การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว

  การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว  

การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว

 

² ความหมายความสำคัญ การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research :CAR)
                Kemmis, S.กล่าวว่า Kurt Lewin เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า"action reseach"  โดยมีขอบเขตอยู่ที่การ แก้ปัญหา    และพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพครูให้มีความเป็นผู้นำทางวิชาการปฏิบัติหน้าที่  โดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัย  เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และให้สามารถศึกษา  ค้นคว้า วิจัย  เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ  กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งสอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  .. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๔ (ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ มาตรา  ๓๐  ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้  มาตรา ๖๗ รัฐจ้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา   การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  โดยมีครูเป็นผู้ปฏิบัติการวิจัย  เรียกว่า  ครูนักวิจัย (teacher as Research)ซึ่งจะต้องมีพันธกิจ (Mission) ที่จะต้องค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
         ในการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน  ถ้าหากครูต้องเขียนรายงานการวิจัยทั้ง   บท  จะต้องใช้เวลายาวนานหลายคนจึงไม่สามารถเขียนรายงานการวิจัยแบบยาวๆ ได้  จึงนำเสนอวิธีการเขียนรายงานการวิจัยแบบง่ายๆ  สั้นๆ ซึ่งสามารถทำวิจัย ได้ทั้งครู และนักเรียน  ตามแนวของกรมวิชาการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
² จุดประสงค์ทั่วไปของการทำวิจัย
          . เพื่อแก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - สอนไปแล้วมีปัญหา   หรือนำปัญหาจากผลการสอนปีที่ผ่านมาหรือคิดหาวิธีการสอนใหม่ๆ  มาช่วยให้การสอน สนุกสนานยิ่งขึ้นแล้วทำการวิจัยโดยไม่จำเป็นต้องเขียนเค้าโครงการวิจัยก็ได้ และไม่จำเป็นต้องบันทึกขออนุญาตผู้บริหาร หรือเสนอหัวหน้าฝ่ายต่างๆให้ความเห็นชอบ
             - เขียนรายงานการวิจัยสั้นๆ หน้าเดียวหรือ ๒ - ๑๐ หน้า
             - บันทึกรายงานเสนอผู้บริหารสถานศึกษาทราบ
             - ถ่ายเอกสารเผยแพร่ให้ครูในโรงเรียน หรือโรงเรียนอื่นๆ เพื่อสะสมเป็นผลงานของเรา
          . เพื่อประกอบการเสนอเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ อาจารย์ ๓
             - แก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - เมื่อแก้ปัญหาแล้ว เขียนรายงาน สรุป เสนอประกอบการเลื่อนตำแหน่ง
             - รายงานการวิจัยควรมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ โดยทั่วไปจะมี ๕ บท
     ²  รูปแบบของการวิจัยที่เหมาะในการนำไปวิจัยในชั้นเรียน
                 การวิจัยเชิงสำรวจ   เช่น   สำรวจว่านักเรียนแต่งกายไม่เรียนร้อยนั้นมีกี่คน   ใครบ้างสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ สำรวจนักเรียนว่าใครเคยสูบบุหรี่บ้าง
                .การวิจัยหาความสัมพันธ์ เช่นนักเรียนกลุ่มที่เรียนเก่งกับกลุ่มเรียนอ่อนมีความสัมพันธ์ กับอาชีพผู้ปกครองหรือไม่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ มีความสัมพันธ์กับภาษาไทย  หรือไม่
               .การวิจัยเปรียบเทียบ   เช่น   การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์วิชาสังคมศึกษาเรื่องการ เลือกตั้งระหว่างการสอนแบบ  แสดงบทบาท สมมติกับการสอนแบบบรรยาย
                 .การวิจัยทดลองเชิงเหตุผล จะแบ่งกลุ่มทดลองเป็นกลุ่มๆ แล้วเปรียบเทียบว่าใคร ดีกว่ากัน เช่น ทดลองวิธีสอนสองวิธี โดยใช้นักเรียนห้อง ก. และห้อง ข. มีจุดอ่อนคือนักเรียน อาจแอบดูกัน หรือสอบถามกันนอกห้องมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้ผลดี แต่อีกลุ่มยังอ่อนเหมือนเดิม
                .การวิจัยเชิงทดลองและพัฒนา วิธีนี้ใช้นักเรียนกลุ่มเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบวิธีสอนแบบดั้งเดิมกับวิธิสอนใหม่ แต่นำวิธีสอนแบบใหม่มาใช้ได้เลย หรือพัฒนาสื่ออุปกรณ์มาใช้สอนหรือจัดทำแผนการสอนให้ดีแล้วนำไปสอนนักเรียนจะสอน ๑ ห้อง ๕ ห้อง หรือ ๑๐ ห้องก็ได้
                 สถิติที่ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ T -Test หรือ F - test เราใช้เพียงค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานก็พอแล้ว       โดยอาจจะมีการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน ซึ่งกรมวิชาการ  สรุปว่า การวิจัยในชั้นเรียนที่น่าทำมากที่สุด คือ รูปแบบที่ ๕ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา ใช้กับนักเรียนกลุ่มเดียว เหมาะกับการเรียนการสอนมากที่สุด

