Panuch

Panuch
นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ(เมื่อ 14 มิถุนายน 2554) และ นักแนะแนวการศึกษาและอาชีพ ชำนาญการ (1 ต.ค.2558)มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
Usernameanong-panatung
สมาชิกเลขที่18205
เป็นสมาชิกเมื่อ
เข้าระบบเมื่อ
ติดตาม{{ kv.owner.followee_count }}
ผู้ติดตาม{{ kv.owner.follower_count }}
สมุด{{ kv.user_statistic.blogs }}
บันทึก{{ kv.user_statistic.posts }}
อนุทิน{{ kv.user_statistic.journal_entries }}
ไฟล์{{ kv.user_statistic.files }}
ความเห็น{{ kv.user_statistic.comments }}
ดอกไม้{{ kv.user_statistic.given_votes }}
คำถาม คำตอบ
แพลนเน็ต
ประวัติย่อ

ประวัติการศึกษา:

  • ปริญญาตรี (จิตวิทยา)มหาวิทยาลัยรามคำแหง

กรุงเทพฯ

  • กศม.จิตวิทยาการแนะแนว มหาวิทยาลัยนเรศวร

จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2541

ด้านการทำงาน

เริ่มต้นการทำงานครั้งแรกมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2534 ณ มูลนิธิศูนย์ออทไลน์ สาขา จังหวัดเชียงใหม่

ขณะนี้ ทำงาน ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ซึ่งเป็นบ้านเกิดของดิฉันเอง มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานด้านจิตวิทยา (ให้คำปรึกษาแก่นิสิต)ทางโทรศัพท์(ฟรี) ฮอทไลน์สายด่วน MSU ปัญหาชีวิต การศึกษา และอาชีพเพื่อลดภาวะความตรึงเครียดลงบ้าง อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือทรัพยากรบุคคล ในการช่วยเขาเพื่อให้เขาช่วยตัวของเขาเอง ให้เขาดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างสร้างสรรค์ต่อไป

เกียรติประวัติและรางวัลได้รับรางวัล ฅ KM มมส .ประจำเดือน มีนาคม 2550

ครูแนะแนวดีเด่น ในวันที่ 6 มีนาคม 2551 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

จาก สำนักงานจัดหางานจังหวัดมหาสารคาม

ปัจจุบัน ปฎิบัติหน้าที่

1. รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานบริการและสวัสดิภาพนิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

2.คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาจิตวิทยา) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม

3. นักจิตวิทยา(ป.วิอาญา)สำนักงานอัยการจังหวัดแผนกเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม

4.วิทยากรด้านเด็กและเยาวชน, Counselling skills

ข้อคิดเตือนใจ..

สติ

-สติเปิดตำรากายใจ จนได้คำตอบ กายใจจะบอกความจริงแก่ผู้มีสติเอง ไม่ต้องคิดหาเหตุผลอะไร สติจะนำพาเกิดญาณปัญญา รู้แจ้ง
-สติคือความรู้สึกตัวนี้จะนำพาให้ฉลาดเกิดปัญญาได้ทุกคน
-สติเป็นศัตรูของความหลง เมื่อมีสติดีความหลงก็ไม่มี ถ้ามีสติอย่างต่อเนื่องความหลงก็เหือดแห้งหรือหมดไป
-สติสัมปชัญญะลิขิตชีวิตของเราไปสู่ความชอบธรรม
-สติสัมปชัญญะเป็นธรรมขูดเกลาให้กายวาจาใจบริสุทธิ์ เป็นการทำความดีละชั่วได้ทั้งสามทาง
-สติเป็นเจ้าของกายและจิตใจ
-สติเมื่อพัฒนาให้มีมากขึ้นจะเป็นเครื่องมือถลุง เกิดญาณปัญญารู้แจ้ง
-สติเป็นปัจจัยให้ความดี สติทำให้เกิดความสงบ เกิดความหลุดพ้น สติเป็นเหตุไม่ให้เกิดความหลงลืมตัว สติมีมากความทุกข์หมด ผู้ที่พ้นทุกข์ได้เกิดจากการเจริญสติ
-สติเป็นคุณธรรมให้รู้ตื่นและเบิกบาน
-สติจะเป็นกุญแจเปิดเผยตน เห็นผิดเห็นถูก
-สติจะเป็นธรรมเป็นวินัยอย่างยิ่ง สติเป็นความอดทนก็ได้ เป็นความละอาย เป็นเมตตากรุณา เป็นคุณธรรมได้ทุกๆอย่าง การใช้ชีวิตขอให้มีสติเป็นหลักคุณธรรมอันอื่นก็เกิดขึ้นตามลำดับ
-สติเป็นธรรมที่ไม่ให้เกิดทุกข์ ขาดสติมักจะเกิดปัญหา
-สติเป็นดวงตาภายใน รู้เห็นทั้งกายและจิตใจตามความเป็นจริง สติจะทำหน้าที่เห็นสภาวะการเห็นของสติเป็นการเห็นชอบ เห็นแล้วได้หลุดพ้นทุกสิ่งทุกอย่าง และก็เห็นได้ทุกอย่างของเหตุให้เกิดทุกข์ และพ้นจากทุกข์ได้ทุกๆอย่าง
-สติเป็นปัจจัยเปิดเผยชีวิตของเราให้เข้าสู่อิสระภาพ
-สติเป็นเครื่องขัดใจ มีสติมากเท่าใดใจก็ยิ่งบริสุทธิ์


-สติเป็นกัลยาณมิตรกับตัวเรา

ทั้งหมดนี่เป็นส่วนหนึ่งของความหมาย คำว่า สติ อยู่ที่ตัวคุณเองว่ามีสติมากน้อยเพียงใด ถ้าเรามีสติมาก ความหลงก็จะไม่มี จะเกิดแต่สุข ตลอดไป

ที่มา: http://otvety.google.ru/otvety/thread?