ความคิดเรื่องความจริงใจวนเวียนในความคิดอยู่ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องของความจริงใจบน gotoknow.org เพราะจะเจอบ่อยๆว่า การบันทึกและการให้ความเห็นหลายๆครั้งเป็น การแสดงออกด้วยมารยาท มากกว่าจะตรงไปตรงมา ถ้าความเห็นไม่ตรงกันก็จะหยิกแกมหยอกเคลือบน้ำตาลหนาๆ ลักษณะค่อนข้างจะการเมืองมากทีเดียว ตรงนั้นจึงทำให้สงสัยที่มาที่ไป ทำไมจึงไม่มีความตรงไปตรงมาที่จะบันทึกความเห็น หรือบางครั้งเมื่อเข้าไปถามความรู้ก็พบว่าไม่ได้รับการตอบความเห็น อย่างมากเวลาตอบก็คือเพื่อรักษา fan club ไว้สำหรับ เก็บสถิติ
แล้วคนที่มีปัญญาน้อยเช่นตัวดิฉันเองจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ chat กันบนบล็อกนั้นจริงใจกันมากน้อยแค่ไหนและจะเอาไปใช้ได้อย่างไร และจะเอาไปใช้ในมิติไหน และหลายครั้งเกิดความสงสัยว่าทำไมคนมีปัญญาจึงชอบใช้วิธีเข้าหากันด้วยการเคลือบน้ำตาลก่อน หรือว่าวิธีนี้เป็นการแสดงความจริงใจของคนที่มีความรู้ ฯลฯ
วันนี้เจอบันทึกที่กล่าวถึงความจริงใจ พยายามคิดตามความเห็นของเจ้าของบันทึก และคนที่เข้าไปให้ความเห็น..แต่ก็ดูเหมือนว่า "ความหมายของความจริงใจ" มีแตกต่างกันออกไปในระดับของความหมาย
- ระดับตื้นๆ เช่น คุณต้องมีรูป มีประวัติ ถึงจะแสดงความจริงใจ
- สูงมาอีกหน่อย เช่น คุณไปแสดงความเห็นกับบันทึกของคนอื่น (คงหมายถึงตอบความเห็นที่คนอื่นมาให้ไว้ในบันทึกด้วย)
- สูงไปกว่านั้นและน่าจะเป็นระดับสูงสุด เช่น การมีอิสระในการให้ความเห็นบน gotoknow.org ภายในกรอบจริยธรรมของการอยู่ในสังคมแห่งอริยชน
ความจริงใจที่ยังมีความแตกต่างในความหมายของคนที่เกี่ยวข้องกับ สคส. กำลังจะบอกอะไรให้กับคนอ่านที่อยู่วงนอกเช่นดิฉันได้บ้าง
ที่บอกว่าตัวดิฉันเองเป็นคนวงนอกก็เพราะดิฉันคือคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ สคส. ไม่ว่าการได้รับทุน การใช้เวทีนี้เพื่อการเรียนเอาคะแนน เอารางวัลหรือติดตามงานนักศึกษา หรือการทำวิจัยโดยทุน สคส. หรือแม้แต่รู้จักคนที่ทำงานกับ สคส. ฯลฯ แต่เป็นคนหนึ่งที่จับพลัดจับพลูเข้ามาใน gotoknow.org เนื่องจากการไปฟังบรรยายหนึ่งและงมเงอะกับการรู้จัก gotoknow.org ไม่ว่าคำศัพท์เฉพาะ การสร้างบล็อก การศึกษาวิธี "ยอวาที" ของผู้คนที่นี่ ฯลฯ