  ² วัตถุประสงค์ของการวิจัย
          .จะมีข้อเดียวหรือหลายข้อก็ได้ แต่ต้องอยู่ในขอบข่ายของประเด็นปัญหา การวิจัยที่กำหนดไว้เท่านั้น
          .ควรกำหนดเป็นข้อๆ  เช่น  สำรวจเปรียบเทียบ  หาความสัมพันธ์  หาผลกระทบหาความสอดคล้อง เช่น
                 เพื่อศึกษา เจตคติเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการสนับสนุนของผู้ปกครองของนักเรียนที่ร่วมทำและไม่ร่วมทำโครงงานวิทยาศาสตร์
                 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครู    เกี่ยวกับการนิเทศภายในจำแนกตามเพศวุฒิการศึกษาและประสบการณ์สอน
                 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาชีพของผู้ปกครอง กับความสามารถทางคณิตศาสตร์
                 เพื่อศึกษาอิทธิพลของ  ๑๐ องค์ประกอบ ที่มีผลต่อความพึงพอใจของหัวหน้าคณะและหัวหน้าแผนกวิชา ช่างอุตสาหกรรม 

² ตัวอย่างการวิจัย 
          การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่องคำราชาศัพท์ โดยการแสดงลิเกกับการสอนแบบปกติ
          วัตถุประสงค์ :
                 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ
                 เพื่อเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้ ระหว่างการเรียนภาษาไทยโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ

²การวิจัยนวัตกรรม
          นวัตกรรม (Innovation)  หมายถึง  สิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการใหม่ๆ  หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสม โดยการให้เหมาะสม   โดยการทดลองหรือพัฒนาจนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าจะมีผลดี    ในทางปฏิบัติสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ประเภทนวัตกรรม
                 .สื่อสิ่งประดิษฐ์  เช่น  กล้องโทรทัศน์  หนังสือ  คู่มือครู   แบบเรียนโปรแกรม วิดิทัศน์    แผนการสอน   ชุดการสอน   ศูนย์การเรียน   สื่อประสม   คอมพิวเตอร์ช่วยสอน   เกม   เพลง  แบบฝึกต่างๆ เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้ ใบงาน สไลด์ แผ่นโปร่งใส ข่าวหนังสือพิมพ์
                 .วิธีการหรือเทคนิค  เช่น  วิธีทดลอง วิธีไตรสิกขา วิธีอริยสัจ ๔ วิธีสอนแบบโครงงานวิธีสอนแบบสหกิจ  วิธีสอนแบบโยนิโสมนสิการ  วิธีสอนแบบStoryline  วิธีสอนแบบสากัจฉา  วิธีสอนแบบดาว ๕ แฉก CIPPA Model,   Mind Mapping  วิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์ วิธีสอนแบบอภิปราย  วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  การแสดงละคร   บทบาทสมมติ สถานการณ์จำลอง ทัศนศึกษา สอนซ่อมเสริม การสอนเป็นทีม การสอนตามสถาพจริง การเรียนรู้จากการ   ปฏิบัติจริง  การเรียนรู้แบบบูรณาการ การเรียนรู้จากชุมชนและธรรมชาติ  วิธีสอนแบบซินดิเคท  วิธีสอนแบบลีลาศึกษา      วิธีสอนแบบลักศาสตร์ วิธีสอนแบบเบญจขันธ์ วิธีสอนแบบวรรณี วิธีสอนแบบเรียนเพื่อรอบรู้ (Mastery Learning)   วิธีสอนแบบอนุมาน   วิธีสอนแบบวิพากษ์วิจารณ์ วิธีสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้(4 MAT System)  เป็นต้น
    
² ขั้นตอนการวิจัย
                 ในการทำวิจัยอย่างเป็นระบบผู้เขียนแบ่งขั้นตอนการวิจัยเป็น ๖ ขั้น คือ
                                ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน
                                ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                                ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/แบบฝึก/นวัตกรรม
                                ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน/ลงมือแก้ปัญหา
                                ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                                ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                 ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน   แบ่งได้ ๓ พวก คือ
                      . ปัญหาด้านพฤติกรรม / ความประพฤติ เช่น การแต่งกายไม่เรียบร้อย ไว้ผมยาว พูดเสียงดัง หยาบคาย  ก้าวร้าว สูบบุหรี่ ไม่มีระเบียบวินัย พูดสอดแทรก ชอบรังแกเพื่อน ฯลฯ
                      .ปัญหาด้านวิชาการ  เช่น  สอบได้คะแนนน้อย  อ่านหนังสือไม่คล่อง  เขียนหนังสือไม่สวย พูดไม่ชัด  ขาดทักษะการทำงาน แต่งประโยคไม่เป็น สรุปองค์ความรู้ไม่ได้ ฯลฯ
                      .ปัญหาด้านจิตพิสัย   เช่น   ขาดความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ เซื่องซึม หงอยเหงา ความเมตตากรุณา  ความเสียสละ ความกตัญญูกตเวที เจตคติต่อวิชาที่เรียน

