ในช่วงสงกรานต์ ปี 2552 ดิฉัน มีโอกาสพักผ่อนอยู่กับบ้านหลายวัน จึงถือโอกาสจัดชั้นหนังสือใหม่ พอดีไปพบหนังสือเล่มหนึ่ง ที่คนใกล้ชิดให้มาเมื่อตอนปีใหม่ ปี 2549 ยังอ่านไม่ทันจบ ก็มีคนยืมไป แต่เอามาคืนแล้ว และก็มีการจัดนำมาวางไว้บนชั้นหนังสือเมื่อไร ไม่ได้สังเกต เลยนำลงมาอ่านต่อ หนังสือเล่มนั้นคือ The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto และเป็น New York Times Bestseller อีกเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการศึกษาเรื่อง น้ำ ที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน โดยมีการแสดงโฉมหน้าที่แท้จริงของน้ำ จากภาพถ่ายจากผลึกของน้ำด้วยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว สนุก น่าทึ่งจริงๆ....แต่จะจริงแค่ไหน ส่วนตัวแล้ว..ไม่ทราบ..รู้แต่ว่า อ่านแล้ว... สนุก ..ไม่ทราบจะเป็น Pseudoscience (a methodology, belief, or practice that is claimed to be scientific) หรือเปล่า อ่านแล้ว ส่วนตัว มีคำถามเกิดขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ที่จะไปค้นหาอะไรมากมายนัก บันทึกนี้ มุ่งเน้น ที่จะกล่าวถึง ประโยชน์ ของน้ำ มากกว่า
ต้นกำเนิดของน้ำจริงๆ ....มาจากไหนไม่มีใครรู้อย่างแ ท้จริง....
แต่ที่แน่นอนก็คือ น้ำบนผิวโลกของเรานี้มีปริมาณคงที่ และส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำทะเลซึ่งระเหยขึ้นไปในท้องฟ้าแล้วเป็นฝนตกลงมาใน รูปของน้ำจืด ฝนส่วนหนึ่งตกลงบนพื้นดินเป็นน้ำให้มนุษย์ สัตว์ และพืช ใช้ก่อนที่มันจะระเหยกลับไปหรือไหลกลับลงสู่ทะเลอีกครั้ง
ภาพข้างล่างนี้ hydrologic cycle กระบวนการหมุนเวียนของ น้ำ บนโลกของเรา



จริงๆแล้ว เรื่องของ น้ำ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะตอนที่เรายังเป็นเซลล์ชีวิตเล็กๆ ที่เกิดจากการปฏิสนธิในครรภ์มารดา เรามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึง 99% แต่เมือลืมตามาดูโลก น้ำในร่างกายลดลงมาที่ 90% ต่อมาก็มาอยู่ที่ 70 %ส่วนคนชรา น้ำจะลดลงเหลือเพียง 50 % กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชีวิตของคนเรากับ น้ำ มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก
ดร.มาซารุ กล่าวว่า ถ้าอยากจะมีชีวิตที่มีความสุข และมีสุขภาพดี แค่ทำน้ำที่มีอยู่ 70% ในร่างกาย ให้สะอาดก็พอ สายน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา จะทำให้น้ำสะอาด นั่นคือการไหลเวียนของเลือด ถ้าเลือดไหลเวียนไม่ดี ร่างกายจะเริ่มเน่า ถ้าเกิดกับเส้นเลือดในสมอง ก็ทำให้ถึงตายได้ น้ำมีความสำคัญต่อร่างกายยิ่งกว่าสารอาหารทุกชนิดในโลก ความเสื่่อมของร่างกายและความชราภาพก่อนวัยอันควรนั้น เชื่อว่า เกิดจากการที่เซลล์ของร่างกายขาดน้ำเรื้อรัง ร่วมกับมีอนุมูลอิสระ มาทำลายเซลล์ภายในร่างกาย นั่นเอง
พออ่านเรื่องนี้แล้ว ในครอบครัว ก็เกิดการตื่นตัวเรื่องน้ำในบ้านเป็นการใหญ่ หันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่อง น้ำเพื่อชีวิต Water for Life กันมากขึ้น โดยมีแพทย์ประจำครอบครัว คือ ศ.นพ.ดร.วิจิตร บุณยะโหตระ เป็นหัวหน้าทีม เริ่มกันที่ คำถามต่างๆ ดังนี้...
1.ใน 1 วัน ควรดื่มน้ำเท่าไรดี.... แพทย์ประจำที่บ้าน แนะนำว่า สำหรับผู้ชาย ดื่มวันละ 3 ลิตรหรือ 13 แก้ว แต่ผู้หญิง ให้ดื่ม 9 แก้ว หรือ 2.2 ลิตร ส่วนหลังการออกกำลังกายช่วงสั้นๆ ให้เพิ่มได้อีก1-2 แก้ว แต่ถ้าออกกำลังกายช่วงยาวๆ ให้เพิ่มได้อีกเป็น 2-3 แก้ว
2.ช่วงเวลาการดื่มน้ำ แพทย์ประจำที่บ้าน ให้ดื่มหลังตื่นนอนเลย 1 แก้ว เพื่อลดความเข้มของโลหิต และเพื่อความสดชื่นของร่างกาย ต่อไป ช่วงสายๆอีก 2 แก้ว เพื่อช่วยชำระของเสียในร่างกาย ตอนบ่ายๆ ดื่มน้ำอีก 3 แก้ว ตอนเย็นอีก 3 แก้ว และก่อนเข้านอน 1 แก้ว เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกะเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่น จะยิ่งทำให้นอนหลับดียิ่งขึ้น
พฤติกรรมการดื่มน้ำในแต่ละวัน จะเริ่มตรงไหน...1.แพทย์ประจำที่บ้าน บอกว่า พอตื่นขึ้นมา ก็ให้เริ่มดื่มน้ำเลย 1 แก้ว เพื่อความสดชื่น
2.ถ้าไปนอกบ้าน ก็ให้มีน้ำดื่มแบบขวดประจำรถไว้ด้วย แม้กระทั่งเวลา ทำงาน ก็ให้วางขวดน้ำไว้ใกล้ๆเลย
3.เพื่อไม่ให้รับประทานอาหารมากเกินไปในเวลากลางวัน ให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว สำหรับ ผู้ที่ มีระบบการย่อยดีมาก หิวบ่อย เพื่อป้องกันไม่ให้รับประทานมากเกินไป แพทย์แนะนำให้ ดื่มน้ำเย็นๆสักหนึ่งแก้ว เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังในการทำให้น้ำเย็นๆดังกล่าว มีอุณหภูมิอุ่นขึ้นไปถึง 98.6°F. 
สำหรับสารอาหารของน้ำ 1 แก้ว 250 mL มีดังนี้ ::...แคลอรี่: 0.0 โปรตีน: 0.0g คาร์โบรไฮเดรต : 0.0g ไขมัน0.0g ไฟเบอร์ :0.0g
นอกจากนี้ ยังได้อ่านพบ งานวิจัยของ Alfred Goodman Gilman ซึ่งเป็น American pharmacologist และ biochemist ท่านได้รับ 1994 Nobel Prize in Physiology or Medicine กับ Martin Rodbell ในการค้นพบเรื่อง G-proteins ซึ่งเป็นการค้นพบว่า น้ำ ทำหน้าที่เป็นสื่อระหว่างเซลล์ต่างๆ เชื่อมทุกระบบในร่างกายเข้าด้วยกัน เซลล์ในร่างกาย จะส่งคลื่นวิทยุติดต่อระหว่างกัน โดยที่สัญญาณวิทยุนี้นี้ จะส่งจากน้ำที่มีโครงสร้างขนาดเล็ก ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง
ในขณะเดียวกัน ดิฉันก็คิดไปถึง การดื่ม น้ำล้างโรค ที่เป็นส่วนหนึ่งของ โฮมีโอพาธี Homeopathy ซึ่งคือ การรักษาแบบองค์รวม โดยมองว่า การเจ็บป่วย เป็นสัญญาณ ของความไม่สมดุลภายในร่างกาย ดังนั้น จึงเน้นแก้ไข ปัญหาพื้นฐาน ทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย ไม่ใช่รักษาแต่อาการ ที่แสดงออกมาเท่านั้น และจะมีการ ใช้ยาจากธรรมชาติ เพื่อเพิ่มพลัง ในการให้ร่างกาย รักษาตัวเองด้วย การรักษาแบบนี้ เก่าแก่มาก ย้อนไปถึงศตวรรษ ที่4-5 ก่อนคริสตกาล สมัยฮิปโปเครติส ภาพนี้คือ ครกบดยาโบราณ ในการใช้การรักษาแบบ homeopathic remedies
ปัจจุบัน ทราบว่า ในประเทศญี่ปุ่นก็กำลังนิยมการดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะเพื่อรักษา สุขภาพที่ดี พฤติกรรมนี้เกิดจากข้อเท็จจริง ที่ยืนยันด้วยการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่พบว่า น้ำสามารถใช้ชะลอความแก่ และบำบัดรักษาโรค แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างได้ผล แต่จะ 100%หรือเปล่า ไม่แน่ใจ โรคที่มักจะใช้วิธีดื่มน้ำล้างโรคนี้คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ โรคเบาหวาน โรคท้องผูก โรคมะเร็ง และวัณโรค โดยแนะนำ ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี) ทันทีที่ตื่นนอนตอนเช้า
ภาพข้างล่างนี้ เป็นภาพโมเลกุลของน้ำ(H2O)
แม้ว่า โครงสร้างโมเลกุลของน้ำ จะดูเรียบง่าย แต่สถานะทางกายภาพและทางเคมีของน้ำ กลับเป็นเรื่องซับซ้อน และก็ไม่ใช่ รูปแบบปกติสามัญที่พบเห็นกันทั่วๆไปในพิภพ เช่นก้อนน้ำแข็ง ที่ลอยน้ำอยู่ในแก้วน้ำ ก็มิใช่ คุณลักษณะ ทางเคมีโดยปกติ เพราะถ้าเป็นลักษณะของสารประกอบโดยทั่วไปแล้ว สภาพที่เป็นก้อนทึบ จะต้องหนักกว่าน้ำ และน้ำแข็งก็ควรต้องจมอยู่ที่ก้นแก้ว หรือแม้กระทั่งก้อนน้ำแข็งใหญ่ๆ ที่บริเวณที่มีอากาศหนาวเย็นจัดต่างๆ ก็ยังลอยอยู่เหนือน้ำได้ และยังมีชีวิตสัตว์อีกไม่น้อย ที่อาศัยอยู่ภายใต้ ก้อนน้ำแข็งยักษ์เหล่านั้น จาก..เอนไซโคลพีเดีย Britannica
เอนไซโคลพีเดีย Britannica

ทีนี้ มาดูถึงคุณภาพของน้ำ ที่เหมาะสมที่จะดื่ม...ปกติ ดิฉันจะไม่ดื่มน้ำจากก๊อกน้ำประปา แต่จะดื่มน้ำที่ผ่านการกรองระบบ Reverse osmosis systems เท่านั้น แต่ปัจจุบัน มีการศึกษาถึง คุณสมบัติของน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ จากข้อเขียนของ ศ.นพ.วิจิตร บุณยะโหตระ ย่อๆ ดังนี้....
1.ควรมีฤทธิ์เป็นด่าง ( pH 7.6-8.5) เพราะ น้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง จะช่วยล้างพิษของความเป็นกรดในร่างกาย สร้างสภาวะสมดุล ให้แก่ปฎิกิริยา ชีวเคมีที่สำคัญๆ ภายในเซลล์ รวมทั้งการสร้างเอนไซม์และฮอร์โมนเป็นต้น
2.น้ำที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เป็นสารละลายที่ดีที่มีแรงตึงผิวต่ำ สามารถละลายสารอาหารได้ครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งน้ำที่เป็นด่าง สามารถดูดซับอ็อกซิเยนเข้ามาเก็บไว้ได้มากกว่าน้ำที่เป็นกรดถึง 100เท่า เป็นต้น
3.มีข้อมูลทางวิชาการ ปรากฏอยู่ อ้างว่า ด้วย นาโนเทคโนโลยีล่าสุด เราสามารถย่อยโมเลกุลของน้ำให้เกาะกลุ่มเล็กลง และมี รูปร่างเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่ง สามารถเข้าและออกจากเซลล์ได้ดี ทั้งยังมีคุณสมบัติต่อสุขภาพหลายประการ สามารถวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (ORP) ค่าความเป็นด่าง และค่าออกซิเจน ที่สูงกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป ( ข้อนี้ มีรายละเอียด แต่ไม่ขอกล่าวถึง เพราะไม่สามารถรับประกันความถูกต้อง ของข้อมูลได้ )
อย่างไรก็ตาม ดิฉันก็ยังเชื่อว่า การดื่มน้ำ ก็ควรอยู่ในปริมาณที่พอดี ซึ่ง ความพอดีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ ความพอดี ของแต่ละคนด้วย เพราะผลเสียจากการดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไป ก็มีเหมือนกัน เช่น ท้องอืด ปัสสาวะบ่อย แต่ในทางกลับกัน ถ้าดื่มน้ำ น้อยเกินไป ร่าง กายก็จะเหี่ยวเฉา ผิวหนัง ผิวกายและเส้นต่างๆ ก็จะตึงเพราะเลือดข้นมาก ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น การสูบฉีดเลือด ก็จะเป็นไปอย่างลำบาก ทั้งการส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายก็จะไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
หมายเหตุ อ้างอิงจาก :: 1.จากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ด้าน Water Treatment และเรื่องอาชีวอนามัย มาหลายปี ดูแลเอง อย่างใกล้ชิด โดยได้มีโอกาสทำงานกับผู้เชี่ยวชาญทั้งคนไทย และต่างประเทศ ในเรื่องนี้ด้วย
2. ข้อมูล จาก เอนไซโคลพีเดีย Britannica
3. The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto
4. จาก The US Environmental Protection Agency
5. กรมควบคุมมลพิษ
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
อากาศร้อน ๆ (แม้ข่าวว่าไม่ใช่ร้อนที่สุดตามที่คาดไว้) คุยกันเรื่อง "น้ำ" น่าจะดีค่ะ...^_^...
น้องได้ผ่านตาหนังสือเล่มนี้บ้างแล้วค่ะ .... The Hidden Messages in Water ของ Dr. Masaru Emoto แต่ไม่ได้อ่านโดยละเอียด พลิกผ่านอย่างรวดเร็วและดูเฉพาะส่วนที่สนใจค่ะ ได้ทราบว่ามีการแปลเป็นภาษาไทยแล้วด้วย
ที่สนใจคือ ประเด็นเกี่ยวกับ น้ำในร่างกาย ซึ่งจากการทดลองของ Dr. Masaru Emoto ได้ศึกษาผลึกของน้ำในแหล่งที่ได้รับการดูแลต่างกัน และพบว่า ผลึกของน้ำที่สวยงามที่สุดคือน้ำที่ได้รับคำกล่าวว่า "รักและขอบคุณ" ค่ะ ในขณะที่ผลึกของน้ำที่ได้รับคำกล่าวอื่น ๆ ที่ไม่ดี จะมีผลึกที่ไม่สวย ไม่มีระเบียบเลย
จึงน่าจะสรุปได้ว่า เมื่อน้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ของร่างกายถึง 70 % แล้ว หากต้องการให้สุขภาพดี ก็เพียงดูแลน้ำในร่างกายให้ดี ดังที่พี่กล่าวไว้ค่ะ...
ขอบคุณบันทีกดี ๆ ทำให้อุณหภูมิลดลงค่ะ
(^___^)
2. คนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ วันนี้ ควรจะเป็นวันที่ร้อนที่สุด แต่กลับไม่ร้อนเท่าที่กลัวกัน เลยอยู่บ้านฟังการอภิปรายฯ และเขียนบันทึกใหม่ไปด้วยค่ะ เรื่อง น้ำ ทำให้รู้สึกเย็น ขึ้นจริงๆค่ะ
ดร.มซารุ เอโมโตะ เป็นแพทย์ ที่เน้นด้านแพทย์ทางเลือกค่ะ มีผลงานโด่งดัง จากการวิจัยเรื่อง น้ำ ในระดับอนุภาค ที่เล็กกว่า อะตอม นำไปสู่ความเข้าใจเรื่อง น้ำ ในมิติใหม่ ทำให้รู้ว่า ที่จริง น้ำ มีพลังชีวิต ที่สามารถรักษาโรคได้
ในบทสรุปของหนังสือนี้ กล่าวถึงความสัมพันธ์ของน้ำกับจักรวาล อ่านไป ก็ นึกว่า มันอาจจะจริงก็ได้ ที่ผู้เขียน คิดว่า บางที ต้นกำเนิดของน้ำอาจมาจากนอกโลก...???
บางที ตำนานเรื่อง น้ำท่วมโลก สมัยโนอาห์ และอาณาจักรแอตแลนตีส ที่หายสาบสูญไป ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นก็ได้
สำหรับข้อมูลเรื่อง น้ำดื่มสะอาด นั้น เป็นที่น่าดีใจว่า คนหันมาดื่มน้ำสะอาดธรรมดากันมากขึ้นมากนะคะ มีข้อมูลจาก The International Bottle Water Association ว่า ในปี 2007 ว่า ในสหรัฐอเมริกา ได้มียอดขายน้ำบรรจุขวดถึง 8.8 billion gallons เพิ่มขึ้น 6.9จากปี 2006 คือ เท่ากับ คนดื่มน้ำสะอาดธรรมดา ปีละมากกว่า 29 gallons ต่อคนมากกว่า การดื่ม carbonated soft drinksด้วย ต่อไป คนจะยิ่งดื่มน้ำสะอาดธรรมดามากขึ้น เพราะรักสุขภาพ มากขึ้นนั่นเองค่ะ
ไม่เฉพาะแต่คนอเมริกัน คนทั่วโลก ก็หันมาดื่มน้ำสะอาดกันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ ตัวเลขจากประเทศไทย ก็มีนะคะ
มาทำงานให้น้องค่ะ อ่านเรื่องน้ำๆรู้สึกสดชื่นจังค่ะ

p'pink
GLOBAL BOTTLED WATER MARKET
Leading Countries' Consumption and Compound Annual Growth Rates
2002 – 2007
2007
Millions of Gallons
CAGR*
Rank
Countries
2002
2007
2002/07
1
United States
5,795.6
8,823.0
8.8%
2
Mexico
3,898.6
5,885.2
8.6%
3
China
2,138.4
4,787.8
17.5%
4
Brazil
2,541.8
3,621.1
7.3%
5
Italy
2,558.2
3,100.9
3.9%
6
Germany
2,291.5
2,743.2
3.7%
7
Indonesia
1,622.5
2,400.6
8.2%
8
France
2,225.6
2,283.2
0.5%
9
Thailand
1,277.0
1,533.1
3.7%
10
Spain
1,191.4
1,284.0
1.5%
Top 10 Subtotal
25,540.7
36,462.2
7.4%
All Others
9,054.2
13,407.3
8.2%
WORLD TOTAL
34,594.9
49,869.6
7.6%
* Compound annual growth rate
Source: Beverage Marketing Corporation
คนไม่มีราก
ข้อมูล เรื่องคนทั่วโลก ก็หันมาดื่มน้ำสะอาดกันมากยิ่งขึ้นค่ะ
GLOBAL BOTTLED WATER MARKET
Per Capita Consumption by Leading Countries
2002 – 2007
2007
Gallons Per Capita
Rank
Countries
2002
2007
1
United Arab Emirates
35.2
68.6
2
Mexico
37.7
54.1
3
Italy
44.2
53.3
4
Belgium-Luxembourg
32.7
39.5
5
France
37.1
35.8
6
Germany
27.8
33.3
7
Spain
29.7
31.7
8
Lebanon
24.9
29.3
9
United States
20.1
29.3
10
Hungary
13.5
28.5
11
Switzerland
24.2
28.2
12
Slovenia
18.8
25.2
13
Austria
20.9
25.0
14
Czech Republic
21.1
24.6
15
Croatia
14.9
24.3
16
Saudi Arabia
23.8
24.1
17
Cyprus
21.4
24.0
18
Thailand
20.1
23.6
19
Israel
12.4
23.2
20
Portugal
19.9
22.4
GLOBAL AVERAGE
5.6
7.6
Source: Beverage Marketing Corporation
4. kpam&p'pink
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ
จำได้ว่าการประปาของประเทศเรา เคยบอกว่า น้ำประปาจากก๊อกก็ดื่มได้ แต่รู้สึกว่า คนส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าใด ซึ่งก็เหมือนกับ ในประเทศอื่นๆค่ะ เพราะประชาชน ก็มัก ดื่มน้ำบรรจุขวดเหมือนกัน ขายดีกันไปตามๆกัน
ถ้าเราจะลองดูว่า ทำไมเราถึงไม่ค่อยกล้าดื่มน้ำจากก๊อก ก็คงมีเหตุผลคล้ายๆกันคือ 1.กลัวสารตะกั่ว ที่อาจปนเปื้อนมาด้วย ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กมีพัฒนาการทางสมองช้า ส่วนผู้ใหญ่ ก็อาจเสี่ยงเรื่องที่เกี่ยวกับระบบไต
2. กลัวพวกสารก่อมะเ ร็งต่างๆ เช่นarsenic, asbestos, radium,benzene, trichloroethylene, radon, the pesticide atrazine, and perchlorate ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้เกิดเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์
3.กลัวพวกเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรียต่างๆ ซึ่งไม่เหมาะแก่คนที่มีภูมิต้านทานไม่มากนัก เด็กเล็กๆ หรือคนสูงอายุ เป็นต้น
4. กลัวสารคลอรีน ที่ใส่ในน้ำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดมะเร็ง การเป็นหมัน หรือ การคลอดไม่สมบูรณ์ เป็นต้น
5.กลัวพวกไนเตรท ที่อาจจะมีปนเปื้อนมา ซึ่งก็มักเป็นพวกของเสีย หรือทรากสัตว์ต่างๆ และพวกปุ๋ย ในรูปต่างๆ
6.กลัวพวกโลหะหนัก เช่น พวกแคดเมี่ยม หรือปรอท ที่อาจจะมีปนเปื้อนมา
ถ้าจะดูระบบกรองน้ำ เพื่อจะใช้ดื่ม ที่ใช้กันในปัจจุบัน น่าจะมีอยู่ แบบด้วยกัน
1. ระบบ Activated granular carbon filters ระบบนี้ จะกรองเอาสาร พวก Atrazine, benzene, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes, และ radon ออกได้ แต่นอกจากจะมี คาร์บอนแล้ว ก็อาจยังมีตัวกรอง ตัวอื่นอีกด้วย เพื่อจะกรองเอา สารตะกั่วออก
2.ระบบ Solid block carbon filters ระบบนี้ จะกรองเอาพวก Asbestos, atrazine, benzene, lead, mercury, trichloroethylene, trihalomethanes ออกได้
3 ระบบ Reverse osmosis systems ซึ่งจะกรอง Arsenic, asbestos, atrazine, lead, mercury, nitrate, radium, Cryptosporidium, และ fluoride ออกได้
4.ระบบ Distillers ซึ่งจะกรอง Arsenic, asbestos, lead, mercury, nitrate, trichloroethylene, trihalomethanes, radium, coliform bacteria, Cryptosporidium, และ fluoride
5. ระบบ Ion exchange systems (aka water softeners) จะกรอง Calcium และ magnesiumออกได้ คือ สาร 2 ตัวนี้ จะเป็นตัวไปกัดกร่อน อุปกรณ์ประปา หรือ อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการทำความสะอาด ทำ ให้เกิดตะกรัน และมีอายุใช้งานที่สั้นลง และยังจะทำให้การล้างคราบสบู่ คราบน้ำยา ทำความสะอาด ให้ออกยากขึ้นด้วย
ระบบที่1-4 ติดตั้งได้ง่ายๆ ใต้ซิงค์น้ำ หรือในที่เหมาะสม แต่ระบบสุดท้าย จะเสียค่าใช้จ่ายสูงหน่อย และมักต้องใช้กับระบบน้ำทั้งบ้านเลย
สวัสดีค่ะ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะคุณพี่ศศินันท์
คุณพี่สบายดีนะคะ ... อากาศเริ่มร้อนขึ้น แต่ที่ใต้ฝนมักตกช่วงเย็นค่ะ
คนเมืองให้ความสำคัญเรื่องน้ำดื่มที่มีคุณภาพ สังเกตได้จากธุรกิจน้ำดื่มต่างๆ ที่ขยายตัว
ส่วนในชนบทยังมีปัญหาเรื่อง น้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำค่ะ
มาเยี่ยมบ้านบันทึกพี่ศศินันท์คราใด ได้ความรู้ใหม่ๆ ทุกที ขอบพระคุณนะคะ มีความสุขมากๆ ค่ะ
ครูคิม
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาอ่าน ที่บ้าน จะมีหมอประจำบ้าน ที่เคร่งครัดเรื่องสุขภาพสุดๆ ทุกคนยอมแพ้ค่ะ บางทีดูเหมือนมากเกินไป แต่คุณหมอเขา ชอบ เรื่องสุขภาพ และเป็นผู้ปฎิบัติตัวจริง ดีไม่ดี ดูที่เขา ก็จะทราบค่ะ ตัวเอง ดูแลตัวเอง ไม่ได้ครึ่งของเขาหรอกค่ะ
ตอนนี้ ก็เป็นวิทยากรรับเชิญบ่อยๆ และเป็นอาจารย์สอน การแพทย์ทางเลือกด้วยค่ะ จริงๆเขาเป็น สูติแพทย์ และศัลยแพทย์ มาก่อนค่ะ
เรื่องของการดื่มน้ำ ให้เพียงพอ ในแต่ละวันนั้น นอกจากที่ ควรจะเป็นน้ำสะอาดที่เหมาะสมแล้ว ก็ยังรวมถึงน้ำอื่นๆด้วย ที่เรากินเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำแกง น้ำผลไม้ น้ำชากาแฟ น้ำสมุนไพร เป็นต้นด้วยนะคะ
นอกจากนี้ ที่บ้าน ยังมี น้ำสมุนไพร ที่กำลังเป็นที่นิยม ให้ผลในการล้างพิษ อาทิ เช่น น้ำจตุผลา-ธิกะ เป็นเครื่องดื่มในตำราพระไตรปิฎก ที่เกิดจากการรวมพลังคุณค่าผลไม้โบราณ 4 ชนิด ได้แก่ สมอไทย (Terminalia chebula) สมอภิเภก (Terminalia bellerica) สมอเทศ (Terminalia arjuna) และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica) ซึ่งผลไม้ ข้างต้น อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) มีสรรพคุณในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเสมหะ เมือกมัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในอวัยวะหลายส่วน เช่น ปอด หลอดอาหาร หัวใจ หลอดเลือด ลำไส้
น้ำสมุนไพร ดังกล่าว ทางครอบครัวดิฉัน ได้นำมาทดลองดื่มแล้ว ยังไม่เห็นผลแน่นอน แต่ก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะเป็นสมุนไพรเก่าแก่ทั้งหมดค่ะ
สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านในบันทึกค่ะ เป็นบันทึกที่น่าสนใจ ที่บ้านทานน้ำที่ซื้อมาจากร้านเป็นถังขนาดใหญ่ และตอนนี้ดิฉันเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยค่ะ และ หมอห้ามทานอาหารที่เป็นมัน และมีรสชาติจัดเกินไป ให้ดื่มน้ำเยอะ ไม่ทราบว่าน้ำที่เราซื้อ สะอาดพอ หรือเปล่า และเป็นผลทำให้เกิดนิ่วได้ หรือเปล่าค่ะ
9. เกษตร(อยู่)จังหวัด
สวัสดีค่ะ ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ มีอารมณ์ขันเสียด้วย อิๆๆ
เรื่อง น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม
ดิฉัน นำข้อเขียน ของคุณหมอวิจิตรฯ ที่ไปบรรยาย ตามที่ต่างๆ ตัดตอนมาลงน่ะค่ะ
คือ....น้ำธรรมดาที่เราดื่มอยู่ ทุกวันนี้มีโมเลกุลกลุ่มใหญ่ 13 โมเลกุลขึ้นไปและไม่เป็นระเบียบ ทำให้ซึมผ่านผนังเซลล์ทั้งเข้าและออกได้ยาก
แต่ด้วยนาโนเทคโนโลยีล่าสุด เราสามารถย่อยโมเลกุลของน้ำให้เกาะกลุ่มเล็กลง และมี รูปร่างเป็นรูปหกเหลี่ยม ซึ่งสามารถเข้าและออกจากเซลล์ได้ดี
ทั้งยังมีคุณสมบัติต่อสุขภาพหลายประการ สามารถวัดค่าได้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ค่าความสามารถต้านอนุมูลอิสระ (ORP) ค่าความเป็นด่าง และค่าออกซิเจน ที่สูงกว่าน้ำธรรมดาทั่วไป
มีงานวิจัยจากผู้มีประสบการณ์ดื่มน้ำแล้ว และข้อมูลสนับสนุนการวิจัยและทดสอบทางวิทยาศาสตร์ในหลายประเทศ เช่น ในญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา แจ้งว่า ....
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) สามารถนำพาสารอาหาร วิตามินแร่ธาตุ เข้าสู่เซลล์ได้เต็มที่ เพราะมีโมเลกุลขนาดเล็ก น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม สามารถล้างพิษระดับเซลล์โดยนำของเสียสารพิษที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากเซลล์ ได้ง่าย
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม เป็นด่างอ่อนๆ สร้างความสมดุลกับกรดซึ่งเป็นอันตรายในร่างกาย น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม มีออกซิเจนเพิ่มขึ้น 30% เป็นประโยชน์ต่อระบบการเผาผลาญในร่างกาย และสมอง
แรงตึงผิวของน้ำโมเลกุลหกเหลี่ยมที่ต่ำลง สามารถละลายสารอาหารได้ดี และทำให้เลือดไม่ข้นเกินไป น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีภูมิต้านทานโรคสูงขึ้น มีผลดีต่อต้านอาการภูมิแพ้ ไซนัส
ปัจจุบัน ดิฉัน เห็นมีคนที่รักสุขภาพมากๆ หาน้ำแบบนี้ มาดื่มกันมากขึ้น ซึ่งข้อดี ที่มีการวิจัยกันมาคือ
.greater energy
· rapid hydration
· heightened immune function
· better nutrient absorption
· longevity
· weight loss
· greater metabolic efficiency
แต่ในความเห็นส่วนตัวจริงๆคือ ดิฉันไม่ค่อยจะวุ่นวายอะไรกับ เรื่อง น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม สักเท่าใด ซึ่งก็คงจะเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ดิฉัน ให้ความสำคัญมากที่สุดอันดับแรกเลย ในเรื่อง น้ำดื่ม คือ ต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพเหมาะสม ในการดื่มจริงๆ ซึ่งคงจะต้องดูที่...
1.คือต้องเป็นน้ำสะอาด ที่ปราศจากเชื้อโรคที่จะก่อให้เกิดโรค ซึ่ง Chlorine จะเป็นตัวฆ่าเชื้อเหล่านี้ได้ ในเบื้องต้น แม้จะยังไม่ใช่ น้ำดื่มที่มีคุณภาพดีที่สุด ณ ขั้นตอนนี้
2.ไม่มีสารพิษต่างๆเจือปน
3.ไม่มีโลหะหนัก เจือปน
4.ไม่ขุ่น ไม่มีรสแปลกๆ ไม่มีสีแปลกๆ
5.ไม่มีพวกไข่พยาธิ พวกเศษทรากของสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาเจือปน เช่น มูลสัตว์ต่างๆ เป็นต้น
สวัสดีค่ะ
***เป็นบันทึกที่มีคุณค่า ทั้งที่รู้อยู่บ้างแต่ก็ลืมให้ความสำคัญ
***ขอบคุณค่ะ ร้อนมากเลย วันนี้ดื่มได้ 4 แก้วแล้วนะคะ
สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านแล้วชอบค่ะ มีความรู้เรื่องน้ำขึ้น อยู่ต่างจังหวัดค่ะ แต่ที่บ้านใช้น้ำประปา ทานน้ำประปา แต่ก็มีเครื่องกรองเหมือนกันค่ะ ไม่ทราบว่าน้ำสะอาดพอ หรือเปล่า และอีกอย่างเป็นคนที่ไม่ชอบทานน้ำเท่าไร จะมีผล ต่อร่างกาย หรือเปล่าค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
มาอ่านรับความรู้เพิ่มเติมค่ะ น้องเป็นคนดื่มน้ำเก่งมาก ๆ ค่ะ และชอบดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำอื่น ๆ ....
น้ำโมเลกุลหกเหลี่ยม (Hexagonal Water) นี่ คือ นำที่เขาเรียกว่า Activated water (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือไม่ แต่ได้ฟังในรายการวิทยุค่ะ) หรือเปล่าคะ
วันนี้อากาศร้อนกว่าเมื่อวานนะคะ....
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
(^___^)
10. poo
สวัสดีค่ะคุณปู ดีใจจังที่เข้ามาเยี่ยม ไม่ได้คุยกันนานแล้ว คิดถึงค่ะ
ที่น้องบอกว่า....คนเมืองให้ความสำคัญเรื่องน้ำดื่มที่มีคุณภาพ สังเกตได้จากธุรกิจน้ำดื่มต่างๆ ที่ขยายตัว ส่วนในชนบทยังมีปัญหาเรื่อง น้ำ และการจัดการทรัพยากรน้ำค่ะ
ก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งค่ะ ตามที่ได้สัมผัสมาด้วยตนเอง แต่ข้อดีส่วนหนึ่งก็คือ คนชนบทมีความต้านทานและมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าคนเมืองค่ะ ถ้าไม่เจอกับโรคภัยที่แรงๆแล้ว ดูจะไม่ค่อยมีใครค่อยป่วยเป็นอะไรค่ะ
แต่อย่างไรก็ดี เรื่องสุขอนามัยพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ว่า คนเมือง คนชนบท ก็ต้องเอาใจใส่ และให้ความสำคัญค่ะ
ปัจจุบันนี้ คนทั่วโลก ดื่มน้ำสะอาดธรรมดา มากขึ้นๆ ตามข้อมูลด้านบน แต่โลกก็กำลังจะมีปัญหาด้านขยะพลาสติกที่เกิดจากขวดน้ำเช่นกันค่ะ เป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมค่ะ ซึ่งก็ทราบว่า ทางโรงผลิตน้ำดื่มในบางประเทศ เช่น ที่อเมริกา ก็พยายามใช้ภาชนะบรรจุ ชนิดที่สามารถนำมาทำความสะอาด และใช้ใหม่ได้ recyclable materials แต่สำหรับภาชนะบรรจุน้ำแบบ recyclable materials ขนาดใหญ่ๆ ที่ใช้ตามบ้านหรือที่อ็อฟฟิตก่อนที่จะนำไปให้ โรงผลิตน้ำดื่ม ทำการรีไซเคิ่ลอีกทีนั้น เขาสามารถใช้ใส่น้ำซ้ำๆกันได้ ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้งค่ะ
แต่สำหรับ ในประเทศเรา พี่ก็ไม่มั่นใจว่า ทางผู้ผลิตเขาใช้ high quality bottled water แค่ไหนค่ะ เพราะค่าน้ำบรรจุขวด อาจจะต้องแพงขึ้นไปอีกหน่อย ก็ได้
14. กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
สวัสดีค่ะ ดีจังนะคะ วันที่ 22 เม.ย. ไม่ร้อนมากอย่างที่คิด แต่บอกมาว่า ได้ดื่มน้ำมาหลายแก้วแล้ว ก็รู้สึกชุ่มชื่นไปด้วยค่ะ
เรื่องการเติมสารบางอย่างลงไปในน้ำ เช่น คลอรีน ก็เคยทราบว่า มีบางคนที่แพ้นะคะ บางแห่ง ทราบว่า มีการเติมสารส้มหรืออลูมิเนียมลงไปด้วย เพื่อให้น้ำใส
บางแห่งเติมฟลูออไรด์ลงไป เพื่อป้องกันฟันผุ แต่เรื่องฟลูออไรด์นี้ ยังมีข้อโต้แย้งกันมากว่า ใช้เท่าใด จึงจะอยู่ในปริมาณ ที่พอดี ไม่เป็นอันตราย
เคยอ่านพบว่า การได้รับฟลูออไรด์มากไป ทำให้พื้นผิวของฟันขรุขระค่ะ
สำหรับน้ำดื่มนั้น ดิฉัน มีความเห็นว่า เราไม่ควรจะดื่มน้ำจากท่อประปา เพราะยังมีอันตรายอยู่ เช่น อาจมีสารตะกั่ว ที่อาจเกิดจากท่อส่งน้ำจากตะกั่ว ที่อยู่ในบ้านที่เก่าหน่อย แม้ในบ้านใหม่ ก้อาจใช้ท่อทองแดง ซึ่งใช้ตะกั่วเชื่อมต่อ
เลยคิดว่า สิ่งที่จะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากที่สุด เรื่อง น้ำดื่ม คือเราควรต้องมีเครื่องกรองน้ำ ที่มีประสิทธิภาพดีพอควร และควรต้องมีการบำรุงรักษาอย่างดีด้วยค่ะ
ดิฉันเอง มีเพื่อน ที่ทำโรงผลิตน้ำดื่มขาย และได้ไปเยี่ยมที่โรงงานของเขาด้วยค่ะ ขั้นตอนการผลิตคร่าวๆ มีดังนี้ค่ะ 1. นำน้ำ ขึ้นมาจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำ ซึ่งน้ำตอนนี้ ยังมีสิ่งสกปรกปะปนอยู่
2.น้ำจะเข้าไปที่ treatment plant ช่วงนี้มีการใส่ chemicals ที่เรียกว่า Coagulants ลงไปในน้ำ
3.ช่วงนี้ น้ำจะไหลไปอย่างช้าๆ ผ่านแท้งค์ เพื่อสิ่งสกปรกทั้งหมด จะถูก เก็บออกไป หรือตกตะกอนลงก้นถังหมด
4.น้ำจะไหลผ่านเครื่องกรองแบบละเอียด ไปอย่างช้าๆ เพื่อกรองเอาเชื้อโรคส่วนใหญ่ออกมา โดยมีการใส่คลอรีน ยาฆ่าเชื้อโรค disinfectant บางอย่าง รวมทั้ง มีactivated carbon ด้วย
5.ต่อจากนี้ อาจจะมี อุปกรณ์บางอย่าง ที่เพิ่มเข้ามาอีกตามควร เพื่อให้น้ำมีคุณภาพเหมาะสม ที่จะเป็นน้ำดื่มได้เป็นอย่างดี
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
นำดอกมะเฟือง...มาฝากค่ะ
12. กฤษณา
สวัสดีค่ะ คุณกฤษณา
คุณสงสัยว่า น้ำที่คุณดื่มอาจไม่สะอาดพอ เป็นผลทำให้เกิดเป็นนิ่วหรือคะ
ดิฉันเอง เคยมีญาติเป็นโรคนี้ค่ะ แต่เป็นเพราะ เขากินอาหารมันๆ มากเกินไป จนเป็นนิสัย แพทย์บอกว่า ที่พบบ่อยๆมี 2 ชนิดคือ นิ่วที่เกิดจาก cholesterol และนิ่วที่เกิดจากเกลือต่างๆ
จริงๆแล้ว เรื่อง น้ำ นี้ แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่เรารู้จักมาตั้งแต่เกิด แต่จริงๆแล้ว บางที เราอาจจะรู้เรื่อง น้ำ ยังไม่พอก็ได้ค่ะ
ดิฉันเอง เคยทำงานเกี่ยวกับ โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร เราต้องใช้น้ำมามายมหาศาล ในโรงผลิต แต่โชคดี ที่โรงงานตั้งอยู่ริมแม่น้ำ น้ำที่ใช้ จึงเรียกว่า Surface Water ต้องดูดน้ำผ่านท่อน้ำขึ้นมา และมาเข้าเครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ ในโรง Water Treatmentน้ำในแม่น้ำ แม้จะมีปริมาณมากมาย แต่เราก็ต้องระวัง สิ่งที่เรียกว่า มลภาวะในน้ำด้วย
แหล่งก่อมลภาวะ ที่สำคัญคือ ปุ๋ยไนเตรต ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ โคลนเลนจากการเกษตร ฟอสเฟตจากผงซักฟอก และขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น สาร ไดอ็อกซิน และสารฟอกกระดาษขาว เป็นต้น
การ Treat น้ำขั้นแรกคือ การใส่คลอรีนลงไป และพักน้ำไว้ก่อนจะลำเลียงไปผ่านการต้มและการผ่าแสง ยูวี เพื่อฆ่าเชื้อต่อไป
น้ำประปาของเรา มีคลอรีนใส่อยู่แล้ว เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้น้ำประปา มีกลิ่นและรสแปลกไปบ้าง แต่ไม่เป็นอันตราย
สำหรับโรคนิ่ว ที่คุณเป็นนั้น อาจจะไม่ได้มาจากน้ำดื่มก็ได้ค่ะ ถ้าเราดื่มน้ำ ที่สะอาดพอ มีคุณภาพที่เหมาะสม ที่จะเป็นน้ำดื่มจริงๆ ก็ไม่น่าจะเป็นนิ่วเพราะ น้ำดื่ม
แต่ ถ้าเป็นน้ำดื่ม ที่อาจจะไม่สะอาดพอ ก็จะมีส่วนทำให้เราเกิดโรคได้ ยิ่งถ้าเป็นน้ำ ที่ไม่ได้ผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดมาก่อน
เพราะ ตามธรรมชาติแล้ว ไม่มีน้ำธรรมชาติใด ที่สะอาด 100%
แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ที่ไหลอยู่ตามลำธาร ทะเลสาป ห้วยหนองคลอง บึง ต่างๆ ล้วนแล้วแต่ไหลผ่าน ชั้นดิน ชั้นหิน มามาก และสสารที่มีอยู่ ตามดินและหินเหล่านั้น ก็ละลายปนเปมากับน้ำทั้งสิ้น
สสารบางอย่าง ก็ไม่มีอันตราย แต่บางอย่างก็มีอันตราย
บางคน ชอบดื่ม น้ำแร่ เพราะจะมีรสชาติแปลกๆ น่าดื่ม และเชื่อว่า มีแร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์ผสมอยู่ ซึ่ง โดยส่วนตัว ไม่ค่อยนิยมดื่ม น้ำแร่เท่าใด เพราะก็ไม่ค่อยจะมั่นใจ ในแร่ธาตุต่างๆที่ปนอยู่ในน้ำนั่นเอง