไปพักทุกอาทิตย์ค่ะ  มีป่าชายเลน อยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ได้เคยสังเกต นึกก็ไม่ออกค่ะ

วันนี้ วันวิสาขะพี่ทำใจสงบๆ สบายๆ วางใจไว้ในตัว และภาวนาในใจไปเรื่อยๆ ทุกอิริยาบถค่ะ จริงๆ ไม่มีอะไร กังวล แต่อยากให้สงบและปล่อยวางมากขึ้นค่ะ
วันวิสาขบูชา    เป็นวันสำคัญสูงสุดของพระพุทธศาสนา   เพราะหากไม่มีวันนี้ โลกก็คงไม่มีการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ทรงเป็นบรมครูของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายอย่างแท้จริงค่ะ

 

 

มีข่าวเรื่อง ปลิง ตัวเล็กๆ ที่ "แควใหญ่" จึงน่า ที่จะย้ำว่า น้ำดื่ม ควรจะเป็น น้ำที่เราเอามาผ่านการกรอง  อย่างดีขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง  ไม่ใช่การดื่มจากก๊อก โดยตรง

สำนักงานการประปากาญจนบุรี เปิดเผยว่า การประปาเฝ้าระวังในเรื่องของกระบวนการผลิตน้ำประปาเต็มที่อยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็เคยมีข่าวลือว่ามีสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งเข้าไปปะปนอยู่ในน้ำประปาที่แจกจ่ายไปตามบ้าน จึงได้เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด
โดยเริ่มจากนำน้ำดิบมาผ่านการใส่คลอรีน ซึ่งสัตว์มีชีวิตจะไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่ได้ จากนั้นมาผ่านขั้นตอนของการตกตะกอนแล้วผ่านไปยังการกรองชั้นทราย
และถึงแม้ว่าปลิงจะมีขนาดเล็กแต่ก็จะไม่สามารถเล็ดลอดผ่านขั้นตอนนี้ไปได้อย่างแน่นอน
จากนั้นก็ทำการฆ่าเชื้อโรคอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะปล่อยส่งผ่านท่อไปยังบ้านเรือนของประชาชน จึงขอรับรองในความสะอาดปลอดภัยของน้ำประปาที่ผลิต

เรื่องของการดื่มน้ำ โดยการแนะนำของแพทย์ เมษายน 2552
กระทรวงสาธารณสุข
แนะวิธีดับร้อนช่วงอากาศร้อนจัด    ให้ประชาชนดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร ป้องกันการขาดน้ำและสูญเสียเกลือแร่ เลี่ยงการดื่มน้ำเย็นจัด โดยเฉพาะ "เหล้า" ไม่ควรดื่มในหน้าร้อนเพราะจะทำให้ร่ายกายสูญเสียน้ำมากยิ่งขึ้น แนะพ่อแม่ใช้วิธีเช็ดตัวให้เด็กเล็กแทนการอาบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคปอดบวม

นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย ให้สัมภาษณ์ถึงสภาวะอากาศที่อากาศร้อนจัดในช่วงนี้ ว่า สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว จะส่งผลให้ประชาชนที่ต้องเดินทางหรือทำงานนอกอาคาร ประสบปัญหาเหงื่อออกมาก ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าผู้ที่ทำงานในห้องแอร์หรือในร่ม และเกิดอาการเครียดได้ง่าย ส่งผลให้หลอดเลือดมีการขยายตัวทันที ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเป็นลมได้ง่าย

สวัสดีค่ะ

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ

อาจารย์เคยฟัง crystal bowl ไหมค่ะ น้ำที่ใส่ใน crystal เมื่อเราฟังเสร็จเขาจะให้เราดื่ม จะรู้สึกว่ามันแตกต่างจากน้ำขวดเดิมก่อนที่เราจะเอามาใส่ใน crystal

เมื่อดูภาพถ่ายผลึกน้ำนี้จะสวยงามมากๆๆ เหมือนภาพถ่ายของน้ำที่ได้ฟังเสียงสาดมนต์ธิเบตเลยค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ 105. peang


เรื่องนี้ เคยได้ยินคนเล่าให้ฟัง รู้สึกว่า น่าสนใจดี แต่ไม่ได้ ถึงกับไปตามเรื่องต่อค่ะ
เจอเว็บอันหนึ่ง พูดถึงเรื่องนี้ คงจะเรื่องเดียวกับที่คุณเอ่ยถึงนะคะ
ที่นี่ค่ะ