การกำหนดหัวข้อวิจัย
                         .อย่ากำหนดหัวข้อที่ยาก หรือเป็นหัวข้อที่มีความเพ้อฝันมากเกินไป มันจะเกินขีดความสามารถของ  นักวิจัย
                         .เป็นเรื่องที่ตนเองสนใจ และควรอยู่ในสาขาของตนเอง หรือวิชาที่ตนเองสอน
                         .หัวข้อวิจัยควรทันต่อเหตุการณ์ ทันสมัย มีคุณค่า เป็นที่สนใจของหน่วยงานต่างๆ มีประโยชน์ต่อ  บุคคลและสถาบัน และเสริมความรู้ใหม่ๆ
                 ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                       วิธีแก้ปัญหาคือ การใช้นวัตกรรมประเภทสื่อสิ่งประดิษฐ์  หรือวิธีการสอนแบบต่างๆ  ที่เหมาะสมต่อ  ปัญหานั้นๆ โดยครูตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมเอง  หรือศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น
                       .ปัญหาการสอนในปีที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  อาจแก้โดยใช้ศูนย์การเรียน   แบบเรียนโปรแกรม การเรียนแบบร่วมมือ นิทาน เพลง เกม การทดลอง แบบฝึกทักษะ   ฯลฯ
                       .ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการสอนในชั่วโมงที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำแก้โดยใช้วิธีการสอน   ซ่อมเสริม   เช่น   การสอนซ่อมเสริมโดยครู  เพื่อนสอนเพื่อน  พี่สอนน้อง  ศึกษาด้วยตนเองจากหนังสืออ่านเพิ่มเติม  แบบเรียนโปรแกรม วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
                 ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/ แบบฝึก/นวัตกรรม
                       ในการอบรมการวิจัยทั่วๆไป มักจะใช้คำว่า สร้างนวัตกรรม ซึ่งบางท่านอาจจะคิดว่าเป็นสื่อที่ยิ่งใหญ่  ยากแก่การจัดทำ ผู้เขียนจึงใช้คำว่า จัดทำสื่อ อุปกรณ์ แบบฝึก หรือนวัตกรรมซึ่งทำให้ท่านเข้าใจดีขึ้นและรู้สึกว่าเป็น  สิ่งที่ง่ายเพราะคุณครูได้จัดทำขึ้นมาแล้วในการสอนแต่ละวิชา
                       ในการวิจัยในชั้นเรียน สื่อที่ท่านจัดทำขึ้นไม่จำเป็นต้องไปหาคุณภาพของสื่อ เช่น หา ประสิทธิภาพของศูนย์การเรียนตามเกณฑ์ ๘๐ /๘๐ หาคุณภาพของแบบสอบถาม ประเมิน การใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ประเมินคุณภาพของแผนการสอน   หาค่า IOA,ค่า IOC, ค่า CV,หาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ  เป็นต้น    แต่ท่านสามารถนำแบบฝึกหรือข้อสอบที่จัดทำ ขึ้นไปใช้ ได้เลย มิฉะนั้นท่านจะกังวลใจและรู้สึกว่าการวิจัยเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ไม่อยากทำ
                 ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน /ลงมือแก้ปัญหา
                       การทดลองวิจัย จะทำตามวิธีดำเนินการซึ่งจะใช้เวลาในการวิจัย ๒ ชั่วโมง หรือ ๑ สัปดาห์ หรือ   เดือนก็ได้ แต่ไม่ควรนานเกิน ๒ เดือน เพราะการวิจัยในชั้นเรียนมักจะเป็น เรื่องสั้นๆ ปัญหาเล็กๆ เช่น การแก้ปัญหา  ทักษะกระบวนการสังเกตโดยใช้แบบฝึกการสังเกต ซึ่งอาจมี ๒ - ๓ แบบฝึกหัด สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ภายใน  ๑ ชั่วโมง หรือ ๒- ๓ ชั่วโมง ก็ได้
                 ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                       เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมีหลายอย่าง เช่น แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบ ประเมิน แบบซักถาม  แบบวัดเจตคติ แบบทดสอบ แบบตรวจผลงาน   "ครูผู้สอนไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนหน้า หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรา กำลังพูดกันคือรูปแบบการเขียนที่ไม่เป็นทางการ จึงคววรเขียนแบบสั้นๆ หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้"
                       การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าที (t-test) แบบ dependent group ในกรณีที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเดียว การจัดอันดับคุณภาพเป็นต้น
                       การสรุปผล ให้สรุปตามหัวข้อของวัตถุประสงค์ในการวิจัย อาจมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ได้
                 ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                       การเขียนรายงานให้สมบูรณ์ทั้ง ๕ บท อาจจะต้องใช้เวลานาน ครูผู้สอนไม่ต้องกังวล เรื่องจำนวนหน้า หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรากำลังพูดกันคือรูปแบบการเขียน ที่ไม่เป็นทางการจึงควรเขียนแบบสั้นๆ หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้ ขอให้เขียนอ่านแล้วรู้เรื่อง เข้าใจว่าครูกำลังทำอะไร ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถทำการวิจัยปีหนึ่งได้หลายเรื่อง ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและตัวครู เมื่อทำการวิจัยหลายเรื่องจนเกิดความชำนาญแล้วก็