ระยะที่ผ่านมาพบว่าสังคมที่นี่มีอะไรน่าสนใจไม่น้อย จนกระทั่งไม่นานมานี้ เมื่อเริ่มเรียนรู้ว่า การบันทึก ณ ที่นี้ ของผู้คนส่วนหนึ่ง(และอาจจะส่วนมาก) คือคนที่ต้องเกี่ยวข้องกับ สคส. ไม่กรณีใดก็กรณีหนึ่ง ทำให้เข้าใจว่าทำไม กิจกรรมการแสดงออกด้วยมารยาท มากกว่าจะตรงไปตรงมา ถ้าความเห็นไม่ตรงกันก็จะหยิกแกมหยอกเคลือบน้ำตาลหนาๆ ถึงกลายเป็นวัฒนธรรมฝังลึก และเข้าใจด้วยแล้วว่า ทำไมหลายๆ ความเห็นของหลายๆคนที่ผ่านเข้ามาและหายไป ที่เคยเตือนเรื่องนี้หลายๆครั้ง ว่าเป้าหมายของ gotoknow.org คืออะไรกันแน่ ความรู้ที่กำลังขับเคี่ยวและอยากให้เป็นของประเทศไทยกำลังเดินไปทิศไหนและ gotoknow.org เปิดกว้างกับความรู้ของทุกๆคนอย่างทัดเทียมกันจริงหรือ เหล่านั้นทำไมไม่เคยได้รับการตอบสนอง อย่างเสมอภาค
gotoknow.org ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองและรับใช้ใครกันแน่ และนั่นคือความจริงใจกับการจัดการความรู้อย่างแท้จริงหรือไม่
และถ้าสังคมบน gotoknow.org กำหนดระดับของความจริงใจไว้ที่ ระดับตื้นและระดับกลาง สังคมที่นี้ก็กำลังส่งสัญญาณย้ำๆ บางอย่างให้รู้ว่าสังคมของคน gotoknow.org กำลังจะนิยามคนที่นอกวงการที่เข้ามาอย่างอิสระถึงจะมีความมุ่งมั่นและจริงใจในการจัดการความรู้แค่ไหนก็ตามได้กลายเป็นคนที่ไม่จริงใจในการจัดการความรู้และกลายเป็นคนตกขอบขององค์ความรู้..อย่างนั้นหรือไม่
คำถาม ณ เวลานี้คือ สังคมบน gotoknow.org จะพิสูจน์ตัวเองอย่างจริงใจได้อย่างไรว่า ยังคงยืนหยัดกับความเชื่อที่ว่า "ทุกคนมีความรู้ในตัวเอง"
สวัสดีค่ะ อาจารย์บันทึกนี้ยาวนะคะ พรั่งพรูจังเลยค่ะ...ชม(จริงใจนะคะ)...กำลังคิดมากๆ กับบันทึ่กนี้ค่ะนี่ถ้าคุณไร้นามมาพบ บันทึกแห่งความจริงใจ...อันนี้คงดิ้นตายไปอีกคน....ขอทำประโยชน์ขั้นต้นไว้ก่อนนะคะ...บรรทัดที่ 5 นับจากล่าง...นิยาย...น่าจะ "นิยาม" มั๊งคะ
เมตตา
ขอบคุณค่ะ คุณ Bright Lily และคุณเมตตา
มาเร็วจนตกใจค่ะ
"และหลายครั้งเกิดความสงสัยว่าทำไมคนมีปัญญาจึงชอบใช้วิธีเข้าหากันด้วยการเคลือบน้ำตาลก่อน"
ดิฉั๊นกลับไม่รู้สึกว่าเคลือบน้ำตาลนะคะ(หรือเราเป็นคนแบบนั้น จึ่งมองไม่เห็น)
- รักษา แฟนคลับ...ดิฉั๊นก็ไม่ทำ
- รักษาสถิติ....ยิ่งไม่ทำใหญ่
หรืออาจทำทั้งสองอย่างแต่ไม่เห็นตัวเอง
ทุกคนอยากให้เป็นสังคมแห่งการชื่นชมยินดี...เพื่อเสริมพลังทางความคิด...พลังใจ...กระทั่งถึงกำลังใจ....(ซึ่งดิฉั๊นก็สงสัยมานานว่า...ได้กำลังใจจากที่นี่หรือเปล่า...ตอบไม่ได้) ที่ตอบได้ชัดๆ คือพลังงานที่ได้เพิ่ม...มาเสริมส่งในการทำงาน...ได้จากการอ่านความสำเร็จ...ความภูมิใจของเพื่อนๆค่ะ..
อาจารย์จันทรรัตน์ครับ
สำหรับผมนั้น ผมถือความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานร่วมกัน
จะแสดงตัวหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
เพราะบางทีเราก็ไม่แน่ใจว่าการแสดงตัวจะทำให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจน้อยลงก็ได้
ความจริงใจผมจะดูจาก
ผมจะตอบอย่างจริงใจกับผู้แสดงความจริงใจ
และจะตอบตามมารยาทกับความเห็นที่ดูไม่ค่อยจริงใจ
อย่างเช่นที่อาจารย์ comment ว่าผมเปลี่ยนแปลงนั้น ผมนำมาทบทวนอย่างลึกซึ้งก่อนที่จะตอบอาจารย์ไปเมื่อวันก่อน
แสดงว่าอาจารย์จริงใจกับผมที่เสนอตรงๆเช่นนั้น โดยไม่เคลือบน้ำตาล หรือมีก็บางๆ
ผมต้องขอบคุณที่อาจารย์ตอบผมเช่นนั้น
ไม่งั้นผมจะอึดอัดที่ทนรับประทานน้ำตาลที่ผมไม่ชอบ และไม่ชอบหยิบยื่นให้ใครด้วย
ยกเว้นไว้ผสมยาให้เด็กก็มีบ้างครับ
ขอบคุณมากครับที่เขียนมาในมุมที่ผมมีโอกาสแสดงความจริงใจให้อาจารย์ทราบ
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์จันทร์รัตน์… แต่อาจารย์มองเพียงด้านเดียว…. gotokrow ถูกสร้างขึ้นโดยเป้าหมาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสามารถปฏิบัติได้จริงและมีผลงานที่เป็นรูปธรรมของแต่ละหน่วยงานของท่านเอง….เช่น ท่านอยู่โรงพยาบาล ก. เป้าหมาย การจัดการ การบริหารงาน การนำเสนอผลงาน รูปแบบการพัฒนางาน ทุก ๆ สิ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น แล้วนำมาประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ให้กับบุคคลหรือหน่วยงานอื่น ๆ ได้ศึกษาและปรับใช้ให้สอดคล้องกับท้องถิ่นของตนเอง เป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การปฏิบัติร่วมกัน…….ไม่ว่าท่านจะอยู่จังหวัดใดก็สามารถช่วยเหลือกันได้ หรือประเทศใด ก็สามารถให้คำแนะนำและเป็นภาคีเครือข่าย เป้าหมายคือร่วมกันพัฒนาองค์กร และ skil แนวความคิดต่าง ๆ ออกมา ช่วยกันจรรโลงวัฒนธรรมประเพณีและสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป…….(หากอยากทราบรายละเอียดเกี๋ยวกับวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน โปรดติดต่อ ส.ค.ส. นะครับ หรือติดต่ออาจารย์ ดร.จันทร์วรรณ
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ
รออ่านความเห็นของ คน gotoknow.org เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆค่ะ...
เห็นด้วยกับ คุณ น. เมืองสรวง สำหรับดิฉันเอง ชอบเขียนความรู้สึก ชอบการตบแต่ง ชอบความท้าทายกับความรู้ใหม่ แต่ ด้วยความอ่อนหัดไม่กล้าจะตีแผ่ความจริง จึงไม่ค่อยเขียนบันทึก เพราะมันขัดความรู้สึก เคยมีความรู้สึกที่แย่ๆ กับการพูดแต่สิ่งดีๆ ความสำเร็จ (ความล้มเหลว ห้าม!..พูด) แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร เมื่อใครๆ ก็สร้างภาพลักษณ์ อยากให้ใช้บล็อกให้เกิดประโยชน์ พูดความจริง รับความจริง ร่วมสรรค์สร้าง มือใหม่อ่อนหัดอยากเห็นจัง
ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรที่จุดประกายให้คุณจันทรรัตน์ สะดุดถึงความไม่จริงใจใน GotoKnow นะคะ เป็นบันทึกแรกของคุณจันทรรัตน์ที่ตัวเองอ่านแล้ว รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจ ปกติจะคิดว่าเรามองและคิดอะไรค่อนข้างคล้ายกัน เวลาไปอ่านบันทึกใคร แล้วมีความเห็นคุณจันทรรัตน์อยู่ก่อน ก็จะคิดว่า แหมเขียนได้ตรงใจ และบางครั้งกระจ่างแจ้งกว่าที่ตัวเองคิดจะเขียนด้วยซ้ำค่ะ