เรื่องการดื่มน้ำ จริงๆแล้ว จะดื่มมากหน่อย น้อยหน่อยไปสักนิด คงไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าดื่มน้อยมากไป ก็ไม่ดีนะคะ
เพราะ ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เลือดเราประกอบด้วยน้ำ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์   กระดูกเราก็ประกอบด้วยน้ำ 22 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายเราเสียน้ำวันละ 2 ลิตรเศษ ถ้าเรารับน้ำเข้าไปไม่เพียงพอก็ถือว่าขาดน้ำ
อวัยวะภายในจะรวนผิดปกติ เลือดจะข้น  หัวใจต้องทำงานหนัก  ในการจะสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่างๆ   ความจำก็มักจะเสื่อม   เพราะเลือดเลี้ยงสมองไม่พอ
เส้นเลือดก็จะตีบตัน ลำไส้จะแห้ง ทำให้ท้องผูก

สังคมที่รีบเร่งคนทำงานนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์มักไม่ค่อยอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ชอบดื่มน้ำซึ่งจะทำให้ปัสสาวะบ่อย 
ช่องทางในการขับของเสียออกจะมีอยู่ 5 ช่องทางด้วยกันคือ
1. ไต ขับออกมาทางปัสสาวะ
2. ลำไส้ใหญ่ ขับออกมาทางอุจจาระ
3. ปอด ขับออกมาทางลมหายใจ
4. ผิวหนัง ขับออกมาทางเหงื่อ
5. (สำหรับผู้หญิง) รอบเดือน ขับออกมาทางประจำเดือน

เมื่อช่องทางการขับของเสียไม่สมบูรณ์  ร่างกายก็จะต้องพยายามหาทางออกให้ได้ เช่น คนที่เป็นสิว ฝ้ากระ ฝี ริดสีดวง สาเหตุหนึ่ง อาจจะมาจาก การดื่มน้ำน้อยไปนะคะ

เรื่องการบริหารจัดการแหล่งน้ำ ยิ่งทวีความสำคัญขึ้นทุกวัน.....

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง ในที่ประชุมระหว่างประเทศระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมนานาชาติ 263 ลุ่มน้ำ ว่าด้วยเรื่อง "การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำพรมแดนในมิติของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม" ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 21-22 พฤษภาคม ว่า น้ำ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่ผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้ ทำให้ต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดังนั้นจึงอยากเห็นความร่วมมือของประเทศในเขตแม่น้ำโขง วางกลยุทธ์จัดการน้ำบนดินและใต้ดิน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรน้ำ เพื่อลดความขัดแย้งจากการแย่งใช้น้ำพรมแดน ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ การเจรจาความเชื่อใจ และการเข้าใจซึ่งกันและกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมผลักดันแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นวาระหนึ่งในการแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบที่ 2 เนื่องจากน้ำพรมแดนจะต้องถูกนำมาใช้เป็นทรัพยากรที่ใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ถือว่าการจัดการน้ำข้ามพรมแดนเป็นวาระที่สำคัญของรัฐบาลไทย แม้จะมีเผชิญความยุ่งยากทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจโลกก็ตาม แต่การดำเนินการใช้น้ำพรมแดนต่างๆ ประเทศต้นน้ำและท้ายน้ำต้องได้รับการจัดสรรประโยชน์ เท่าเทียมกัน และต้องพิจารณาถึงผลกระทบด้วย

สวัสดีค่ะคุณพี่ วันนี้ขอมาตามอ่านเรื่องเป็นประโยชน์ต่อชีวิตอย่างยิ่ง ทีผ่านข้ามไป ขอบพระคุณนะคะที่รวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลให้น่าอ่าน เข้าใจง่าย เรียนรู้ได้สะดวก

เรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ด้านสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล การอาชีพของชุมชนและสังคม การเมืองการปกครอง ศิลปวัฒนธรรม หากเราไม่เริ่มด้วยการเห็นคุณค่าของน้ำสะอาดที่มีต่อร่างกายแล้วคงจะยากที่จะช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด และ ใช้อย่างอนุรักษ์ เคยชมสารคดีต่างประเทศเป็นชุดว่าด้วยเรื่องของน้ำ ซึ่งเขาชี้ว่าในอนาคตมนุษยชาติจะมีปัญหาเรื่องน้ำอย่างยิ่ง เพราะน้ำสะอาดไม่พอแก่จำนวนประชากร และน้ำเพื่อการเกษตรก็ต้องแย่งชิงกันในระดับนานาชาติทีเดียว ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ สงสารลูกหลาน

คำแนะนำจากคุณหมอวิจิตร ในการดื่มน้ำแต่ละวันมีประโยชน์มากค่ะ จะจดออกมาแล้วลองพยายามทำค่ะ แปลกนะคะ เรื่องง่ายๆแค่การดื่มน้ำให้พอนั้น คนส่วนมากมักละเลย ไม่เห็นสำคัญที่ต้องมีวินัย ทั้งๆที่รู้ว่าทำแล้วดีต่อตนเอง