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูน้อยบ้านนา

บันทึกล่าสุด


ความเห็น (100)

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
ไสว
เขียนเมื่อ 09 Oct 2008 @ 14:28

เข้ามาแวะชมงานวิจัยด้วยคน แต่เป็นวิธีการทำ ป้าอยากได้ตัวอย่างงานวิจัยจริงจริง ไม่อยากได้ความรู้แล้ว อบรมมาเป็น 10 ครั้งก็ยังทำไม่ได้เสียที เฮ้อเหนื่อย

ทองคำเปลว
เขียนเมื่อ 09 Oct 2008 @ 20:40

แวะมาเยี่ยมชมค่ะ

ผมสนใจผลการเรียนรู้ จากกการสอนแบบเปรียบเทียบการสอนปกติกับการใช้การแสดงลิเกครับ

chairat tee wardkean
เขียนเมื่อ 11 Oct 2008 @ 13:43

ดีมากเลยครับสำหรับไว้เป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง

ขอบคุณครับ

ตามสัญญา มาเม้นให้แล้วนะ

กว่าจะมีเวลาเปิดดูก็หลายวันแล้ว เพราะชีวิตมีแค่เดินทางและเดินทางครับ ขอบคุณในเรื่อง ที่เป็นสาระนำไปใช้ได้จริงๆ ส่วนผมสันทัดการวิจัยเชิงคุณภาพ PAR เพราะถึงลูกถึงคนและได้รับก่ารตอบรับจากชุมชนดีมากๆ สนุกทุกลมหายใจแต่ต้องมีเวลาและทุ่มเทใจให้กับชาวบ้าน

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ 14 Oct 2008 @ 07:29

ความเห็นที่ 66

ผลคะแนนที่ได้จากการทำใบกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 87.79 (คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียน)

ผลคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบในแต่ละเรื่อง มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 82.60 (เฉลี่ยหลังเรียน)

คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนจะต้องสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ไม่เกิน3 - 5 ตามกฏการเรียนรู้คงทน (ล้วนและอังคนาสายยศ. 2532 หน้า 87) หมายถึงเครื่องมือนั้นผ่านการหาค่า IOC

น่าจะมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (รวมทั้งหมดอีกนะคะ) จะได้หาค่า E1/E2

ขอชื่นชมยินดีนะคะ  ที่แสดงถึงความมานะพยายามอย่างยิ่งในการส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนขอเอาใจช่วยและยินดีให้คำปรึกษาด้วยความเป็นกัลยาณมิตรอย่างยิ่งค่ะ

IP: xxx.144.160.244
เขียนเมื่อ 17 Oct 2008 @ 14:17

ในวงการศึกษา งานวิจัยเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ "การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว" ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อเชี่ยวชาญแล้วก็ทำให้มันใหญ่ขึ้น แบบนกน้อยทำรังแต่พอตัว

สมภพ
IP: xxx.144.160.244
เขียนเมื่อ 17 Oct 2008 @ 14:19

ในวงการศึกษา งานวิจัยเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ "การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว" ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เมื่อเชี่ยวชาญแล้วก็ทำให้มันใหญ่ขึ้น แบบนกน้อยทำรังแต่พอตัว

เรื่องวิจัยนี้ แต่ก่อนได้ยินแต่ปริญญาโท เขาวิจัย ตอนนี้พี่เรียนปริญญาตรี ก็ทำการวิจัยแล้วเช่นกัน แต่บอกตรงๆ  อาจารย์สอนอย่างไรก้ไม่เข้าใจ มาอ่านของน้องเสริมเข้าไปอีก ก็คิดว่าเป็นแนวทางได้ ดีมากเลย ดีมากทั้งที่ไม่เข้าใจ แต่ให้ดีมากเพราะน้องเข้าใจมากกว่าพี่  เก็บไว้ในแพลนเน็ทเหมือนกัน เผื่อว่ามีวิจัยอีกจะได้เป็นแนวทาง ขอบคุณ

CK
เขียนเมื่อ 23 Oct 2008 @ 09:10

มาแวะมาเยี่ยนมาเยียน

มาเรียนวิจัยหน้าเดียว

ทำอะไรทำเถิดให้เชี่ยว

แค่หน้าเดียวก็ขอให้เชี่ยวเอย

...................................

อึมป็นข้อมูลที่ดีนะคับ เยี่ยมมากเลยที่ให้ความรู้ใหม่ๆ

ธ.วั ช ชั ย
เขียนเมื่อ 29 Oct 2008 @ 22:18

สวัสดีครับ

แวะมาอ่าน เยี่ยมมากครับ

ชอบงานวิจัย สอนราชาศัพท์ด้วยลิเก อิๆๆ

        myspace layouts





มาเป็นกำลังใจค่ะ เยี่ยมๆๆ ยุทธ์

IP: xxx.121.196.238
เขียนเมื่อ 09 Feb 2009 @ 18:20

เปนครูหลอค่ะ

จบจากไหน

ดีๆๆๆ

numcho
IP: xxx.172.218.121
เขียนเมื่อ 22 Feb 2009 @ 18:10

ขอบคุณคะ

เป็นประโยชน์มากๆ เลยคะ

คุณครูยอด
เขียนเมื่อ 01 Mar 2009 @ 23:51

มาให้กำลังใจครับ

ครูลำพูน
IP: xxx.53.20.109
เขียนเมื่อ 04 Mar 2009 @ 11:11

ขอบคุณมากนะคะงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์มากเลยคะ

น้ำตาล
IP: xxx.26.55.232
เขียนเมื่อ 04 Mar 2009 @ 14:32

เป็นประโยชน์อย่างมากเลยค่ะที่มีวิจัยดี ๆให้ศึกษากำลังหาข้อมูลอยู่เลยค่ะ

แทนขวัญ
IP: xxx.26.8.244
เขียนเมื่อ 26 Mar 2009 @ 12:59

มีประโยชน์มากๆเลยอ่ะ

สุทธิดา
IP: xxx.149.25.197
เขียนเมื่อ 16 May 2009 @ 08:43

ได้ความรู้ดีมาก กำลังต้องการพอดี ขอบคุณมากค่ะ

อารีย์ อาตมประสังสา
IP: xxx.174.95.112
เขียนเมื่อ 06 Jun 2009 @ 22:20

กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยหน้าเดียวอยู่พอดี อ่านข้อมูลของคุณwatayoot ที่เผยแพร่แล้วเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจะนำความรู้นี้ไปฝากเพื่อนครูที่โรงเรียนได้ศึกษากันค่ะ ครูสามจังหวัดภาคใต้ค่ะ

Worawoot Chuecum
IP: xxx.26.132.127
เขียนเมื่อ 18 Jun 2009 @ 12:51

Thank you so much.

จิรัฐกานต์
IP: xxx.26.204.241
เขียนเมื่อ 19 Jun 2009 @ 22:08

ดีจังค่ะ อ่านเข้าใจง่าย ขออนุญาตเลียนแบบนะคะ ดปรดอนุดลมเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะงานคุณมีประโยชน์มากเลย และพออ่านว่าวิจัยหน้าเดียว เอาค่ะ จะสู้ๆๆ เพราะสอนมา เจอเด้กเป้นปัญหาเยอะ ก็จะพัฒนาเด็กต่อไปค่ะ กำลังพัฒนาเรื่องภาษาอังกฤษพื้นฐานเพื่อยกผลสัมฤทธิ์อยู่ค่ะ อ่านผลงานคุณแล้วมีแนวคิด แบบพอมีกำลังใจว่าน่าจะทำได้ เข้าใจง่าย ไม่เหมือนงาน 5 บท ของ ดร.บางคน อ่านเข้าใจยาก จนกลัว คำว่างานวิจัยเลยค่ะ

ขอคุณอีกครั้งนะคะ ผลงานคุณเยี่ยมมากค่ะ ดิฉันจะเลียนแบบล่ะคะ เพื่อพัฒนาเด็กนักเรียนของดิฉัน

จาก ครูจิณัฐกานต์ เตียตระกูล

อริยพร
IP: xxx.19.69.59
เขียนเมื่อ 02 Jul 2009 @ 00:48

ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับข้อมูล

เป็นประโยชน์มากเลยเพื่อน

เพื่อนเราก้อเก่งเหมือนกันนะเนี่ย

mild
IP: xxx.172.33.198
เขียนเมื่อ 08 Jul 2009 @ 15:03

งง นี่คืออะไร

ครูผู้สอน
IP: xxx.121.65.96
เขียนเมื่อ 09 Jul 2009 @ 10:05

เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจทุกท่านมากค่ะ

Rattanaporn Chaichon
เขียนเมื่อ 13 Jul 2009 @ 19:34

GOOD.

เรือจ้าง
IP: xxx.26.72.186
เขียนเมื่อ 15 Jul 2009 @ 18:55

ขอบคุณมากค่ะเข้าใจกว่าเข้าอบรมตั้งเยอะ ขอบคุณมากๆ

เด็กเมืองลิง
IP: xxx.172.133.249
เขียนเมื่อ 21 Aug 2009 @ 20:35

Thank you

ice
IP: xxx.25.204.97
เขียนเมื่อ 30 Aug 2009 @ 08:50

สู้ๆๆเยี่ยมมากค่ะสำหรับข้อมูล

lotus
IP: xxx.174.31.129
เขียนเมื่อ 10 Oct 2009 @ 15:29

ขอบคุณมากที่ส่งสิ่งที่ดีมีประโยชน์ออกเผยแพร่

meaw mommam
เขียนเมื่อ 10 Oct 2009 @ 20:27

อยากให้ครูหลาย ๆ ท่านได้อ่าน

และนำไปประยุกต์ใช้น่าจะดี..

การศึกษาไทยจะได้ไปไกลกว่านี้...

ขอบคุณที่ยังมีบทความที่เป็นประโยชน์แก่ชาวโลก...

IP: xxx.128.217.107
เขียนเมื่อ 09 Nov 2009 @ 21:09

ขอบคุณที่มีงานดีๆอย่างนี้มาเสนอให้ผลงานวิจัยด้านการงานอาชีพนำมาเสนอให้มากด้วยจะขอบคุณเป็นอย่างย่งจากครูกการงาน

คนผ่านมา
IP: xxx.173.195.31
เขียนเมื่อ 19 Dec 2009 @ 08:36

อยากให้ผู้เขียนหรือเพื่อนๆๆที่แวะมาอ่านยกตัวอย่างการวิจัยให้ด้วยนะค่ะเพื่อแลกเปลี่ยนกัน

ครูเทียว
IP: xxx.175.172.68
เขียนเมื่อ 21 Dec 2009 @ 11:17

So cool.

มธุรดา
IP: xxx.173.187.5
เขียนเมื่อ 20 Jan 2010 @ 19:11

ดีมากเลยค่ะ

หัวหยอง
IP: xxx.53.164.255
เขียนเมื่อ 22 Jan 2010 @ 15:34

ขอบคุนมากมายสำหรับข้อมูล

นาย
IP: xxx.84.92.223
เขียนเมื่อ 09 Feb 2010 @ 14:46

ขอบคุณนะเป็นประอย่างมากเลยครับขอบคุณอีกครั้ง

เสกสรร ทัพผดุง
IP: xxx.29.52.246
เขียนเมื่อ 22 Feb 2010 @ 08:47

ขอบคุณครับ

IP: xxx.114.105.242
เขียนเมื่อ 24 May 2010 @ 15:20

ขอบคุณค่ะ

IP: xxx.53.170.66
เขียนเมื่อ 08 Jun 2010 @ 18:05

ขอบคุณมากๆเลย

IP: xxx.67.79.199
เขียนเมื่อ 16 Jun 2010 @ 20:59

thank you

บุญโชค
IP: xxx.26.169.37
เขียนเมื่อ 26 Sep 2010 @ 07:33

ขอบคุณมากครับ

กัญญา ป้อมสุข
IP: xxx.27.179.245
เขียนเมื่อ 01 Oct 2010 @ 23:43

อ่านแล้วเข้าใจขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ

คนรักอาชีพครู
IP: xxx.49.193.37
เขียนเมื่อ 06 Oct 2010 @ 14:25

ขอบคุณมากค่ะ มีประโยชน์มากๆ

โอ
IP: xxx.52.185.44
เขียนเมื่อ 01 Nov 2010 @ 13:03

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ

นศ.
IP: xxx.55.193.47
เขียนเมื่อ 13 Nov 2010 @ 21:57

ขอบคุณนะค่ะ...

