สวัสดีครับทุกท่าน
สวัสดีปีใหม่นะครับทุกท่าน สบายกันดีนะครับ หวังว่าทุกท่านจะทราบผลการเลือกตั้งกันแล้ว ทุกอย่างจะพอใจ ไม่พอใจ หรือเฉยๆ ก็ต้องคิดกันต่อไปครับ ดังนั้น เราถึงเวลาที่จะต้องทบทวนกันนะครับ
วันนี้สืบเนื่องจากบทความของคุณเบิร์ด จากบันทึกนี้ อยากให้ G2K เป็นอย่างไร ? น่าสนใจมากครับ ที่ชวนคนใน โกทูโนว์คิดกันนะครับ ผมเลยเอาภาพสไลด์สองภาพมาฝากทุกท่าน ร่วมคิดขยายต่อกันนะครับ เรามามองจากภาพรวมหรือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นในโกทูโนว์ว่าอยากเห็นอย่างไร โดยผสมกับแนวคิดที่พี่ Conductor ได้นำเสนอไว้แล้วหลายๆ บทความดังนี้ครับ
-
รวมตะกอน: http://gotoknow.org/blog/random/126966
-
reblog: http://gotoknow.org/blog/random/127185
editor: http://gotoknow.org/blog/random/127246
ผมจะขอชวนท่านไปยังระบบโกทูโนว์ที่ผมอยากเห็นก่อนนะครับ เริ่มจากที่เราเขียนๆ บทความกันแต่ละวัน แต่ละครั้งนั้นซึ่ง GotoKnow มีบทความมากมายในแต่ละวันและมีคนเข้ามาอ่านเยอะพอสมควร ตอนนี้บทความทั้งหมดอยู่ในระดับแสน วันหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับล้านบทความ ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ จะเป็นข้อมูลอะไร มีสาระ มีสาระระดับใด เป็นบทความแบบไหน เกิดประโยชน์กันอย่างไรต่อไป
จากภาพด้านบนเริ่มจากที่เรามีแนวคิด มีประเด็น ที่อยากจะร่วมนำเสนอในการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) กันระหว่างบล็อกเกอร์ในระบบและนอกระบบนะครับ ปกติข้อมูลที่เรานำเสนอนั้นอาจจะอยู่ในรูปแบบของ ข้อมูล(Data) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบหรือว่าข้อมูลสุก หรือในรูปแบบของ สารสนเทศ (Information) ดังนั้นเมื่อเรานำระบบคิดภายในของเราแล้วถ่ายทอดลงสู่ Blog หรือ Weblog นั้นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดจะถูกแปลงเป็นข้อมูลหรือสารสนเทศทันที แม้ว่าสิ่งที่เราได้จากการ ลปรร. จะเป็น สิ่งที่เกิดในระดับ ความรู้ (Knowledge) หรือว่า ปัญญา (Wisdom) ก็ตาม และข้อมูลเหล่านั้นก็จะผ่านกระบวนการคิดใหม่อีกรอบเมื่อผ่านการอ่าน การ ลปรร. ในรอบใหม่ๆ ต่อไป
เมื่อข้อมูลหรือสารสนเทศ ถูกจัดเก็บในรูปแบบ บทความในบล็อกนั้น ก็จะผ่านการแลกเปลี่ยนในระบบบล็อกหรือภายนอกบล็อกก็ตาม สิ่งที่น่าคิดต่อ คือ เราจะเข้าถึงข้อมูลบทความเหล่านี้ได้อย่างไรในโอกาสต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องอ่านใหม่ Reread กันใหม่อีกรอบ เราจะสามารถยกระดับการสะกัดตะกอนที่ได้จากแต่ละบทความผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Reblog / Editor เพื่อจัดเก็บในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงได้ง่าย แล้วนำไปสู่การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพในโอกาสต่อไป อาจจะมีระบบการค้นหาของ GotoKnow เอง อาจจะไม่พึ่งพาระบบค้นหาของกูเกิล ก็ได้ครับ เมื่อเราเข้ามาอ่านบทความแต่ละบทความ เราอาจจะได้ตะกอนความคิดในการร่วมถกประเด็นบทความแล้วนำไปสู่การเพิ่มตะกอนของบทความนี้ แล้วบล็อกเกอร์ก็สามารถเข้าไปเพิ่มตะกอนได้ในตะกอนโกทูโนว์ได้ โดยจะจัดเก็บให้เหมาะสม ในระดับที่สอง ที่เป็นการจัดเก็บในระดับของ สารสนเทศ Information ที่ไม่ใช่เป็นเพียง Data ทำให้เกิดระบบที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
สิ่งที่จะนำไปสู่การคิด การรวมตะกอนนั้น ทำได้ โดยให้ผู้ร่วม ลปรร. ร่วมเพิ่มหรือเจ้าของบทความ หรือจะมีบรรณาธิการอาสา ร่วมทำก็ได้ อย่างที่คุณ Conductor นำเสนอไ้ว้นะครับ
คราวนี้เรามาดูในระดับส่วนบุคคลนะครับ ว่าควรจะมีระบบคิดอย่างไรบ้างครับ ปกติคนเราจะมีการนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคิดในสมองไ้ด้จากอวัยวะต่างๆ ที่เรารับได้และถ่ายทอดออกมาได้ แล้วรับกลับเข้าไป ผมจะขอยกตัวอย่างการแปลงข้อมูลเหล่านี้นะครับ ตั้งแต่
Data --> Information --> Knowledge --> Wisdom
กระบวนการนี้ จะมีระบบจินตนาการ Imagination ฝังอยู่ในแต่ละระดับในการส่งผ่านผลลัพธ์ ระหว่างการแปลงแต่ละค่านั้นจะมี กระบวนการคิดแบบ
Input --> Processing --> Output ฝังอยู่ด้วยเสมอ
กระบวนการนี้ทำใหผมนึกถึงบทความ จินตนาการ ที่ว่า จินตนาการ..สำคัญกว่าความรู้จริงหรือ ? ของ คุณเบิร์ด นะครับ ซึ่งเคยถกกันไปแล้วหลายรอบมากครับ จะมีวงรอบของการ Rethink, Reprocess ด้วยครับ
หากเราพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนแล้วเราจะพบว่า ความรู้ (Knowledg) และปัญญา (Wisdom) นั้นจะเกิดขึ้นในระบบคิด หรือเกิดภายในสมอง ดั่งที่ ท่าน อ.แสวง เคยเขียนไว้ในบทความนี้ ความ “รู้” เกิดใน “ระบบคิด” (ไม่เกิดในเอกสาร) ซึ่งผมคิดว่าใช่เลยทีเดียว และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ เมื่อเราได้ความรู้ K หรือปัญญา W นั้นแล้วเราต้องถ่ายทอดต่อ ระดับที่บอกต่อหรือถ่ายทอดออกไป ก็เป็นเพียงแค่ ระดับข้อมูลหรือสารสนเทศเท่านั้น โดยอาจจะเป็นการยกระดับของความมีคุณค่าของ ข้อมูล D และกลายเป็นสารสนเทศ I ที่สะอาดหรือพัฒนาขึ้นในวงรอบถัดไปแค่นั้นเอง หากจะให้เกิดเป็นความรู้ K หรือปัญญา W จะต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ภายในกันเอง โดยจะมีการ Reprocess ให้เกิดขึ้นในระบบสมอง ระบบคิดของแต่ละท่านเอง ซึ่งนั้นคือ จะเกิด ความรู้ K หรือ ปัญญา W ในรอบใหม่หรือไม่ก็ได้ แต่หากไม่เกิดแล้วมีการถ่ายทอดส่งผ่านต่อไป ก็เป็นเพียงแค่การถ่ายทอด ข้อมูล D และ สารสนเทศ I แค่นั้นเอง โดยอาจจะผ่านระบบการคิด Rethink, Reprocess ในวงรอบต่อๆ ไป จนจะเกิดเป็นปัญญาในที่สุด
ในแนวคิดนี้ ผมนำเสนอว่า ปัญญา W หรือความรู้ K ที่เกิดก็กลับไปสู่ข้อมูล D ได้ในวงรอบต่อไปได้เช่นกัน โดยอาจจะผสมกับข้อมูลนำเข้า Input ภายนอกได้เช่นกัน เพื่อปัญญา W ในรอบใหม่ครับ
หากมีการจัดการข้อมูลที่เป็นระบบ วันหนึ่งผมว่าระบบสารสนเทศใน GotoKnow อาจจะถูกพัฒนาไปถึงระบบฐานข้อมูลตะกอนชีวิต ก็ว่าได้ครับ ส่วนนี้ ผมขอวางแยกไว้นะครับ โดยมีแนวคิดเบื้องต้นมาจากพื้นฐานที่่ว่า ปกติคนเราเกิดมา แล้ว เติบโต มีกระบวนการเรียนรู้ มีกระบวนการจัดเก็บประสบการณ์ มีกระบวนการจัดเก็บระบบคิด แนวคิด ประสบการณ์ ความฝัน หรือระดับอุดมการณ์ หรือจิตวิญญาณ ฝังอยู่ในแต่ละคน แต่สัตว์โลกย่อมตายทุกคน หนีไม่พ้นวงจรนี้
ก็เลยเกิดคำถามที่ว่า เราจะจัดเก็บตะกอนชีวิตเอาไว้ในระบบฐานข้อมูลได้อย่างไรให้ง่ายในการเข้าถึง และอาจจะส่งผลให้มีการพัฒนาต่อยอดทางความคิดต่อได้ เช่น กายของปราชญ์ตายไปแล้ว แต่ความฝันของปราชญ์ยังคงอยู่ ใครจะสานต่อได้ จะสานต่ออย่างไร มีการคิดทำและทดลองในบริบทนั้นมาแล้วอย่างไร อะไรควรทำต่ออะไรควรเก็บไว้เป็นข้อคิดต่อไป คล้ายๆ กับระบบชีวะประวัติในการทำงาน แต่จะเน้นระบบคิด ระบบดีๆ ที่ทรงคุณค่าในคนคนนั้น แทนที่จะจากลาโลกนี้ไปแค่นั้น
ก่อนจาก ขอฝาก พระบรมราโชวาท บทนี้เอาไว้กับความเป็นอยู่ของ GotoKnow ด้วยครับ ผมเชื่อว่าเอาไปประยุกต์ใช้ได้ดีเลยทีเดียว
<h2 align="center">ความพอดี</h2><h4 align="center"> ... ความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง
</h4><h4 align="center">หรือทำด้วยความเร่งรีบ. เืมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว</h4><h4 align="center">จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้น</h4><h4 align="center">ตามต่อกันไปเป็นลำดับ. ผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน...</h4><h4> </h4><h4 align="center">พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น</h4><h4 align="center">ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม 2540</h4><p align="center">คำสอนพ่อ …. ความพอดี …. ของขวัญปีใหม่ให้กับทุกท่าน </p><hr width="100%" size="2">
<h4> คุณมีความเห็นอย่างไรเชิญร่วมบรรเลง นะครับ สำหรับตะกอนโกทูโนว์ ที่ควรจะเป็นนั้น และเหมาะในการเข้าถึงของข้อมูลรวดเร็วทันใจ เพื่อยกระดับข้อมูลหรือสารสนเทศให้เป็นสารสนเทศที่ทรงคุณค่าต่อระบบฐานข้อมูลทางปัญญาของสังคมไทยต่อไปได้อย่างไร เชิญร่วมคิดกันต่อนะครับ</h4><h4>ขอแสดงความนับถือ และสวัสดีปีใหม่ครับ</h4><h4>เม้งครับ </h4>


ผมคิดว่า โมเดลน่าจะคล้ายๆกับการเก็บพันธุ์ข้าว
น่าจะดีนะครับ
ผมอ่านสองรอบ และแต่ละรอบทำความเข้าใจอย่างละเอียด
-------------------------------------
ผมขอให้ความเห็นดังนี้ครับ
ปัญหาที่มีอยู่
ทางออก หรือ ทางเลือก
ขอคิดต่อครับ
สวัสดีครับ
เรื่องแรก ขอแยกการอ่านเป็นสองแบบครับ
แบบหนึ่งอ่านเพลิน สนุกดี อย่างผมอ่านเรื่องของท่านอัยการชาวเกาะ ก็ได้ความรู้เรื่องกฎหมาย มีตัวอย่างจากละครโทรทัศน์ แถมมีเล่าเรื่องสนุกอื่นๆ อีก
แบบที่สอง อ่านเพื่อค้นหาเอาความรู้ ผมอยากค้นเรื่องสีย้อมผ้า เจอเรื่องตะโกนาของคุณออต เจอเรื่องผ้าย้อมครามของพี่อุบล และคุณนายดอกเตอร์ ก็ได้ข้อมูลนำไปใช้งานต่อ
เมื่อลองสืบค้นจากช่องค้นที่มีอยู่ จะพบว่าได้ข้อมูลล้น แบบเดียวกับการค้นหาทั่วไป ซึ่งดีเกินไป
เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญคือระบบหมวดหมู่ ทำให้ค้นหาง่าย เพิ่มฟังก์ชันการค้น เช่น ค้นหาภาพ ค้นหาผู้เขียน ค้นตามหมวดหมู่ ฯลฯ ค้นหาเรื่องแมว แต่ดันมีคนชื่อแมว ก็ติดมาด้วย ค้นคำว่า "วัด" เจอ "ตัวชี้วัด" ด้วย
อันนี้เป็นงานบรรณารักษ์และสารสนเทศเลยครับ ตอนนี้หมวดหมู่มีอยู่ 12-13 หมวด กว้างๆ บางทีก็ใส่หมวดหมู่ลำบาก เช่น ระหว่างภาษากับวรรณกรรม, ระหว่างศิลปะ กับวัฒนธรรม อาจต้องมีหมวดหมู่ย่อย หรือใช้ระบบห้องสมุดไปเลย ก็แล้วแต่ว่าจะย่อยลงไปขนาดไหน
เรื่องที่สอง
ลองทำดู, สิ้นเดือนนี้ ใครสักคน ที่ถนัดเรื่องอะไรๆ ลองทำรวมบทความเรื่อง... ในรอบเดือน เป็นดัชนี เหมือนดัชนีวารสารในรอบปี เผื่อจะได้ไอเดีย ว่าต้องทำอะไรบ้าง ผมจะลองรวบรวมเรื่องผ้าไทย ทั้งปีนี้ ดูว่าจะได้สักเท่าไหร่ และออกมาเป็นยังไง
ถ้าออกมาดูดี เราอาจมีดัชนีบทความประจำปี ตามหมวดหมู่ ซึ่งค้นหาง่าย
แค่นี้ก่อนครับ
สวัสดีค่ะ ครูเม้งและทุกๆท่านค่ะ
สวัสดีครับ
ผมว่าน่าจะทำโปรแกรมและทำแบบฟอร์ม จะได้ง่ายต่อการบันทึกและจัดเก็บ และง่ายสำหรับคนบางคนเช่นผมด้วยครับ
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
ได้ทดลองเก็บบันทึกในเรื่องเดียวกัน ไว้เป็นชุดความรู้สั้นๆ คือพรวนบันทึกเฉพาะเรื่อง...มะเร็งเต้านม...การสะกัดความรู้แบบนำร่อง ก็พบว่าไม่ยาก เพราะไม่ได้ทำถึงระดับ systematic review อาศัยการอ่านและมีกรอบอยู่บ้างสำหรับจัดหมวดกลุ่มของบันทึกเข้าชุดกัน...แต่ว่าต้องใช้เวลาและยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก...ผลที่ได้ที่เห็นชัดกว่าคือทำให้รู้ว่าเรื่องนั้นๆ ยังมีช่องว่างของความรู้ที่เผยแพร่กันใน G2K มากหรือน้อยเพียงใด..และพอจะเห็นน้ำหนักของเรื่องด้านใดชัดบ้างแล้ว...
การสะกัดความรู้จะนำมาเพื่อ re-blog re-think re-examine etc. อะไรก็แล้วแต่...ก็เป็นวิธีที่น่าลองทำได้เองในเรื่องที่เราเองถนัดอยู่บ้าง.......จะมีก็คือขอทางผู้ดูแลช่วยเปิดอีกหมวดเป็นหมวดสะกัดความรู้ขึ้นมา ก็อาจจะช่วยให้เกิดอีกระดับของข้อมูลความรู้เฉพาะเรื่องนะคะ....ตัวเองคิดว่าเป็นการจัดการด้านวิชาการที่สนุกไปอีกแบบค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ ญาติมิตรทุกท่าน
ตื่นมารับกับความเห็นดีๆ อิ่มๆ ครับผม
สวัสดีปีใหม่นะครับ
กราบสวัสดีครับท่านครูบาฯ
กราบท่านครูฯ 2. ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ อีกครั้งครับ
เรื่องโครงการนั้น น่าสนใจครับ แต่ผมเองมีประสบการณ์ยังน้อยนิดครับ คงต้องศึกษาทำความเข้าใจไปก่อนครับ อีกอย่างหากไ่ม่มีทีมทำจริงๆ ดีๆเป็นทีมงานจริงๆ ก็ยากครับ ยังไงก็ต้องศึกษาและขอคำแนะนำกันอีกเยอะครับ ตอนนี้ยังโง่ตะละลุ่มบุ๋มบุ้ม โอ้แม่เนื้อนุ่มบัวบ้าน อยู่เลยครับ
กราบสวัสดีปีใหม่ปีเก่า อดีต ปัจจุบัน อนาคต ครับ
ตอนนี้ผมกำลังนั่งรวบรวมวาทกรรมแห่งชีวิตของตนเอง และผู้ที่เข้ามาทักทายในบล็อกของตนเองเพื่อทำเป็นหนังสือทำมือแจกจ่ายให้นิสิตได้อ่าน... เพราะนั่นคือผลึกความคิด..ตะกอนความรู้ที่อยากให้น้องนิสิตได้สัมผัส...
......
แต่ล่าสุดที่ จันทรรัตน์ นำเสนอไว้ก็น่าสนใจมาก... คือ พรวนบันทึกเฉพาะเรื่อง...มะเร็งเต้านม...การสะกัดความรู้แบบนำร่อง
กราบสวัสดีครับ ท่าน อ. ดร. แสวง รวยสูงเนิน
สวัสดีครับคุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
สวัสดีครับคุณ ธ.วั ช ชั ย
สวัสดีครับ ป้าแดง pa_daeng
สวัสดีครับพี่เหลียง สิทธิรักษ์
สวัสดีครับพี่สร้อย จันทรรัตน์
เข้ามาชมว่า ชุดนี้เท่ห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูกระต่ายสวยงามมาก...
เจริญพร