เรื่องดื่มน้ำสี่แก้วตอนเช้านั้น ช่วยเรื่องการขับถ่ายดีมากค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ได้กับตนเอง ตอนช่วงผ่าตัดในช่องท้อง มีผู้แนะนำว่าให้ดื่มน้ำอุ่นเมื่อตื่นนอนขึ้นมาทันทีสี่แก้ว ค่อยๆดื่ม สักพักจะเข้าห้องน้ำโดยสะดวกไม่ต้องใช้แรงเบ่งซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเจ็บแผล ปกติคนที่ผ่าตัดช่องท้องจะกลัวเรื่องการขับถ่าย พาลทำให้ท้องผูก แต่หากใช้วิธีนี้ได้ผลดีค่ะ

การดื่มน้ำไม่จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำเสมอไป

อย่าเชื่อแบบตามๆกันอย่างเด็ดขาดว่าดื่มน้ำตอนเช้าวันละสี่แก้วแล้วสุขภาพดี

ที่แย่ก็มีมาแล้วเพราะเชื่อหมอนี่แหละ เชื่อวาทกรรมตามกันโดยไม่มีเหตุผล

ความเคยชินแต่ละคนไม่เหมือนกัน

คำแนะนำแพทย์ไม่ประกาศิตเสมอไป

  • สบายดีนะคะ
  • มาทักทายด้วยความคิดถึง
  • มาศึกษาเรื่องของน้ำด้วยค่ะ

         

  

 

 

สวัสดีค่ะอาจารย์ คุณนายดอกเตอร์  108

เห็นด้วยอย่างมากๆค่ะ ที่อาจารย์บอกว่า...
เรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ด้านสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล การอาชีพของชุมชนและสังคม การเมืองการปกครอง ศิลปวัฒนธรรม หากเราไม่เริ่มด้วยการเห็นคุณค่าของน้ำสะอาดที่มีต่อร่างกายแล้วคงจะยากที่จะช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด และ ใช้อย่างอนุรักษ์

น้ำในโลกเรา  ร้อยละ 97.5 เป็นน้ำเค็ม ที่เหลือร้อยละ 2.5 เป็นน้ำจืด และสองในสามของปริมาณนี้อยู่ในสภาพของน้ำแข็ง ส่วนที่ไม่ใช่น้ำแข็งส่วนใหญ่ก็อยู่ใต้ดิน น้ำบนดินในแม่น้ำ คูคลอง ห้วย ลำธาร ดังนั้น น้ำจืดที่เราเห็นกันนั้น  เป็นส่วนน้อยมากๆของน้ำในโลก

ด้วยความที่น้ำมีจำกัด   การต่อสู้เพื่อแย่งชิงน้ำของหมู่มวลมนุษย์จึงมีมาแต่โบราณกาล   ปัจจุบันน้ำเป็นสาเหตุสำคัญของข้อขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นใน Darfur (ตะวันตกของซูดาน) หรือในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับเพื่อนบ้านอาหรับ

ในเรื่องน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค   UN ระบุว่าในปัจจุบันมีพลเมือง 1.3 พันล้านคน หรือหนึ่งในห้าของประชากรโลกไม่มีน้ำสะอาดดื่ม   ทำให้มีคนเป็นโรคตายจากปัญหาน้ำดื่มปีละ 27 ล้านคน หรือ 1 คนทุก 8 วินาทีค่ะ

มีรายงานเร็วๆนี้ ชื่อ Water in a Changing World  ระบุว่าในปี 2030 หรือ 21 ปีจากนี้ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ในบางอย่างที่เกี่ยวกับน้ำ ประชาชนครึ่งโลกจะมีชีวิตอยู่ด้วยการขาดแคลนน้ำอย่างยิ่ง

เนื่องจากมี  1.การเพิ่มขึ้นของประชากร จาก  6.6 พันล้านคนในปัจจุบัน  จะเพิ่มเป็น 9.1 พันล้านคนก่อน ค.ศ.2050 โดยการเพิ่มส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งหลายพื้นที่ (แอฟริกาเหนือ, ตะวันออกกลาง) ซึ่งมีการขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว

2 การอพยพเข้าสู่เมืองของคนชนบท
เมื่อมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้น ก็เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่ง คนอยู่ในเมืองเหล่านี้จะบริโภคเนื้อมากขึ้น ซึ่งหมายถึงต้องการน้ำมากขึ้นกว่าเดิม  เพราะ เนื้อ ใช้น้ำในการผลิตมากกว่าผัก

3. การผลิตพืชพลังงาน (Biofuels) ทดแทนการใช้พลังงาน Hydrocarbons (น้ำมัน, ก๊าซ) หมายถึงจะมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอีกมากค่ะ