ยังไม่สะดุดอะไรที่ทำให้คิดว่า GotoKnow คือแวดวงของคนสคส.นะคะ สำหรับชาวพยา-ธิซึ่งทยอยรู้จักกับคนสคส.มาเรื่อยๆนั้น ก็เป็นเพราะเราได้รับการทาบทามให้เผยแพร่เรื่องของพวกเราเอง พอหลายๆครั้งเข้า ก็เหมือนว่าเราคุ้นเคยกับคนในสคส.ไปโดยปริยาย แต่เวลาไปร่วมงาน เช่นงานมหกรรมฯที่ผ่านมา พวกเราก็ได้รับการปฏิบัติไม่แตกต่างจากผู้อื่น และไม่เห็นว่ามีใครได้รับการดูแลหรือเป็นพรรคพวกแวดวงของคนสคส.เลยนะคะ
สำหรับตัวเอง ยังไม่เคยมีอะไรที่ทำให้คิดว่า เราเป็นคนวงนอกหรือวงใน คิดว่าอะไรที่เราคิดและเป็นประโยชน์ ก็น่าจะบันทึกไว้ในคลังแห่งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อยอดกับคนอื่น บันทึกไหนที่ไม่รู้จกจริงๆ ก็จะไม่ออกความเห็น ยกเว้นแต่ว่าเป็นบันทึกของบล็อกเกอร์หน้าใหม่ ที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า เราต้องการกำลังใจเมื่อตอนเริ่มๆเขียน เพื่อจะได้เขียนต่อเนื่องกันไป
ไม่ทราบว่าตรงกับที่คุณจันทรรัตน์ต้องการความเห็นหรือไม่ แต่ก็อยากจะเข้าใจว่า อะไรทำให้คุณจันทรรัตน์เขียนเหมือนผิดหวังกับ GotoKnow ค่ะ อยากให้คนที่มีความคิดวิเคราะห์วิจารณ์จริงใจ ตรงไปตรงมาแบบคุณจันทรรัตน์ ไม่มีความเคลือบแคลงอย่างที่รู้สึกจะเป็นอยู่ค่ะ ถ้าถามตัวเองว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ GotoKnow จากที่รู้จักกับอ.จันทวรรณและอ.ธวัชชัยตัวจริงๆแล้ว เชื่อมั่นค่ะว่าเป็นไปเพื่อให้คนไทยทุกคน ได้มีโอกาสออกความคิดเห็น บอกเล่าความรู้ความคิดของตนเองแน่นอนค่ะ นี่ยังไม่ต้องอ้างถึงท่านอ.หมอวิจารณ์ซึ่งพบเห็นเป็นปกติว่า ท่านจริงใจ และตรงไปตรงมาเสมอค่ะ
GotoKnow มีไว้เพื่อคนไทยทุกคนค่ะ
วัตถุประสงค์คือ เป็นคลังประสบการณ์ความรู้แนวปฏิบัติของประเทศไทย และสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญของไทย เน้นเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนทำงานค่ะ
แน่นอนค่ะอาจารย์ GotoKnow ต้องการคนที่มาเขียนด้วยใจและเขียนอย่างมีคุณภาพ อย่างอาจารย์เยอะๆ ค่ะ อย่าง อาจารย์ Handy พี่โอ๋ คุณกะปุ๋ม คุณชายขอบ อาจารย์ beeman หรือ ใครหลายต่อหลายคนก็เช่นกันนะค่ะ
คนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับ สคส. ค่ะ แต่มาเขียนอยู่ประจำ จน สคส. ทนไม่ไหวเห็นศักยภาพก็เลยเข้ามาเกี่ยวดองกับ สคส. โดยปริยายค่ะก็เยอะค่ะ :)
แต่กลุ่มคนที่ สคส. เป็นผู้กระตุ้นให้มาเขียนก็มีอยู่แน่นอนค่ะ เพราะ สคส. ต้องใช้ในการติดตามผลงาน ค่ะ
นี่ถ้าสมมุติดิฉันไม่ได้เป็นผู้บริหารระบบ GotoKnow ดิฉันก็จะเขียนกับ GotoKnow เช่นกันค่ะ เพราะเข้ามาจะได้รับ sense ของความจริงใจนะค่ะ
ดิฉันเชื่อว่า ความจริงใจมีอยู่ค่ะ แต่ความเกรงใจก็สอดแทรกเข้ามาตลอดค่ะ เพราะเป็นวัฒนธรรมของไทยค่ะ และกลุ่มผู้ใช้ใน GotoKnow ก็เป็นกลุ่มคนทำงานทั้งนั้นค่ะ
ส่วนอิสระในความเห็นมีแน่นอนค่ะ เพียงแต่เป็นเรื่องยากจะที่ให้คนอ่านแล้วคิดวิเคราะห์แล้วเขียนออกมาต่อยอดความรู้ค่ะ
ดิฉันคิดว่า คนที่ตอบอาจารย์ได้ดีที่สุด คงเป็นสมาชิก สคส. ค่ะ :)
ขอบคุณกับคำอธิบายและความเห็นของแต่ละท่านค่ะ
ยังตามอ่านอยู่เรื่อยๆ ท่านใดมีความเห็นอย่างไรกรุณาด้วยค่ะ..ตอนนี้จิ๊กซอร์ความคิดกำลังลางๆ ค่ะ...
สวัสดีครับ อาจารย์จันทรรัตน์
ผมไม่ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้แบบยาวครับ แต่ขอเรียนอาจารย์จันทรรัตน์ว่า ถ้าอยากเห็นความคิดเห็นแบบไม่เคลือบน้ำตาลเลย (แถมเคลือบบรเพ็ดหน่อยๆ มาด้วย) ก็ต้องเป็นบันทึกที่เกี่ยวกับการเมืองครับ
ลองเขียนบันทึกวิจารณ์ "สนธิ ลิ้มฯ" หรือ ASTV ดูนะครับ เดี๋ยวจะมีหน่วยจรยุทธจาก บ.ผู้จัดการ มาให้ความคิดเห็นครับ แต่คนกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นสมาชิกของ GotoKnow ครับ เป็นหน่วยปกป้องบริษัทเขาครับ
ส่วนใน GotoKnow นั้น สิ่งที่น่ายินดีคือเราได้เห็นสังคมออนไลน์ที่ประนีประนอม ถ้อยทีถ้อยอาศัย และให้เกียรติความคิดคนอื่นเป็นที่ตั้ง เป็นแนวทางของ Appreciation Inquiry (AI) ที่ไม่พยายามตัดสินผู้อื่นจากพื้นฐานของความคิดของเราครับ
ผมเองเชื่อว่า AI เหมาะกับสังคมไทยมากเชียวครับ ผมคิดว่าการทำให้สังคมไทยที่มีชั้นทางสังคมซับซ้อนมาเป็นสังคมที่จะกล้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ AI จะเป็นกระบวนวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้ครับ
ถ้าไม่พยายามใช้ AI คนที่กล้าจะแสดงความคิดเห็นภายใต้ creditable identity ของตัวเองในสังคมไทยจะเป็นพวกที่มียศทั้งนั้นเลย เพราะคนไม่มียศพูดยังไงก็ผิดครับ ส่วนคนมียศมีความมั่นใจจะผิดหรือถูกก็มั่นใจ แต่พวกมียศ พอเจอยศสูงกว่าก็นิ่งไปเหมือนกัน
สถานการณ์แบบนั้นเราไม่ต้องการเห็นครับ ไม่ KM และเป็นรูปแบบเก่าๆ ที่เราเห็นมาตลอดในสังคม
ผมเองก็พึ่งปลดยศตัวเองนะครับ ก่อนหน้านี้ชื่อ ธวัชชัย มันโหล ตอนนี้มีรูปแล้วไม่เป็นไรครับ
ขอบคุณอาจารย์หมอสมบูรณ์และ ดร. ธวัชชัย ที่กรุณาให้ความเห็นค่ะ
มาติดตามต่อเนื่องอยู่ค่ะ...ยังไม่สรุปความคิดค่ะ...รอความเห็นอีกสักสองสามท่านหรือท่านเดิมต้องการเพิ่มเติมค่ะ...ขอบคุณค่ะ
"ทุกคนคือเจ้าของบ้านร่วมกันครับ"
1.gotokrow เป็นข้อมูลที่ถ่ายทอดความรู้สึกที่เป็นจริง
2.เห็นด้วยอย่างยิ่งคุณโอ๋ และ อ.ธวัชชัย
3.สังคม gotokrow เป็นสังคมทุกคนเท่าเทียม จะไม่แบ่งแยกหรือแบ่งพรรค สามารถ skil แนวความคิดต่าง ๆ ออกมาโดยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด ๆ
4.แต่ต้องคำนึง " มรรยาท " ผู้ดี " และการนำเสนอความคิดที่เข้าตาและเข้าท่า เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต แม้กระทั่งบุคคลที่ไม่จบการศึกษาสูง ๆ ก็สามารถเข้าเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ได้
5.การนำเสนอโดยหลัก "มนุษยธรรม" เพราะทุกคนต้องมีอยู่กันทุก ๆ คน