่่่JOY
IP: xxx.49.152.161
เขียนเมื่อ 14 Nov 2010 @ 09:59

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อความที่มีประโยชน์

IP: xxx.31.72.156
เขียนเมื่อ 20 Nov 2010 @ 17:05

ขอบคุณค่ะ

Kru_Nook_Muang
IP: xxx.93.228.116
เขียนเมื่อ 23 Nov 2010 @ 14:19

สวัสดีคะ

เนื้อหาดีมากคะ แต่ควรจะมีอ้างอิงของเนื้อหาด้วยนะคะ

เพื่อจะได้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

ขอบคุณ

IP: xxx.173.211.7
เขียนเมื่อ 25 Nov 2010 @ 11:10

ชัดเจนดีครับ

ติดตามละกัน

ปลา
IP: xxx.15.225.124
เขียนเมื่อ 25 Nov 2010 @ 22:12

ดีมากค่ะ

อ้นนะจ๊ะ
เขียนเมื่อ 26 Nov 2010 @ 14:23

หากมีข้อมูลหรือตัวอย่างเกี่ยวกับการวิจัย

รบกวนช่วยส่ง mail มาให้ดูบ้างนะคะ

ขอบคุณอย่างยิ่ง

manut tamdee
IP: xxx.24.242.167
เขียนเมื่อ 28 Nov 2010 @ 21:07

เขียนได้ดีมาก อยากให้คนอื่นได้อ่านต่อ

พี่คนสวย
IP: xxx.31.126.66
เขียนเมื่อ 12 Dec 2010 @ 15:32

ก็ดีนะโถน แกนี่ทำอะไรเป็นวิชาการกะเขาก็เป็นนะ

นึกว่า จะมัวแต่นอนตื่นสายอยู่

เดี๋ยวเข้ามาอ่านใหม่นะ

แสงเทียน
IP: xxx.93.203.37
เขียนเมื่อ 27 Dec 2010 @ 14:31

ได้ความรู้ดีมากๆ คะ ขอให้เว็บนี้อยู่ไปนานๆ นะคะแล้วจะเข้ามาเยี่ยมชมบ่อยๆ

ขอบคุณที่นำสาระดีดีมาให้

วิวรรยา
IP: xxx.122.236.147
เขียนเมื่อ 06 Jan 2011 @ 15:11

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

IP: xxx.46.175.194
เขียนเมื่อ 13 Jan 2011 @ 16:29

ขอบคุณค่ะ เป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่ง

มะนาว
IP: xxx.27.207.120
เขียนเมื่อ 16 Jan 2011 @ 23:29

เยี่ยมยอดมากเลยนะค่ะ ชอบมากค่ะ

naudee
IP: xxx.93.129.30
เขียนเมื่อ 07 Feb 2011 @ 12:09

ขอบคุณมากนะคะ

ืnaudee
IP: xxx.93.129.30
เขียนเมื่อ 07 Feb 2011 @ 12:16

มีตัวอย่างงานวิจัยไหมค่ะช่วยมาทางเมลได้ไหมค่ะ

IP: xxx.172.77.166
เขียนเมื่อ 14 Feb 2011 @ 20:08

ขอบคุณมาก

bonita
IP: xxx.175.129.97
เขียนเมื่อ 23 Feb 2011 @ 09:26

ขอบคุณสำหรับแนวทางทำวิจัยค่ะ

litta
IP: xxx.26.75.96
เขียนเมื่อ 24 Feb 2011 @ 16:59

อ่านแล้วเข้าใจขึ้นมาก  ขอบคุณค่ะ

kanawin
IP: xxx.52.212.117
เขียนเมื่อ 27 Feb 2011 @ 17:54

ขอบคุณที่ทำตัวอย่างดีๆ มาให้ดูน่ะคับ

IP: xxx.173.184.153
เขียนเมื่อ 11 Mar 2011 @ 17:19

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี เข้าใจการวิจัยมากขึน

THIDARAT
IP: xxx.19.65.100
เขียนเมื่อ 11 Mar 2011 @ 19:26

เนื้อหาดีมากเลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ขอบคุณมาก

ครูตา
IP: xxx.180.9.107
เขียนเมื่อ 17 Mar 2011 @ 14:17

เป็นประโยชน์แก่การศึกษางานวิจัยขอบคุณสำหรับแนวทางทำวิจัยค่ะ

จรรยา ประสาททอง
IP: xxx.27.27.127
เขียนเมื่อ 27 Apr 2011 @ 07:26

เป็นประโยชน์สำหรับครูที่สอนหลายวิชาและต้องการทำวิจัยเฉพาะนักเรียนที่เป็นปัญหา

ดีมากเลยค่ะ ขอขอบด้วยใจจริงนะคะ

thanks

IP: xxx.172.198.74
เขียนเมื่อ 16 May 2011 @ 13:01

ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลดีดี

บุษกานต์
IP: xxx.172.231.66
เขียนเมื่อ 02 Jun 2011 @ 06:43

ขอบคุณค่ะ ได้งานวิจัยที่เข้าใจง่ายดีค่ะ

IP: xxx.173.38.8
เขียนเมื่อ 02 Jun 2011 @ 18:16

ขอบคุงมากคับ

ครูเบญ ญ.ว.๒
IP: xxx.53.7.105
เขียนเมื่อ 04 Jun 2011 @ 03:27

อ่านแล้วได้กำลังใจมากๆ สำหรับการขับเคลื่อนชวนเพื่อนครูมาทำวิจัยในโรงเรียนเพื่อพัฒนาบรรดาลูกศิษย์ของเรา ขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกคนได้ร่วมกันฝึกฝนพัฒนาตนเองกันนะคะ

จากครูเบญ เครือข่ายเาวชนต้นกล้าเพื่อการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา จ.สงขลา

natnapat
IP: xxx.172.108.64
เขียนเมื่อ 09 Jun 2011 @ 15:38

ขอบคุณมากค่ะ

kruvip
IP: xxx.206.81.193
เขียนเมื่อ 09 Jun 2011 @ 22:05

ขอบคุณครับ

ครูแก่ๆ
IP: xxx.174.81.154
เขียนเมื่อ 11 Jun 2011 @ 22:31

ขอบคุณค่ะ อยากให้คนไทยมีน้ำใจเช่นครูบ้านนา

IP: xxx.93.197.49
เขียนเมื่อ 26 Jun 2011 @ 14:00

ดีมากค่ะ

หวานหวาน
IP: xxx.53.122.69
เขียนเมื่อ 28 Jun 2011 @ 19:31

ขอบคุณนะคะ มีประโยชน์มากสำหรับครูที่กำลังจะก้าวไปเป็นมืออาชีพค่ะ

ครูพิม
IP: xxx.49.234.181
เขียนเมื่อ 28 Jun 2011 @ 20:43

ขอคุณทุกความรู้ที่มีให้

สุพจน์
IP: xxx.172.163.35
เขียนเมื่อ 20 Jul 2011 @ 14:49

ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ที่มอบให้ มีประโยชน์สำหรับคนที่ไม่รู้อย่างผม เป็นอย่างมาก ขอให้อาจารย์สร้างสรรค์สิ่งดีๆ  สำหรับครูเราต่อไปนะครับ ขอเป็นกำลังใจครับผม