สวัสดีค่ะคุณ เสรีธรรม 109

เห็นด้วยค่ะ ที่คุณบอกว่า การดื่มน้ำไม่จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์ เสมอไป
ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน การกระทำบางอย่างดีสำหรับคนหนึ่ง แต่อาจไม่ดีสำหรับอีกคนหนึ่งก็ได้ค่ะ ดังนั้น ตัวเรา จะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่า อะไรดีสำหรับเรามากที่สุดค่ะ ในภาวะปกตินะคะ
ดิฉันคิดว่า  การดื่มน้ำสะอาดเป็นเรื่องที่ดีกับสุขภาพ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องดื่มมากกว่า ความอยากจะดื่มหรือความกระหายน้ำของเรา ยกเว้น วันที่อากาศร้อนมาก หรือ ออกกำลังมามากๆ เพียงแต่อย่าดื่มน้ำที่มีรสหวานมาก  น้ำที่มีแอลกอออล หรือคาเฟอีนมากไป  ก็น่าจะพอนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ ครูอรวรรณ 110

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ  สำหรับนิยามของน้ำที่สะอาดธรรมดาๆในความเห็นของเราทุกคน น่าจะเป็น น้ำที่ ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่มีคลอรีนผสมเกินขนาด ไม่มีฟลูออไรด์ และไม่มีโลหะหนักเจือปนนะคะ ช่วงนี้ ฝนตกบ่อยๆ รักษาสุขภาพนะคะ ควรดื่มน้ำพอควร ทั้งในรูปของน้ำสะอาดและน้ำผลไม้สดๆค่ะ จะทำให้เรามีสุขภาพดี ไม่ติอหวัดง่ายๆ
น้ำผลไม้ที่ดิฉันชอบดื่มและเห็นว่า ดี เช่น น้ำส้มสด น้ำฝรั่งผสมน้ำสับปะรส หรือจะเป็นน้ำส้มผสมกับน้ำแครอทบ้างก็ดีค่ะ

วันนี้ 5 มิ.ย. 2552  วันสิ่งแวดล้อมโลก รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2518 และก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็น 3 หน่วยงาน คือ
1. กรมควบคุมมลพิษ
2. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
3. สำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2552 วันนี้ (5 มิ.ย.) คึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนและนักเรียนให้ความสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งตลอดทั้งวันจะมีการเสวนาจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีการเปิดตัวหนังสือ "ลบ 2 องศา เมื่อ 2 มือร่วมคลายร้อน" โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และองค์กรพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นไปอย่างเรียบง่าย แม้บอร์ดนิทรรศการยังทำจากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ
แต่ละบอร์ดจะมีข้อความสื่อถึงประชาชนทุกภาคส่วนว่า จะสามารถช่วยกันลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไร ซึ่งนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้คนไทยทุกคนตื่นตัว และให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพราะมวลมนุษยชาติได้สัมผัสถึงภัยจากภาวะโลกร้อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความแปรปรวนของสภาพอากาศ การกลับมาระบาดหนักของโรคต่างๆ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โรคชิคุนกุนยา
และที่สำคัญคือ ภาวะการขาดแคลนน้ำ ที่คาดการณ์ว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
http://www.livingriversiam.org/world/wd_a8.html

อยากทราบว่า นำ tonic water มีกระบวนการผลิตอย่างไร แล้วมีประโยขน์ต่อร่างกายหรือไม่ และประเทศที่ผลิตประเทศแรกคือประเทศใด ขอบคุณคะ

สวัสดีค่ะคุณ สุดา
จริงๆแล้ว ดิฉันเองไม่เคยดื่มน้ำชนิดนี้เลย เห็นแต่คนอื่นดื่ม และอ่านหนังสือเจอบ่อยๆ
Tonic water (or Indian tonic water) คือ carbonated soft drink เติม quinine ลงไปด้วยเพื่อให้ได้รสชาติขมๆหน่อยๆ
เขาใส่ quinine  เข้าไป คงเพื่อจะใช้เป็นยาต้านมาเลเรีย ในประเทศแถบ South Asia และ Africa ซึ่งมีเชื้อมาเลเรียแพร่ระบาดอยู่ทั่วไป
ต่อมามีการนำเหล้า gin กับ tonic มาผสมกัน โดยริเริ่มที่ India ก่อน เพื่อให้น้ำที่มีผสมขมๆ มีรสชาติน่าดื่มขึ้น
คงจะตอบคำถามได้พอเป็นสังเขปนะคะ

สวัสดีครับ คุณศศินันท์ ขอแสดงความคารวะครับ บทความข้อเขียนของคุณให้ประโยชน์ได้ดีแท้ หายากในไทย นับถือครับนับถือ

ลองเข้าไปอ่านน่ะครับ

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/200...

พยายามเข้าใจชีวิต ไม่มีใครหนีพ้น

สวัสดีครับ

เพิ่มเติม

http://worldwide.espacenet.com/publicationDetails/originalDocument?CC=US&NR=6022479&KC=&FT=E

http://health.kapook.com/view4868.html

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี