อยากได้ แต่ไม่อยากให้.. สมการนี้ ยังไงก็ไม่สมดุล มันเป็นไปไม่ได้..

วันก่อนคุยกับ อ.ศิริศักดิ์ เรื่องธรรมะทั่วๆ ไป ดิฉันก็พูดขึ้นมาลอยๆ (เพราะมันแวบเข้ามาในหัว) ว่า..

เดี๋ยวนี้เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่เล็กๆ เลยว่า เรียนหนังสือให้เก่งๆ จะได้เรียนจบ มีการมีงานทำ ร่ำรวย ฯลฯ  แต่ไม่ค่อยได้เคยสอนว่า เด็กๆ..เรียนหนังสือให้เก่งๆ นะ เรียนหนังสือจบมาจะได้มาทำงานพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือคนอื่น และดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ฯลฯ

ดิฉันว่าเดี๋ยวนี้สิ่งที่เราเห็นในสื่อต่างๆ หรือเห็นในทีวี ในเกมส์โชว์ ในละคร คือถ้าอยากประสบความสำเร็จ (รวย) ต้องเก่ง ฉลาด หรือหน้าตาดี!!! ตัวตนจริงๆ เป็นอย่างไรไม่รู้แต่ต้อง "ดู" ดีไว้ก่อน   หัดเป็นนักสร้างภาพ(ลวงตา)กันเสียอีก  ทั้งในทีวีและนอกจอด้วยสิ...

รู้สึกว่าสังคมไทย หรือสังคมโลก กำลังมีทิศทางพัฒนาคนรุ่นใหม่มาในทางนี้กันไปหมด.. (คิดมากไปไหมเนี่ย... )

อาจารย์บอกว่าคนเรามักสอนเด็กแบบง่ายๆ เช่น เก่ง ฉลาด รวย..  แต่จริงๆ แล้วลองมาคิดดูว่า..

 

ถ้าเรามีเพื่อนให้เลือกคบ ๒ คน

คนหนึ่ง...... เก่ง ฉลาด รวย

อีกคนหนึ่ง........ ขยัน อดทน และเอื้อเฟื้อ

เราจะเลือกคบเพื่อนคนไหน

.........



สำหรับเด็กๆ หลายๆคน ก็คงอยาก"เป็น"เพื่อนคนแรก แต่อยากจะคบเพื่อนคนหลัง.!!!!.

แล้วจะมีเพื่อนคนหลังให้คบไหมเนี่ย???

 

สำหรับตัวเองก็เลยต้องมาันั่งคิดหาทางว่าทำอย่างไรถึงให้เด็กที่สอนอยู่รู้จักให้บ้าง...เพราะบางทีลองพูดๆ เรื่อง"การให้" ให้เด็กๆ ฟัง    ก็พบว่าเด็กๆ ไม่ตอบสนองเท่าใดนัก..

ยังมองไม่เห็น"การให้"    เพราะค่อนข้างได้รับจากพ่อแม่ ผู้ปกครองมามาก..   เป็นแต่ฝ่ายรับ ยังไม่เคยได้เป็นฝ่ายให้...ไม่มีประสบการณ์ เลยยังไม่ค่อยเข้าใจ..  

 

อยากได้ แต่ไม่อยากให้.. สมการนี้ ยังไงก็ไม่สมดุล     มันเป็นไปไม่ได้.. 

 

แล้วก็ถามตัวเองว่า ตัวเองรู้จัก"ให้"และทำตัวเป็นตัวอย่างหรือยัง....

อืมมม... "_"  พยายามทำอยู่ค่ะ