สุวรรณ
IP: xxx.93.148.12
เขียนเมื่อ 23 Jul 2011 @ 10:03

อยากให้คุณครูทำวิจัยกันมากขึ้น การสอนแบบเก่าควรเลิกได้แล้ว

ศิริวรรณ
IP: xxx.206.131.60
เขียนเมื่อ 24 Jul 2011 @ 21:22

ขอบคุณมาก ที่เผยแพร่ ความรู้ เพื่อการศึกษา

นงลักษณ์ อานมณี
IP: xxx.174.186.200
เขียนเมื่อ 31 Jul 2011 @ 18:27

ขอบคุณมากที่ให้ความกระจ่างในเรื่องการวิจัย และการวิจัยในชั้นเรียน ดิฉันคิดว่าครูส่วนมากก็คิดแก้ปัญหาเด็ก คิดแล้วก็ปฏิบัติเลย

จนเด็กค่อยๆดีขึ้นโดยไม่ได้กำหนดเวลา ครูจึงทำการวิจัยอยู่ตลอดเวลา

นงลักษณ์ อานมณี
IP: xxx.174.186.200
เขียนเมื่อ 31 Jul 2011 @ 18:35

ขอบคุณมากที่ให้ความกระจ่างในเรื่องการวิจัย และการวิจัยในชั้นเรียน ดิฉันคิดว่าครูส่วนมากก็คิดแก้ปัญหาเด็ก คิดแล้วก็ปฏิบัติเลย จนเด็กค่อยๆดีขึ้นโดยไม่ได้กำหนดเวลา ครูจึงทำการวิจัยอยู่ตลอดเวลา

จึรภัทร์
IP: xxx.206.198.214
เขียนเมื่อ 03 Sep 2011 @ 10:29

ขอบคุณนะคะที่ให้คุณครูกระจ่างเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนแบบไม่เป็นทางการ ดิฉันจะได้นำความรู้นี้ไปใช้กับนักเรียนที่สอนค่ะ อ่านแล้วเข้าใจมาก ขอบคุณอีกครั้ง

tem
IP: xxx.232.230.217
เขียนเมื่อ 14 Oct 2011 @ 00:11

ขอบคุณครับ

ครูทุ่งฝน
IP: xxx.26.173.32
เขียนเมื่อ 30 Mar 2012 @ 05:17

ดีมากครับ ขอบคุณจริงๆ

ดอกไม้
IP: xxx.93.205.145
เขียนเมื่อ 29 May 2012 @ 16:06

ขอบคุณที่ให้ข้อมูลค่ะ

พิมพัส
IP: xxx.51.10.72
เขียนเมื่อ 16 Aug 2012 @ 11:51

ขอบคุณที่เผยแพร่ความรู้เรื่องการวิจัยให้ทราบนะคะ เป็นครูคนหนึ่งที่อยากจะพัฒนาเด็กค่ะ

nicharat
IP: xxx.108.202.192
เขียนเมื่อ 30 Sep 2012 @ 09:41

ขอบคุณมากค่ะ เปิดหลายwebอ่านไม่ได้สักweb ถ้าลงเป็นตัวอย่างสักวิจัยน่าจะเป็นพระคุณนะคะ ขอบคุณมากๆๆๆ

kanlaya
IP: xxx.19.66.135
เขียนเมื่อ 04 Oct 2012 @ 12:43

ขอบคุณที่เผยแพร่ความรู้เรื่องการวิจัย เติมเต็มความรู้ที่มีได้ดีมากค่ะ

อุบลรัตน์
IP: xxx.53.129.121
เขียนเมื่อ 04 Oct 2012 @ 15:50

เนื้อหาดีมากค่ะ...

ทิพย์วรรณ เชียงใหม่
IP: xxx.49.3.189
เขียนเมื่อ 22 Dec 2012 @ 17:21

ขอบคุณที่เปิดโลกก้วางให้กับทุกคน  โชคดีตลอดไปนะคะ

ว่าที่ ร.ต.วัชรินทร์ ยศตะโคตร รองผู้อำนวยการโรงเรียน
IP: xxx.77.239.208
เขียนเมื่อ 05 Mar 2013 @ 11:27

กำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำวิจัยหน้าเดียว..ให้กับคณะครูที่โรงเรียน..ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลการทำวิจัยแบบหน้าเดียวของเว็ปครูน้อยบ้านนา..มีประโยชน์มากครับ..

เบญจพร
IP: xxx.164.189.217
เขียนเมื่อ 29 Apr 2013 @ 14:28

มีประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

tuknarak
เขียนเมื่อ 16 May 2013 @ 15:13

แวะมาให้กำลังใจ จะรอติดตามอ่านบันทึกนะคะอาจารย์

  รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น